มรดกล้านนา

🌐 Read in English

ข้อมือที่ผูกด้วยด้ายฝ้ายหลายเส้น สีขาว ส้ม และชมพู ซึ่งใช้ผูกข้อมือรับขวัญในพิธีมงคล

ภาพ: User:Mattes / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0)

งานแต่งงานล้านนา: กิ๋นดอง ผีปู่ย่า มัดมือ และยุคที่เปลี่ยนไป

งานแต่งงานล้านนา คือพิธีที่คนเมืองเรียกว่า กิ๋นดอง กินฯดอฯง (คำเมืองอ่านว่า กิ๋นดอง) ซึ่งพจนานุกรมอธิบายสั้น ๆ ว่า แต่งงาน และมี กิ๋นเกี่ยวกิ๋นดอง กินฯก่ยฯวกินฯดอฯง เป็นอีกคำที่ใช้แทนกัน แต่ข้างหลังคำสั้น ๆ นี้มีพิธีหลายอย่างที่เล่าเรื่องของคนล้านนาไว้ ทั้งการนับถือผีบรรพบุรุษ ความเชื่อเรื่องขวัญ และธรรมเนียมที่ฝ่ายชายย้ายไปอยู่บ้านฝ่ายหญิง บทความนี้พาไล่ดูทีละขั้น พร้อมคำเมืองจากพจนานุกรม และดูว่าธรรมเนียมเหล่านี้เปลี่ยนไปอย่างไรเมื่อเวลาผ่านไป

กินฯดอฯง
กิ๋นดอง
ก.แต่งงาน; กิ๋นเกี่ยวกิ๋นดอง ก็ว่า
ดูในพจนานุกรมมรดกล้านนา →

ลำดับพิธีและความหมายในบทความนี้ยึดตามงานวิจัยของ พัฒน์กานต์ จันทนา เรื่องพิธีแต่งงานล้านนา และความหมายของคำจากพจนานุกรมมรดกล้านนา

ℹ️ ข้อมูล
แหล่งข้อมูลที่เราอ่านไม่ได้กำหนดลำดับพิธีไว้ตายตัว และแต่ละหมู่บ้านทำไม่เหมือนกัน (งานวิจัยเองก็เสนอว่าควรศึกษาแต่ละพื้นที่ของล้านนาเพิ่ม) ลำดับในบทความและในแผนภาพขั้นตอนจึงเป็นการเรียบเรียงตามเหตุผลของพิธี ไม่ใช่ลำดับที่ทุกบ้านทำเหมือนกัน

คำเรียก "แต่งงาน" ในคำเมือง

พจนานุกรมเก็บคำเรียกการแต่งงานไว้หลายคำ ทั้งแบบพิธีและแบบพูดกันตามบ้าน

คำเมือง อักษรล้านนา ความหมายตามพจนานุกรม
กิ๋นดอง กินฯดอฯง แต่งงาน
เอาเมีย ´าเมยฯ แต่งงาน (ใช้แก่ชาย)
เอาผัว ´าผ฿วฯ แต่งงาน (ใช้แก่หญิง)
จ๋ดเมีย จ฿ดฯเมยฯ เอาเมีย แต่งงาน
กู้บ่าวสาว คู่บ่าฯวฯสาวฯ คู่สมรส

พจนานุกรมบันทึกว่า คำ แต่งงาน ในปัจจุบัน แต่ก่อนใช้ว่า "เอาผัวเอาเมีย" ส่วน บ่าว บ่าฯวฯ แปลว่าชายโสด และเรียกผู้ชายที่เข้าสมรสว่า "เจ้าบ่าว"

⚠️ ข้อควรระวัง
บางคนอาจเคยได้ยินคำว่า "กินแขก" ในงานแต่งงาน แต่เราไม่พบคำนี้ (หรือ "กิ๋นแขก") ในพจนานุกรมมรดกล้านนา จึงไม่ขอให้ความหมายและไม่เขียนเป็นอักษรล้านนา พจนานุกรมมีเพียง แขก แขกฯ ที่แปลว่าผู้มาเยือน และ แขกแก้ว แขกฯแก้วฯ แขกผู้มีเกียรติ เช่นเดียวกับคำว่า เจ้าสาว ส่งตัว และขันหมั้น ที่ไม่มีในพจนานุกรม

