
ภาพ: Harrison Weir / Wikimedia Commons (Public domain)
นิทานกระต่ายกับเต่า: เล่าเป็นคำเมืองครบทั้งเรื่อง
นิทานกระต่ายกับเต่า (The Tortoise and the Hare) เป็นนิทานอีสปที่คนไทยรู้จักกันตั้งแต่เด็ก คนเมืองเรียกกระต่ายว่า กะต่าย ระฯกต่ายฯ (คำเมืองอ่านว่า กะต่าย) ส่วน เต่า เตั่า (คำเมืองอ่านว่า เต่า) ก็ใช้คำเดียวกับไทยกลาง บทความนี้ลองเล่านิทานเรื่องนี้เป็น คำเมือง ครบทั้งเรื่อง โดยใช้เฉพาะคำที่มีในพจนานุกรม เพื่อให้เห็นว่าถ้าคนเมืองจะเล่าเรื่องเดียวกัน จะมีคำไหนให้ใช้บ้าง
นิทานเรื่องนี้ไม่ใช่เพลง แต่อยู่ในชุด เพลงโลก อู้คำเมือง ด้วยเหตุผลเดียวกับเพลงอื่นในชุด คือเป็นงานที่คนทั่วโลกรู้จัก และต่างจากเพลงลิขสิทธิ์อย่าง เพลงมายเวย์ ตรงที่ฉบับแปลภาษาอังกฤษรุ่นเก่าเป็น สาธารณสมบัติ เราจึงยกต้นฉบับมาได้ทั้งเรื่อง และถ่ายทอดเป็นคำเมืองได้ทุกประโยค ฉบับที่ใช้คือฉบับแปลของ George Fyler Townsend ไม่ใช่ฉบับเล่าใหม่สมัยปัจจุบัน
นิทานกระต่ายกับเต่า มาจากไหน
อีสป (Aesop) เป็นชื่อที่ผูกอยู่กับนิทานสัตว์สอนใจของกรีกโบราณ หลักฐานเก่าที่สุดเรื่องตัวเขาอยู่ในหนังสือประวัติศาสตร์ของเฮโรโดตัส (Herodotus) นักเขียนกรีกในศตวรรษที่ ๕ ก่อนคริสต์ศักราช ซึ่งเล่าว่า "อีสปผู้แต่งนิทาน" เคยเป็นทาสของชาวเกาะซามอสชื่อ Iadmon วิกิพีเดียสรุปว่าอีสปน่าจะมีชีวิตอยู่ในศตวรรษที่ ๖ ก่อนคริสต์ศักราช แต่แหล่งข้อมูลให้ปีไม่ตรงกัน และนักวิชาการหลายคนสงสัยว่าเขาอาจเป็นบุคคลในตำนานมากกว่าผู้แต่งนิทานทุกเรื่องจริง ๆ นิทานที่ใช้ชื่ออีสปจึงเป็นนิทานที่เล่าสืบกันมาและรวบรวมไว้ภายหลังหลายชั้น
นิทานเรื่องนี้ ในระบบเลขนิทานอีสปที่นักวิชาการใช้กัน (Perry Index) คือเรื่องที่ ๒๒๖ ตามที่วิกิพีเดียรวบรวมไว้ ฉบับต่าง ๆ มักให้ หมาจิ้งจอก เป็นผู้กำหนดเส้นทางหรือเป็นกรรมการที่เส้นชัย ฉบับพิมพ์ในยุโรปตั้งแต่ศตวรรษที่ ๑๖ ตีความคติของเรื่องต่างกันไป และในปี ค.ศ. ๑๙๓๕ (พ.ศ. ๒๔๗๘) ดิสนีย์ก็นำไปทำเป็นการ์ตูนสั้น
ฉบับที่เราใช้ คือ Three Hundred Aesop's Fables, Literally Translated from the Greek ของ George Fyler Townsend (ค.ศ. ๑๘๑๔–๑๙๐๐) สำนักพิมพ์ George Routledge and Sons กรุงลอนดอน ฉบับนี้มักระบุปี ค.ศ. ๑๘๖๗ (พ.ศ. ๒๔๑๐) แต่บันทึกของห้องสมุดมหาวิทยาลัยเครตัน (Creighton University) ระบุว่า Routledge พิมพ์ฉบับแปล ๓๐๐ เรื่องของ Townsend ครั้งแรกในปี ค.ศ. ๑๘๖๕ แล้วขยายเป็นฉบับที่มีภาพประกอบของ Harrison Weir มากขึ้นในปี ค.ศ. ๑๘๖๗ ปีที่พิมพ์ครั้งแรกจึงยังไม่ตรงกัน ภาพหน้าปกบทความนี้ก็เป็นภาพของ Harrison Weir จากหนังสือเล่มนั้น

