มรดกล้านนา

🌐 Read in English

ปราสาทศพทรงนกหัสดีลิงค์ หัวเป็นช้าง ตั้งหน้าเจดีย์หลวง เชียงใหม่ ยามพลบค่ำ

ภาพ: Takeaway / Wikimedia Commons (CC BY-SA 3.0)

งานศพล้านนา: ขั้นตอนจากเฮือนถึงป่าเฮ่ว และคำเมืองที่ควรรู้

งานศพล้านนา คือพิธีส่งผู้ล่วงลับของคนเมือง ซึ่งผสานพุทธศาสนากับความเชื่อท้องถิ่นไว้ด้วยกัน คำเมืองเรียกพิธีกรรมเกี่ยวกับการปลงศพทั้งหมดว่า ส่งส๋ะก๋าร ส฿งฯสการฯ (คำเมืองอ่านว่า ส่งส๋ะก๋าร) พจนานุกรมอธิบายว่าเป็น "การแสดงออกถึงความกตัญญูต่อผู้ตาย" บทความนี้พาไล่ดูทีละขั้น ตั้งแต่วาระสุดท้ายจนถึงวันเก็บกระดูก พร้อมคำเมืองที่จะได้ยินในงาน และข้อควรรู้สำหรับผู้ที่ได้รับเชิญไปร่วมงาน

ส฿งฯสการฯ
ส่งส๋ะก๋าร
น.ส่งสการ - พิธีกรรมต่างๆ ที่จัดขึ้นเกี่ยวกับการปลงศพ หรือการฌาปนกิจศพ เป็นการแสดงออกถึงความกตัญญูต่อผู้ตาย โดย จัดเครื่องสักการะให้สมฐานะแก่ผู้ตายนั้น; เสียศพ ก็ว่า
ดูในพจนานุกรมมรดกล้านนา →

ลำดับพิธีในบทความนี้ยึดตามงานวิจัยของ พิมพ์กัลยา ฤทธิ์เพ็ญ (๒๕๖๗) ซึ่งบันทึกงานศพแบบดั้งเดิมของชาวล้านนา รายละเอียดอาจต่างกันไปตามหมู่บ้านและครอบครัว ส่วนความหมายของคำมาจากพจนานุกรมมรดกล้านนา

ก่อนจากไป: ขอสุมาขันแก้วตังสาม

เมื่อมีคน ลำบาก ลำบาฯกฯ (คำเมืองอ่านว่า ลำบาก) ซึ่งพจนานุกรมให้ความหมายหนึ่งว่า "คนป่วยหนักใกล้ตาย" ครอบครัวจะนิมนต์พระมาเทศน์คัมภีร์ ธรรมมหาวิบาก งานวิจัยอธิบายว่า เชื่อกันว่าช่วยให้ผู้ป่วยพ้นจากความทรมาน หากยังไม่ถึงคราวก็จะหาย หากถึงคราวก็จะจากไปอย่างสงบ

ลูกหลานผู้ชายจะเป็นตัวแทนนำสวยดอกไม้ธูปเทียน ๓ ชุดไปวัด ใส่ลงใน ขันแก้วตังสาม ขันฯแก้วฯทังฯสามฯ (คำเมืองอ่านว่า ขันแก้วตังสาม) คือพานดอกไม้ทรงสามเหลี่ยมที่ตั้งบูชาพระในวิหาร แล้วกล่าว กำสูมา คำฯสูมา (คำเมืองอ่านว่า กำสูมา) คือคำขอขมาพระรัตนตรัยแทนผู้ป่วย จากนั้นกลับมาบอกผู้ป่วย ให้ระลึกถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ และความดีที่เคยทำ

คำสั่งเสียของผู้ใกล้ตาย คำเมืองเรียกว่า กำผี คำฯผี (คำเมืองอ่านว่า กำผี) ลูกหลานถือว่าต้องรักษาไว้ให้ดี