ก่อนแต่ง: แอ่วสาว และจ๋าสาว

คนล้านนาแต่ก่อนเลือกคู่กันผ่านประเพณี แอ่วสาว แอ่วฯสาวฯ (คำเมืองอ่านว่า แอ่วสาว) พจนานุกรมอธิบายว่า หลังกินข้าวเย็น สาว ๆ จะ "อยู่นอก" คือนั่งที่เติ๋น จุดตะเกียงหรือเทียน ทำงานเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น เย็บผ้า ปั่นด้าย เพื่อรอหนุ่มมาเยี่ยมพูดคุย ถือเป็นประเพณีหาคู่ครองอย่างหนึ่งของชาวล้านนาโบราณ

งานวิจัยของพัฒน์กานต์ (๒๕๖๑) อธิบายว่าการแอ่วสาวทำให้หนุ่มสาวเลือกคู่ได้อย่างอิสระ โดยใช้เวลาว่างจากการเพาะปลูกมาพบปะ พูดคุย และดูคุณสมบัติกันผ่านงานที่สะท้อนชีวิตเกษตรกรรม เช่น ตำข้าวและทอผ้า ถ้าอยากอ่านโวหารที่หนุ่มสาวใช้คุยกัน ดูได้ใน คำอู้บ่าวอู้สาว

เมื่อตกลงใจกัน ก็ถึงขั้นสู่ขอ จ๋าสาว จาสาวฯ (คำเมืองอ่านว่า จ๋าสาว) คือเจรจาสู่ขอหญิงสาว และมีอีกคำคือ ไปเติง ไพเทิงฯ ที่พจนานุกรมบอกว่าหมายถึง ไปทาบทามอีกฝ่ายหนึ่งเพื่อแต่งงาน ช่วงเจรจาอาจมีการให้เงินแก่ฝ่ายหญิงเป็น ใส่ขันจ๋า ไส่ขันฯจา ซึ่งพจนานุกรมระบุว่าเป็นสินน้ำใจ ไม่ใช่ของหมั้น

หาวันดี: วันหัวเรียงหมอน

การแต่งงานต้องหาฤกษ์ งานวิจัยบันทึกว่าคนล้านนากำหนดฤกษ์ยามไม่ให้ตรงกับฤดูเพาะปลูก เพราะงานในไร่นาคือแหล่งอาหารหลักของครอบครัว

พจนานุกรมอธิบายว่า หัวเรียงหมอน ห฿วฯรยฯงหมฯอฯร (คำเมืองอ่านว่า หัวเรียงหมอน) คือวันที่เหมาะแก่การแต่งงาน และบอกว่าแม้ฤกษ์อย่างอื่นดีหมด ถ้ายังไม่เป็นวันหัวเรียงหมอนก็ไม่ควรจัดพิธีมงคลสมรส ชื่อมาจากลักษณะการนอน คือหัวชนกันหรือหัวสอดตีนถือว่าไม่เป็นมงคล แต่ "หัวเรียงหมอน" คือนอนชิดกัน หันหัวไปทางเดียวกันบนหมอนระนาบเดียวกัน

ในรายการเดียวกัน พจนานุกรมระบุด้วยว่าชาวล้านนาไม่นิยมแต่งงานในช่วงกลางพรรษา เดือนคี่ (เดือนเกี๋ยง ๓ ๕ ๗ ๙ ๑๑ เหนือ) วันศีลหลวง วันม้วยบ่าวสาว และวันเสียของเดือน วิธีหาวันนี้ละเอียดพอจะเขียนเป็นอีกบทความหนึ่ง

แป๋งผี: บอกผีปู่ย่า

ขั้นที่งานวิจัยถือว่าเป็นหัวใจของพิธี คือการเซ่นไหว้ผีบรรพบุรุษ พจนานุกรมเรียกว่า แป๋งผี แปลฯงผี (คำเมืองอ่านว่า แป๋งผี) ว่าเป็นพิธีสังเวยที่ทำเมื่อคนในครอบครัวหรือในตระกูลได้แต่งงาน

