
ภาพ: Takeaway / Wikimedia Commons (CC BY-SA 3.0)
ผาสาทผีต๋าย: ปราสาทศพล้านนา ลำดับชั้น และนกหัสดีลิงค์
ปราสาทศพ คำเมืองเรียกว่า ผาสาทผีต๋าย ผา(ระฯบาฯ)สาทฯผีตายฯ (คำเมืองอ่านว่า ผาสาทผีต๋าย) หรือ ผาสาทศ๋พ ผา(ระฯบาฯ)สาทฯศ฿พฯ พจนานุกรมอธิบายว่าเป็นเครื่องประกอบพิธีงานศพของชาวล้านนา ทรงปราสาท มียอดเป็นชั้น ๆ ครอบรองรับโลงศพ ใช้แห่ศพไปสุสานเพื่อประชุมเพลิง งานวิจัยของ พระพีร์ญาภพพ์ ธารพนาลี และคณะ (๒๕๖๓) ชี้ว่าการจัดแต่งปราสาทใส่ศพนี้เองที่ทำให้งานศพล้านนาต่างจากงานศพของภาคอื่น บทความนี้พาไปดูว่าปราสาทศพแต่ละแบบใช้กับใคร สร้างอย่างไร ทำไมบางหลังจึงตั้งอยู่บนหลัง นกหัสดีลิงค์ และเรื่องของปราสาทที่ไม่ได้ถูกเผา
ลำดับพิธีงานศพทั้งหมดตั้งแต่วาระสุดท้ายจนถึงวันเก็บกระดูก อ่านได้ในบทความ งานศพล้านนา ส่วนบทความนี้เล่าเฉพาะตัวปราสาท
ผาสาท: เรือนยอดสำหรับผู้ล่วงลับ
ผาสาท ผาสาทฯ (คำเมืองอ่านว่า ผาสาท) คือปราสาท พจนานุกรมให้ความหมายว่า "เรือนมียอดเป็นชั้นๆ สำหรับเป็นที่ประทับของพระเจ้าแผ่นดินหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์" การทำเรือนแบบนี้ให้ผู้ตาย จึงเป็นการยกย่องผู้ล่วงลับให้สูงส่ง
งานวิจัยของพระพีร์ญาภพพ์และคณะ ซึ่งอ้างงานของ พระมหาจรัญ จิตฺตสํวโร (๒๕๕๔) อธิบายว่า การประดับปราสาทศพด้วยดอกไม้ให้งดงาม นอกจากเป็นการยกย่องให้ผู้ตายได้ขึ้นสู่สรวงสวรรค์แล้ว ยังทำให้ญาติที่ยังอยู่มั่นใจว่าผู้ตายจะมีปราสาทไว้อาศัยหลังละโลกนี้ไป ความคิดนี้ชวนให้นึกถึงอีกคำหนึ่งในพจนานุกรม คือ ผาสาทแก้ววิมานคำ ผา(ระฯบาฯ)สาทฯแก้วฯวิมานฯฅำ ปราสาทวิมานประดับแก้วและทองบนสวรรค์ ที่ว่ากันว่าผู้ทำบุญไว้มากจะได้ไปพำนักเมื่อสิ้นชีวิต
แบ่งตามฐานะ: จากแมวควบถึงผาสาทหลังกูบ
ล้านนาในอดีตไม่ได้ใช้ปราสาทศพแบบเดียวกันทุกงาน พจนานุกรมบันทึกว่าปราสาทแยกตามชั้นหรือฐานันดรของศพ ดังนี้
| แบบ | ใช้กับศพของ |
|---|---|
| ผาสาทหลังกูบ หรือ ผาสาทหลังโก่ง | พระมหากษัตริย์ เชื้อพระวงศ์ชั้นสูง พระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ |
| ผาสาทหลังเปียง หรือ ผาสาทหลังก๋าย | เชื้อพระวงศ์ชั้นรองลงมา พระสงฆ์ สามเณร และขุนนาง |
