มรดกล้านนา

🌐 Read in English

ปราสาทศพทรงนกหัสดีลิงค์ หัวเป็นช้าง มีงวงและงา บนหลังมีเรือนยอดสีทอง ตั้งที่วัดเจดีย์หลวง เชียงใหม่ ยามค่ำ ช่างกำลังตกแต่งอยู่ไกล ๆ

ภาพ: Takeaway / Wikimedia Commons (CC BY-SA 3.0)

ผาสาทผีต๋าย: ปราสาทศพล้านนา ลำดับชั้น และนกหัสดีลิงค์

ปราสาทศพ คำเมืองเรียกว่า ผาสาทผีต๋าย ผา(ระฯบาฯ)สาทฯผีตายฯ (คำเมืองอ่านว่า ผาสาทผีต๋าย) หรือ ผาสาทศ๋พ ผา(ระฯบาฯ)สาทฯศ฿พฯ พจนานุกรมอธิบายว่าเป็นเครื่องประกอบพิธีงานศพของชาวล้านนา ทรงปราสาท มียอดเป็นชั้น ๆ ครอบรองรับโลงศพ ใช้แห่ศพไปสุสานเพื่อประชุมเพลิง งานวิจัยของ พระพีร์ญาภพพ์ ธารพนาลี และคณะ (๒๕๖๓) ชี้ว่าการจัดแต่งปราสาทใส่ศพนี้เองที่ทำให้งานศพล้านนาต่างจากงานศพของภาคอื่น บทความนี้พาไปดูว่าปราสาทศพแต่ละแบบใช้กับใคร สร้างอย่างไร ทำไมบางหลังจึงตั้งอยู่บนหลัง นกหัสดีลิงค์ และเรื่องของปราสาทที่ไม่ได้ถูกเผา

ผา(ระฯบาฯ)สาทฯผีตายฯ
ผาสาทผีต๋าย
น.เครื่องประกอบพิธีงานศพของชาวล้านนา มีรูปเป็นทรงปราสาท มียอดเป็นชั้นๆ ตกแต่งครอบรองรับโลงศพหรือคนตาย สำหรับแห่ศพไปสุสานเพื่อปะชุมเพลิง ผาสาทศ๋พ ก็ว่า. ล้านนาในอดีตได้แยกลักษณะของ ปราสาทศพ ตามชั้น หรือฐานันดรของศพ มี ผาสาทหลังกูบ หรือ ผาสาทหลังโก่ง ใช้ใส่ศพพระมหากษัตริย์ เชื้อพระวงศ์ชั้นสูง พระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์, ผาสาท หลังเปียง หรือ ผาสาทหลังก๋าย ใส่ศพ เชื้อพระวงศ์ชั้นรองลงมา พระสงฆ์สามเณร และขุนนาง, แมวหรือ แมวควบ ที่คลุมศพของสามัญชน ทั่วไป ดู...แมว ประกอบ
ดูในพจนานุกรมมรดกล้านนา →

ลำดับพิธีงานศพทั้งหมดตั้งแต่วาระสุดท้ายจนถึงวันเก็บกระดูก อ่านได้ในบทความ งานศพล้านนา ส่วนบทความนี้เล่าเฉพาะตัวปราสาท

ผาสาท: เรือนยอดสำหรับผู้ล่วงลับ

ผาสาท ผาสาทฯ (คำเมืองอ่านว่า ผาสาท) คือปราสาท พจนานุกรมให้ความหมายว่า "เรือนมียอดเป็นชั้นๆ สำหรับเป็นที่ประทับของพระเจ้าแผ่นดินหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์" การทำเรือนแบบนี้ให้ผู้ตาย จึงเป็นการยกย่องผู้ล่วงลับให้สูงส่ง

