มรดกล้านนา

🌐 Read in English

เจดีย์หลวงกลางเมืองเชียงใหม่ เจดีย์อิฐขนาดใหญ่ที่ยอดหักพัง มีรูปปั้นช้างรอบฐานและบันไดนาค ใต้ท้องฟ้าครึ้ม

ภาพ: YingChu Chen / Unsplash

ล้านนา: ชื่อนี้มาจากไหน และ ๗๐๐ ปีของแผ่นดิน ผ่านเพลงล้านนา ล้านนา

"ก่อนตี้จะมีกำฮ้องขาน... แผ่นดินนี้มีก้าขุนเขาและสายน้ำ..." — บทพูดเปิดเพลง ล้านนา ล้านนา (เนื้อร้อง/ทำนอง: อ.จรีย์ สุนทรสิงห์)

ล้านนา ล้านฯนาฯ (คำเมืองอ่านว่า ล้านนา) คือชื่อแผ่นดินทางเหนือที่คนเมืองเรียกตัวเองมากว่า ๗๐๐ ปี วันนี้หมายถึง ๘ จังหวัดภาคเหนือตอนบน แต่ในอดีตเคยเป็นชื่อของอาณาจักรที่มีเชียงใหม่เป็นเมืองหลวง ชื่อสั้น ๆ นี้มีคำถามซ่อนอยู่ ทำไมจึงเขียน ล้าน มีไม้โท ทั้งที่หนังสือรุ่นปู่ย่าเคยเขียน ลานนา และ ลานนาไทย อยู่นานหลายสิบปี

บทความนี้ตอบคำถามนั้นจากจารึกและเอกสารเก่า แล้วพาเดินผ่านประวัติศาสตร์ล้านนาทีละยุค โดยใช้เพลง ล้านนา ล้านนา ของมรดกล้านนาเป็นเส้นเรื่อง แต่ละช่วงเปิดด้วยท่อนเพลงที่เล่าถึงยุคนั้น ส่วนคำเมืองในเพลงทีละคำ อ่านได้ในบทเรียน เพลงล้านนา ล้านนา

ล้านฯนาฯ
ล้านนา
น.ล้านนา - ในสมัยโบราณหมายถึงอาณาบริเวณที่ประกอบด้วยเมืองกลุ่มหนึ่ง ได้แก่บริเวณภาคเหนือตอนบนของประเทศไทย รวมทั้งดินแดนบางส่วนของประเทศพม่า ประเทศจีน และประเทศลาว เมืองหลวงของล้านนาคือเชียงใหม่ มีชื่อเป็นภาษาบาลีว่า "ทสลกฺขเขตฺตนครํ - ทสลกขฯเขตตฯนครํ" ทส แปลว่าสิบ ลกฺข แปลว่าแสน เขตฺต แปลว่าพื้นที่หรือนา นคร แปลว่าเมือง รวมความแล้วแปลว่า "เมืองสิบแสนนา" หรือ "ล้านนา" ปัจจุบันหมายถึงอาณาเขต ๘ จังหวัดภาคเหนือของประเทศไทย ได้แก่ เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน และแม่ฮ่องสอน
ดูในพจนานุกรมมรดกล้านนา →

ล้านนา หรือ ลานนา: ชื่อนี้มาจากไหน

ล้าน + นา = นาหนึ่งล้าน

พจนานุกรมมรดกล้านนาให้ความหมายของแต่ละคำไว้ตรง ๆ ล้าน ล้านฯ คือ "จำนวน ๑๐ แสน" และ นา นาฯ คือ "พื้นที่ราบทำเป็นคันกั้นน้ำเป็นแปลง ๆ สำหรับปลูกข้าว" ล้านนาจึงแปลตรงตัวว่า นาหนึ่งล้าน ดินแดนที่มีนาข้าวมากจนนับไม่ถ้วน

ในคำอธิบายคำว่าล้านนา พจนานุกรมยังให้ ชื่อภาษาบาลี ไว้ว่า "ทสลกฺขเขตฺตนครํ" แยกคำได้ว่า ทส แปลว่าสิบ ลกฺข แปลว่าแสน เขตฺต แปลว่าพื้นที่หรือนา และ นคร แปลว่าเมือง รวมกันเป็น "เมืองสิบแสนนา" หรือ "ล้านนา" นั่นเอง สิบแสนก็คือหนึ่งล้าน ชื่อบาลีจึงยืนยันว่าคำแรกคือ ล้าน ที่เป็นจำนวน ไม่ใช่ ลาน ที่เป็นที่โล่ง

คู่กับล้านช้าง

ล้านนามีชื่อคู่คือ ล้านช้าง ล้านฯช้างฯ (คำเมืองอ่านว่า ล้านจ๊าง) อาณาจักรของชาวลาวในลุ่มแม่น้ำโขง พจนานุกรมบอกว่าล้านช้างก็มีชื่อบาลีเช่นกัน คือ "สตนาคนหุต" แปลว่า "ร้อยหมื่นช้าง" หรือ "ล้านช้าง" ชื่อหนึ่งนับนา อีกชื่อหนึ่งนับช้าง

ล้านฯช้างฯ
ล้านจ๊าง
น.ล้านช้าง - อาณาจักรของชนชาติลาว ตั้งอยู่ในแถบลุ่มแม่น้ำโขง มีอาณาเขตอยู่ในบริเวณประเทศลาว และบางส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย มีเมืองหลวงพระบางเป็นเมืองหลวง ชื่อเป็นภาษาบาลีว่า "สตนาคนหุต" สต แปลว่าร้อย นหุต แปลว่าหมื่น นาค แปลว่าช้าง รวมความ แล้วแปลว่า "ร้อยหมื่นช้าง" หรือ "ล้านช้าง"
ดูในพจนานุกรมมรดกล้านนา →

ในยุคนั้น คนใหญ่คนโตนับฐานะกันด้วยจำนวนนา งานของ พริษฐ์ ชิวารักษ์ (๒๕๖๖) ในวารสารประวัติศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ชี้ว่า จารึกวัดพระยืน (พ.ศ. ๑๙๑๓) ซึ่งเป็นจารึกภาษาล้านนาที่เก่าที่สุดเท่าที่พบ เรียกพญากือนาว่า "เจ้าท้าวสองแสนนา" และตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่เล่าว่าพระองค์ได้ชื่อว่า กือนา เพราะได้กินนาจำนวน ตื้อ ตื้ หนึ่ง ซึ่งพจนานุกรมบอกว่าคือ "จำนวน ๑๐๐ ล้าน" ตัวเลข แสน แสนฯ ล้าน และตื้อ ในชื่อเหล่านี้จึงเป็นภาษาของศักดิ์และอำนาจ ไม่ได้แปลว่ามีนาจริงเท่านั้นทุกแปลง