| แมว หรือ แมวควบ | สามัญชนทั่วไป |
คำว่า หลังกูบ หัลฯงกูบ พจนานุกรมให้ความหมายว่า "ชุดส่วนที่เป็นหลังคาของปราสาท" ส่วน แมว แมวฯ ในความหมายที่สามคือฝาครอบโลงศพ รูปร่างคล้ายเต็นท์พักแรมหรือมุ้งประทุนครอบเด็ก ใช้กับศพสามัญชนในอดีต เรียกอีกอย่างว่า แมวควบ แมวฯฅวฯบ (คำเมืองอ่านว่า แมวควบ)
งานวิจัยของพระพีร์ญาภพพ์และคณะ ซึ่งอ้างงานของ คมเนตร เชษฐพัฒนวนิช (๒๕๓๙) และ สุจิตต์ วงษ์เทศ (๒๕๕๑) เล่าภาพเดียวกันด้วยชื่อเรียกทางช่าง
- ศพผู้สูงศักดิ์ คือพระสงฆ์สำคัญ กษัตริย์ และผู้มีเชื้อสายเจ้านาย ใช้ปราสาทที่มีเสาตั้งแต่ ๑๒ ถึง ๒๔ ต้น หลังคามีจั่วทั้ง ๔ ด้าน แต่ละจั่วซ้อนกันหลายชั้น (๓ ๕ ๗ หรือ ๙ ชั้น) มียอด มีช่อฟ้าใบระกา และชักลากไปป่าช้าพร้อมแห่ดนตรี
- ศพผู้มีฐานะ เช่นเศรษฐีหรือคหบดี ใช้แบบที่เรียกว่า "ไม้หลังกลาย" คือปราสาทหลังคาไม่มียอด มีเสา ๘ ต้น ใช้คนหามไป ไม่ชักลาก
- ศพชาวบ้าน ใช้แบบที่ช่างเรียกว่า "กาจง" มีเสา ๖–๘ ต้น หลังคาไม่มีจั่ว คือแมวควบ ไม่ชักลาก และไม่แห่ดนตรี
ชื่อเรียกแต่ละแบบต่างกันไปตามแหล่งและท้องถิ่น งานวิจัยของ พิมพ์กัลยา ฤทธิ์เพ็ญ (๒๕๖๗) ที่เล่าไว้ในบทความงานศพล้านนา พบแบบ "ปากกระบาน" ที่ไม่มีจั่วและยอดสำหรับชาวบ้าน และแบบ "หลังกลาย" มี ๔ จั่วสำหรับผู้อาวุโส ปัจจุบันข้อจำกัดเหล่านี้คลายลงมาก ขึ้นอยู่กับกำลังของเจ้าภาพเป็นหลัก
ภาณุภัค โมกขศักดิ์ (๒๕๖๔) อ้างหนังสือ ผาสาทล้านนา ของพระครูสิริวิชโรภาสและคณะ (๒๕๕๔) ว่าปราสาทใส่ศพน่าจะพัฒนาจากสิ่งง่าย ๆ อย่างแมวครอบศพ มาเป็นปราสาทหลังเปียง ปราสาทหลังก๋าย ปราสาทมุจรินทร์ ปราสาทกาโจง ปราสาทยอด จนถึงปราสาทที่เทินบนหลังสัตว์หิมพานต์ และปราสาทบนหลังนกหัสดีลิงค์
สร้างอย่างไร: เบา โปร่ง และพับยอดได้
คนที่สร้างปราสาทศพคือ สะหล่า ส่ๆลฯา (คำเมืองอ่านว่า สะหล่า) คือช่างหรือผู้ชำนาญงานฝีมือ งานใหญ่มี สะหล่าเก๊า ส่ๆลฯาเคั้าฯ เป็นหัวหน้าช่าง และ สะหล่าหย้อง ส่ๆลฯาอยฯอฯง ช่างตกแต่ง งานวิจัยของภาณุภัค (๒๕๖๔) ศึกษางานที่ช่างสำนักวัดเกาะกลาง อำเภอเมือง เชียงใหม่ สร้างปราสาทนกหัสดีลิงค์
พระพีร์ญาภพพ์และคณะแบ่งโครงสร้างปราสาทเป็น ๔ ส่วน
