มรดกล้านนา🔍EN
พระบรมธาตุหริภุญชัยสีทองและวิหารล้านนาประดับลายคำ วัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหาร ลำพูน ยามพลบค่ำ

ภาพ: Supanut Arunoprayote / Wikimedia Commons (CC BY 4.0)

ค่าวฮ่ำสอนหญิง: อ่านค่าวคำสอนล้านนาทีละบาท

ค่าวฮ่ำ ระฯค่าฯวฯรํา (คำเมืองอ่านว่า ค่าวฮ่ำ) คือค่าวที่แต่งขึ้นเพื่อพรรณนาเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยเฉพาะ งานของหทัยวรรณ ไชยะกุล และปนัดดา บุณยสาระนัย (๒๕๖๓) จัดเนื้อหาของค่าวชาวบ้านไว้ ๑๓ ด้าน โดยด้านแรกคือ คำสอน บทความนี้ชวนอ่าน ค่าวฮ่ำสอนหญิง จากวรรณกรรมเก่าเรื่อง คร่าวร่ำคำสอนเจ้าราช ทีละบาท ดูว่าสัมผัสร้อยกันอย่างไร และเก็บคำเมืองที่ยังใช้ได้ถึงวันนี้

ถ้ายังไม่รู้จักค่าว อ่านพื้นฐานก่อนได้ที่บทความ ค่าว ซึ่งเล่าเรื่องค่าวซอ ค่าวฮ่ำ และฉันทลักษณ์ "สามตัวเหลียว เจ็ดตัวเทียว" ไว้แล้ว

ระฯค่าฯวฯรํา
ค่าวฮ่ำ
น.คร่าวที่ประพันธ์ไว้สำหรับพรรณาเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยเฉพาะ
ดูในพจนานุกรมมรดกล้านนา →

ค่าวสอนหญิงอยู่ตรงไหนในวรรณกรรมล้านนา

งานวิจัยของ พฤฒิชา นาคะผิว (๒๕๖๘) ซึ่งเทียบวรรณกรรมคำสอนสตรีของ ๔ ภูมิภาค พบว่ากวีล้านนา ไม่ค่อยแยกคำสอนผู้หญิงออกมาเป็นเรื่องเฉพาะ แต่มักเขียน "บทสอนหญิง" เป็นหมวดหนึ่งอยู่ในวรรณกรรมคำสอนคนทั่วไป และยังไม่พบฉบับปริวรรตของวรรณกรรมล้านนาที่แต่งเพื่อสอนผู้หญิงโดยเฉพาะ

ผู้วิจัยจึงศึกษา ๔ เรื่องที่มีบทสอนหญิงชัดเจน ได้แก่ คำสอนพระยามังราย ปู่เถ้าสอนหลาน โคลงวิทูรสอนโลก และ คร่าวร่ำคำสอนเจ้าราช เรื่องสุดท้ายนี้แต่งด้วยฉันทลักษณ์ค่าว และให้ "พระบาทเหนือหัว" หรือเจ้าเมืองเป็นผู้สอน รีตคลอง คือจารีตอันเป็นครรลองของคนในสังคม ซึ่งคำเมืองเรียกสั้น ๆ ว่า ฮีต รีตฯ (คำเมืองอ่านว่า ฮีต)

ℹ️ ข้อมูล
คร่าวร่ำคำสอนเจ้าราช ฉบับที่ใช้ศึกษา พระครูสถิตจิตตสังวร (เสถียร คำเกตุ) ปริวรรตจากสมุดฝรั่งอักษรธรรมล้านนา ของวัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหาร จังหวัดลำพูน ในงาน "การศึกษาเชิงวิเคราะห์คร่าวร่ำคำสอนเจ้าราช" มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (พฤฒิชา นาคะผิว อ้างเป็นฉบับ พ.ศ. ๒๕๔๕ ส่วนงานของปุณยาพร เส้าเปา และตุลาภรณ์ แสนปรน ระบุ พ.ศ. ๒๕๕๕)

บทที่ ๑: ตื่นเช้าตำข้าว อย่าให้เสียงดังทั้งบ้าน

ค่าวบทนี้สอนเรื่อง ขึด ขึดฯ (คำเมืองอ่านว่า ขึ๋ด) คือสิ่งที่ถือว่าเป็นอัปมงคล ทำแล้วจะนำความเสื่อมมาสู่ตัวเองและครอบครัว ข้อความตามฉบับปริวรรต (พฤฒิชา นาคะผิว, ๒๕๖๘ อ้างจาก คร่าวร่ำคำสอนเจ้าราช หน้า ๑๖๕) มีดังนี้

