มรดกล้านนา

🌐 Read in English

แจ่งศรีภูมิ ป้อมมุมกำแพงเมืองเชียงใหม่ก่อด้วยอิฐเก่า ตั้งอยู่ริมคูเมืองที่มีน้ำสะท้อนเงาป้อม

ภาพ: Hartmann Linge / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0)

เจียงใหม่: นครพิงค์ของพญามังราย คูเมือง แจ่ง และดอกกว๋าว

เชียงใหม่ ในคำเมืองเรียกว่า เจียงใหม่ ชยฯงไห่มฯ (คำเมืองอ่านว่า เจียงใหม่) พจนานุกรมมรดกล้านนาบันทึกว่าเมืองนี้ "ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ๑๘๓๙ ในฐานะเมืองหลวงของอาณาจักรล้านนา ซึ่งเป็นรัฐอิสระจนถึงปี พ.ศ. ๒๑๐๑" วันนี้เชียงใหม่เป็นหนึ่งในแปดจังหวัดล้านนา แต่คูเมือง กำแพง และมุมเมืองที่พญามังรายวางไว้ ยังเป็นโครงของเมืองให้เห็นอยู่ทุกวัน

บทความนี้ไม่เล่าตำนานซ้ำ แต่พาเดินดู ตัวเมือง ผ่านคำเมือง ตั้งแต่ชื่อเมือง วันสร้างเมืองที่นักวิชาการคำนวณไว้ ผังเวียงสี่เหลี่ยม คำขวัญ ต้นไม้ประจำจังหวัด ไปจนถึงคำที่คนเจียงใหม่ใช้พูดถึงเมืองของตัวเอง

ชยฯงไห่มฯ
เจียงใหม่
น.เชียงใหม่/จังหวัดเชียงใหม่ - ภาษาไทยถิ่นเหนือ (คำเมือง) เรียกว่า ''เจียงใหม่''; เชียงใหม่ ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ.1839 ในฐานะเมืองหลวงของอาณาจักรล้านนา ซึ่งเป็นรัฐอิสระจนถึงปี พ.ศ.2101 ปัจจุบันเป็น 1 ใน 8 ของจังหวัดในล้านนา คือ เชียงใหม่ ลำพูน เชียงราย พะเยา แม่ฮ่องสอน ลำปาง แพร่ น่าน คำขวัญของจังหวัด ''ดอยสุเทพเป็นศรี ประเพณีเป็นสง่า บุปผชาติล้วนงามตา นามล้ำค่านครพิงค์ '' ทองกวาว เป็นต้นไม้ประจำจังหวัด; ดู...ดอกกว๋าว
ดูในพจนานุกรมมรดกล้านนา →

แตะดูชื่อคำเมือง คำขวัญ และต้นไม้ประจำจังหวัดของเชียงใหม่ได้ในเครื่องมือนี้

เจียงใหม่ แปลว่าเมืองใหม่

คำว่า เจียง ชยฯง (คำเมืองอ่านว่า เจียง) พจนานุกรมอธิบายว่าแปลว่า เมือง หรือนคร เช่น เจียงใหม่ เจียงฮาย เจียงดาว ชื่อ เจียงใหม่ จึงแปลตรงตัวว่า เมืองใหม่ คนภาคกลางออกเสียงเป็น เชียง ส่วนคนเมืองออกเสียงเป็น เจียง ตามกฎเสียง ช เป็น จ อ่านกฎนี้ได้ที่ ช เป็น จ ในคำเมือง

อีกคำที่ได้ยินคู่กันเสมอคือ เวียง วยฯง (คำเมืองอ่านว่า เวียง) ซึ่งพจนานุกรมให้ความหมายไว้สองทาง ทางหนึ่งคือเมืองหรือเมืองขนาดเล็ก อีกทางหนึ่งคือกำแพง ป้อมค่าย เวียงจึงเป็นทั้งตัวเมืองและสิ่งที่ล้อมเมืองไว้ ส่วนคนเชียงใหม่ ในคำเมืองเรียกว่า จาวเจียงใหม่ ชาวฯชยฯงไห่มฯ (คำเมืองอ่านว่า จาวเจียงใหม่)

