
ภาพ: Heiko S / Wikimedia Commons (CC BY 2.0)
เจี้ยก้อม: เรียนคำเมืองจากนิทานขำขันล้านนา ๕ เรื่อง
เจี้ยก้อม เจ้ยฯก้อฯม (คำเมืองอ่านว่า เจี้ยก้อม) คือ นิทานขำขันสั้น ๆ ของคนล้านนา เล่ากันในวงข้าว วงงาน หรือวงเพื่อน จบด้วยมุกที่ทำให้คนฟังหัวเราะ เจี้ยก้อมเป็นแบบฝึกหัดคำเมืองชั้นดี เพราะมุกส่วนใหญ่ซ่อนอยู่ใน คำ ถ้าไม่รู้ความหมายของคำนั้นก็จะไม่ขำ
บทความนี้ชวนเรียนคำเมืองจากเจี้ยก้อม ๕ เรื่องที่นักวิชาการรวบรวมและตีพิมพ์ไว้ ทุกเรื่องเลือกเฉพาะที่สุภาพ เพราะพจนานุกรมเองก็บอกไว้ตรง ๆ ว่าเจี้ยก้อมจำนวนมากเป็นเรื่อง "สองแง่สองง่าม"
เจี้ยก้อม คืออะไร
ชื่อนี้มาจากคำ ๒ คำ คือ เจี้ย เจ้ยฯ ที่พจนานุกรมอธิบายว่า "นิทานเบ็ดเตล็ด, เกล็ดนิทานขำขัน, เรื่องเล่า" ซึ่งการเล่าเรียกว่า เล่าเจี้ย เลั่าเจ้ยฯ กับ ก้อม ก้อฯม ที่แปลว่า สั้น อย่างในคำว่า เตี่ยวก้อม (กางเกงขาสั้น) เจี้ยก้อม จึงแปลตรงตัวได้ว่า เรื่องเล่าขนาดสั้น บางถิ่นเรียกว่า เจี้ยพั๊วะ เจ้ยฯระฯพ฿วฯะ
อาภิสรา พลนรัตน์ แห่งมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย นิยามเจี้ยก้อมว่าเป็น "เรื่องเล่าหรือนิทานขนาดสั้น โดยมากจะเป็นเรื่องเล่าขำขันและมีแง่ที่เป็นเรื่องสัปดนเล็กน้อย" ผู้วิจัยใช้เรื่องจาก สารานุกรมวัฒนธรรมไทย ภาคเหนือ เล่ม ๔ (๒๕๔๒) ซึ่งรวมไว้ ๓๕๔ เรื่อง ส่วนวิทยานิพนธ์ของหทัยวรรณ ไชยะกุล มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (๒๕๓๙) รวบรวมไว้ถึง ๗๔๐ เรื่อง
- อุดม รุ่งเรืองศรี. เจี้ยก้อม: เรื่องขำขันล้านนา (คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, ๒๕๒๘)
- สถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. นิทานพื้นบ้านล้านนา เล่ม ๑–๕ (๒๕๒๗–๒๕๓๑)
- พระส่งเสริม โชตาโก. เล่าเจี้ยก้อม: นิทานล้านนา
- สารานุกรมวัฒนธรรมไทย ภาคเหนือ เล่ม ๔ (๒๕๔๒)
เจี้ยก้อมต่างจากคำบ่าเก่าอย่างไร
ล้านนามีถ้อยคำสั้น ๆ อีกแบบหนึ่ง คือ คำบ่าเก่า หรือสุภาษิตคำสอน ทั้งสองอย่างสั้นและจำง่ายเหมือนกัน แต่ทำหน้าที่ต่างกัน
| คำบ่าเก่า | เจี้ยก้อม | |
|---|---|---|
| รูปแบบ | ประโยคเดียว มักคล้องจอง | เรื่องเล่าสั้น ๆ มีตัวละครและบทพูด |
| จุดมุ่งหมาย | สอนใจ เตือนสติ | ทำให้หัวเราะ บางเรื่องแฝงการเสียดสี |
| จุดสำคัญ | การเปรียบเทียบ | มุกตอนจบ ซึ่งมักเล่นกับคำ |
| ใช้เมื่อ | ผู้ใหญ่สอนลูกหลาน | วงเพื่อน วงงาน ยามพักเหนื่อย |
เรื่องที่ ๑ ควายหาย: บ่ใจ่ควายมานเจ้า