แปลฯงผี
แป๋งผี
ก.เซ่นผี - พีธีการสังเวยที่กระทำเมื่อคนในครอบครัวหรือคนในตระกูลได้แต่งงาน; แป๋งผีแป๋งสางก็ว่า
ดูในพจนานุกรมมรดกล้านนา →

พัฒน์กานต์ (อ้างเรณู อรรฐาเมศร์, ๒๕๒๘) อธิบายว่าการเซ่นผีบรรพบุรุษ ซึ่งเรียกว่า ผีปู่ย่า ผีปู่ย่า (คำเมืองอ่านว่า ผีปู่ย่า) เป็นเครื่องรับรองความถูกต้องของการแต่งงาน และแสดงว่าสองฝ่ายเกี่ยวดองเป็นเครือญาติกัน พจนานุกรมอธิบายว่าผีปู่ย่าเป็นผีประจำตระกูลที่เชื่อมความสัมพันธ์ของญาติ และสืบทอดกันทางฝ่ายหญิง ดูเรื่องผีปู่ย่าเพิ่มได้ใน เลี้ยงผีปู่ย่า

อีกเส้นทางหนึ่งที่เกี่ยวกับผีปู่ย่าคือ ใส่ผี ไส่ผี (คำเมืองอ่านว่า ใส่ผี) พจนานุกรมอธิบายว่าเป็นการให้เงินค่าไหว้ผีฝ่ายหญิงเมื่อฝ่ายชายทำผิดประเพณี งานวิจัยของ พิพัฒน์พงศ์ มาศิริ และพงษ์วิกรานต์ มหิทธิพงศ์ (๒๕๖๘) ที่วิเคราะห์บทขับซอเกี้ยวสาวเรื่อง "ใส่ผี" จากเชียงราย เชียงใหม่ และน่าน สรุปว่าบทซอเล่าเรื่องจากการเกี้ยวไปจนตกลงแต่งงาน และตามประเพณีฝ่ายชายต้องทำพิธีใส่ผีให้ฝ่ายหญิงก่อน ส่วนจำนวนเงินต่างกันไปตามพื้นที่

มัดมือ: เรียกขวัญ ผูกข้อมือ

พิธีที่เห็นภาพได้ง่ายที่สุดคือการผูกข้อมือ งานวิจัยบันทึกว่างานแต่งงานมีการประกอบพิธีเรียกขวัญและผูกข้อมือตามความเชื่อเรื่องขวัญ คำเมืองใช้ว่า มัดมือ มัดฯมื (คำเมืองอ่านว่า มัดมือ) พจนานุกรมอธิบายว่าเป็นการทำพิธีรับเชิญขวัญเข้าสู่บุคคล และยังใช้ "แสดงการยอมรับ" เช่น มัดมือเพื่อแสดงว่ารับเอาชายหนุ่มมาเป็นลูกเขย

ด้ายที่ใช้ผูกเรียกว่า ฝ้ายไหมมือ ฝ้ายฯไหมฯมื (คำเมืองอ่านว่า ฝ้ายไหมมือ) พจนานุกรมให้ความหมายว่าเป็นด้ายสำหรับผูกมือ อย่างที่ใช้ผูกมือคู่สมรสหรือเรียกขวัญ ส่วนพิธีเรียกขวัญเองคือ ฮ้องขวัญ ร้อฯงขัวฯร อ่านรายละเอียดเรื่องขวัญ ๓๒ และบทเรียกขวัญได้ใน ฮ้องขวัญ

ข้อมือที่ผูกด้วยด้ายฝ้ายหลายเส้นซ้อนกัน
ด้ายฝ้ายที่ผูกข้อมือในพิธีมงคลของไทย (ภาพประกอบ ไม่ใช่งานแต่งงานล้านนาโดยเฉพาะ) · ภาพ: User:Mattes / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0)

หีบผ้าใหม่ครัวใหม่ ดาบ และเจี๋อสะลี

งานวิจัยบันทึกเครื่องประกอบพิธีที่มีความหมายของงานแต่งแบบเดิมไว้ ได้แก่ หีบผ้าใหม่ครัวใหม่ และ ดาบ ดาปฯ (คำเมืองอ่านว่า ดาบ) ที่เป็นของคู่กายฝ่ายชาย โดยอธิบายว่าเป็นสัญลักษณ์ของการเริ่มต้นสร้างครอบครัวใหม่ และความมั่นคงปลอดภัย พจนานุกรมให้ความหมายของดาบเพียงว่า มีดยาวปลายแหลม ส่วนวลี "หีบผ้าใหม่ครัวใหม่" ไม่มีในพจนานุกรม จึงเขียนเป็นภาษาไทยเท่านั้น