หลักฐานเก่าที่สุดที่เขียนว่า ล้านนา

ชื่อที่มีไม้โทชัดเจนที่สุดอยู่บน จารึกวัดเชียงสา ฐานข้อมูลจารึกในประเทศไทยของศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธรบันทึกว่าเป็นจารึกบนหินทรายสีแดงรูปใบเสมา อักษรฝักขาม ภาษาไทย ลงศักราช พ.ศ. ๒๐๙๖ (บางบัญชีกำหนดเป็น พ.ศ. ๒๐๙๗) เนื้อความกล่าวถึงกษัตริย์ "องค์เสวยราชย์ทั้ง ๒ แผ่นดินล้านช้าง-ล้านนา" ถวายที่ดินและข้าวัดแด่วัดเชียงสา ริมฝั่งแม่น้ำโขง ปัจจุบันจารึกหลักนี้อยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงใหม่

นักวิชาการชาวเยอรมัน ฮันส์ เพนธ์ ตีพิมพ์คำอ่านจารึกนี้ในวารสารสยามสมาคมเมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๓ และชี้ว่าคำว่าล้านนาในจารึก ประสมไม้โท อย่างชัดเจน (ตามที่พริษฐ์ ชิวารักษ์ ๒๕๖๖ สรุปไว้) ส่วน ประเสริฐ ณ นคร นักวิชาการด้านจารึก เขียนไว้ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๒๖ ว่าทั้งล้านนาและล้านช้างเป็นชื่อที่ถูกต้อง เพราะทางเหนือแต่โบราณแบ่งเขตปกครองเป็น "พันนา" และคำว่า "ลาน" ในความหมายที่โล่งก็ไม่ใช่คำที่ทางเหนือใช้กัน ที่โล่งของวัดเรียกว่าข่วงวัด

ℹ️ ข้อมูล
ชื่อล้านนาในสายตาคนนอก (พริษฐ์ ชิวารักษ์, ๒๕๖๖)
- จีน: พงศาวดารราชวงศ์หยวนเรียกอาณาจักรนี้ว่า ปาไป่สีฟู่ (八百媳妇) แปลตรงตัวว่า "แปดร้อยชายา" ครั้งแรกเมื่อบันทึกสงคราม พ.ศ. ๑๘๓๕ ต่อมาราชวงศ์หมิงใช้ ปาไป่ต้าเตี้ยน (พ.ศ. ๑๙๓๔) ซึ่ง ต้าเตี้ยน แปลว่าทุ่งนาใหญ่ และเรียกพระเจ้าติโลกราชว่า เตาหล่านน่า คือ "ท้าวล้านนา"
- ยุโรป: แผนที่โลกของโจวานนี เลอาร์โด (พ.ศ. ๑๙๙๑) มีชื่อ Llana และลูกโลกของมาร์ติน เบไฮม์ (พ.ศ. ๒๐๓๗) มีชื่อ Lanna
- พม่า: พงศาวดารพม่าเรื่องเชียงใหม่ (Zinme Yazawin) เล่าว่าเชียงใหม่มีเมืองขึ้น ๕๗ เมือง ตัวเลขนี้กลายเป็นสร้อยในเอกสารล้านนารุ่นหลัง เช่น "ล้านนาไทย ๕๗ เมือง"

ลานนา มาจากไหน แล้วทำไมกลับมาเป็นล้านนา

ปัญหาเริ่มจากตัวอักษร อักษรธรรมล้านนาในคัมภีร์ใบลานมักไม่ใส่วรรณยุกต์ "ล้าน" กับ "ลาน" จึงเขียนเหมือนกัน คนอ่านรุ่นหลังตีความได้สองทาง พริษฐ์ ชิวารักษ์ (๒๕๖๖) รวบรวมว่าวรรณคดีสยามช่วงต้นรัตนโกสินทร์ เช่น ลิลิตตะเลงพ่าย สะกดว่า "ลานนา" อยู่แล้ว และเมื่อ พงศาวดารโยนก ตีพิมพ์ใน พ.ศ. ๒๔๔๙ คำว่า ลานนาไทย ก็เป็นที่รู้จักแพร่หลายในหมู่ผู้อ่านชาวสยาม (ในเล่มเองมีทั้ง ลานนาไทย และ ล้านนาไทย สลับกัน) ตำราภูมิศาสตร์ของกรมตำรา พ.ศ. ๒๔๖๘ อธิบายว่า "ลานนา" ได้ชื่อเพราะ "มีที่ราบสำหรับทำนาได้มาก"

ส่วนคำว่า ล้านนาไทย ก็ไม่ได้เพิ่งเกิดในกรุงเทพฯ งานชิ้นเดียวกันพบว่าเอกสารล้านนาเองใช้คำนี้มาก่อน เช่น ตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ และพื้นเมืองน่าน ที่ใช้ "ล้านนาไทย ๕๗ เมือง"

ชื่อ ลานนา ใช้กันต่อมาอีกหลายสิบปี ตั้งแต่หนังสือพิมพ์ "ไทยลานนา" ที่ลำปาง (พ.ศ. ๒๔๙๓) ไปจนถึงงานของนักเขียนรุ่นบุกเบิกล้านนาคดี เมื่อมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ก่อตั้งใน พ.ศ. ๒๕๐๗ นักวิชาการก็เริ่มตรวจเอกสารต้นฉบับอย่างจริงจัง ลำดับเหตุการณ์ต่อจากนั้นสรุปได้ดังนี้

ปี (พ.ศ.) เหตุการณ์
๒๕๑๐ สัมมนาประวัติศาสตร์และโบราณคดีที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ แสง มนวิทูร และถิ่น รัติกนก เห็นว่า "ล้านนา" น่าจะถูกต้องกว่า
๒๕๒๓ ฮันส์ เพนธ์ ตีพิมพ์คำอ่านจารึกวัดเชียงสา ยืนยันว่ามีไม้โท
๒๕๒๖ ประเสริฐ ณ นคร เสนอให้ใช้ "ล้านนา" แทน "ลานนา"
๒๕๒๗ หนังสือที่ระลึกงานเปิดอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ เชียงใหม่ ใช้ "ล้านนา" ทั้งเล่ม
๒๕๓๐ คณะกรรมการชำระประวัติศาสตร์ไทย สำนักนายกรัฐมนตรี วินิจฉัยให้สะกดว่า "ล้านนา"