- ยอด ปลายแหลมคล้ายฉัตร ๓ หรือ ๕ ชั้น ส่วนบนสุดมักเป็นรูปดอกบัวตูม
- หลังคา มี ๓ ลักษณะ คือหลังคาซ้อนชั้น หลังคาทรงกระจังหรือปากบาน และหลังคาทรงจั่ว รูปหลังคาเป็นหลักสำคัญที่ใช้จำแนกปราสาทศพเป็นแบบต่าง ๆ
- ตัวเรือนและเสา มีตั้งแต่ ๘ ๑๒ ๑๖ ไปจนถึง ๒๐ ต้น ตามขนาด
- ฐาน มีทั้งฐานซ้อนชั้นธรรมดา ฐานย่อมุม และฐานทรงแท่นแก้ว
ปราสาทศพมีลักษณะเฉพาะที่ต่างจากเรือนยอดอื่น ๆ ด้วย ยอดพับงอลงได้ เพื่อให้ขบวนแห่ลอดใต้สายไฟฟ้าที่พาดขวางถนน ตัวเรือนโปร่งไม่มีผนัง ยกโลงขึ้นลงได้สะดวก ฐานเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าตามรูปโลง และใช้วัสดุที่เบาและติดไฟง่าย เช่น กระดาษ ไม้ไผ่ และไม้ งิ้ว งิ้วฯ ตกแต่งด้วยกระดาษสีและดอกไม้ ปราสาทของผู้สูงศักดิ์ยังมี จ้อฟ้า ชํอฯฟ้า (ช่อฟ้า) ประดับปลายหลังคาเช่นเดียวกับวิหาร
นกหัสดีลิงค์: พาหนะที่พาขึ้นสวรรค์
ปราสาทศพที่งามที่สุดของล้านนาตั้งอยู่บนหลัง นกหั๋สดีลิงค์ น฿กฯหัสีดฯลิง์คฯ (คำเมืองอ่านว่า นกหั๋สดีลิงค์) พจนานุกรมอธิบายว่าเป็นนกในนิยายที่อยู่ในป่าหิมพานต์ ตัวโตมาก หัวเป็นช้าง มีงวงมีงา ตัวเป็นนก มีกำลังมหาศาล ชาวล้านนานิยมใช้ประกอบปราสาทศพของ "ผู้หลักศักดิ์ใหญ่" หรือพระสงฆ์มหาเถระ เรียกปราสาทแบบนี้ว่า ผาสาทนกหั๋สดีลิงค์ ผา(ระฯบาฯ)สาทฯน฿กฯหัสฯฯดีลิง์คฯ
พจนานุกรมยกตัวอย่างนกตัวนี้จากมหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์มัทรี ตอนที่พระนางมัทรีกลับจากป่าแล้วไม่พบสองกุมาร จึงคร่ำครวญว่า "นกหัสดีลิงค์ล่าบินบน บินเหินหนอากาศ ซูดทึ้งยาดเอาไป" (อ่านเรื่องการเทศน์มหาชาติได้ใน ตั้งธรรมหลวง)
ภาณุภัคบันทึกว่า นกนี้เรียกกันสั้น ๆ ว่า "นกช้าง" หรือ "นกหัส" ลักษณะผสมระหว่างช้างกับ หงส์ ห฿ง์สฯฯ คือหัวเป็นช้าง ตัวและหางเป็นหงส์ ชาวล้านนาเชื่อว่านกนี้เป็นพาหนะพาดวงวิญญาณของผู้ปฏิบัติดีขึ้นสู่สวรรค์ และสร้างปราสาทนกหัสดีลิงค์เฉพาะในงานศพของพระมหาเถระและเจ้านายชั้นสูงเท่านั้น

ภาพ: Takeaway / Wikimedia Commons (CC BY-SA 3.0)

ภาพ: Takeaway / Wikimedia Commons (CC BY-SA 3.0)
