
ภาพ: Dharmadana / Wikimedia Commons (CC BY 4.0)
เลี้ยงผีปู่ย่า: ผีประจำตระกูลล้านนา ผีมด ผีเมง และผีเมือง
เลี้ยงผีปู่ย่า ล้ยฯงผีปู่ย่า (คำเมืองอ่านว่า เลี้ยงผีปู่ย่า) คือการเซ่นไหว้ ผีบรรพบุรุษประจำตระกูล ของคนล้านนา ลูกหลานจะรวมตัวกันนำอาหารและเครื่องเซ่นมาบอกกล่าวผีปู่ย่า ขอให้ช่วยคุ้มครองคนในตระกูลให้อยู่เย็นเป็นสุข ความเชื่อนี้ผูกคนในเครือญาติไว้ด้วยกัน และยังเป็นกรอบของ "ฮีต" หรือจารีตที่ลูกหลานต้องรักษามาจนถึงวันนี้
ผีปู่ย่าคือใคร
พจนานุกรมมรดกล้านนาอธิบาย ผีปู่ย่า ผีปู่ย่า (คำเมืองอ่านว่า ผีปู่ย่า) ว่าเป็น "ผี หรือวิญญาณของบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว เป็นผีประจำตระกูลที่มีการนับถืออยู่ในวงศ์ญาติเดียวกัน" มีหน้าที่ เชื่อมความสัมพันธ์ในเครือญาติ และช่วยยุติข้อขัดแย้งในหมู่ญาติ
ผีปู่ย่าไม่ใช่ผีที่น่ากลัว แต่เป็นเหมือนผู้ใหญ่ในบ้านที่มองไม่เห็น พจนานุกรมบันทึกว่า ผู้ที่ประพฤติตนอยู่ในจารีตประเพณี ผีปู่ย่าจะช่วยให้มีความสุขความเจริญ แต่หากทำผิดประเพณี ผีปู่ย่าก็จะลงโทษ
คำที่ใช้เรียกผีของบ้านยังมีอีกหลายคำ เช่น ผีเฮือน ผีเริอฯร (คำเมืองอ่านว่า ผีเฮือน) คือผีบรรพบุรุษที่คุ้มครองคนในบ้านเรือนนั้น และ ผีบ้านผีเฮือน ผีบ้าฯนฯผีเริอฯร (คำเมืองอ่านว่า ผีบ้านผีเฮือน) คือผีบรรพบุรุษของแต่ละหลังคาเรือน
สืบผีทางฝ่ายหญิง: เก๊าผีและหิ้งผี
ลักษณะเด่นของผีปู่ย่าล้านนาคือ สืบทอดกันทางฝ่ายหญิง พจนานุกรมอธิบายว่า หากแม่ตาย ลูกสาวคนโต จะเป็นผู้รับช่วงต่อ ถ้าลูกสาวคนโตรับไม่ได้ด้วยเหตุใดก็ตาม ลูกสาวคนถัดไปจะรับแทน และไม่ว่าจะย้ายไปอยู่ที่ใด ก็ต้องรับผีปู่ย่าตามไปด้วย
บ้านของผู้รับสืบทอดนี้เรียกว่า เก๊าผี เคั้าฯฯผี (คำเมืองอ่านว่า เก๊าผี) คือ "บ้านที่เป็นสถานที่สถิตของผีตระกูลหรือผีปู่ย่า" ภายในบ้านจะมี หิ้งผี หิ้งฯผี (คำเมืองอ่านว่า หิ้งผี) หิ้งที่จัดไว้เป็นที่สถิตของวิญญาณบรรพบุรุษ
บทบาทของผู้หญิงในพิธีนี้เป็นเรื่องที่นักวิชาการให้ความสนใจ งานวิจัยของ ทิพย์พธู กฤษสุนทร และทิฆัมพร เอี่ยมเรไร (๒๕๖๖) แห่งมหาวิทยาลัยนเรศวร ศึกษาผู้หญิงล้านนากับพิธีกรรมบูชาผีปู่ย่า และพบว่าผู้หญิงทำหน้าที่ทั้งผู้ส่งสาร ตัวสาร และผู้รับสารในพิธีไปพร้อมกัน งานวิจัยยังชี้ว่า ระบบครอบครัวแบบล้านนา เป็นปัจจัยที่ส่งเสริมอำนาจของผู้หญิง ส่วนครอบครัวเดี่ยว เศรษฐกิจเงินตรา และกระแสโลกาภิวัตน์ เป็นปัจจัยที่ทำให้บทบาทนี้อ่อนลง