การถกเถียงครั้งนั้นมีสองฝ่ายจริง ฝ่ายที่ใช้ ลานนา อ้างคำอธิบายเก่าเรื่องที่ราบทำนา และความคุ้นเคยที่ใช้กันมานาน ฝ่ายที่ใช้ ล้านนา อ้างจารึกร่วมสมัย ชื่อบาลี และการนับนาเป็นพันเป็นแสนในภาษาเหนือ หลังคำวินิจฉัย พ.ศ. ๒๕๓๐ รูป "ล้านนา" ก็ใช้แพร่หลายจนเป็นมาตรฐานทั้งในวงวิชาการและในชีวิตประจำวัน แต่ร่องรอยของ ลานนา ยังเห็นได้ในชื่อที่ตั้งไว้ก่อนหรือช่วงเดียวกัน เช่น อุทยานแห่งชาติศรีลานนา (ตั้ง พ.ศ. ๒๕๓๒) และถนนไทยลานนาในลำปาง

💡 เกร็ดความรู้
จำง่าย: ล้านนา นับ "นา" ล้านช้าง นับ "ช้าง" ทั้งคู่เป็น ล้าน ที่แปลว่าสิบแสน ถ้าเห็นชื่อ "ลานนา" ในหนังสือเก่า ไม่ได้ผิดเพราะผู้เขียนไม่รู้ แต่เป็นการสะกดตามที่นิยมในยุคนั้น

แตะดูภาพรวมทั้ง ๗ ยุคได้ในเส้นเวลานี้ แถบด้านบนวาดตามสัดส่วนเวลาจริง และ ◆ คือหมุดหมายของชื่อล้านนา

ก่อนเป็นล้านนา: หริภุญไชยและโยนก

"...แผ่นดินนี้มีก้าขุนเขาและสายน้ำ..."

ก่อนจะมีชื่อล้านนา แผ่นดินนี้ไม่ได้ว่างเปล่า ลุ่มแม่น้ำปิงมีเมือง หริภุญไชย ซึ่งคือ หละปูน หลฯะพูร (คำเมืองอ่านว่า หละปูน) หรือลำพูนในปัจจุบัน ตามตำนานจามเทวีวงศ์และชินกาลมาลีปกรณ์ พระนางจามเทวี เสด็จจากละโว้ขึ้นมาครองเมืองราว พ.ศ. ๑๒๐๔ ผู้คนในเมืองเป็นชาวมอญ ซึ่งคำเมืองเรียกบรรพบุรุษของมอญว่า เมง เมงฯ ส่วนชาว ลัวะ ลวฯะ พจนานุกรมบอกว่าเป็นชนเผ่าตระกูลมอญ-เขมรที่ยังอยู่ในถิ่นล้านนาจนวันนี้ และในตำนานหลายเรื่องก็อยู่บนแผ่นดินนี้มาก่อน

ขึ้นไปทางเหนือ ลุ่มแม่น้ำกกเป็นถิ่นของชาวไทที่ตำนานเรียกว่า โยนก โยน฿กฯ พจนานุกรมอธิบายว่าคือ "คนเผ่าไทยวน/ไทโยนก ... กลุ่มประชากรที่ใหญ่ที่สุดในอาณาจักรล้านนา" หรือ ไตยวน ไทยวฯร ที่ทุกวันนี้เรียกตัวเองว่าคนเมือง ตำนานสิงหนวัติกุมารเล่าว่าเมืองโยนกนาคพันธุ์เกิดจากพญานาคช่วยขุดเมือง ส่วนเงินยางเชียงแสนคือราชวงศ์ที่พญามังรายสืบเชื้อสายมา

⚠️ ข้อควรระวัง
ปีของหริภุญไชยและเมืองโยนกมาจาก ตำนาน ซึ่งเขียนขึ้นหลังเหตุการณ์หลายร้อยปี นักวิชาการอย่างเฉลิมวุฒิ ต๊ะคามี (๒๕๖๔) ชี้ว่าปี พ.ศ. ๑๒๐๐–๑๒๐๔ ของพระนางจามเทวีมาจากแหล่งเดียว คือชินกาลมาลีปกรณ์ จึงควรอ่านเป็นเรื่องเล่าที่มีคุณค่า ไม่ใช่ปีที่ยืนยันทางโบราณคดีแล้ว

อ่านเรื่องของยุคนี้ต่อได้ที่ พระนางจามเทวี · หละปูน · สิงหนวัติกุมาร

พญามังรายสร้างอาณาจักร

"...ตราบจนพญามังรายเจ้า รวบรวมเวียงวังจากหริภุญชัยสู่เวียงกุมกาม... แป๋งเจียงใหม่ขึ้นริมปิง... หลอมรวมหมู่เฮาเป็นหนึ่งเดียว..."

พญามังรายรวบรวมแว่นแคว้นให้ยิ่งใหญ่ / สถาปนาเชียงใหม่ริมปิงให้แสนกว้างไกล / หลอมรวมผู้คนต่างเผ่าพันธุ์ด้วยหัวใจ / ก่อเกิดเป็นอาณาจักรล้านนาอันเกรียงไกร

ท่อนนี้คือแกนของเพลง และตรงกับประวัติศาสตร์เกือบทุกคำ พญามังราย มังฯรายฯ (คำเมืองอ่านว่า มังลาย) เป็นโอรสของลาวเมง กษัตริย์แห่งหิรัญนครเงินยาง พจนานุกรมบันทึกว่าพระองค์สร้าง เชียงราย ใน พ.ศ. ๑๘๐๕ จากนั้นจึงลงมายังลุ่มแม่น้ำปิง ได้เมืองหริภุญไชย (แหล่งข้อมูลให้ปีไว้ต่างกัน ประเสริฐ ณ นคร ระบุ พ.ศ. ๑๘๒๔ ส่วนชินกาลมาลีปกรณ์ระบุ พ.ศ. ๑๘๓๕) แล้วสร้าง เวียงกุมกาม ริมแม่น้ำปิงใน พ.ศ. ๑๘๒๙ ตามงานของมนวัธน์ พรหมรัตน์ (๒๕๖๘)

ฐานวิหารอิฐและเจดีย์เก่าในเวียงกุมกาม ล้อมด้วยสนามหญ้าและต้นไม้ใหญ่
โบราณสถานในเวียงกุมกาม เมืองที่พญามังรายสร้างริมแม่น้ำปิงก่อนเชียงใหม่ ซากวัดหลายแห่งถูกตะกอนทรายทับไว้จนขุดพบในยุคหลัง
ภาพ: Mathew Schwartz / Wikimedia Commons (CC BY 3.0)

ใน พ.ศ. ๑๘๓๙ พญามังรายจึงสร้าง เชียงใหม่ หรือ เจียงใหม่ ชยฯงไห่มฯ (คำเมืองอ่านว่า เจียงใหม่) ซึ่งพจนานุกรมบอกว่า "ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ๑๘๓๙ ในฐานะเมืองหลวงของอาณาจักรล้านนา ซึ่งเป็นรัฐอิสระจนถึงปี พ.ศ. ๒๑๐๑" ตามเรื่องเล่าที่อ้างกันในงานวิชาการ พระองค์เชิญพระสหายสองพระองค์ คือพญางำเมืองแห่งพะเยา และพ่อขุนรามคำแหงแห่งสุโขทัย มาร่วมดูชัยภูมิ ผังเมืองเป็นสี่เหลี่ยม มีคูน้ำล้อม เรียกว่า เวียง วยฯง ซึ่งพจนานุกรมให้ความหมายทั้ง "เมือง" และ "กำแพง ป้อมค่าย"

