แจ่งกะต๊ำ มุมกำแพงเมืองเชียงใหม่ด้านตะวันออกเฉียงใต้ ก่อด้วยอิฐสะท้อนเงาในคูเมือง

ภาพ: Hartmann Linge / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0)

พระเจ้ากาวิละ: ผู้ฟื้นเมืองเชียงใหม่ยุคเก็บผักใส่ซ้า

พระเจ้ากาวิละ คือ เจ้าหลวง เจั้าหลฯวฯง (คำเมืองอ่านว่า เจ้าหลวง) เชียงใหม่องค์แรกแห่งราชวงศ์ที่รู้จักกันในนาม เจ้าเจ็ดตน พระองค์คือผู้นำผู้คนกลับมาตั้งเมืองเชียงใหม่ หลังจากเมืองร้างไปนานราว ๒๐ ปีเพราะสงครามกับพม่า ยุคของพระองค์ได้ชื่อว่า ยุคเก็บผักใส่ซ้า เก็บข้าใส่เมือง เกัปฯผักฯไส่ซ้าเกัปฯข้าไส่เมิอฯง (คำเมืองอ่านว่า เก๋บผั๋กใส่ซ้าเก๋บข้าใส่เมือง) และหลายสิ่งที่ชาวเชียงใหม่ยังเห็นอยู่ทุกวันนี้ ตั้งแต่กำแพงเมืองไปจนถึงเสาอินทขีลที่วัดเจดีย์หลวง ก็เกี่ยวข้องกับพระองค์

เกัปฯผักฯไส่ซ้าเกัปฯข้าไส่เมิอฯง
เก๋บผั๋กใส่ซ้าเก๋บข้าใส่เมือง
น.ยุคการปกครองสมัยพระยากาวิละ เจ้าหลวงเชียงใหม่องค์แรก ซึ่งมีฐานะเป็นเจ้าประเทศราชของไทย เมื่อปีพ.ศ.๒๓๒๓ ได้มีการรวบรวมผู้คนเข้ามา ไว้ในเมืองเชียงใหม่ โดยกวาดต้อนชาวเมืองเชียงใหม่ที่หลบหนีเข้าป่าให้กลับสู่เมือง และเริ่มกวาดต้อนชาวไทลื้อ ไทขึน ไทใหญ่ จากสิบสองพันนา(ปัจจุบันอยู่ในเขตสาธารณรัฐประชาชนจีน) เชียงตุง(ปัจจุบันอยู่ในเขตสหภาพเมียนม่าร์) ให้มา ตั้งถิ่นฐานในเมืองเชียงใหม่
ดูในพจนานุกรมมรดกล้านนา →

พระเจ้ากาวิละคือใคร

สำราญ ผลดี (๒๕๖๒) เรียบเรียงไว้ในวารสารศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ว่าพระเจ้ากาวิละประสูติเมื่อ จุลศักราช ๑๑๐๔ ปีจอ (พ.ศ. ๒๒๘๕) เป็นพระโอรสองค์ใหญ่ของ เจ้าฟ้าหลวงชายแก้ว เจ้านคร ลำปาง ลำพางฯ กับแม่เจ้าจันทาราชเทวี และเป็นหลานปู่องค์แรกของ พระยาไชยสงคราม (ทิพย์ช้าง) ต้นราชวงศ์ทิพย์จักร

พระเจ้ากาวิละกับพระอนุชารวมเป็น เจ้าเจ็ดพระองค์พี่น้อง ราชวงศ์นี้จึงถูกเรียกว่า เจ้าเจ็ดตน สำราญ ผลดี (๒๕๖๒) ระบุว่าเจ้านายในราชวงศ์นี้ได้ปกครองนครเชียงใหม่ นครลำปาง และนครลำพูน สืบต่อมา