เลี้ยงผีปู่ย่า: เมื่อไร และทำอย่างไร
พจนานุกรมแบ่งการเลี้ยงผีปู่ย่าเป็น ๒ แบบ คือ เลี้ยงตามประเพณี ซึ่งจัดเป็นประจำทุกปี และ เลี้ยงตามเหตุการณ์ ซึ่งจัดเมื่อลูกหลานทำผิดฮีต
ที่ไหน: ที่เก๊าผี หน้าหิ้งผี ซึ่งพจนานุกรมระบุว่ามักอยู่ มุมห้องนอนด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือ
เครื่องเซ่นและขั้นตอน
- เตรียมของ: สมาชิกในตระกูลเตรียมดอกไม้ธูปเทียน น้ำขมิ้นส้มป่อย หัวหมู และ เหล้าไหไก่คู่ เหั้ลฯาไหไก่คู่ (คำเมืองอ่านว่า เหล้าไหไก่กู้) คือเหล้า ๑ ไหกับไก่ ๒ ตัว พจนานุกรมบันทึกว่าปัจจุบันใช้ขวดแทนไห
- รวมเครื่องเซ่น: ลูกหลานนำข้าว น้ำ อาหาร ของหวาน และผลไม้มาใส่ภาชนะรวมกัน วางบนโต๊ะหน้าหิ้งผี
- บอกกล่าว: ผู้รับสืบทอดเป็นประธาน กล่าวขอให้ผีปู่ย่าช่วยคุ้มครองคนในตระกูลให้มีความสุขความเจริญ
พิธีนี้คือ เลี้ยงผี ล้ยฯงผี (คำเมืองอ่านว่า เลี้ยงผี) ในความหมายของพจนานุกรม คือการนำอาหาร สุรา และเครื่องสังเวยไปให้ผี เพื่อขอให้ช่วยบันดาลให้พ้นภัย หรือทดแทนคุณตามที่ได้บนบานไว้
ผิดผี: เมื่อลูกหลานทำผิดฮีต
ผีปู่ย่าเป็นผู้ดูแล ฮีต รีตฯ (คำเมืองอ่านว่า ฮีต) หรือจารีตประเพณีของตระกูล โดยเฉพาะเรื่องการวางตัวระหว่างหญิงกับชาย คำที่คนล้านนารู้จักกันดีคือ ผิดผี ผิดฯผี (คำเมืองอ่านว่า ผิ๋ดผี)
พจนานุกรมอธิบายว่า ผิดผีคือการกระทำที่ถือเป็นการล่วงเกินหญิงสาว เช่น ล่วงล้ำเข้าไปในเขตหวงห้ามของฝ่ายหญิง ถูกเนื้อต้องตัว จับมือถือแขน เพราะชาวล้านนาแต่โบราณถือว่าผีปู่ย่าตายายเป็นผู้เฝ้ารักษาบ้านเรือนและลูกหลาน
| คำล้านนา | อักษรล้านนา | ความหมาย (ตามพจนานุกรม) |
|---|---|---|
| ผิ๋ดผี | ผิดฯผี | ทำผิดประเพณีอันถือเป็นการล่วงเกินหญิงสาว |
| ขอสูมา | ขํอฯสูมา | ขอขมาผีปู่ย่าตาทวดของฝ่ายหญิง เมื่อได้ทำการผิดผี |
| เสียผี | เสยฯผี | ถูกปรับไหมจากฝ่ายหญิง ฝ่ายชายต้องหาเครื่องเซ่นไปบอกกล่าวผีของฝ่ายหญิง |
| ใส่ผี | ไส่ผี | ให้เงินค่าไหว้ผีฝ่ายหญิง มี ๒ ประเภท คือ ใส่เอา และ ใส่บ่เอา |