คำในเพลงว่า "หลอมรวมผู้คนต่างเผ่าพันธุ์" ก็มีที่มา อาณาจักรใหม่รวมชาวไทยวนจากลุ่มน้ำกก ชาวมอญแห่งหริภุญไชย และชาวลัวะที่อยู่มาก่อน งานของจรูญ แดนนาเลิศ และประยูร อิมิวัตร (๒๕๖๑) สรุปว่าพญามังรายรับพุทธศาสนาจากหริภุญไชย ใช้กฎหมาย มังรายศาสตร์ ที่อาจได้อิทธิพลจากธรรมศาสตร์ของมอญ และส่งราชโอรสไปครองเมืองสำคัญ ตามตำนาน พระองค์สวรรคตใน พ.ศ. ๑๘๕๔

💡 เกร็ดความรู้
มังราย ไม่ใช่ เม็งราย พจนานุกรมอธิบายว่า "ในพงศาวดารโยนกและเอกสารทุติยภูมิมักใช้ เม็งราย" ส่วนชื่อที่ใช้ในล้านนาคือมังราย ที่มาของสองชื่อนี้อ่านได้ใน พญามังราย

อ่านต่อ: พญามังราย · เจียงใหม่ · มังรายศาสตร์ · ตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่

ยุคทอง: วัด ภาษา และผ้าทอ

"กาลเวลาผ่านพ้นล่วงเลย... ศรัทธาแป๋งวัดแป๋งวา ฮีตฮอยงามสลอน..."

ศรัทธาสร้างวัดวาอารามเชื่อมใจผู้คน / สืบทอดภาษาคำเมืองผ่านทุกแห่งหน / ผ้าทอผืนงามถักทอจากทุกชุมชน / ฮีตฮอยล้านนาคงอยู่รอดพ้นความมืดมน

แป๋ง แปลฯง ในบทพูดแปลว่า ทำ สร้าง "ศรัทธาแป๋งวัดแป๋งวา" จึงคือศรัทธาของผู้คนที่สร้างวัดขึ้นทั่วแผ่นดิน ช่วงเวลาที่ท่อนนี้เล่าถึงชัดที่สุดคือราวสองร้อยปีหลังพญามังราย ซึ่งนักวิชาการเรียกว่า ยุคทองของล้านนา

  • พ.ศ. ๑๙๑๒ พญากือนา นิมนต์ พระสุมนเถระ จากสุโขทัยมาเผยแผ่พุทธศาสนาแบบลังกาวงศ์ สร้างวัดสวนดอก และตามตำนาน อัญเชิญพระธาตุขึ้นประดิษฐานบนดอยสุเทพ
  • พ.ศ. ๑๙๘๔–๒๐๓๐ พระเจ้าติโลกราช ขยายอาณาเขต ขยายเจดีย์หลวงให้สูงใหญ่ และใน พ.ศ. ๒๐๒๐ โปรดให้สังคายนาพระไตรปิฎกที่วัดมหาโพธาราม (วัดเจ็ดยอด) เชียงใหม่
  • พ.ศ. ๒๐๖๐–๒๐๗๑ พระรัตนปัญญาเถระ รจนา ชินกาลมาลีปกรณ์ คัมภีร์ภาษาบาลีที่เล่าประวัติพุทธศาสนาจนถึงล้านนา และเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญของนักประวัติศาสตร์จนทุกวันนี้

ภาษาที่ "สืบทอดผ่านทุกแห่งหน" มีทั้งภาษาพูดและภาษาเขียน ภาษาเขียนคือ ตั๋วเมือง ต฿วฯเมิอฯง (คำเมืองอ่านว่า ตั๋วเมือง) หรืออักษรธรรมล้านนา พจนานุกรมอธิบายว่าใช้ทั้งทางธรรม เช่นคัมภีร์ธรรมใบลาน และทางโลก เช่น วรรณกรรม โหราศาสตร์ ตำรายา พระและนักปราชญ์ จ๋าร จารฯ ตัวอักษรลงบน ใบลาน ไบลานฯ ด้วยเหล็กปลายแหลม แล้วเก็บไว้ใน หอธรรม หํอฯธัม์มฯ ของวัด ความรู้ของล้านนาจึงรอดมาถึงวันนี้ได้เพราะวัด

คัมภีร์ใบลานหลายแผ่นวางซ้อนกัน พร้อมเหล็กจารปลายแหลม
คัมภีร์ใบลานพร้อมเหล็กจาร ตัวอย่างลักษณะของคัมภีร์ที่ล้านนาใช้บันทึกความรู้ ไม่ใช่ต้นฉบับของคัมภีร์ที่กล่าวถึงในบทความ
ภาพ: Wellcome Images / Wikimedia Commons (CC BY 4.0)

ส่วน ผ้าทอ ในเพลง สะท้อนว่าทุกชุมชนมีลายผ้าของตัวเอง เช่น ชายผ้าซิ่นที่ทอด้วยวิธีจก ซึ่งคำเมืองเรียกว่า ตีนจก ตีนฯ (คำเมืองอ่านว่า ตี๋นจ๋ก) และ ฮีตฮอย รีตฯรอฯยฯ (คำเมืองอ่านว่า ฮีตฮอย) คือจารีตประเพณีที่ "คนกลุ่มหนึ่งกำหนดขึ้น และสืบทอดกันมาช้านาน" ตามคำอธิบายของพจนานุกรม คำผ้าและการทอผ้าอ่านต่อได้ที่ ผ้าและเสื้อผ้าคำเมือง

อ่านต่อ: พญากือนา · พระเจ้าติโลกราช · พระรัตนปัญญาเถระ · ชินกาลมาลีปกรณ์ · ตั๋วเมืองคืออะไร

ใต้อำนาจพม่า และการฟื้นเมือง

"กี่ปีกี่ชาติตี้พ้นผ่าน ภัยพาลและอำนาจเปิ้นเข้ามา..."