💡 เกร็ดความรู้
ทำไมคนเมืองอ่าน "ปราสาท" ว่า "ผาสาท" พจนานุกรมอธิบายไว้ที่ตัว ผ ผ ว่า อักษรล้านนามักเขียนตัว บ ที่มีระโฮง (เครื่องหมาย ร ควบ) แทนเสียง ผ เพราะ บ ที่ควบระโฮงจะออกเสียงเป็นพยัญชนะตัวถัดไปในวรรค (บ ผ พ ภ ม) คือ ผ คำที่ไทยกลางเขียนด้วย ปร อย่างปราสาท จึงอ่านว่า ผาสาท และปรารถนาอ่านว่า ผาถนา

งานวิจัยของพระพีร์ญาภพพ์และคณะ ซึ่งอ้างงานของ พระมหาจรัญ จิตฺตสํวโร (๒๕๕๔) อธิบายว่า การประดับปราสาทศพด้วยดอกไม้ให้งดงาม นอกจากเป็นการยกย่องให้ผู้ตายได้ขึ้นสู่สรวงสวรรค์แล้ว ยังทำให้ญาติที่ยังอยู่มั่นใจว่าผู้ตายจะมีปราสาทไว้อาศัยหลังละโลกนี้ไป ความคิดนี้ชวนให้นึกถึงอีกคำหนึ่งในพจนานุกรม คือ ผาสาทแก้ววิมานคำ ผา(ระฯบาฯ)สาทฯแก้วฯวิมานฯฅำ ปราสาทวิมานประดับแก้วและทองบนสวรรค์ ที่ว่ากันว่าผู้ทำบุญไว้มากจะได้ไปพำนักเมื่อสิ้นชีวิต

แบ่งตามฐานะ: จากแมวควบถึงผาสาทหลังกูบ

ล้านนาในอดีตไม่ได้ใช้ปราสาทศพแบบเดียวกันทุกงาน พจนานุกรมบันทึกว่าปราสาทแยกตามชั้นหรือฐานันดรของศพ ดังนี้

แบบ ใช้กับศพของ
ผาสาทหลังกูบ หรือ ผาสาทหลังโก่ง พระมหากษัตริย์ เชื้อพระวงศ์ชั้นสูง พระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์
ผาสาทหลังเปียง หรือ ผาสาทหลังก๋าย เชื้อพระวงศ์ชั้นรองลงมา พระสงฆ์ สามเณร และขุนนาง
แมว หรือ แมวควบ สามัญชนทั่วไป

คำว่า หลังกูบ หัลฯงกูบ พจนานุกรมให้ความหมายว่า "ชุดส่วนที่เป็นหลังคาของปราสาท" ส่วน แมว แมวฯ ในความหมายที่สามคือฝาครอบโลงศพ รูปร่างคล้ายเต็นท์พักแรมหรือมุ้งประทุนครอบเด็ก ใช้กับศพสามัญชนในอดีต เรียกอีกอย่างว่า แมวควบ แมวฯฅวฯบ (คำเมืองอ่านว่า แมวควบ)

งานวิจัยของพระพีร์ญาภพพ์และคณะ ซึ่งอ้างงานของ คมเนตร เชษฐพัฒนวนิช (๒๕๓๙) และ สุจิตต์ วงษ์เทศ (๒๕๕๑) เล่าภาพเดียวกันด้วยชื่อเรียกทางช่าง