เมื่อสิ้นลม: อาบน้ำศพ เข้าหล้อง

คำเมืองเรียกศพว่า ผีต๋าย ผีตายฯ (คำเมืองอ่านว่า ผีต๋าย) หรือ ศ๋พ ศ฿พฯ ส่วนคำว่า "ตาย" คือ ต๋าย ตายฯ (คำเมืองอ่านว่า ต๋าย) และมีสำนวนอ้อม ๆ ว่า เข้าหล้อง เขั้าห้ลฯอฯง (คำเมืองอ่านว่า เข้าหล้อง) เช่น "แม่อุ้ยเข้าหล้องแล้ว" หมายถึงคุณยายเสียแล้ว อ่านคำเรียกการตายแบบต่าง ๆ เพิ่มได้ใน ผีในคำเมือง

ตามงานวิจัยของพิมพ์กัลยา (๒๕๖๗) ลำดับหลังเสียชีวิตมีดังนี้

  1. อาบน้ำศพ เหมือนตอนยังมีชีวิต และแต่งตัวให้ศพ แบบกลับด้าน
  2. วางมะพร้าวปอกเปลือกและ ฝ้ายจู๋ง ฝ้ายฯจูง (คำเมืองอ่านว่า ฝ้ายจู๋ง) ไว้บนพานบนฝาโลง พจนานุกรมอธิบายว่าเป็นฝ้ายดิบ ๙ ห่วง สำหรับพระสงฆ์จูงนำศพไปป่าช้า
  3. แจ้ง ปู่จ๋ารย์ ปู่จาร์ยฯ (คำเมืองอ่านว่า ปู่จ๋ารย์) คือมัคนายกผู้รู้พิธี มาขอขมาศพ รดน้ำศพ มัดตราสัง ห่อศพ แล้วนำศพลง หีดหล้อง หีดฯห้ลฯอฯง (คำเมืองอ่านว่า หีดหล้อง) คือโลงศพ
  4. ญาติวางโคมน้ำมันไว้ที่ปลายเท้าผู้ตาย และด้านหน้าสำหรับเคารพศพ อย่างละหนึ่งดวง
💡 เกร็ดความรู้
พจนานุกรมบันทึกเครื่องใช้สมัยก่อนไว้ด้วย เช่น ดือหล้อง ดืห้ลฯอฯง คือท่อระบายกลิ่นจากโลงขึ้นไปโผล่หลังคา มักทำจากไม้ไผ่ทะลวงข้อหรือก้านมะละกอ เป็นภาพสะท้อนสมัยที่ตั้งศพไว้ที่บ้านหลายวัน

ตั้งศพ สวดอภิธรรม และร่วมทำบุญ

สมัยก่อนตั้งศพที่บ้าน นิมนต์พระ ๔ รูปมา สูตรอภิธรรม สูระฯตอภิธัม์มฯ (คำเมืองอ่านว่า สูตรอภิธรรม) ราวสองทุ่มถึงสามทุ่ม ปัจจุบันส่วนใหญ่ย้ายไปตั้งที่ศาลาวัด เริ่มราวหนึ่งทุ่ม และจบด้วยการกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้ผู้ตาย

ผู้มาร่วมงานมักทำบุญด้วยซองปัจจัย งานวิจัยบันทึกว่า เขียนชื่อพร้อมครอบครัวไว้หน้าซอง แต่ไม่นิยมเขียนจำนวนเงิน แล้วใส่ในกล่อง พาน หรือสลุงที่เจ้าภาพเตรียมไว้ หรือมอบให้เจ้าภาพโดยตรง

ℹ️ ข้อมูล
อาหารในงานศพ งานวิจัยของพิมพ์กัลยา (๒๕๖๗) บันทึกข้อห้ามแบบดั้งเดิมไว้ ๓ ข้อ คือ ไม่ทำอาหารประเภทเส้น ไม่ใช้วัตถุดิบจากขนุน และไม่ทำลาบ ปัจจุบันหลายงานใช้บริการจัดเลี้ยงแบบบุฟเฟ่ต์ ส่วนช่วงค่ำหลังสวดมักเป็นอาหารว่างและเครื่องดื่ม

