ภาพถ่ายเก่าขาวดำ ช่างฟ้อนหญิงของพระราชชายาเจ้าดารารัศมีที่คุ้มท่าเจดีย์กิ่ว เชียงใหม่ นุ่งซิ่นยาวร่ายรำ

ภาพ: Unknown author / Wikimedia Commons (Public domain)

ซิ่นตีนจก: หัวซิ่น ตัวซิ่น ตีนซิ่น และลายจกของผ้าล้านนา

ซิ่นตีนจก สิ้นฯตีนฯจ฿กฯ (คำเมืองอ่านว่า สิ้นตี๋นจ๋ก) คือผ้าซิ่นของหญิงล้านนาที่ต่อส่วนชายล่างด้วย ผ้าทอจก ลวดลายวิจิตร พจนานุกรมมรดกล้านนาอธิบายว่าเป็นผ้าซิ่นที่มีโครงสร้าง ๓ ส่วน คือส่วนหัว ส่วนตัว และส่วนตีน ซึ่งมีลวดลายพิเศษต่างจากผ้าซิ่นที่ใช้ในชีวิตประจำวัน

ซิ่นตีนจกจึงไม่ได้เป็นเพียงเครื่องนุ่งห่ม แต่เป็นงานฝีมือที่บอกเล่าถิ่นที่มา ความเชื่อ และฝีมือของผู้ทอ บทความนี้จะพาไปรู้จักแต่ละส่วนของซิ่น ซิ่นแบบต่าง ๆ ในภาษาล้านนา และลายจกของแหล่งทอสำคัญ

สิ้นฯตีนฯจ฿กฯ
สิ้นตี๋นจ๋ก
น.ผ้าซิ่นที่มีโครงสร้าง ๓ ส่วน ส่วนหัว ส่วนตัว และส่วนตีน ที่ทอด้วยวิธีจก การต่อเชิง (ตีนซิ่น) มีลวดลายพิเศษต่างจากผ้าซิ่นที่ใช้ปรกติในชีวิตประจำวัน ลวดลายจกที่นำไปต่อ ที่ส่วนตีนของซิ่น เรียกว่า "ตี๋นจ๋ก" มี แหล่งผลิตสำคัญที่ยังคงไว้ซึ่งลักษณะเฉพาะถิ่นอยู่ที่ อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ อ.เวียงสา อ.นาน้อย จ.น่าน อ.ลอง จ.แพร่ และที่ อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย
ดูในพจนานุกรมมรดกล้านนา →

ซิ่น ในภาษาล้านนา

คำว่า ซิ่น สิ้นฯ (คำเมืองอ่านว่า สิ้น) พจนานุกรมให้ความหมายแรกว่า "ผ้าถุง, ผ้านุ่งของสตรี" และยังมีความหมายที่สองที่น่าสนใจ คือ "ผ้าที่เอาไปพันที่โคนต้นไม้ที่โตแล้วแต่ยังไม่มีผล เชื่อว่าจะช่วยให้ออกผลได้"

การใส่ซิ่นในคำเมืองใช้คำว่า นุ่ง นุ่ง (อ่านว่า นุ่ง) พจนานุกรมยกตัวอย่างว่า "นุ่งสิ้น" แปลว่าใส่ผ้าซิ่น ส่วนผ้าซิ่นที่เย็บปลายทั้งสองด้านติดกันเป็นวงแล้ว เรียกว่า ต่วงซิ่น ต่วฯงสิ้นฯ (อ่านว่า ต่วงสิ้น)

💡 เกร็ดความรู้
ในพจนานุกรมมรดกล้านนา คำว่า "สิ้น" ที่แปลว่าผ้าซิ่น ออกเสียงเหมือนคำไทยกลาง "สิ้น" ที่แปลว่าหมด จึงต้องดูบริบทให้ดี เช่น ซิ่นทอ สิ้นฯทํอฯ (อ่านว่า สิ้นตอ) หมายถึงผ้าถุงที่ทอแบบพื้นบ้าน ไม่ใช่ผ้าซิ่นที่ทอจากโรงงาน

