วิหารวัดนันทาราม อำเภอเมืองเชียงใหม่ ศูนย์กลางของชุมชนชาวไทขึนผู้ทำเครื่องเขิน

ภาพ: Dharmadana / Wikimedia Commons (CC BY 4.0)

เครื่องเขิน: เครื่องรักของชาวไทขึน บ้านนันทาราม เชียงใหม่

เครื่องเขิน เระฯคิอฯงเขินฯ (คำเมืองอ่านว่า เคื่องเขิน) คือภาชนะเครื่องใช้ของล้านนาที่ขึ้นรูปด้วยไม้ไผ่สาน แล้วทาด้วยยางรักจนเรียบเงา ชื่อนี้มาจากชาว ไทขึน ผู้ถูกกวาดต้อนจากเมืองเชียงตุงมาตั้งถิ่นฐานที่ชุมชนวัดนันทาราม เชียงใหม่ เครื่องเขินจึงเป็นทั้งงานช่างที่งดงาม และเป็นเรื่องเล่าของการโยกย้ายผู้คนในประวัติศาสตร์ล้านนา

เระฯคิอฯงเขินฯ
เคื่องเขิน
น.ภาชนะเครื่องใช้ที่ทำจากไม้ไผ่สาน นำมาขัด แล้วทาด้วยรักสีดำ ตกแต่งลวดลายด้วยเปลือกหอยมุก ทองคำเปลว เงินเปลว ให้เกิดลวดลายที่สวยงาม
ดูในพจนานุกรมมรดกล้านนา →

เครื่องเขินคืออะไร

พจนานุกรมมรดกล้านนาอธิบายว่าเครื่องเขินคือ "ภาชนะเครื่องใช้ที่ทำจากไม้ไผ่สาน นำมาขัด แล้วทาด้วยรักสีดำ ตกแต่งลวดลายด้วยเปลือกหอยมุก ทองคำเปลว เงินเปลว ให้เกิดลวดลายที่สวยงาม"

หัวใจของงานคือ น้ำฮัก นาฯรักฯ (คำเมืองอ่านว่า น้ำฮัก) หรือยางของต้นรัก ซึ่งพจนานุกรมบันทึกว่า "มีลักษณะใส เป็นพิษ" ใช้ผสมกับเขม่าหรือชาด แล้วทาลงพื้นภาชนะ การทาน้ำรักเคลือบผิวนี้คนเมืองเรียกว่า ลงฮัก ล฿งฯรักฯ (คำเมืองอ่านว่า ลงฮัก)

นาฯรักฯ
น้ำฮัก
น.น้ำยางของต้นรัก มีลักษณะใส เป็นพิษ ผสมกับเขม่า ฝุ่นดำ หรือชาด เป็นต้นใช้ทาหรือลงพื้นภาชนะหรือสิ่งของที่เรียกว่า "ลงรัก" ก่อนที่จะปิดทอง เรียกรวมกันว่า "ลงรักปิดทอง"
ดูในพจนานุกรมมรดกล้านนา →
💡 เกร็ดความรู้
คนเมืองแต่เดิมไม่ได้เรียกงานชนิดนี้ว่า "เครื่องเขิน" งานวิจัยของ ตระกูลพันธ์ พัชรเมธา (๒๕๖๒) ระบุว่าคำนี้น่าจะบัญญัติขึ้นโดยคนไทยภาคกลางและข้าราชการที่ขึ้นมาประจำภาคเหนือเมื่อราว ๑๐๐ ปีก่อน ส่วนคำพื้นถิ่นที่ใกล้เคียงที่สุดคือวลี "คัวฮักคัวหาง" หมายถึงเครื่องใช้ที่เคลือบด้วยรักและชาด

ชื่อ "เขิน" มาจากไหน

คำว่า เขิน เขินฯ (คำเมืองอ่านว่า เขิน) ในพจนานุกรมมีความหมายแรกว่า "เรียกคนไตที่อยู่ในเชียงตุงว่า ไตเขิน หรือ ไตขึน" ส่วน คนไตขึน ฅ฿นฯไทขึนฯ (คำเมืองอ่านว่า คนไตขึน) คือ "คนเชื้อชาติตระกูลไทที่อาศัยอยู่บนที่ราบลุ่มแม่น้ำขึน นครเชียงตุง รัฐฉาน" ซึ่งมีภาษาพูดและภาษาเขียนคล้ายคนล้านนา

