มรดกล้านนา

🌐 Read in English

ประตูด่านหินมีหลังคากระเบื้องแบบเกาหลีตั้งอยู่กลางป่าสน บนทางเดินเก่าข้ามช่องเขามุนกย็องแซแจ ประเทศเกาหลีใต้

ภาพ: hyolee2 / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0)

เพลงอารีรัง: ข้ามกิ่วดอยไปกับเพลงพื้นบ้านเกาหลี ในคำเมือง

เพลงอารีรัง (Arirang) เป็นเพลงพื้นบ้านที่ชาวเกาหลีทุกคนร้องได้ ทั้งในเกาหลีใต้ เกาหลีเหนือ และชาวเกาหลีที่อยู่ทั่วโลก ท่อนรับ "อารีรัง อารีรัง อาราริโย" ตามมาด้วยภาพคนที่กำลังเดินข้าม ช่องเขา จากไป บทความนี้ลองเล่าเพลงนี้เป็น คำเมือง โดยใช้เฉพาะคำที่มีในพจนานุกรม และคำแรกที่ต้องรู้ก็คือ กิ่วดอย กิ่วฯดอฯยฯ (คำเมืองอ่านว่า กิ่วดอย) ซึ่งพจนานุกรมให้ความหมายว่า ช่องทางเดินบนภูเขาตรงรอยต่อของภูเขาสองลูก ตรงกับคำว่า โคแก (고개) ในเพลงพอดี

อารีรังไม่มีผู้แต่งคนเดียว ยูเนสโกเรียกเพลงนี้ว่าเพลงที่ชาวเกาหลีสามัญช่วยกันสร้างสืบมาหลายชั่วคน ต่างจากเพลงลิขสิทธิ์อย่าง เพลงมายเวย์ เนื้อร้องพื้นบ้านของอารีรังเป็น สาธารณสมบัติ เราจึงแสดงต้นฉบับภาษาเกาหลีคู่กับคำเมืองได้ ครบทุกบท ของฉบับที่เลือกใช้

กิ่วฯดอฯยฯ
กิ่วดอย
น.ช่องทางเดินบนภูเขาตรงรอยต่อของภูเขาสองลูก
ดูในพจนานุกรมมรดกล้านนา →

อารีรังมาจากไหน

เพลงเดียวที่มีหลายพันแบบ หน้ารายการของยูเนสโกซึ่งขึ้นทะเบียนอารีรังของเกาหลีใต้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ เมื่อ ค.ศ. ๒๐๑๒ (พ.ศ. ๒๕๕๕) อธิบายว่าเพลงนี้ประกอบด้วยท่อนรับ "อารีรัง อารีรัง อาราริโย" กับเนื้อร้องง่าย ๆ สองบรรทัด ซึ่งต่างกันไปตามท้องถิ่น ผู้เชี่ยวชาญประมาณว่ามีราว ๓,๖๐๐ แบบ แยกเป็นราว ๖๐ ฉบับ ต่อมาใน ค.ศ. ๒๐๑๔ (พ.ศ. ๒๕๕๗) ยูเนสโกก็ขึ้นทะเบียนอารีรังของเกาหลีเหนืออีกรายการหนึ่ง

อารีรังสามสายหลัก สารานุกรมวัฒนธรรมเกาหลีของสถาบันเกาหลีศึกษา (Academy of Korean Studies) เรียกอารีรังของ ช็องซ็อน (정선) ในจังหวัดคังว็อน จินโด (진도) ทางใต้ และ มีรยัง (밀양) ทางตะวันออกเฉียงใต้ ว่า "อารีรังพื้นบ้านสามสายหลัก" และเห็นว่าอารีรังช็องซ็อนเก็บลักษณะเพลงพื้นบ้านของถิ่นภูเขาไว้มากที่สุด ชาวช็องซ็อนเชื่อกันว่าเพลงของพวกเขาเก่าแก่ย้อนไปถึงปลายราชวงศ์โครยอ สารานุกรมเดียวกันยังเล่าว่า บันทึก แมช็อนยาร็อก (매천야록) ของนักปราชญ์ฮวังฮย็อน กล่าวถึงพระเจ้าโกจงว่าโปรดฟังอารีรังในราชสำนัก แสดงว่าเพลงนี้แพร่มาถึงโซลแล้วในสมัยนั้น

