มรดกล้านนา

🌐 Read in English

ดอกมะลิสีขาวหนึ่งดอกกับดอกตูมเล็ก ๆ อยู่ท่ามกลางใบสีเขียวเป็นมัน

ภาพ: SJasminum / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0)

เพลงดอกมะลิ (โม่ลี่ฮวา 茉莉花): เพลงพื้นบ้านจีน ถ่ายทอดเป็นคำเมือง

เพลงดอกมะลิ หรือ โม่ลี่ฮวา (茉莉花 Mòlìhuā) เป็นเพลงพื้นบ้านจีนที่คนทั่วโลกคุ้นหู ทำนองอ่อนหวาน ร้องชมดอกมะลิที่ทั้งขาวทั้งหอม บทความนี้ลองตั้งคำถามว่า ถ้าเป็นคนเมือง จะอู้บทร้องเก่าของเพลงนี้ว่าอย่างไร แล้วถือโอกาสเรียนคำเมืองเรื่องดอกไม้ไปพร้อมกัน

ดอกมะลิในคำเมืองเรียกว่า ดอกบ่าลิ ดอฯกบ่าฯลิ (คำเมืองอ่านว่า ดอกบ่าลิ) พจนานุกรมบอกว่า บ่าลิ บ่าฯลิ คือมะลิ ไม้พุ่มดอกสีขาว กลิ่นหอมเย็น พันธุ์กลีบชั้นเดียวเรียก มะลิลา พันธุ์กลีบซ้อนเรียก มะลิซ้อน

บทความนี้อยู่ในชุด เพลงโลก อู้คำเมือง ในกลุ่ม เรียนคำเมืองจากบทเพลงและวรรณกรรม ต่างจาก เพลงมายเวย์ ตรงที่บทร้องเก่าของเพลงนี้เป็นสาธารณสมบัติ เราจึงถ่ายทอดเป็นคำเมืองได้ครบทุกบรรทัด แต่เราใช้ บทร้องเก่าที่พิมพ์ไว้เมื่อ ค.ศ. ๑๘๐๔ ไม่ใช่เนื้อร้องฉบับปรับปรุงสมัยใหม่ที่ได้ยินกันทุกวันนี้ (อ่านเหตุผลในหัวข้อถัดไป)

ดอฯกบ่าฯลิ
ดอกบ่าลิ
น.ดอกมะลิ ภาษาถิ่นเหนือ (กำเมือง) เรียก ''ดอกบ่าลิ'': มะลิ - เป็นไม้พุ่ม ไม้เลื้อย และไม้รอเลื้อย แตกกิ่งก้านสาขาออกรอบๆ ลำต้นสูงประมาณ 5 ฟุต ใบมีทั้งใบเดี่ยวและใบรวม มีทั้งใบอยู่ตรงข้ามและใบสลับกัน ดอกออกเป็นช่อหรือดอกเดี่ยว ออกตามซอกใบและปลายกิ่ง สีขาว กลิ่นหอมเย็น เมื่อบานเต็มที่ขนาดประมาณ 2-3 ซ.ม. ดอกมีทั้งดอกลาและดอกซ้อน ดอกลาคือดอกที่มีกลีบชั้นเดียว เรียก ''มะลิลา'' ดอกซ้อนคือดอกที่มีกลีบหลายชั้น เรียก ''มะลิซ้อน''
ดูในพจนานุกรมมรดกล้านนา →

เพลงดอกมะลิ มาจากไหน

China Daily เล่าว่าเพลงนี้มีชื่อเดิมว่า เพลงทำนองดอกไม้สด (鲜花调 เซียนฮวาเตี้ยว) ร้องกันในแถบมณฑลเจียงซูและเจ้อเจียงมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์หมิงและชิง เนื้อร้องของเพลงทำนองดอกไม้สดที่เก่าที่สุดที่ยังเหลืออยู่พบในหนังสือรวมบทงิ้ว จุ้ยไป๋ฉิว (缀白裘) ฉบับพิมพ์ ค.ศ. ๑๗๗๔ (พ.ศ. ๒๓๑๗) ส่วนวิกิพีเดียอ้างนักวิชาการดนตรี Frederick Lau ว่าเนื้อร้องเรื่องดอกมะลิมีมาตั้งแต่ราวรัชศกว่านลี่ของราชวงศ์หมิง (ค.ศ. ๑๕๗๓–๑๖๒๐) แหล่งข้อมูลจึงระบุอายุไม่ตรงกัน แต่ทุกแหล่งเห็นตรงกันว่าเป็นเพลงเก่าหลายร้อยปี