บาท ข้อความ
๑ ฝูงยอดสาวจี นารีร่างแค้ว ・ จุ่งจำชื่อได้ยังคำ
๒ คันลุกเมื่อเช้า เอาเข้าลงตำ ・ อย่าแด็กมองดัง เสียงนันทั่วบ้าน
๓ อย่าหื้อพ่อแม่ตกใจ แม่บัวไหวก้าน ・ ขึดชาเนิออย่างนั้น

คำที่พิมพ์ตัวหนาคือคำที่ส่งสัมผัสกัน ลองดูทีละคู่

คำที่ส่ง คำที่รับ สังเกต
สาวจี นารี คำท้ายวรรคแรก สัมผัสกับพยางค์ที่ ๒ ของวรรคถัดไป
ยังคำ ลงตำ คำท้ายบาทแรก ข้ามไปรับที่ท้ายวรรคในบาทถัดไป
เมื่อเช้า เอาเข้า ท้ายวรรค สัมผัสกับพยางค์ที่ ๒ ของวรรคถัดไป
ทั่วบ้าน ไหวก้าน ท้ายบาทที่ ๒ ข้ามไปรับในบาทที่ ๓

เสียงท้ายวรรคหนึ่งถูก "เกี่ยว" ไปยังวรรคถัดไปเป็นทอด ๆ ตรงกับที่พจนานุกรมอธิบาย ค่าว ระฯค่าฯวฯ (คำเมืองอ่านว่า ค่าว) ว่าร้อยสัมผัสสอดเกี่ยวกัน "เหมือนห่วงโซ่" การแบ่งบาทแบ่งวรรคในตารางนี้ยึดตามการพิมพ์ของฉบับปริวรรต ส่วนต้นฉบับเดิมเขียนต่อกันเป็นพืด แผนผังฉันทลักษณ์ที่นักวิชาการเสนอไว้ อ่านได้ในบทความ ค่าว

อ่านทีละบาท

บาท คำน่ารู้ ถอดความ
๑ ร่างแค้ว ร่างฯแฅ้วฯ (คำเมืองอ่านว่า ฮ่างแค้ว) รูปร่างสมส่วนงดงาม · จุ่ง จุ่ง (คำเมืองอ่านว่า จุ่ง) จง · จำจื่อ จำจื่ (คำเมืองอ่านว่า จ๋ำจื่อ) จดจำไว้ในใจ หญิงสาวทั้งหลาย ผู้มีรูปร่างงดงาม จงจดจำถ้อยคำนี้ไว้
๒ เช้า เชั้า (คำเมืองอ่านว่า เจ๊า) · เข้า คือข้าว · แด็กมอง กระทุ้ง กระแทกครกกระเดื่อง · นัน นั (คำเมืองอ่านว่า นัน) เสียงดังอึกทึก ถ้าตื่นเช้ามาตำข้าว อย่ากระแทกครกกระเดื่องจนเสียงดังสนั่นทั้งบ้าน
๓ หื้อ ให้ · แม่บัวไหวก้าน คำเรียกหญิงสาวอย่างเอ็นดู · ขึดชา ขึดฯชา (คำเมืองอ่านว่า ขึ๋ดจา) คำเดียวกับขึด อย่าให้พ่อแม่ตกใจ ลูกหญิงเอ๋ย ทำอย่างนั้นเป็นขึด

ครกกระเดื่องที่ใช้ตำข้าวนี้ คำเมืองเรียกว่า ฅกมอง ฅ฿กฯมอฯง (คำเมืองอ่านว่า คกมอง) พจนานุกรมอธิบายว่าเป็นครกไม้ขุดเป็นหลุมลึก ใช้คู่กับไม้กระเดื่องท่อนยาวที่ปลายมีสาก "เวลาตำใช้เท้าเหยียบปลายด้านท้าย ให้หัวสากกระดกขึ้นลงตำข้าวที่อยู่ในครก" ค่าวเรื่องเดียวกันยังห้ามนั่งบริเวณ หัวมอง คือหัวไม้กระเดื่องด้านที่มีสากอยู่ข้างล่าง เพราะถือว่าจะทำให้เสียทรัพย์

ความหมายของ แด็กมอง มาจากเชิงอรรถของพฤฒิชา นาคะผิว (๒๕๖๘) ส่วนคำถอดความทั้งบท เป็นการถอดความของมรดกล้านนาเพื่อช่วยผู้เริ่มเรียน