หัวซิ่น ตัวซิ่น ตีนซิ่น: ซิ่น ๓ ท่อน

ซิ่นของชาวล้านนาเย็บต่อกันจากผ้า ๓ ท่อน พจนานุกรมเรียกซิ่นแบบนี้ว่า ซิ่นต่อตีนต่อเอว สิ้นฯตํอฯตีนฯฯตํอฯแอวฯ (อ่านว่า สิ้นต่อตี๋นต่อแอว) และอธิบายว่า "ส่วนเอวมักจะนำผ้าฝ้ายสีขาวหรือสีตุ่น (สีน้ำตาล) มาเย็บต่อ ส่วนชายนิยมใช้ผ้าตีนจก ซึ่งมีลวดลายสวยงามมาเย็บต่อ สำหรับตัวซิ่นมักเป็นสีพื้นหรือมีลวดลายตามขวาง"

ส่วนของซิ่น คำเมือง อยู่ตรงไหน ลักษณะ
หัวซิ่น ห฿วฯสิ้นฯ หัวสิ้น ส่วนบนสุด ตรงเอวผู้นุ่ง ผ้าพื้นสีขาวหรือแดงที่นำมาต่อ
ตัวซิ่น (ไม่พบในพจนานุกรม) ส่วนกลาง กว้างที่สุด มักทอลายขวาง
ตีนซิ่น ตีนฯสิ้นฯ ตี๋นสิ้น ส่วนชายล่างสุด ส่วนเชิง ถ้าทอจกเรียกว่าตีนจก

อุดม รุ่งเรืองศรี เขียนไว้ใน สารานุกรมวัฒนธรรมไทย ภาคเหนือ เล่ม ๘ ว่า หัวซิ่นเป็นผ้าอีกชิ้นหนึ่งที่นำมาต่อ เป็น "ผ้าพื้นสีขาวหรือแดง" ส่วนตัวซิ่นทอเป็นลายขวาง สีที่พบมากคือ สีเหลืองสลับแดงหรือดำแถบเล็ก ๆ ที่เรียกว่า "ซิ่นตามะนาว" และตีนซิ่นเป็นส่วนเชิงที่ "ผู้มีฐานะจะใช้ตีนสิ้นที่ตกแต่งด้วยการจก"

ผ้าซิ่นตีนจกแม่แจ่ม ตัวซิ่นลายขวางสีเหลืองดำ ต่อด้วยตีนจกลายข้าวหลามตัดและชายผ้าสีแดง
ผ้าซิ่นตีนจกอำเภอแม่แจ่ม: ด้านบนคือตัวซิ่นลายขวาง ตรงกลางคือแถบจกลายสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัด ส่วนล่างมีเส้นลายห้อยลงมาที่เรียกว่า "หางสะเปา" ก่อนถึงชายผ้าสีแดง · ภาพ: Chezballoon / Wikimedia Commons (CC BY-SA 3.0)

ตีนจกก็มีหลายชั้น

อุดม รุ่งเรืองศรี อธิบายต่อว่า ตีนจกเองยังแบ่งเป็นส่วน ๆ ได้อีก คือ ส่วนบน มักจกเป็นลายนก ลายสามเหลี่ยม หรือลายอื่น ๆ ตอนกลาง เป็นลายรูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน และ ส่วนปลายล่าง ทำเป็นลายที่มีเส้นต่อลงมา เรียกว่า "หางสะเพา" (อ่านว่า หางสะเปา)

จก คืออะไร: ทอลายด้วยการ "ล้วง"

คำว่า จก จ฿กฯ (อ่านว่า จ๋ก) ในพจนานุกรมแปลว่า "ล้วง, ควัก - อาการที่เอามือล้วงเข้าไปเพื่อคลำหรือจับเอาสิ่งใดสิ่งหนึ่ง" ชื่อนี้บอกวิธีทอได้ตรงตัว ผู้ทอจะล้วงหรือ "จก" ด้ายเส้นยืนขึ้นทีละช่วง แล้วสอดด้ายสีเพิ่มเข้าไปให้เกิดลาย

งานของ จันทราภา รุจินาม และรัฐไท พรเจริญ (๒๕๖๗) อธิบายว่าการทอจกคือ "การจกหรืองัดด้ายเส้นยืนขึ้นด้วยขนเม่น แล้วเพิ่มด้ายเส้นพุ่งที่มีสีสันและลักษณะพิเศษเข้าไปเป็นช่วง ๆ ตลอดหน้าผ้า" งานแบบนี้ต้องใช้ความประณีตสูงและทอได้ช้า จึงมักทอเป็นผ้าผืนเล็กเพื่อใช้ตกแต่ง