ความหมายของคำว่า "อารีรัง" เองไม่มีข้อสรุป สารานุกรมของสถาบันเกาหลีศึกษาและสมาคมวัฒนธรรมเซจง (Sejong Cultural Society) ตรงกันว่าเป็นคำร้องรับที่ไม่มีความหมายตายตัว มีหน้าที่ให้จังหวะและอารมณ์ ส่วนที่มีผู้เสนอว่ามาจากคำจีน 我離郎 (ฉันจากคนรัก) หรือจากชื่อบุคคลในตำนาน ก็เป็นเพียงข้อสันนิษฐาน

ฉบับที่ดังที่สุด อารีรังที่คนทั่วโลกรู้จักคือ อารีรังฉบับมาตรฐาน ซึ่งเกาหลีเรียกว่า บนโจอารีรัง (본조아리랑) หรือ คย็องกีอารีรัง (경기아리랑) เพลงนี้ดังไปทั่วประเทศจากภาพยนตร์เงียบเรื่อง อารีรัง ของ นาอุนกยู (나운규, ค.ศ. ๑๙๐๒–๑๙๓๗) ซึ่งออกฉายที่โรงภาพยนตร์ทันซ็องซาในโซลเมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม ค.ศ. ๑๙๒๖ (พ.ศ. ๒๔๖๙) ตามวิกิพีเดีย ปัจจุบันฟิล์มของภาพยนตร์เรื่องนี้สูญหายไปแล้ว สารานุกรมของสถาบันเกาหลีศึกษาจัดเพลงนี้เป็น "อารีรังเพลงพื้นบ้านแบบใหม่" ที่ผ่านการเรียบเรียงของคนรุ่นหลัง แต่รากทางดนตรีส่วนใหญ่มาจากอารีรังช็องซ็อน

ส่วนเสียงบันทึกอารีรังที่เก่าที่สุดเท่าที่รู้ ตามวิกิพีเดียและหนังสือพิมพ์ Korea Herald คือกระบอกเสียงที่นักชาติพันธุ์วิทยาชาวอเมริกัน Alice C. Fletcher บันทึกนักเรียนชาวเกาหลีสามคนร้องเพลงนี้ที่กรุงวอชิงตันเมื่อ ค.ศ. ๑๘๙๖ (พ.ศ. ๒๔๓๙)

ฉบับที่เราใช้

บทความนี้ใช้ อารีรังฉบับมาตรฐาน ท่อนรับกับบทที่ ๑ ตรงกันในสามแหล่ง คือ สารานุกรมของสถาบันเกาหลีศึกษา สมาคมวัฒนธรรมเซจง และวิกิพีเดีย ส่วนบทที่ ๒ แหล่งข้อมูลต่างกันเล็กน้อย และบทที่ ๓ มีเฉพาะในวิกิพีเดีย เราจะบอกความต่างไว้ในแต่ละบท คำแปลภาษาไทยใต้ต้นฉบับเป็นคำแปลแบบตรงตัวของมรดกล้านนาเอง ไม่ได้คัดจากคำแปลของผู้อื่น

ฟังอารีรังจากยูเนสโก

วิดีโอนี้มาจากช่องทางการของยูเนสโก เป็นภาพยนตร์สั้นประกอบการขึ้นทะเบียนอารีรังของเกาหลีใต้ เล่าเรื่องอารีรังหลายท้องถิ่น และมีเสียงร้องของชาวบ้านและนักร้องเพลงพื้นบ้าน หน้าวิดีโอบนเว็บไซต์ยูเนสโกระบุลิขสิทธิ์เป็นของสำนักงานมรดกทางวัฒนธรรมเกาหลี (Cultural Heritage Administration of Korea) ค.ศ. ๒๐๑๒

Arirang, lyrical folk song in the Republic of Korea (UNESCO)
Arirang, lyrical folk song in the Republic of Korea (UNESCO) · ดูบน YouTube ↗