  • ศพผู้สูงศักดิ์ คือพระสงฆ์สำคัญ กษัตริย์ และผู้มีเชื้อสายเจ้านาย ใช้ปราสาทที่มีเสาตั้งแต่ ๑๒ ถึง ๒๔ ต้น หลังคามีจั่วทั้ง ๔ ด้าน แต่ละจั่วซ้อนกันหลายชั้น (๓ ๕ ๗ หรือ ๙ ชั้น) มียอด มีช่อฟ้าใบระกา และชักลากไปป่าช้าพร้อมแห่ดนตรี
  • ศพผู้มีฐานะ เช่นเศรษฐีหรือคหบดี ใช้แบบที่เรียกว่า "ไม้หลังกลาย" คือปราสาทหลังคาไม่มียอด มีเสา ๘ ต้น ใช้คนหามไป ไม่ชักลาก
  • ศพชาวบ้าน ใช้แบบที่ช่างเรียกว่า "กาจง" มีเสา ๖–๘ ต้น หลังคาไม่มีจั่ว คือแมวควบ ไม่ชักลาก และไม่แห่ดนตรี
⚠️ ข้อควรระวัง
ความเชื่อเดิมถือว่า หากศพสามัญชนใช้ปราสาทหรือแห่แหนแบบศพผู้สูงศักดิ์ จะเป็น ขึ๋ด ขึดฯ (คำเมืองอ่านว่า ขึ๋ด) คืออัปมงคล งานวิจัยบันทึกคำที่ใช้ว่า "ขึด แพ้บ้านแพ้เมือง" และเชื่อกันว่าความเสื่อมจะตกแก่ญาติที่อยู่ข้างหลัง

ชื่อเรียกแต่ละแบบต่างกันไปตามแหล่งและท้องถิ่น งานวิจัยของ พิมพ์กัลยา ฤทธิ์เพ็ญ (๒๕๖๗) ที่เล่าไว้ในบทความงานศพล้านนา พบแบบ "ปากกระบาน" ที่ไม่มีจั่วและยอดสำหรับชาวบ้าน และแบบ "หลังกลาย" มี ๔ จั่วสำหรับผู้อาวุโส ปัจจุบันข้อจำกัดเหล่านี้คลายลงมาก ขึ้นอยู่กับกำลังของเจ้าภาพเป็นหลัก

ภาณุภัค โมกขศักดิ์ (๒๕๖๔) อ้างหนังสือ ผาสาทล้านนา ของพระครูสิริวิชโรภาสและคณะ (๒๕๕๔) ว่าปราสาทใส่ศพน่าจะพัฒนาจากสิ่งง่าย ๆ อย่างแมวครอบศพ มาเป็นปราสาทหลังเปียง ปราสาทหลังก๋าย ปราสาทมุจรินทร์ ปราสาทกาโจง ปราสาทยอด จนถึงปราสาทที่เทินบนหลังสัตว์หิมพานต์ และปราสาทบนหลังนกหัสดีลิงค์

สร้างอย่างไร: เบา โปร่ง และพับยอดได้

คนที่สร้างปราสาทศพคือ สะหล่า ส่ๆลฯา (คำเมืองอ่านว่า สะหล่า) คือช่างหรือผู้ชำนาญงานฝีมือ งานใหญ่มี สะหล่าเก๊า ส่ๆลฯาเคั้าฯ เป็นหัวหน้าช่าง และ สะหล่าหย้อง ส่ๆลฯาอยฯอฯง ช่างตกแต่ง งานวิจัยของภาณุภัค (๒๕๖๔) ศึกษางานที่ช่างสำนักวัดเกาะกลาง อำเภอเมือง เชียงใหม่ สร้างปราสาทนกหัสดีลิงค์

พระพีร์ญาภพพ์และคณะแบ่งโครงสร้างปราสาทเป็น ๔ ส่วน

  1. ยอด ปลายแหลมคล้ายฉัตร ๓ หรือ ๕ ชั้น ส่วนบนสุดมักเป็นรูปดอกบัวตูม
  2. หลังคา มี ๓ ลักษณะ คือหลังคาซ้อนชั้น หลังคาทรงกระจังหรือปากบาน และหลังคาทรงจั่ว รูปหลังคาเป็นหลักสำคัญที่ใช้จำแนกปราสาทศพเป็นแบบต่าง ๆ
  3. ตัวเรือนและเสา มีตั้งแต่ ๘ ๑๒ ๑๖ ไปจนถึง ๒๐ ต้น ตามขนาด
  4. ฐาน มีทั้งฐานซ้อนชั้นธรรมดา ฐานย่อมุม และฐานทรงแท่นแก้ว