เตรียมก่อนวันเผา: ปราสาท ตุง ห่อเข้า คัวตาน

ปราสาทศพ คำเมืองเรียกว่า ผาสาทผีต๋าย ผา(ระฯบาฯ)สาทฯผีตายฯ (คำเมืองอ่านว่า ผาสาทผีต๋าย) คือเรือนทรงปราสาทที่ครอบโลงศพ ใช้แห่ศพไปป่าช้า พจนานุกรมบอกว่าแต่ก่อนแบ่งตามฐานะของผู้ตาย ศพสามัญชนใช้ แมวควบ แมวฯฅวฯบ คือฝาครอบโลง ส่วนงานวิจัยของพิมพ์กัลยาพบแบบที่ใช้ในหมู่บ้าน ๒ แบบ คือ แบบ "ปากกระบาน" ที่ไม่มีจั่วและยอด สำหรับชาวบ้านทั่วไป และแบบ "หลังกลาย" มี ๔ จั่ว สำหรับผู้อาวุโสที่คนนับถือ ปัจจุบันไม่จำกัดแบบแล้ว ขึ้นกับกำลังของเจ้าภาพ

ปราสาทศพทรงนกหัสดีลิงค์ตั้งในลานวัดเจดีย์หลวงยามค่ำ มีผู้คนเดินชม
ผาสาทผีต๋าย · ปราสาทศพทรงนกหัสดีลิงค์ในงานศพพระเถระ วัดเจดีย์หลวง เชียงใหม่ (๒๕๕๓)
ภาพ: Takeaway / Wikimedia Commons (CC BY-SA 3.0)

ปราสาทที่ประดับ นกหั๋สดีลิงค์ น฿กฯหัสีดฯลิง์คฯ สัตว์ในป่าหิมพานต์ที่หัวเป็นช้าง ตัวเป็นนก พจนานุกรมบอกว่านิยมใช้กับศพผู้หลักผู้ใหญ่หรือพระมหาเถระ เรื่องปราสาทศพแต่ละแบบจะเล่าละเอียดในบทความต่อไปของชุดนี้

ตุงสามหาง ทุงสามฯหางฯ (คำเมืองอ่านว่า ตุงสามหาง) คือตุงรูปคล้ายคน มีหาง ๓ ชาย ญาติตัดจากผ้าขาว เขียนชื่อ นามสกุล วันเกิด วันเสียชีวิต และอายุของผู้ตายไว้ที่ลำตัวตุง แล้วผูกไม้ไผ่แขวนไว้ใกล้โลง พจนานุกรมบอกว่าหางทั้งสาม "อาจหมายถึงไตรลักษณ์" อ่านเรื่องตุงสามหางเพิ่มเติมได้ใน ตุงล้านนา

ทุงสามฯหางฯ
ตุงสามหาง
น.ธงสามชาย - เป็นธงสัญลักษณ์ของงานศพมีรูปร่างคล้ายคลึงกับรูปกายของมนุษย์มีชายหรือหางตุงอยู่ ๓ ชายห้อยลง งาน ศพพระสงฆ์ใช้ผ้าสีเหลือง (มักใช้ผ้าสบงใหม่)ถ้าเป็นคฤหัสถ์ใช้กระดาษหรือผ้าสีขาว ตกแต่งด้วยลายดอก หรือลายพื้นเมือง ความหมายของตุง ๓ หางนี้ อาจหมายถึงไตรลักษณ์ คือ ความไม่เที่ยง เป็นทุกข์ และมิใช่ตัวตน (อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา) ใช้เชือกร้อยตรงส่วนหัวติดกับด้าม ใช้เป็นธงนำขบวนศพของคนล้านนาสู่ป่าช้า; ตุงผีต๋าย ก็ว่า
ดูในพจนานุกรมมรดกล้านนา →

ญาติยังเตรียม ถงห่อเข้า ถ฿งฯหํอฯเขั้า (คำเมืองอ่านว่า ถงห่อเข้า) คือถุงย่ามผ้าขาว ใส่ข้าวเหนียว จิ๊นทอดห่อใบตอง ผลไม้หรือเมี่ยงจนเต็ม งานวิจัยอธิบายความเชื่อว่า ผู้ตายจะได้นำไปกินระหว่างเดินทางไปภพหน้า และไปไหว้พระธาตุเกศแก้วจุฬามณีบนสวรรค์

