มรดกล้านนา

🌐 Read in English

ทิวเขามีหมอกลงเหนือนาขั้นบันไดที่เกี่ยวข้าวแล้ว เห็นตอซังสีน้ำตาลเป็นแถว ท้องฟ้าสีฟ้าอ่อนยามเช้า

ภาพ: Rowan Heuvel / Unsplash

เดือนสี่ล้านนา: สี่เป็ง ตานข้าวใหม่ หิงไฟพระเจ้า และวันสำคัญ

เดือนสี่ สี่ (คำเมืองอ่านว่า สี่) คือเดือนที่สี่ของปีล้านนา ตรงกับเดือนยี่ของภาคกลาง และตกราวต้นมกราคมถึงต้นกุมภาพันธ์ เดือนสี่ล้านนา เป็นเดือนที่มีวันเพ็ญสำคัญ ชาวบ้านเรียกว่า สี่เป็ง เป็นวันที่นำข้าวใหม่ไปทำบุญที่วัด และในบางวัดก็ก่อกองไฟถวายพระให้คลายหนาว

บทความนี้สรุปเดือนสี่ ทั้งวันสำคัญของปี ๒๕๖๙ ประเพณี ตานข้าวใหม่ และ หิงไฟพะเจ้า คำเมืองเรื่องไฟและฟืน และวันเสียประจำเดือนตามคำของผู้เฒ่าผู้แก่

สี่
สี่
น.จำนวน ๔, เดือนสี่ - การนับเดือนทางจันทรคติ ตรงกับเดือนยี่ของกรุงเทพฯ ตรงกับเดือนสามของเชียงตุง
ดูในพจนานุกรมมรดกล้านนา →
ℹ️ ข้อมูล
เดือนสี่ ปี ๒๕๖๙ ตามปฏิทินล้านนาของมรดกล้านนา
- เริ่มเดือน: ขึ้น ๑ ค่ำ เดือนสี่ ตรงกับวันศุกร์ที่ ๘ มกราคม ๒๕๗๐
- เดือนเปง (สี่เป็ง): ขึ้น ๑๕ ค่ำ ตรงกับวันศุกร์ที่ ๒๒ มกราคม ๒๕๗๐
- สิ้นเดือน: แรม ๑๕ ค่ำ ตรงกับวันเสาร์ที่ ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๗๐ (เดือนนี้มี ๓๐ วัน)
- เดือนถัดไป: เดือนห้าเริ่มวันอาทิตย์ที่ ๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๗๐

เดือนสี่คืออะไร

คนล้านนานับ เดือน เดิอฯร (คำเมืองอ่านว่า เดือน) เร็วกว่าภาคกลาง ๒ เดือน เมื่อพ้น เดือนสาม สามฯ (คำเมืองอ่านว่า สาม) ก็ถึงเดือนสี่ พจนานุกรมอธิบายว่าเดือนสี่คือการนับเดือนทางจันทรคติที่ตรงกับเดือนยี่ของกรุงเทพฯ และตรงกับเดือนสามของเชียงตุง ที่มาของการนับแบบนี้อ่านได้ที่ เดือนเหนือ

เดือนสี่เป็นเดือนเลขคู่ พจนานุกรมเรียกเดือนเลขคู่ว่า เดือนกู้ เดิอฯรคู่ (คำเมืองอ่านว่า เดือนกู้) คือเดือน ๒, ๔, ๖, ๘, ๑๐ และ ๑๒ เดือนคู่จึงมี ๓๐ วัน ต่างจากเดือนสามที่เป็นเดือนคี่และมี ๒๙ วัน

  • ข้างขึ้นมี ๑๕ วัน คืนขึ้น ๑๕ ค่ำคือวันที่พระจันทร์เต็มดวง คำเมืองเรียกว่า เปง เพงฯ (คำเมืองอ่านว่า เปง) หรือเพ็ญ และพจนานุกรมมีคำว่า วันเดือนเป็ง วันฯเดิอฯรเพงฯ (คำเมืองอ่านว่า วันเดือนเป็ง) คือวันเดือนเพ็ญ วันขึ้น ๑๕ ค่ำ ชื่อ "สี่เป็ง" จึงหมายถึงวันเพ็ญของเดือนสี่
  • ข้างแรมของเดือนคู่มี ๑๕ วัน คืนสุดท้ายคือแรม ๑๕ ค่ำ เรียกว่า ดั๋บเต็๋ม ดัปฯเตมฯ (คำเมืองอ่านว่า ดั๋บเต็๋ม) ซึ่งพจนานุกรมระบุว่ามีเฉพาะเดือนคู่ ส่วนเดือนคี่อย่างเดือนสามจบที่แรม ๑๔ ค่ำ

