มรดกล้านนา

🌐 Read in English

ชาวนาสองคนสวมหมวกแบกฟ่อนฟางข้าวเดินในนาขั้นบันไดที่เกี่ยวแล้ว อำเภอแม่วาง เชียงใหม่ ปลายเดือนธันวาคม มีกองฟางวางเรียงทั่วนา

ภาพ: Takeaway / Wikimedia Commons (CC BY-SA 3.0)

เดือนสามล้านนา: หน้าหนาว ตีข้าว ขึ้นหลอง และวันสำคัญ

เดือนสาม สามฯ (คำเมืองอ่านว่า สาม) คือเดือนที่สามของปีล้านนา ตรงกับเดือนอ้ายของภาคกลาง และตกราวกลางธันวาคมถึงต้นมกราคม เดือนสามล้านนา เป็นเดือนที่หนาวที่สุดเดือนหนึ่งของปี ข้าวในนาส่วนใหญ่เกี่ยวเสร็จแล้ว ชาวนาจึงตีข้าว ตากฟาง และขนข้าวขึ้นยุ้ง พร้อมทำพิธีเชิญขวัญข้าวกลับบ้าน

บทความนี้สรุปสิ่งที่ควรรู้ในเดือนสาม ทั้งวันสำคัญของปี ๒๕๖๙ งานในนาหลังเกี่ยวข้าว พิธี สู่ขวัญเข้า คำเมืองหน้าหนาว และวันเสียประจำเดือนตามคำของผู้เฒ่าผู้แก่

สามฯ
สาม
น.จำนวนสาม,ชื่อเดือนตามจันทรคติ เรียก "เดือน ๓ เหนือ" ตรงกับเดือนอ้ายของกรุงเทพฯ
ดูในพจนานุกรมมรดกล้านนา →
ℹ️ ข้อมูล
เดือนสาม ปี ๒๕๖๙ ตามปฏิทินล้านนาของมรดกล้านนา
- เริ่มเดือน: ขึ้น ๑ ค่ำ เดือนสาม ตรงกับวันพฤหัสบดีที่ ๑๐ ธันวาคม ๒๕๖๙
- เดือนเปง: ขึ้น ๑๕ ค่ำ ตรงกับวันพฤหัสบดีที่ ๒๔ ธันวาคม ๒๕๖๙
- สิ้นเดือน: แรม ๑๔ ค่ำ ตรงกับวันพฤหัสบดีที่ ๗ มกราคม ๒๕๗๐ (เดือนนี้มี ๒๙ วัน)
- เดือนถัดไป: เดือนสี่เริ่มวันศุกร์ที่ ๘ มกราคม ๒๕๗๐

เดือนสามคือเดือนอะไร

คนล้านนานับ เดือน เดิอฯร (คำเมืองอ่านว่า เดือน) เร็วกว่าภาคกลาง ๒ เดือน เมื่อพ้น เดือนยี่ เดิอฯรยี่ (คำเมืองอ่านว่า เดือนยี่) ก็ถึงเดือนสาม พจนานุกรมอธิบายคำว่าสามไว้ว่าเป็นชื่อเดือนตามจันทรคติ เรียก "เดือน ๓ เหนือ" ตรงกับเดือนอ้ายของกรุงเทพฯ ส่วนเดือนต่อไปคือ สี่ สี่ (คำเมืองอ่านว่า สี่) ซึ่งตรงกับเดือนยี่ของกรุงเทพฯ ที่มาของการนับแบบนี้อ่านได้ที่ เดือนเหนือ

เดือนสามเป็น เดือนกี้ก เดิอฯรคีกฯ (คำเมืองอ่านว่า เดือนกี้ก) คือเดือนเลขคี่ จึงมีเพียง ๒๙ วัน ต่างจากเดือนยี่ที่มี ๓๐ วัน

