ขันบายศรีประดับดอกดาวเรือง ฝ้ายขาว กล้วย และขนม วางกลางวงผู้ร่วมพิธีสู่ขวัญที่หลวงพระบาง

ภาพ: Dalbera / Wikimedia Commons (CC BY 2.0)

ฮ้องขวัญ: เรียกขวัญแบบล้านนา ขวัญ ๓๒ และพิธีมัดมือ

ฮ้องขวัญ ร้อฯงขัวฯร (คำเมืองอ่านว่า ฮ้องขวัญ) คือ พิธีเรียกขวัญ ของคนล้านนา พจนานุกรมมรดกล้านนาอธิบายว่าเป็นการ "เชิญขวัญให้กลับมาอยู่กับตัวโดยการทำพิธี" ทุกครั้งที่มีคนตกใจ เจ็บป่วย จะเดินทางไกล หรือกำลังจะเริ่มชีวิตใหม่ ผู้เฒ่าผู้แก่ในล้านนามักจัดพิธีฮ้องขวัญ แล้ว มัดมือ ด้วยฝ้ายขาว เพื่อให้ขวัญอยู่กับเนื้อกับตัว

ร้อฯงขัวฯร
ฮ้องขวัญ
ก.เรียกขวัญ - เชิญขวัญให้กลับมาอยู่กับตัวโดยการทำพิธี; สู่ขวัญ ก็ว่า
ดูในพจนานุกรมมรดกล้านนา →

ขวัญคืออะไร

คำว่า ขวัญ ขัวฯร (คำเมืองอ่านว่า ขวัน) ในพจนานุกรมมีหลายความหมาย ความหมายแรกคือ ผมหรือขนที่เวียนเป็นก้นหอยบนศีรษะ แต่ความหมายที่เกี่ยวกับพิธีนี้คือ "สิ่งที่ไม่มีตัวตน (สภาวะอย่างวิญญาณ) สถิตอยู่ประจำชีวิตของคน สัตว์ และพืช ตั้งแต่เกิดจนถึงตาย"

ขวัญยังหมายถึง ยอดกำลังใจ หรือ มิ่งมงคล ด้วย จึงมีคำว่า ขวัญดี ขวัญเสีย และของที่ให้กันเพื่อถนอมใจก็เรียกว่า "ของขวัญ" ความหมายทั้งหมดนี้โยงกันอยู่ คือขวัญเป็นสิ่งที่ทำให้ชีวิตมั่นคง เมื่อขวัญอยู่ครบ คนก็อยู่ดีมีสุข

ขัวฯร
ขวัน
น๑.ขวัญ - ผมหรือขนที่เวียนเป็นก้นหอยบนศีรษะของคน หรือตามตัวของสัตว์ คนส่วนมากมีขวัญเดียว บ้างก็มี ๒ ขวัญ ๓ ขวัญ น๒.คนไทยโบราณเชื่อว่าทุกสิ่งทุกอย่างมีขวัญ ขวัญเป็นสิ่งที่ไม่มีตัวตน(สภาวะอย่างวิญญาณ) สถิตอยู่ประจำชีวิตของคน สัตว์ และพืช ตั้งแต่เกิดจนถึงตาย น๓.ยอดกำลังใจ,มิ่งมงคล,ความดี เช่น ขวัญดี ขวัญเสีย น๔.สิ่งของที่ให้แก่กัน เป็นการถนอมขวัญ ให้กำลังใจ หรือเพื่ออัธยาศรัยไมตรี
ดูในพจนานุกรมมรดกล้านนา →

ขวัญ ๓๒

คนล้านนาเชื่อว่าขวัญไม่ได้มีดวงเดียว สามสิบสองขวัญ สามฯสิปฯสอฯงขัวฯร (คำเมืองอ่านว่า สามสิ๋บสองขวัญ) คือขวัญที่ประจำอยู่กับอวัยวะทั้ง ๓๒ ตั้งแต่ผม ขน เล็บ ฟัน ไปจนถึงน้ำตาและน้ำลาย

รายการขวัญ ๓๒ ตามพจนานุกรม

ผม · ขน · เล็บ · ฟัน · หนัง · เนื้อ · เอ็น · กระดูก · เยื่อในกระดูก · ตับ · ปอด · หัวใจ · ม้าม · ไต · ไส้ใหญ่ · ไส้เล็ก · อาหารใหม่ · อาหารเก่า · กะโหลกศีรษะ · มันสมอง · น้ำดี · เสลด · เลือด · หนอง · เหงื่อไคล · มันข้น · เปลวมัน · น้ำตา · น้ำลาย · น้ำมูก · น้ำไขข้อ · ปัสสาวะ