ในคำอธิบายคำว่า ดือเมือง พจนานุกรมยังเรียกเมืองนี้ว่า เมืองนพบุรี และคำขวัญของจังหวัดเรียกเชียงใหม่ว่า นครพิงค์ ชื่อเหล่านี้คือชื่อของเมืองเดียวกัน

สร้างเมือง พ.ศ. ๑๘๓๙: วันไหนกันแน่

ปี พ.ศ. ๑๘๓๙ เป็นที่ยอมรับตรงกัน แต่ วันที่ มีเรื่องให้เล่ามากกว่านั้น ประเสริฐ ณ นคร นักวิชาการด้านจารึกและปฏิทิน เขียนบทความชื่อ "วันสร้างเมืองเชียงใหม่ ๑๒ เมษายน พ.ศ. ๑๘๓๙" ลงในนิตยสาร ศิลปวัฒนธรรม (๒๕๓๓) วันที่ ๑๒ เมษายนจึงเป็นวันที่คนทั่วไปรู้จัก

บทความของ Chiang Mai News (๒๕๖๔) ยกข้อความจาก จารึกวัดเชียงมั่น ซึ่งบันทึกศักราช วัน และยามที่ตั้งเมือง แล้วแปลงเป็นวันพฤหัสบดีที่ ๑๙ เมษายน เวลาประมาณตี ๔ ตัวเลขสองชุดนี้ไม่ได้ขัดกัน ความต่าง ๗ วันมาจากการนับคนละปฏิทิน วันที่ ๑๒ เมษายนนับตามปฏิทินจูเลียน ซึ่งเป็นปฏิทินสากลในยุคนั้น ส่วน ๑๙ เมษายนคือวันเดียวกันเมื่อย้อนนับด้วยปฏิทินเกรกอเรียนที่ใช้ทุกวันนี้

ℹ️ ข้อมูล
ใครสร้างเชียงใหม่ ผู้สร้างคือ พญามังราย ส่วนเรื่องที่พระองค์เชิญพญางำเมืองแห่งพะเยาและพ่อขุนรามคำแหงแห่งสุโขทัยมาร่วมดูชัยภูมิ รวมถึงชัยมงคล ๗ ประการของที่ตั้งเมือง อ่านได้ที่ พญามังราย ส่วนพงศาวดารใบลานที่เล่าเรื่องการสร้างเมือง อ่านได้ที่ ตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่

ผังเวียงสี่เหลี่ยม: คือเมือง ลำเวียง แจ่ง และปะตู๋

ถ้ามองเชียงใหม่จากด้านบน จะเห็นเมืองเก่าเป็นสี่เหลี่ยมเกือบจัตุรัส ล้อมด้วยคูน้ำ ฐานข้อมูลแหล่งโบราณคดีของศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร อ้างงานของสรัสวดี อ๋องสกุล (๒๕๔๓) ว่ากำแพงอิฐชั้นในยาวด้านละประมาณ ๑,๖๐๐ เมตร และอ้างงานของศศิธร อุ้ยเจริญ (๒๕๔๗) ว่าเริ่มขุดคูก่อกำแพงใน พ.ศ. ๑๘๓๕ แล้วเสร็จใน พ.ศ. ๑๘๓๙

คำเมืองมีชื่อเรียกส่วนต่าง ๆ ของเวียงครบชุด

ส่วนของเมือง คำเมือง ความหมายตามพจนานุกรม
คูเมือง คือเมือง ฅืเมิอฯง คูเมือง
กำแพงเมือง เมกเวียง เมกฯวยฯง หรือ ลำเวียง ลำวยฯง กำแพงเมือง ปราการเมือง
มุมเมือง แจ่ง แจ่งฯ มุม เฉียง เช่น แจ่งบ้านแจ่งเมือง
ประตู ปะตู๋ ปตู ประตู
ใจกลางเมือง ดือเมือง ดืเมิอฯง จุดศูนย์กลางของเมือง

แจ่งทั้งสี่ ตามฐานข้อมูลของศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร คือ แจ่งศรีภูมิ (ตะวันออกเฉียงเหนือ) แจ่งขะต้ำ (ตะวันออกเฉียงใต้) แจ่งกู่เฮือง (ตะวันตกเฉียงใต้) และแจ่งหัวลิน (ตะวันตกเฉียงเหนือ) บทความของ Chiang Mai News เล่าว่าแจ่งศรีภูมิถือเป็นหัวเมือง ส่วนแจ่งหัวลินเป็นมุมที่สูงที่สุด รับน้ำจากห้วยแก้วใต้ดอยสุเทพมาเลี้ยงคูเมือง