  • เดือนออก เดิอฯรออฯก (คำเมืองอ่านว่า เดือนออก) คือข้างขึ้น ๑๕ วัน คืนขึ้น ๑๕ ค่ำเรียกว่าเดือน เปง เพงฯ (คำเมืองอ่านว่า เปง) คือเพ็ญ
  • เดือนแฮม เดิอฯรแรมฯ (คำเมืองอ่านว่า เดือนแฮม) คือข้างแรม พจนานุกรมระบุว่าเดือนเลขคี่มีข้างแรมเพียง ๑๔ วัน
  • คืนสุดท้ายของเดือนคี่ คือแรม ๑๔ ค่ำ เรียกว่า ดั๋บหน ดัปฯห฿นฯ (คำเมืองอ่านว่า ดั๋บหน) ส่วนเดือนคู่อย่างเดือนยี่จะจบที่แรม ๑๕ ค่ำ ซึ่งเรียกว่าดั๋บเต็๋ม

วันสำคัญเดือนสาม ๒๕๖๙

วันพระในคำเมืองเรียกว่า วันศีล วันฯสีลฯฯ (คำเมืองอ่านว่า วันศีล) แบ่งเป็น วันศีลหน้อย วันฯสีลฯฯห้นฯอฯยฯ (คำเมืองอ่านว่า วันศีลหน้อย) คือขึ้นและแรม ๘ ค่ำ กับ วันศีลหลวง วันฯสีลฯฯหลฯวฯง (คำเมืองอ่านว่า วันศีลหลวง) ซึ่งพจนานุกรมระบุว่าคือขึ้น ๑๕ ค่ำ และแรม ๑๔ ค่ำในเดือนคี่ เดือนสามจึงมีวันศีลหลวงวันสุดท้ายตรงกับแรม ๑๔ ค่ำ

วันที่ วันทางจันทรคติ ความสำคัญ
พฤหัสบดี ๑๐ ธ.ค. ๒๕๖๙ ขึ้น ๑ ค่ำ เดือนสาม วันแรกของเดือนสาม
พฤหัสบดี ๑๗ ธ.ค. ๒๕๖๙ ขึ้น ๘ ค่ำ วันศีลหน้อย
พฤหัสบดี ๒๔ ธ.ค. ๒๕๖๙ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือนเปง · วันศีลหลวง
ศุกร์ ๑ ม.ค. ๒๕๗๐ แรม ๘ ค่ำ วันศีลหน้อย · ตรงกับวันขึ้นปีใหม่สากล
พฤหัสบดี ๗ ม.ค. ๒๕๗๐ แรม ๑๔ ค่ำ (ดั๋บหน) วันศีลหลวง · วันสุดท้ายของเดือนสาม

วันที่ทั้งหมดคำนวณจาก ปฏิทินล้านนาของมรดกล้านนา ปีนี้วันขึ้นปีใหม่สากลตรงกับวันศีลหน้อยพอดี ใครตั้งใจทำบุญต้นปีจึงไปวัดได้ในวันเดียวกัน งานบุญของแต่ละวัดอาจจัดคนละวัน ควรถามวัดใกล้บ้านอีกครั้ง

ในนา: ตี๋เข้า ตากเฟือง ขึ้นหลอง

เมื่อถึงเดือนสาม ข้าวนาปีส่วนใหญ่ เกี่ยวเข้า ก่ยฯวเขั้า (คำเมืองอ่านว่า เกี่ยวเข้า) เสร็จแล้ว ตัวอย่างจากจังหวัดพะเยา MGR Online (๒๕๕๙) รายงานว่าข้าวนาปีเกี่ยวในเดือนพฤศจิกายนราวร้อยละ ๘๕ และเหลือเกี่ยวในเดือนธันวาคมเพียงราวร้อยละ ๕ งานในนาเดือนนี้จึงเป็นงานหลังเกี่ยว

  • ตี๋เข้า ตีเขั้า (คำเมืองอ่านว่า ตี๋เข้า) คือฟาดข้าวให้เมล็ดร่วงจากรวง ทำบน ต๋าลาง ตาลางฯ (คำเมืองอ่านว่า ต๋าลาง) คือลานนวดข้าว
  • ห๋ะเข้า หะเขั้า (คำเมืองอ่านว่า ห๋ะเข้า) คือโปรยข้าวเปลือกที่ตีแล้วให้ลมพัดข้าวลีบและเศษต่าง ๆ ปลิวออก
  • ฟางข้าวเรียกว่า เฟือง เฟิอฯง (คำเมืองอ่านว่า เฟือง) ฟางราวสิบกำมัดรวมกันเรียกว่า ลุน ลุร (คำเมืองอ่านว่า ลุน)