เรื่องนี้มาจากสารานุกรมวัฒนธรรมไทย ภาคเหนือ เล่ม ๔ ชาวบ้านคนหนึ่งไปแจ้งความว่าควายหาย และได้พบปลัดอำเภอที่มาจากกรุงเทพฯ ซึ่งพูดภาษาไทยกลาง บทสนทนาจึงฟังกันคนละความหมายทุกประโยค
| ผู้พูด | บทพูด | ความหมาย |
|---|---|---|
| ชาวบ้าน | ไหว้สาเจ้า ข้าเจ้าควายหาย | กราบเรียนท่าน ควายของข้าพเจ้าหาย |
| ปลัด | หายประมาณกี่โมงล่ะ | หายราวกี่โมง |
| ชาวบ้าน | บ่ใจ่ควายมานเจ้า ควายปู๊ | ไม่ใช่ควายตั้งท้อง เป็นควายตัวผู้ |
| ปลัด | หายแน่นอนหรือ | หายจริง ๆ หรือ |
| ชาวบ้าน | บ่อได้นอนเจ้า นั่งผ่อ | ไม่ได้นอน นั่งดูอยู่ |
| ปลัด | (โมโห) ไอ้โง่ | |
| ชาวบ้าน | บ่ใจ่โงเจ้า ควาย | ไม่ใช่วัว ควาย |
มุกอยู่ที่คำพ้องเสียง ๓ คู่ ตามที่อาภิสรา พลนรัตน์ วิเคราะห์ไว้
- ประมาณ ของปลัด ชาวบ้านได้ยินเป็น มาน มานฯ ซึ่งคำเมืองแปลว่า ตั้งท้อง จึงรีบแก้ว่าควายของตนเป็น ปู๊ พู้ คือ ตัวผู้
- แน่นอน (จริงแท้) ชาวบ้านเข้าใจเป็น นอน (เอนตัวลง) จึงตอบว่าไม่ได้นอน นั่ง ผ่อ (ดู) อยู่
- โง่ ของปลัด ชาวบ้านได้ยินเป็นคำที่ผู้วิจัยอธิบายว่าหมายถึง วัว ในภาษาถิ่นเหนือ (พจนานุกรมมรดกล้านนาเขียนคำว่าวัวไว้ว่า งัว) มุกสุดท้ายจึงกลายเป็นการแก้ให้ปลัดว่า ไม่ใช่วัว เป็นควาย
สังเกตคำสุภาพของชาวบ้านด้วย ไหว้สาเจ้า ไห้วฯสาเจั้า คือคำขึ้นต้นก่อนกราบเรียนผู้ใหญ่ และ เจ้า ท้ายประโยคทำหน้าที่คล้าย "ครับ/ค่ะ"
เรื่องที่ ๒ น้ำพริกฮ้า น้ำพริกคิง
อีกเรื่องจากสารานุกรมเล่มเดียวกัน ช่วงเกี่ยวข้าว ชาวบ้านมาลงแขกช่วยกัน พอพักกินข้าวกลางวัน หนุ่มสองคนแกะห่อข้าวของตัวเองออกมา คนหนึ่งบอกว่า "นี่น้ำพริกฮ้า" อีกคนบอกว่า "นี้น้ำพริกขิง" ชายคนที่สามเดินมาได้ยินไม่ชัด จึงพูดขึ้นว่า
"น้ำพริกฮา น้ำพริกคิง ก็กินตวยกันก่าบ่า" (น้ำพริกข้า น้ำพริกเอ็ง ก็กินด้วยกันซีวะ) — สารานุกรมวัฒนธรรมไทย ภาคเหนือ เล่ม ๔ อ้างใน อาภิสรา พลนรัตน์
| คำที่พูด | คำที่ได้ยิน | ความหมาย |
|---|---|---|
| ฮ้า ร้า | ฮา รา | ฮ้า คือ ปลาร้า ส่วน ฮา คือสรรพนาม กู |
| ขิง | คิง ฅิงฯ | ขิง คือพืชที่ใช้ทำอาหาร ส่วน คิง คือสรรพนาม มึง |
เสียงที่ต่างกันเพียงวรรณยุกต์ (ฮ้า/ฮา) หรือพยัญชนะต้น (ขิง/คิง) ทำให้ "น้ำพริกปลาร้ากับน้ำพริกขิง" กลายเป็น "น้ำพริกของข้ากับของเอ็ง" คำว่า ตวย ทวฯยฯ แปลว่า ด้วย, พร้อม
เรื่องที่ ๓ คำว่า "สวยงาม" ที่ไม่ใช่สวยงาม
