วัดเชียงมั่น เชียงใหม่ วิหารหน้าบันปิดทองกับเจดีย์ที่มีรูปช้างล้อมรอบฐาน ใต้ท้องฟ้าสีคราม

ภาพ: Supanut Arunoprayote / Wikimedia Commons (CC BY 4.0)

มังรายศาสตร์: กฎหมายเก่าแก่ที่สุดของล้านนาในคัมภีร์ใบลาน

มังรายศาสตร์ คือชื่อของ กฎหมายเก่าแก่ที่สุดของล้านนา ที่อ้างพระนามของ พญามังราย มังฯรายฯ (คำเมืองอ่านว่า มังลาย) ปฐมกษัตริย์ผู้สร้างเวียงเชียงใหม่ กฎหมายนี้จารไว้ใน ใบลาน ไบลานฯ (คำเมืองอ่านว่า ใบลาน) ด้วยอักษรธรรมล้านนา แล้วคัดลอกต่อกันมาหลายร้อยปี

มังรายศาสตร์จึงเป็นทั้งตัวบทกฎหมายและวรรณกรรมใบลานชิ้นสำคัญ อ่านแล้วจะเห็นว่าคนล้านนาโบราณจัดระเบียบบ้านเมือง ตัดสินความ และมองความยุติธรรมอย่างไร

มังฯรายฯ
มังลาย
น.มังราย - พระนามปฐมกษัตริย์ในราชวงศ์มังราย ผู้สร้างเมืองเชียงรายใน พ.ศ.๑๘๐๕ และสร้างเมืองเชียงใหม่เมื่อ พ.ศ.๑๘๓๙ (ในพงศาวดารโยนกและเอกสารทุติยภูมิมักใช้ เม็งราย)
ดูในพจนานุกรมมรดกล้านนา →

มังรายศาสตร์คืออะไร

ชื่อ "มังรายศาสตร์" ประกอบด้วยพระนาม มังราย กับคำว่า ศาสตร์ ศาสระฯต์ (คำเมืองอ่านว่า ศาสตร์) ซึ่งพจนานุกรมอธิบายว่า "ระบบวิชาความรู้" ส่วนคำว่า กฎหมาย ก฿ฏฯหมฯายฯ (คำเมืองอ่านว่า ก๋ฎหมาย) พจนานุกรมอธิบายว่า "บทบัญญัติที่ผู้มีอำนาจสูงสุดตราขึ้นเพื่อใช้ในการปกครองบ้านเมือง และกำหนดโทษไว้สำหรับผู้ฝ่าฝืน"

จรูญ แดนนาเลิศ และประยูร อิมิวัตร์ (๒๕๖๑) สรุปว่ามังรายศาสตร์เป็นที่ยอมรับกันทั่วไปว่าเป็นกฎหมายเก่าแก่ที่สุดของอาณาจักรล้านนา และ พัฒนาขึ้นจากขนบธรรมเนียม ศาสนา และจารีตประเพณีท้องถิ่น ที่สั่งสมมาจนเป็นระบบ

จารีตประเพณีในภาษาล้านนาเรียกว่า ฮีต รีตฯ (คำเมืองอ่านว่า ฮีต) หรือ จารีต จารีตฯ (คำเมืองอ่านว่า จ๋าฮีต) พจนานุกรมอธิบายว่าฮีตคือ "ประเพณีที่เป็นบรรทัดฐานทางสังคม" ที่ถ้าใครฝ่าฝืน "จะถูกสังคมประณามอย่างรุนแรง" กฎหมายล้านนาจึงเติบโตมาจากฮีตที่คนในสังคมยึดถืออยู่แล้ว