ชื่อ ขึน หรือ ขืน มาจากแม่น้ำที่ไหลผ่านเมือง เชียงตุง ชยฯงตุง (คำเมืองอ่านว่า เจียงตุ๋ง) พจนานุกรมอธิบายว่าแม่น้ำสายนี้ "ไหลจากทิศใต้ไปเหนือ" สวนทางกับแม่น้ำส่วนใหญ่ งานวิจัยทั้งสองชิ้นที่ใช้ในบทความนี้ก็อธิบายตรงกันว่า "ขืน" แปลว่า ย้อนขึ้น หรือฝืน เพราะแม่น้ำไหลขึ้นทางเหนือก่อนจะไปรวมกับแม่น้ำโขง

ฅ฿นฯไทขึนฯ
คนไตขึน
น.คนเชื้อชาติตระกูลไทที่อาศัยอยู่บนที่ราบลุ่มแม่น้ำขึน นครเชียงตุง รัฐฉาน ประเทศเมียนม่าร์ มีภาษาพูดและภาษาเขียน คล้ายกับคนไทยในล้านนา; คนไตเขินก็ว่า; ดู...เขิน
ดูในพจนานุกรมมรดกล้านนา →

จากเชียงตุงสู่บ้านนันทาราม

เมื่อ พระเจ้ากาวิละ ฟื้นฟูเมืองเชียงใหม่หลังยุคสงคราม บ้านเมืองขาดแคลนผู้คน จึงเกิดยุคที่เรียกว่า เก็บผักใส่ซ้า เก็บข้าใส่เมือง เกัปฯผักฯไส่ซ้าเกัปฯข้าไส่เมิอฯง (คำเมืองอ่านว่า เก๋บผั๋กใส่ซ้าเก๋บข้าใส่เมือง) พจนานุกรมอธิบายว่าเป็นช่วงที่รวบรวมผู้คนกลับเข้าเมือง และกวาดต้อนชาวไทลื้อ ไทขึน และไทใหญ่ จากสิบสองพันนาและเชียงตุงมาตั้งถิ่นฐานในเมืองเชียงใหม่

ในกลุ่มคนเหล่านั้นมีช่างไทขึนผู้ชำนาญงานเครื่องรัก งานวิจัยของ ตระกูลพันธ์ พัชรเมธา (๒๕๖๒) ระบุว่าชาวไทขึนได้รับพื้นที่อยู่ระหว่างกำแพงเมืองชั้นในกับชั้นนอกด้านทิศใต้ คือบริเวณ ชุมชนวัดนันทาราม ตำบลหายยา อำเภอเมืองเชียงใหม่ ในปัจจุบัน ชื่อ "เครื่องเขิน" จึงหมายถึงภาชนะเครื่องใช้ของชาวเขินนั่นเอง

ℹ️ ข้อมูล
ปีที่พระเจ้ากาวิละเริ่มฟื้นเมือง: แหล่งข้อมูลระบุไม่ตรงกัน พจนานุกรมมรดกล้านนา (คำว่า เก็บผักใส่ซ้า) ระบุ พ.ศ. ๒๓๒๓ ส่วนงานวิจัยทั้งสองชิ้นอ้างหนังสือของ ไกรศรี นิมมานเหมินทร์ และ สรัสวดี อ๋องสกุล ว่าพระเจ้ากาวิละได้รับตำแหน่งเจ้าเมืองเชียงใหม่ใน พ.ศ. ๒๓๒๕

ชุมชนช่างเครื่องเขิน: ชุมชนวัดนันทาราม ตำบลหายยา อำเภอเมืองเชียงใหม่

ฐาปกรณ์ เครือระยา (๒๕๖๒) ตั้งข้อสันนิษฐานว่า ก่อนหน้านั้นเชียงใหม่ก็ทำภาชนะไม้ไผ่ทารักแบบพื้นเมืองใช้อยู่แล้ว แต่ เทคนิคลายขูด แบบนันทารามน่าจะเกิดขึ้นหลังช่างไทขึนเข้ามา และเป็นเทคนิคเดียวกับที่พบที่เมืองหนอง รัฐฉาน

ขั้นตอนการทำเครื่องเขิน

ฐาปกรณ์ เครือระยา ลงพื้นที่ศึกษาบ้านนันทาราม และสรุปว่าการทำเครื่องเขินมี ๓ ขั้นตอนหลัก แต่ละชิ้นใช้เวลาหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน เพราะต้องรอให้ยางรักแห้งทีละชั้น