วันสำคัญเดือนสี่ ๒๕๖๙

วันพระในคำเมืองเรียกว่า วันศีล วันฯสีลฯฯ (คำเมืองอ่านว่า วันศีล) พจนานุกรมแบ่งเป็น วันศีลหน้อย วันฯสีลฯฯห้นฯอฯยฯ (คำเมืองอ่านว่า วันศีลหน้อย) คือขึ้นและแรม ๘ ค่ำ กับ วันศีลหลวง วันฯสีลฯฯหลฯวฯง (คำเมืองอ่านว่า วันศีลหลวง) คือขึ้น ๑๕ ค่ำ และแรม ๑๔ ค่ำเดือนคี่ หรือแรม ๑๕ ค่ำเดือนคู่ เดือนสี่เป็นเดือนคู่ วันศีลหลวงวันสุดท้ายจึงตรงกับแรม ๑๕ ค่ำ

วันที่ วันทางจันทรคติ ความสำคัญ
ศุกร์ ๘ ม.ค. ๒๕๗๐ ขึ้น ๑ ค่ำ เดือนสี่ วันแรกของเดือนสี่
ศุกร์ ๑๕ ม.ค. ๒๕๗๐ ขึ้น ๘ ค่ำ วันศีลหน้อย
ศุกร์ ๒๒ ม.ค. ๒๕๗๐ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือนเปง (สี่เป็ง) · วันศีลหลวง
เสาร์ ๓๐ ม.ค. ๒๕๗๐ แรม ๘ ค่ำ วันศีลหน้อย
เสาร์ ๖ ก.พ. ๒๕๗๐ แรม ๑๕ ค่ำ (ดั๋บเต็๋ม) วันศีลหลวง · วันสุดท้ายของเดือนสี่

วันที่ทั้งหมดคำนวณจาก ปฏิทินล้านนาของมรดกล้านนา งานบุญของแต่ละวัดอาจจัดคนละวัน ควรถามวัดใกล้บ้านอีกครั้ง ถ้าอยากเห็นเดือนสี่ในปฏิทินทั้งปี แตะวันที่ในปฏิทินด้านล่างเพื่อดูวันทางจันทรคติของวันนั้น

สี่เป็ง: ตานข้าวใหม่

ข้าวที่ขึ้นยุ้งตั้งแต่เดือนสามจะได้ทำบุญในเดือนนี้ พจนานุกรมอธิบายคำว่า ตานเข้าใหม่ ทาฯนฯเขั้าไห่มฯ (คำเมืองอ่านว่า ตานเข้าใหม่) ว่าเป็นการ "ถวายข้าวที่เก็บเกี่ยวมาใหม่ในปีนั้น เพื่ออุทิศส่วนกุศลแด่เทวดาผู้รักษาขุนน้ำ และปู่ย่าตายายเจ้าของนาที่ตกทอดมา ถือว่าเป็นพิธีสำคัญที่ต้องทำก่อนที่จะบริโภคข้าวใหม่นั้น" คำว่า ตาน ทาฯนฯ (คำเมืองอ่านว่า ตาน) แปลว่าการให้หรือการบริจาค ตรงกับ "ทาน" ในภาษาไทย ส่วน ผีขุนน้ำ ผีขุรนาฯ (คำเมืองอ่านว่า ผีขุนน้ำ) พจนานุกรมอธิบายว่าเป็นอารักษ์ประจำต้นน้ำแต่ละสาย

งานวิจัยของ พระครูพิศาลปิยธรรม และคณะ (๒๕๖๘) ที่ศึกษาวัดในอำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา อธิบายว่าเมื่อขนข้าวขึ้นยุ้งแล้ว เจ้าของบ้านจะยังไม่ตำหรือสีข้าวนั้นมากิน จนกว่าจะได้นำไปตานข้าวใหม่ก่อน ซึ่งสอดคล้องกับธรรมเนียมใส่ เข้าพะเจ้า เขั้าระฯพเจั้า (คำเมืองอ่านว่า เข้าพะเจ้า) คือสำรับข้าวเล็ก ๆ ที่ถวายพระพุทธรูปทุกเช้า ตามคำสอนที่พจนานุกรมบันทึกไว้ว่า "บ่ดีกิ๋นก่อนตุ๊ก่อนพระ" หรืออย่ากินก่อนพระเณร