ถ฿งฯหํอฯเขั้า
ถงห่อเข้า
น.ถุงผ้าใส่ห่อข้าวสำหรับไปเก็บของป่า หรือเดินทางไกล, ถุงย่ามทำด้วยผ้าขาวสำหรับใส่ห่อ ข้าวและอาหารให้คนตาย คนล้านนาจะให้สะพายหรือคอนนำหน้าศพพร้อมกับตุงสามหางไปป่าช้า
ดูในพจนานุกรมมรดกล้านนา →

เจ้าภาพจะจัด คัวตาน ระฯค฿วฯทาฯนฯ (คำเมืองอ่านว่า คัวตาน) คือเครื่องไทยทาน เช่น สบู่ ยาสีฟัน เครื่องครัว ผลไม้ตามฤดู ผ้าห่ม ยา ใส่ตะกร้าหาบไว้ถวายพระในวันเผา ก่อนถวาย ปู่จ๋ารย์จะกล่าว สูมาคัวตาน สูมาระฯค฿วฯทาฯนฯ (ขอขมาเครื่องไทยทาน) และ เวนตาน เวนฯทาฯนฯ (คำเมืองอ่านว่า เวนตาน) คือกล่าวนำถวายทาน ซึ่งในงานศพจะมีคำอุทิศส่วนกุศลให้ผู้ตายต่อท้าย

ก่อนวันเผา ลูกหลานผู้ชายที่สมัครใจจะบวชเณรอุทิศส่วนกุศลให้ผู้ตาย คำเมืองเรียกว่า บวชจู๋งหัว บวฯชจูงห฿วฯ (คำเมืองอ่านว่า บวชจู๋งหัว) ตรงกับคำไทยกลางว่าบวชหน้าไฟ เณรใหม่จะถือฝ้ายจู๋งที่โยงจากโลง นำศพไปป่าช้า

วันเผา: ตัดสายผัวเมีย และขบวนไปป่าเฮ่ว

ก่อนเคลื่อนศพ หากผู้ตายมีคู่ครองที่ยังมีชีวิตอยู่ งานวิจัยบันทึกพิธีที่เรียกว่า "ผ่าจ้านผี" หรือตัดสายผัวสายเมีย ปู่จ๋ารย์จะให้คู่ครองถือสวยดอกไม้ที่ผูกด้ายสายสิญจน์ไว้ หันหลังให้โลง กล่าวคาถา แล้วตัดด้ายให้ขาดในครั้งเดียว จากนั้นคู่ครองจะเดินจากไปโดยไม่หันกลับมามอง และไม่ไปร่วมพิธีเผา เป็นพิธีที่บอกว่าความผูกพันทางโลกจบลงตรงนี้

ℹ️ ข้อมูล
คำว่า "ผ่าจ้านผี" มาจากงานวิจัย ไม่ใช่คำตั้งในพจนานุกรมมรดกล้านนา บทความนี้จึงเขียนด้วยอักษรไทยเท่านั้น

ขบวนศพเรียงลำดับดังนี้ หน้าสุดคือปู่จ๋ารย์ถือตุงสามหางและสะพายถงห่อเข้า กลางขบวนคือพระสงฆ์และเณรบวชจู๋งหัวที่จูงฝ้าย ท้ายขบวนคือญาติและผู้มาร่วมส่ง จุดหมายคือ ป่าจ๊า ป่าช้า (คำเมืองอ่านว่า ป่าจ๊า) หรือที่เรียกกันว่า ป่าเฮ่ว ป่าเฮี่ยว คือป่าช้า

คำเมืองเรียกกองฟืนเผาศพว่า ก๋องฟอน กอฯงฟอฯร (คำเมืองอ่านว่า ก๋องฟอน) พจนานุกรมเล่าธรรมเนียมแต่โบราณว่า ชาวบ้านจะนำฟืนมาคนละท่อนสองท่อนกองรวมกันที่เชิงตะกอน เรียกฟืนนั้นว่า หลัวเผาผี ห฿ลฯวฯเผัาผี (คำเมืองอ่านว่า หลัวเผาผี)