ปราสาทศพมีลักษณะเฉพาะที่ต่างจากเรือนยอดอื่น ๆ ด้วย ยอดพับงอลงได้ เพื่อให้ขบวนแห่ลอดใต้สายไฟฟ้าที่พาดขวางถนน ตัวเรือนโปร่งไม่มีผนัง ยกโลงขึ้นลงได้สะดวก ฐานเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าตามรูปโลง และใช้วัสดุที่เบาและติดไฟง่าย เช่น กระดาษ ไม้ไผ่ และไม้ งิ้ว งิ้วฯ ตกแต่งด้วยกระดาษสีและดอกไม้ ปราสาทของผู้สูงศักดิ์ยังมี จ้อฟ้า ชํอฯฟ้า (ช่อฟ้า) ประดับปลายหลังคาเช่นเดียวกับวิหาร

นกหัสดีลิงค์: พาหนะที่พาขึ้นสวรรค์

ปราสาทศพที่งามที่สุดของล้านนาตั้งอยู่บนหลัง นกหั๋สดีลิงค์ น฿กฯหัสีดฯลิง์คฯ (คำเมืองอ่านว่า นกหั๋สดีลิงค์) พจนานุกรมอธิบายว่าเป็นนกในนิยายที่อยู่ในป่าหิมพานต์ ตัวโตมาก หัวเป็นช้าง มีงวงมีงา ตัวเป็นนก มีกำลังมหาศาล ชาวล้านนานิยมใช้ประกอบปราสาทศพของ "ผู้หลักศักดิ์ใหญ่" หรือพระสงฆ์มหาเถระ เรียกปราสาทแบบนี้ว่า ผาสาทนกหั๋สดีลิงค์ ผา(ระฯบาฯ)สาทฯน฿กฯหัสฯฯดีลิง์คฯ

น฿กฯหัสีดฯลิง์คฯ
นกหั๋สดีลิงค์
น.นกในนิยายว่ากันว่าอยู่ในป่าหิมพานต์ ตัวโตมาก หัวเป็นช้าง มีงวงมีงา ตัวเป็นนก มีกำลังมหาศาล ชาวล้านนานิยมใช้ประกอบปราสาทศพของผู้หลักศักดิ์ใหญ่ หรือพระสงฆ์มหาเถระ มีมาตั้งแต่โบราณกาลจนถึงปัจจุบัน ดังปรากฏในมหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์มัทรี เมื่อพระนางมัทรีกลับจากหาผลไม้ในป่า ไม่พบลูกรักชาลีกัณหา จึงทรงดั้นด้นค้นหาด้วยความสงสัยว่า "..ฤๅว่าเสือหมีและชักแค่ เดินดงแต่ไพรสณฑ์ พบลูกสองคนติ้วกว่า นกหัสดีลิงค์ล่าบินบน บินเหินหนอากาศ ซูดทึ้งยาดเอาไป ตกแดนไกลบ่หันซาก...."; นกหั๋ตถีลิงค์ ก็ว่า
ดูในพจนานุกรมมรดกล้านนา →

พจนานุกรมยกตัวอย่างนกตัวนี้จากมหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์มัทรี ตอนที่พระนางมัทรีกลับจากป่าแล้วไม่พบสองกุมาร จึงคร่ำครวญว่า "นกหัสดีลิงค์ล่าบินบน บินเหินหนอากาศ ซูดทึ้งยาดเอาไป" (อ่านเรื่องการเทศน์มหาชาติได้ใน ตั้งธรรมหลวง)