พจนานุกรมระบุว่าในวันเพ็ญเดือนสี่เหนือ ผู้คนยังถวาย ตานเข้าจี่เข้าหลาม ทาฯนฯเขั้าจี่เขั้าหลฯามฯ (คำเมืองอ่านว่า ตานเข้าจี่เข้าหลาม) หลังเก็บเกี่ยวข้าวแล้ว

คำล้านนา อักษรล้านนา ความหมาย (ตามพจนานุกรม)
เข้าจี่ เขั้าจี่ ข้าวเหนียวปั้นเป็นก้อนปิ้งไฟ
เข้าหลาม เขั้าหลฯามฯ ข้าวสารเหนียวแช่น้ำหรือกะทิ บรรจุกระบอกไม้ไผ่แล้วเผาให้สุก
ตานเข้าล้นบาตร ทาฯนฯเขั้าล้฿นฯบาฯระฯต การทำบุญหลังฤดูเก็บเกี่ยวข้าว เอาข้าวเปลือกหรือข้าวสารใส่จนท่วมบาตรเป็นกองข้าว
ดอยเงิน ดอฯเงินฯ ข้าวสารที่นำมากองรวมกันเพื่อถวายในการตานเข้าใหม่
ดอยคำ ดอฯฅำ ข้าวเปลือกที่นำมากองรวมกันเพื่อถวายในพิธีตานเข้าใหม่

พิธีทั้งชุด ตั้งแต่ขั้นตอนเช้ามืดที่วัดไปจนถึงข้าวทิพย์และดอยข้าว อ่านได้ที่ ตานข้าวใหม่ ส่วนตานเข้าใหม่ในฐานะของตานอีกแบบที่ไม่ได้ใส่ในก๋วยสลาก อ่านได้ที่ส่วน ของตานอีกแบบ: ตานเข้าใหม่ ในบทความ ของตานในงานบุญ

นับถอยหลังสู่เช้าสี่เป็งจากปฏิทินล้านนาของมรดกล้านนา

หิงไฟพะเจ้า: กองไฟของเดือนสี่

เดือนสี่เป็งเดียวกันนี้ล้านนายังมีประเพณี ตานหลัวหิงไฟพะเจ้า ทาฯนฯห฿ลฯวฯหิงฯไฟระฯพเจั้า (คำเมืองอ่านว่า ตานหลัวหิงไฟพะเจ้า) พจนานุกรมอธิบายว่าเป็นการถวายฟืนที่ใช้ก่อกองไฟในหน้าหนาว เพื่อให้พระพุทธองค์คลายหนาว จัดในวันเดือนสี่เป็ง ประมาณเดือนมกราคม เพราะอากาศหนาวมาก ศรัทธาเห็นว่าพระพุทธรูปก็คงหนาวด้วย จึงเอาท่อนฟืนมากองรวมกันเป็นเชื้อเพลิงจุดไฟรอบวิหารหรือบริเวณที่ประดิษฐานพระพุทธรูป

ทาฯนฯห฿ลฯวฯหิงฯไฟระฯพเจั้า
ตานหลัวหิงไฟพะเจ้า
ก.ถวายฟืนที่ใช้ก่อเป็นกองไฟในหน้าหนาว เพื่อที่พระเจ้า (พระพุทธองค์) จะได้คลายหนาว จัดขึ้นในเดือน ๔ เหนือ ขึ้น ๑๕ ค่ำ (เดือนสี่เป็ง) ประมาณเดือนมกราคม เพราะอากาศหนาวมาก ศรัทธาเห็นว่าพระเจ้า(พระพุทธรูป)ก็คงหนาวด้วย จึงได้เอาท่อนฟืน (หลัว) มาถวายกองรวมกันเพื่อเป็นเชื้อเพลิงจุดไฟบริเวณรอบๆวิหาร หรือบริเวณที่มีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่
ดูในพจนานุกรมมรดกล้านนา →