ก่อนเผา ญาติจะรดน้ำศพอีกครั้งด้วย น้ำเข้าหมิ้นส้มป่อย นาฯํ้เขั้าหิ้มฯรส฿้มฯป่อฯยฯ (คำเมืองอ่านว่า น้ำเข้าหมิ้นส้มป่อย) คือน้ำขมิ้นส้มป่อย พจนานุกรมยังบันทึก น้ำซ่วยหน้าผี นาฯซ่วฯยฯห้นฯาผี คือน้ำมะพร้าวที่ผ่าแล้วรดหน้าศพก่อนเผา

ฝักส้มป่อยแห้งสีม่วงน้ำตาลกองรวมกัน
ส้มป่อย · ฝักส้มป่อยแห้ง ใช้ทำน้ำเข้าหมิ้นส้มป่อย (ภาพจากทมิฬนาฑู อินเดีย)
ภาพ: Thamizhpparithi Maari / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0)
ดอกไม้ไฟและเปลวไฟลุกที่ยอดปราสาทศพทรงนกหัสดีลิงค์ยามค่ำ
บอกไฟ · จุดบอกไฟเริ่มพิธีเผา งานศพพระเถระ วัดเจดีย์หลวง (๒๕๕๓)
ภาพ: Takeaway / Wikimedia Commons (CC BY-SA 3.0)

เมื่อถึงเวลาเผา จะจุดบอกไฟ (พลุ) ซึ่งงานวิจัยอธิบายว่าเชื่อกันว่าเป็นการบอกกล่าวเทวดา และส่งดวงวิญญาณไปสู่ภพภูมิที่ดี พจนานุกรมบันทึก บอกไฟหล่อ บอฯกไฟหํลฯอฯ (คำเมืองอ่านว่า บอกไฟหล่อ) คือบอกไฟที่มีล้อ ให้วิ่งไปชนปราสาทแทนการจุดไฟธรรมดา และ บ่าผาบ บ่าฯผาปฯ คือสายชนวนดินปืน ส่วนปราสาทศพจะเผาแยกที่เชิงตะกอน

คำเมืองเรียกการเผาศพว่า เผาผี เผัาผี (คำเมืองอ่านว่า เผาผี) หรือ ล้างคาบ ล้างฯระฯคาฯปฯ (คำเมืองอ่านว่า ล้างคาบ) และเรียกการปลงศพว่า เสียศ๋พ เสยฯส฿พฯ

หลังเผา: เก็บกระดูก และเฮือนเย็น

เช้าวันรุ่งขึ้น สัปเหร่อจะนำกระดูกมาห่อผ้าดิบ ญาติเตรียมจีวร ๔ ชุดพร้อมสวยดอกไม้ วางบนพานทั้งสี่มุม คลี่ผ้าออก โรยใบไม้หรือดอกไม้บนกระดูก แล้วพระ จั๊กบังสะกุ๋น ชักฯบังฯสกุล (คำเมืองอ่านว่า จั๊กบังสะกุ๋น) คือชักบังสุกุล ญาติรดและพรมน้ำขมิ้นส้มป่อยลงบนกระดูก แบ่งส่วนหนึ่งกลับบ้าน อีกส่วนฝังไว้ที่กำแพงวัดหรือรอบเขตวัด หรือนำไปลอยอังคาร จากนั้นเณรบวชจู๋งหัวจึงลาสิกขา เป็นอันจบพิธี (พิมพ์กัลยา ฤทธิ์เพ็ญ, ๒๕๖๗)

พระภิกษุและนักเรียนก้มหาอัฐิธาตุบนกองเถ้าถ่านที่ปูบนผ้าขาว
เช้าหลังวันเผา พระและนักเรียนช่วยกันค้นหาอัฐิในเถ้าถ่าน งานศพพระเถระ วัดเจดีย์หลวง เชียงใหม่ (๒๕๕๓) · ภาพ: Takeaway / Wikimedia Commons (CC BY-SA 3.0)