ท่อนรับ: ข้ามกิ่วดอยอารีรัง

ต้นฉบับ (อารีรังฉบับมาตรฐาน):
아리랑 아리랑 아라리요
아리랑 고개로 넘어간다
(อารีรัง อารีรัง อาราริโย / อารีรัง โคแกโร นอมอกันดา)

แปลตรงตัว: อารีรัง อารีรัง อาราริโย / กำลังข้ามช่องเขาอารีรังไป

แปลเป็นคำเมืองโดยมรดกล้านนา:
อารีรัง อารีรัง อาราริโย
ข้ามกิ่วดอยอารีรังไป

คำว่า โคแก (고개) ในภาษาเกาหลีคือ ช่องทางข้ามภูเขา หรือทางขึ้นลงเนิน คำเมืองมีคำที่ตรงกันเกือบพอดี คือ กิ่วดอย ที่แยกออกเป็นสองคำได้ กิ่ว กิ่วฯ มีหลายความหมาย ความหมายหนึ่งในพจนานุกรมคือ "หว่างยอดภูเขาที่ต่ำที่สุด" คือส่วนที่คอดลงระหว่างยอดเขาสองยอด ซึ่งเป็นทางที่คนเดินข้ามภูเขาได้ง่ายที่สุด ส่วน ดอย ดอฯย คือภูเขาสูง

ภาพบนสุดของบทความเป็นประตูด่านที่ ๒ (โจก๊กกวาน) บนทางเดินเก่าข้ามช่องเขามุนกย็องแซแจ (문경새재) ในจังหวัดคย็องซังเหนือ คำว่า แจ (재) ในชื่อนี้ก็แปลว่าช่องเขาเช่นกัน

กริยาในบรรทัดที่สองคือ ข้าม ข้ามฯ ซึ่งพจนานุกรมให้ความหมายว่า ผ่านจากข้างหนึ่งไปยังอีกข้างหนึ่ง และ ไป ไพ คือเคลื่อนออกจากที่ ในเพลงเกาหลีใช้คำว่า "นอมอกันดา" ซึ่งรวมความหมาย "ข้ามพ้น" กับ "ไป" ไว้ในคำเดียว คำเมืองจึงใช้สองคำต่อกัน

ทางเดินไม้มีราวกั้นไต่ไปตามสันเขาหญ้า มองเห็นทิวดอยซ้อนกันไกลออกไป บนเส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน ดอยอินทนนท์
เส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน บนดอยอินทนนท์ เชียงใหม่ ชื่อนี้ก็มีคำว่า กิ่ว อยู่ด้วย · ภาพ: Douglas Perkins / Wikimedia Commons (CC BY 4.0)

บทที่ ๑: คนที่ละข้าไป

ต้นฉบับ:
나를 버리고 가시는 님은
십리도 못 가서 발병 난다
(นารึล พอรีโก คาซีนึน นีมึน / ซิมนีโด มด คาซอ พัลบย็อง นันดา)

แปลตรงตัว: คนรักที่ทิ้งฉันไป / เดินไปไม่ถึงสิบลี้ ก็จะเจ็บเท้า

แปลเป็นคำเมืองโดยมรดกล้านนา:
เปิ้นตี้ละข้าไป
ไปบ่ฮอดสิบลี้ ตี๋นก็จะปวด

บทนี้คือบรรทัดที่คนจำได้มากที่สุด ฝ่ายที่ถูกทิ้งไว้ไม่ได้สาปแช่ง แต่บอกแบบน้อยใจปนห่วงว่า คนที่จากไปคงเดินไปได้ไม่ไกล

คำว่า "ทิ้ง" ในคำเมืองคือ ละ ละ ที่พจนานุกรมให้ความหมายว่า ทิ้ง ปล่อย ส่วน "ฉัน" ใช้ ข้า ข้า สรรพนามบุรุษที่ ๑ ที่ใช้ได้ทั้งหญิงและชาย และคนที่จากไปเราใช้ เปิ้น เพิ่นฯ ซึ่งพจนานุกรมบอกว่าใช้หมายถึง "เขา" หรือ "ท่าน" ได้ เช่น "เปิ้นไปแล้ว" คือ เขาไปแล้ว