พจนานุกรมหมายเหตุไว้ว่า "การพรรณนาความในการเรียกขวัญนั้น มักจะไม่เป็นไปตามนี้" เช่น ในบทเรียกขวัญจริงมักกล่าวถึง ขวัญจมูก ขวัญแขน เป็นต้น

ทำไมต้องฮ้องขวัญ

ความเชื่อพื้นฐานคือ ขวัญเคลื่อนที่ได้ เมื่อคนตกใจหรือเจอเรื่องร้าย ขวัญอาจหลุดออกจากตัว ชาวบ้านเรียกอาการนี้ว่า ขวัญหาย ขวัญหนี หรือขวัญบิน ในคำเมืองมีสำนวนว่า ขี้ห๋ดต๋ดหาย ขี้ห฿ดฯต฿ดฯหายฯ ซึ่งพจนานุกรมแปลว่า "ขวัญหนีดีฝ่อ"

งานของ สุรเชษฐ์ คูหาเลิศ และอรอุษา สุวรรณประเทศ (๒๕๖๖) ซึ่งสังเคราะห์งานวิจัยเรื่องการสู่ขวัญในภาคเหนือและอีสานตลอด ๓๐ ปี สรุปว่า ตามความเชื่อของหมอพื้นบ้านล้านนา อาการเจ็บป่วยมักเกิดจาก ขวัญใดขวัญหนึ่งหายไป เช่น หลังตกใจหรือประสบอุบัติเหตุ ครอบครัวจึงจัดพิธีเรียกขวัญให้กลับเข้าร่าง

นอกจากยามป่วยไข้ คนล้านนายังฮ้องขวัญในโอกาสสำคัญของชีวิต งานวิจัยที่บ้านเป๊าะ อำเภองาว จังหวัดลำปาง ของ ปนัดดา กล้าหาญ และตุลาภรณ์ แสนปรน (๒๕๖๓) รวบรวมบทเรียกขวัญได้ ๓ สำนวน คือ บทสู่ขวัญรักษาคนเจ็บและเพื่อเป็นสิริมงคล บท ฮ้องขวัญลูกแก้ว (ผู้จะบวชเณร) และบท สู่ขวัญบ่าวสาว

ℹ️ ข้อมูล
ใครทำพิธี: ผู้รู้ในชุมชน เช่น อาจ๋าน อาจานฯ (มัคนายก หัวหน้าผู้ทำพิธีทางศาสนา) พ่อหนาน (ผู้เคยบวชเป็นพระแล้วลาสิกขา) หรือ หมอเมือง หํมฯอฯเมิอฯง (หมอพื้นบ้านล้านนา)

เมื่อไร: ไม่มีวันตายตัวในปฏิทิน จัดตามเหตุ เช่น หลังเจ็บป่วยหรือตกใจ ก่อนเดินทางไกล งานบวช งานแต่ง หรือรับแขกบ้าน โดยมักเลือก วันดี ตามฤกษ์ยาม

ฮ้องขวัญ เฮียกขวัญ สู่ขวัญ: ชื่อเรียกที่ใช้แทนกันได้

ในพจนานุกรมมรดกล้านนา พิธีนี้มีหลายชื่อที่ความหมายเดียวกัน

คำล้านนา อักษรล้านนา ความหมาย (ตามพจนานุกรม)
ฮ้องขวัญ ร้อฯงขัวฯร เรียกขวัญ เชิญขวัญให้กลับมาอยู่กับตัวโดยการทำพิธี
เฮียกขวัญ รยฯกขัวฯร เรียกขวัญ เชิญขวัญให้เข้ามาอยู่กับตัว
สู่ขวัญ สู่ขัวฯร เรียกขวัญ เชิญขวัญให้กลับมาอยู่กับตัวโดยการทำพิธี
มัดมือตือขวัน มัดฯมืทืขัวฯร รับขวัญ สู่ขวัญ มักทำในกรณีที่บุคคลเจ็บป่วย

เฮียกขวัญ รยฯกขัวฯร (คำเมืองอ่านว่า เฮียกขวัญ) และ สู่ขวัญ สู่ขัวฯร (คำเมืองอ่านว่า สู่ขวัญ) จึงเป็นคำล้านนาเช่นกัน ส่วน มัดมือตือขวัน มัดฯมืทืขัวฯร (คำเมืองอ่านว่า มัดมือตือขวัน) เน้นที่การผูกข้อมือรับขวัญ