บ้านของผู้ตายในช่วงหลังเผาแต่ยังไม่ได้ทำบุญ คำเมืองเรียกว่า เฮือนเย็น เริอฯรเอยฯันฯ (คำเมืองอ่านว่า เฮือนเย็น) แล้วจึงนิมนต์พระมา สูตรสังกะห๋ะ สูระฯตสํฯคหะ (คำเมืองอ่านว่า สูตรสังกะห๋ะ) ที่บ้าน พจนานุกรมอธิบายว่าเพื่อ "สงเคราะห์เจ้าภาพให้คลายความกังวล อยู่ดีมีสุขต่อไป"

การทำบุญส่งไปถึงผู้ล่วงลับหลังจากนั้น คำเมืองเรียกว่า ตานไปหา ทาฯนฯไพหา (คำเมืองอ่านว่า ตานไปหา) โดยรินน้ำจาก น้ำหยาด นาฯอยฯาดฯ ขณะพระให้พร ลูกหลานยังทำบุญถึงบรรพบุรุษในประเพณีอื่นด้วย เช่น ตานก๋วยสลาก

ไปร่วมงานศพที่ล้านนา ควรทำอย่างไร

หากได้รับเชิญไปงานศพที่เชียงใหม่หรือเมืองอื่นในล้านนา ข้อแนะนำเบื้องต้นจาก มรดกล้านนา มีดังนี้

  • แต่งกายสุภาพ สีดำ ขาว หรือสีสุภาพ ตามธรรมเนียมไทยทั่วไป
  • ซองทำบุญ เขียนชื่อและครอบครัว ไม่ต้องเขียนจำนวนเงิน ใส่ในพานหรือสลุงที่เจ้าภาพเตรียมไว้ หรือมอบกับเจ้าภาพ (พิมพ์กัลยา, ๒๕๖๗) คำเมืองเรียกการร่วมทำบุญว่า ฮอมตาน รอฯมทาฯนฯ
  • ไม่หยิบจับตุงสามหาง หรือของในพิธี และไม่นำกลับบ้านเป็นที่ระลึก (ตุงล้านนา)
  • ถ่ายภาพ เฉพาะเมื่อเจ้าภาพอนุญาต และไม่ถ่ายผู้ตาย
  • ทำตามเจ้าภาพและปู่จ๋ารย์ เพราะแต่ละหมู่บ้านมีธรรมเนียมต่างกัน ถ้าไม่แน่ใจ ถามเบา ๆ ได้เสมอ

คำเมืองในงานศพ

คำเมือง อักษรล้านนา ความหมาย (ตามพจนานุกรม)
ส่งส๋ะก๋าร ส฿งฯสการฯ พิธีกรรมเกี่ยวกับการปลงศพ
ผีต๋าย ผีตายฯ ศพ คนตาย
เข้าหล้อง เขั้าห้ลฯอฯง ตาย (สำนวนอ้อม)
หีดหล้อง หีดฯห้ลฯอฯง โลงศพ
ปู่จ๋ารย์ ปู่จาร์ยฯ มัคนายก ผู้นำพิธี
ฝ้ายจู๋ง ฝ้ายฯจูง ฝ้ายดิบ ๙ ห่วง สำหรับจูงศพ
ผาสาทผีต๋าย ผา(ระฯบาฯ)สาทฯผีตายฯ ปราสาทศพ
ตุงสามหาง ทุงสามฯหางฯ ตุงนำขบวนศพ
ถงห่อเข้า ถ฿งฯหํอฯเขั้า ถุงผ้าขาวใส่ห่อข้าวให้ผู้ตาย
บวชจู๋งหัว บวฯชจูงห฿วฯ บวชหน้าไฟ
ป่าจ๊า ป่าช้า ป่าช้า (ป่าเฮ่ว)
เผาผี เผัาผี เผาศพ
เฮือนเย็น เริอฯรเอยฯันฯ บ้านผู้ตายหลังเผาศพ
ตานไปหา ทาฯนฯไพหา ทำบุญอุทิศถึงผู้ตาย