ภาณุภัคบันทึกว่า นกนี้เรียกกันสั้น ๆ ว่า "นกช้าง" หรือ "นกหัส" ลักษณะผสมระหว่างช้างกับ หงส์ ห฿ง์สฯฯ คือหัวเป็นช้าง ตัวและหางเป็นหงส์ ชาวล้านนาเชื่อว่านกนี้เป็นพาหนะพาดวงวิญญาณของผู้ปฏิบัติดีขึ้นสู่สวรรค์ และสร้างปราสาทนกหัสดีลิงค์เฉพาะในงานศพของพระมหาเถระและเจ้านายชั้นสูงเท่านั้น

ปราสาทศพบนหลังนกหัสดีลิงค์ยามค่ำ หัวช้างมีงา บนหลังเป็นเรือนยอดสีทองซ้อนชั้น
ผาสาทนกหั๋สดีลิงค์ · หีบศพตั้งในเรือนยอดบนหลังนก งานศพพระเถระ วัดเจดีย์หลวง เชียงใหม่ (๒๕๕๓)
ภาพ: Takeaway / Wikimedia Commons (CC BY-SA 3.0)
ช่อฟ้าสีทองรูปนกหัสดีลิงค์ หัวช้างมีงวง ที่ปลายหลังคาวิหาร
จ้อฟ้ารูปนกหัสดีลิงค์บนหลังคาวิหารหลังเล็ก วัดเจ็ดยอด เชียงใหม่
ภาพ: Takeaway / Wikimedia Commons (CC BY-SA 3.0)

นกตัวนี้มาจากไหน สุรชัย พุดชู (๒๕๖๕) ศึกษาคัมภีร์และวรรณกรรมพุทธศาสนา พบนกหัสดีลิงค์ในพระไตรปิฎกและอรรถกถา รวมทั้งวรรณกรรมอย่างตำนานมูลศาสนา ปัญญาสชาดก และไตรภูมิพระร่วง คัมภีร์บอกเพียงว่านกนี้ตัวใหญ่ มีกำลังเท่าช้าง ๕ เชือก อาศัยอยู่ในอุตตรกุรุทวีป ซึ่งตามคติจักรวาลพุทธอยู่ทางทิศเหนือของเขา สิ๋เนลุ สิเนรุ (เขาพระสุเมรุ ภูเขากลางจักรวาล) คัมภีร์ตอนหนึ่งที่ผู้วิจัยยกมาเล่าว่าฝูงนกหัสดีลิงค์โฉบห่อศพจากป่าช้าขึ้นไปบนยอดเขาหิมพานต์ เพราะเข้าใจว่าเป็นชิ้นเนื้อ ผู้วิจัยสรุปว่าวรรณกรรมยุคหลังจึงค่อยให้นกมีบทบาทในทางดี จนช่างนำมาสร้างเป็นปราสาทศพที่สื่อความหมายเรื่องการส่งผู้ตายไปเกิดบนสวรรค์

ในประวัติศาสตร์ ภาณุภัคอ้างพงศาวดารโยนกว่า เมื่อ พระนางวิสุทธิเทวี ผู้ครองเมืองเชียงใหม่ถึงแก่พิราลัย มีการทำพิมานบุษบกตั้งบนนกหัสดีลิงค์ขนาดใหญ่ รองด้วยล้อเลื่อน ใช้ช้างฉุดลาก และเจาะกำแพงเมืองเป็นทางลากไปถึงทุ่งวัดโลก แล้วเผาพร้อมปราสาท ส่วนพระพีร์ญาภพพ์และคณะอ้างงานของ สรัสวดี อ๋องสกุล (๒๕๔๖) ว่า ในสมัยเชียงแสนมีปราสาทศพบนนกหัสดีลิงค์ของเจ้านายและพระมหาเถระหลายองค์ ภาณุภัคสรุปว่า ต่อมาพิธีศพเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ปรับตามแบบราชสำนักสยาม ปราสาทบนหลังนกหัสดีลิงค์จึงคงเหลือหลัก ๆ ในงานศพพระสงฆ์ชั้นผู้ใหญ่จนถึงทุกวันนี้

