
ภาพ: Chainwit. / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0)
พระแก้วมรกตในล้านนา: เจดีย์เชียงราย ช้างไม่ยอมไป
พระแก้วมรกต คือพระพุทธรูปที่คนไทยเคารพสูงสุดองค์หนึ่ง ปัจจุบันประดิษฐานที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม กรุงเทพฯ แต่ก่อนจะเดินทางไกลถึงล้านช้างและกรุงเทพฯ พระพุทธรูปองค์นี้ปรากฏตัวครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ล้านนา คนเมืองเรียกพระพุทธรูปที่สร้างด้วยรัตนชาติว่า พระแก้ว ระฯพแก้วฯ (คำเมืองอ่านว่า พระแก้ว) และพจนานุกรมมรดกล้านนายกพระแก้วมรกตเป็นตัวอย่างแรกของคำนี้
บทความนี้จะเล่า ต่ำนาน ตํานาฯ (คำเมืองอ่านว่า ต่ำนาน) ของพระแก้วมรกตในล้านนา ตั้งแต่เจดีย์ที่เชียงรายถูกฟ้าผ่า ช้างที่ไม่ยอมเดินไปเชียงใหม่ จนถึงซุ้มบนพระเจดีย์หลวง เทียบปีและสำนวนที่ต่างกันอย่างเปิดเผย และชวนรู้จักคำเมืองที่ซ่อนอยู่ในเรื่อง
พระแก้ว: พระพุทธรูปที่สร้างจากแก้ว
ในคำเมือง แก้ว แก้วฯ (คำเมืองอ่านว่า แก้ว) มีหลายความหมาย ความหมายหนึ่งในพจนานุกรมคือ "หินเนื้อแข็ง ใส ได้แก่ เพชรพลอยชนิดต่าง ๆ" พระพุทธรูปที่สลักจากหินมีค่าจึงเรียกว่า พระแก้ว เช่น พระแก้วมรกต และ พระแก้วขาว (พระเสตังคมณี) พระพุทธรูปบูชาประจำองค์พระนางจามเทวีแห่งหริภุญไชย
แม้จะชื่อว่ามรกต สื่อหลายแห่ง เช่น MGR Online อธิบายว่าองค์พระสลักจากหินสีเขียวเนื้อคล้ายหยก คำว่ามรกตจึงมาจากสี เขียว ขยฯว (คำเมืองอ่านว่า เขียว) ขององค์พระมากกว่าชนิดของหิน บทความในวารสารปณิธานตั้งข้อสังเกตว่าในยุคนั้น พระแก้วมรกตเป็นพระพุทธรูปองค์เดียวที่สลักจาก "แก้วเขียวก้อนใหญ่" พระพุทธรูปแก้วที่ล้านนาสร้างในชั้นหลังมักมีขนาดเล็กกว่ามาก
ไขตำนอง: ตำนานก่อนถึงเจียงฮาย
นิทานล้านนามักเริ่มด้วยการ ไขตำนอง ไขทำนอฯง (คำเมืองอ่านว่า ไขตำนอง) คือกล่าวถึงเรื่องที่จะเล่า ต่ำนานของพระแก้วมรกตเริ่มไกลกว่าล้านนามาก ตามที่ ชินกาลมาลีปกรณ์ และ รัตนพิมพวงศ์ เล่าไว้ (สรุปโดยพระพงษ์ระวี อุตฺตรภทฺโท และคณะ ในวารสารปณิธาน พ.ศ. ๒๕๖๕)
- พระนาคเสนเถระปรารภจะสร้างพระพุทธรูปด้วยวัสดุอันเลิศ พระอินทร์จึงให้พระวิษณุกรรม (เวสสุกรรมเทวบุตร) ไปขอแก้วมณีโชติจากเขาเวปุลละ
- ผู้รักษาแก้วไม่อาจให้แก้วมณีโชติ เพราะเป็นรัตนะประจำองค์พระจักรพรรดิ จึงมอบแก้วสีเขียวดวงนี้ให้แทน
- พระวิษณุกรรมสลักเป็นพระพุทธรูปงดงาม และพระนาคเสนอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ ๗ องค์มาประดิษฐานในองค์พระ