ข้าวเปลือกที่สะอาดแล้วจะขึ้นไปเก็บใน หลองเข้า หลฯอฯงเขั้า (คำเมืองอ่านว่า หลองเข้า) คือยุ้งข้าว การบรรทุกข้าวไปใส่ยุ้งเรียกว่า ลากเข้าขึ้นหลอง ลากฯเขั้าขึ้นฯหลฯอฯง (คำเมืองอ่านว่า ลากเข้าขึ้นหลอง) และคนเมืองยังเลือกวันให้เหมาะด้วย พจนานุกรมมีคำว่า วันเข้าขึ้นหลอง วันฯเขั้าขึ้นฯหลฯอฯง (คำเมืองอ่านว่า วันเข้าขึ้นหลอง) คือวันที่เหมาะจะนำข้าวขึ้นเก็บในยุ้ง

เมื่อข้าวอยู่ในยุ้งแล้ว การตักข้าวออกมาก็มีตำรากำกับ คือ ปั๋กขะตืนตั๋กเข้า ปักขฯทืนฯตักฯเขั้า (คำเมืองอ่านว่า ปั๋กขะตืนตั๋กเข้า) พจนานุกรมอธิบายว่าเป็นตารางวันดีวันเสียสำหรับตักข้าวออกจากยุ้ง มักเขียนห้อยไว้ที่ยุ้งข้าว ชาวล้านนาเชื่อถือตารางนี้เวลาตักข้าวไปสี ตำ ขาย แบ่งปัน หรือทำบุญ

💡 เกร็ดความรู้
คำเมืองมีสำนวนเรื่องยุ้งข้าวที่ใช้ได้ทุกวัน คือ ไฟไหม้หลองเข้า ไฟไห้มฯหลฯอฯงเขั้า (คำเมืองอ่านว่า ไฟไหม้หลองเข้า) แปลตรงตัวว่าไฟไหม้ยุ้งข้าว แต่ความหมายคือ หิวมากจนแสบท้อง คำเรียกงานนาครบทั้งปีอ่านได้ที่ ข้าวและนาคำเมือง
ภาพเก่าการนวดข้าวด้วยควายบนลานนวดข้าว ปี พ.ศ. ๒๔๔๗
ตี๋เข้า · นวดข้าวด้วยควาย ภาพเก่า พ.ศ. ๒๔๔๗
ภาพ: G. P. Putnam's Sons / Wikimedia Commons (Public domain)
ยุ้งข้าวไม้หลังเล็กยกพื้นสูง ตั้งอยู่ข้างบ้าน
หลองเข้า · ยุ้งข้าว (ภาพจากภาคอีสาน)
ภาพ: มะเดื่อ แสลงหลวง / Wikimedia Commons (CC BY 3.0)
ทะเลหมอกยามเช้ากับแสงอาทิตย์ขึ้นเหนือทิวเขาดอยผาหม่น มีดอกไม้บานอยู่ด้านหน้า
หมอกหน้าหนาว · ทะเลหมอกที่ภูชี้ฟ้า เชียงราย
ภาพ: PONGSATHORNCH09041980 / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0)

สู่ขวัญเข้า: เชิญขวัญข้าวขึ้นยุ้ง

ชาวล้านนาเชื่อว่าข้าวมีขวัญ เรียกว่า ขวันเข้า ขัวฯรเขั้า (คำเมืองอ่านว่า ขวันเข้า) และมี ย่าขวัญเข้า ย่าขัวฯรเขั้า (คำเมืองอ่านว่า ย่าขวัญเข้า) ซึ่งพจนานุกรมเทียบกับพระแม่โพสพ เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สถิตอยู่ในต้นข้าวและเมล็ดข้าว