ถ้าเป็นความผิดไม่ร้ายแรง พจนานุกรมบันทึกว่าให้นำดอกไม้ธูปเทียนและน้ำขมิ้นส้มป่อยใส่พานไป ขอสูมา แต่ถ้าเป็นความผิดร้ายแรง ต้องเลี้ยงผี และฝ่ายชายต้อง เสียผี ด้วยเครื่องเซ่น เช่น หัวหมู ไก่ต้ม ขนม ข้าวต้มผัด ผ้าแดง ผ้าขาว พร้อมเงินจำนวนหนึ่ง อาจเป็น ๖ บาท ๑๒ บาท หรือมากกว่านั้นตามที่ฝ่ายหญิงเรียก
ฟ้อนผีมด ผีเมง: เลี้ยงผีปู่ย่าด้วยการฟ้อน
บางตระกูลไม่ได้เลี้ยงผีปู่ย่าที่หิ้งเท่านั้น แต่จัดเป็นงานใหญ่ ปลูก ผาม ผามฯ (คำเมืองอ่านว่า ผาม) หรือปะรำชั่วคราว แล้วเชิญผีปู่ย่าลงประทับ ม้าขี่ ม้าขี่ (คำเมืองอ่านว่า ม้าขี่) คือคนทรง ให้ออกมาฟ้อนรำร่วมกับลูกหลาน พิธีนี้เรียกว่า ฟ้อนผีมด ฟ้อฯรผีม฿ดฯ (คำเมืองอ่านว่า ฟ้อนผีมด) หรือฟ้อนผีเมง ตามสายของผี
ผีมด ผีม฿ดฯ พจนานุกรมอธิบายว่าเป็นผีบรรพบุรุษ คู่กับผีเมง ทุกปีมีการเซ่นไหว้ด้วยข้าว น้ำ อาหาร ของส้มของหวาน และฟ้อนรำด้วยเครื่องแต่งกายสีฉูดฉาด เช่น เขียว แดง งานของ มาณพ มานะแซม (๒๕๔๑) อธิบายว่าสายผีมดเป็นสายผีโบราณ คำว่า "มด" หมายถึงหมอหรือผู้รู้
ผีเมง ผีเมงฯ (บางแหล่งเขียน ผีเม็ง) พจนานุกรมอธิบายว่าเป็นผีบรรพบุรุษของชนเผ่ามอญ หรืออาจเป็นของคนไทยวนก็ได้ ในพิธีจะมีกระบอกปลาร้าแขวนไว้หน้า "ปราสาท" มีการสุมไฟตั้งหม้อปรุงอาหารตลอดเวลา และผู้ฟ้อนต้องโหนผ้าทั้งตอนเริ่มและตอนเลิกฟ้อน
มาณพ มานะแซม (๒๕๔๑) อธิบายว่าเป็นสายที่เกิดจาก การแต่งงานระหว่างตระกูลผีมดกับตระกูลผีเม็ง คำนี้ยังไม่มีในพจนานุกรมมรดกล้านนา
พจนานุกรมระบุว่าการฟ้อนผีมด "มักจัดในหน้าแล้งก่อนทำนา" งานของมาณพ มานะแซม (๒๕๕๕) พบว่าพิธีฟ้อนผียังทำกันมากใน เชียงใหม่ ลำพูน และลำปาง และเครื่องแต่งกายมีจารีตที่เคร่งครัด
พิธีฟ้อนผีเป็นความเชื่อที่ยังมีชีวิตของหลายตระกูล หากได้รับเชิญไปร่วม ควรแต่งกายสุภาพ ขออนุญาตก่อนถ่ายภาพ และไม่เข้าไปในพื้นที่ของผามหรือหอผีโดยไม่ได้รับอนุญาต
เรื่องเล่าจากตระกูลผีมดในลำปาง
ณัฐภัทร์ สุรินทร์วงศ์ (๒๕๕๘) ซึ่งเกิดในตระกูลที่นับถือผีมด เขียนเล่าจากประสบการณ์ตรงว่า ผีมดต่างจากผีปู่ย่าทั่วไปตรงที่ มีลำดับชั้น นับจำนวนได้ และมีชื่อเรียก ส่วนผีปู่ย่าทั่วไปคือผู้อาวุโสในตระกูลที่ล่วงลับไปตั้งแต่รุ่นพ่อแม่ลงมา ซึ่งระบุชื่อย้อนไปไกลไม่ได้ ตระกูลที่นับถือผีมดมักเรียกผีของตนด้วยความเคารพว่า ผีปู่ย่าเจ้านาย