ขึดฯ
ขึ๋ด
ว.เสนียด,จัญไร,อัปมงคล - สิ่ง อาถรรพณ์ที่เกิดแล้วทำให้เกิดความเสื่อมถอยจากเดิมที่มีอยู่ เช่น เสื่อมจากอายุ (ทำให้อายุสั้นตายก่อนวัยอันควร), เสื่อมจากยศศักดิ์ (ทำให้ถูกลดยศ ปลดตำแหน่ง),เสื่อมจากความสุข(ทำให้เดือดร้อน แตกแยก) เป็นต้น และทำให้เกิดเหตุต่างๆ เช่น ถูกรถชน ไฟไหม้ บ้านเรือนถูกพายุพัดเสียหาย เป็นต้น ถ้าใคร "ต๋กขึ๋ด" หรือ "ถูกขึ๋ด" ก็เหมือนกับถูกอาถรรพณ์ด้วยหาสาเหตุที่แท้จริงไม่ได้ อยู่ดีๆก็เจ็บไข้ได้ป่วย ไปหาหมอ หมอก็หาสาเหตุไม่พบ ข้าวของที่มีอยู่ก็หายไปทีละเล็ก ละน้อย เป็นต้น; ขึ๋ดจา ก็ว่า. ต้องแก้ขึ๋ด ด้วยการทำพิธี "ถอนขึ๋ด" ตามจารีต ประเพณี ถ้าหากแก้ไขไม่ได้ บุคคลที่ "ต๋กขึ๋ด" ก็ต้องรับผลกรรมแห่งการกระ ทำนั้นๆ ขึ๋ดจึงเป็นเสมือนคำสอนของคน ล้านนาโบราณที่ใช้อบรมสั่งสอนลูกหลาน คนในครอบครัว คนในสังคม เพื่อให้ประ พฤติปฏิบัติตามในสิ่งที่ดีงาม แต่ถ้าไม่ดี ก็ห้ามประพฤติปฏิบัติ ช่วยให้สังคม สงบสุขร่มเย็น และยังคงรักษาวัฒนธรรม ประเพณีที่ดีงามได้อย่างยาวนาน
ดูในพจนานุกรมมรดกล้านนา →

บทที่ ๒: สัตว์เลี้ยงคือเจ้าแพงที่รัก

ค่าวตอนต่อมา (หน้า ๑๖๘ ของฉบับเดียวกัน) สอนไม่ให้ทุบตีหรือแช่งด่าสัตว์เลี้ยงในบ้าน

บาท ข้อความ
๑ เป็ดไก่หมูหมา เจ้าแพงที่รัก ・ อย่าตีด่าหย้อเมามัว
๒ แช่งด่าสัพพะ ของเลี้ยงแห่งตัว ・ หมูหมาควายวัว เป็ดไก่เป็นต้น
๓ ฮ่าปักฮ่ากิน บ่หันแต่ส้น ・ มันจักขึดชาเสื่อมร้อน

บทนี้เห็นสัมผัสห่วงโซ่ได้ชัดมาก เสียง -ัว วิ่งต่อกันสามทอด คือ เมามัว → แห่งตัว → ควายวัว แล้วเปลี่ยนไปเกี่ยวกันด้วยเสียง -้น คือ เป็นต้น → แต่ส้น

คำน่ารู้ในบทนี้

  • แพง แพงฯ (คำเมืองอ่านว่า แปง) พจนานุกรมให้ความหมายว่า "สูงค่า มีราคามาก เป็นที่รัก" เจ้าแพงที่รัก จึงหมายถึงสัตว์ที่เรารักและมีค่า คำเดียวกันนี้ใช้พูดเรื่องราคาที่กาดด้วย (ดู ไปกาดแบบคนเมือง)
  • สัพพะ สัพะ (คำเมืองอ่านว่า สั๋บป๊ะ) แปลว่า ทั้งปวง ทุกสิ่งทุกอย่าง
  • หย้อ กระทบกระเทียบ ประชด แดกดัน และ ฮ่า คือโรคห่า "ฮ่าปักฮ่ากิน" จึงเป็นคำแช่งให้ตายด้วยโรคระบาดร้ายแรง (ตามเชิงอรรถของพฤฒิชา นาคะผิว, ๒๕๖๘)

ใจความคือ เป็ด ไก่ หมู หมา ควาย วัว ที่เลี้ยงไว้ล้วนเป็นของรักของมีค่า อย่าทุบตี ด่าว่า ประชดประชันมันอย่างขาดสติ การแช่งด่าสัตว์เลี้ยงให้ตายด้วยโรคห่าเป็นขึด จะนำความเสื่อมและความเดือดร้อนมาสู่ตัวเอง