ประตูชั้นในทั้งห้า คือ ประตูหัวเวียง (ช้างเผือก) ทางเหนือ ประตูเชียงเรือก (ท่าแพชั้นใน) ทางตะวันออก ประตูเชียงใหม่ ทางใต้ ประตูแสนปุง ทางตะวันตกเฉียงใต้ และประตูสวนดอก ทางตะวันตก ลานหน้าประตูท่าแพที่นักท่องเที่ยวรู้จักดี คำเมืองเรียกว่า ข่วงปะตู๋ต้าแป ข่วฯงระฯบตูท่าฯแพ (คำเมืองอ่านว่า ข่วงปะตู๋ต้าแป)

แผนที่เก่าเมืองเชียงใหม่ พ.ศ. ๒๔๓๖ แสดงกำแพงอิฐสี่เหลี่ยมชั้นใน กำแพงดินชั้นนอกโค้งรอบด้านตะวันออกเฉียงใต้ และแม่น้ำปิง
แผนที่เมืองเชียงใหม่ที่ทำถวายพระเจ้าอินทวิชยานนท์ ลงปี ค.ศ. ๑๘๙๓ (พ.ศ. ๒๔๓๖) เห็นเวียงสี่เหลี่ยมชั้นใน และกำแพงดินชั้นนอกที่โค้งโอบด้านตะวันออกเฉียงใต้
ภาพ: ไม่ทราบผู้ทำ / Wikimedia Commons (Public domain)

นอกจากกำแพงอิฐชั้นใน เชียงใหม่ยังมี กำแพงดินชั้นนอก โค้งคล้ายพระจันทร์เสี้ยว จากแจ่งศรีภูมิเลียบลำน้ำแม่ข่าไปบรรจบที่แจ่งกู่เฮือง ฐานข้อมูลเดียวกันอ้างงานของวรวิทย์ หัศภาค (๒๕๓๙) ว่ากำแพงนี้ใช้ทั้งกันข้าศึกและกันน้ำหลากทางด้านตะวันออก และกำแพงชั้นนอกก็มีประตูของตัวเองอีกห้าประตู เช่น ประตูช้างม่อย ประตูหายยา และประตูขัวก้อม

⚠️ ข้อควรระวัง
ขนาดเมืองและจำนวนประตูในเอกสารไม่ตรงกัน งานของสรัสวดี อ๋องสกุล ให้ขนาดกำแพงชั้นในราว ๑,๖๐๐ × ๑,๖๐๐ เมตร ส่วนงานที่อ้างใน พญามังราย บอกขนาดตามตำนานว่ากว้าง ๙๐๐ วา ยาว ๑,๐๐๐ วา จำนวนประตูยุคแรกก็ต่างกัน ศศิธร อุ้ยเจริญ (๒๕๔๗) ว่ามี ๔ ประตู ขณะที่ทศพร โสดาบรรลุ (๒๕๔๖) ว่ามี ๑๒ ประตู ตามที่ฐานข้อมูลของศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธรรวบรวมไว้

ปะตู๋ผี และจ่าปะตู๋

ประตูเมืองไม่ได้มีไว้เข้าออกอย่างเดียว พจนานุกรมมีคำว่า ปะตู๋ผี ปตูผี (คำเมืองอ่านว่า ปะตู๋ผี) คือ "ประตูที่กำหนดให้เป็นทางนำศพออกจากเขตกำแพงเมือง" บทความของ Chiang Mai News เล่าว่าที่เชียงใหม่คือประตูแสนปุง เพราะเชื่อกันว่าการเผาหรือฝังศพในเวียงไม่เป็นมงคล ส่วนคนที่ดูแลการผ่านเข้าออกประตูเมือง เรียกว่า จ่าปะตู๋ จ่าระฯบตู (คำเมืองอ่านว่า จ่าปะตู๋)

ใครอยากเห็นป้อมมุมเมืองของจริง แจ่งศรีภูมิในภาพปกบทความนี้ยังตั้งอยู่ริมคูเมือง ฐานข้อมูลของศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธรบันทึกว่าแจ่งนี้ผ่านการสร้างและบูรณะมาแล้วสามครั้ง ครั้งล่าสุดโดยกรมศิลปากรใน พ.ศ. ๒๕๒๙

