คัมภีร์ใบลานจารอักษรด้วยเหล็กจาร วางบนผ้าห่อคัมภีร์ มีไม้ประกับลงรักปิดทองประกบบนและล่าง

ภาพ: Wellcome Collection / Wikimedia Commons (CC BY 4.0)

ปั๊บสาและใบลาน: สมุดและคัมภีร์ที่บันทึกวรรณกรรมล้านนา

ปั๊บสา พัปฯสา (คำเมืองอ่านว่า ปั๊บสา) คือสมุดที่ทำจากกระดาษสา และ ใบลาน ไบลานฯ (คำเมืองอ่านว่า ใบลาน) คือใบของต้นลานที่ใช้จารคัมภีร์ ทั้งสองอย่างเป็น "หนังสือ" ของคนล้านนามาหลายร้อยปี ตำนาน ชาดก ค่าว ตำรายา และโหราศาสตร์ที่เรายังอ่านได้ทุกวันนี้ ล้วนรอดมาถึงเราผ่านปั๊บสาและใบลาน

พัปฯสา
ปั๊บสา
ก.สมุดหรือหนังสือที่ทำด้วยกระดาษสา เช่นตำราหรือคัมภีร์ต่างๆ; ปั๊บหนังสา ก็ว่า
ดูในพจนานุกรมมรดกล้านนา →

ปั๊บสาคืออะไร

พจนานุกรมมรดกล้านนาอธิบายว่า ปั๊บสา คือ "สมุดหรือหนังสือที่ทำด้วยกระดาษสา เช่นตำราหรือคัมภีร์ต่างๆ" และบอกว่าเรียกอีกอย่างว่า ปั๊บหนังสา คำว่า ปั๊บ พัปฯ หมายถึง "สมุดที่พับเป็นชั้นๆ อย่างสมุดข่อย" ส่วน หนังสา หันฯงสา คือกระดาษที่ทำจากเปลือกต้นปอสาหรือต้นกระสา ซึ่งภาษาไทยกลางเรียกว่า กระดาษสา ระฯกดาษฯฯสา

ปั๊บสาจึงมีหน้าตาคล้ายสมุดข่อยของภาคกลาง คือกระดาษแผ่นยาวพับทบไปมาเป็นชั้น ๆ คำล้านนายังมีชื่อเรียกส่วนต่าง ๆ ของสมุดไว้ด้วย เช่น

คำล้านนา อักษรล้านนา ความหมาย (ตามพจนานุกรม)
หน้าปั๊บเก๊า ห้นฯาพัปฯเคั้าฯ ปกหน้า
หน้าปั๊บป๋าย ห้นฯาพัปฯปลฯายฯ ปกหลัง
ตั๋วฮ่าย ต฿วฯร่ายฯ สำเนา คัมภีร์ฉบับคัดลอก
💡 เกร็ดความรู้
คำว่า ปั๊บ ในคำเมืองใช้กว้างกว่า "พับ" ของภาษาไทยกลาง พจนานุกรมบอกว่า "โดยปริยายใช้เรียกทั้งหนังสือและสมุด" คนล้านนารุ่นก่อนจึงอาจเรียกหนังสือทั่วไปว่าปั๊บได้เลย

ใบลาน: จากต้นลานสู่คัมภีร์

ต้นลาน ต้฿นฯลานฯ เป็นไม้ยืนต้นคล้ายต้นตาล พจนานุกรมบันทึกว่าเป็น "พันธุ์ไม้ที่มีใบใหญ่ที่สุดในโลก" และใบของมันใช้จารคัมภีร์ธรรม ทำพัด หมวก กล่องข้าว ไปจนถึงของเล่นเด็ก คัมภีร์ที่จารลงบนใบลานเรียกว่า ธรรมใบลาน ธัม์มฯไบลานฯ (คำเมืองอ่านว่า ธรรมใบลาน)

การเตรียมใบลานก่อนจารเป็นงานที่ใช้เวลานาน บทความของ Chiang Mai CityLife (๒๕๕๙) เล่าว่าการตัดและบ่มใบลานให้พร้อมจารมักใช้เวลา หลายสัปดาห์จนถึงหลายเดือน ใบลานแต่ละขนาดยังมีชื่อเรียกตามจำนวนบรรทัดต่อหน้า เช่น

  • ลานห้า ลานฯห้า ใบลานที่จารได้หน้าละ ๕ บรรทัด
  • ลานหก ลานฯห฿กฯ ใบลานที่จารได้หน้าละ ๖ บรรทัด
ไบลานฯ
ใบลาน
น.ใบของต้นลาน ใช้จารคัมภีร์ต่างๆ ทำเครื่องใช้ และของเด็กเล่น
ดูในพจนานุกรมมรดกล้านนา →