ช่างใช้ ไม้เฮี้ย ไม้เฮ้ยฯ (คำเมืองอ่านว่า ไม้เฮี้ย) ไผ่ลำเล็ก ยาว เนื้อบาง มา จั๋กตอก จักฯตอฯก (คำเมืองอ่านว่า จั๋กตอก) คือผ่าเป็นเส้นเล็กแบน แล้วสานหรือขดเส้นตอกไปตามแบบไม้กลึง ซึ่งหมุนได้คล้ายแป้นหมุน จนได้รูปภาชนะ ภาชนะขนาดใหญ่มักรัดขอบด้วยหวายผ่าให้แข็งแรง

⚠️ ข้อควรระวัง
พจนานุกรมบันทึกไว้ว่าน้ำรัก "มีลักษณะใส เป็นพิษ" งานช่างชนิดนี้จึงต้องอาศัยความรู้และความชำนาญที่สืบทอดกันมา ไม่ควรทดลองใช้ยางรักสดเองโดยไม่มีผู้รู้แนะนำ

ฮายลายฮายดอก: ลายขูดสีแดงบนพื้นดำ

ช่างนันทารามเรียกการขูดลวดลายว่า "ฮายลายฮายดอก" หรือ "ฮายดอก" ฐาปกรณ์ เครือระยา ศึกษาเครื่องเขินโบราณกว่า ๙๐ ชิ้นจากเชียงใหม่ ลำพูน และลำปาง คัดเลือก ๕๗ ชิ้นมาคัดลอกลาย และแบ่งหน้าที่ของลายเป็น ๒ ส่วน

  • ลายหลัก อยู่บนพื้นที่ที่เห็นชัดที่สุด แบ่งเป็นลายเครือดอก (เช่น ลายดอกกุหลาบ ลายบานใบ ลายจี๋หุบ) ลายดอกลอย (มักอยู่ที่ก้นภาชนะ เช่น ลายดอกมะเขือ ลายดอกแก้ว) และลายดอกเรียง (ใช้เดินขอบ เช่น ลายกาบบัว ลายเส้นไหม)
  • ลายรอง ใช้ลดพื้นที่ว่างและเพิ่มพื้นที่สีแดง มีเพียง ๒ ลาย คือ ลายฆ่าเติ้ก และ ลายดอกเงาะ
💡 เกร็ดความรู้
งานวิจัยเดียวกันบันทึกกฎของช่างไว้ว่า ลายรองทั้งสองต้องเลือกให้เข้ากับลายหลัก และ ห้ามใช้ลายฆ่าเติ้กกับลายดอกเงาะในชิ้นเดียวกันโดยเด็ดขาด ช่างบางคนยังซ่อนรูปสัตว์ เช่น นก กระรอก หรือสัตว์ ๑๒ นักษัตร ไว้ในเถาลายเป็น "ลูกเล่น" ด้วย
ภาชนะเครื่องรักลายขูดสีแดงบนพื้นดำ จากโรงงานเครื่องรักในพุกาม เมียนมา
เครื่องรักลายขูดจากพุกาม เมียนมา ใช้เทคนิคขูดแล้วถมสีแบบเดียวกัน งานวิจัยของตระกูลพันธ์ พัชรเมธา (๒๕๖๒) อ้าง Sylvia Fraser-Lu ว่าเครื่องรักที่มีชื่อเสียงของพุกามได้รับกรรมวิธีมาจาก "ยวน" ซึ่งเป็นคำที่ชาวไทใหญ่ใช้เรียกคนล้านนา · ภาพ: Gerd Eichmann / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0)

ภาชนะเครื่องเขินที่ใช้ในเรือนล้านนา

เครื่องเขินไม่ใช่ของประดับ แต่เป็นของใช้ในชีวิตประจำวันและในพิธีกรรม งานวิจัยของตระกูลพันธ์ พัชรเมธา (๒๕๖๒) ยกตัวอย่างภาชนะที่เป็นเอกลักษณ์ของล้านนาไว้ดังนี้