นกตัวนี้มาจากไหน สุรชัย พุดชู (๒๕๖๕) ศึกษาคัมภีร์และวรรณกรรมพุทธศาสนา พบนกหัสดีลิงค์ในพระไตรปิฎกและอรรถกถา รวมทั้งวรรณกรรมอย่างตำนานมูลศาสนา ปัญญาสชาดก และไตรภูมิพระร่วง คัมภีร์บอกเพียงว่านกนี้ตัวใหญ่ มีกำลังเท่าช้าง ๕ เชือก อาศัยอยู่ในอุตตรกุรุทวีป ซึ่งตามคติจักรวาลพุทธอยู่ทางทิศเหนือของเขา สิ๋เนลุ สิเนรุ (เขาพระสุเมรุ ภูเขากลางจักรวาล) คัมภีร์ตอนหนึ่งที่ผู้วิจัยยกมาเล่าว่าฝูงนกหัสดีลิงค์โฉบห่อศพจากป่าช้าขึ้นไปบนยอดเขาหิมพานต์ เพราะเข้าใจว่าเป็นชิ้นเนื้อ ผู้วิจัยสรุปว่าวรรณกรรมยุคหลังจึงค่อยให้นกมีบทบาทในทางดี จนช่างนำมาสร้างเป็นปราสาทศพที่สื่อความหมายเรื่องการส่งผู้ตายไปเกิดบนสวรรค์
ในประวัติศาสตร์ ภาณุภัคอ้างพงศาวดารโยนกว่า เมื่อ พระนางวิสุทธิเทวี ผู้ครองเมืองเชียงใหม่ถึงแก่พิราลัย มีการทำพิมานบุษบกตั้งบนนกหัสดีลิงค์ขนาดใหญ่ รองด้วยล้อเลื่อน ใช้ช้างฉุดลาก และเจาะกำแพงเมืองเป็นทางลากไปถึงทุ่งวัดโลก แล้วเผาพร้อมปราสาท ส่วนพระพีร์ญาภพพ์และคณะอ้างงานของ สรัสวดี อ๋องสกุล (๒๕๔๖) ว่า ในสมัยเชียงแสนมีปราสาทศพบนนกหัสดีลิงค์ของเจ้านายและพระมหาเถระหลายองค์ ภาณุภัคสรุปว่า ต่อมาพิธีศพเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ปรับตามแบบราชสำนักสยาม ปราสาทบนหลังนกหัสดีลิงค์จึงคงเหลือหลัก ๆ ในงานศพพระสงฆ์ชั้นผู้ใหญ่จนถึงทุกวันนี้
วันเผา: ลากผาสาท และไฟที่ยอดปราสาท
งานศพพระเถระหรือผู้ที่คนนับถือมาก คำเมืองเรียกว่า ปอยล้อ พอฯยฯลํอฯ (คำเมืองอ่านว่า ปอยล้อ) พจนานุกรมอธิบายว่ามักทำเรือนศพเป็นปราสาทบรรจุบนล้อหรือเกวียน แล้วลากไปยังที่เผา การที่ผู้คนช่วยกันชักปราสาทเรียกว่า ลากผาสาท ลากฯระฯบาฯสาทฯ พจนานุกรมบอกว่าแต่ก่อนตั้งปราสาทบนฐานท่อนซุงหรือต้นมะพร้าวคู่ ต่อมาหมายรวมถึงการช่วยกันชักศพบนยานชนิดอื่นด้วย
ภาณุภัคบันทึกขั้นตอนในงานที่สำนักวัดเกาะกลาง ดังนี้
- งานปอยล้อมีทำบุญ เลี้ยงอาหาร และมหรสพราว ๓–๗ วัน
- ขบวนแห่ปราสาทนำด้วย ก๋องจุม กลฯอฯงชุม (กลองชุด) และปี่แน บรรเลงเพลงแหย่งหลวงหรือ "ปราสาทไหว" ให้จังหวะก้าวเดินช้า ๆ พจนานุกรมยังบันทึก ปาน พานฯ เครื่องตีคล้ายฆ้องที่ใช้ตีนำขบวนแห่ศพพระเถระ
- ถึงลานพิธีแล้วจะเวียนรอบปราสาทที่ใช้เผา ๓ รอบ ขอขมาศพ แล้วจึงเชิญศพขึ้นตั้งบนปราสาท