⚠️ ข้อควรระวัง
แหล่งข้อมูลบางแห่งแบ่งชื่อตามภาค สุรเชษฐ์ คูหาเลิศ และอรอุษา สุวรรณประเทศ (๒๕๖๖) ระบุว่า ภาคกลางเรียก "ทำขวัญ" ภาคเหนือเรียก "ฮ้องขวัญ" และอีสานเรียก "สู่ขวัญ" แต่พจนานุกรมมรดกล้านนาบันทึกว่าคนล้านนาก็ใช้คำว่า สู่ขวัญ ด้วย และงานวิจัยที่ลำปางก็ใช้ทั้งสองคำ จึงไม่ควรถือว่าคำว่าสู่ขวัญเป็นคำอีสานอย่างเดียว

ของในพิธี: ขันสะหลีและฝ้ายไหมมือ

หัวใจของพิธีคือ ขันสะหลี ขันฯระฯสี (คำเมืองอ่านว่า ขันสะหลี) หรือที่คนไทยภาคกลางเรียกว่าบายศรี พจนานุกรมอธิบายว่าเป็น "ภาชนะที่ใส่เครื่องสังเวยในการทำพิธีเรียกขวัญ หรือสังเวยเทพเจ้า" ส่วน บายสะหลี บาฯยฯระฯสี (คำเมืองอ่านว่า บายสะหลี) คือเครื่องเชิญขวัญที่ทำจากใบตองพับต่อกันเป็นชั้น ๆ ทรงสอบขึ้นไป

คำว่า สะหลี ระฯสี ในชื่อนี้ตรงกับคำว่า "ศรี" แปลว่ามิ่งขวัญ ความสง่า ความเจริญ งานวิจัยที่ลำปางพบว่าขันบายศรีมีหลายแบบ เช่น บายศรี ๕ ชั้น บายศรี ๓ ชั้น ประดับดอกไม้ ธูป และเทียน และในบทเรียกขวัญจะบรรยายของแต่ละอย่างว่ามีความหมายมงคล

อีกสิ่งที่ขาดไม่ได้คือ ฝ้ายไหมมือ ฝ้ายฯไหมฯมื (คำเมืองอ่านว่า ฝ้ายไหมมือ) ด้ายสำหรับผูกมือในพิธีเรียกขวัญหรือผูกมือคู่สมรส บางพิธียังโยง สายสิน สายฯสิญจฯน์ (สายสิญจน์) เพื่อความเป็นมงคล

ภาพด้านบนของบทความเป็นขันบายศรีในพิธีสู่ขวัญที่หลวงพระบาง ประเทศลาว พิธีเรียกขวัญเป็นความเชื่อร่วมของชาวไทหลายกลุ่ม หน้าตาของขันจึงคล้ายกับขันสะหลีของล้านนา

ขั้นตอนของพิธีฮ้องขวัญ

ผู้ทำพิธีจะอ่าน บทเรียกขวัญ ซึ่งเป็นคำประพันธ์แบบร่าย ใช้ทั้งคำเมืองและคำบาลี งานวิจัยที่บ้านเป๊าะ (ปนัดดา กล้าหาญ และตุลาภรณ์ แสนปรน, ๒๕๖๓) พบว่าบทเรียกขวัญสำหรับคนทั้ง ๓ สำนวนมีโครงสร้าง ๕ ช่วง ซึ่งเป็นลำดับของพิธีไปพร้อมกัน

  1. บทขึ้นต้น: กล่าวถึงโอกาสของพิธีและวันอันเป็นมงคล ขึ้นต้นด้วยคำบาลีที่แปลว่าวันดี และบูชาพระรัตนตรัย
  2. บทบรรยายเครื่องบายศรี: พรรณนาขันสะหลี ดอกไม้ และของกินที่เตรียมไว้ ว่าแต่ละอย่างเป็นของมงคล
  3. บทเชิญขวัญ: เรียกขวัญ ๓๒ ที่อาจหลงไปอยู่ในเมืองมนุษย์ สวรรค์ หรือเมืองบาดาล ให้กลับมาหาเจ้าของ และมากินข้าวปลาอาหารที่เตรียมไว้
  4. บทปัดเคราะห์: ปัดเสนียดจัญไร เคราะห์ร้าย และความเจ็บป่วยให้ออกไปจากตัว
  5. บทผูกขวัญ: กล่าวคำป้อนขวัญ แล้วผูกด้ายที่ข้อมือ งานวิจัยนี้บันทึกว่า ผูกมือซ้ายก่อนแล้วจึงผูกมือขวา ตามความเชื่อโบราณว่า "ขวาร้ายซ้ายดี"
มัดฯมื
มัดมือ
ก.ผูกข้อมือ - ทำพิธีรับเชิญขวัญเข้าสู่บุคคล, ผูกข้อมือแสดงกายยอมรับ อย่างมัดมือเพื่อแสดงว่ารับเอาชายหนุ่มมาเป็นลูกเขย
ดูในพจนานุกรมมรดกล้านนา →