พจนานุกรมมรดกล้านนาอธิบายคำว่า เจ้าหลวง ว่าเป็น "คำที่ใช้เรียกผู้นำสูงสุดในเมืองใหญ่ซึ่งเป็นเมืองเอก คือ เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง แพร่ น่าน" และยกตัวอย่างว่า "เจ้าหลวงกาวิละเป็นเจ้าหลวงองค์แรก และพลตรีเจ้าแก้วนวรัฐเป็นเจ้าหลวงองค์สุดท้าย (องค์ที่ ๙) ของเชียงใหม่"

เจั้าเจั้าหลฯวฯงชยฯงไห่มฯ
เจ้าหลวงเจียงใหม่
น.ผู้นำสูงสุดของเมืองเชียงใหม่ ประกอบด้วย ๑]พระเจ้ากาวิละ ๒]พระญาธัมมลังกา ๓]เจ้าหลวงเสฏฐีคำฝั้น ๔]พระญาพุทธวงศ์ ๕]พระเจ้ามโหตรประเทศ ๖]พระเจ้ากาวิโลรสสุริยวงษ์ ๗]พระเจ้าอินทรวิไชยานนท์ ๘]เจ้าอินทวโรรสสุริยวงษ์ และ ๙]พลตรีเจ้าแก้วนวรัฐ
ดูในพจนานุกรมมรดกล้านนา →

ฟื้นม่าน: ลุกขึ้นสู้พม่า

ก่อนยุคของพระเจ้ากาวิละ ล้านนาอยู่ใต้อำนาจของ ม่าน ม่านฯ หรือพม่า มานานราว ๒๐๐ ปี คำเมืองมีคำเรียกการลุกขึ้นต่อสู้ครั้งนั้นโดยเฉพาะ คือ ฟื้นม่าน ฟื้นฯม่านฯ ซึ่งพจนานุกรมอธิบายว่า "เป็นขบถต่อพม่า, ดำเนินการที่จะทำให้เป็นอิสระต่อพม่า"

สำราญ ผลดี (๒๕๖๒) เล่าว่าใน พ.ศ. ๒๓๑๗ เจ้ากาวิละร่วมกับ พระยาจ่าบ้าน แห่งเชียงใหม่ต่อต้านพม่า และหันไปสวามิภักดิ์ต่อ สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี เมื่อศึกสงบ จึงได้รับการตั้งให้เป็นเจ้าเมืองลำปาง

ฟื้นฯม่านฯ
ฟื้นม่าน
ก.เป็นขบถต่อพม่า,ดำเนินการที่จะทำให้เป็นอิสระต่อพม่า
ดูในพจนานุกรมมรดกล้านนา →

เชียงใหม่เมืองร้าง กับยุคเก็บผักใส่ซ้า

หลังสงคราม เมือง เชียงใหม่ ชยฯงไห่มฯ แทบไม่เหลือผู้คน งานวิจัยของ พระอัมรินทร์ สนฺติธมฺโม และคณะ (๒๕๖๖) ในวารสารธรรมธารา ระบุว่าเชียงใหม่เป็นเสมือน เมืองร้าง ราว พ.ศ. ๒๓๑๙–๒๓๓๙

ใน พ.ศ. ๒๓๒๕ หลังรัชกาลที่ ๑ ขึ้นครองราชย์ เจ้ากาวิละพาพระญาติลงไปเข้าเฝ้าที่กรุงเทพฯ รัชกาลที่ ๑ ทรงตั้งให้เป็น พระยาวชิรปราการ เจ้าเมืองเชียงใหม่ ขณะมีพระชันษา ๔๐ ปี (สำราญ ผลดี, ๒๕๖๒) แต่เมื่อเมืองยังร้าง งานแรกจึงเป็นการ หาคนมาอยู่

พจนานุกรมอธิบายยุค เก็บผักใส่ซ้า เก็บข้าใส่เมือง ว่าเป็นช่วงที่ "รวบรวมผู้คนเข้ามาไว้ในเมืองเชียงใหม่ โดยกวาดต้อนชาวเมืองเชียงใหม่ที่หลบหนีเข้าป่าให้กลับสู่เมือง และเริ่มกวาดต้อนชาวไทลื้อ ไทขึน ไทใหญ่ จากสิบสองพันนา เชียงตุง ให้มาตั้งถิ่นฐานในเมืองเชียงใหม่"