ภาชนะ อักษรล้านนา ใช้ทำอะไร
ขันหมาก ขันฯหมฯากฯ ใส่เครื่องกินหมาก พจนานุกรมว่าคือเชี่ยนหมาก งานวิจัยระบุว่าขันหมากล้านนาใหญ่กว่าภาคอื่น เพื่อเก็บใบพลูให้สดในอากาศที่แห้งกว่า
แอ็๋บหมาก แอัปฯหมฯากฯ เชี่ยนหมาก (พจนานุกรม) คำว่า แอ็๋บ ยังหมายถึงกล่องแบนมีฝาปิดด้วย
ขันดอก ขันฯดอฯก พานดอกไม้ ใส่ดอกไม้ ข้าวตอก ธูปเทียนถวายพระ ถือเป็นของสูง
ขันโตก ขันฯโต฿กฯ ถาดมีขาสูงใช้เป็นสำรับอาหาร งานวิจัยระบุว่าทำจากไม้สักกลึง
ปุง พุง ภาชนะสานคล้ายกระบุง มีฝาปิด ใช้เก็บเมล็ดพืชและเสื้อผ้า

นอกจากนี้ยังมี ขันโอ สำหรับใส่ของไปทำบุญ และ หีบผ้า ที่งานวิจัยเล่าว่าเป็นของฝ่ายชาย ใช้ใส่ผ้าเมื่อย้ายไปอยู่บ้านฝ่ายหญิง ชาวบ้านจะได้เห็นหีบผ้าก็ต่อเมื่อมีการย้ายบ้าน เจ้าของจึงพิถีพิถันกับการสานโครงและการแต้มดอก เพราะถือเป็นเครื่องเชิดหน้าชูตาของเจ้าบ่าว

ตลับเครื่องเขินเชียงใหม่ทรงฟักทอง พื้นดำ เขียนลายดอกไม้หลากสี
ตลับเครื่องเขินเชียงใหม่แบบเขียนสี เป็นงานรุ่นใหม่ที่ทำขายเป็นของที่ระลึก ต่างจากลายขูดถมชาดแบบนันทารามดั้งเดิม · ภาพ: Gisling / Wikimedia Commons (CC BY-SA 3.0)

เครื่องเขินนันทารามวันนี้

ฐาปกรณ์ เครือระยา (๒๕๖๒) พบว่าปัจจุบันการทำเครื่องเขินแบบนันทารามด้วยเทคนิคและวัสดุดั้งเดิม เหลืออยู่เพียงแห่งเดียว สาเหตุสำคัญคือ

  • ยางรักหายาก และ ชาดราคาแพง จนชาวบ้านหาวัตถุดิบมาทำงานได้ยาก
  • ช่างขาดผู้สืบทอด องค์ความรู้ลวดลายเดิม
  • งานส่วนใหญ่ทำเพื่อการท่องเที่ยว ใช้สีฝุ่น สีน้ำมัน หรือสีสะท้อนแสงแทนชาด และไม่เคลือบยางรัก ลวดลายจึงหลุดลอกเร็ว

งานวิจัยชิ้นนี้คัดลอกลายโบราณกลับไปให้ช่างในชุมชนได้เรียนรู้อีกครั้ง และทดลองทำผลิตภัณฑ์ขนาดเล็ก เช่น ขันน้ำเล็ก แก้วน้ำ และตลับ ที่ยังคงอัตลักษณ์นันทาราม แต่ใช้เวลาและยางรักน้อยลง

คำศัพท์ช่างจากงานวิจัย (ไม่พบในพจนานุกรม)
  • ฮายลายฮายดอก / ฮายดอก การขูดลวดลายด้วยเหล็กแหลมบนผิวรัก
  • คัวฮักคัวหาง วลีพื้นถิ่นเรียกเครื่องใช้ที่เคลือบด้วยรักและชาด
  • รักสมุก ยางรักผสมผงอิฐ ผงดินขาว และน้ำ ใช้รองพื้นและอุดร่อง
  • ง้อง เหล็กปลายแหลมคล้ายมีดเล็ก ด้ามไม้ไผ่ ใช้ขูดผิวก่อนขัด
  • ลายฆ่าเติ้ก / ลายดอกเงาะ ลายรองสองชนิดที่ห้ามใช้ร่วมกัน

คำเหล่านี้มาจากงานวิจัยของฐาปกรณ์ เครือระยา (๒๕๖๒) และตระกูลพันธ์ พัชรเมธา (๒๕๖๒) มรดกล้านนายังไม่ได้บันทึกไว้ในพจนานุกรม