ตีนฯ
ตี๋นจ๋ก
น.ตีนจก - ชายผ้าซิ่นที่ "จก" หรือล้วงด้วยด้ายสีเป็นลวดลาย,ส่วนของชายผ้าซิ่น คนล้านนาเชื่อว่าถ้าฉีกเอาตีนซิ่นผู้หญิงเพียงเล็กน้อยใส่เข้าไปในรูปืน หรือเอาผูกที่ปากกระบอกปืน แล้วใช้ยิงผู้ที่มีคาถาอาคมอยู่ยงคงกระพัน เชื่อว่าสามารถข่มทำให้คาถาอาคมที่มีอยู่ในคนนั้นเสื่อมลง
ดูในพจนานุกรมมรดกล้านนา →

เครื่องทอผ้าในภาษาล้านนาเรียกว่า หูก หูก (อ่านว่า หูก) หรือ กี่ กี่ (อ่านว่า กี่) การทอผ้าเรียกว่า ทอหูก ทํอฯหูก (อ่านว่า ตอหูก) ส่วนด้ายที่ใช้ทอคือ ฝ้าย ฝ้ายฯ (อ่านว่า ฝ้าย) ซึ่งพจนานุกรมอธิบายว่าคือ "ปุยฝ้าย, เส้นด้ายที่ใช้สำหรับทอหรือการอื่น"

ℹ️ ข้อมูล
ช่างทอแม่แจ่มจกแบบคว่ำ: ชุติมา งามพิพัฒน์ (๒๕๖๔) ระบุว่าผ้าตีนจกแม่แจ่ม "มีเอกลักษณ์เฉพาะในการทอ หรือจกในลักษณะการคว่ำลวดลาย" ส่วนอุดม รุ่งเรืองศรี ยกเทคนิคที่ซับซ้อนมากของแม่แจ่ม คือผ้าพื้นสองสีแดงกับดำ ที่พุ่งด้ายมาเกาะกันตรงกลางผืนพอดี

ซิ่นแบบต่าง ๆ ในพจนานุกรม

ภาษาล้านนามีชื่อเรียกซิ่นแยกตามลวดลายและวิธีทอไว้มาก ต่อไปนี้คือตัวอย่างที่พจนานุกรมมรดกล้านนาบันทึกไว้

คำล้านนา อักษรล้านนา ความหมาย (ตามพจนานุกรม)
สิ้นต๋า สิ้นฯตา ผ้าซิ่นที่ทำลวดลายเป็นตา ๆ ตัวซิ่นเป็นลายทางขวาง ต่อเอวและเชิงด้วยผ้าพื้นสีแดง ดำ หรือน้ำตาล
สิ้นต๋าบ่านาว สิ้นฯตาบ่าฯนาฯวฯ ผ้าซิ่นลายเหลืองสลับดำ
สิ้นป้อง สิ้นฯป้ลฯอฯง ผ้าซิ่นที่มีลวดลายตามขวาง
สิ้นตี๋นต่อ สิ้นฯตีนฯฯตํอฯ ผ้าซิ่นที่นำผ้ามาต่อเชิงในภายหลัง
สิ้นม่าน สิ้นฯม่านฯ ผ้าซิ่นแบบพม่า นิยมใช้ดิ้นเงินดิ้นทองทอสอดแทรก
สิ้นยก สิ้นฯย฿กฯ ผ้าซิ่นที่ทอเป็นลวดลายศิลปะประดิษฐ์ชั้นสูง
สิ้นไหมคำ สิ้นฯไหมฯฅำ ผ้าซิ่นที่ทอดิ้นทอง ทั้งตัวหรือเฉพาะที่เชิง

นอกจากนี้ พจนานุกรมยังบันทึกคำว่า ลายดอกบ้วง ลายฯดอฯกบ้วฯง (อ่านว่า ลายดอกบ้วง) ไว้ว่าหมายถึงลายประดับสถาปัตยกรรมรูปดอกไม้ในตาสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัด และยังหมายถึง "ลายดอกที่เชิงของผ้าซิ่น" ด้วย แสดงให้เห็นว่าลายบนผ้ากับลายบนวิหารล้านนาใช้ชื่อร่วมกัน

ลายจกจากแหล่งทอสำคัญ

พจนานุกรมมรดกล้านนาระบุแหล่งผลิตซิ่นตีนจกที่ "ยังคงไว้ซึ่งลักษณะเฉพาะถิ่น" ไว้ที่ อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ อำเภอเวียงสา และ อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน อำเภอลอง จังหวัดแพร่ และ อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย แต่ละถิ่นมีลายจกและสีสันเป็นของตัวเอง ต่อไปนี้คือตัวอย่าง ๓ แห่งที่มีงานศึกษาให้อ้างอิง

อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ เป็นแหล่งทอซิ่นตีนจกที่รู้จักกันกว้างขวางที่สุดแห่งหนึ่ง ชุติมา งามพิพัฒน์ (๒๕๖๔) ระบุว่าผ้าตีนจกแม่แจ่มมี ลายหลัก ๑๑ ลาย และช่างทอนำส่วนประกอบของลายหลักมาผสมกันเป็นลายที่นิยมอีก ๕ ลาย รวมเป็น ๑๖ ลาย ลวดลายมักสื่อถึงพุทธศาสนา เช่น โคม ขัน นาค หงส์ น้ำต้น และสะเปา งานเดียวกันยังระบุว่าผ้าตีนจกแม่แจ่มได้ขึ้นทะเบียนเป็น สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) กับกรมทรัพย์สินทางปัญญา

รายชื่อลายตีนจกแม่แจ่ม ๑๖ ลาย (ชุติมา งามพิพัฒน์, ๒๕๖๔)

ลายหลัก ๑๑ ลาย: ลายหละกอนหลวง · ลายเจียงแสนหน้อย · ลายขันเสี้ยนสำ · ลายหงส์บี้ · ลายหงส์ปล่อย · ลายโกมฮูปนก · ลายโกมหัวหมอน · ลายขันสามแอว · ลายขันแอวอู · ลายกุดขอเบ็ด · ลายนกนอนกุม (บทคัดย่อของงานเดียวกันเขียนว่า "ลายนกกูม")

ลายผสมที่นิยม ๕ ลาย: ลายหละกอนหน้อย · ลายหละกอนก๋าง · ลายเจียงแสนหลวง · ลายนาคกูม · ลายนกนอน

ชื่อลายเหล่านี้เป็นชื่อเรียกในท้องถิ่น ยังไม่พบในพจนานุกรมมรดกล้านนา จึงเขียนเป็นอักษรไทยเท่านั้น

ที่มาของซิ่นตีนจก และการนุ่งในวันนี้

เรื่องที่มาของซิ่นตีนจกยังไม่มีข้อสรุปแน่ชัด จันทราภา รุจินาม และรัฐไท พรเจริญ (๒๕๖๗) เสนอว่ารูปแบบซิ่นตีนจกในหลายถิ่น "น่าจะ" สืบมาจากซิ่นของชาวเมืองเชียงแสน ซึ่งกระจายไปตั้งถิ่นฐานยังเชียงใหม่ ลำปาง น่าน และที่อื่น ๆ ในสมัยรัชกาลที่ ๑ ซิ่นเชียงแสนแบบโบราณมักทอตีนซิ่นพื้นสีแดงและจกลายนก ซึ่งตามความเชื่อของชาวล้านนาเป็นสัตว์มงคลที่สื่อถึงการเดินทางสู่สวรรค์ นี่เป็นข้อสันนิษฐานของผู้เขียน ไม่ใช่ข้อยุติทางประวัติศาสตร์

งานเดียวกันกล่าวว่า ในอดีตหญิงล้านนาต้องทอผ้าเป็น และมีซิ่นตีนจก อย่างน้อยหนึ่งผืน สำหรับนุ่งในงานพิธีสำคัญ ปัจจุบันซิ่นตีนจกยังนิยมนุ่งในงานบุญต่าง ๆ เช่น ปอยหลวง สลากภัต ปี๋ใหม่เมือง และจุลกฐิน รวมถึงการแต่งกายพื้นเมืองของหน่วยงานราชการและนักเรียน

⚠️ ข้อควรระวัง
ความเชื่อเรื่องตีนซิ่น: พจนานุกรมมรดกล้านนาบันทึกไว้ว่า "คนล้านนาเชื่อว่าถ้าฉีกเอาตีนซิ่นผู้หญิงเพียงเล็กน้อยใส่เข้าไปในรูปืน หรือเอาผูกที่ปากกระบอกปืน แล้วใช้ยิงผู้ที่มีคาถาอาคมอยู่ยงคงกระพัน เชื่อว่าสามารถข่มทำให้คาถาอาคมที่มีอยู่ในคนนั้นเสื่อมลง" นี่เป็นความเชื่อดั้งเดิมที่บันทึกไว้เพื่อการเรียนรู้ ไม่ใช่คำแนะนำให้ปฏิบัติ