  • ซ้า ซ้า พจนานุกรมแปลว่า "ตะกร้า" ชื่อยุคจึงเปรียบการค่อย ๆ เก็บผู้คน (ข้า) เข้าเมือง กับการเก็บผักใส่ตะกร้าทีละน้อยจนเต็ม
  • ผู้คนที่ย้ายเข้ามา เช่น ไทขึน ฅ฿นฯไทขึนฯ จากเชียงตุง และ ไทลื้อ ชาวฯไทลื้ จากสิบสองพันนา กลายเป็นชุมชนสำคัญของเชียงใหม่มาจนทุกวันนี้

ในเอกสารภาษาไทยกลาง การย้ายคนทั้งครอบครัวแบบนี้มักเรียกว่า "กวาดต้อนเทครัว" แต่ต้องระวังคำว่า เทครัว ในคำเมือง

⚠️ ข้อควรระวัง
คำว่า เทครัว เทระฯค฿วฯ (คำเมืองอ่านว่า เตคัว) ในพจนานุกรมมรดกล้านนา มีความหมายต่างจากภาษาไทยกลาง คือ "ทำลายทรัพย์สิน, มักมากในกามคุณ" เช่น พระยาเทครัว เมื่ออ่านหรือพูดเรื่องการย้ายผู้คนในภาษาคำเมือง จึงควรใช้คำอื่น เช่น เก็บข้าใส่เมือง

ข้อมูลในวิกิพีเดียภาษาไทย (อ้างเอกสารประวัติศาสตร์ล้านนาหลายเล่ม) ระบุว่า ระหว่างที่ยังเข้าเมืองเชียงใหม่ไม่ได้ เจ้ากาวิละพำนักอยู่ที่ เวียงป่าซาง (ปัจจุบันคืออำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน) และใน พ.ศ. ๒๓๓๔ เคยเข้าตั้งในเวียงเชียงใหม่ได้เพียงเดือนเดียว ก็ต้องกลับไปป่าซาง เพราะไพร่พลยังไม่พอ

ℹ️ ข้อมูล
ปีที่เริ่มฟื้นเมือง แหล่งข้อมูลระบุไม่ตรงกัน

- พจนานุกรมมรดกล้านนา (คำว่า เก็บผักใส่ซ้าเก็บข้าใส่เมือง) ระบุ พ.ศ. ๒๓๒๓
- สำราญ ผลดี (๒๕๖๒) ระบุว่าได้รับตั้งเป็นเจ้าเมืองเชียงใหม่ พ.ศ. ๒๓๒๕
- พระอัมรินทร์ และคณะ (๒๕๖๖) ระบุว่าเข้าตั้งเมืองเชียงใหม่ได้สำเร็จราว พ.ศ. ๒๓๓๙

ตัวเลขทั้งสามไม่ได้ขัดกันเสมอไป ปีหนึ่งอาจนับจากการเริ่มรวบรวมคน อีกปีนับจากการได้รับแต่งตั้ง และอีกปีนับจากการเข้าอยู่ในเมืองจริง

สร้างบ้านแปงเมือง: กำแพง วัด และเสาอินทขีล

พระอัมรินทร์ และคณะ (๒๕๖๖) แบ่งงานของพระเจ้ากาวิละหลังเข้าเมืองเป็น ๒ ช่วง

ช่วง สิ่งที่ทำ
พ.ศ. ๒๓๓๙–๒๓๔๘ ซ่อมคูเมือง กำแพงเมือง ประตูเมือง และป้อม บูรณะวัดในกำแพงเมือง ขนย้ายพระพุทธรูปและของสำคัญจากวัดร้างนอกเมืองเข้ามาไว้ในเมือง แล้วยกทัพไปตีเมืองใหญ่ เช่น เชียงตุง เชียงแสน
พ.ศ. ๒๓๔๙–๒๓๕๘ บ้านเมืองเป็นปึกแผ่น สงครามลดลง ส่งเสริมการศึกษาพระพุทธศาสนาและการจารคัมภีร์ใบลาน