ฮอด รอฯด คือ ถึงจุดหมายปลายทาง เมื่อนำหน้าด้วย บ่ บ จึงเป็น "บ่ฮอด" ไม่ถึง ส่วน "เท้า" คำเมืองคือ ตี๋น ตีนฯ และอาการเจ็บต่อเนื่องคือ ปวด ปวฯด (คำเกาหลี "พัลบย็อง" แปลตรง ๆ ว่า โรคที่เท้า)

💡 เกร็ดความรู้
ลี้ ในเพลงเกาหลีเป็นหน่วยวัดระยะทาง (리) "สิบลี้" หมายถึงระยะทางไม่ไกลนัก แต่ในคำเมือง ลี้ ลี้ เป็นกริยา แปลว่า ซ่อน แฝง แอบ หลีกหนีไปซ่อนอยู่ในที่ลับตา ถ้าคนเมืองได้ยินคำว่า "ลี้" เฉย ๆ จะนึกถึงการแอบซ่อน ไม่ใช่ระยะทาง ในบทเรียบเรียงเราจึงคงคำว่า "สิบลี้" ไว้เป็นคำทับศัพท์ของหน่วยวัด

บทที่ ๒: ฟ้าใส ดาวหลาย

ต้นฉบับ (ตามสมาคมวัฒนธรรมเซจง):
청청하늘엔 별도 많고
우리네 가슴엔 꿈도 많다
(ช็องช็องฮานือเรน พย็อลโด มันโค / อูรีเน คาซือเมน กุมโด มันทา)

แปลตรงตัว: บนฟ้าสีครามใส มีดาวมากมาย / ในอกของพวกเรา มีความฝันมากมาย

แปลเป็นคำเมืองโดยมรดกล้านนา:
ฟ้าใส ดาวก็หลาย
ใจ๋หมู่เฮา ฝันก็หลาย

บทนี้แหล่งข้อมูลเขียนต่างกันเล็กน้อย สมาคมวัฒนธรรมเซจงให้ "별도 많고 … 꿈도 많다" (ดาวมาก … ความฝันมาก) ส่วนวิกิพีเดียให้ "잔별도 많고 … 희망도 많다" (ดาวดวงเล็กมาก … ความหวังมาก) เราใช้ตามสมาคมเซจง ซึ่งระบุว่าเป็นเนื้อที่ร้องกันมากที่สุด

ฟ้า ฟ้า คือส่วนเบื้องบนที่มองเห็นปกคลุมแผ่นดิน และ ใส ไส ในพจนานุกรมมีความหมายว่า กระจ่าง แจ่ม ไม่ขุ่น ไม่ฝ้า ไม่มัว ดาว ดาวฯ คือดวงที่มีแสงบนท้องฟ้าเวลามืด และ หลาย หลฯายฯ แปลว่า มาก เยอะ ซึ่งคนเมืองใช้แทน "มาก" อยู่ทุกวัน

ส่วน "อกของพวกเรา" เราใช้ ใจ๋ ไจ ซึ่งพจนานุกรมให้ทั้งความหมายหัวใจ และ "สิ่งที่ทำหน้าที่รู้ รู้สึก นึก และคิด" กับ หมู่เฮา หู่เรัา ที่หมายถึงพวกเดียวกัน แบบกันเอง ตรงกับคำเกาหลี "อูรีเน" ที่ให้ความรู้สึกว่า "พวกเราชาวบ้าน" ส่วน ฝัน ฝันฯ พจนานุกรมให้ไว้สองความหมาย คือ ฝันตอนหลับ และ "การระลึกเห็น อยากเป็น อยากได้" ความหมายที่สองนี้จึงครอบคลุมได้ทั้ง "ความฝัน" และ "ความหวัง" ของสองฉบับ

บทที่ ๓: ดอยแบ็กดูกับดอกไม้หน้าหนาว

ต้นฉบับ (ตามวิกิพีเดีย):
저기 저 산이 백두산이라지
동지 섣달에도 꽃만 핀다
(ชอกี ชอ ซานี แพ็กดูซานีราจี / ทงจี ซอตตาเรโด กกมัน พินดา)