รีตฯ
ฮีต
น.จารีต - ภาษาไทยถิ่นเหนือ (คำเมือง) เรียก ''ฮีต''; ฮีต คือประเพณีที่เป็นบรรทัดฐานทางสังคมที่คนยอมรับนับถือจนเกิดความเคยชิน เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับชีวิตประจำวันของบุคคลในสังคมที่เคยปฏิบัติกันมา จารีตบางอย่างเป็นแบบแผนที่สมาชิกในสังคมต้องปฏิบัติโดยเคร่งครัด มีความสำคัญมากกว่าวิถีประชา หากใครฝ่าฝืนจะถูกสังคมประณามอย่างรุนแรง เช่น ลูกด่าทอหรือทำร้ายพ่อแม่ ถือเป็นการกระทำที่ ''ผิดจารีต/ผิ๋ดฮีต'' ศีลธรรมมักเป็นข้อห้าม เป็นข้อบังคับ และมีเรื่องของความสำนึกในจิตใจ ความรับผิดชอบชั่วดี เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยมาก
ดูในพจนานุกรมมรดกล้านนา →

กฎหมายล้านนามีหลายชื่อ

ในงานวิจัยของ นลินภัสร์ พิทักษ์อโนทัย (๒๕๕๗) ที่ศึกษากฎหมายล้านนาโบราณซึ่งปริวรรตเป็นอักษรไทยกลางแล้ว ๒๒ ฉบับ พบว่าแบ่งตามชื่อได้ ๘ ประเภท คือ

ประเภท หมายเหตุ
ธรรมศาสตร์ เช่น ธรรมศาสตร์หลวง ธรรมศาสตร์ราชกือนา
มังรายศาสตร์ ขึ้นต้นด้วยการกล่าวถึงพญามังราย
ธรรม ขึ้นต้นด้วยบทบูชาพระรัตนตรัย
อวหาร เช่น อวหารภายเค้า อวหารภายปลาย
มังรายธรรมศาสตร์ เช่น ฉบับวัดช้างค้ำ (น่าน)
หนังสืออนุโลมญาณกฎหมายโบราณ —
หัตถกัมมวินิจฉัยบาฬีฎีการอมสมมุติราช —
กฎหมาย เช่น กฎหมายโคสาราษฎร์ กฎหมายพระเจ้าน่าน
💡 เกร็ดความรู้
ในเอกสารภาษาไทยกลางหลายฉบับ เราจะพบพระนาม เม็งราย แทน มังราย พจนานุกรมมรดกล้านนาบันทึกไว้ว่า "ในพงศาวดารโยนกและเอกสารทุติยภูมิมักใช้ เม็งราย" แต่ในเอกสารล้านนาเองใช้ มังราย

ฉบับใบลานที่พบ

มังรายศาสตร์ไม่ได้เหลือรอดมาเป็นต้นฉบับเดียว แต่มีหลายฉบับที่ จาร จารฯ (คำเมืองอ่านว่า จ๋าร) คือใช้เหล็กปลายแหลมเขียนลงบนใบลาน และคัดลอกต่อ ๆ กันมาตามวัดต่าง ๆ ด้วย ตั๋วเมือง ต฿วฯเมิอฯง (คำเมืองอ่านว่า ตั๋วเมือง) หรืออักษรธรรมล้านนา

ฉบับที่รู้จักกันดีที่สุด A. B. Griswold และ ประเสริฐ ณ นคร (๒๕๒๐) อธิบายว่าเป็นใบลาน ๔๘ ใบ จารด้วยภาษาและอักษรไทยยวน คัดลอกใน จ.ศ. ๑๑๖๒ (พ.ศ. ๒๓๔๓) ที่เมืองลพบุรี โดยพระภิกษุที่ทั้งสองถอดนามว่า Thavara ตามคำขอของผู้มีนามว่า Noy Gambhira ซึ่งทั้งสองสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นผู้ดูแลชาวไทยยวนที่ถูกกวาดต้อนมาอยู่ที่เสาไห้ สระบุรี ไกรศรี นิมมานเหมินท์ได้ฉบับนี้มาเมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๖ ปัจจุบันเก็บที่ห้องสมุดสยามสมาคม

ℹ️ ข้อมูล
ปริวรรต คือการถอดอักษรธรรมล้านนาในใบลานออกมาเป็นอักษรไทยกลาง เพื่อให้คนทั่วไปอ่านได้ งานปริวรรตกฎหมายล้านนาของนักวิชาการหลายรุ่น ทำให้มังรายศาสตร์ซึ่งเคยอยู่ใน ธรรมใบลาน ธัม์มฯไบลานฯ (คำเมืองอ่านว่า ธรรมใบลาน) ตามหอธรรม กลายเป็นหนังสือที่ใช้ศึกษาได้ในปัจจุบัน