การจาร: เขียนด้วยเหล็ก ไม่ใช่ด้วยหมึก

คนล้านนาไม่ได้ "เขียน" ใบลาน แต่ จาร จารฯ (คำเมืองอ่านว่า จ๋าร) ซึ่งพจนานุกรมอธิบายว่า "ใช้เหล็กปลายแหลมเขียนหนังสือ ลวดลาย หรือรอยลึกลงบนใบลานหรือศิลา" เครื่องมือนี้เรียกว่า เหล็กจาร เหัลฯกจารฯ (คำเมืองอ่านว่า เหล็๋กจ๋าร) คือเหล็กกล้าปลายแหลมมีด้าม ผู้จารจะวางต้นฉบับไว้บน ค้างเขียนธรรม ค้าฯงฯขยฯรธัม์มฯ (อ่านว่า ก๊างเขียนธรรม) ซึ่งเป็นแท่นวางต้นฉบับสำหรับจารใบลาน

ตัวอักษรที่จารคือ ตั๋วเมือง ต฿วฯเมิอฯง หรืออักษรธรรมล้านนา พจนานุกรมบันทึกว่าใช้ทั้งทางธรรม เช่นคัมภีร์ธรรมใบลานและปั๊บสา และทางโลก เช่นวรรณกรรม ไสยศาสตร์ โหราศาสตร์ และตำรายา ตัวเลขในคัมภีร์ก็มีรูปเฉพาะ เรียกว่า เลขในธรรม เลขฯในธัม์มฯ(๐๑๒๓๔๕๖๗๘๙)

ผู้จารกดเหล็กจารลงบนเนื้อใบลานให้เป็นรอยลึก รอยที่ได้ในตอนแรกเป็นสีขาวจาง ๆ ยังอ่านไม่ค่อยออก

ℹ️ ข้อมูล
ขั้นตอน "ลบใบลาน" ข้างต้นมาจากสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ ซึ่งอธิบายวิธีของไทยโดยรวม ไม่ได้ระบุว่าเป็นวิธีเฉพาะของล้านนา ช่างจารแต่ละท้องถิ่นอาจใช้วัสดุต่างกันไป

ผูก สายสยอง และไม้ประกับ

ใบลานที่จารเสร็จแล้วจะร้อยรวมกันเป็นชุด พจนานุกรมมรดกล้านนาเรียกส่วนประกอบเหล่านี้ไว้ครบ

คำล้านนา อักษรล้านนา ความหมาย (ตามพจนานุกรม)
ผูก ผูก คำเรียกคัมภีร์ใบลานหลายใบที่เป็นชุด ร้อยรวมกันไว้ด้วยสายสยอง
สายสยอง สายฯสๆยฯอฯง สายเชือกร้อยคัมภีร์ใบลานให้เป็นผูก (สายสนอง ก็ว่า)
ไม้ประกับ ไม้ระฯบกัปฯ ไม้ประกบข้างคัมภีร์ใบลาน เพื่อมิให้ใบลานงอหรือหักง่าย
ไม้บัญชัก ไม้บัญัชฯก ไม้จารึกชื่อคัมภีร์ใบลาน กำกับห่อคัมภีร์ (ไม้หลาบ ก็ว่า)
ก๋ำปีธัมม์ กัมีภฯร์ธัม์มฯ อุปกรณ์ที่ใช้หุ้มห่อคัมภีร์ใบลาน
หีดธรรม หีดฯธัม์มฯ หีบบรรจุคัมภีร์ มักทารักหรือชาดและทำลวดลายประดับ

ภาพประกอบบทความนี้แสดงคัมภีร์ใบลานที่มีไม้ประกับลงรักปิดทองและผ้าห่อคัมภีร์ แต่ภาพนั้นเป็นคัมภีร์ของไทยสมัยครึ่งแรกของคริสต์ศตวรรษที่ ๑๙ ตามข้อมูลของ Wellcome Collection ซึ่งไม่ได้ระบุว่าเป็นฉบับล้านนา

หอธรรม: บ้านของคัมภีร์

หอธรรม หํอฯธัม์มฯ (คำเมืองอ่านว่า หอธรรม) คือหอพระไตรปิฎก หรืออาคารที่เก็บคัมภีร์ใบลานในวัด ภาษาไทยกลางมักเรียกว่าหอไตร