เมื่อเก็บเกี่ยวเสร็จ จึงมีพิธี สู่ขวัญเข้า สู่ขัวฯรเขั้า (คำเมืองอ่านว่า สู่ขวัญเข้า) พจนานุกรมอธิบายว่าเป็นการอัญเชิญย่าขวัญข้าวจากทุ่งนาไปอยู่ในยุ้งข้าวหลังเก็บเกี่ยว และเมื่อถึงฤดูทำนาก็จะเชิญกลับไปที่นาอีกครั้ง พิธีนี้จึงเหมือนการพาขวัญข้าวกลับบ้านพร้อมกับข้าวที่ขึ้นยุ้ง

สู่ขัวฯรเขั้า
สู่ขวัญเข้า
ก.เชิญขวัญข้าว - เป็นพิธีอัญเชิญวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของย่าขวัญข้าวไปประดิษฐานในที่อันสมควร ได้แก่อัญเชิญจากทุ่งนาไปประดิษฐานในยุ้งข้าวหลังจากที่ได้เก็บ เกี่ยวผลผลิตแล้ว และเมื่อถึงฤดูกาลทำนาก็จะทำพิธีอัญเชิญจากยุ้งข้าวไปประดิษ- ฐานในนาข้าวอีกครั้งหนึ่ง
ดูในพจนานุกรมมรดกล้านนา →

หลังฤดูเก็บเกี่ยว ชาวบ้านบางแห่งยังทำบุญ ล้นบาตร ล้฿นฯบาฯระฯต (คำเมืองอ่านว่า ล้นบาตร) คือใส่ข้าวเปลือกหรือข้าวสารจนท่วมบาตรเป็นกองข้าว พจนานุกรมระบุว่าเรียกอีกชื่อว่าทานดอยเงินดอยคำ ช่วงเวลาทำพิธีขึ้นกับแต่ละหมู่บ้าน

หนาวกั๋ดหนาวเย็น: คำเมืองหน้าหนาว

ช่วงเดือนธันวาคมถึงมกราคมมักเป็นช่วงที่อากาศหนาวที่สุดของปี ไทยรัฐ (๒๕๖๖) รายงานคำคาดหมายของกรมอุตุนิยมวิทยาในปีนั้นว่าช่วงหนาวเย็นที่สุดอยู่ราวต้นธันวาคมถึงปลายมกราคม ถ้าเดือนยี่คือหนาวอ๊อดฮ็อดที่กำลังสบาย เดือนสามก็คือ หนาวกั๋ดหนาวเย็น หนฯาวฯกัดฯหนฯาวฯเอยฯันฯ (คำเมืองอ่านว่า หนาวกั๋ดหนาวเย็น) แปลว่าหนาวมาก เราขอให้เป็นคำประจำเดือนสาม

หนฯาวฯกัดฯหนฯาวฯเอยฯันฯ
หนาวกั๋ดหนาวเย็น
ว.หนาวมาก
ดูในพจนานุกรมมรดกล้านนา →
คำเมือง อักษรล้านนา ความหมาย (ตามพจนานุกรม)
ใบ้บอด ใบ้บอฯด มากมหาศาล ใช้ขยายคำ เช่น หนาวไบ้หนาวบอด คือหนาวมากจนตัวสั่น
หย่อง ๆ อยฯอฯงๆ อาการสั่นสะท้าน เช่น หนาวสั่นหย่อง ๆ
โจ๊ะ ๆ โช฿ะๆ อาการสั่นระรัว อย่างสั่นเพราะหนาวมาก
หิงไฟ หิงฯไฟ ผิงไฟ รับความอุ่นจากไฟในฤดูหนาว
ไม้หลัวหิงไฟ ไม้ห฿ลฯวฯหิงฯไฟ ท่อนฟืนสำหรับก่อไฟผิงในหน้าหนาว
น้ำเหมย นาฯเหิมฯอฯ น้ำค้าง
จ๋ายเหมย จายฯเหิมฯอฯ นำของไปวางไว้ที่โล่งแจ้งเพื่อรับน้ำค้าง
เหมยขาบ เหิมฯอฯยขาปฯ แม่คะนิ้ง น้ำค้างที่แข็งตัวเพราะเย็นจัด

บนดอยสูง เช้าหน้าหนาวมักมีทะเลหมอกและบางปีมีเหมยขาบเกาะยอดหญ้า คำเรียกหมอก น้ำค้าง และลมฟ้าอากาศอื่น ๆ อ่านต่อได้ที่ ฟ้าฝนลมคำเมือง