พญามังรายตรากฎหมายทั้งหมดจริงหรือ

ส่วนต้นของมังรายศาสตร์ทุกฉบับจะยกย่อง พญา พญา (คำเมืองอ่านว่า พะญา) มังราย ฉบับนอตองเปิดเรื่องว่า

…พระยามังรายเจ้าจึงตั้งอาชญาไว้เพื่อหื้อท้าวพระยาทั้งหลายอันเป็นลูกหลานเหลน … แต่งบ้านปองเมืองสืบต่อไป หื้อรู้ว่าอันผิดอันชอบดั่งนี้… — มังรายศาสตร์ ฉบับนอตอง หน้า ๑ (ยกใน นลินภัสร์ พิทักษ์อโนทัย, ๒๕๕๗)

นลินภัสร์อธิบายว่าการกล่าวถึงพญามังรายทั้งในส่วนต้นและส่วนท้าย เป็นไปเพื่อ ยกย่องและอ้างความศักดิ์สิทธิ์ให้กฎหมาย สอดคล้องกับชื่อมังรายศาสตร์

แต่นักวิชาการไม่ได้เชื่อตามคำนำนี้ทั้งหมด Griswold และประเสริฐ ณ นคร (๒๕๒๐) เห็นว่า ไม่อาจระบุปีที่ตราของบทใดบทหนึ่งได้แน่ชัด และเห็นว่าบทบัญญัติทั้งหมดไม่ได้ตราในคราวเดียว แต่ เพิ่มพูนขึ้นทีละน้อยในช่วงเวลายาวนาน ส่วนที่ว่า "หลักเก่า" ในบทต้น ๆ จะเก่าถึงสมัยพญามังรายหรือไม่ ทั้งสองท่านไม่ขอสรุป

มุมมองนักวิชาการเรื่องอายุของมังรายศาสตร์
  • Griswold และประเสริฐ ณ นคร (๒๕๒๐) สังเกตว่าในฉบับวัดเสาไห้มีบทลงท้ายซ้ำสองครั้ง จึงเห็นว่าส่วนแรกถึงบทที่ ๒๒ น่าจะเก่ากว่าส่วนหลัง ส่วนหลังซึ่งมีราว ๒๐๐ บทนั้น หลายบทดูเหมือนมาจากปลายคริสต์ศตวรรษที่ ๑๘ (ราวต้นพุทธศตวรรษที่ ๒๔) และได้อิทธิพลจากกฎหมายอยุธยามากกว่ากฎหมายล้านนา
  • จรูญ แดนนาเลิศ และประยูร อิมิวัตร์ (๒๕๖๑) กล่าวว่า มีความเข้าใจกันว่ามังรายศาสตร์ อาจได้รับอิทธิพลจากกฎหมายธรรมศาสตร์ของมอญ ที่เมืองหริภุญชัย ขณะที่ Griswold และประเสริฐ ณ นคร เห็นว่ายังไม่มีหลักฐานจะตอบเรื่องนี้ได้
  • ทั้งสองฝ่ายตรงกันว่า ต้นฉบับที่เหลือในปัจจุบันเป็น ฉบับคัดลอกรุ่นหลัง ไม่ใช่ต้นฉบับสมัยพญามังราย

ตัวอย่างบทบัญญัติในมังรายศาสตร์

ระเบียบไพร่พล

หมวดแรก ๆ ว่าด้วยการจัดคน ไพร่ ไระฯพ่ (คำเมืองอ่านว่า ไพ่) ซึ่งพจนานุกรมแปลว่า "พลเมือง ชาวเมือง ราษฎร" ให้มีผู้ควบคุมเป็นลำดับขั้น ตามคำแปลของ Griswold และประเสริฐ ณ นคร และบทสรุปของจรูญและประยูร