- ตำนานเล่าต่อว่าพระแก้วผ่านเมืองต่าง ๆ เช่น ปาฏลีบุตร ลังกา กัมโพช อโยธยา และกำแพงเพชร จนท้าวมหาพรหม อนุชาของพญากือนา อัญเชิญไปไว้ที่เมือง เจียงฮาย ชยฯงรายฯ (คำเมืองอ่านว่า เจียงฮาย)
ส่วนนี้เป็นตำนาน นักวิชาการชี้ว่าหลักฐานที่จับต้องได้เริ่มเมื่อองค์พระปรากฏที่เชียงราย ศาสตราจารย์ศักดิ์ชัย สายสิงห์ (พ.ศ. ๒๕๔๗) เสนอว่ารูปแบบองค์พระน่าจะเป็นศิลปะล้านนา ใกล้เคียงกับพระพุทธรูปหินทรายสกุลช่างพะเยา ไม่ใช่งานจากอินเดียตามตำนาน
ต่ำนานพระแก้วในล้านนา
เรื่องต่อไปนี้เรียบเรียงใหม่ด้วยภาษาของเราเอง ตามสำนวนที่เล่ากันแพร่หลาย โดยเทียบกับชินกาลมาลีปกรณ์ในกล่องถัดไป
ที่เมืองเจียงฮาย มีวัดเก่าแห่งหนึ่งชื่อวัดป่าเยี้ยะ ในวัดมี เจ๋ดีย์ เจดียฯ ฿ฯ (คำเมืองอ่านว่า เจ๋ดีย์) องค์เก่า ซึ่งคนล้านนาเรียกว่า ธาตุ ธาฯตฯ (คำเมืองอ่านว่า ธาตุ) วันหนึ่งเกิด ฟ้าผ่า ฟ้าผ่า (คำเมืองอ่านว่า ฟ้าผ่า) ลงที่เจดีย์จนพังลง ภายในพบพระพุทธรูปองค์หนึ่ง พอกด้วย ปู๋น ปูร (คำเมืองอ่านว่า ปู๋น) และปิดทอง หรือที่คนเมืองเรียกว่า คำ ฅำ (คำเมืองอ่านว่า คำ) ทั่วทั้งองค์ ผู้คนจึงอัญเชิญไปไว้ในวิหาร คิดว่าเป็นพระพุทธรูปปูนธรรมดาองค์หนึ่ง
ต่อมาไม่นาน ปูนที่ปลายพระนาสิกกะเทาะออก ท่านเจ้าอาวาสเห็นเนื้อสีเขียวอยู่ข้างใน จึงค่อย ๆ กะเทาะปูนออกทั้งองค์ ผู้คนจึงได้ หัน หันฯ (คำเมืองอ่านว่า หัน) คือได้เห็นว่า แท้จริงเป็นพระพุทธรูปสลักจากแก้วสีเขียวทั้งองค์ ข่าวพระแก้วเลื่องลือไปทั่วล้านนา
พะญา พญา (คำเมืองอ่านว่า พะญา) ผู้ครองเมือง เจียงใหม่ ชยฯงไห่มฯ (คำเมืองอ่านว่า เจียงใหม่) ซึ่งสำนวนที่เล่าแพร่หลายระบุว่าคือพญาสามฝั่งแกน ทรงส่งขบวน จ๊าง ช้างฯ (คำเมืองอ่านว่า จ๊าง) ไปรับพระแก้วมาไว้ในเมืองหลวง แต่เมื่อขบวน แห่ แห่ (คำเมืองอ่านว่า แห่) มาถึงทางแยก ช้างที่อัญเชิญพระแก้วไว้บนหลังก็ตื่น แล้วมุ่งหน้าไปทางเมือง ลำปาง ลำพางฯ (คำเมืองอ่านว่า ลำปาง) ไม่ยอมเดินไปเจียงใหม่ ผู้คนถือว่าเป็นความประสงค์ขององค์พระ จึงให้ประดิษฐานไว้ที่ลำปาง
ที่ลำปาง พระแก้วประดิษฐานอยู่ที่วัดซึ่งปัจจุบันคือ วัดพระแก้วดอนเต้าสุชาดาราม ริมแม่น้ำวัง สำนวนที่เล่าแพร่หลายบอกว่าอยู่ที่นี่นานถึง ๓๒ ปี จนถึงรัชกาลของพระเจ้าติโลกราช จึงได้อัญเชิญไปเจียงใหม่ในที่สุด ต่ำนานจบตอนนี้ด้วยคำว่า บ่อย่าจ๊ะแล บ£าช¦ (คำเมืองอ่านว่า บ่อย่าจ๊ะแล) คือ ก็มีด้วยประการฉะนี้แล
- ปีที่พบ: สื่อและหนังสือทั่วไป เช่น MGR Online (โรม บุนนาค, พ.ศ. ๒๕๖๕) ให้ปี พ.ศ. ๑๙๗๗ ส่วน ชินกาลมาลีปกรณ์ (ฉบับแปลของแสง มนวิทูร ตามที่วารสารปณิธานอ้าง) ให้ ปลาย พ.ศ. ๑๙๗๙