สรุป

  • คำเมืองเรียกพิธีเกี่ยวกับการปลงศพว่า ส่งส๋ะก๋าร และเรียกศพว่า ผีต๋าย
  • ก่อนจากไปมีการเทศน์ธรรมมหาวิบาก และลูกหลานไป ขอสุมาขันแก้วตังสาม แทนผู้ป่วย
  • ก่อนวันเผาเตรียม ผาสาทผีต๋าย ตุงสามหาง ถงห่อเข้า คัวตาน และลูกหลานบวช จู๋งหัว
  • วันเผามีพิธีตัดสายผัวเมีย ขบวนนำด้วยปู่จ๋ารย์ถือตุงสามหาง ไปสู่ ป่าจ๊า (ป่าเฮ่ว)
  • เช้าวันต่อมาเก็บกระดูก ชักบังสุกุล แล้วทำบุญที่ เฮือนเย็น และ ตานไปหา ถึงผู้ล่วงลับ

ค้นคำในงานศพคำอื่น ๆ ได้ใน พจนานุกรมมรดกล้านนา และอ่านพิธีต่ออายุของคนเป็นได้ที่บทความ สืบชะตา

แหล่งอ้างอิง

ค้นหาคำว่า "ส่งสการ" ในพจนานุกรมมรดกล้านนา

🎯 ทดสอบคำในบทความนี้ทายคำล้านนาจากบทความ 39 คำ จำได้แค่ไหน?

📝 ลองเขียนคำเมืองบนกระดาน แล้วแชร์ให้เพื่อน →

บทความที่เกี่ยวข้อง

ต้นสลากย้อมสูงตระหง่านประดับสีสันสดใสรอบเจดีย์ทองวัดพระธาตุหริภุญชัย ลำพูน ในงานบุญสลากภัต

ตานก๋วยสลาก: สลากภัตล้านนา ทำบุญให้คนตาย ทำทานให้คนเป็น

12 ตุลาคม 2569 · ประเพณี

ตานก๋วยสลากคือประเพณีสลากภัตของล้านนา ทำราวเดือน ๑๒ เหนือ อ่านที่มา ก๋วยสลาก เส้นสลาก สลากโชค สลากย้อม และขั้นตอนพิธี พร้อมคำเมืองจากพจนานุ…

ฝักส้มป่อยสีน้ำตาลแดงห้อยอยู่บนกิ่ง ฝักแห้งของต้นนี้ใช้ทำน้ำขมิ้นส้มป่อยสำหรับดำหัว

ดำหัว: ประเพณีขอขมาและขอพรผู้ใหญ่ในปี๋ใหม่เมือง

12 ตุลาคม 2569 · ประเพณี

ดำหัวคือพิธีขอขมาและขอพรผู้ใหญ่ในปี๋ใหม่เมือง รู้ความหมายเดิมของคำ เครื่องดำหัว น้ำขมิ้นส้มป่อย ขั้นตอน และคำล้านนาที่ใช้ จากพจนานุกรมมรดกล…

ไม้ค้ำหลายสิบต้นพันผ้าสีค้ำต้นโพธิ์ใหญ่ที่เวียงกุมกาม เชียงใหม่ ตามความเชื่อเรื่องการสืบชะตา

สืบชะตา: พิธีต่ออายุคน บ้าน และเมืองของชาวล้านนา

12 ตุลาคม 2569 · ประเพณี

สืบชะตาคือพิธีต่ออายุของชาวล้านนา ทั้งสืบชะตาคน บ้าน และเมือง อ่านความหมายของไม้ค้ำ ขัว ตาแหลว ขั้นตอนพิธี และสืบชะตาเมืองเชียงใหม่

อาคารหน้าบันปิดทองแบบล้านนาในวัดพระสิงห์ เชียงใหม่ มีนาคและสิงห์เฝ้าบันได และเจดีย์สีขาวอยู่ทางขวา

มารยาทเข้าวัดล้านนา: ควรทำ ไม่ควรทำ และคำเมืองในวัด

16 ตุลาคม 2569 · วัฒนธรรม

มารยาทเข้าวัดล้านนาสำหรับนักท่องเที่ยว แต่งกายอย่างไร ถอดเกิบตรงไหน นั่งหันเท้าทางใด ทำไมบางวิหารห้ามผู้หญิงขึ้น พร้อมคำเมืองในวัด เช่น ตุ๊…

↑

↑ ↓ เลือก · Enter เปิด · Esc ปิด