บันทึกเป็นภาษาตะวันตกครั้งแรกที่รู้จักกันดีมาจาก John Barrow ชาวอังกฤษที่ร่วมคณะทูตของลอร์ดแม็กคาร์ทนีย์ไปจีนช่วง ค.ศ. ๑๗๙๒–๑๗๙๔ ในหนังสือ Travels in China (ค.ศ. ๑๘๐๔) Barrow เขียนว่า เพลงชมดอก "Moo-lee" นี้ "ดูเหมือนจะเป็นเพลงที่นิยมที่สุดเพลงหนึ่งของทั้งประเทศ" ทำนองจดโดย Mr. Hittner (โยฮันน์ คริสเตียน ฮึทท์เนอร์ ผู้ร่วมคณะ) แล้ว Barrow ก็พิมพ์คำร้องจีนสองบทเป็นอักษรโรมันพร้อมคำแปลตามตัวอักษรไว้ด้วย บทความนี้ใช้ฉบับนั้น

ในจีนเอง โน้ตเพลงที่เก่าที่สุดเป็นโน้ตแบบกงเชอ (工尺谱) ในหนังสือ เสี่ยวฮุ่ยจี๋ (小蕙集) China Daily ระบุปีพิมพ์ ค.ศ. ๑๘๒๑ ส่วนแหล่งอื่นบางแหล่งระบุ ค.ศ. ๑๘๓๗ เพลงนี้ยังเดินทางไปถึงญี่ปุ่น ปรากฏในหนังสือเพลงจีนสำหรับพิณเกะกิน ค.ศ. ๑๘๗๗ (ภาพด้านล่าง) และไปถึงยุโรป China Daily และวิกิพีเดียระบุตรงกันว่า Giacomo Puccini นำทำนองนี้ไปใช้ในอุปรากรเรื่อง Turandot ซึ่งเปิดแสดงครั้งแรกที่โรงละครลา สกาลา เมืองมิลาน วันที่ ๒๕ เมษายน ค.ศ. ๑๙๒๖

หน้าหนังสือเพลงญี่ปุ่นเก่า หน้าซ้ายเป็นชื่อเพลงดอกมะลิด้วยอักษรจีน พร้อมโน้ตและคำอ่านภาษาญี่ปุ่นตัวเล็ก หน้าขวาเป็นลายมือพู่กันในกรอบลายดอกไม้
เพลงดอกมะลิในหนังสือ เกะกิน งะกุฟุ (月琴楽譜) ของ นากาอิ ชินโรกุ พิมพ์ที่ญี่ปุ่น ค.ศ. ๑๘๗๗ · ภาพ: 中井新六(NAKAI Shinroku) / Wikimedia Commons (Public domain)

ฉบับที่ร้องกันทุกวันนี้ มาจากเหอฝ่าง

เพลงดอกมะลิที่ได้ยินในงานใหญ่ทุกวันนี้เป็นฉบับปรับปรุงของ เหอฝ่าง (何仿) นักแต่งเพลงชาวจีน ทั้ง China Daily และหนังสือพิมพ์เซี่ยนไต้ไคว่เป้า (现代快报) เล่าตรงกันว่า ในฤดูหนาว ค.ศ. ๑๙๔๒ เหอฝ่างซึ่งอายุเพียง ๑๔ ปี และเป็นสมาชิกคณะละครของกองทัพที่สี่ใหม่ ได้ยินนักร้องพื้นบ้านในย่านเขาจินหนิว เขตลิ่วเหอ (ปัจจุบันอยู่ในนครหนานจิง) ร้องเพลงทำนองดอกไม้สด จึงขอเรียนทีละประโยคแล้วจดโน้ตไว้ เพลงเดิมมีสามบท ร้องชมดอกไม้สามชนิด คือ ดอกมะลิ ดอกสายน้ำผึ้ง (金银花) และดอกกุหลาบ (玫瑰花)