หํอฯธัม์มฯ
หอธรรม
น.หอพระไตรปิฎก,อาคารที่เก็บคัมภีร์ใบลาน
ดูในพจนานุกรมมรดกล้านนา →

การถวายคัมภีร์ให้วัดเป็นบุญใหญ่ของคนล้านนา เรียกว่า ตานธรรม ทาฯนฯธัม์มฯ (คำเมืองอ่านว่า ตานธรรม) คือ "ถวายคัมภีร์ใบลานไว้กับวัด" คัมภีร์จึงสะสมอยู่ในหอธรรมของวัดต่าง ๆ ทั่วภาคเหนือ และวัดก็เป็นที่เรียนหนังสือของเด็ก ๆ ด้วย พจนานุกรมเล่าไว้ในคำว่า ขะโยม ขโย฿มฯ (ศิษย์วัด) ว่าเด็กที่ฝากตัวเป็นศิษย์วัด "ขั้นแรกจะต้องเรียนอักษรล้านนาตั๋วเมือง จนอ่านออกเขียนได้ เพื่อใช้ในการท่องบทสวดมนต์ และอ่านคัมภีร์ใบลาน"

ในบทบรรยายของ ดร.ดิเรก อินจันทร์ แห่งมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ (๒๕๖๘) ใบลานและปั๊บสามีหน้าที่ต่างกัน

  • คัมภีร์ใบลานฉบับยาว ส่วนใหญ่บันทึกคำสอนทางพุทธศาสนา และเก็บไว้ในวัด
  • ใบลานฉบับสั้นและปั๊บสา มักบันทึกบทสวดในพิธีกรรม โหราศาสตร์ ตำรายา และความรู้อื่น ๆ ถือเป็นสมบัติส่วนตัว จึงพบได้ทั้งในวัดและตามบ้าน

บันทึกท้ายคัมภีร์: เสียงของผู้จาร

ท้ายคัมภีร์ใบลานหลายผูกมีข้อความสั้น ๆ ที่ผู้จารเขียนไว้ บอกว่าจารเมื่อไร ที่ไหน ใครเป็นผู้จาร และจารเพื่ออะไร พระอัมรินทร์ สนฺติธมฺโม และคณะ (๒๕๖๖) ศึกษาบันทึกท้ายคัมภีร์ใบลาน ๘ ฉบับจาก วัดดวงดี เชียงใหม่ ซึ่งจารระหว่าง พ.ศ. ๒๓๔๓–๒๓๕๘ ในยุคพระเจ้ากาวิละ และพบเรื่องน่าสนใจหลายข้อ

  • จารตอนกลางวัน: บันทึกระบุช่วงเวลาตามยามแบบล้านนา เช่น "ยามตูดเช้า" (ราว ๖–๗ โมงเช้า) ไปจนถึง "ยามแลงลงหาค่ำ" (ราวบ่าย ๓–๔ โมง) ไม่พบการจารตอนกลางคืน ผู้วิจัยสันนิษฐานว่าเป็นเพราะแสงไม่พอ
  • จารกันเป็นคณะ: มีพระภิกษุผู้มีสมณศักดิ์เป็นหัวหน้า และพุทธบริษัทช่วยกันจารและอุปถัมภ์
  • คำอธิษฐาน: เช่น "สร้างไว้ค้ำชูพระพุทธศาสนาตราบ ๕,๐๐๐ พระวัสสา … และตราบเท่าอายุลาน"
  • ความถ่อมตน: ผู้จารบางคนขอให้ผู้อ่านอภัยในลายมือ เช่น "จารไม่สวยให้พิจารณาดู"
💡 เกร็ดความรู้
คำว่า หมื่นหนังสือ หื่มฯรหันฯงสื ในพจนานุกรมหมายถึงอาลักษณ์ ผู้ทำหน้าที่ทางหนังสือในราชสำนัก พจนานุกรมยกตัวอย่างพระยาพรหมโวหาร กวีเอกแห่งล้านนา ซึ่งเป็นอาลักษณ์ของเจ้าหลวงนครลำปาง

การอนุรักษ์และคลังดิจิทัล

คัมภีร์ใบลานจำนวนมากเสียหายไปตามกาลเวลา บทความของ Chiang Mai CityLife (๒๕๕๙) ระบุภัยหลัก ได้แก่ ไฟไหม้วัด ปลวก การขาดการดูแล และคัมภีร์ที่ถูกยืมไปคัดลอกแล้วไม่ได้คืน บทความเดียวกันรายงานว่า คัมภีร์ราว ๔,๒๐๐ รายการที่ถ่ายไมโครฟิล์มจาก ๕๓ วันในช่วง พ.ศ. ๒๕๓๐–๒๕๓๔ สูญหายไปแล้วราวครึ่งหนึ่ง