เตรียมบุญเดือนสี่

ข้าวใหม่ที่ขึ้นยุ้งในเดือนนี้จะได้ทำบุญในเดือนหน้า คือ ตานเข้าใหม่ ทาฯนฯเขั้าไห่มฯ (คำเมืองอ่านว่า ตานเข้าใหม่) การถวายข้าวที่เก็บเกี่ยวใหม่ ซึ่งพจนานุกรมระบุว่าต้องทำก่อนจะกินข้าวใหม่นั้น อีกงานหนึ่งคือ ตานหลัวหิงไฟพะเจ้า ทาฯนฯห฿ลฯวฯหิงฯไฟระฯพเจั้า (คำเมืองอ่านว่า ตานหลัวหิงไฟพะเจ้า) การถวายฟืนก่อกองไฟให้พระพุทธรูปคลายหนาว พจนานุกรมระบุว่าจัดในวันเดือนสี่เป็ง ราวเดือนมกราคม เพราะอากาศหนาวมาก

ปี ๒๕๖๙ เดือนสี่เป็งตรงกับวันศุกร์ที่ ๒๒ มกราคม ๒๕๗๐ อ่านเรื่องพิธีถวายข้าวใหม่ได้ที่ ตานข้าวใหม่

วันเสียเดือนสาม: เสียผั๋ดกั๋บเสาร์

คนล้านนาถือ วันเสีย วันฯเสยฯ (คำเมืองอ่านว่า วันเสีย) คือวันอัปมงคลประจำแต่ละเดือน พจนานุกรมบันทึกกลอนที่ผู้เฒ่าผู้แก่ใช้ท่องจำไว้ว่า "เกี๋ยง ห้า เก้า เสียติ๊ดกั๋บจั๋น, ยี่ ห๋ก สิบ เสียอังการวันเดียว, สาม เจ็๋ด สิ๋บเอ็๋ด เสียผั๋ดกั๋บเสาร์, สี่ แปด สิ๋บสอง เสียปุ๊ดกั๋บศุ๋กร์"

ตามกลอนนี้ เดือนสาม เดือนเจ็ด และเดือนสิบเอ็ด มีวันเสียคือ วันพฤหัสบดี (ผั๋ด) กับ วันเสาร์ ปี ๒๕๖๙ จึงมีวันเสียดังนี้

  • วันพฤหัสบดี: ๑๐, ๑๗, ๒๔, ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๙ และ ๗ มกราคม ๒๕๗๐
  • วันเสาร์: ๑๒, ๑๙, ๒๖ ธันวาคม ๒๕๖๙ และ ๒ มกราคม ๒๕๗๐
ℹ️ ข้อมูล
เดือนสามปีนี้ วันศีลหลวงทั้งสองวันและวันศีลหน้อยวันแรกตรงกับวันพฤหัสบดี ซึ่งเป็นวันเสียตามกลอน พจนานุกรมอธิบายว่าคนล้านนาจะดูวันดีวันเสียก่อนทำการใด ๆ ทั้งงานมงคลและอวมงคล ส่วนงานบุญที่กำหนดด้วยวันทางจันทรคติ เช่น วันศีล ย่อมตรงกับวันของเดือนนั้นเสมอ รายละเอียดเรื่องวันเสียทุกเดือนอ่านได้ที่ วันเสียล้านนา

ลองเลือกวันในเดือนสาม แล้วดูว่าวันไหนเป็นวันเสียตามกลอน

สรุป

  • เดือนสาม คือเดือน ๓ เหนือ ตรงกับเดือนอ้ายภาคกลาง ปี ๒๕๖๙ ตรงกับ ๑๐ ธันวาคม ๒๕๖๙ ถึง ๗ มกราคม ๒๕๗๐ และมี ๒๙ วัน เพราะเป็นเดือนกี้ก
  • วันศีลของเดือนคือ ๑๗ และ ๒๔ ธันวาคม กับ ๑ และ ๗ มกราคม โดยวันขึ้นปีใหม่สากลตรงกับวันศีลหน้อย
  • งานในนาคือ ตี๋เข้า บนต๋าลาง ตากเฟือง และ ลากเข้าขึ้นหลอง พร้อมพิธี สู่ขวัญเข้า เชิญขวัญข้าวขึ้นยุ้ง
  • คำประจำเดือนคือ หนาวกั๋ดหนาวเย็น หนาวมาก
  • ตามกลอนวันเสีย เดือนสาม "เสียผั๋ดกั๋บเสาร์"