ผู้ควบคุม ดูแล
นายสิบ ไพร่ ๑๐ คน
นายห้าสิบ นายสิบ ๕ คน
นายร้อย นายห้าสิบ ๒ คน
เจ้าพัน นายร้อย ๑๐ คน
เจ้าหมื่น เจ้าพัน ๑๐ คน
เจ้าแสน เจ้าหมื่น ๑๐ คน

คำว่า หมื่น หื่มฯร (คำเมืองอ่านว่า หมื่น) ในพจนานุกรมหมายถึง "จำนวนหนึ่งหมื่น" ชื่อตำแหน่งเหล่านี้จึงบอกจำนวนคนในความดูแลไปด้วย

โทษหนีศึก

บทถัดมากำหนดว่า ในยามศึก ผู้ใดหนีผู้บังคับบัญชาของตน ให้ประหารชีวิต ตั้งแต่ไพร่ที่หนีนายสิบ ไปจนถึงเจ้าแสนที่หนีพระเจ้าแผ่นดิน และให้ริบทรัพย์ทั้งหมด ในทางกลับกัน นายที่ทิ้งลูกน้องในสนามรบก็มีโทษเช่นกัน

Griswold และประเสริฐ ณ นคร ชี้ว่าข้อความที่ให้ สักหน้าผาก ผู้หนีศึกแล้วปล่อยตัวไป เป็นส่วนที่แก้ไขเพิ่มเติมภายหลัง เพื่อผ่อนโทษจากเดิม นี่คือร่องรอยหนึ่งที่แสดงว่ากฎหมายนี้ถูกแก้ไขมาเป็นชั้น ๆ

โทษปรับเป็นเงิน

โทษส่วนใหญ่ในกฎหมายล้านนาคือ ใส่สินไหม ไส่สินฯไหมฯ (คำเมืองอ่านว่า ใส่สินไหม) หรือการปรับไหม ส่วน สินไหม สินฯไหมฯ (คำเมืองอ่านว่า สินไหม) พจนานุกรมอธิบายว่า "ทรัพย์สินที่ผู้แพ้คดีมอบให้แก่ผู้ชนะคดี" ตัวอย่างจากฉบับนอตอง หน้า ๔๒ (ยกใน นลินภัสร์, ๒๕๕๗) ระบุว่า ผู้ใดถือดาบไปฟันเรือนของผู้อื่น "ต้องไหม ๑๑๐ เงิน"

ไส่สินฯไหมฯ
ใส่สินไหม
ก.ปรับไหม - ปรับเอาเงินหรือสิ่งของ
ดูในพจนานุกรมมรดกล้านนา →

Xinbei Lu และสรัสวดี อ๋องสกุล (๒๕๖๕) ที่เปรียบเทียบกฎหมายล้านนากับกฎหมายจีนสมัยราชวงศ์หมิง พบว่า กฎหมายจีนมีโทษไล่ระดับ ๕ ขั้น ตั้งแต่เฆี่ยนถึงประหาร ขณะที่ กฎหมายล้านนาส่วนใหญ่ลงโทษด้วยค่าปรับ และใช้โทษประหารเพียงบางกรณี

ส่วนเครื่องจองจำนักโทษ ภาษาล้านนามีคำว่า ขื่อกา ขื่คาฯ (คำเมืองอ่านว่า ขื่อกา) พจนานุกรมอธิบายว่า "ที่ใส่คอเรียกขื่อ ที่ใส่ขาเรียกคา"

คำสอนผู้ตัดสินความ

มังรายศาสตร์ไม่ได้มีแค่โทษ แต่ยังสอน ผู้ตัดสินความ ด้วย ฉบับนอตองระบุ "คำอันตัดแต่งบ่ชอบ" คือการตัดสินที่ไม่ชอบธรรม ซึ่ง "ควรรีดม้างเสีย" (ควรยกเลิกเสีย) ไว้ ๘ ประการ