หลังยุคทอง ราชวงศ์มังรายอ่อนแอลงจากการแย่งชิงอำนาจภายใน จนใน พ.ศ. ๒๑๐๑ กองทัพของพระเจ้าบุเรงนองแห่งพม่าได้เชียงใหม่ ล้านนาจึงตกเป็นเมืองขึ้นของ ม่าน ม่านฯ หรือพม่า เป็นเวลาราวสองร้อยปี คำว่า "อำนาจเปิ้น" ในเพลงหมายถึงอำนาจของคนอื่น เพราะ เปิ้น ในที่นี้คือ เขา

พริษฐ์ ชิวารักษ์ (๒๕๖๖) ชี้ว่าในช่วงแรกล้านนายังคงเป็นอาณาจักรเดียวภายใต้กษัตริย์เชียงใหม่ที่พม่าแต่งตั้ง แต่ต่อมาหัวเมืองค่อย ๆ แยกจากกัน เช่น ใน พ.ศ. ๒๒๔๓ ราชสำนักอังวะยกเจ้าเมืองเชียงแสนให้มีฐานะเท่าเจ้าเมืองเชียงใหม่ ล้านนาจึงแบ่งเป็นตอนบนและตอนล่าง และในเอกสารยุคนี้ก็เริ่มเห็นคำผสมอย่าง "ล้านนาเชียงใหม่" "ล้านนาเชียงแสน"

ฟื้นม่าน และยุคเก็บผักใส่ซ้า

คำเมืองมีคำเรียกการลุกขึ้นสู้ครั้งนั้นโดยเฉพาะ คือ ฟื้นม่าน ฟื้นฯม่านฯ ซึ่งพจนานุกรมอธิบายว่า "เป็นขบถต่อพม่า, ดำเนินการที่จะทำให้เป็นอิสระต่อพม่า" ตามงานของสำราญ ผลดี (๒๕๖๒) ใน พ.ศ. ๒๓๑๗ เจ้ากาวิละแห่งลำปางร่วมกับพระยาจ่าบ้านแห่งเชียงใหม่ต่อต้านพม่า และหันไปเข้ากับสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี แต่สงครามทำให้เชียงใหม่ร้างไปราว ๒๐ ปี

"...แต่ผญาและวิญญาณของหมู่เฮา... บ่เคยสูญหายไปจากหัวใจ..."

ช่วงที่เพลงบอกว่า หมู่เฮา หู่เรัา (พวกเรา) ไม่เคยสูญหาย ตรงกับยุคที่คำเมืองเรียกว่า เก๋บผั๋กใส่ซ้า เก๋บข้าใส่เมือง เกัปฯผักฯไส่ซ้าเกัปฯข้าไส่เมิอฯง พจนานุกรมอธิบายว่าเป็นยุคพระยากาวิละ เมื่อ พ.ศ. ๒๓๒๓ ที่รวบรวมชาวเมืองที่หนีเข้าป่าให้กลับเข้าเมือง และนำชาวไทลื้อ ไทขึน ไทใหญ่ จากสิบสองพันนาและเชียงตุงมาตั้งถิ่นฐาน เหมือนเก็บผักใส่ ซ้า ซ้า หรือตะกร้า พระเจ้ากาวิละเข้าตั้งเมืองเชียงใหม่ได้มั่นคงใน พ.ศ. ๒๓๓๙ และเป็น เจ้าหลวงเจียงใหม่ เจั้าเจั้าหลฯวฯงชยฯงไห่มฯ องค์แรกจากทั้งหมด ๙ องค์ที่พจนานุกรมบันทึกไว้

ชุมชนหลายแห่งในเชียงใหม่และลำพูนทุกวันนี้ เช่น ชาวยองในลำพูน และชาวไทขึนในเชียงใหม่ มีรากมาจากยุคนี้ ล้านนาจึงเป็นแผ่นดินของคนหลายกลุ่มมาตั้งแต่ต้นจนวันนี้ อ่านเรื่องกลุ่มคนไทได้ที่ คนไต

อ่านต่อ: พระเจ้ากาวิละ

จากประเทศราชสู่มณฑลพายัพ

"...ขีดเส้นแบ่งแคว้นเขตแดน..."

"ถึงแม้ขอบเขตจะเปลี่ยนไป... บ่มีแล้วคำว่าอาณาจักร..."

หลังยุคพระเจ้ากาวิละ เมืองใหญ่ของล้านนา ได้แก่ เชียงใหม่ ลำปาง ลำพูน แพร่ และน่าน มีฐานะเป็น ประเทศราช ของสยาม แต่ละเมืองมี เจ้าหลวง เจั้าหลฯวฯง ปกครอง ซึ่งพจนานุกรมอธิบายว่า "ต้องได้รับการยินยอมจากเหล่าเจ้านายทั้งปวง" และ "ต้องได้รับการแต่งตั้งจากผู้ที่มีอำนาจเหนือกว่า" ในช่วง พ.ศ. ๒๔๑๖–๒๔๗๖ การปกครองค่อย ๆ เปลี่ยนไปสู่ระบบของรัฐสยามสมัยใหม่ ลำดับเหตุการณ์ตามที่งานวิชาการรวบรวมไว้มีดังนี้

ปี (พ.ศ.) เหตุการณ์
๒๔๑๖ สนธิสัญญาเชียงใหม่ฉบับแรก จากนั้นสยามจัดเชียงใหม่ ลำปาง ลำพูน เป็น "สามหัวเมือง" มีข้าหลวงประจำ
๒๔๒๖ สนธิสัญญาเชียงใหม่ฉบับที่ ๒ ขอบเขตขยายถึงแพร่และน่าน เรียกรวมว่า "หัวเมืองลาวเฉียง"
๒๔๓๕ จัดเป็น "มณฑลลาวเฉียง" ในระบบมณฑลเทศาภิบาล
๒๔๔๒ เลิกฐานะประเทศราช เปลี่ยนชื่อเป็นมณฑลตะวันตกเฉียงเหนือ แล้วเป็น "มณฑลพายัพ" ซึ่งเป็นชื่อตามทิศ
๒๔๕๙ แยกแพร่ น่าน ลำปาง เป็นมณฑลมหาราษฎร์ และรวมเป็นมณฑลภาคพายัพ (ใช้ราวสิบปี)
๒๔๖๔ รถไฟสายเหนือเดินรถถึงสถานีเชียงใหม่
๒๔๗๖ ยกเลิกระบบมณฑลทั้งประเทศ จังหวัดต่าง ๆ ขึ้นกับส่วนกลางโดยตรง

ปีส่วนใหญ่ในตารางมาจากงานของพริษฐ์ ชิวารักษ์ (๒๕๖๖) ซึ่งอ้างเอกสารราชการและงานเรื่องเทศาภิบาลของสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ส่วนปีที่รถไฟถึงเชียงใหม่มาจากงานของสุทธิศักดิ์ แสวงศักดิ์ (๒๕๖๒) มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ซึ่งศึกษาว่ารถไฟเปลี่ยนการเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปเชียงใหม่ จากการเดินทางเพื่อราชการมาเป็นการท่องเที่ยว