อีกขั้นหนึ่งที่พจนานุกรมบันทึกไว้คือ เจี๋อสะลี เจิอฯอสลี (คำเมืองอ่านว่า เจี๋อสะลี) หมายถึงการที่ผู้ใหญ่จัดและปูที่นอนให้คู่บ่าวสาวในวันแต่งงาน มีอีกชื่อว่า ปู๋สะลี และพจนานุกรมยกท่อนหนึ่งของเพลงสาวเจียงใหม่มาเป็นตัวอย่างว่า "ป้อแม่ถ้าปู๋สะลี อ้ายบ่าวตั๋วดีหายแส็๋บหายสอย"

💡 เกร็ดความรู้
ลองดูทั้งแปดขั้นแบบทีละหน้า แตะ "ขั้นต่อไป" หรือปัดซ้ายขวา แต่ละขั้นมีคำเมืองจากพจนานุกรมและบอกแหล่งที่มา ถ้าขั้นไหนไม่มีในพจนานุกรม ก็จะบอกไว้ตรง ๆ

ลูกเขยย้ายไปบ้านฝ่ายหญิง

ธรรมเนียมที่ต่างจากงานแต่งสมัยนี้มากที่สุดข้อหนึ่ง คืองานวิจัยบันทึกว่า ฝ่ายชายต้องย้ายไปอยู่กับครอบครัวฝ่ายหญิง เพื่อเป็นแรงงานด้านการเพาะปลูก พจนานุกรมเรียกลูกเขยว่า ลูกจาย ลูกชายฯ (คำเมืองอ่านว่า ลูกจาย) และคู่สมรสเรียกแม่ของอีกฝ่ายว่า แม่เถ้า แม่เถั้า (คำเมืองอ่านว่า แม่เถ้า)

เมื่อแต่งงานแล้วมีครอบครัว คำเมืองใช้ว่า เป๋นหอเป๋นเฮือน เปนฯหํอฯเปนฯเริอฯร (คำเมืองอ่านว่า เป๋นหอเป๋นเฮือน) ส่วนชายที่แต่งงานแล้วเรียก ป้อเฮือน พํอฯเริอฯร และหญิงเรียก แม่เฮือน แม่เริอฯร งานวิจัยยังบันทึกด้วยว่าคนล้านนาแต่ก่อนนิยมแต่งงานตั้งแต่อายุยังน้อยและมีลูกหลายคน เพื่อขยายเครือญาติและได้แรงงานช่วยกันทำเกษตร

จากพิธีของบ้าน สู่พิธีที่เปลี่ยนไปตามยุคสมัย

งานวิจัยของพัฒน์กานต์เล่าว่า งานแต่งแบบล้านนาเริ่มเปลี่ยนเมื่อรับอิทธิพลภายนอกใน ๓ ช่วงใหญ่ ซึ่งเป็นภาพที่ผู้วิจัยตีความจากเอกสารและการสัมภาษณ์

  • ยุคประเทศราชของสยาม (พ.ศ. ๒๓๑๗–๒๔๔๒): การเปลี่ยนแปลงเกิดในหมู่ชนชั้นสูงที่ติดต่อกับราชสำนักสยาม มีการนำบายศรี การนุ่งโจงกระเบน ของใช้แบบตะวันตก และเครื่องยศพระราชทานมาผสมกับพิธีท้องถิ่น และธรรมเนียมหมั้นกับรดน้ำสังข์แบบสยามเริ่มแพร่หลาย
  • ยุคปฏิรูปการปกครอง (พ.ศ. ๒๔๔๒–๒๔๗๖): งานแต่งของชนชั้นสูงคลายความยิ่งใหญ่ลง บางคนเริ่มทำพิธีแบบสยาม ข้อมูลจากการสัมภาษณ์บอกว่าการเซ่นผีบรรพบุรุษกลายเป็นพิธีที่ทำอย่างเงียบ ๆ เพราะมองว่าล้าหลัง ส่วนดาบและหีบผ้าใหม่ครัวใหม่ถูกลดความสำคัญลง
  • ยุครัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม (พ.ศ. ๒๔๘๑–๒๔๘๗): มีการรณรงค์รูปแบบงานแต่งแบบไทยภาคกลาง ที่มีพิธีทางพุทธศาสนาและชุดแต่งงานแบบตะวันตก โดยหน่วยงานท้องถิ่นในล้านนาสนับสนุน เริ่มจากการจัดสมรสหมู่