ตอนที่ ๑: กะต่ายตือเต่า
นิทานเปิดเรื่องด้วยกระต่ายที่หัวเราะเยาะเต่า ว่าขาสั้นและเดินช้า เต่าไม่โกรธ แต่หัวเราะกลับแล้วท้าแข่ง
ต้นฉบับ (Townsend):
A Hare one day ridiculed the short feet and slow pace of the Tortoise, who replied, laughing: "Though you be swift as the wind, I will beat you in a race."แปลเป็นคำเมืองโดยมรดกล้านนา:
วันนึ่ง กะต่ายตือเต่าว่า ตี๋นก็ก้อม เตียวก็จ๊า เต่าไค่หัวแล้วว่า "ถึงตั๋วจะล่นเวยเหมือนลม ข้าก็จะเอี่ยงต๊าตั๋ว แล้วข้าจะแป๊"
คำแรกที่ควรรู้คือ ตือ ทื ที่พจนานุกรมให้ความหมายว่า ดูถูก เหยียดหยาม สบประมาท ตรงกับ "ridiculed" ในต้นฉบับ ขาสั้นของเต่าในคำเมืองคือ ตี๋น ตีนฯ (เท้า) กับ ก้อม ก้อฯม (สั้น) คำเดียวกับในชื่อ "เจี้ยก้อม" ที่แปลว่าเรื่องเล่าขนาดสั้น ส่วนการเดินช้าคือ จ๊า ช้า ซึ่งพจนานุกรมยกตัวอย่างไว้พอดีว่า "เตียวจ๊า" คือ เดินช้า
เต่า ไค่หัว ไฅ่ห฿วฯ คือ หัวเราะ แล้วตอบว่าแม้กระต่ายจะ ล่น ล่฿นฯ (วิ่ง) เวย เวิยฯ (เร็ว ไว) เหมือน ลม ล฿มฯ ก็ตาม เต่าก็จะ เอี่ยงต๊า อ่งท้าฯ ซึ่งแปลว่า ท้าแข่งขัน ท้าประลอง สรรพนามที่ใช้คือ ข้า ข้า แทนตัวผู้พูด และ ตั๋ว ต฿วฯ แทนผู้ฟังที่สนิทกัน คำว่า "ขา" ไม่มีในพจนานุกรมเป็นคำเมือง เราจึงใช้ ตี๋น ตามที่ต้นฉบับเขียนว่า feet
ตอนที่ ๒: ตกลงเอี่ยงต๊า มีหมาจ็๋อกวอเป็นผู้กำหนดตาง
ต้นฉบับ:
The Hare, believing her assertion to be simply impossible, assented to the proposal; and they agreed that the Fox should choose the course and fix the goal.แปลเป็นคำเมืองโดยมรดกล้านนา:
กะต่ายกึ๊ดว่า เรื่องนี้บ่มีตางเป๋นไปได้ ก็รับคำเอี่ยงต๊า แล้วทั้งสองตกลงกันหื้อหมาจ็๋อกวอเป็นผู้เลือกตาง และกำหนดที่ฮอด
กึ๊ด คึดฯ คือ คิด คำนึง หมาจิ้งจอก ในคำเมืองคือ หมาจ็๋อกวอ หมฯาจัอฯกวํอฯ พจนานุกรมบอกว่าเรียก "หมาผี" ก็ได้ ส่วน ตาง ทาฯงฯ คือ ทาง แนว ช่อง โอกาส คำนี้ใช้ได้ทั้ง "ทางวิ่ง" และ "ทางเป็นไปได้" แบบในบรรทัดแรก คำว่า ว่า ว่าฯ ในคำเมืองนอกจากใช้เชื่อมประโยคแบบไทยกลางแล้ว ยังแปลว่า พูด บอก เล่า ได้ด้วย และ หื้อ หื้ ก็คือ "ให้"