กำแพงเมืองในคำเมืองเรียกว่า เมกเวียง เมกฯวยฯง มุมกำแพงอย่าง แจ่งกะต๊ำ ในภาพด้านบน เป็นส่วนหนึ่งของแนวป้องกันเมืองที่ซ่อมแซมกันมาหลายยุค

ในด้านความเชื่อ พระเจ้ากาวิละย้าย เสาอินทขีล เสัา±นทฯขีลฯฯ หลักเมืองเชียงใหม่ จากวัดอินทขีล หรือวัด สะดือเมือง สดืเมิอฯง มาไว้ที่ วัดเจดีย์หลวง พจนานุกรมระบุว่าย้ายมา "ราวปี พ.ศ. ๒๓๔๓"

พระเจดีย์หลวงองค์ใหญ่ วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร เชียงใหม่ ใต้ท้องฟ้าสีคราม
พระเจดีย์หลวง วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร เชียงใหม่ วัดที่พระเจ้ากาวิละย้ายเสาอินทขีลมาประดิษฐาน · ภาพ: Jakub Hałun / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0)

พจนานุกรมยังบันทึกคำว่า ไม้หมายเมืองเชียงใหม่ ไม้หมฯายฯเมิอฯงชยฯงไห่มฯ ไว้ว่าคือ "ไม้ยางนาขนาดใหญ่และสูง ที่พระเจ้ากาวิละ เจ้าหลวงเชียงใหม่องค์ที่ ๑ ปลูกไว้ใกล้เสาหลักเมืองเชียงใหม่ (เสาอินทขีล) ที่วัดเจดีย์หลวง" ต้นยางนาเหล่านี้ยังยืนต้นอยู่ทุกวันนี้ อ่านเรื่องเสาอินทขีลและประเพณีบูชาเสาได้ในบทความ ใส่ขันดอก

💡 เกร็ดความรู้
งานวิจัยของพระอัมรินทร์ และคณะ (๒๕๖๖) พบคัมภีร์ใบลานที่จารในยุคพระเจ้ากาวิละ ๘ ฉบับที่วัดดวงดี เชียงใหม่ ระหว่าง พ.ศ. ๒๓๔๓–๒๓๕๘ หลายฉบับจารที่วัดสวนดอก และมีชื่อ ครูบาเจ้าปัญญาวชิระ ผู้ที่พระเจ้ากาวิละตั้งเป็นพระมหาราชครู เป็นหัวหน้าคณะจาร

จากพระยาวชิรปราการสู่พระเจ้าเชียงใหม่

เชียงใหม่ในยุคนี้มีฐานะเป็น ประเทศราช ของสยาม สำราญ ผลดี (๒๕๖๒) สรุปว่าราชสำนักกรุงเทพฯ ช่วยเหลือเชียงใหม่หลายทาง เช่น

  1. พ.ศ. ๒๓๔๐ พม่ายกทัพมาล้อมเชียงใหม่ พระยากาวิละรักษาเมืองโดยลำพังไม่ไหว รัชกาลที่ ๑ จึงให้กรมพระราชวังบวรยกทัพขึ้นไปช่วย จนพม่าถอยไป
  2. พระราชทานอาวุธเมื่อเชียงใหม่และลำปางยกทัพไปตี เชียงแสน ซึ่งเป็นที่มั่นของพม่า ใน พ.ศ. ๒๓๔๕
  3. พระราชทาน ไพร่ ไระฯพ่ หรือผู้คนที่กวาดต้อนมาจากเมืองสาด เมืองปั่น เมืองปุ ให้เชียงใหม่ใช้ฟื้นฟูบ้านเมือง