เรื่องนี้หทัยวรรณ ไชยะกุล รวบรวมไว้ในวิทยานิพนธ์ (๒๕๓๙) ชื่อว่า คนไทยใต้บ่รู้คำเหนือ หนุ่มภาคกลางคนหนึ่งอยากไป แอ่วสาว (ไปเยี่ยมเกี้ยวสาวยามค่ำ) จึงถามเพื่อนคนเมืองว่า "สวยงาม" ภาษาเหนือพูดว่าอย่างไร เพื่อนอยากแกล้งจึงบอกว่า "สึ่งทึง"
| ผู้พูด | บทพูด | ความหมาย |
|---|---|---|
| หนุ่มภาคกลาง | น้องนี่สึ่งทึง | (ตั้งใจชมว่าสวย) |
| สาว | (เคียด บิดหน้าหนี) | (โกรธ หันหน้าหนี) |
| หนุ่มภาคกลาง | บ่ต้องมาทำอาย | (อย่าอายไปเลย) |
| สาว | อ้ายน่ะก่ะสึ่งทึง | พี่นั่นแหละทึ่ม |
| หนุ่มภาคกลาง | ไม่ต้องมายอผม | (นึกว่าถูกชมกลับ) |
พจนานุกรมเขียนคำนี้ว่า สึ่งตึง สึ่งฯทึงฯ แปลว่า งั่ง ทึ่ม ไม่เต็มร้อย ส่วนคำที่หนุ่มควรใช้คือ งาม งา (สวย) คำว่า เคียด หรือ เกี้ยด คยฯด แปลว่า โกรธ
ถิรายุส์ บาบัด (๒๕๖๗) อธิบายว่าเจี้ยก้อมกลุ่มนี้เกิดในยุคที่ภาษาไทยกลางเข้ามาเป็นภาษาราชการในล้านนา คนพูดภาษากลางที่ไม่รู้คำเมืองจึงมักเป็นตัวตลกของเรื่อง
เรื่องที่ ๔ แถมบึ๋ด: เห่อคำไทย
เรื่องนี้กลับด้านจากเรื่องที่ ๓ หทัยวรรณ ไชยะกุล บันทึกไว้ว่า จันตา สาวเหนือไปทำงานกรุงเทพฯ แล้วกลับมาเยี่ยมบ้าน แต่งตัวทันสมัย และพูดแต่ภาษาไทยกลาง ไม่ยอม อู้กำเมือง อู้คำฯเมิอฯง เลย ก่อนกลับกรุงเทพฯ เธอไปซื้อของที่ กาด (ตลาด) และพบเพื่อนเก่าที่เป็นแม่ค้า
| ผู้พูด | บทพูด | ความหมาย |
|---|---|---|
| เพื่อน | มึงไพอยู่กรุงเทพฯ บ่เมิน มึงลืมคำเมืองหมดแล้วคา คูบ่หันมึงอู้คำเมืองเลย | ไปอยู่กรุงเทพฯ ไม่นาน ลืมคำเมืองหมดแล้วหรือ ไม่เห็นพูดคำเมืองเลย |
| จันตา | แหม ใคร ๆ ที่นั่นเค้าพูดอย่างนี้กันทั้งนั้นนี่นา... | (ตอบเป็นภาษากลาง) |
| เพื่อน | แล้วมึงจะพลิกกรุงเทพฯ เมื่อใด | แล้วจะกลับกรุงเทพฯ เมื่อไร |
| จันตา | (ยืดอกตอบ) แถมบึ้ด | อีกสักพัก |
มุกอยู่ที่คำสุดท้าย คนที่ประกาศว่าลืมคำเมืองไปแล้ว กลับตอบด้วยคำเมืองแท้ ๆ โดยไม่รู้ตัว พจนานุกรมเขียนคำนี้ว่า แถมบึ๋ด แถมฯบึดฯ แปลว่า อีกสักครู่, อีกชั่วขณะ
เรื่องที่ ๕ เสี้ยงเหมี้ยง: บ่จุ๋เตื้อ
เสี้ยงเหมี้ยง เป็นตัวละครเจ้าปัญญาแกมโกงของเจี้ยก้อม คล้ายศรีธนญชัยของภาคกลาง (นิทานลาวก็มีตัวละครชื่อ เซียงเหมี้ยง) เรื่องยาวของเขาที่ผู้วิจัยยกมามีหลายตอน บางตอนเป็นเรื่องสองแง่สองง่าม ที่นี่จึงเล่าเฉพาะ ๒ ตอนแรก จากฉบับที่หทัยวรรณ ไชยะกุล บันทึกไว้
ตอนที่ ๑ หม้อขางบนหัว เสี้ยงเหมี้ยงตอนเป็นเด็กขึ้นชื่อว่า ขี้จุ๋ คือชอบโกหก วันหนึ่งมีชายคนหนึ่งเอา หม้อขาง หํมฯอฯขางฯ (กระทะ) ครอบหัวเดินมา แล้วถามว่า "วันนี้หยังบ่จุ" (วันนี้ทำไมไม่โกหก) เสี้ยงเหมี้ยงตอบว่า "บ่จุเทื่อ เปนจะใดบ่รู้ตะวันออกสองแก่น" แปลว่า "ยังไม่ได้โกหกหรอก ไม่รู้เป็นอะไร ตะวันขึ้นมาสองดวง" ชายคนนั้นเชื่อ เงยหน้ามองฟ้า หม้อขางก็หล่นแตก