หัวรถจักรไอน้ำสีเขียวดำตั้งแสดงบนรางหน้าสถานีรถไฟเชียงใหม่
หัวรถจักรไอน้ำที่ตั้งแสดงที่สถานีรถไฟเชียงใหม่ รถไฟสายเหนือเดินรถถึงเชียงใหม่ใน พ.ศ. ๒๔๖๔
ภาพ: CEphoto, Uwe Aranas / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0)

ชื่อเรียกผู้คนก็สะท้อนยุคสมัย พจนานุกรมบันทึกไว้ใต้คำว่า ลาว ลาวฯ ว่า "ในช่วงรัชกาลที่ ๕ มักมีการเรียกชาวล้านนาว่า ลาว ด้วย" ชื่อมณฑลที่เปลี่ยนจาก "ลาวเฉียง" มาเป็น "พายัพ" ก็อยู่ในช่วงเวลาเดียวกัน ขณะที่ในหนังสือของยุคนั้น ชื่อของแผ่นดินเก่ายังอยู่ในรูป "ลานนาไทย" ดังที่เล่าไว้ในหัวข้อแรก

คนสำคัญของยุคเปลี่ยนผ่านนี้มีหลายท่าน เจ้าดารารัศมี ประสูติที่เชียงใหม่ใน พ.ศ. ๒๔๑๖ เสด็จลงไปกรุงเทพฯ ใน พ.ศ. ๒๔๒๙ เป็นพระราชชายาในรัชกาลที่ ๕ และภายหลังกลับมาฟื้นฟูฟ้อน ดนตรี และวัฒนธรรมล้านนา ส่วน ครูบาศรีวิชัย เป็นผู้นำศรัทธาของคนเมืองในการบูรณะวัดและสร้างถนนขึ้นดอยสุเทพ พจนานุกรมบันทึกรายพระนามเจ้าหลวงเชียงใหม่ไว้ ๙ องค์ องค์สุดท้ายคือ พลตรีเจ้าแก้วนวรัฐ จากนั้นตำแหน่งเจ้าหลวงก็ไม่มีอีก

ℹ️ ข้อมูล
อ่านยุคนี้อย่างเป็นธรรม นักวิชาการศึกษาช่วงเวลานี้จากหลายมุม บางงานเน้นการปฏิรูปการปกครองให้เป็นรัฐสมัยใหม่ บางงานเน้นผลต่อชนชั้นนำและผู้คนในท้องถิ่น บทความนี้เล่าเฉพาะลำดับเหตุการณ์ตามที่เอกสารบันทึกไว้ ผู้สนใจอ่านงานต้นฉบับได้จากรายการแหล่งอ้างอิงท้ายบทความ

แผนที่เวียงเชียงใหม่ชิ้นหนึ่งจากยุคนี้ทำถวายพระเจ้าอินทวิชยานนท์ เจ้าหลวงองค์ที่ ๗ ใน พ.ศ. ๒๔๓๖ ยังเห็นเวียงสี่เหลี่ยมชั้นในที่พญามังรายวางไว้เมื่อหกร้อยปีก่อน

ภาพวาดแผนที่เมืองเชียงใหม่แบบโบราณ สร้างใหม่ด้วย AI จากแผนที่ พ.ศ. ๒๔๓๖ แสดงเวียงสี่เหลี่ยมชั้นใน กำแพงดินชั้นนอก และแม่น้ำปิง
แผนที่เมืองเชียงใหม่ สร้างใหม่โดยมรดกล้านนา (moradoklanna.com) จากแผนที่ต้นฉบับที่ทำถวายพระเจ้าอินทวิชยานนท์ ลงปี ค.ศ. ๑๘๙๓ (พ.ศ. ๒๔๓๖) เห็นเวียงสี่เหลี่ยมชั้นใน และกำแพงดินชั้นนอกที่โค้งโอบด้านตะวันออกเฉียงใต้
ภาพประกอบสร้างด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) ตัวหนังสือและรายละเอียดเล็ก ๆ ในภาพไม่ใช่ของต้นฉบับ
ดูแผนที่ต้นฉบับ: ไม่ทราบผู้ทำ / Wikimedia Commons (Public domain)

อ่านต่อ: เจ้าดารารัศมี · ครูบาศรีวิชัย · เงินแถบ (เมื่อล้านนาใช้เงินรูปีอินเดียในยุคค้าไม้สัก)

ล้านนาวันนี้: ยังมีชีวิตในตัวเฮา

"...แต่สูเขาจงผ่อกอยเต๊อะ... ล้านนายังคงมีชีวิต... อยู่ในสายเลือด อยู่ในกำอู้ตี้เฮาเอิ้นหากัน!"

ล้านนา ล้านนา... งดงามและแสนเพริศเพรา! / ... / ล้านนา ล้านนา... ยังมีชีวิตในตัวเฮา!

วันนี้คำว่าอาณาจักรไม่มีแล้วจริงตามที่เพลงบอก แต่ล้านนาไม่ได้หายไป พจนานุกรมให้ความหมายปัจจุบันของล้านนาว่า "อาณาเขต ๘ จังหวัดภาคเหนือของประเทศไทย ได้แก่ เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน และแม่ฮ่องสอน" ล้านนาวันนี้จึงเป็น ภูมิภาควัฒนธรรม ที่คนในพื้นที่ใช้เรียกบ้านของตัวเอง

ภาษาพูดของคนในภูมิภาคนี้คือ กำเมือง คำฯเมิอฯง (คำเมืองอ่านว่า กำเมือง) ซึ่งพจนานุกรมอธิบายว่า "ราชการไทยเรียก ภาษาถิ่นภาคพายัพ หรือ ภาษาไทยถิ่นเหนือ" เป็นภาษาของชาวไทยวนที่เรียกตัวเองว่า คนเมือง ฅ฿นฯล้านฯนาฯ มีทั้งภาษาพูด (กำเมือง) และภาษาเขียน (ตั๋วเมือง) เป็นของตัวเอง

คำฯเมิอฯง
กำเมือง
น.คำเมือง - ราชการไทยเรียก ''ภาษาถิ่นภาคพายัพ'' หรือ ''ภาษาไทยถิ่นเหนือ'' เป็นภาษาถิ่นหรือภาษาพื้นเมืองของชาวไทยวน ที่เรียกว่า ''คนเมือง'' ทางภาคเหนือตอนบนของประเทศไทย ซึ่งเป็นอาณาจักรล้านนาเดิม ได้แก่ 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบนในปัจจุบัน คือ เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน พะเยา แม่ฮ่องสอน ลำปาง แพร่ และน่าน ซึ่งมีทั้งภาษาพูด(คำเมือง/กำเมือง) และภาษาเขียน(อักษรธรรมล้านนา/ตั๋วเมือง) เป็นของตนเอง
ดูในพจนานุกรมมรดกล้านนา →