ต่อมาตั้งแต่ราวทศวรรษ ๒๕๔๐ งานแต่งแบบล้านนาถูกรื้อฟื้นขึ้นใหม่ งานวิจัยยกตัวอย่างว่า มีเทศกาลวิวาห์แบบล้านนาครั้งแรกในปี พ.ศ. ๒๕๔๑ ด้วยการสนับสนุนของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และใน พ.ศ. ๒๕๔๖ งานแต่งแบบล้านนาถูกบรรจุในปฏิทินส่งเสริมการท่องเที่ยวของเชียงใหม่ จากนั้นผู้ให้บริการหลายแห่งก็ทำเป็นแพ็กเกจงานแต่ง

พานทองสองใบวางบนผ้าแดง ใส่ธนบัตรปึกหนึ่งและสร้อยทองพร้อมแหวน ตกแต่งด้วยดอกไม้
พานสินสอดทองหมั้นในงานแต่งงานไทยปัจจุบัน ธรรมเนียมหมั้นที่งานวิจัยบอกว่ารับอิทธิพลจากสยาม (ภาพประกอบ ไม่ใช่งานแต่งงานล้านนาโดยเฉพาะ) · ภาพ: Thomas & Joanna Ainscough / Wikimedia Commons (CC BY-SA 3.0)

แพ็กเกจเหล่านี้ นอกจากรื้อฟื้นบายศรีสู่ขวัญ การผูกข้อมือ หีบและดาบ ก็เลือกวัฒนธรรมอื่นมาเสริม ทั้งการกินขันโตก การจำลองบรรยากาศกาดหมั้ว และการแสดง ขณะเดียวกันก็รวมพิธีทางพุทธศาสนา ขนมมงคลแบบภาคกลาง ขบวนรถโบราณ และการขี่ช้างเข้าไปด้วย พัฒน์กานต์สรุปว่าผู้ให้บริการพยายามสร้าง "ความเป็นของแท้ดั้งเดิม" ให้สินค้า และงานแต่งแบบล้านนากลายเป็นสินค้าทางวัฒนธรรม ที่คนบางกลุ่มเลือกใช้เพราะอยากสร้างอัตลักษณ์คนล้านนาให้ตัวเอง

ถ้าอยากรู้ว่าบ้านของคุณหรือหมู่บ้านทำอย่างไร ผู้ใหญ่ในบ้านเป็นแหล่งข้อมูลที่ดีที่สุด เพราะงานวิจัยก็ยอมรับว่าแต่ละพื้นที่ของล้านนามีรายละเอียดไม่เหมือนกัน

สรุป

  • กิ๋นดอง คือแต่งงานในคำเมือง มีคำอื่นอย่าง เอาเมีย เอาผัว จ๋ดเมีย และ กู้บ่าวสาว คำ "กินแขก" ไม่มีในพจนานุกรม
  • ก่อนแต่งมี แอ่วสาว แล้วจึง จ๋าสาว สู่ขอ และหาวันที่เหมาะ เช่น วันหัวเรียงหมอน โดยไม่ตรงฤดูเพาะปลูก
  • งานวิจัยถือว่าหัวใจของพิธีคือการเซ่นผีบรรพบุรุษ แป๋งผี เพื่อรับรองการแต่งงานและแสดงความเป็นเครือญาติ ตามด้วยเรียกขวัญ มัดมือ
  • เครื่องประกอบพิธีอย่างหีบผ้าใหม่ครัวใหม่และดาบ สื่อถึงการตั้งครอบครัวใหม่ ผู้ใหญ่ เจี๋อสะลี ปูที่นอนให้คู่บ่าวสาว และฝ่ายชายย้ายไปอยู่บ้านฝ่ายหญิง
  • ธรรมเนียมเปลี่ยนไปตามอิทธิพลจากสยามและนโยบายรัฐ แล้วถูกรื้อฟื้นเป็นพิธีและแพ็กเกจในยุคส่งเสริมการท่องเที่ยว