พฤฒิชา นาคะผิว (๒๕๖๘) ตีความว่า กวีล้านนาใช้ความเชื่อเรื่องขึดเป็นเครื่องมือจัดระเบียบสังคม สร้างความปลอดภัย และช่วยให้คนอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างสมดุล ไม่ใช่แค่การห้ามแบบงมงาย

เสียงคำเมืองที่ซ่อนอยู่ในค่าว

ฉบับปริวรรตเขียนคำส่วนใหญ่ด้วยตัวสะกดแบบไทยกลาง แต่ถ้าอ่านออกเสียงแบบคำเมือง จะได้ยินเสียงที่ต่างออกไป เทียบได้กับคำอ่านในพจนานุกรม

ในค่าวเขียนว่า คำเมืองอ่านว่า สังเกต
เช้า · ขึดชา เจ๊า · ขึ๋ดจา เสียง ช กลายเป็น จ
ร่างแค้ว · รีต ฮ่างแค้ว · ฮีต เสียง ร กลายเป็น ฮ เหมือน คร่าวร่ำ ที่อ่านว่า ค่าวฮ่ำ
แพง แปง เสียง พ กลายเป็น ป
เข้า เข้า (ข้าว) คำเมืองเรียกข้าวว่า "เข้า" เช่น กล่องเข้า ก่อฯงเขั้า (คำเมืองอ่านว่า ก่องเข้า) คือกล่องข้าว
หื้อ หื้อ (ให้) ใช้ในคำอื่นด้วย เช่น เขหื้อ เขหื้ (คำเมืองอ่านว่า เขหื้อ) แปลว่า บังคับให้

อีกเคล็ดหนึ่งของภาษาค่าวคือ คำซ้อน เช่น จำจื่อ ซึ่งประกอบด้วย จำ กับ จื่อ จื่ (คำเมืองอ่านว่า จื่อ) ที่แปลว่าจำเหมือนกัน ซ้อนคำความหมายเดียวกันให้ได้ทั้งจังหวะและน้ำหนัก

จำจื่
จ๋ำจื่อ
ก.จดจำ - กำหนดไว้ในใจ,จำไว้ในใจ; จื่อจ๋ำ ก็ว่า
ดูในพจนานุกรมมรดกล้านนา →

ค่าวสอนหญิงยังมีชีวิตอยู่

ค่าวฮ่ำสอนหญิงไม่ได้มีแค่ในสมุดเก่า งานของ ปุณยาพร เส้าเปา และตุลาภรณ์ แสนปรน (๒๕๖๔) ศึกษาค่าว ๗ เรื่องของ แม่ครูจันทร์ดี จันทร์หนิ้ว กวีชาวบ้านแห่งบ้านแม่หว่าง ซึ่งแต่งค่าวมากว่า ๔๐ ปี หนึ่งในนั้นคือ ค่าวฮ่ำสอนลูกผู้หญิง ผู้วิจัยยกตัวอย่างความเปรียบที่สอนให้ผู้หญิงเดินเบา ๆ อย่างมีมารยาท ว่า

"ป้อแม่สั่งสอน ยามลุกยามนอน เตียวก๋ายต๊องเต๊า ก๊อยย๊างเตียวไปย่องลัด เสมอดั่งแมวย๊างย้าย" — แม่ครูจันทร์ดี จันทร์หนิ้ว, ค่าวสอนหญิง (อ้างใน ปุณยาพร เส้าเปา และตุลาภรณ์ แสนปรน, ๒๕๖๔)

ผู้วิจัยถอดความว่า ให้ค่อย ๆ เดินไปเหมือนแมวที่ย่องเข้ามา งานชิ้นเดียวกันยังพบคำซ้อนในค่าวเรื่องนี้ เช่น เก้าเหง้า (ต้นกับราก หมายถึงต้นตระกูลแต่เก่าก่อน) และ หลายมากกว้าง

💡 เกร็ดความรู้
วรรณกรรมคำสอนล้านนาชอบสอนด้วยปริศนา เรื่อง ปู่เถ้าสอนหลาน สอนหญิงว่า "หื้อรักชู้เก่ากว่าผัว" ฟังแล้วอาจตกใจ แต่เฉลยไว้ว่า หมายถึงให้รักพ่อแม่ปู่ย่าตายาย และดูแลท่านด้วยความเคารพ (พฤฒิชา นาคะผิว, ๒๕๖๘)