ในต้นฉบับ Townsend เรียกเต่าว่า "her" และเรียกกระต่ายว่า "he" ภาษาคำเมืองไม่ต้องบอกเพศของสัตว์ในประโยค เราจึงเล่าตรง ๆ ว่า กะต่าย กับ เต่า
ตอนที่ ๓: เต่าเตียวบ่ยั้งบ่เซา กะต่ายนอนหลั๋บป้างตาง
ตอนนี้คือหัวใจของเรื่อง เต่าเดินช้าแต่ไม่หยุดเลย ส่วนกระต่ายมั่นใจจนนอนหลับข้างทาง
ต้นฉบับ:
On the day appointed for the race the two started together. The Tortoise never for a moment stopped, but went on with a slow but steady pace straight to the end of the course. The Hare, lying down by the wayside, fell fast asleep.แปลเป็นคำเมืองโดยมรดกล้านนา:
ฮอดวันเอี่ยงต๊า ทั้งสองออกตางพร้อมกัน เต่าเตียวบ่ยั้งบ่เซา จ๊าก็จ๊า แต่บ่ยั้งสักเตื้อ ตรงไปจนเถิงปลายตาง ส่วนกะต่ายนอนลงป้างตาง แล้วก็หลั๋บไป
เตียว ทยฯว คือ เดิน และสำนวน บ่ยั้งบ่เซา บยั้งฯบเซัา ที่พจนานุกรมแปลว่า ไม่หยุดไม่พัก ไม่หยุดไม่หย่อน ตรงกับ "never for a moment stopped" อย่างพอดี เถิง เถิงฯ คือ ถึง บรรลุจุดหมาย ส่วนกระต่ายนอนที่ ป้างตาง พ่างฯทาฯงฯ ซึ่งแปลตรงตัวว่า ข้างทาง แล้วก็ นอน นอฯร หลั๋บ หัลฯบ ไป
คำว่า "บ่ยั้ง" ในประโยคมาจาก ยั้ง ยั้งฯ ที่แปลว่า หยุด พัก เลิกชั่วคราว และ เตื้อ เทิ่อฯอ คือ ครั้ง คราว หน "บ่ยั้งสักเตื้อ" จึงแปลว่า ไม่หยุดสักครั้ง ส่วนคำว่า "เส้นชัย" และ "ปลายทาง" ไม่มีในพจนานุกรมเป็นคำเมือง เราจึงเขียน "ปลายตาง" โดยใช้คำว่า ตาง ที่มีในพจนานุกรม ผสมกับคำไทยว่า ปลาย

ตอนที่ ๔: หลั๋บลุกขึ้นมา เต่าฮอดก่อนแล้ว
ต้นฉบับ:
At last waking up, and moving as fast as he could, he saw the Tortoise had reached the goal, and was comfortably dozing after her fatigue.แปลเป็นคำเมืองโดยมรดกล้านนา:
ในที่สุดกะต่ายก็หลั๋บลุก ล่นจี้บไปเต็มแรง แต่ก็หันว่าเต่าฮอดก่อนแล้ว และกำลังนอนพักหายอิ๋ดอยู่สบาย ๆ
หลั๋บลุก หัลฯบลุก คือ ตื่นขึ้นจากการนอนหลับ จี้บ ชีปฯ คือ รวดเร็ว และใช้ต่อท้ายประโยคในความหมายว่า ตลอดตั้งแต่ต้นจนจบ พจนานุกรมยกตัวอย่างไว้ว่า "ล่นเถิงบ้านจี้บ" คือ วิ่งไปจนถึงบ้านโดยไม่หยุด ฮอด รอฯด คือ ถึงจุดหมายปลายทาง ลุล่วง สำเร็จ และ อิ๋ด อิดฯ คือ เหนื่อย เมื่อยล้า อ่อนเพลีย ส่วน หัน หันฯ ในประโยคคือ เห็น พบ คำว่า แล้ว แลฯวฯ คือ เสร็จสิ้น ล่วงไปแล้ว

คติท้ายเรื่อง: จ๊าแต่บ่ยั้ง ก็แป๊ได้
ต้นฉบับ:
Slow but steady wins the race.แปลเป็นคำเมืองโดยมรดกล้านนา:
จ๊าแต่บ่ยั้ง ก็แป๊ได้