ดือเมือง เสาอินทขีล และการฟื้นเมืองของพระเจ้ากาวิละ

ใจกลางเวียงคือ ดือเมือง หรือสะดือเมือง พจนานุกรมเล่าว่าพญามังรายสร้างวัดไว้ตรงใจกลางเมือง ชาวบ้านจึงเรียกติดปากว่า "วัดสะดือเมือง" เสาหลักเมืองที่เรียกว่าเสาอินทขีลก็เคยอยู่ที่นั่น

เชียงใหม่ไม่ได้รุ่งเรืองต่อเนื่องตลอด หลังยุคสงครามกับพม่า เมืองทรุดโทรมจนผู้คนหนีเข้าป่า พจนานุกรมเรียกยุคฟื้นเมืองสมัยพระยากาวิละว่า เก๋บผั๋กใส่ซ้าเก๋บข้าใส่เมือง เกัปฯผักฯไส่ซ้าเกัปฯข้าไส่เมิอฯง (คำเมืองอ่านว่า เก๋บผั๋กใส่ซ้าเก๋บข้าใส่เมือง) คือรวบรวมผู้คนกลับเข้าเมือง เหมือนเก็บผักใส่ตะกร้า ฐานข้อมูลของศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธรบันทึกว่าใน พ.ศ. ๒๓๓๙ พระเจ้ากาวิละบูรณะป้อมปราการและขุดลอกคูเมืองใหม่

พระเจ้ากาวิละยังย้ายเสาอินทขีลมาไว้ที่วัดเจดีย์หลวง ตามคำอธิบายของคำว่า เข้าอินทะขีน เขั้า±นทฯขี (คำเมืองอ่านว่า เข้าอินทะขีน) และปลูกต้นยางนาใหญ่ไว้ใกล้เสา เรียกว่า ไม้หมายเมืองเจียงใหม่ ไม้หมฯายฯเมิอฯงชยฯงไห่มฯ (คำเมืองอ่านว่า ไม้หมายเมืองเจียงใหม่) งานบูชาเสาอินทขีลทุกปีอ่านได้ที่ ใส่ขันดอก และเรื่องของพระเจ้ากาวิละอ่านได้ที่ พระเจ้ากาวิละ

วิหารอินทขีล ศาลเสาหลักเมืองเชียงใหม่ ในวัดเจดีย์หลวงวรวิหาร
วิหารอินทขีลในวัดเจดีย์หลวง ที่ตั้งเสาหลักเมืองเชียงใหม่ตั้งแต่สมัยพระเจ้ากาวิละ
ภาพ: Christophe95 / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0)

ผู้ปกครองเชียงใหม่ในยุคหลังเรียกว่า เจ้าหลวงเจียงใหม่ เจั้าเจั้าหลฯวฯงชยฯงไห่มฯ (คำเมืองอ่านว่า เจ้าหลวงเจียงใหม่) พจนานุกรมบันทึกรายพระนามไว้ ๙ องค์ ตั้งแต่พระเจ้ากาวิละ จนถึงพลตรีเจ้าแก้วนวรัฐ องค์สุดท้าย

คำขวัญเชียงใหม่ และดอกกว๋าว

พจนานุกรมบันทึกคำขวัญของจังหวัดไว้ในคำว่า เจียงใหม่

คำขวัญ: "ดอยสุเทพเป็นศรี ประเพณีเป็นสง่า บุปผชาติล้วนงามตา นามล้ำค่านครพิงค์"

วรรคในคำขวัญ หมายถึง
ดอยสุเทพเป็นศรี พระบรมธาตุดอยสุเทพ ซึ่งเป็นพระธาตุประจำปีมะแมใน ธาตุปีเกิด
ประเพณีเป็นสง่า งานประเพณีตลอดปี เช่น ใส่ขันดอก และปี๋ใหม่เมือง
บุปผชาติล้วนงามตา ดอกไม้นานาพันธุ์ของเมือง
นามล้ำค่านครพิงค์ ชื่อเมืองริมแม่น้ำปิง