งานสำรวจคัมภีร์ภาคเหนือมีมาต่อเนื่องหลายสิบปี เอกสารประกอบการบรรยายของ ดร.ดิเรก อินจันทร์ (๒๕๖๘) สรุปไว้ดังนี้

ลำดับงานสำรวจคัมภีร์ภาคเหนือ
  • พ.ศ. ๒๕๑๔–๒๕๑๗ ฮารัลด์ ฮุนดิอุส (Harald Hundius) และสิงฆะ วรรณสัย
  • พ.ศ. ๒๕๑๘ สมหมาย เปรมจิตต์
  • พ.ศ. ๒๕๑๘–๒๕๒๑ สยามสมาคมในพระบรมราชูปถัมภ์
  • พ.ศ. ๒๕๑๙–๒๕๒๑ หอสมุดแห่งชาติ
  • พ.ศ. ๒๕๒๒–๒๕๓๓ สถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ทำทะเบียนคัมภีร์ตามวัดทั่วภาคเหนือ และถ่ายไมโครฟิล์มบางส่วน
  • พ.ศ. ๒๕๓๐–๒๕๓๔ สำนักส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงการต่างประเทศเยอรมนี
  • ปัจจุบัน หลายหน่วยงานยังคงสำรวจ อนุรักษ์ และถ่ายภาพดิจิทัลต่อไป

ไมโครฟิล์มและภาพถ่ายเหล่านี้กลายเป็น คลังคัมภีร์ดิจิทัลภาคเหนือ (Digital Library of Northern Thai Manuscripts) ที่เปิดให้ทุกคนเข้าชมได้ทางออนไลน์ บล็อกของห้องสมุด SOAS (๒๕๕๙) รายงานว่าในช่วงเปิดตัวมีภาพคัมภีร์มากกว่า ๔,๒๐๐ รายการ โดยความร่วมมือของมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย หอสมุดแห่งชาติลาว และใช้ไมโครฟิล์มจากโครงการอนุรักษ์คัมภีร์ภาคเหนือโดยได้รับอนุญาตจากหอสมุดมหาวิทยาลัยเชียงใหม่

ภาพไมโครฟิล์มขาวดำของคัมภีร์ใบลานล้านนา เรียงเป็นแถวหลายใบ
ภาพจากไมโครฟิล์มคัมภีร์ "เสั้นธัมมเมืองละแหง" ในคลังคัมภีร์ดิจิทัลภาคเหนือ ภาษาบาลีและล้านนา · ภาพ: Harald Hundius in collaboration with the National Library of Laos / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0)

ชุมชนเองก็ดูแลคัมภีร์ของตนด้วย งานวิจัยของ พระมหาฉัตรเทพ พุทฺธชาโต (๒๕๖๓) ศึกษาการอนุรักษ์ที่ วัดสูงเม่น จังหวัดแพร่ ซึ่งงานวิจัยระบุว่ามีคัมภีร์ใบลานจำนวนมากที่สุดแห่งหนึ่ง ขั้นตอนอนุรักษ์ได้แก่ สำรวจ ทำความสะอาด จัดหมวดหมู่ ลงทะเบียน ถ่ายภาพดิจิทัล ห่อผ้า และติดป้ายรหัสคัมภีร์ งานวิจัยยังอ้างงานของพระมหาสุทิตย์ อาภากโร และคณะ (๒๕๕๘) ว่า ประเพณีตากธรรม ที่ชาวบ้านช่วยกันนำคัมภีร์ออกมาผึ่ง เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้วัดสูงเม่นรักษาคัมภีร์ไว้ได้มาก

⚠️ ข้อควรระวัง
งานวิจัยเดียวกันอ้างเอกสารของสถาบันอนุรักษ์คัมภีร์ใบลาน วัดสูงเม่น (๒๕๕๙) ว่าการจารพระไตรปิฎกลงใบลาน "เป็นครั้งแรกของประเทศไทย" เกิดขึ้นใน พ.ศ. ๒๐๒๐ สมัยพระเจ้าติโลกราช ที่วัดโพธารามมหาวิหาร (วัดเจ็ดยอด) ข้อความนี้เป็นการอ้างต่อจากแหล่งเดียว ผู้อ่านที่ต้องการอ้างอิงควรตรวจกับเอกสารชั้นต้นอีกครั้ง