ในตระกูลของผู้เขียน สมัยก่อนจัดพิธีฟ้อนผีมดปีละ ๒ ครั้ง คือป๋าเวณีเดือน ๕ และเดือน ๙ ต่อมาเมื่อลูกหลานแยกย้ายไปทำมาหากิน จึงขอผีปู่ย่าเปลี่ยนเป็นสามปีฟ้อนครั้ง จนก่อน พ.ศ. ๒๕๐๐ จึงเหลือเพียงการเลี้ยงบนหอผีปู่ย่าในเดือน ๕ และเดือน ๙ ปัจจุบันจะฟ้อนเฉพาะเมื่อแก้บนเท่านั้น
มุมมองนักวิชาการ: ผีปู่ย่ากับผีเมือง
- อานันท์ กาญจนพันธุ์ (๒๕๕๕) ซึ่งณัฐภัทร์ สุรินทร์วงศ์ (๒๕๕๘) อ้างถึง สันนิษฐานว่าพิธีฟ้อนผีมดผีเม็ง แปรสภาพมาจากการเลี้ยงผีปู่ย่าของเจ้าเมือง เมื่อพิธีเลี้ยงผีเมืองถูกยกเลิกไป ลูกหลานเจ้าเมืองเชียงใหม่ ลำพูน และลำปางยังคงเลี้ยงผีปู่ย่าของตนในฐานะผีประจำตระกูล
- อมฤต หมื่นสีทา และ Kreangkrai Kirdsiri (๒๕๕๘) ศึกษา "ผามฟ้อนผี" และพบว่าผามมีหลายแบบตามสายผี เช่น ผีมด ผีเม็ง ผีมดซอนเม็ง ผีอารักษ์ และผีเจ้านาย ปัจจุบันบางแห่งใช้เต็นท์หรือผามถาวรแทนผามไม้ไผ่แบบเดิม
- กฤษณะกาญจน์ ธารารัตนะกาญจน์ และคณะ (๒๕๖๖) ศึกษาพิธีฟ้อนผีเม็งในลำพูน และพบหลักพุทธธรรม ๓ ด้านในพิธี คือ ความกตัญญู ความสามัคคี และการให้ทาน พิธีนี้ยังช่วยให้ลูกหลานไม่กระทำการผิดผี
จากผีบ้านสู่ผีเมือง
ความเชื่อเรื่องผีของล้านนาไม่ได้หยุดอยู่ที่บ้าน ผีที่ดูแลสถานที่เรียกรวมกันว่า ผีเสื้อ ผีเสิ้อฯอ (คำเมืองอ่านว่า ผีเสื้อ) ซึ่งพจนานุกรมอธิบายว่าคืออารักษ์หรือผีประจำถิ่น เช่น ผีเสื้อบ้าน ผีเสื้อดอย ผีเสื้อเมือง ผีเสื้อวัด
| คำล้านนา | อักษรล้านนา | ความหมาย (ตามพจนานุกรม) |
|---|---|---|
| ผีเสื้อบ้าน | ผีเสิ้อฯอบ้าฯนฯ | อารักษ์ประจำหมู่บ้าน คือวิญญาณของเจ้าผู้ครองบ้าน |
| หอเสื้อบ้าน | หํอฯเสิ้อฯอบ้าฯนฯ | ศาลเทพารักษ์ที่ดูแลบ้าน |
| ผีเมือง | ผีเมิอฯง | อารักษ์ประจำเมือง |
| เสื้อเมือง | เสิ้อฯอเมิอฯง | อารักษ์ที่คุ้มครองดูแลเมือง |
| ผีเจ้านาย | ผีเจั้านาฯยฯ | อารักษ์ที่เป็นบุคคลสำคัญในตำนาน ได้รับยกย่องเป็นเทวดาอารักษ์ |
พจนานุกรมบันทึกว่า ทุกปีชาวบ้านจะเซ่นไหว้ ผีเสื้อบ้าน ด้วยหัวหมู ไก่ต้มทั้งตัว เหล้าขาว เหล้าแดง และดอกไม้ธูปเทียน ในช่วงก่อนเข้าพรรษา ซึ่งตรงกับฤดูเลี้ยงผีปู่ย่าของแต่ละบ้าน เพื่อขอให้คุ้มครองคนในหมู่บ้านให้อยู่เย็นเป็นสุข