ต้นไม้ประจำจังหวัดเชียงใหม่คือทองกวาว คนเมืองเรียกว่า ดอกกว๋าว ดอฯกกวฯาวฯ (คำเมืองอ่านว่า ดอกกว๋าว) พจนานุกรมอธิบายว่าเป็นไม้ยืนต้นสูง ๑๐–๑๕ เมตร ลำต้นและกิ่งคดงอ ดอกออกเป็นช่อรูปดอกถั่ว มีขนนุ่มคล้ายกำมะหยี่ มีทั้งดอกสีส้มและสีเหลือง

ช่อดอกทองกวาวสีส้มสดรูปดอกถั่วบนกิ่ง
ดอกกว๋าว · ทองกวาว ต้นไม้ประจำจังหวัดเชียงใหม่ (ภาพจากอินเดีย)
ภาพ: SMarndi / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0)

ดูคำขวัญและต้นไม้ของอีก ๗ จังหวัดได้ที่ ๘ จังหวัดล้านนา และดอกไม้ชื่อคำเมืองอื่น ๆ ที่ ดอกไม้ล้านนา

คำเมืองของจาวเจียงใหม่

คนเชียงใหม่มีคำเฉพาะสำหรับพูดถึงเมืองของตัวเอง คนที่อยู่ในตัวเมืองเรียกว่า จาวเวียง ชาวฯวยฯง (คำเมืองอ่านว่า จาวเวียง) และย่านที่คนหนาแน่น มีความเจริญ เรียกว่า ในเวียง ไนวยฯง (คำเมืองอ่านว่า ในเวียง) พจนานุกรมยกตัวอย่างว่า ในเวียงเจียงใหม่ ก็คือในเมืองเชียงใหม่

ตลาดใหญ่กลางเมืองที่ขายของทั้งวัน เรียกว่า กาดหลวง กาดฯหลฯวฯง (คำเมืองอ่านว่า กาดหลวง) พจนานุกรมยกกาดหลวงที่เชียงใหม่เป็นตัวอย่างแรก อ่านคำเมืองสำหรับไปจ่ายตลาดได้ที่ ไปกาดแบบคนเมือง

การพูดภาษาล้านนาเรียกว่า อู้กำเมือง อู้คำฯเมิอฯง (คำเมืองอ่านว่า อู้กำเมือง) ส่วนคนที่พูดภาษาไทยกลางแต่สำเนียงหรือคำศัพท์เมืองหลุดออกมา พจนานุกรมเรียกว่า อู้ไทยสาบเมือง อู้ไทยฯสาปฯเมิอฯง (คำเมืองอ่านว่า อู้ไทยสาบเมือง) จนคนต่างถิ่นงงไปตาม ๆ กัน

💡 เกร็ดความรู้
พูดแบบคนเจียงใหม่ อยากชวนเพื่อนไปเที่ยว ให้ใช้คำว่า แอ่ว แอ่วฯ (คำเมืองอ่านว่า แอ่ว) ซึ่งแปลว่า เที่ยว เช่น "ไปแอ่วเจียงใหม่" "ไปแอ่วในเวียง" หรือ "ไปแอ่วกาดหลวง" คำทักทายพื้นฐานสำหรับคนมาเที่ยว อ่านต่อได้ที่ ทักทายแบบคนเมือง

สรุป

  • เจียงใหม่ คือชื่อเชียงใหม่ในคำเมือง เจียง แปลว่าเมือง ชื่อเมืองจึงแปลว่า เมืองใหม่
  • พญามังรายสร้างเมืองใน พ.ศ. ๑๘๓๙ ประเสริฐ ณ นคร คำนวณวันไว้ว่า ๑๒ เมษายน (ปฏิทินจูเลียน) ซึ่งตรงกับ ๑๙ เมษายนเมื่อนับด้วยปฏิทินปัจจุบัน
  • ผังเวียงเป็นสี่เหลี่ยม มี คือเมือง เมกเวียง หรือ ลำเวียง แจ่ง ทั้งสี่ และ ปะตู๋ ชั้นในห้าประตู พร้อมกำแพงดินชั้นนอก
  • ดือเมือง คือใจกลางเมือง พระเจ้ากาวิละย้ายเสาอินทขีลไปวัดเจดีย์หลวงในยุค เก๋บผั๋กใส่ซ้าเก๋บข้าใส่เมือง
  • ต้นไม้ประจำจังหวัดคือ ดอกกว๋าว และคนในเมืองเรียกว่า จาวเวียง ที่ไป แอ่วกาดหลวง และ อู้กำเมือง