สรุป

  • ปั๊บสา คือสมุดพับทำจากกระดาษสา ส่วน ใบลาน คือใบของต้นลานที่ใช้จารคัมภีร์ ร้อยเป็น ผูก ด้วย สายสยอง และประกบด้วย ไม้ประกับ
  • ใบลานไม่ได้เขียนด้วยหมึก แต่ จาร ด้วยเหล็กจาร แล้วลบด้วยเขม่าให้ตัวอักษรเป็นสีดำ
  • คัมภีร์ฉบับยาวมักเป็นคำสอนและเก็บใน หอธรรม ส่วนปั๊บสาและใบลานฉบับสั้นมักเป็นตำราส่วนตัว
  • บันทึกท้ายคัมภีร์ เล่าเวลา สถานที่ และคำอธิษฐานของผู้จาร
  • คัมภีร์ภาคเหนือหลายพันรายการได้รับการถ่ายภาพไว้ใน คลังคัมภีร์ดิจิทัลภาคเหนือ แต่ฉบับจริงจำนวนมากก็สูญหายไปแล้ว

ค้นคำเกี่ยวกับคัมภีร์และการจารเพิ่มเติมได้ใน พจนานุกรมมรดกล้านนา และอ่านประเพณีที่ใช้คัมภีร์ใบลานโดยตรงได้ในบทความ ตั้งธรรมหลวง

แหล่งอ้างอิง

ค้นหาคำว่า "ปั๊บสา" ในพจนานุกรมมรดกล้านนา

🎯 ทดสอบคำในบทความนี้ทายคำล้านนาจากบทความ 27 คำ จำได้แค่ไหน?

บทความที่เกี่ยวข้อง

อนุสาวรีย์สามกษัตริย์กลางเมืองเชียงใหม่ พญามังรายยืนตรงกลางระหว่างพญางำเมืองและพ่อขุนรามคำแหง

ตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่: พงศาวดารใบลานของเมืองเชียงใหม่

31 มกราคม 2569 · วรรณกรรม

ตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่คือพงศาวดารใบลานอักษรธรรมที่เล่าประวัติเมืองเชียงใหม่และล้านนา อ่านความหมายของชื่อ ต้นฉบับ ฉบับพิมพ์สำคัญ และวิธีที่…

วิหารสีขาวหลังคาซ้อนชั้นและเจดีย์ของวัดป่าแดง เชียงใหม่ ตั้งอยู่บนลานดินกลางร่มไม้

ชินกาลมาลีปกรณ์: คัมภีร์บาลีที่เล่าพุทธศาสนาในล้านนา

18 มีนาคม 2569 · วรรณกรรม

ชินกาลมาลีปกรณ์คือคัมภีร์ภาษาบาลีที่พระรัตนปัญญาเถระแต่งที่วัดป่าแดง เชียงใหม่ อ่านความหมายของชื่อ เนื้อหา ฉบับแปล และคุณค่าในฐานะหลักฐานปร…

วัดเชียงมั่น เชียงใหม่ วิหารหน้าบันปิดทองกับเจดีย์ที่มีรูปช้างล้อมรอบฐาน ใต้ท้องฟ้าสีคราม

มังรายศาสตร์: กฎหมายเก่าแก่ที่สุดของล้านนาในคัมภีร์ใบลาน

4 พฤษภาคม 2569 · วรรณกรรม

มังรายศาสตร์คือกฎหมายเก่าแก่ที่สุดของล้านนาที่อ้างพระนามพญามังราย อ่านที่มา ฉบับใบลานที่พบ ข้อถกเถียงเรื่องอายุ ตัวอย่างบทบัญญัติ และคำล้าน…

หอไตรวัดพระสิงห์ เชียงใหม่ อาคารเก็บคัมภีร์ใบลานแบบล้านนา ตั้งอยู่บนฐานสูงประดับปูนปั้น

ค่าว: คำประพันธ์ร้อยสัมผัสของล้านนา ค่าวซอ และค่าวฮ่ำ

30 ตุลาคม 2568 · วรรณกรรม

ค่าวคือคำประพันธ์ล้านนาที่ร้อยสัมผัสต่อกันเหมือนห่วงโซ่ รู้จักค่าวซอ ค่าวฮ่ำ ค่าวก้อม ฉันทลักษณ์ "สามตัวเหลียว เจ็ดตัวเทียว" และค่าวสี่บทขอ…

↑

↑ ↓ เลือก · Enter เปิด · Esc ปิด