ประเพณีนี้ยังมีชื่อสั้นว่า หิงไฟพะเจ้า หิงฯไฟระฯพเจั้า (คำเมืองอ่านว่า หิงไฟพะเจ้า) และเรียกท่อนฟืนที่นำไปถวายว่า หลัวหิงไฟพะเจ้า ห฿ลฯวฯหิงฯไฟระฯพเจั้า (คำเมืองอ่านว่า หลัวหิงไฟพะเจ้า) บทความของกรมศิลปากร (รุ่งนภา สงวนศักดิ์ศรี) ระบุว่าเรียกอีกชื่อว่า "ประเพณีทานฟืน" จัดในวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือนสี่ทางภาคเหนือ ราวเดือนธันวาคมถึงมกราคม ฟืนที่ถวายยาวราว ๑ วา มัดละ ๑ มัด และเจ้าอาวาสเป็นผู้จุดไฟกองแรกราว ๐๔.๐๐–๐๕.๐๐ น. พร้อมตีฆ้อง ๓ ครั้ง เสียงไม้ไผ่ในกองไฟแตกดังช่วยปลุกชาวบ้านให้มาทำบุญ

เหตุผลของการก่อไฟมีสองชั้น ตามคำอธิบายของ นพดล พิมาสน ใน Sansai Discovery มหาวิทยาลัยแม่โจ้ (๒๕๖๗) คือเชื่อว่าพระพุทธเจ้ายังไม่นิพพานจึงกลัวว่าจะหนาว แต่ในทางปฏิบัติ กองไฟให้ความอบอุ่นแก่พระสงฆ์และชาวบ้านที่มาทำบุญตักบาตรยามเช้ามืด อ่านขั้นตอนและข้อห้ามของประเพณีนี้ได้ที่ ตานข้าวใหม่

⚠️ ข้อควรระวัง
หิงไฟพะเจ้าต้องเผาฟืนกองใหญ่ ซึ่งตรงกับช่วงที่ภาคเหนือมีปัญหาหมอกควัน ตามข้อมูลของ Sansai Discovery มหาวิทยาลัยแม่โจ้เคยจัดประเพณีนี้เมื่อ ๙ มกราคม ๒๕๖๓ แต่ไม่ได้จัดอีกจนถึงปี ๒๕๖๗ เพราะคำนึงถึงมลพิษทางอากาศ หลายวัดจึงปรับวิธีหรือเลือกไม่จัด ถ้าจะไปร่วมงานควรถามวัดก่อน

คำประจำเดือนสี่: หิงไฟ

ถ้าเดือนสามคือหนาวกั๋ดหนาวเย็น เดือนสี่ก็คือเดือนของ หิงไฟ หิงฯไฟ (คำเมืองอ่านว่า หิงไฟ) แปลว่าผิงไฟ รับความอุ่นจากไฟอย่างในฤดูหนาว เราขอให้เป็นคำประจำเดือนสี่

หิงฯไฟ
หิงไฟ
ก.ผิงไฟ - รับความอุ่นจากไฟ อย่างหิงไฟในฤดูหนาว
ดูในพจนานุกรมมรดกล้านนา →

คำเมืองเรื่องฟืนและไฟมีหลายคำ ทุกคำอยู่ในพจนานุกรม

คำเมือง อักษรล้านนา ความหมาย (ตามพจนานุกรม)
หลัว ห฿ลฯวฯ ฟืน ท่อนฟืน คือท่อนไม้ที่ใช้เป็นเชื้อเพลิง
ไม้หลัว ไม้ห฿ลฯวฯ ไม้ฟืน ท่อนไม้ที่ใช้เป็นเชื้อเพลิง
ก๋องหลัว กอฯงหลฯ฿วฯฯ กองฟืน
ดุ้นหลัว ดุ้รห฿ลฯวฯ ท่อนฟืน เช่นท่อนฟืนขนาดเล็กที่ใช้นึ่งข้าวทำอาหารตามบ้าน
ดังหลัว ดังฯ ก่อไฟโดยใช้ดุ้นฟืนเป็นเชื้อเพลิง
เต๋าหลัว เตัาห฿ลฯวฯ เตาที่ใช้ไม้ฟืนเป็นเชื้อเพลิง