แปลตรงตัว: ภูเขาลูกโน้นว่ากันว่าคือภูเขาแบ็กดู / แม้ในเดือนที่หนาวที่สุดของปี ดอกไม้ก็ยังบาน

แปลเป็นคำเมืองโดยมรดกล้านนา:
ดอยลูกหั้น ว่าเป๋นดอยแบ็กดู
ยามหนาวสุดของปี๋ ดอกก็ยังบาน

ภูเขาแบ็กดู (백두산 หรือที่คนไทยมักเขียนว่า แพ็กตู) เป็นภูเขาไฟสูง ๒,๗๔๔ เมตร บนพรมแดนเกาหลีเหนือกับจีน บนยอดมีทะเลสาบในปล่องภูเขาไฟ วิกิพีเดียบันทึกว่าชาวเกาหลีและชาวแมนจูผูกภูเขาและทะเลสาบนี้ไว้กับตำนาน และถือเป็นถิ่นกำเนิดของบรรพบุรุษ คำว่า "ทงจี ซอตตัล" (동지 섣달) หมายถึงเดือนสิบเอ็ดและเดือนสิบสองตามปฏิทินจันทรคติของเกาหลี ซึ่งเป็นช่วงที่หนาวที่สุด บทนี้จึงเป็นภาพของความหวังที่ยังเบ่งบานในยามยาก

ทะเลสาบสีฟ้าในปล่องภูเขาไฟบนยอดเขาแบ็กดู ล้อมด้วยยอดเขาหินสีน้ำตาลเข้ม เงาเมฆสะท้อนบนผิวน้ำ
ทะเลสาบชอนจี (천지 ทะเลสาบสวรรค์) บนยอดภูเขาแบ็กดู ภูเขาที่ร้องถึงในบทที่ ๓ · ภาพ: Isamukitafuji / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0)

ดอก ดอฯก คือดอกไม้ และ บาน บาฯนฯ คือขยายออก คลี่ออก ตัวอย่างในพจนานุกรมก็คือ "ดอกบาน" นั่นเอง ยัง ยังฯ แปลว่า ยังอยู่ คงอยู่ และ หั้น หั้นฯ คือ นั่น นั้น ส่วนคำว่า "หนาว" ไม่มีในพจนานุกรมเป็นคำเมือง (มีเพียงคำว่า เย็น) เราจึงใช้คำไทยตามเดิม

คำเมืองเรื่องการจากและการคิดถึง

อารีรังเป็นเพลงของการจากลา วิกิพีเดียสรุปจากรายการของยูเนสโกและงานวิชาการว่า แม้เนื้อร้องจะต่างกันไปตามฉบับ แต่ส่วนใหญ่พูดถึงความเศร้า การพลัดพราก การได้พบกันอีก และความรัก คำเมืองมีคำสำหรับอารมณ์เหล่านี้ให้เลือกใช้หลายคำ

ความรู้สึก คำเมือง ความหมายตามพจนานุกรม
แยกจากกัน พากจาก ฯระฯพากฯจากฯ · จาก จากฯ พรากจาก พลัดพราก แยกจาก · ออกไปพ้นจากที่ใดที่หนึ่ง
คิดถึง กึ๊ดฮอด คึดฯรอฯด คิดถึง
กลับมา ปิ๊ก พิกฯ · เมือ เมิอฯอ กลับ คืน · ไป กลับ กลับไป
บ้านที่จากมา บ้าน บ้าฯนฯ ที่อยู่อาศัย

ถ้าจะอู้กับคนรักโดยตรง คำเมืองมีคู่สรรพนามที่น่ารัก คือ เปิ้น กับ ตั๋ว ต฿วฯ พจนานุกรมอธิบายว่า ตั๋ว คือสรรพนามบุรุษที่ ๒ ใช้กับเพื่อนสนิทหรือคู่รัก "คู่กับเปิ้น" ซึ่งเป็นบุรุษที่ ๑ แทนผู้พูด เช่น "เปิ้นกึ๊ดฮอดตั๋ว" ก็คือ ฉันคิดถึงเธอ คู่สรรพนามนี้ปรากฏใน เพลงน้อยไจยา ด้วย สังเกตว่า เปิ้น ในบทที่ ๑ ของเราใช้ในอีกความหมายหนึ่ง คือ "เขา" ผู้ที่จากไป