ค้นคำแต่งงานคำอื่น ๆ ได้ใน พจนานุกรมมรดกล้านนา และอ่านต่อเรื่องพิธีเรียกขวัญที่ใช้ในงานแต่งได้ที่ ฮ้องขวัญ

📚 ทั้งชุด: ดูทุกช่วงชีวิตบนแผนที่เดียวที่ ชีวิตคนเมือง: ฮีตจากเกิดจนตาย

แหล่งอ้างอิง

ฝึกคำจากบทความนี้

ลองเล่นบัตรคำ 30 คำจากบทความนี้ จำคำล้านนาให้แม่นขึ้น

ค้นหาคำว่า "กิ๋นดอง" ในพจนานุกรมมรดกล้านนา

🎯 ทดสอบคำในบทความนี้ทายคำล้านนาจากบทความ 30 คำ จำได้แค่ไหน?

📝 ลองเขียนคำเมืองบนกระดาน แล้วแชร์ให้เพื่อน →

บทความที่เกี่ยวข้อง

พาขวัญหรือขันบายศรีทรงสูง ประดับดอกดาวเรือง ดอกไม้ขาว และฝ้ายผูกข้อมือ ตั้งอยู่หลังเสร็จพิธีสู่ขวัญ

ฮ้องขวัญ: เรียกขวัญแบบล้านนา ขวัญ ๓๒ และพิธีมัดมือ

12 ตุลาคม 2569 ประเพณี

ฮ้องขวัญคือพิธีเรียกขวัญของคนล้านนา รู้จักความเชื่อเรื่องขวัญ ๓๒ เหตุที่ขวัญหนี ขันสะหลี บทเรียกขวัญ และการมัดมือด้วยฝ้ายไหมมือ

เรือนไม้ภาคเหนือหลังคาทรงสูง ใต้ถุนโล่ง ตั้งอยู่ท่ามกลางต้นไม้ ที่ศูนย์วัฒนธรรมเชียงใหม่

เลี้ยงผีปู่ย่า: ผีประจำตระกูลล้านนา ผีมด ผีเมง และผีเมือง

12 ตุลาคม 2569 ประเพณี

เลี้ยงผีปู่ย่าคือการเซ่นไหว้ผีบรรพบุรุษประจำตระกูลของคนล้านนาที่สืบทอดทางฝ่ายหญิง รู้จักเก๊าผี หิ้งผี การผิดผี ฟ้อนผีมดผีเมง และผีเมืองผู้ค…

ทิวเขาดอยปุยซ้อนกันเป็นชั้นในหมอกบาง ด้านหน้าเป็นป่าเขียวและกอกล้วย ในอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย เชียงใหม่

สาวเชียงใหม่: เรียนคำเมืองจากเพลงของจรัล มโนเพ็ชร

13 ตุลาคม 2569 เรียนภาษาล้านนา

เรียนคำเมืองจากเพลงสาวเชียงใหม่ของจรัล มโนเพ็ชร รู้จักคำว่า ข้าเจ้า ปู๋สะลี ตั๋วดี หายแส็บหายสอย ชื่อเมืองเจียงฮาย หละปูน แป้ และสัมผัสที่ร…

ต้นพลูใบสีเขียวอ่อนรูปหัวใจ แตกยอดใหม่อยู่ในร่มไม้

คำอู้บ่าวอู้สาว: เรียนคำเมืองจากโวหารรักยามแอ่วสาว

13 ตุลาคม 2569 เรียนภาษาล้านนา

คำอู้บ่าวอู้สาวคือโวหารรักที่หนุ่มสาวล้านนาใช้โต้ตอบกันยามแอ่วสาว อ่านทีละวรรค ทั้งบทขอขึ้นเรือนและบทพลูข้าบ่หอม พร้อมคำศัพท์ สัมผัส และเสี…

↑

↑ ↓ เลือก · Enter เปิด · Esc ปิด