สรุป

  • ค่าวฮ่ำ คือค่าวที่แต่งพรรณนาเรื่องเฉพาะ และคำสอนเป็นเนื้อหาสำคัญของค่าวชาวบ้าน
  • บทสอนหญิงของล้านนามักอยู่ในวรรณกรรมคำสอนคนทั่วไป เช่น คร่าวร่ำคำสอนเจ้าราช ซึ่งสอนฮีตและขึด
  • สัมผัสของค่าวเกี่ยวกันเป็นทอดเหมือนห่วงโซ่ เช่น เมามัว → แห่งตัว → ควายวัว
  • อ่านค่าวออกเสียงแบบคำเมือง จะได้ยินเสียง ช→จ ร→ฮ พ→ป และคำอย่าง เข้า หื้อ จุ่ง จำจื่อ แพง
  • ค่าวสอนหญิงยังมีกวีรุ่นใหม่แต่งต่อ เช่น แม่ครูจันทร์ดี จันทร์หนิ้ว

ค้นคำเมืองในค่าวเพิ่มเติมได้ใน พจนานุกรมมรดกล้านนา และอ่านสุภาษิตล้านนาที่กวีชอบยกมาประกอบคำสอนได้ที่บทความ คำบ่าเก่า

อ่านต่อในชุดเดียวกัน: อ่านค่าวหงส์หิน · คำอู้บ่าวอู้สาว หรือดูทั้งชุดที่ เรียนคำเมืองจากบทเพลงและวรรณกรรม

แหล่งอ้างอิง

ค้นหาคำว่า "ค่าวฮ่ำ" ในพจนานุกรมมรดกล้านนา

🎯 ทดสอบคำในบทความนี้ทายคำล้านนาจากบทความ 16 คำ จำได้แค่ไหน?

บทความที่เกี่ยวข้อง

จิตรกรรมฝาผนังล้านนาในวิหารลายคำ วัดพระสิงห์ เชียงใหม่ ภาพหญิงอุ้มเด็กนั่งกับชาวบ้าน มีสุนัขนั่งอยู่ข้าง ๆ

อ่านค่าวหงส์หิน: ถอดคำเมืองทีละวรรค ดูสัมผัส ฟังเสียงล้านนา

13 ตุลาคม 2569 · เรียนภาษาล้านนา

อ่านค่าวหงส์หินสองตอนทีละวรรค ตอนสลับลูกหมาแทนกุมาร และตอนผูกแขนแต่งงาน ถอดคำเมืองเทียบภาษาไทย ดูสัมผัสห่วงโซ่ และเสียง ป ต จ ที่ไทยกลางเป็…

หอไตรวัดพระสิงห์ เชียงใหม่ อาคารเก็บคัมภีร์ใบลานแบบล้านนา ตั้งอยู่บนฐานสูงประดับปูนปั้น

ค่าว: คำประพันธ์ร้อยสัมผัสของล้านนา ค่าวซอ และค่าวฮ่ำ

30 ตุลาคม 2568 · วรรณกรรม

ค่าวคือคำประพันธ์ล้านนาที่ร้อยสัมผัสต่อกันเหมือนห่วงโซ่ รู้จักค่าวซอ ค่าวฮ่ำ ค่าวก้อม ฉันทลักษณ์ "สามตัวเหลียว เจ็ดตัวเทียว" และค่าวสี่บทขอ…

ต้นพลูใบสีเขียวอ่อนรูปหัวใจ แตกยอดใหม่อยู่ในร่มไม้

คำอู้บ่าวอู้สาว: เรียนคำเมืองจากโวหารรักยามแอ่วสาว

13 ตุลาคม 2569 · เรียนภาษาล้านนา

คำอู้บ่าวอู้สาวคือโวหารรักที่หนุ่มสาวล้านนาใช้โต้ตอบกันยามแอ่วสาว อ่านทีละวรรค ทั้งบทขอขึ้นเรือนและบทพลูข้าบ่หอม พร้อมคำศัพท์ สัมผัส และเสี…

ชายขี่รถจักรยานยนต์พ่วงข้างบนถนนดินริมทุ่งนาเขียว มีเสาไฟฟ้า ต้นไม้ และทิวเขาอยู่ไกล ๆ

สาวมอเตอร์ไซค์: เรียนคำเมืองจากเพลงจรัล มโนเพ็ชร

13 ตุลาคม 2569 · เรียนภาษาล้านนา

เรียนคำเมืองจากเพลงสาวมอเตอร์ไซค์ของจรัล มโนเพ็ชร รู้จักคำว่า ปั่นรถถีบ เอิ้น กิ๋นเข้าแลง กำเดียว ร้อยซาวห้า ก๋าย ต๋ามไฟ และรถเคื่องในยุคเพ…

↑

↑ ↓ เลือก · Enter เปิด · Esc ปิด