คติของ Townsend สั้นมาก เราจึงเลือกคำเมืองที่สั้นตามไปด้วย คำสำคัญคือ แป๊ แพ้ ซึ่งแปลว่า ชนะ ส่วนฝ่ายที่แพ้ในคำเมืองคือ ก๊าน ค้าฯนฯ ซึ่งพจนานุกรมให้ความหมายว่า แพ้ พ่ายแพ้ สู้ไม่ได้ ไม่ชนะ ในนิทานนี้ เต่าจึง "แป๊" และกระต่ายจึง "ก๊าน"
กะต่ายแพ้เพราะอะไร: คำเมืองเรื่องความประมาทและความเพียร
นิทานเรื่องนี้ไม่ได้บอกว่าความเร็วไม่ดี กระต่ายแพ้เพราะมั่นใจเกินไปจนหยุดพัก คำเมืองมีคำสำหรับความประมาทหลายคำ ลื่น ลื่นฯ แปลว่า ขาดความรอบคอบ ชะล่าใจ ตีตนเสมอ ดูหมิ่น ประมาท ซึ่งรวมทั้งการดูถูกคนอื่นและความชะล่าใจของกระต่ายไว้ในคำเดียว และ ผาหมาท ผา(ระฯบาฯ)หมฯาทฯ ก็คือคำว่า ประมาท ในเสียงคำเมือง ส่วนคนที่ชอบนอนพักเกินงานคือ ขี้ค้าน ขี้ระฯค้าฯนฯ (ขี้เกียจ)
ฝั่งเต่ามีคำชมให้เลือกใช้เช่นกัน ใจ๋ยาว ไจยาวฯ แปลว่า มีความอดทน ไม่ท้อถอย ตรงกับเต่าที่รู้ว่าตัวเองช้าแต่ก็ไม่ถอย และ หมั่น หั่มฯร แปลว่า ขยัน ไม่อยู่นิ่งเฉย มานะพยายาม
ภาษาไทยกลางมีสำนวน "ช้า ๆ ได้พร้าเล่มงาม" ที่คนมักยกมาคู่กับนิทานเรื่องนี้ ในพจนานุกรมมรดกล้านนามีคำเปรียบที่ใกล้เคียงอยู่ ๒ คำ
| คำเมือง | ความหมายตามพจนานุกรม | เข้ากับนิทานตรงไหน |
|---|---|---|
| น้ำจึมซาย นาฯชึมฯซายฯ | น้ำที่ซึมออกจากบ่อทราย เป็นสำนวนว่า ค่อยเป็นค่อยไป เช่น เก็บเล็กผสมน้อย | เต่าที่ค่อย ๆ เดินไปทีละก้าวจนถึง |
| เผื่อฮู้ปอวาย เผิ่อฯอรู้พํอฯวาฯยฯ | กว่าจะรู้ตัวก็สายเสียแล้ว เป็นคำบ่าเก่าที่สอนไม่ให้ประมาท ไม่ให้ขี้เกียจชักช้า | กระต่ายที่หลั๋บลุกขึ้นมาเมื่อเต่าฮอดแล้ว |
สรุปคำเมืองจากนิทาน
| ความคิดในนิทาน | คำเมืองที่ใช้ | ความหมายตามพจนานุกรม |
|---|---|---|
| ตัวละคร | กะต่าย · เต่า · หมาจ็๋อกวอ | กระต่าย · เต่า · หมาจิ้งจอก |
| ดูถูกและท้าแข่ง | ตือ · ไค่หัว · เอี่ยงต๊า | ดูถูก · หัวเราะ · ท้าแข่งขัน |
| ช้าและเร็ว | จ๊า · เวย · ล่น · เตียว · จี้บ | ไม่เร็ว · เร็ว ไว · วิ่ง · เดิน · รวดเร็วตลอดจนจบ |
| ทางและการไปถึง | ตาง · ป้างตาง · เถิง · ฮอด | ทาง · ข้างทาง · ถึง · ถึงจุดหมาย |
| หยุดและหลับ | ยั้ง · บ่ยั้งบ่เซา · นอน · หลั๋บ · หลั๋บลุก · อิ๋ด | หยุดพัก · ไม่หยุดไม่พัก · นอน · หลับ · ตื่น · เหนื่อย |
| แพ้และชนะ | แป๊ · ก๊าน | ชนะ · แพ้ |
| ประมาทและเพียร | ลื่น · ผาหมาท · ขี้ค้าน · ใจ๋ยาว · หมั่น | ชะล่าใจ · ประมาท · ขี้เกียจ · อดทน · ขยัน |