ปี ค.ศ. ๑๙๕๗ เหอฝ่างเรียบเรียงใหม่ ให้ทั้งเพลงร้องถึงดอกมะลิอย่างเดียว ปรับทั้งทำนองและเนื้อร้อง แล้วบันทึกเสียงออกเผยแพร่ในปีเดียวกัน ต่อมาเพลงนี้ได้บรรเลงในพิธีส่งมอบฮ่องกง (ค.ศ. ๑๙๙๗) และมาเก๊า (ค.ศ. ๑๙๙๙) พิธีปิดโอลิมปิกเอเธนส์ ค.ศ. ๒๐๐๔ และพิธีมอบเหรียญโอลิมปิกปักกิ่ง ค.ศ. ๒๐๐๘

เนื้อร้องฉบับเหอฝ่างเป็นงานสมัยใหม่ที่อาจยังมีลิขสิทธิ์ เราจึง ไม่ใช้ถ้อยคำของฉบับนั้น และถ่ายทอดเฉพาะบทร้องเก่าที่ Barrow พิมพ์ไว้เมื่อกว่าสองร้อยปีก่อน

ทะเลสาบกว้างนิ่งใต้ท้องฟ้าครึ้ม มีเรือเล็กจอดที่ท่าและเนินเขาอยู่ริมน้ำ
ทะเลสาบจินหนิว (金牛湖) เขตลิ่วเหอ นครหนานจิง ย่านเดียวกับที่เล่ากันว่าเหอฝ่างได้ยินเพลงนี้ใน ค.ศ. ๑๙๔๒ · ภาพ: Leiem / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0)

บทที่หนึ่ง: ดอกไม้หล่นลงมาในเฮือน

บทแรกที่ Barrow พิมพ์ไว้ร้องถึง "ดอกไม้สด" ทั่วไปก่อน ยังไม่เอ่ยชื่อมะลิ ผู้ร้องเล่าว่าเช้าวันหนึ่งมีดอกไม้งามมาตกในบ้าน แล้วตั้งใจจะเก็บไว้ชื่นชมในบ้านอย่างมีความสุข ด้านล่างเป็นคำอ่านภาษาจีนตามที่ Barrow สะกด คำแปลตามตัวอักษรของ Barrow เอง แล้วจึงเป็นคำเมืองของเรา

คำร้องตามที่ Barrow สะกด (ค.ศ. ๑๘๐๔):
Hau ye-to sien wha,
Yeu tchau yeu jie lo tsai go kia
Go pun tai, poo tchoo mun
Twee tcho sien wha ul lo.

คำแปลตามตัวอักษรของ Barrow:
How delightful this branch of fresh flowers
One morning one day it was dropped in my house
I the owner will wear it not out of doors
But I will hold the fresh flower and be happy.

แปลเป็นคำเมืองโดยมรดกล้านนา:
ดอกไม้ดอกนี้ งามแต๊ๆ
ยามเจ๊าวันหนึ่ง หล่นลงมาในเฮือนข้า
ข้าเป็นเจ้าของ จะบ่ใส่ออกไปนอกเฮือน
จะถือดอกไม้ไว้ แล้วก็ดีใจ๋

คำเมืองในบทนี้คือ ดอกไม้ ดอฯกไม้ และ งาม งา (สวย น่าชื่นใจ) คนเมืองชอบเติม แต๊ แท้ ซึ่งพจนานุกรมให้ความหมายว่า แท้ จริง จึงเป็น "งามแต๊ๆ" คืองามจริง ๆ ส่วน เจ๊า เชั้า คือเวลาเช้า วัน วันฯ คือวัน และ หล่น ห่฿ลฯร คือตกลงมา ร่วงลง (พจนานุกรมบอกว่า ต๋ก ก็ว่า)

บ้านในคำเมืองนิยมเรียกว่า เฮือน เริอฯร สรรพนาม "ฉัน" ใช้ ข้า ข้า ได้ทั้งหญิงและชาย ส่วน ใส่ ไส่ คือสวม นอก นอฯก คือพ้นออกไปจากภายใน ถือ ถึ คือกุมไว้ และ ดีใจ๋ ดีไจ คือชอบใจ ยินดี สุขใจ

💡 เกร็ดความรู้
"เป็นเจ้าของ" และ "ออกไป" ในคำแปลเป็นคำไทยกลาง เพราะเราไม่พบคำเหล่านี้เป็นคำตั้งในพจนานุกรม จึงไม่คิดคำเมืองขึ้นเอง