- เมรุ เมรุ ที่เผาศพ
- ผ้าพิดาน ผ้าพิดานฯ ผ้าที่ขึงคร่อมเหนือที่เผาศพพระภิกษุ ปกติเป็นจีวรของผู้มรณภาพ มีไม้ไผ่รองรับทั้งสี่มุม
- บอกไฟหล่อ บอฯกไฟหํลฯอฯ บอกไฟที่มีลูกล้อ ให้วิ่งไปชนเมรุหรือปราสาทแทนการจุดไฟธรรมดา
- บ่าผาบ บ่าฯผาปฯ สายชนวนกระดาษห่อดินปืนสำหรับจุดบอกไฟหรือจุดไฟเผาศพ

ที่เผาศพหรือป่าช้า คำเมืองเรียกว่า ป่าเฮ่ว ป่าเฮ่วฯ (คำเมืองอ่านว่า ป่าเฮ่ว)
ปราสาทที่ไม่ได้เผา: กลายเป็นธรรมาสน์
ปราสาทศพส่วนใหญ่ถูกเผาไปพร้อมศพ แต่พระพีร์ญาภพพ์และคณะสำรวจธรรมาสน์สำคัญ ๑๕ หลังในเชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง แพร่ และน่าน แล้วพบว่า ๓ หลังเคยเป็นปราสาทศพมาก่อน
| ธรรมาสน์ | เดิมเป็นปราสาทศพของ |
|---|---|
| วัดเชตุพน เชียงใหม่ | เจ้าอินทวิชยานนท์ เจ้าแก้วนวรัฐนำปราสาทศพของพระบิดามาซ่อมเป็นธรรมาสน์ถวายวัดเมื่อ พ.ศ. ๒๔๔๐ |
| วัดพระธาตุหริภุญชัย ลำพูน | เจ้าหลวงดาวเรือง เจ้าผู้ครองนครลำพูนองค์ที่ ๗ ซึ่งถึงแก่พิราลัยเมื่อ พ.ศ. ๒๔๓๔ |
| วัดพระธาตุช่อแฮ แพร่ | นายครอง ทองถิ่น คหบดีเมืองแพร่ ฐานธรรมาสน์จารึกว่าสร้างอุทิศเมื่อ ๓ เมษายน พ.ศ. ๒๔๙๒ |
ผู้วิจัยอธิบายว่า ธรรมเนียมนี้น่าจะมาจากคติล้านนาที่ว่า ของที่เจ้านายใช้แล้ว เมื่อเจ้านายละโลกไปจะไม่มีใครใช้ต่อได้นอกจากพระสงฆ์ คุ้มที่เจ้านายประทับจึงถูกรื้อไปสร้าง วิหาร วิหารฯ ถวายวัด ส่วนปราสาทศพก็ถวายเป็นธรรมาสน์ ทั้งสามหลังยังใช้เทศน์ในโอกาสสำคัญมาจนทุกวันนี้
ธรรมเนียมนี้มีแบบกลับด้านด้วย ในงานศพ ครูบาพรหมา พรหมจกฺโก อดีตเจ้าอาวาสวัดพระพุทธบาทตากผ้า เมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๐ มีการสร้างธรรมาสน์จำลองแบบธรรมาสน์วัดต้นแก้ว เวียงยอง ลำพูน เพื่อประดิษฐานศพ แล้วตั้งไว้บนนกหัสดีลิงค์
คำเมืองเกี่ยวกับผาสาทผีต๋าย
| คำเมือง | อักษรล้านนา | ความหมาย |
|---|---|---|
| ผาสาทผีต๋าย | ผา(ระฯบาฯ)สาทฯผีตายฯ | ปราสาทศพ |
| ผาสาท | ผาสาทฯ | ปราสาท เรือนยอดชั้น |
| แมวควบ | แมวฯฅวฯบ | ฝาครอบโลงศพสามัญชน |
| หลังกูบ | หัลฯงกูบ | ชุดหลังคาของปราสาท |
| นกหั๋สดีลิงค์ | น฿กฯหัสีดฯลิง์คฯ | นกหัวช้างในป่าหิมพานต์ |