ตอนเช้าของเดือนนี้ อากาศหนาวยังอยู่ ไทยรัฐ (๒๕๖๖) รายงานคำคาดหมายของกรมอุตุนิยมวิทยาในปีนั้นว่าช่วงหนาวเย็นที่สุดอยู่ราวต้นธันวาคมถึงปลายมกราคม บนดอยสูงบางปีอาจมี เหมยขาบ เหิมฯอฯยขาปฯ (คำเมืองอ่านว่า เหมยขาบ) ตามพจนานุกรมคือน้ำค้างที่แข็งตัวเพราะเย็นจัด คำเรียกความหนาวอื่น ๆ อ่านต่อได้ที่ เดือนสามล้านนา และ ฟ้าฝนลมคำเมือง

ผลึกน้ำค้างแข็งสีขาวเกาะบนใบไม้และกิ่งไม้แห้ง
น้ำค้างแข็ง · ภาพจากอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์
ภาพ: Yingthipc / Wikimedia Commons (CC BY-SA 3.0)
ข้าวเปลือกตากอยู่ในกระด้งไม้ไผ่ริมทุ่งนาข้าวสุกเหลือง
ข้าวใหม่ · ข้าวเปลือกตากในกระด้ง รอตานที่วัดก่อนกิน
ภาพ: Ford Stratton / Unsplash

วันเสียเดือนสี่: เสียปุ๊ดกั๋บศุ๋กร์

คนล้านนาถือ วันเสีย วันฯเสยฯ (คำเมืองอ่านว่า วันเสีย) คือวันอัปมงคลประจำแต่ละเดือน พจนานุกรมบันทึกกลอนที่ผู้เฒ่าผู้แก่ใช้ท่องจำไว้ว่า "เกี๋ยง ห้า เก้า เสียติ๊ดกั๋บจั๋น, ยี่ ห๋ก สิบ เสียอังการวันเดียว, สาม เจ็๋ด สิ๋บเอ็๋ด เสียผั๋ดกั๋บเสาร์, สี่ แปด สิ๋บสอง เสียปุ๊ดกั๋บศุ๋กร์"

ตามกลอนนี้ เดือนสี่ เดือนแปด และเดือนสิบสอง มีวันเสียคือ วันพุธ (ปุ๊ด) กับ วันศุกร์ ปี ๒๕๖๙ จึงมีวันเสียดังนี้

  • วันพุธ: ๑๓, ๒๐, ๒๗ มกราคม และ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๗๐
  • วันศุกร์: ๘, ๑๕, ๒๒, ๒๙ มกราคม และ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๗๐
ℹ️ ข้อมูล
เดือนสี่ปีนี้ วันเดือนเปงและวันศีลหน้อยวันแรกตรงกับวันศุกร์ ซึ่งเป็นวันเสียตามกลอน พจนานุกรมอธิบายว่าคนล้านนาจะดูวันดีวันเสียก่อนทำการใด ๆ ทั้งงานมงคลและอวมงคล ส่วนงานบุญที่กำหนดด้วยวันทางจันทรคติ เช่น วันศีล ย่อมตรงกับวันของเดือนนั้นเสมอ รายละเอียดเรื่องวันเสียทุกเดือนอ่านได้ที่ วันเสียล้านนา

ต่อจากเดือนสี่

เดือนห้าเริ่มวันอาทิตย์ที่ ๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๗๐ ตามปฏิทินล้านนาของมรดกล้านนา บทความเดือนห้าจะตามมา ระหว่างนี้ดูรายชื่อบทความรายเดือนทั้งชุดได้ที่ ปฏิทินล้านนา: คู่มือทั้งชุด และดูทั้งปีที่ ปฏิทินล้านนา ๒๕๗๐

สรุป

  • เดือนสี่ คือเดือน ๔ เหนือ ตรงกับเดือนยี่ภาคกลาง ปี ๒๕๖๙ ตรงกับ ๘ มกราคม ถึง ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๗๐ และมี ๓๐ วัน เพราะเป็นเดือนคู่
  • สี่เป็ง ตรงกับวันศุกร์ที่ ๒๒ มกราคม ๒๕๗๐ วันศีลของเดือนคือ ๑๕ และ ๒๒ มกราคม กับ ๓๐ มกราคม และ ๖ กุมภาพันธ์
  • ตามพจนานุกรม ตานเข้าใหม่ คือการถวายข้าวที่เก็บเกี่ยวใหม่ ต้องทำก่อนบริโภคข้าวใหม่ และมี ตานเข้าจี่เข้าหลาม ในวันเพ็ญเดือนสี่
  • ตานหลัวหิงไฟพะเจ้า คือการถวายฟืนก่อกองไฟให้พระพุทธรูปคลายหนาว คำประจำเดือนคือ หิงไฟ
  • ตามกลอนวันเสีย เดือนสี่ "เสียปุ๊ดกั๋บศุ๋กร์" คือวันพุธและวันศุกร์