ค้นคำเกี่ยวกับเชียงใหม่เพิ่มได้ใน พจนานุกรมมรดกล้านนา และอ่านเมืองเก่าที่มีก่อนเชียงใหม่ได้ที่ หละปูน

📚 ทั้งชุด: ดูจังหวัด เมืองเก่า และผู้คนบนแผนที่เดียวที่ เมืองในล้านนา: ๘ จังหวัด เมืองเก่า และผู้คน

แหล่งอ้างอิง

ฝึกคำจากบทความนี้

ลองเล่นบัตรคำ 25 คำจากบทความนี้ จำคำล้านนาให้แม่นขึ้น

ค้นหาคำว่า "เจียงใหม่" ในพจนานุกรมมรดกล้านนา

🎯 ทดสอบคำในบทความนี้ทายคำล้านนาจากบทความ 25 คำ จำได้แค่ไหน?

📝 ลองเขียนคำเมืองบนกระดาน แล้วแชร์ให้เพื่อน →

บทความที่เกี่ยวข้อง

วิหารวัดภูมินทร์ จังหวัดน่าน อาคารจัตุรมุขสีขาวหลังคาแดงซ้อนชั้น มีบันไดนาคทอดขึ้นด้านหน้า

๘ จังหวัดล้านนา: ชื่อคำเมือง คำขวัญ และต้นไม้ประจำจังหวัด

17 ตุลาคม 2569 วัฒนธรรม

รู้จัก ๘ จังหวัดล้านนาในคำเมือง เจียงใหม่ หละปูน เจียงฮาย เมืองแป้ พร้อมชื่อเก่า คำขวัญ และต้นไม้ประจำจังหวัดชื่อคำเมือง เช่น ดอกกว๋าว ไม้ส…

แจ่งกะต๊ำ มุมกำแพงเมืองเชียงใหม่ด้านตะวันออกเฉียงใต้ ก่อด้วยอิฐสะท้อนเงาในคูเมือง

พระเจ้ากาวิละ: ผู้ฟื้นเมืองเชียงใหม่ยุคเก็บผักใส่ซ้า

19 พฤษภาคม 2569 วัฒนธรรม

พระเจ้ากาวิละคือเจ้าหลวงเชียงใหม่องค์แรกแห่งราชวงศ์เจ้าเจ็ดตน ผู้ฟื้นเมืองเชียงใหม่ที่ร้างจากสงคราม อ่านยุคเก็บผักใส่ซ้า เก็บข้าใส่เมือง แล…

อนุสาวรีย์สามกษัตริย์ในเมืองเชียงใหม่ รูปหล่อพญามังรายอยู่ตรงกลาง ขนาบด้วยพญางำเมืองและพ่อขุนรามคำแหง มีผ้าแพรผูกเอว

พญามังราย: ผู้สร้างเมืองเชียงใหม่ จากเงินยางถึงเวียงกุมกาม

15 พฤศจิกายน 2568 วัฒนธรรม

พญามังรายคือปฐมกษัตริย์ราชวงศ์มังรายผู้สร้างเมืองเชียงใหม่ใน พ.ศ. ๑๘๓๙ อ่านเส้นทางจากเงินยาง เชียงราย หริภุญไชย เวียงกุมกาม ชัยมงคล ๗ ประกา…

แผนที่ภูมิประเทศภาคเหนือตอนบนของไทย แสดงเทือกเขา แม่น้ำ และเมืองเชียงราย พะเยา น่าน แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง และแพร่ ติดพรมแดนพม่าและลาว

เมืองในล้านนา: ๘ จังหวัด เมืองเก่า และผู้คน

19 ตุลาคม 2569 วัฒนธรรม

เมืองในล้านนาครบ ๘ จังหวัด ชื่อคำเมือง ชื่อเก่า เวียงที่หายไป และผู้คนไต พร้อมแผนที่สำรวจจังหวัด แผนที่บทความที่อ่านได้แล้ว และคำเมืองจากพจ…

↑

↑ ↓ เลือก · Enter เปิด · Esc ปิด