หลายสิบปีมานี้ ชื่อล้านนากลับมาอยู่ในชีวิตประจำวันอย่างกว้างขวาง ตั้งแต่ชื่อมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา (พ.ศ. ๒๕๔๘) ไปจนถึงร้านค้าและกิจกรรมทั่วภาคเหนือ ตั๋วเมืองที่เคยอยู่แต่ในวัดก็กลับมาสอนในโรงเรียน เช่นโครงการ "อู้คำเมืองเลื่องลืออักษร" ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต ๑ ใน พ.ศ. ๒๕๕๔

ประเพณีที่สืบมาก็ยังเห็นได้ทุกปี ปี๋ใหม่เมือง ปีให่มฯเมิอฯง คือสงกรานต์แบบล้านนา ยี่เป็ง ยี่เพงฯ คือวันเพ็ญเดือนยี่ของคนเหนือ และ ตุง ทุง คือธงที่พจนานุกรมบอกว่า "เป็นเครื่องหมายทั้งคนเป็นและคนตาย" ทั้งหมดนี้คือ "ฮีตฮอยงามสลอน" ที่เพลงร้องถึง

โคมล้านนาสีแดงและสีเหลืองแขวนเป็นแถวตัดกับท้องฟ้าสีฟ้า
โคมแบบล้านนาแขวนประดับในช่วงเทศกาล ภาพที่เห็นได้ทั่วภาคเหนือในเดือนยี่เป็ง
ภาพ: Mandy H / Unsplash

อ่านต่อ: ๘ จังหวัดล้านนา · เมืองในล้านนา · ตั๋วเมืองคืออะไร · ยี่เป็ง ปี๋ใหม่ และตุง · ตุงล้านนา

เพลงนี้เล่าอะไร: ท่อนเพลงกับยุคสมัย

เพลงล้านนา ล้านนา ไม่ได้เรียงปีแบบตำรา แต่ทุกท่อนชี้ไปที่ช่วงเวลาที่มีอยู่จริง ตารางนี้จับคู่ท่อนเพลงกับยุคและบทความที่อ่านต่อได้

ท่อนเพลง ยุค อ่านต่อ
"ก่อนตี้จะมีกำฮ้องขาน... มีก้าขุนเขาและสายน้ำ" ก่อนเป็นล้านนา พระนางจามเทวี
"รวบรวมเวียงวังจากหริภุญชัยสู่เวียงกุมกาม" พญามังรายได้หริภุญไชย สร้างเวียงกุมกาม พญามังราย
"แป๋งเจียงใหม่ขึ้นริมปิง" / "สถาปนาเชียงใหม่ริมปิง" สร้างเชียงใหม่ พ.ศ. ๑๘๓๙ เจียงใหม่
"หลอมรวมผู้คนต่างเผ่าพันธุ์ด้วยหัวใจ" อาณาจักรของไทยวน มอญ และลัวะ มังรายศาสตร์
"ศรัทธาแป๋งวัดแป๋งวา" / "สืบทอดภาษาคำเมือง" ยุคทอง พ.ศ. ๑๙๑๒–๒๐๗๑ พระเจ้าติโลกราช
"ภัยพาลและอำนาจเปิ้นเข้ามา" ใต้อำนาจพม่า พ.ศ. ๒๑๐๑–๒๓๑๗ พระเจ้ากาวิละ
"ขีดเส้นแบ่งแคว้นเขตแดน" / "บ่มีแล้วคำว่าอาณาจักร" ประเทศราชสู่มณฑลพายัพ เจ้าดารารัศมี
"ยังมีชีวิตในตัวเฮา" ล้านนาวันนี้ เมืองในล้านนา

คำเมืองในบทพูดของเพลงอย่าง ฮ้อง ร้อฯง (เรียก) ขาน ขานฯ (กล่าว เรียก) และกำอู้ ถูกอธิบายทีละคำไว้ในบทเรียน เพลงล้านนา ล้านนา: เรียนคำเมืองจากเพลง ซึ่งอ่านคู่กับบทความนี้ได้ดี

ลองทบทวนสิ่งที่อ่านมาด้วยคำถาม ๘ ข้อ

ฟังเพลง และเนื้อเพลงเต็ม

เพลง ล้านนา ล้านนา (Cinematic Version) เนื้อร้องและทำนองโดย อ.จรีย์ สุนทรสิงห์ เผยแพร่ที่ OverNormal

🎧 ฟังเพลง: overnormal.com/play/lanna-lanna-cinematic

เนื้อเพลงเต็ม: ล้านนา ล้านนา (Cinematic Version)

ล้านนา ล้านนา (Cinematic Version)
เนื้อร้อง/ทำนอง: อ.จรีย์ สุนทรสิงห์

"ก่อนตี้จะมีกำฮ้องขาน... แผ่นดินนี้มีก้าขุนเขาและสายน้ำ... ตราบจนพญามังรายเจ้า รวบรวมเวียงวังจากหริภุญชัยสู่เวียงกุมกาม... แป๋งเจียงใหม่ขึ้นริมปิง... หลอมรวมหมู่เฮาเป็นหนึ่งเดียว... ฮ้องขานนามว่า... ล้านนา..."

พญามังรายรวบรวมแว่นแคว้นให้ยิ่งใหญ่
สถาปนาเชียงใหม่ริมปิงให้แสนกว้างไกล
หลอมรวมผู้คนต่างเผ่าพันธุ์ด้วยหัวใจ
ก่อเกิดเป็นอาณาจักรล้านนาอันเกรียงไกร

"กาลเวลาผ่านพ้นล่วงเลย... ศรัทธาแป๋งวัดแป๋งวา ฮีตฮอยงามสลอน... กี่ปีกี่ชาติตี้พ้นผ่าน ภัยพาลและอำนาจเปิ้นเข้ามา... ขีดเส้นแบ่งแคว้นเขตแดน... แต่ผญาและวิญญาณของหมู่เฮา... บ่เคยสูญหายไปจากหัวใจ..."

ศรัทธาสร้างวัดวาอารามเชื่อมใจผู้คน
สืบทอดภาษาคำเมืองผ่านทุกแห่งหน
ผ้าทอผืนงามถักทอจากทุกชุมชน
ฮีตฮอยล้านนาคงอยู่รอดพ้นความมืดมน

แม้กาลเวลาจะหมุนเปลี่ยนผ่านดั่งนิยาย
คลื่นความเปลี่ยนแปลงถาโถมเข้าไม่ขาดสาย
แต่จิตวิญญาณของพวกเฮามิมีวันตาย
ความภาคภูมิใจนี้จะส่องสว่างแพรวพราย

"ถึงแม้ขอบเขตจะเปลี่ยนไป... บ่มีแล้วคำว่าอาณาจักร... แต่สูเขาจงผ่อกอยเต๊อะ... ล้านนายังคงมีชีวิต... อยู่ในสายเลือด อยู่ในกำอู้ตี้เฮาเอิ้นหากัน!"