วันเผา: ลากผาสาท และไฟที่ยอดปราสาท

งานศพพระเถระหรือผู้ที่คนนับถือมาก คำเมืองเรียกว่า ปอยล้อ พอฯยฯลํอฯ (คำเมืองอ่านว่า ปอยล้อ) พจนานุกรมอธิบายว่ามักทำเรือนศพเป็นปราสาทบรรจุบนล้อหรือเกวียน แล้วลากไปยังที่เผา การที่ผู้คนช่วยกันชักปราสาทเรียกว่า ลากผาสาท ลากฯระฯบาฯสาทฯ พจนานุกรมบอกว่าแต่ก่อนตั้งปราสาทบนฐานท่อนซุงหรือต้นมะพร้าวคู่ ต่อมาหมายรวมถึงการช่วยกันชักศพบนยานชนิดอื่นด้วย

ภาณุภัคบันทึกขั้นตอนในงานที่สำนักวัดเกาะกลาง ดังนี้

  • งานปอยล้อมีทำบุญ เลี้ยงอาหาร และมหรสพราว ๓–๗ วัน
  • ขบวนแห่ปราสาทนำด้วย ก๋องจุม กลฯอฯงชุม (กลองชุด) และปี่แน บรรเลงเพลงแหย่งหลวงหรือ "ปราสาทไหว" ให้จังหวะก้าวเดินช้า ๆ พจนานุกรมยังบันทึก ปาน พานฯ เครื่องตีคล้ายฆ้องที่ใช้ตีนำขบวนแห่ศพพระเถระ
  • ถึงลานพิธีแล้วจะเวียนรอบปราสาทที่ใช้เผา ๓ รอบ ขอขมาศพ แล้วจึงเชิญศพขึ้นตั้งบนปราสาท
ℹ️ ข้อมูล
ถ้อยคำเกี่ยวกับการเผาที่พจนานุกรมบันทึกไว้
- เมรุ เมรุ ที่เผาศพ
- ผ้าพิดาน ผ้าพิดานฯ ผ้าที่ขึงคร่อมเหนือที่เผาศพพระภิกษุ ปกติเป็นจีวรของผู้มรณภาพ มีไม้ไผ่รองรับทั้งสี่มุม
- บอกไฟหล่อ บอฯกไฟหํลฯอฯ บอกไฟที่มีลูกล้อ ให้วิ่งไปชนเมรุหรือปราสาทแทนการจุดไฟธรรมดา
- บ่าผาบ บ่าฯผาปฯ สายชนวนกระดาษห่อดินปืนสำหรับจุดบอกไฟหรือจุดไฟเผาศพ
เปลวไฟลุกที่ยอดปราสาทศพทรงนกหัสดีลิงค์ยามค่ำ เบื้องหลังเป็นเจดีย์หลวง
ไฟเริ่มลุกที่ยอดผาสาทนกหั๋สดีลิงค์หน้าเจดีย์หลวง เชียงใหม่ ปราสาทและนกถูกเผาไปพร้อมกับศพ (๒๕๕๓) · ภาพ: Takeaway / Wikimedia Commons (CC BY-SA 3.0)

ที่เผาศพหรือป่าช้า คำเมืองเรียกว่า ป่าเฮ่ว ป่าเฮ่วฯ (คำเมืองอ่านว่า ป่าเฮ่ว)

ปราสาทที่ไม่ได้เผา: กลายเป็นธรรมาสน์

ปราสาทศพส่วนใหญ่ถูกเผาไปพร้อมศพ แต่พระพีร์ญาภพพ์และคณะสำรวจธรรมาสน์สำคัญ ๑๕ หลังในเชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง แพร่ และน่าน แล้วพบว่า ๓ หลังเคยเป็นปราสาทศพมาก่อน