สรุป

  • ซิ่นตีนจก (อ่านว่า สิ้นตี๋นจ๋ก) คือผ้าซิ่นล้านนาที่ต่อเชิงด้วยผ้าทอจก มี ๓ ส่วน คือ หัวซิ่น ตัวซิ่น และตีนซิ่น
  • จก แปลว่าล้วง ผู้ทอจะงัดด้ายเส้นยืนขึ้นแล้วสอดด้ายสีเข้าไปทีละช่วงเพื่อสร้างลาย
  • ภาษาล้านนามีชื่อซิ่นอีกมาก เช่น สิ้นต๋า สิ้นป้อง สิ้นม่าน สิ้นยก และสิ้นไหมคำ
  • แหล่งทอสำคัญมีลายเป็นเอกลักษณ์ เช่น แม่แจ่ม (๑๖ ลาย) ดอยเตา ("ผ้าซิ่นน้ำท่วม") และเมืองลอง (เน้นสีเหลือง)
  • ซิ่นตีนจกยังนิยมนุ่งในงานบุญสำคัญของล้านนาจนถึงวันนี้

ค้นคำล้านนาเรื่องผ้าและการแต่งกายเพิ่มเติมได้ใน พจนานุกรมมรดกล้านนา และอ่านงานบุญที่ผู้หญิงล้านนานิยมนุ่งซิ่นตีนจกไปร่วมได้ที่บทความ ปอยหลวง

แหล่งอ้างอิง

ค้นหาคำว่า "สิ้นตีนจก" ในพจนานุกรมมรดกล้านนา

🎯 ทดสอบคำในบทความนี้ทายคำล้านนาจากบทความ 22 คำ จำได้แค่ไหน?

บทความที่เกี่ยวข้อง

อุโบสถวัดพระแก้ว เชียงราย หน้าบันไม้แกะสลักสีแดงทอง ทางเดินพรมแดงขนาบด้วยธงชาติ ธงเหลือง และต้นไม้ร่มรื่น

พระรัตนปัญญาเถระ: ปราชญ์ล้านนาผู้รจนาชินกาลมาลีปกรณ์

5 ตุลาคม 2569 · วัฒนธรรม

พระรัตนปัญญาเถระคือพระภิกษุนักปราชญ์แห่งวัดป่าแดง เชียงใหม่ ผู้รจนาชินกาลมาลีปกรณ์ อ่านประวัติ ผลงาน ข้อถกเถียงเรื่องตัวตน และยุคทองวรรณกรร…

ศิลาจารึกอักษรฝักขามของวัดเชียงมั่น ด้านบนสลักดวงชาตาเมืองเชียงใหม่ จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ที่เชียงใหม่

เดือนเหนือ: ทำไมล้านนานับเดือนเร็วกว่า ๒ เดือน และวันเม็ง วันไท ปีหนไท

4 กันยายน 2569 · วัฒนธรรม

เดือนเหนือคือการนับเดือนแบบล้านนาที่เร็วกว่าภาคกลาง ๒ เดือน อ่านที่มาของเดือนเกี๋ยง เดือนยี่ วันเม็ง วันไทรอบ ๖๐ วัน และชื่อปีหนไท พร้อมวิธ…

รูปปั้นสีทองของครูบาศรีวิชัยถือตาลปัตรและบาตร ใต้สัปทนสีแดงขอบทอง ที่วัดพระสิงห์ เชียงใหม่

ครูบาศรีวิชัย: ตนบุญแห่งล้านนา ผู้นำศรัทธาสร้างถนนขึ้นดอยสุเทพ

20 สิงหาคม 2569 · วัฒนธรรม

ครูบาศรีวิชัยคือพระสงฆ์ที่ชาวล้านนายกย่องเป็นตนบุญ อ่านประวัติจากบ้านปาง ลี้ การบูรณะวัดกว่าร้อยแห่ง อธิกรณ์กับคณะสงฆ์ และถนนขึ้นดอยสุเทพที…

วิหารวัดนันทาราม อำเภอเมืองเชียงใหม่ ศูนย์กลางของชุมชนชาวไทขึนผู้ทำเครื่องเขิน

เครื่องเขิน: เครื่องรักของชาวไทขึน บ้านนันทาราม เชียงใหม่

20 กรกฎาคม 2569 · วัฒนธรรม

เครื่องเขินคือภาชนะไม้ไผ่สานทารักของล้านนา อ่านที่มาของชื่อจากชาวไทขึน ชุมชนนันทาราม ขั้นตอนการทำ การฮายลายฮายดอก และคำเมืองที่ใช้เรียกภาชน…

↑

↑ ↓ เลือก · Enter เปิด · Esc ปิด