| สะหล่า | ส่ๆลฯา | ช่าง |
| ปอยล้อ | พอฯยฯลํอฯ | งานศพใหญ่ที่ลากปราสาท |
| ลากผาสาท | ลากฯระฯบาฯสาทฯ | ช่วยกันชักลากปราสาทศพ |
| ผ้าพิดาน | ผ้าพิดานฯ | ผ้าคลุมเหนือที่เผาศพพระ |
| ป่าเฮ่ว | ป่าเฮ่วฯ | ป่าช้า |
บทความนี้ไม่มีบัตรคำและแบบทดสอบท้ายเรื่อง ด้วยความเคารพต่อผู้ล่วงลับและครอบครัว ทบทวนคำได้จากตารางด้านบน หรือค้นในพจนานุกรมมรดกล้านนา
สรุป
- ปราสาทศพคำเมืองเรียกว่า ผาสาทผีต๋าย หรือ ผาสาทศ๋พ ใช้ครอบโลงแห่ศพไป ป่าเฮ่ว
- แต่เดิมแบ่งตามฐานะ ตั้งแต่ แมวควบ ของสามัญชน ถึงผาสาทหลังกูบของกษัตริย์และพระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ การใช้ผิดฐานะถือเป็น ขึ๋ด
- สะหล่า สร้างปราสาทให้เบา โปร่ง ติดไฟง่าย และพับยอดได้เพื่อลอดสายไฟ
- ปราสาทบนหลัง นกหั๋สดีลิงค์ สงวนไว้สำหรับพระมหาเถระและเจ้านายชั้นสูง เชื่อกันว่านกพาดวงวิญญาณขึ้นสวรรค์
- ปราสาทศพบางหลังไม่ได้เผา แต่ถวายวัดเป็นธรรมาสน์ เช่นที่วัดเชตุพน วัดพระธาตุหริภุญชัย และวัดพระธาตุช่อแฮ
ค้นคำอื่น ๆ ได้ใน พจนานุกรมมรดกล้านนา และอ่านลำดับพิธีงานศพทั้งหมดได้ที่ งานศพล้านนา
แหล่งอ้างอิง
- พจนานุกรมมรดกล้านนา: ผาสาทผีต๋าย · นกหั๋สดีลิงค์ · ผาสาทนกหั๋สดีลิงค์ · ลากผาสาท · ปอยล้อ · แมว
- พระพีร์ญาภพพ์ ธารพนาลี, พระครูประวิตรวรานุยุต และพระครูพิพิธสุตาทร. (๒๕๖๓). จากปราสาทศพสู่ธรรมาสน์ล้านนา. วารสารมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ๑๗(๓), ๔๙–๖๐
- ภาณุภัค โมกขศักดิ์. (๒๕๖๔). ดนตรีในพิธีเผาปราสาทนกหัสดีลิงค์ สำนักวัดเกาะกลาง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่. Mahidol Music Journal ๔(๑)
- สุรชัย พุดชู. (๒๕๖๕). ปราสาทนกหัสดีลิงค์: รูปสัญญะแห่งความหมายและแหล่งที่มาจากคัมภีร์และวรรณกรรมทางพระพุทธศาสนา. ธรรมธารา ๘(๒), ๑๗๕–๒๑๗
- พิมพ์กัลยา ฤทธิ์เพ็ญ. (๒๕๖๗). รูปแบบของพิธีกรรมในงานศพที่คล้ายคลึงกันของชาวล้านนาและชาวเขมรถิ่นไทย. Journal of Modern Learning Development ๙(๑๐)
ค้นหาคำว่า "ผาสาทผีต๋าย" ในพจนานุกรมมรดกล้านนา
🎯 ทดสอบคำในบทความนี้ทายคำล้านนาจากบทความ 28 คำ จำได้แค่ไหน?