สรุปคำเมืองจากเพลง

ความคิดในเพลง คำเมืองที่ใช้ ความหมายตามพจนานุกรม
ช่องเขาที่ข้ามไป กิ่วดอย กิ่วฯดอฯยฯ · กิ่ว กิ่วฯ · ดอย ดอฯย ช่องทางเดินระหว่างภูเขาสองลูก · ส่วนต่ำสุดระหว่างยอดเขา · ภูเขาสูง
ข้ามและจากไป ข้าม ข้ามฯ · ไป ไพ · ละ ละ ผ่านไปอีกข้าง · เคลื่อนออกจากที่ · ทิ้ง ปล่อย
คนในเพลง ข้า ข้า · เปิ้น เพิ่นฯ · หมู่เฮา หู่เรัา ฉัน · เขา (หรือ ฉัน ระหว่างคนสนิท) · พวกเรา
เดินไม่ถึง เจ็บเท้า บ่ บ · ฮอด รอฯด · ตี๋น ตีนฯ · ปวด ปวฯด ไม่ · ถึงจุดหมาย · เท้า · เจ็บต่อเนื่อง
ฟ้าและดาว ฟ้า ฟ้า · ใส ไส · ดาว ดาวฯ · หลาย หลฯายฯ ท้องฟ้า · กระจ่าง ไม่ขุ่น · ดวงดาว · มาก
ใจและความฝัน ใจ๋ ไจ · ฝัน ฝันฯ หัวใจ สิ่งที่รู้สึกนึกคิด · ฝัน อยากเป็น อยากได้
ดอกไม้ในหน้าหนาว ดอก ดอฯก · บาน บาฯนฯ · ยัง ยังฯ ดอกไม้ · คลี่ออก · ยังคงอยู่

คำเมืองเรียบเรียงทั้งหมดนี้เป็นสำนวนของมรดกล้านนา ใช้คำจากพจนานุกรมผสมคำไทยทั่วไป คนเมืองแต่ละถิ่นอาจอู้ความเดียวกันด้วยคำอื่น และเรายังต้องการให้เจ้าของภาษาช่วยตรวจ

เทียบกับเพลงบ้านบนดอย

ทั้งอารีรังและ เพลงบ้านบนดอย ของจรัล มโนเพ็ชร มีภูเขาเป็นฉากกลางของเพลง แต่มองภูเขาจากคนละฝั่ง ในอารีรัง ภูเขาคือสิ่งที่คนรักต้องข้ามไป กิ่วดอยจึงเป็นเส้นแบ่งระหว่างคนที่จากไปกับคนที่ถูกทิ้งไว้ ส่วนในบ้านบนดอย ดอยคือบ้าน เป็นที่ที่ "ข้า" อยู่อย่างภาคภูมิใจ ไม่ต้องข้ามไปไหน และสิ่งที่คนบนดอยมีให้กันคือน้ำใจ

ทะเลหมอกยามพระอาทิตย์ขึ้นเหนือทิวดอยที่อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง เชียงใหม่
ทะเลหมอกเหนือทิวดอยในเชียงใหม่ ภาพเดียวกับในบทความ เพลงบ้านบนดอย · ภาพ: Paktaotik123456 / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0)

สองเพลงยังมีอีกอย่างที่คล้ายกัน คือร้องแทนคนทั้งกลุ่ม อารีรังใช้ "อูรีเน" (พวกเราชาวบ้าน) ในบทที่ ๒ และบ้านบนดอยก็เปลี่ยนจาก "ข้า" เป็น หมู่เฮา ในท่อนท้าย ทั้งสองเพลงจึงเป็นเพลงของชุมชน ไม่ใช่ของคนคนเดียว สำหรับคนเมืองที่จากบ้านบนดอยไปทำงานไกล อารีรังอาจฟังคุ้นใจกว่าที่คิด