ค้นคำเกี่ยวกับเดือนและวันเพิ่มเติมได้ใน พจนานุกรมมรดกล้านนา ดูวันทางจันทรคติของทุกวันได้ที่ ปฏิทินล้านนา และอ่านเดือนก่อนหน้าได้ที่ เดือนยี่ล้านนา

แหล่งอ้างอิง

ฝึกคำจากบทความนี้

ลองเล่นบัตรคำ 40 คำจากบทความนี้ จำคำล้านนาให้แม่นขึ้น

ค้นหาคำว่า "สาม" ในพจนานุกรมมรดกล้านนา

🎯 ทดสอบคำในบทความนี้ทายคำล้านนาจากบทความ 40 คำ จำได้แค่ไหน?

📝 ลองเขียนคำเมืองบนกระดาน แล้วแชร์ให้เพื่อน →

บทความที่เกี่ยวข้อง

โคมกระดาษทรงล้านนาสีแดงและสีเหลืองแขวนเรียงกันใต้ท้องฟ้าสีครามและเมฆขาว มองจากมุมต่ำขึ้นไป

ปฏิทินล้านนา ๒๕๗๐: วันสำคัญทั้งปี วันศีล วันเสีย และยี่เป็ง

18 ตุลาคม 2569 · ประเพณี

ปฏิทินล้านนา ๒๕๗๐ ครบทั้งปี เดือนเหนือแต่ละเดือนตรงกับวันที่เท่าไร วันศีล วันเสีย ปี๋ใหม่เมือง วันพญาวัน เข้าพรรษา ออกพรรษา และยี่เป็ง ๑๓ พ…

นาข้าวเขียวที่เพิ่งดำกล้าใหม่ในอำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ มีภูเขาอยู่ด้านหลัง

ข้าวและนาในคำเมือง: เข้า นา ก้า ฮวง หลองเข้า และเหมืองฝาย

16 ตุลาคม 2569 · คำศัพท์

รวมคำเมืองเรื่องข้าวและชีวิตชาวนาจากพจนานุกรม ตั้งแต่ เข้าหนึ้ง เข้าก่ำ ก้า ฮวง ไถนา ตี๋เข้า ถึง หลองเข้า เหมืองฝาย และย่าขวัญเข้า พร้อมอัก…

โคมกระดาษแบบล้านนาหลากสีแขวนเรียงเป็นแถวใต้ท้องฟ้าสีครามยามพลบค่ำ มีโคมสีแดง เหลือง เขียว และขาว

เดือนยี่ล้านนา: ยี่เป็ง กฐิน ลมหนาว และวันสำคัญ

17 ตุลาคม 2569 · ประเพณี

เดือนยี่ล้านนาคือเดือน ๒ เหนือ ตรงกับเดือน ๑๒ ภาคกลาง ปี ๒๕๖๙ ตรงกับ ๑๐ พ.ย.–๙ ธ.ค. อ่านวันยี่เป็ง วันศีล ฤดูกฐิน วันเสีย และคำเมืองหน้าหนาว

ชาวนาสวมหมวกสานกำลังเกี่ยวข้าวสีทองด้วยเคียวในทุ่งนาเชิงเขา

ตานข้าวใหม่: ข้าวจี่ข้าวหลาม ดอยเงินดอยคำ และหิงไฟพระเจ้า

12 ตุลาคม 2569 · ประเพณี

ตานข้าวใหม่คือประเพณีถวายข้าวที่เพิ่งเก็บเกี่ยวในวันเพ็ญเดือนสี่เหนือ รู้จักข้าวจี่ข้าวหลาม ตานข้าวล้นบาตร ดอยเงินดอยคำ และหิงไฟพระเจ้า พร้…

↑

↑ ↓ เลือก · Enter เปิด · Esc ปิด