- ปีที่ไปเชียงใหม่: ตัวเลขที่พบบ่อยคือ ๓๒ ปีหลังจากพบ ส่วนชินกาลมาลีปกรณ์ระบุว่าพระเจ้าติโลกราชอัญเชิญมาจากลำปางเมื่อปีฉลู จุลศักราช ๘๔๓ (พ.ศ. ๒๐๒๔) และบทความของ MGR Online ให้ พ.ศ. ๒๐๓๑ ตัวเลขจึงต่างกันได้หลายปีตามแหล่ง
- ช้างเลือกทาง: สำนวนส่วนใหญ่เล่าว่าช้างตื่นวิ่งไปทางลำปางที่ทางแยก บางสำนวนเล่าว่าใช้การเสี่ยงทายด้วย สะหลาก สๆลฯากฯ (คำเมืองอ่านว่า สะหลาก) แล้วได้ลำปาง
- ใครส่งช้าง: สำนวนที่เล่าแพร่หลายระบุว่าคือพญาสามฝั่งแกน แต่บางแหล่งเล่าว่าพระเจ้าติโลกราชเป็นผู้อาราธนาตั้งแต่แรก

จ๊าง: ช้างผู้เลือกทาง
ช้างในคำเมืองคือ จ๊าง เสียง ช กลายเป็น จ ตามกฎเสียงคำเมือง ส่วนการนั่งบนหลังช้างเรียกว่า ขี่ ขี่ (คำเมืองอ่านว่า ขี่) พจนานุกรมยกตัวอย่างไว้ว่า ขี่ม้า ขี่ช้าง ช้างที่ไม่ยอมไปเจียงใหม่คือตอนที่คนจำได้มากที่สุดของเรื่องนี้ และต่ำนานล้านนาเรื่องอื่นก็มีช้างเป็นผู้ "เลือกที่" เช่นกัน เช่น ช้างเสี่ยงทายที่อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุขึ้นดอยสุเทพในสมัย พญากือนา
บทความในวารสารปณิธานตั้งข้อสันนิษฐานไว้ว่า การที่พระแก้วไปอยู่ลำปางอาจเกี่ยวกับอำนาจทางการเมืองของหมื่นโลกนคร เจ้าเมืองลำปางผู้เป็นพระปิตุลา (ลุง) ของพระเจ้าติโลกราช ข้อนี้เป็นการตีความของนักวิชาการ ไม่ใช่สิ่งที่ต่ำนานเล่าไว้เอง อ่านเรื่องเมืองลำปางเพิ่มเติมได้ที่ ลำปาง เขลางค์นคร

พระเจ้าติโลกราชกับโขงบนเจดีย์หลวง
พระเจ้าติโลกราชมีพระนามเดิมว่า ท้าวลก พจนานุกรมอธิบายที่คำว่า ลก ล฿กฯ (คำเมืองอ่านว่า ลก) ว่า สมัยโบราณเรียกลูกชายคนที่หกว่า "ลก" และพระองค์เป็นโอรสองค์ที่ ๖ ของพระยาสามฝั่งแกน เมื่อขึ้นครองเจียงใหม่ พระองค์โปรดให้ขยายพระเจดีย์หลวงจนสูงใหญ่ที่สุดในล้านนา (อ่านต่อที่ พระเจ้าติโลกราช)
ตามที่วารสารปณิธานสรุปจากชินกาลมาลีปกรณ์ พระเจ้าติโลกราชอัญเชิญพระแก้วจากลำปางมาเจียงใหม่ ช่วงแรกประดิษฐานใน โขง โข฿งฯ (คำเมืองอ่านว่า โขง) คือซุ้มหรือกรงปราสาท กลาง วิหาร วิหารฯ (คำเมืองอ่านว่า วิหาร) หลวงของวัดโชติการาม คือวัดเจดีย์หลวงในปัจจุบัน ราวหนึ่งปี ก่อนอัญเชิญขึ้นซุ้มด้านทิศตะวันออกของพระเจดีย์หลวง คำว่า หลวง หลฯวฯง (คำเมืองอ่านว่า หลวง) ในคำเมืองแปลว่า ใหญ่ โต พระเจดีย์หลวงก็คือ "เจดีย์ใหญ่" ของเมือง

มุมมองนักวิชาการ: ทำไมต้องเป็นเจดีย์หลวง
- พระพงษ์ระวี อุตฺตรภทฺโท และคณะ (๒๕๖๕) ตีความว่าการนำพระแก้วขึ้นประดิษฐานบนพระเจดีย์หลวง สะท้อน คติพระจักรพรรดิราช ในตำนาน แก้วของพระแก้วมรกตใช้แทน "แก้วมณีโชติ" ซึ่งเป็นรัตนะประจำพระจักรพรรดิ ผู้ครอบครองพระแก้วจึงเปรียบได้กับพระจักรพรรดิ