ความดีความชอบในสงครามทำให้รัชกาลที่ ๑ ทรงสถาปนาพระยาวชิรปราการขึ้นเป็น พระเจ้าเชียงใหม่ มีเกียรติยศเสมอเจ้านครเวียงจันทน์ เป็นใหญ่เหนือ ๕๗ หัวเมือง ในล้านนา สำราญ ผลดี อ้างพระนิพนธ์ของสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ว่าเรื่องนี้ปรากฏในพงศาวดารเชียงใหม่ ส่วนวิกิพีเดียระบุวันพิธีว่า ๑๔ กันยายน พ.ศ. ๒๓๔๕

สมควรจะยกย่องผู้เปนหัวหน้าของชาวมณฑลพายัพในสมัยนั้นด้วย คือเจ้าเจ็ดตนอันเปนต้นตระกูลวงศ์ของเจ้านายเมืองเชียงใหม่ เมืองนครลำปาง และเมืองลำพูน — พระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จมณฑลพายัพ พ.ศ. ๒๔๖๙ (อ้างใน สำราญ ผลดี, ๒๕๖๒)

มรดกของพระเจ้ากาวิละ

พระเจ้ากาวิละปกครองเชียงใหม่จนสิ้นพระชนม์ วิกิพีเดียระบุวันสิ้นพระชนม์ว่า ๒๑ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๓๕๘ ตรงกับแรม ๕ ค่ำ เดือนยี่เหนือ ซึ่งปฏิทินล้านนาของมรดกล้านนา คำนวณได้ตรงกันว่าเป็นวันแรม ๕ ค่ำ เดือนยี่ งานวิจัยของพระอัมรินทร์ และคณะ ก็นับยุคของพระองค์ไว้ที่ พ.ศ. ๒๓๑๗–๒๓๕๘

หลังจากนั้น พระอนุชาได้ครองเมืองต่อ พจนานุกรมไล่รายนามเจ้าหลวงเชียงใหม่ทั้ง ๙ องค์ไว้ เริ่มจาก พระเจ้ากาวิละ ตามด้วย พระญาธัมมลังกา และ เจ้าหลวงเสฏฐีคำฝั้น ไปจนถึงองค์สุดท้าย พลตรีเจ้าแก้วนวรัฐ

สิ่งที่ยังเห็นได้จากยุคพระเจ้ากาวิละ
  • ผู้คนหลายกลุ่มในเชียงใหม่ เช่น ชาวไทขึนที่ชุมชนวัดนันทาราม และชาวไทลื้อ ซึ่งพจนานุกรมระบุว่ามาตั้งถิ่นฐานในยุคเก็บผักใส่ซ้า เก็บข้าใส่เมือง
  • เสาอินทขีลที่วัดเจดีย์หลวง และต้นยางนา ไม้หมายเมืองเชียงใหม่
  • ประเพณีใส่ขันดอก ที่งานวิจัยบางชิ้นสันนิษฐานว่ารูปแบบที่เห็นทุกวันนี้อาจฟื้นฟูขึ้นในสมัยพระเจ้ากาวิละ (ดูบทความ ใส่ขันดอก)
  • คัมภีร์ใบลาน ที่จารขึ้นในยุคบ้านเมืองสงบ ซึ่งยังเก็บอยู่ตามวัดในเชียงใหม่

สรุป

  • พระเจ้ากาวิละ (ประสูติ พ.ศ. ๒๒๘๕) คือเจ้าหลวงเชียงใหม่องค์แรกแห่งราชวงศ์ เจ้าเจ็ดตน หลานปู่ของพระยาไชยสงคราม (ทิพย์ช้าง) แห่งลำปาง
  • ร่วม ฟื้นม่าน ต่อสู้พม่าใน พ.ศ. ๒๓๑๗ และได้เป็นเจ้าเมืองเชียงใหม่ใน พ.ศ. ๒๓๒๕ ตามงานของสำราญ ผลดี
  • ยุค เก็บผักใส่ซ้า เก็บข้าใส่เมือง คือการรวบรวมผู้คนกลับเข้าเมืองที่ร้าง แหล่งข้อมูลให้ปีเริ่มต่างกัน (๒๓๒๓ / ๒๓๒๕ / ๒๓๓๙)
  • ซ่อมกำแพงเมือง บูรณะวัด และย้าย เสาอินทขีล มาวัดเจดีย์หลวงราว พ.ศ. ๒๓๔๓
  • ได้รับสถาปนาเป็น พระเจ้าเชียงใหม่ เมื่อ พ.ศ. ๒๓๔๕ และสิ้นพระชนม์ พ.ศ. ๒๓๕๘