ค้นคำเกี่ยวกับเดือนและวันเพิ่มเติมได้ใน พจนานุกรมมรดกล้านนา ดูวันทางจันทรคติของทุกวันได้ที่ ปฏิทินล้านนา และอ่านเดือนก่อนหน้าได้ที่ เดือนสามล้านนา

แหล่งอ้างอิง

ฝึกคำจากบทความนี้

ลองเล่นบัตรคำ 32 คำจากบทความนี้ จำคำล้านนาให้แม่นขึ้น

ค้นหาคำว่า "สี่" ในพจนานุกรมมรดกล้านนา

🎯 ทดสอบคำในบทความนี้ทายคำล้านนาจากบทความ 32 คำ จำได้แค่ไหน?

📝 ลองเขียนคำเมืองบนกระดาน แล้วแชร์ให้เพื่อน →

บทความที่เกี่ยวข้อง

ชาวนาสวมหมวกสานกำลังเกี่ยวข้าวสีทองด้วยเคียวในทุ่งนาเชิงเขา

ตานข้าวใหม่: ข้าวจี่ข้าวหลาม ดอยเงินดอยคำ และหิงไฟพระเจ้า

12 ตุลาคม 2569 ประเพณี

ตานข้าวใหม่คือประเพณีถวายข้าวที่เพิ่งเก็บเกี่ยวในวันเพ็ญเดือนสี่เหนือ รู้จักข้าวจี่ข้าวหลาม ตานข้าวล้นบาตร ดอยเงินดอยคำ และหิงไฟพระเจ้า พร้…

ชาวนาสองคนสวมหมวกแบกฟ่อนฟางข้าวเดินในนาขั้นบันไดที่เกี่ยวแล้ว อำเภอแม่วาง เชียงใหม่ ปลายเดือนธันวาคม มีกองฟางวางเรียงทั่วนา

เดือนสามล้านนา: หน้าหนาว ตีข้าว ขึ้นหลอง และวันสำคัญ

18 ตุลาคม 2569 ประเพณี

เดือนสามล้านนาคือเดือน ๓ เหนือ ตรงกับเดือนอ้ายภาคกลาง ปี ๒๕๖๙ ตรงกับ ๑๐ ธ.ค.–๗ ม.ค. อ่านวันศีล วันเสีย งานตีข้าว ขึ้นหลอง สู่ขวัญเข้า และคำ…

โคมกระดาษทรงล้านนาสีแดงและสีเหลืองแขวนเรียงกันใต้ท้องฟ้าสีครามและเมฆขาว มองจากมุมต่ำขึ้นไป

ปฏิทินล้านนา ๒๕๗๐: วันสำคัญทั้งปี วันศีล วันเสีย และยี่เป็ง

18 ตุลาคม 2569 ประเพณี

ปฏิทินล้านนา ๒๕๗๐ ครบทั้งปี เดือนเหนือแต่ละเดือนตรงกับวันที่เท่าไร วันศีล วันเสีย ปี๋ใหม่เมือง วันพญาวัน เข้าพรรษา ออกพรรษา และยี่เป็ง ๑๓ พ…

โคมกระดาษแบบล้านนาหลากสีแขวนเรียงเป็นแถวใต้ท้องฟ้าสีครามยามพลบค่ำ มีโคมสีแดง เหลือง เขียว และขาว

เดือนยี่ล้านนา: ยี่เป็ง กฐิน ลมหนาว และวันสำคัญ

17 ตุลาคม 2569 ประเพณี

เดือนยี่ล้านนาคือเดือน ๒ เหนือ ตรงกับเดือน ๑๒ ภาคกลาง ปี ๒๕๖๙ ตรงกับ ๑๐ พ.ย.–๙ ธ.ค. อ่านวันยี่เป็ง วันศีล ฤดูกฐิน วันเสีย และคำเมืองหน้าหนาว

↑

↑ ↓ เลือก · Enter เปิด · Esc ปิด