| คำ | อักษรล้านนา | ความหมาย (ตามพจนานุกรม) |
|---|---|---|
| จุ๋ | จุ | โกหก หลอก ลวง (ขี้จุ๋ = ชอบโกหก) |
| เตื้อ (เทื่อ) | เทิ่อฯอ | ครั้ง คราว และใช้ลงท้ายประโยคปฏิเสธ เช่น บ่ได้กิ๋นเตื้อ = ยังไม่ได้กิน |
| แก่น | แก่นฯ | ลักษณนามของสิ่งกลม ๆ เช่น ผลไม้ ไข่ ลูกตา ในเรื่องนี้ใช้นับดวงตะวัน |
ตอนที่ ๒ ข้ามบ่ได้ พ่อค้าหาบ เหมี้ยง ห้มฯยฯง (เมี่ยง) มาถึงริมน้ำ ถามเสี้ยงเหมี้ยงว่าน้ำนี้ข้ามได้ไหม เสี้ยงเหมี้ยงท้าว่า ถ้าข้ามได้จะหาบเหมี้ยงให้ ถ้าข้ามไม่ได้ต้องยกเหมี้ยงให้ พ่อค้าลุยน้ำไป เสี้ยงเหมี้ยงก็ร้องว่า "ข้ามบ่ได้ ๆ ถ้าข้ามต้องก้าวข้ามไพ" คือการ ข้าม ต้องยกเท้าก้าวผ่าน แต่พ่อค้าเดินลุยน้ำ จึงถือว่าแพ้ ต้องยกเหมี้ยงให้ และนิทานบอกว่า "เลยได้ชื่อว่าเสี้ยงเหมี้ยงตั้งแต่นั้นมา"
เมื่อแยกคำตามพจนานุกรม เสี้ยง ส้ยฯง แปลว่า หมด, สิ้น ชื่อนี้จึงฟังได้ว่า "เหมี้ยงหมด" ตรงกับเรื่องที่พ่อค้าเสียเหมี้ยงไป
เจี้ยก้อมสร้างเสียงหัวเราะด้วยภาษาอย่างไร
จากเรื่องที่อ่านมา จะเห็นกลวิธีที่นักวิชาการพบซ้ำ ๆ ในเจี้ยก้อม
- คำพ้องเสียง อาภิสรา พลนรัตน์ พบว่าเป็นกลวิธีหลักอย่างหนึ่ง เช่น ประมาณ/มาน ฮ้า/ฮา ขิง/คิง ในเรื่องที่ ๑ และ ๒
- คำเดียวหลายความหมาย เช่น "ข้าม" ที่เสี้ยงเหมี้ยงตีความว่าต้องก้าวข้ามเท่านั้น
- ความหมายโดยนัย ตัวละครพูดอย่างหนึ่งแต่หมายอีกอย่าง ผู้วิจัยสังเกตด้วยว่าบทพูดในเจี้ยก้อมมักคล้องจอง เช่น "น้ำพริกฮา น้ำพริกคิง"
- คำเมืองกับคำไทย ถิรายุส์ บาบัด แบ่งเจี้ยก้อมเป็นยุคจารีต (ตัวละครอย่างเจ้าพระยา) กับยุคหลังปฏิรูปการปกครอง (นายอำเภอ ปลัด ตำรวจ) ในยุคหลัง ความต่างระหว่างคำเมืองกับภาษาไทยกลางกลายเป็นแหล่งมุกตลกสำคัญ อย่างในเรื่องที่ ๑ ๓ และ ๔
อ่านต่อ: เจี้ยก้อมกับการเสียดสีผู้มีอำนาจ
ถิรายุส์ บาบัด (มหาวิทยาลัยพะเยา) วิเคราะห์ว่าเจี้ยก้อมเป็น "พื้นที่ทางวัฒนธรรมของชาวบ้าน" ในการต่อรองกับผู้ปกครอง ผู้มีอำนาจในเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเจ้าพระยา นายอำเภอ หรือปลัด มักถูกชาวบ้านธรรมดาใช้ไหวพริบหลอกจนกลายเป็นตัวตลก เช่นในเรื่องของเสี้ยงเหมี้ยง ที่ตอนจบเสี้ยงเหมี้ยงได้ครองเมืองแทนเจ้าพระยา ผู้วิจัยยังพบว่าปัจจุบันมีการนำเจี้ยก้อมไปสอดแทรกในเพลงซอ ซอสตริง และละครซอ