ค้นคำเกี่ยวกับยุคนี้เพิ่มเติมได้ใน พจนานุกรมมรดกล้านนา และอ่านเรื่องเสาหลักเมืองเชียงใหม่ได้ที่บทความ ใส่ขันดอก

แหล่งอ้างอิง

ค้นหาคำว่า "เก็บผักใส่ซ้าเก็บข้าใส่เมือง" ในพจนานุกรมมรดกล้านนา

🎯 ทดสอบคำในบทความนี้ทายคำล้านนาจากบทความ 17 คำ จำได้แค่ไหน?

บทความที่เกี่ยวข้อง

อนุสาวรีย์สามกษัตริย์ในเมืองเชียงใหม่ รูปหล่อพญามังรายอยู่ตรงกลาง ขนาบด้วยพญางำเมืองและพ่อขุนรามคำแหง มีผ้าแพรผูกเอว

พญามังราย: ผู้สร้างเมืองเชียงใหม่ จากเงินยางถึงเวียงกุมกาม

15 พฤศจิกายน 2568 · วัฒนธรรม

พญามังรายคือปฐมกษัตริย์ราชวงศ์มังรายผู้สร้างเมืองเชียงใหม่ใน พ.ศ. ๑๘๓๙ อ่านเส้นทางจากเงินยาง เชียงราย หริภุญไชย เวียงกุมกาม ชัยมงคล ๗ ประกา…

วิหารอินทขีล ศาลเสาหลักเมืองเชียงใหม่ ในวัดเจดีย์หลวงวรวิหาร หน้าบันสีทองและรูปปั้นตั้งอยู่ด้านหน้า

ใส่ขันดอก: ประเพณีบูชาเสาอินทขีล เสาหลักเมืองเชียงใหม่

12 ตุลาคม 2569 · ประเพณี

ใส่ขันดอกคือประเพณีบูชาเสาอินทขีล เสาหลักเมืองเชียงใหม่ ช่วงเดือน ๘ เข้า เดือน ๙ ออก อ่านตำนานกุมภัณฑ์ ไม้หมายเมือง และวิธีใส่ขันดอกที่วัดเ…

อุโบสถวัดพระแก้ว เชียงราย หน้าบันไม้แกะสลักสีแดงทอง ทางเดินพรมแดงขนาบด้วยธงชาติ ธงเหลือง และต้นไม้ร่มรื่น

พระรัตนปัญญาเถระ: ปราชญ์ล้านนาผู้รจนาชินกาลมาลีปกรณ์

5 ตุลาคม 2569 · วัฒนธรรม

พระรัตนปัญญาเถระคือพระภิกษุนักปราชญ์แห่งวัดป่าแดง เชียงใหม่ ผู้รจนาชินกาลมาลีปกรณ์ อ่านประวัติ ผลงาน ข้อถกเถียงเรื่องตัวตน และยุคทองวรรณกรร…

ภาพถ่ายเก่าขาวดำ พระราชชายาเจ้าดารารัศมีกับข้าหลวงในชุดสะพายแพร นั่งเรียงบนบันไดตำหนักที่บางปะอิน

เจ้าดารารัศมี: พระราชชายาผู้ฟื้นฟูฟ้อน ดนตรี และวัฒนธรรมล้านนา

4 กรกฎาคม 2569 · วัฒนธรรม

เจ้าดารารัศมี พระธิดาเจ้าหลวงเชียงใหม่และพระราชชายาในรัชกาลที่ ๕ อ่านพระประวัติ กู่เจ้านายฝ่ายเหนือ ฟ้อน ดนตรี ละครน้อยไจยา และสวนเจ้าสบายท…

↑

↑ ↓ เลือก · Enter เปิด · Esc ปิด