ธรรมาสน์ เดิมเป็นปราสาทศพของ
วัดเชตุพน เชียงใหม่ เจ้าอินทวิชยานนท์ เจ้าแก้วนวรัฐนำปราสาทศพของพระบิดามาซ่อมเป็นธรรมาสน์ถวายวัดเมื่อ พ.ศ. ๒๔๔๐
วัดพระธาตุหริภุญชัย ลำพูน เจ้าหลวงดาวเรือง เจ้าผู้ครองนครลำพูนองค์ที่ ๗ ซึ่งถึงแก่พิราลัยเมื่อ พ.ศ. ๒๔๓๔
วัดพระธาตุช่อแฮ แพร่ นายครอง ทองถิ่น คหบดีเมืองแพร่ ฐานธรรมาสน์จารึกว่าสร้างอุทิศเมื่อ ๓ เมษายน พ.ศ. ๒๔๙๒

ผู้วิจัยอธิบายว่า ธรรมเนียมนี้น่าจะมาจากคติล้านนาที่ว่า ของที่เจ้านายใช้แล้ว เมื่อเจ้านายละโลกไปจะไม่มีใครใช้ต่อได้นอกจากพระสงฆ์ คุ้มที่เจ้านายประทับจึงถูกรื้อไปสร้าง วิหาร วิหารฯ ถวายวัด ส่วนปราสาทศพก็ถวายเป็นธรรมาสน์ ทั้งสามหลังยังใช้เทศน์ในโอกาสสำคัญมาจนทุกวันนี้

ธรรมเนียมนี้มีแบบกลับด้านด้วย ในงานศพ ครูบาพรหมา พรหมจกฺโก อดีตเจ้าอาวาสวัดพระพุทธบาทตากผ้า เมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๐ มีการสร้างธรรมาสน์จำลองแบบธรรมาสน์วัดต้นแก้ว เวียงยอง ลำพูน เพื่อประดิษฐานศพ แล้วตั้งไว้บนนกหัสดีลิงค์

คำเมืองเกี่ยวกับผาสาทผีต๋าย

คำเมือง อักษรล้านนา ความหมาย
ผาสาทผีต๋าย ผา(ระฯบาฯ)สาทฯผีตายฯ ปราสาทศพ
ผาสาท ผาสาทฯ ปราสาท เรือนยอดชั้น
แมวควบ แมวฯฅวฯบ ฝาครอบโลงศพสามัญชน
หลังกูบ หัลฯงกูบ ชุดหลังคาของปราสาท
นกหั๋สดีลิงค์ น฿กฯหัสีดฯลิง์คฯ นกหัวช้างในป่าหิมพานต์
สะหล่า ส่ๆลฯา ช่าง
ปอยล้อ พอฯยฯลํอฯ งานศพใหญ่ที่ลากปราสาท
ลากผาสาท ลากฯระฯบาฯสาทฯ ช่วยกันชักลากปราสาทศพ
ผ้าพิดาน ผ้าพิดานฯ ผ้าคลุมเหนือที่เผาศพพระ
ป่าเฮ่ว ป่าเฮ่วฯ ป่าช้า

บทความนี้ไม่มีบัตรคำและแบบทดสอบท้ายเรื่อง ด้วยความเคารพต่อผู้ล่วงลับและครอบครัว ทบทวนคำได้จากตารางด้านบน หรือค้นในพจนานุกรมมรดกล้านนา

สรุป

  • ปราสาทศพคำเมืองเรียกว่า ผาสาทผีต๋าย หรือ ผาสาทศ๋พ ใช้ครอบโลงแห่ศพไป ป่าเฮ่ว
  • แต่เดิมแบ่งตามฐานะ ตั้งแต่ แมวควบ ของสามัญชน ถึงผาสาทหลังกูบของกษัตริย์และพระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ การใช้ผิดฐานะถือเป็น ขึ๋ด
  • สะหล่า สร้างปราสาทให้เบา โปร่ง ติดไฟง่าย และพับยอดได้เพื่อลอดสายไฟ
  • ปราสาทบนหลัง นกหั๋สดีลิงค์ สงวนไว้สำหรับพระมหาเถระและเจ้านายชั้นสูง เชื่อกันว่านกพาดวงวิญญาณขึ้นสวรรค์
  • ปราสาทศพบางหลังไม่ได้เผา แต่ถวายวัดเป็นธรรมาสน์ เช่นที่วัดเชตุพน วัดพระธาตุหริภุญชัย และวัดพระธาตุช่อแฮ