คำเมืองที่เล่ามาทั้งหมดเป็นสำนวนของมรดกล้านนา ใช้คำจากพจนานุกรมผสมกับคำไทยทั่วไปที่ไม่มีในพจนานุกรม คนเมืองแต่ละถิ่นอาจเล่าความเดียวกันด้วยคำอื่นได้ และเรายังต้องการให้เจ้าของภาษาช่วยตรวจ
เทียบกับเจี้ยก้อม: นิทานสอนใจกับนิทานขำขัน
ล้านนามีนิทานสั้นของตัวเองที่เรียกว่า เจี้ยก้อม เจ้ยฯก้อฯม มาจาก เจี้ย เจ้ยฯ (นิทาน เรื่องเล่า) กับ ก้อม (สั้น) บทความ เจี้ยก้อม รวมไว้ ๕ เรื่อง เมื่อวางคู่กับนิทานอีสปจะเห็นว่าทั้งสองแบบสั้น มีตัวละคร และมีบทพูด แต่ตั้งใจต่างกัน
| นิทานอีสป (กระต่ายกับเต่า) | เจี้ยก้อม | คำบ่าเก่า | |
|---|---|---|---|
| รูปแบบ | เรื่องสั้น ตัวละครเป็นสัตว์ | เรื่องสั้น ตัวละครเป็นคน มีบทสนทนา | ประโยคเดียว มักคล้องจอง |
| จุดมุ่งหมาย | สอนใจ มีคติปิดท้าย | ทำให้หัวเราะ บางเรื่องแฝงการเสียดสี | สอนใจ เตือนสติ |
| จุดสำคัญ | สิ่งที่ตัวละครทำ (หยุดพักหรือเดินต่อ) | มุกตอนจบที่เล่นกับคำ | การเปรียบเทียบ |
| ตัวอย่างในบทความนี้ | เต่าเตียวบ่ยั้งบ่เซา | เรื่องควายมาน หรือน้ำพริกฮ้า | เผื่อฮู้ปอวาย · น้ำจึมซาย |
นิทานอีสปจึงอยู่ระหว่างสองแบบของล้านนา เล่าเป็นเรื่องแบบเจี้ยก้อม แต่จบด้วยคำสอนแบบ คำบ่าเก่า ถ้าลองเล่ากระต่ายกับเต่าให้เด็กคนเมืองฟัง ก็อาจปิดเรื่องด้วยคำบ่าเก่าอย่าง "เผื่อฮู้ปอวาย" แทนคติภาษาอังกฤษได้เลย
สรุป
- นิทานกระต่ายกับเต่าเป็นนิทานอีสป (Perry 226) เราใช้ฉบับแปลของ George Fyler Townsend จากสำนักพิมพ์ Routledge (มักระบุปี ค.ศ. ๑๘๖๗) ซึ่งเป็นสาธารณสมบัติ
- คนเมืองเรียกกระต่ายว่า กะต่าย หมาจิ้งจอกว่า หมาจ็๋อกวอ ช้าคือ จ๊า วิ่งคือ ล่น
- แป๊ คำเมืองแปลว่า ชนะ ส่วน ก๊าน แปลว่า แพ้ ระวังสับสนกับคำไทยกลาง
- บ่ยั้งบ่เซา (ไม่หยุดไม่พัก) คือหัวใจของเต่า ส่วน ลื่น และ ผาหมาท (ประมาท) คือเหตุที่กระต่ายแพ้
- คำบ่าเก่า เผื่อฮู้ปอวาย และสำนวน น้ำจึมซาย ใช้สอนเรื่องเดียวกันได้ ส่วนคำเมืองที่เล่ายังต้องให้เจ้าของภาษาช่วยตรวจ
ค้นคำในบทความเพิ่มเติมได้ใน พจนานุกรมมรดกล้านนา อ่านต่อ: เจี้ยก้อม · คำบ่าเก่า · เพลงมายเวย์ หรือดูทั้งชุดที่ เรียนคำเมืองจากบทเพลงและวรรณกรรม
ลิขสิทธิ์และการให้เกียรติเจ้าของผลงาน
| รายการ | รายละเอียด |
|---|---|
| นิทาน | The Hare and the Tortoise (กระต่ายกับเต่า) นิทานอีสป Perry Index ๒๒๖ |
| ผู้แต่ง | นิทานกรีกโบราณที่ใช้ชื่อ อีสป (Aesop) ไม่ทราบผู้แต่งที่แท้จริง |