บทที่สอง: ดอกบ่าลิที่งามที่สุดในสวน

บทที่สองจึงเอ่ยชื่อดอกมะลิ ผู้ร้องชมว่าในสวนที่ดอกไม้บานเต็มไปหมด ไม่มีดอกไหนงามสู้ แล้วอยากเด็ดมาทัดผม แต่ก็กลัวว่าคนที่เห็นจะอิจฉา

คำร้องตามที่ Barrow สะกด:
Hau ye to Moo-lee-wha
Man yuen wha kai soy poo quee ta
Go pun tai tsai ye ta
Tai you kung kan wha jin ma.

คำแปลตามตัวอักษรของ Barrow:
How delightful this branch of the Moo-lee flower
In the full plot of flowers blowing freely none excels it
I the owner will wear this gathered branch
Wear it yet fear, the flower seen, men will envy.

แปลเป็นคำเมืองโดยมรดกล้านนา:
ดอกบ่าลิดอกนี้ งามแต๊ๆ
ดอกไม้บานเต็มสวน บ่มีดอกไหนงามเท่า
ข้าจะเด๋ดมาตายผม
ตายแล้วก็กั๋ว คนหันดอกไม้ แล้วจะขอย

คำเมืองในบทนี้คือ บาน บาฯนฯ (ขยายออก คลี่ออก เช่น ดอกบาน) สวน สวฯร หัน หันฯ ซึ่งในคำเมืองแปลว่า เห็น และ คน ฅ฿นฯ ส่วนการเด็ดดอกไม้ พจนานุกรมมีให้เลือกสองคำ คือ เด๋ด เดัดฯ (ปลิด ทำให้หลุดจากที่ เช่น เด็ดดอกไม้) และ ฮุด รุด (เด็ดให้ขาด อย่างเด็ดดอกไม้)

ความกลัวในคำเมืองใช้ กั๋ว ก฿ลฯวฯ (คร้าม หวาด หวั่น) หรือ หย้าน อยฯานฯ (กลัว ครั่นคร้าม) ก็ได้ และคำที่ตรงกับ "envy" ของ Barrow ที่สุดคือ ขอย ขอฯยฯ ซึ่งพจนานุกรมให้ความหมายว่า อิจฉา คือเห็นคนอื่นได้ดีแล้วไม่พอใจ

ดอกมะลิสีขาวบานเต็มที่หนึ่งดอก กลีบซ้อนกันหลายชั้น อยู่กลางใบสีเขียวสด
ดอกบ่าลิ (มะลิ Jasminum sambac) ดอกที่มีกลีบหลายชั้นแบบนี้ พจนานุกรมบอกว่าเรียก มะลิซ้อน · ภาพ: PapiPijuan / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0)

ตาย กับ ต๋าย: ทัดดอกไม้ ไม่ใช่สิ้นใจ

คำที่น่าสนใจที่สุดในบทนี้คือ ตาย ทาฯยฯ พจนานุกรมให้ความหมายว่า ทัด อย่างทัดดอกไม้ ดังนั้น "เด๋ดดอกบ่าลิมาตายผม" ในคำเมืองจึงแปลว่า เด็ดดอกมะลิมาทัดผม ผม ผ฿มฯ ในที่นี้คือเส้นผมบนศีรษะ

คำนี้ต้องระวัง เพราะคำที่แปลว่าสิ้นใจในคำเมืองคือ ต๋าย ตายฯ ซึ่งออกเสียงต่างกัน คนเรียนคำเมืองจึงควรฟังวรรณยุกต์ให้ดี "ตายดอกไม้" เป็นภาพของความงาม ไม่ใช่เรื่องเศร้าเลย

แปลเป็นคำเมืองโดยมรดกล้านนา: เด๋ดดอกบ่าลิมาตายผม

หอม ขาว งาม: คำชมดอกมะลิ

เพลงดอกมะลิชมดอกไม้ด้วยสามเรื่อง คือ สี กลิ่น และความงาม ในคำเมือง ขาว ขาวฯ คือสีขาว และยังหมายถึง สะอาด บริสุทธิ์ ส่วน หอม หอฯม พจนานุกรมให้ไว้หลายความหมาย ทั้งต้นหอมที่ใช้ปรุงอาหาร และกลิ่นหอม กลิ่นชวนดม ถ้าเป็นคำขยาย หมายถึง มีกลิ่นดี เช่น ดอกไม้หอม