พจนานุกรมอธิบาย มัดมือ มัดฯมื (คำเมืองอ่านว่า มัดมือ) ว่าเป็นการ "ทำพิธีรับเชิญขวัญเข้าสู่บุคคล" และยังใช้แสดงการยอมรับ เช่น มัดมือเพื่อแสดงว่ารับชายหนุ่มเข้ามาเป็นลูกเขย

ในภาพรวมของภาคเหนือและอีสาน สุรเชษฐ์ คูหาเลิศ (๒๕๕๘ อ้างใน สุรเชษฐ์ และอรอุษา, ๒๕๖๖) แบ่งการรักษาด้วยพิธีสู่ขวัญเป็น ๖ ขั้น คือ ติดต่อหมอสู่ขวัญ เตรียมอุปกรณ์ ตั้งเครื่องบูชาครู หาสาเหตุ ทำพิธีรักษา และสมนาคุณผู้ทำพิธี

ส้อนขวัญและผ่าขวัญ: พิธีขวัญแบบเฉพาะกรณี

นอกจากการฮ้องขวัญทั่วไป พจนานุกรมยังบันทึกพิธีเกี่ยวกับขวัญที่ทำในกรณีพิเศษ

ส้อนขวัญ ส้อฯรขัวฯร (คำเมืองอ่านว่า ส้อนขวัญ) คือพิธีรับขวัญโดยใช้สวิงหรือแซะ ไปตักเอาขวัญของเจ้าชาตาที่เชื่อว่าหล่นอยู่ในที่เกิดเหตุ แล้วนำไปเทใส่ร่างที่ป่วยอยู่ เช่น หลังตกน้ำหรือประสบอุบัติเหตุ

ไม่ใช่แค่คน: ขวัญข้าวและขวัญควาย

ความเชื่อว่า "ทุกสิ่งมีขวัญ" ทำให้คนล้านนาเรียกขวัญให้สิ่งที่หล่อเลี้ยงชีวิตด้วย

  • ขวัญข้าว: ขวันเข้า ขัวฯรเขั้า (คำเมืองอ่านว่า ขวันเข้า) คือมิ่งขวัญที่สถิตในต้นข้าวและเมล็ดข้าว นับถือในนาม ย่าขวัญเข้า ย่าขัวฯรเขั้า (พระแม่โพสพ) พิธี สู่ขวัญเข้า สู่ขัวฯรเขั้า คือการอัญเชิญย่าขวัญข้าวจากทุ่งนาไปไว้ในยุ้งหลังเก็บเกี่ยว และเชิญกลับไปที่นาเมื่อถึงฤดูทำนา
  • ขวัญควาย: ฮ้องขวัญควาย ร้อฯงขัวฯรฅวฯายฯ (คำเมืองอ่านว่า ฮ้องขวัญควาย) ชาวนาทำหลังเสร็จฤดูนา พจนานุกรมอธิบายว่าเป็นการขอบคุณควาย และขอสูมา (ขออโหสิ) ที่เคยดุด่าเฆี่ยนตีระหว่างไถคราด พร้อมอวยพรให้ควายแข็งแรง มีลูกดก
💡 เกร็ดความรู้
งานวิจัยที่ลำปาง (๒๕๖๓) บันทึกว่า บทสู่ขวัญควาย ในชุมชนสูญหายไปแล้ว เพราะทุกวันนี้ใช้รถไถแทนควาย บทเรียกขวัญจึงเป็นทั้งพิธีกรรมและบันทึกวิถีชีวิตของคนรุ่นก่อน

ฮ้องขวัญในวันนี้

นักวิชาการมองว่าพิธีเรียกขวัญมีคุณค่ามากกว่าความเชื่อ สุรเชษฐ์ คูหาเลิศ และอรอุษา สุวรรณประเทศ (๒๕๖๖) สรุปว่า พิธีนี้ช่วยดูแลทั้งกายและใจของผู้ป่วย ช่วยให้คนผ่านช่วงวิกฤตของชีวิต และเชื่อมคนเข้ากับครอบครัว ชุมชน และธรรมชาติ ภาษาถิ่นในบทเรียกขวัญยังเป็นเอกลักษณ์ที่บอกได้ทันทีว่าเป็นบทของกลุ่มใด