สรุป

  • อารีรังเป็นเพลงพื้นบ้านเกาหลีที่มีหลายพันแบบ ทุกแบบมีท่อนรับ "อารีรัง อารีรัง อาราริโย" ยูเนสโกขึ้นทะเบียนฉบับของเกาหลีใต้ใน ค.ศ. ๒๐๑๒ และของเกาหลีเหนือใน ค.ศ. ๒๐๑๔
  • เราใช้อารีรังฉบับมาตรฐาน (บนโจอารีรัง) ที่ดังจากภาพยนตร์ของนาอุนกยู ค.ศ. ๑๙๒๖ ท่อนรับกับบทที่ ๑ ตรวจกับสามแหล่ง
  • "โคแก" ช่องเขาในเพลง คำเมืองคือ กิ่วดอย ส่วน "ทิ้ง" คือ ละ และ "เท้า" คือ ตี๋น
  • ลี้ ในคำเมืองแปลว่า ซ่อน ไม่ใช่หน่วยระยะทางแบบในเพลงเกาหลี
  • คำว่า หนาว และหน่วยลี้ ไม่มีในพจนานุกรมเป็นคำเมือง จึงใช้คำไทยแทน
  • คำเมืองเรียบเรียงเป็นสำนวนของมรดกล้านนา ยังต้องให้เจ้าของภาษาช่วยตรวจ

ค้นคำในบทความเพิ่มเติมได้ใน พจนานุกรมมรดกล้านนา อ่านต่อในชุดเดียวกัน: เพลงมายเวย์ · เพลงบ้านบนดอย หรือดูทั้งชุดที่ เรียนคำเมืองจากบทเพลงและวรรณกรรม

ลิขสิทธิ์และการให้เกียรติเจ้าของผลงาน

รายการ รายละเอียด
เพลง อารีรัง (아리랑) ฉบับมาตรฐาน หรือ บนโจอารีรัง / คย็องกีอารีรัง
คำร้อง เพลงพื้นบ้านเกาหลี ไม่ทราบผู้แต่ง (ภาษาเกาหลี) ฉบับนี้แพร่หลายจากภาพยนตร์ อารีรัง ของนาอุนกยู (ค.ศ. ๑๙๒๖)
ทำนอง พื้นบ้านเกาหลี รากทางดนตรีจากอารีรังช็องซ็อน ตามสารานุกรมวัฒนธรรมเกาหลี
ผู้ขับร้อง / ฉบับที่รู้จัก ร้องสืบกันทั่วไป ยูเนสโกขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ (ค.ศ. ๒๐๑๒ และ ๒๐๑๔)
สถานะ สาธารณสมบัติ (public domain) เป็นเพลงพื้นบ้านที่ร้องสืบกันมา และผู้ที่ทำให้ฉบับนี้แพร่หลายคือนาอุนกยู เสียชีวิตเมื่อ ค.ศ. ๑๙๓๗

บทความนี้จัดทำเพื่อการเรียนรู้ภาษาและวัฒนธรรมล้านนา โดยมรดกล้านนา ซึ่งเป็นเว็บไซต์ไม่แสวงหากำไร เนื้อร้องต้นฉบับเป็นสาธารณสมบัติ เราจึงถ่ายทอดเป็นคำเมืองได้ครบทุกบท ส่วนฉบับเรียบเรียงและบันทึกเสียงสมัยใหม่ (เช่น วิดีโอของสำนักงานมรดกทางวัฒนธรรมเกาหลีที่เผยแพร่ผ่านยูเนสโก) ยังเป็นลิขสิทธิ์ของเจ้าของ เราไม่ได้ใช้ถ้อยคำเฉพาะของฉบับเหล่านั้น คำแปลภาษาไทยเป็นคำแปลของมรดกล้านนาเอง วิดีโอที่ฝังไว้มาจากช่องทางการของผู้ถือสิทธิ์ และยังเป็นลิขสิทธิ์ของเจ้าของ