แปลเป็นคำเมืองโดยมรดกล้านนา: ดอกบ่าลิ ขาวแล้วก็หอม งามแต๊ๆ

ประโยคนี้เป็นคำชมดอกมะลิด้วยคำของเราเอง ไม่ใช่คำแปลบรรทัดใดของเพลงฉบับใด

สรุปคำเมืองจากบทร้อง

ความคิดในบทร้อง คำเมืองที่ใช้ ความหมายตามพจนานุกรม
ดอกไม้และดอกมะลิ ดอกไม้ ดอฯกไม้ · ดอกบ่าลิ ดอฯกบ่าฯลิ · บาน บาฯนฯ ดอกไม้ · ดอกมะลิ · คลี่ออก
ความงาม งาม งา · แต๊ แท้ · ขาว ขาวฯ · หอม หอฯม สวย · แท้ จริง · สีขาว · มีกลิ่นดี
เวลาและที่อยู่ เจ๊า เชั้า · เฮือน เริอฯร · สวน สวฯร เวลาเช้า · ที่อยู่อาศัย · ที่ปลูกต้นไม้
เด็ดและทัดดอกไม้ เด๋ด เดัดฯ · ฮุด รุด · ตาย ทาฯยฯ ปลิด · เด็ดให้ขาด · ทัด
ความรู้สึก ดีใจ๋ ดีไจ · กั๋ว ก฿ลฯวฯ · ขอย ขอฯยฯ ยินดี สุขใจ · คร้าม หวาด · อิจฉา

คำแปลทั้งหมดนี้เป็นสำนวนที่เราเรียบเรียงขึ้นจากคำในพจนานุกรม ไม่ใช่สำนวนมาตรฐานเพียงแบบเดียว คนเมืองแต่ละถิ่นอาจอู้ความคิดเดียวกันด้วยคำอื่นก็ได้

เทียบกับดอกไม้ล้านนา: ดอกบ่าลิในบ้านเรา

ในบทความ ดอกไม้ล้านนา ดอกบ่าลิเป็นหนึ่งในชื่อดอกไม้คำเมืองหลายสิบชื่อที่รวบรวมจากพจนานุกรม เพลงจีนชมดอกมะลิว่างามที่สุดในสวน ส่วนคำเมืองมีชื่อดอกไม้ให้ชมอีกมาก ตั้งแต่ ดอกเอื้อง ดอกกว๋าว ไปจนถึงดอกคำปู้จู้ ลองเปิดบทความนั้นดูคู่กัน แล้วฝึกแต่งประโยคชมดอกไม้แบบ "ดอก… งามแต๊ๆ" ด้วยชื่อดอกไม้ที่ชอบ

ความคิดเรื่องทัดดอกไม้ก็ใช้ได้กับดอกไม้ทุกชนิด คำว่า ตาย (ทัด) ใช้คู่กับดอกไม้อะไรก็ได้ ส่วนในเพลงจีน ผู้ร้องลังเลที่จะทัดดอกไม้เพราะกลัวคนอิจฉา เป็นความรู้สึกเล็ก ๆ ที่คนทุกชาติเข้าใจ

พวงมาลัยดอกมะลิสีขาวหลายพวงวางบนโต๊ะสีเขียว ข้างพวงมาลัยดาวเรืองสีส้มและช่อดอกไม้สีแดงเหลือง
พวงมาลัยดอกมะลิในกรุงเทพฯ ค.ศ. ๒๐๒๓ ภาพนี้ไม่ได้ถ่ายในภาคเหนือ ใช้แทนความคิดว่าดอกมะลิเป็นดอกไม้ที่คนไทยคุ้นเคย · ภาพ: Sharon Hahn Darlin / Wikimedia Commons (CC BY 2.0)