สรุป

  • เครื่องเขิน (อ่านว่า เคื่องเขิน) คือภาชนะไม้ไผ่สานทารักของล้านนา ตกแต่งด้วยชาด ทอง เงิน หรือมุก
  • ชื่อมาจากชาว ไทขึน แห่งเชียงตุง ที่ย้ายมาอยู่ชุมชนวัดนันทารามในยุค "เก็บผักใส่ซ้า เก็บข้าใส่เมือง" สมัยพระเจ้ากาวิละ
  • คนเมืองแต่เดิมเรียกงานชนิดนี้ว่า คัวฮักคัวหาง ส่วนคำว่าเครื่องเขินน่าจะเกิดขึ้นภายหลัง
  • การทำมี ๓ ขั้น คือ ขึ้นรูปโครงด้วยไม้เฮี้ย ทายางรักหลายชั้น และ ฮายลายฮายดอก ขูดลายถมชาดสีแดงบนพื้นดำ
  • ปัจจุบันงานแบบดั้งเดิมเหลือน้อยมาก เพราะยางรักหายาก ชาดแพง และช่างขาดผู้สืบทอด

ค้นคำล้านนาเรื่องภาชนะและงานช่างเพิ่มเติมได้ใน พจนานุกรมมรดกล้านนา และอ่านเรื่องขันดอกในพิธีบูชาเสาหลักเมืองได้ที่บทความ ใส่ขันดอก

แหล่งอ้างอิง

ค้นหาคำว่า "เครื่องเขิน" ในพจนานุกรมมรดกล้านนา

🎯 ทดสอบคำในบทความนี้ทายคำล้านนาจากบทความ 14 คำ จำได้แค่ไหน?

บทความที่เกี่ยวข้อง

แจ่งกะต๊ำ มุมกำแพงเมืองเชียงใหม่ด้านตะวันออกเฉียงใต้ ก่อด้วยอิฐสะท้อนเงาในคูเมือง

พระเจ้ากาวิละ: ผู้ฟื้นเมืองเชียงใหม่ยุคเก็บผักใส่ซ้า

19 พฤษภาคม 2569 · วัฒนธรรม

พระเจ้ากาวิละคือเจ้าหลวงเชียงใหม่องค์แรกแห่งราชวงศ์เจ้าเจ็ดตน ผู้ฟื้นเมืองเชียงใหม่ที่ร้างจากสงคราม อ่านยุคเก็บผักใส่ซ้า เก็บข้าใส่เมือง แล…

อาหารเมืองจัดเป็นสำรับ มีน้ำพริกหนุ่ม แคบหมู ไส้อั่ว ไข่ต้ม และผักสดผักลวกวางรวมในถาดเดียว

ขันโตก: สำรับอาหารล้านนา จากวงข้าวในบ้านสู่ขันโตกดินเนอร์

15 ตุลาคม 2568 · วัฒนธรรม

ขันโตกคือภาชนะและสำรับอาหารของคนล้านนา อ่านความหมายของโตก ขนาดต่าง ๆ อาหารบนขันโตก เช่น แก๋งฮังเล น้ำพิกหนุ่ม แคบหมู และที่มาของขันโตกดินเน…

วิหารอินทขีล ศาลเสาหลักเมืองเชียงใหม่ ในวัดเจดีย์หลวงวรวิหาร หน้าบันสีทองและรูปปั้นตั้งอยู่ด้านหน้า

ใส่ขันดอก: ประเพณีบูชาเสาอินทขีล เสาหลักเมืองเชียงใหม่

12 ตุลาคม 2569 · ประเพณี

ใส่ขันดอกคือประเพณีบูชาเสาอินทขีล เสาหลักเมืองเชียงใหม่ ช่วงเดือน ๘ เข้า เดือน ๙ ออก อ่านตำนานกุมภัณฑ์ ไม้หมายเมือง และวิธีใส่ขันดอกที่วัดเ…

ต้นสลากย้อมสูงตระหง่านประดับสีสันสดใสรอบเจดีย์ทองวัดพระธาตุหริภุญชัย ลำพูน ในงานบุญสลากภัต

ตานก๋วยสลาก: สลากภัตล้านนา ทำบุญให้คนตาย ทำทานให้คนเป็น

12 ตุลาคม 2569 · ประเพณี

ตานก๋วยสลากคือประเพณีสลากภัตของล้านนา ทำราวเดือน ๑๒ เหนือ อ่านที่มา ก๋วยสลาก เส้นสลาก สลากโชค สลากย้อม และขั้นตอนพิธี พร้อมคำเมืองจากพจนานุ…

↑

↑ ↓ เลือก · Enter เปิด · Esc ปิด