ขอขอบคุณและให้เกียรติแก่ผู้ประพันธ์ ผู้ขับร้อง และผู้ถือสิทธิ์ทุกท่าน หากเจ้าของสิทธิ์ประสงค์ให้ปรับแก้หรือนำส่วนใดออก โปรดแจ้งที่ moradoklanna@gmail.com เรายินดีดำเนินการโดยเร็ว

แหล่งอ้างอิง

ฝึกคำจากบทความนี้

ลองเล่นบัตรคำ 31 คำจากบทความนี้ จำคำล้านนาให้แม่นขึ้น

ค้นหาคำว่า "กิ่วดอย" ในพจนานุกรมมรดกล้านนา

🎯 ทดสอบคำในบทความนี้ทายคำล้านนาจากบทความ 31 คำ จำได้แค่ไหน?

📝 ลองเขียนคำเมืองบนกระดาน แล้วแชร์ให้เพื่อน →

บทความที่เกี่ยวข้อง

ยามรุ่งเช้าบนจุดชมวิวบนเขา ทะเลหมอกขาวปกคลุมหุบเขาด้านล่าง ฟ้าสีส้มม่วง มีสวนดอกไม้และกะหล่ำสีม่วงเขียวด้านหน้า

เพลงท็อปออฟเดอะเวิลด์ (Top of the World): อู้เป็นคำเมือง

19 ตุลาคม 2569 เรียนภาษาล้านนา

เพลง Top of the World ของ Carpenters ถ้าเป็นคนเมืองจะอู้ว่าอย่างไร เรียนคำเมืองเรื่องความสุข ม่วน จื้นย้าว ดีใจ๋ ป๋ายดอย ฟ้าใส แดดส่อง เทีย…

รุ้งกินน้ำโค้งบนท้องฟ้าสีฟ้าที่มีเมฆขาว เหนือแม่น้ำว้าและทุ่งหญ้ากับแนวป่าสีเขียว จังหวัดน่าน

เพลงโอเวอร์เดอะเรนโบว์ (Over the Rainbow): รุ้ง ฟ้า และความฝัน เล่าเป็นคำเมือง

20 ตุลาคม 2569 เรียนภาษาล้านนา

เพลง Over the Rainbow ถ้าเป็นคนเมืองจะอู้ว่าอย่างไร เรียนคำเมือง เงือกฮุง (รุ้ง) ฝ้า (เมฆ) ฝัน ดาว นกปืปีก และชื่อเจ็ดสีของรุ้งในภาษาเมือง

ท้องฟ้ายามค่ำคืนเต็มไปด้วยดวงดาวและแนวทางช้างเผือกจาง ๆ เหนือเนินหญ้าที่มีเต็นท์ตั้งอยู่ ที่จังหวัดน่าน

เพลงฟลายมีทูเดอะมูน (Fly Me to the Moon): เดือน ดาว ฮัก เป็นคำเมือง

19 ตุลาคม 2569 เรียนภาษาล้านนา

เพลง Fly Me to the Moon ของ Bart Howard และ Frank Sinatra ถ้าเป็นคนเมืองจะอู้ว่าอย่างไร เรียนคำเมืองเรื่อง เดือน ดาว ฟ้า ฮัก ตี้ฮัก เทียบกั…

ภูเขาโยชิโนะในญี่ปุ่นยามฤดูดอกซากุระ ต้นซากุระสีชมพูอ่อนบานเป็นกลุ่มแซมป่าเขียวตามไหล่เขา มีทิวเขาซ้อนกันอยู่ไกล ๆ

เพลงซากุระ: ฟ้า หมอก และดอกไม้บาน ในคำเมือง

20 ตุลาคม 2569 เรียนภาษาล้านนา

เพลงพื้นบ้านญี่ปุ่นซากุระ ซากุระ ถ้าคนเมืองร้องจะอู้ว่าอย่างไร ถ่ายทอดฉบับ ค.ศ. ๑๘๘๘ เป็นคำเมืองทุกบรรทัด เรียนคำว่า ผ่อ ฝ้า หมอก อ้ม บาน แ…

↑

↑ ↓ เลือก · Enter เปิด · Esc ปิด