สรุป

  • ดอกมะลิในคำเมืองคือ ดอกบ่าลิ และคำชมที่ใช้บ่อยคือ งามแต๊ๆ
  • เพลงดอกมะลิเดิมชื่อ เพลงทำนองดอกไม้สด John Barrow พิมพ์บทร้องสองบทไว้ใน ค.ศ. ๑๘๐๔ ส่วนฉบับที่ร้องกันทุกวันนี้เป็นฉบับปรับปรุงของเหอฝ่าง ค.ศ. ๑๙๕๗
  • เด๋ด และ ฮุด คือเด็ดดอกไม้ ตาย คือทัดดอกไม้ ส่วน ต๋าย คือสิ้นใจ
  • กั๋ว และ หย้าน คือกลัว ส่วน ขอย คืออิจฉา
  • สำนวน "แปลเป็นคำเมืองโดยมรดกล้านนา" ในบทความนี้แปลจากคำแปลตามตัวอักษรของ Barrow ไม่ใช่จากเนื้อร้องภาษาจีนโดยตรง และยังรอผู้รู้คำเมืองช่วยตรวจทาน

ค้นคำในบทความเพิ่มเติมได้ใน พจนานุกรมมรดกล้านนา อ่านต่อในชุดเดียวกัน: เพลงมายเวย์ · ดอกไม้ล้านนา หรือดูทั้งชุดที่ เรียนคำเมืองจากบทเพลงและวรรณกรรม

ลิขสิทธิ์และการให้เกียรติเจ้าของผลงาน

รายการ รายละเอียด
เพลง เพลงดอกมะลิ โม่ลี่ฮวา (茉莉花) ชื่อเดิม เพลงทำนองดอกไม้สด (鲜花调)
คำร้อง พื้นบ้านจีน ไม่ทราบผู้แต่ง (ภาษาจีน) ฉบับที่ใช้พิมพ์โดย John Barrow, Travels in China (ค.ศ. ๑๘๐๔) พร้อมคำแปลตามตัวอักษรของ Barrow
ทำนอง พื้นบ้านจีน จดโน้ตโดย J. C. Hüttner (Barrow สะกด Hittner) ราว ค.ศ. ๑๗๙๓
ผู้ขับร้อง / ฉบับที่รู้จัก ฉบับปรับปรุงของเหอฝ่าง (何仿) ค.ศ. ๑๙๕๗
สถานะ สาธารณสมบัติ (public domain) เป็นเพลงพื้นบ้านดั้งเดิม และ John Barrow เสียชีวิตเมื่อ ค.ศ. ๑๘๔๘

บทความนี้จัดทำเพื่อการเรียนรู้ภาษาและวัฒนธรรมล้านนา โดยมรดกล้านนา ซึ่งเป็นเว็บไซต์ไม่แสวงหากำไร เนื้อร้องต้นฉบับเป็นสาธารณสมบัติ เราจึงถ่ายทอดเป็นคำเมืองได้ครบทุกบท ส่วนฉบับเรียบเรียงและบันทึกเสียงสมัยใหม่ (เช่น ฉบับของเหอฝ่าง) ยังเป็นลิขสิทธิ์ของเจ้าของ เราไม่ได้ใช้ถ้อยคำเฉพาะของฉบับเหล่านั้น

ขอขอบคุณและให้เกียรติแก่ผู้ประพันธ์ ผู้ขับร้อง และผู้ถือสิทธิ์ทุกท่าน หากเจ้าของสิทธิ์ประสงค์ให้ปรับแก้หรือนำส่วนใดออก โปรดแจ้งที่ moradoklanna@gmail.com เรายินดีดำเนินการโดยเร็ว

แหล่งอ้างอิง

  • พจนานุกรมมรดกล้านนา (dict2) คำ ดอกบ่าลิ บ่าลิ ดอกไม้ งาม แต๊ เจ๊า วัน หล่น เฮือน ข้า ใส่ นอก ถือ ดีใจ๋ บาน สวน เด๋ด ฮุด ตาย ผม กั๋ว หย้าน หัน คน ขอย หอม ขาว ต๋าย
  • Barrow, J. (1804). Travels in China. London: Cadell and Davies. บท "Moo-lee-wha". ฉบับ Project Gutenberg
  • 陈新光 (เฉินซินกวง). (๒๕๖๙, ๖ มกราคม). “茉莉花”:中国民歌的瑰宝. China Daily (ภาษาจีน)
  • 现代快报 (เซี่ยนไต้ไคว่เป้า). (๒๕๖๕, ๑๒ พฤษภาคม). 传唱名曲《茉莉花》,原来出自这里. Tencent News (ภาษาจีน)
  • วิกิพีเดีย. Mo Li Hua (ใช้เป็นข้อมูลนำทาง และตรวจกับแหล่งอื่น)
  • Wikimedia Commons. Molihua1877.jpg (หนังสือ 月琴楽譜 ค.ศ. ๑๘๗๗) และ 1926-Turandot-copertina.jpg (ข้อมูลวันเปิดแสดง Turandot)
  • บทความ ดอกไม้ล้านนา และ เพลงมายเวย์ ของมรดกล้านนา