สรุป
- เจี้ยก้อม คือนิทานขำขันสั้น ๆ ของล้านนา มาจาก เจี้ย (เรื่องเล่า) + ก้อม (สั้น)
- มุกของเจี้ยก้อมมักซ่อนอยู่ใน คำ เช่น มาน (ตั้งท้อง) ฮ้า (ปลาร้า) กับ ฮา (กู) สึ่งตึง (ทึ่ม) และ แถมบึ๋ด (อีกสักครู่)
- นักวิชาการรวบรวมเจี้ยก้อมไว้หลายร้อยเรื่อง ทั้งในสารานุกรมวัฒนธรรมไทย ภาคเหนือ และวิทยานิพนธ์ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่
- หลายเรื่องสะท้อนยุคที่คำเมืองพบกับภาษาไทยกลาง ฟังเจี้ยก้อมจึงได้ทั้งเสียงหัวเราะและประวัติศาสตร์ภาษา
ค้นคำในเจี้ยก้อมเพิ่มเติมได้ใน พจนานุกรมมรดกล้านนา อ่านสุภาษิตคำสอนของล้านนาได้ที่ คำบ่าเก่า และฝึกคำเมืองตอนไปตลาดได้ที่ ไปกาดแบบคนเมือง
อ่านต่อในชุดเดียวกัน: คำอู้บ่าวอู้สาว · ค่าวฮ่ำสอนหญิง หรือดูทั้งชุดที่ เรียนคำเมืองจากบทเพลงและวรรณกรรม
แหล่งอ้างอิง
- พจนานุกรมมรดกล้านนา (dict2): เจี้ยก้อม เจี้ย ก้อม และคำศัพท์ทุกคำในบทความ
- อาภิสรา พลนรัตน์. การใช้ภาษาเพื่อสร้างอารมณ์ขันในนิทานพื้นบ้านขนาดสั้น "เจี้ยก้อม". วารสารฟ้าเหนือ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ปีที่ ๑๐ ฉบับที่ ๑ หน้า ๖๓–๘๔ (เรื่องที่ ๑ และ ๒ อ้างจากสารานุกรมวัฒนธรรมไทย ภาคเหนือ เล่ม ๔, ๒๕๔๒ หน้า ๑,๖๖๐ และ ๑,๖๘๗)
- ถิรายุส์ บาบัด. (๒๕๖๗). การวิเคราะห์นัยยะแฝงทางการเมืองการปกครองของล้านนาผ่าน "เจี้ยก้อม". วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย ปีที่ ๖ ฉบับที่ ๒ (เรื่องที่ ๓–๕ อ้างจากหทัยวรรณ ไชยะกุล, ๒๕๓๙ หน้า ๕๓๒ ๕๓๔ และ ๕๕๐)
- หทัยวรรณ ไชยะกุล. (๒๕๓๙). การสร้างมุขตลกในเรื่องขำขันล้านนา. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (อ้างผ่านถิรายุส์ บาบัด)
- มูลนิธิสารานุกรมวัฒนธรรมไทย ธนาคารไทยพาณิชย์. (๒๕๔๒). สารานุกรมวัฒนธรรมไทย ภาคเหนือ เล่ม ๔ (อ้างผ่านอาภิสรา พลนรัตน์)
- อุดม รุ่งเรืองศรี. (๒๕๒๘). เจี้ยก้อม: เรื่องขำขันล้านนา. คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
- คลังข้อมูลมหาวิทยาลัยมหิดล. นิทานพื้นบ้านลาว "เซียงเหมี้ยง"
เจี้ยก้อมเป็นวรรณกรรมมุขปาฐะ เล่าต่อกันปากต่อปาก ชื่อเรื่อง ตัวละคร และถ้อยคำจึงต่างกันไปตามผู้เล่าและท้องถิ่น บทพูดในบทความนี้ยกมาตามสะกดของฉบับที่ตีพิมพ์ ส่วนคำอ่านและความหมายยึดตามพจนานุกรมมรดกล้านนา
ค้นหาคำว่า "เจี้ยก้อม" ในพจนานุกรมมรดกล้านนา
🎯 ทดสอบคำในบทความนี้ทายคำล้านนาจากบทความ 23 คำ จำได้แค่ไหน?