ทุกวันนี้ภาพของฝ้ายขาวที่ข้อมือยังพบได้ทั่วล้านนา ทั้งในงานบวช งานแต่ง การรับแขก และการอวยพรลูกหลานก่อนเดินทาง เป็นวิธีบอกกันอย่างอ่อนโยนว่า "ขอให้ขวัญอยู่กับเนื้อกับตัว"

สรุป

  • ฮ้องขวัญ (เฮียกขวัญ หรือสู่ขวัญ) คือพิธีเชิญขวัญให้กลับมาอยู่กับตัว
  • คนล้านนาเชื่อว่าคนมี ขวัญ ๓๒ ประจำอวัยวะ เมื่อตกใจหรือเจ็บป่วย ขวัญอาจหนีไป
  • ของสำคัญในพิธีคือ ขันสะหลี (บายศรี) และ ฝ้ายไหมมือ สำหรับมัดมือ
  • บทเรียกขวัญมี ๕ ช่วง: ขึ้นต้น บรรยายเครื่องบายศรี เชิญขวัญ ปัดเคราะห์ และผูกขวัญ
  • คนล้านนายังเรียกขวัญให้ข้าวและควาย สะท้อนความเชื่อว่าทุกสิ่งมีขวัญ

ค้นคำล้านนาเรื่องขวัญเพิ่มเติมได้ใน พจนานุกรมมรดกล้านนา และอ่านความเชื่อเรื่องผีและอารักษ์ของล้านนาได้ที่บทความ ปู่แสะย่าแสะ

แหล่งอ้างอิง

ค้นหาคำว่า "ฮ้องขวัญ" ในพจนานุกรมมรดกล้านนา

🎯 ทดสอบคำในบทความนี้ทายคำล้านนาจากบทความ 23 คำ จำได้แค่ไหน?

บทความที่เกี่ยวข้อง

ไม้ค้ำหลายสิบต้นพันผ้าสีค้ำต้นโพธิ์ใหญ่ที่เวียงกุมกาม เชียงใหม่ ตามความเชื่อเรื่องการสืบชะตา

สืบชะตา: พิธีต่ออายุคน บ้าน และเมืองของชาวล้านนา

12 ตุลาคม 2569 · ประเพณี

สืบชะตาคือพิธีต่ออายุของชาวล้านนา ทั้งสืบชะตาคน บ้าน และเมือง อ่านความหมายของไม้ค้ำ ขัว ตาแหลว ขั้นตอนพิธี และสืบชะตาเมืองเชียงใหม่

ชาวนาสวมหมวกสานกำลังเกี่ยวข้าวสีทองด้วยเคียวในทุ่งนาเชิงเขา

ตานข้าวใหม่: ข้าวจี่ข้าวหลาม ดอยเงินดอยคำ และหิงไฟพระเจ้า

12 ตุลาคม 2569 · ประเพณี

ตานข้าวใหม่คือประเพณีถวายข้าวที่เพิ่งเก็บเกี่ยวในวันเพ็ญเดือนสี่เหนือ รู้จักข้าวจี่ข้าวหลาม ตานข้าวล้นบาตร ดอยเงินดอยคำ และหิงไฟพระเจ้า พร้…

ส่างลองแต่งกายอย่างเจ้าชาย สวมเครื่องประดับศีรษะดอกไม้ ขี่คอผู้ใหญ่ในขบวนแห่ใต้ร่มทองที่เชียงใหม่

ปอยส่างลอง: งานบวชเณรของชาวไตในแผ่นดินล้านนา

12 ตุลาคม 2569 · ประเพณี

ปอยส่างลองคืองานบวชสามเณรของชาวไตหรือไทใหญ่ อ่านความหมายของคำ ตำนานเจ้าชาย ขั้นตอนแต่ละวัน ตะแป มองเซิง และเทียบกับบวชลูกแก้วของคนเมืองล้าน…

เรือนไม้ภาคเหนือหลังคาทรงสูง ใต้ถุนโล่ง ตั้งอยู่ท่ามกลางต้นไม้ ที่ศูนย์วัฒนธรรมเชียงใหม่

เลี้ยงผีปู่ย่า: ผีประจำตระกูลล้านนา ผีมด ผีเมง และผีเมือง

12 ตุลาคม 2569 · ประเพณี

เลี้ยงผีปู่ย่าคือการเซ่นไหว้ผีบรรพบุรุษประจำตระกูลของคนล้านนาที่สืบทอดทางฝ่ายหญิง รู้จักเก๊าผี หิ้งผี การผิดผี ฟ้อนผีมดผีเมง และผีเมืองผู้ค…

↑

↑ ↓ เลือก · Enter เปิด · Esc ปิด