ฝึกคำจากบทความนี้

ลองเล่นบัตรคำ 30 คำจากบทความนี้ จำคำล้านนาให้แม่นขึ้น

ค้นหาคำว่า "ดอกบ่าลิ" ในพจนานุกรมมรดกล้านนา

🎯 ทดสอบคำในบทความนี้ทายคำล้านนาจากบทความ 30 คำ จำได้แค่ไหน?

📝 ลองเขียนคำเมืองบนกระดาน แล้วแชร์ให้เพื่อน →

บทความที่เกี่ยวข้อง

ดอกเอเดลไวส์ใกล้ ๆ กลีบรูปดาวสีขาวปกคลุมด้วยขนนุ่ม ตรงกลางมีดอกย่อยสีเหลืองอ่อน บนพื้นหญ้าเขียวเบลอ

เพลงเอเดลไวส์ (Edelweiss): ดอกไม้ขาวเล็ก ๆ เล่าเป็นคำเมือง

19 ตุลาคม 2569 เรียนภาษาล้านนา

เพลง Edelweiss จากละครเพลง The Sound of Music ปี 1959 ไม่ใช่เพลงพื้นบ้านหรือเพลงชาติออสเตรีย เรียนคำเมืองเรื่องดอกไม้ ดอกบาน สีขาว และเทียบ…

ทางเดินเล็ก ๆ บนทุ่งดาร์ตมัวร์ ประเทศอังกฤษ สองข้างเป็นพุ่มไม้เขียวและพุ่มฮอว์ธอร์นออกดอกขาว ใต้ท้องฟ้ามีเมฆขาวในเดือนพฤษภาคม

ซอนเน็ตเชกสเปียร์บทที่ ๑๘: ถ่ายทอดเป็นคำเมืองครบ ๑๔ บรรทัด

20 ตุลาคม 2569 เรียนภาษาล้านนา

ซอนเน็ตเชกสเปียร์บทที่ ๑๘ Shall I compare thee to a summer's day ถ้าคนเมืองอู้จะว่าอย่างไร ถ่ายทอดครบ ๑๔ บรรทัด เรียนคำว่า งาม หละดูฮ้อน ต๋…

ทิวเขาป่าเขียวใต้ท้องฟ้าสีฟ้าสด มีเมฆขาวเป็นก้อนลอยอยู่เหนือยอดเขา

เพลงวอทอะวันเดอร์ฟูลเวิลด์: เล่าความคิดของเพลงเป็นคำเมือง

19 ตุลาคม 2569 เรียนภาษาล้านนา

เพลง What a Wonderful World ของ Louis Armstrong ถ้าเป็นคนเมืองจะอู้ว่าอย่างไร เรียนคำเมืองเรื่องสีเขียว แดง ขาว เมฆ ละอ่อน และคำว่างามแต๊ เ…

ภูเขาโยชิโนะในญี่ปุ่นยามฤดูดอกซากุระ ต้นซากุระสีชมพูอ่อนบานเป็นกลุ่มแซมป่าเขียวตามไหล่เขา มีทิวเขาซ้อนกันอยู่ไกล ๆ

เพลงซากุระ: ฟ้า หมอก และดอกไม้บาน ในคำเมือง

20 ตุลาคม 2569 เรียนภาษาล้านนา

เพลงพื้นบ้านญี่ปุ่นซากุระ ซากุระ ถ้าคนเมืองร้องจะอู้ว่าอย่างไร ถ่ายทอดฉบับ ค.ศ. ๑๘๘๘ เป็นคำเมืองทุกบรรทัด เรียนคำว่า ผ่อ ฝ้า หมอก อ้ม บาน แ…

↑

↑ ↓ เลือก · Enter เปิด · Esc ปิด