⚠️ ข้อควรระวัง
การตัดสินความที่ไม่ชอบธรรม ๘ ประการ ตามมังรายศาสตร์ ฉบับนอตอง หน้า ๕ (ยกใน นลินภัสร์, ๒๕๕๗) ถอดความเป็นภาษาปัจจุบันโดยมรดกล้านนา: ๑) ตัดสินด้วยอำนาจข่มเหง ๒) ตัดสินเพื่อชิงทรัพย์ ลูก เมียของผู้อื่น ๓) ผู้หญิงเป็นผู้ตัดสิน ๔) ตัดสินในเวลากลางคืน ๕) ตัดสินที่เรือนของตัวเอง ๖) ตัดสินในที่ลับตา ๗) ผู้เป็นศัตรูของคู่ความเป็นผู้ตัดสิน ๘) ผู้เป็นนายของคู่ความฝ่ายหนึ่งเป็นผู้ตัดสิน ข้อ ๓ สะท้อนความคิดของสังคมสมัยนั้น ไม่ใช่ค่านิยมปัจจุบัน

มังรายศาสตร์ในฐานะวรรณกรรม

ที่มังรายศาสตร์อยู่ในหมวดวรรณกรรม เพราะกฎหมายล้านนาโบราณ ไม่ได้มีแต่ข้อบังคับ นลินภัสร์ (๒๕๕๗) อธิบายว่ากฎหมายล้านนามี เรื่องเล่า ประกอบ และสอดแทรกข้อคิดคำสอนลงไปด้วย

งานวิจัยเดียวกันแบ่งรูปแบบการเขียนออกเป็น ๓ ส่วน

  1. ส่วนต้น: ในมังรายศาสตร์คือการกล่าวถึงพญามังราย เชื้อสาย และการสร้างเมือง
  2. ส่วนเนื้อหา: บทบัญญัติ เรื่องเล่า หรือทั้งสองอย่างร่วมกัน
  3. ส่วนท้าย: ผู้คัดลอกบอกวันเวลา สถานที่ จุดประสงค์ ชื่อตนเอง และคำ "ออกตัว" ของผู้จาร ส่วนในมังรายศาสตร์มีลักษณะเฉพาะคือ รายพระนามกษัตริย์ราชวงศ์มังราย

ส่วนท้ายเหล่านี้เองที่ช่วยให้นักวิชาการสืบอายุของแต่ละฉบับได้ เช่น บทลงท้ายฉบับวัดเสาไห้ที่บอกปีที่คัดลอก หรือรายพระนามกษัตริย์ในฉบับนอตอง

💡 เกร็ดความรู้
ถ้าอยากเห็นใบลานแบบที่มังรายศาสตร์จารไว้ ลองสังเกต ธรรมใบลาน ในหอธรรมของวัดเก่าในภาคเหนือ หลายผูกมีบันทึกของผู้จารอยู่ท้ายเรื่อง บอกปีที่จารหรือชื่อผู้จาร คล้ายกับส่วนท้ายของกฎหมายล้านนาที่นลินภัสร์ศึกษา

ทำไมมังรายศาสตร์ยังสำคัญ

  • เป็นหลักฐานว่าล้านนามี ระบบกฎหมายของตนเอง ที่เติบโตจากฮีตและจารีตท้องถิ่น
  • ช่วยให้เห็น ชีวิตสังคมล้านนา ทั้งการเกณฑ์ไพร่ การค้า มรดก การแต่งงาน และสิทธิของสตรี ซึ่ง Xinbei Lu และสรัสวดี อ๋องสกุล (๒๕๖๕) พบว่า สตรีล้านนามีสิทธิเลือกคู่ครองมากกว่าสตรีจีนสมัยเดียวกัน
  • ฉบับต่าง ๆ ที่คัดลอกในยุคต่างกัน ช่วยให้เห็นว่า กฎหมายถูกแก้ไขตามยุคสมัย อย่างไร
  • เป็นคลังคำภาษาล้านนาเก่าด้านการปกครองและการตัดสินความ