ค้นคำอื่น ๆ ได้ใน พจนานุกรมมรดกล้านนา และอ่านลำดับพิธีงานศพทั้งหมดได้ที่ งานศพล้านนา

แหล่งอ้างอิง

ค้นหาคำว่า "ผาสาทผีต๋าย" ในพจนานุกรมมรดกล้านนา

🎯 ทดสอบคำในบทความนี้ทายคำล้านนาจากบทความ 28 คำ จำได้แค่ไหน?

📝 ลองเขียนคำเมืองบนกระดาน แล้วแชร์ให้เพื่อน →

บทความที่เกี่ยวข้อง

ปราสาทศพทรงนกหัสดีลิงค์ หัวเป็นช้าง ตั้งหน้าเจดีย์หลวง เชียงใหม่ ยามพลบค่ำ

งานศพล้านนา: ขั้นตอนจากเฮือนถึงป่าเฮ่ว และคำเมืองที่ควรรู้

17 ตุลาคม 2569 · ประเพณี

งานศพล้านนาทีละขั้น ตั้งแต่ขอสุมาขันแก้วตังสาม ตุงสามหาง ห่อเข้า คัวตาน บวชจู๋งหัว ถึงเผาศพและเก็บกระดูก พร้อมคำเมืองในงานศพและมารยาทผู้ไปร…

หน้าต่างลายคำในวิหารลายคำ วัดพระสิงห์ เชียงใหม่ ล้อมด้วยจิตรกรรมฝาผนังแบบล้านนาที่เล่าเรื่องวรรณกรรม

หงส์หิน: ค่าวซอเรื่องดัง จากหงส์ผาคำถึงฉบับเจ้าสุริยวงศ์

19 กันยายน 2569 · วรรณกรรม

หงส์หินคือค่าวซอเรื่องดังของล้านนา อ่านเรื่องย่อกุมารผู้ขี่หงส์ที่พระอินทร์เสกจากก้อนหิน ที่มาจากหงส์ผาคำของพระยาโลมาวิสัย ฉบับเจ้าสุริยวงศ…

ชานไม้ของเรือนคำเที่ยง หลังคามุงแป้นเกล็ด มีกาแลไม้แกะสลักไขว้กันบนยอดจั่วหลายหลัง

เรือนกาแล: กาแล หำยนต์ เติ๋น และความเชื่อในบ้านไม้ล้านนา

15 มกราคม 2569 · วัฒนธรรม

เรือนกาแลคือเรือนไม้ของคนล้านนาที่มีกาแลไขว้บนยอดจั่ว อ่านชื่อส่วนต่าง ๆ ของเรือน ชาน เติ๋น ร้านน้ำ หำยนต์ และความเชื่อเรื่องเสามงคลเสานางก…

ไม้ค้ำหลายสิบต้นพันผ้าสีค้ำต้นโพธิ์ใหญ่ที่เวียงกุมกาม เชียงใหม่ ตามความเชื่อเรื่องการสืบชะตา

สืบชะตา: พิธีต่ออายุคน บ้าน และเมืองของชาวล้านนา

12 ตุลาคม 2569 · ประเพณี

สืบชะตาคือพิธีต่ออายุของชาวล้านนา ทั้งสืบชะตาคน บ้าน และเมือง อ่านความหมายของไม้ค้ำ ขัว ตาแหลว ขั้นตอนพิธี และสืบชะตาเมืองเชียงใหม่

↑

↑ ↓ เลือก · Enter เปิด · Esc ปิด