| ฉบับแปลที่ใช้ | George Fyler Townsend, Three Hundred Aesop's Fables (ภาษาอังกฤษ, London: George Routledge and Sons, ค.ศ. ๑๘๖๗ บางแหล่งว่าพิมพ์ครั้งแรก ค.ศ. ๑๘๖๕) |
| ภาพประกอบ | Harrison Weir (ฉบับ Townsend) และ Arthur Rackham (ค.ศ. ๑๙๑๒) |
| สถานะ | สาธารณสมบัติ (public domain) นิทานเป็นเรื่องเล่าโบราณ และผู้แปลคือ George Fyler Townsend เสียชีวิตเมื่อ ค.ศ. ๑๙๐๐ |
บทความนี้จัดทำเพื่อการเรียนรู้ภาษาและวัฒนธรรมล้านนา โดยมรดกล้านนา ซึ่งเป็นเว็บไซต์ไม่แสวงหากำไร ต้นฉบับและฉบับแปลที่ใช้เป็นสาธารณสมบัติ เราจึงถ่ายทอดเป็นคำเมืองได้ครบทั้งเรื่อง ส่วนฉบับเล่าใหม่ ฉบับแปลภาษาไทย และงานดัดแปลงสมัยใหม่ (เช่น การ์ตูนของดิสนีย์ ค.ศ. ๑๙๓๕) ยังเป็นลิขสิทธิ์ของเจ้าของ เราไม่ได้ใช้ถ้อยคำเฉพาะของฉบับเหล่านั้น
ขอขอบคุณและให้เกียรติแก่ผู้เล่า ผู้แปล ผู้วาดภาพ และผู้ถือสิทธิ์ทุกท่าน หากเจ้าของสิทธิ์ประสงค์ให้ปรับแก้หรือนำส่วนใดออก โปรดแจ้งที่ moradoklanna@gmail.com เรายินดีดำเนินการโดยเร็ว
แหล่งอ้างอิง
- พจนานุกรมมรดกล้านนา (dict2) คำ กะต่าย เต่า จ๊า ล่น แป๊ ก๊าน ตือ ตี๋น ก้อม ไค่หัว ลม เวย เอี่ยงต๊า กึ๊ด หมาจ็๋อกวอ ตาง เตียว บ่ยั้งบ่เซา เถิง ป้างตาง นอน หลั๋บ หลั๋บลุก ฮอด อิ๋ด ยั้ง จี้บ ลื่น ผาหมาท ขี้ค้าน ใจ๋ยาว หมั่น น้ำจึมซาย เผื่อฮู้ปอวาย เจี้ย เจี้ยก้อม ข้า ตั๋ว ว่า หื้อ แล้ว นึ่ง หัน เตื้อ
- Townsend, G. F. (แปล). (ค.ศ. ๑๘๖๗). Three Hundred Aesop's Fables, Literally Translated from the Greek. London: George Routledge and Sons. "The Hare and the Tortoise". ฉบับ Project Gutenberg · สำเนาจาก Internet Archive
- Creighton University Digital Repository. Three Hundred Aesop's Fables (บันทึกเรื่องปีพิมพ์ ค.ศ. ๑๘๖๕ และ ๑๘๖๗)
- Herodotus. The History of Herodotus เล่ม ๒ ตอนที่ ๑๓๔ (แปลโดย G. C. Macaulay). ฉบับ Project Gutenberg
- วิกิพีเดีย. Aesop · The Tortoise and the Hare · George Fyler Townsend (ใช้เป็นข้อมูลนำทาง และตรวจกับแหล่งอื่น)
- บทความ เจี้ยก้อม คำบ่าเก่า และ เพลงมายเวย์ ของมรดกล้านนา
ฝึกคำจากบทความนี้
ลองเล่นบัตรคำ 40 คำจากบทความนี้ จำคำล้านนาให้แม่นขึ้น
ค้นหาคำว่า "กะต่าย" ในพจนานุกรมมรดกล้านนา
🎯 ทดสอบคำในบทความนี้ทายคำล้านนาจากบทความ 44 คำ จำได้แค่ไหน?