ล้านนา ล้านนา... งดงามและแสนเพริศเพรา!
เรื่องราววันวานคอยช่วยสั่งสอนและขัดเกลา!
รอยยิ้มอ้ายน้องอบอุ่นเสมอเปรียบดั่งเงา!
ล้านนา ล้านนา... ยังมีชีวิตในตัวเฮา!

ล้านนา ล้านนา... งดงามและแสนเพริศเพรา!
เรื่องราววันวานคอยช่วยสั่งสอนและขัดเกลา!
รอยยิ้มอ้ายน้องอบอุ่นเสมอเปรียบดั่งเงา!
ล้านนา ล้านนา... ยังมีชีวิตในตัวเฮา!

"ล้านนา... บ่ใจ้ก้าอดีต... แต่มันคือลมหายใจ... ของเฮากู้คน..."

สรุป

  • ล้านนา มาจาก ล้าน (สิบแสน) + นา ชื่อบาลีในพจนานุกรมคือ "ทสลกฺขเขตฺตนครํ" เมืองสิบแสนนา คู่กับ ล้านช้าง ที่นับช้าง
  • หลักฐานที่เขียนว่า "ล้านนา" มีไม้โทชัดเจนคือ จารึกวัดเชียงสา (พ.ศ. ๒๐๙๖) ส่วนรูป "ลานนา" และ "ลานนาไทย" แพร่หลายในหนังสือภาษาไทยจนคณะกรรมการชำระประวัติศาสตร์ไทยวินิจฉัยให้สะกด "ล้านนา" ใน พ.ศ. ๒๕๓๐
  • พญามังรายสร้างเชียงใหม่ใน พ.ศ. ๑๘๓๙ ยุคทองคือสมัยพญากือนาถึงพระเจ้าติโลกราช ตามด้วยยุคพม่าราวสองร้อยปี และยุคฟื้นเมืองของพระเจ้ากาวิละ
  • ช่วง พ.ศ. ๒๔๑๖–๒๔๗๖ ล้านนาเปลี่ยนจากประเทศราชเข้าสู่ระบบมณฑล จนระบบมณฑลยกเลิกใน พ.ศ. ๒๔๗๖
  • วันนี้ล้านนาคือภูมิภาควัฒนธรรม ๘ จังหวัด ที่ยังพูด กำเมือง เขียนตั๋วเมือง และรักษาฮีตฮอย ตรงกับท่อนเพลงว่า "ยังมีชีวิตในตัวเฮา"

ค้นความหมายเต็มของคำว่า ล้านนา และ ล้านช้าง ได้ในพจนานุกรมมรดกล้านนา แล้วไปเรียนคำเมืองในเพลงต่อที่ เพลงล้านนา ล้านนา

📚 ทั้งชุด: ดูจังหวัด เมืองเก่า และผู้คนบนแผนที่เดียวที่ เมืองในล้านนา: ๘ จังหวัด เมืองเก่า และผู้คน

แหล่งอ้างอิง

ฝึกคำจากบทความนี้

ลองเล่นบัตรคำ 35 คำจากบทความนี้ จำคำล้านนาให้แม่นขึ้น

ค้นหาคำว่า "ล้านนา" ในพจนานุกรมมรดกล้านนา

🎯 ทดสอบคำในบทความนี้ทายคำล้านนาจากบทความ 35 คำ จำได้แค่ไหน?

📝 ลองเขียนคำเมืองบนกระดาน แล้วแชร์ให้เพื่อน →

บทความที่เกี่ยวข้อง

ป้ายหน้าวัดกลางเวียง เชียงราย พื้นสีน้ำตาลแดง ตัวอักษรสีทอง มีชื่อวัดเป็นอักษรไทย อักษรธรรมล้านนา และภาษาอังกฤษ ใต้หลังคาทรงล้านนา

ตั๋วเมืองคืออะไร: อักษรธรรมล้านนา และเหตุผลที่ควรอ่านออก

18 ตุลาคม 2569 เรียนภาษาล้านนา

ตั๋วเมืองคืออะไร อักษรธรรมล้านนาที่ใช้จารใบลาน เขียนปั๊บสา และเห็นบนป้ายวัด รู้จักชื่อเรียก ที่มาโดยย่อ อักษรพี่น้องไทขึน ไทลื้อ ลาว และเหต…

แจ่งกะต๊ำ มุมกำแพงเมืองเชียงใหม่ด้านตะวันออกเฉียงใต้ ก่อด้วยอิฐสะท้อนเงาในคูเมือง

พระเจ้ากาวิละ: ผู้ฟื้นเมืองเชียงใหม่ยุคเก็บผักใส่ซ้า

19 พฤษภาคม 2569 วัฒนธรรม

พระเจ้ากาวิละคือเจ้าหลวงเชียงใหม่องค์แรกแห่งราชวงศ์เจ้าเจ็ดตน ผู้ฟื้นเมืองเชียงใหม่ที่ร้างจากสงคราม อ่านยุคเก็บผักใส่ซ้า เก็บข้าใส่เมือง แล…

แม่น้ำปิงยามเช้าทางเหนือของเมืองเชียงใหม่ มีแพไม้จอดริมตลิ่ง ต้นไม้หนาทึบ และทิวเขาอยู่ไกล ๆ

เพลงล้านนา ล้านนา: เรียนคำเมืองจากเพลงของมรดกล้านนา

13 ตุลาคม 2569 เรียนภาษาล้านนา

เพลงล้านนา ล้านนา ของ อ.จรีย์ สุนทรสิงห์ อ่านทีละวรรค เรียนคำเมืองเรื่องบ้านเมืองและตัวตน เช่น ฮีตฮอย แป๋ง หมู่เฮา กำอู้ เอิ้น และดูสัมผัสข…

แผนที่ภูมิประเทศภาคเหนือตอนบนของไทย แสดงเทือกเขา แม่น้ำ และเมืองเชียงราย พะเยา น่าน แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง และแพร่ ติดพรมแดนพม่าและลาว

เมืองในล้านนา: ๘ จังหวัด เมืองเก่า และผู้คน

19 ตุลาคม 2569 วัฒนธรรม

เมืองในล้านนาครบ ๘ จังหวัด ชื่อคำเมือง ชื่อเก่า เวียงที่หายไป และผู้คนไต พร้อมแผนที่สำรวจจังหวัด แผนที่บทความที่อ่านได้แล้ว และคำเมืองจากพจ…

↑

↑ ↓ เลือก · Enter เปิด · Esc ปิด