สำหรับเมืองเชียงใหม่ ผีเมืองที่สำคัญที่สุดองค์หนึ่งคือ ปู่แสะย่าแสะ ผีบรรพบุรุษของชาวลัวะ ซึ่งชาวบ้านเชิงดอยคำยังจัดพิธี "เลี้ยงดง" ทุกปี อ่านเรื่องราวทั้งหมดได้ในบทความ ปู่แสะย่าแสะ

สรุป
- ผีปู่ย่า คือผีบรรพบุรุษประจำตระกูล ทำหน้าที่ผูกเครือญาติและดูแลฮีตของบ้าน
- ผีปู่ย่า สืบทอดทางฝ่ายหญิง โดยลูกสาวคนโตรับต่อ บ้านที่สถิตเรียกว่า เก๊าผี มีหิ้งผีอยู่ในบ้าน
- การ เลี้ยงผีปู่ย่า ประจำปีมักจัดก่อนเข้าพรรษา ราวเดือน ๙ เหนือ ด้วยเหล้าไหไก่คู่ หัวหมู และอาหาร
- ถ้าลูกหลาน ผิดผี ต้องขอสูมา และฝ่ายชายต้องเสียผีให้ผีฝ่ายหญิง
- บางตระกูลเลี้ยงด้วยการ ฟ้อนผีมด ผีเมง ในผาม ส่วนระดับหมู่บ้านและเมืองมีผีเสื้อบ้านและผีเมืองคุ้มครอง
ค้นคำล้านนาเรื่องผีและความเชื่อเพิ่มเติมได้ใน พจนานุกรมมรดกล้านนา และอ่านเรื่องผีเมืองของเชียงใหม่ได้ที่บทความ ปู่แสะย่าแสะ
แหล่งอ้างอิง
- พจนานุกรมมรดกล้านนา: เลี้ยงผีปู่ย่า · ผีปู่ย่า · ผิ๋ดผี · ผีมด · ผีเมง
- กฤษณะกาญจน์ ธารารัตนะกาญจน์, อินทร์วงค์ อิสฺสรภาณี และไพรินทร์ ณ วันนา. (๒๕๖๖). ศึกษาหลักพุทธธรรมที่ปรากฏในพิธีกรรมการฟ้อนผีในล้านนา. วารสารปัญญา ๓๐(๑) (อ้างถึง มาณพ มานะแซม, ๒๕๔๑)
- ณัฐภัทร์ สุรินทร์วงศ์. (๒๕๕๘). ผีปู่ย่าประจำตระกูลกับพิธีกรรมฟ้อนผีมดในทัศนะแบบเอสโซเทริค. มนุษยศาสตร์สังคมศาสตร์ปริทัศน์ ๓(๒) (อ้างถึง อานันท์ กาญจนพันธุ์, ๒๕๕๕)
- ทิพย์พธู กฤษสุนทร และทิฆัมพร เอี่ยมเรไร. (๒๕๖๖). อำนาจและปัจจัยที่ส่งผลต่อการดำรงอยู่ของผู้หญิงล้านนา ในพื้นที่สื่อพิธีกรรมบูชาบรรพบุรุษ (ผีปู่ย่า). วารสารสันติศึกษาปริทรรศน์ มจร ๑๑(๒)
- ทิพย์พธู กฤษสุนทร และทิฆัมพร เอี่ยมเรไร. (๒๕๖๖). การสื่อสารของผู้หญิงล้านนาเพื่อเสริมสร้างอำนาจ ในสื่อพิธีกรรมบูชาบรรพบุรุษ (ผีปู่ย่า). วารสารสันติศึกษาปริทรรศน์ มจร ๑๑(๓)
- มาณพ มานะแซม. (๒๕๕๕). รูปแบบเครื่องแต่งกายในพิธีกรรมฟ้อนผีของชาวล้านนา. วารสารวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ๓(๒)
- อมฤต หมื่นสีทา และ Kreangkrai Kirdsiri. (๒๕๕๘). "ผามฟ้อนผี" เวทีแห่งพิธีกรรมความเชื่อ กับการปรับตัวในบริบทสังคมร่วมสมัย. NAJUA: Architecture, Design and Built Environment ๒๙
ค้นหาคำว่า "เลี้ยงผีปู่ย่า" ในพจนานุกรมมรดกล้านนา
🎯 ทดสอบคำในบทความนี้ทายคำล้านนาจากบทความ 25 คำ จำได้แค่ไหน?