สรุป

  • มังรายศาสตร์ คือกฎหมายเก่าแก่ที่สุดของล้านนาที่อ้างพระนามพญามังราย เติบโตจาก ฮีต และจารีตท้องถิ่น
  • ต้นฉบับที่เหลืออยู่เป็น ใบลานฉบับคัดลอกรุ่นหลัง เช่น ฉบับวัดเสาไห้ (พ.ศ. ๒๓๔๓) และฉบับนอตอง
  • นักวิชาการเห็นว่าบทบัญญัติ เพิ่มพูนขึ้นทีละน้อย ไม่ได้ตราในคราวเดียว จึงระบุอายุแต่ละบทได้ยาก
  • เนื้อหามีทั้งระเบียบไพร่พล โทษหนีศึก การ ใส่สินไหม และคำสอนผู้ตัดสินความ
  • เป็นทั้งตัวบทกฎหมายและ วรรณกรรมใบลาน ที่มีเรื่องเล่าและบันทึกของผู้จาร

ค้นคำล้านนาด้านกฎหมายและการปกครองเพิ่มเติมได้ใน พจนานุกรมมรดกล้านนา และอ่านเรื่องคัมภีร์ใบลานที่ยังมีชีวิตอยู่ในประเพณีได้ที่บทความ ตั้งธรรมหลวง

แหล่งอ้างอิง

ค้นหาคำว่า "มังราย" ในพจนานุกรมมรดกล้านนา

🎯 ทดสอบคำในบทความนี้ทายคำล้านนาจากบทความ 15 คำ จำได้แค่ไหน?

บทความที่เกี่ยวข้อง

อนุสาวรีย์สามกษัตริย์กลางเมืองเชียงใหม่ พญามังรายยืนตรงกลางระหว่างพญางำเมืองและพ่อขุนรามคำแหง

ตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่: พงศาวดารใบลานของเมืองเชียงใหม่

31 มกราคม 2569 · วรรณกรรม

ตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่คือพงศาวดารใบลานอักษรธรรมที่เล่าประวัติเมืองเชียงใหม่และล้านนา อ่านความหมายของชื่อ ต้นฉบับ ฉบับพิมพ์สำคัญ และวิธีที่…

วิหารสีขาวหลังคาซ้อนชั้นและเจดีย์ของวัดป่าแดง เชียงใหม่ ตั้งอยู่บนลานดินกลางร่มไม้

ชินกาลมาลีปกรณ์: คัมภีร์บาลีที่เล่าพุทธศาสนาในล้านนา

18 มีนาคม 2569 · วรรณกรรม

ชินกาลมาลีปกรณ์คือคัมภีร์ภาษาบาลีที่พระรัตนปัญญาเถระแต่งที่วัดป่าแดง เชียงใหม่ อ่านความหมายของชื่อ เนื้อหา ฉบับแปล และคุณค่าในฐานะหลักฐานปร…

คัมภีร์ใบลานจารอักษรด้วยเหล็กจาร วางบนผ้าห่อคัมภีร์ มีไม้ประกับลงรักปิดทองประกบบนและล่าง

ปั๊บสาและใบลาน: สมุดและคัมภีร์ที่บันทึกวรรณกรรมล้านนา

4 สิงหาคม 2569 · วรรณกรรม

ปั๊บสาและใบลานคือสื่อที่บันทึกวรรณกรรมล้านนา รู้จักการจารใบลาน ผูก สายสยอง ไม้ประกับ หอธรรม บันทึกท้ายคัมภีร์ และงานอนุรักษ์คัมภีร์ภาคเหนือ

หอไตรวัดพระสิงห์ เชียงใหม่ อาคารเก็บคัมภีร์ใบลานแบบล้านนา ตั้งอยู่บนฐานสูงประดับปูนปั้น

ค่าว: คำประพันธ์ร้อยสัมผัสของล้านนา ค่าวซอ และค่าวฮ่ำ

30 ตุลาคม 2568 · วรรณกรรม

ค่าวคือคำประพันธ์ล้านนาที่ร้อยสัมผัสต่อกันเหมือนห่วงโซ่ รู้จักค่าวซอ ค่าวฮ่ำ ค่าวก้อม ฉันทลักษณ์ "สามตัวเหลียว เจ็ดตัวเทียว" และค่าวสี่บทขอ…

↑

↑ ↓ เลือก · Enter เปิด · Esc ปิด