- งานเดียวกันชี้ว่าพระพุทธรูปที่ซุ้มด้านทิศเหนือของพระเจดีย์หลวง มีสัดส่วนและการวางพระหัตถ์ละม้ายกับพระแก้วมรกต
- อ่านเรื่องชินกาลมาลีปกรณ์ คัมภีร์บาลีที่บันทึกประวัติพระแก้วองค์นี้ได้ที่ ชินกาลมาลีปกรณ์
จากล้านนาสู่ล้านจ๊าง และกรุงเทพฯ
พระแก้วมรกตประดิษฐานที่เจียงใหม่หลายสิบปี จนปลายยุคราชวงศ์มังราย เมื่อพระไชยเชษฐา ผู้ครองทั้งเชียงใหม่และ ล้านจ๊าง ล้านฯช้างฯ (คำเมืองอ่านว่า ล้านจ๊าง) เสด็จกลับหลวงพระบางราว พ.ศ. ๒๐๙๔ ก็อัญเชิญพระแก้วไปด้วย ต่อมาอัญเชิญไปเวียงจันทน์ราว พ.ศ. ๒๑๐๗ และประดิษฐานที่นั่นกว่าสองร้อยปี
ในสมัยกรุงธนบุรี ราว พ.ศ. ๒๓๒๑–๒๓๒๒ พระแก้วมรกตได้อัญเชิญมาประดิษฐานที่ฝั่งธนบุรี และใน พ.ศ. ๒๓๒๗ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช โปรดเกล้าฯ ให้อัญเชิญมาประดิษฐานที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม จนถึงปัจจุบัน ปีของแต่ละช่วงต่างกันไปเล็กน้อยตามแหล่งที่อ้าง
ตามรอยพระแก้วในล้านนาวันนี้
| เมือง | วัด | สิ่งที่ควรชม |
|---|---|---|
| เจียงฮาย | วัดพระแก้ว (เดิมชื่อวัดป่าเยี้ยะ) | พระเจดีย์ และ พระหยกเชียงราย พระพุทธรูปหยกที่ชาวเชียงรายสร้างแทนองค์เดิม อัญเชิญมาประดิษฐานในหอพระหยกเมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๔ ในวาระ ๙๐ พรรษาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี |
| ลำปาง | วัดพระแก้วดอนเต้าสุชาดาราม | พระเจดีย์และวิหารริมแม่น้ำวัง ที่เล่ากันว่าพระแก้วเคยประดิษฐาน |
| เจียงใหม่ | วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร | ซุ้มด้านทิศตะวันออกของพระเจดีย์หลวง ที่พระแก้วเคยประดิษฐาน |
พระเจ้า ระฯพเจั้า (คำเมืองอ่านว่า พระเจ้า) ในคำเมืองเป็นคำเรียกพระพุทธรูปด้วย เวลาไปกราบพระพุทธรูปตามวัดในล้านนา จะได้ยินคนเฒ่าคนแก่เรียกว่า "พระเจ้า" ตามด้วยชื่อองค์พระ
วัดทั้งสามแห่งเป็นวัดที่พระสงฆ์จำพรรษา ควรแต่งกายสุภาพ ปิดไหล่และเข่า ถอดรองเท้าก่อนขึ้นวิหาร และงดเสียงดัง หากพบ ตุ๊เจ้า ทุเจั้า (คำเมืองอ่านว่า ตุ๊เจ้า) คือพระภิกษุ ควรหลีกทางให้อย่างสุภาพ ดูรายละเอียดได้ที่ มารยาทเข้าวัดล้านนา
คำเมืองจากต่ำนาน
| คำล้านนา | อักษรล้านนา | คำเมืองอ่านว่า | ความหมาย (ตามพจนานุกรม) |
|---|---|---|---|
| พระแก้ว | (ดูด้านบน) | พระแก้ว | พระพุทธรูปที่สร้างด้วยรัตนชาติ |
| แก้ว | (ดูด้านบน) | แก้ว | หินเนื้อแข็ง ใส เพชรพลอย |
| เจ๋ดีย์ / ธาตุ | (ดูด้านบน) | เจ๋ดีย์ / ธาตุ | เจดีย์ คนล้านนาเรียกว่า ธาตุ |
| ฟ้าผ่า | (ดูด้านบน) | ฟ้าผ่า | ฟ้าผ่า |
| ปู๋น | (ดูด้านบน) | ปู๋น | ปูน |
| คำ | (ดูด้านบน) | คำ | ทอง ทองคำ |
| หัน | (ดูด้านบน) | หัน | เห็น พบ |
| จ๊าง | (ดูด้านบน) | จ๊าง | ช้าง |
| ขี่ | (ดูด้านบน) | ขี่ | นั่งคร่อม โดยสาร เช่น ขี่ช้าง |
| แห่ | (ดูด้านบน) | แห่ | ไปกันเป็นขบวน |
| โขง | (ดูด้านบน) | โขง | ซุ้ม กรง ซุ้มประตู |
| หลวง | (ดูด้านบน) | หลวง | ใหญ่ โต |
สรุป
- พระแก้วมรกต ปรากฏในประวัติศาสตร์ครั้งแรกที่เชียงราย เมื่อเจดีย์องค์เก่าที่วัดป่าเยี้ยะถูกฟ้าผ่าพังลง และพบพระพุทธรูปพอกปูนปิดทองอยู่ภายใน
- ปูนที่ปลายพระนาสิกกะเทาะออก ผู้คนจึงได้เห็นว่าเป็นพระพุทธรูปแก้วสีเขียวทั้งองค์
- ตำนานเล่าว่าช้างที่อัญเชิญพระแก้วไม่ยอมไปเชียงใหม่ แต่มุ่งไปลำปาง พระแก้วจึงประดิษฐานที่วัดพระแก้วดอนเต้าราวสามสิบปี
- พระเจ้าติโลกราช (ท้าวลก) อัญเชิญพระแก้วมาเชียงใหม่ และประดิษฐานที่ซุ้มด้านทิศตะวันออกของพระเจดีย์หลวง
- ปีของแต่ละเหตุการณ์ต่างกันตามแหล่ง: ชินกาลมาลีปกรณ์ให้ปีพบปลาย พ.ศ. ๑๙๗๙ และปีไปเชียงใหม่ พ.ศ. ๒๐๒๔ ส่วนสื่อทั่วไปให้ พ.ศ. ๑๙๗๗ และ ๓๒ ปีที่ลำปาง
ค้นคำว่า พระแก้ว และคำเมืองเรื่องวัดเพิ่มเติมได้ใน พจนานุกรมมรดกล้านนา อ่านต่ำนานล้านนาเรื่องอื่นได้ที่ เวียงหนองหล่ม และ เจ้าหลวงคำแดง
แหล่งอ้างอิง
- พจนานุกรมมรดกล้านนา: พระแก้ว · แก้ว · จ๊าง · เจ๋ดีย์ · ลก · โขง
- พระพงษ์ระวี อุตฺตรภทฺโท (โหลิมชยโชติกุล), พระครูสมุห์ธนโชติ จิรธมฺโม และ ประทีป พืชทองหลาง. (๒๕๖๕). เจดีย์หลวงมหาธาตุกลางเวียง: ภาพสะท้อนคติจักรพรรดิราชในรัชสมัยพระเจ้าติโลกราช (พ.ศ. ๑๙๘๔–๒๐๓๐). วารสารปณิธาน, ๑๘(๑), ๑๑๑–๑๓๙ (อ้างชินกาลมาลีปกรณ์ ฉบับแปลของแสง มนวิทูร กรมศิลปากร ๒๕๐๑ และ ศักดิ์ชัย สายสิงห์ ๒๕๔๗)
- โรม บุนนาค. (๒๕๖๕, ๒๓ มีนาคม). การเดินทางครั้งสุดท้ายของพระแก้วมรกต! จากลำปางไปเวียงจันทน์ มากรุงธนบุรี สู่ "เมืองพระแก้ว". MGR Online
- บูรพา โชติช่วง. (๒๕๖๔, ๘ มกราคม). ครั้งหนึ่ง "พระแก้วมรกต" ประดิษฐานวัดพระแก้วดอนเต้าฯ ลำปาง. สยามรัฐ
- TrueID Travel. (๒๕๖๔, ๘ มีนาคม). ไหว้พระ วัดพระแก้ว ที่เที่ยวเชียงราย วัดสวย พระอารามหลวงแห่งล้านนา
ฝึกคำจากบทความนี้
ลองเล่นบัตรคำ 27 คำจากบทความนี้ จำคำล้านนาให้แม่นขึ้น
ค้นหาคำว่า "พระแก้ว" ในพจนานุกรมมรดกล้านนา
🎯 ทดสอบคำในบทความนี้ทายคำล้านนาจากบทความ 27 คำ จำได้แค่ไหน?


