
ภาพ: JJ Harrison (https://www.jjharrison.com.au/) / Wikimedia Commons (CC BY-SA 3.0)
ค่าว: คำประพันธ์ร้อยสัมผัสของล้านนา ค่าวซอ และค่าวฮ่ำ
ค่าว ระฯค่าฯวฯ (คำเมืองอ่านว่า ค่าว) คือ คำประพันธ์ของล้านนา ที่ร้อยคำให้สัมผัสสอดเกี่ยวกันไปเป็นสาย พจนานุกรมมรดกล้านนาเปรียบว่า "เหมือนห่วงโซ่" ค่าวเคยเป็นทั้งนิทานที่คนทั้งหมู่บ้านนั่งฟัง จดหมายรักของหนุ่มสาว และคำสอนของปู่ย่า รู้จักค่าวจึงเหมือนได้ยินเสียงของคนล้านนารุ่นก่อนพูดกับเรา
ค่าวคืออะไร
พจนานุกรมอธิบายว่าค่าวคือ "คำประพันธ์ที่มีลักษณะร้อยสัมผัสสอดเกี่ยวกันไป มีการเรียบเรียงถ้อยคำให้เป็นระเบียบเหมือนห่วงโซ่ เป็นวรรณกรรมที่มีคุณค่าทางภาษาของล้านนา" และยังบันทึกความหมายที่สองไว้ด้วย คือ เจื้อกค่าว หรือเชือกคร่าว เชือกเส้นใหญ่และยาว ภาพของเชือกยาวที่ร้อยต่อกันไม่ขาดสายนี้ ช่วยให้จำลักษณะของค่าวได้ง่าย
ในงานของ ยุทธพร นาคสุข (๒๕๖๒) อธิบายว่า เดิมคำว่า "คร่าว" หรือ "ค่าว" หมายถึง เรื่องราวหรือข่าวสาร ซึ่งจะแต่งด้วยคำประพันธ์แบบใดก็ได้ ต่อมาจึงกลายเป็นชื่อของคำประพันธ์ที่แต่งขึ้นเพื่อเล่าเรื่องราว และมีข้อบังคับทั้งจำนวนคำ สัมผัส และเสียงวรรณยุกต์
คนล้านนาชื่นชมคนที่พูดจาคล้องจองเป็นค่าวได้ ภาษาล้านนามีคำเรียกถ้อยคำแบบนี้ว่า กำค่าวกำเคือ คำฯระฯค่าวฯคำฯระฯคิอฯอ (คำเมืองอ่านว่า กำค่าวกำเคือ) คือ "คำพูดที่มีการสัมผัสคล้องจองเป็นบทร้อยกรองที่ไพเราะ" งานของพระครูวิมลศิลปกิจ (๒๕๖๐) ระบุว่า คนสมัยก่อนเชื่อว่าคนที่พูดเป็นกำค่าวกำเคือได้ คือคนฉลาด มีสติปัญญา
ค่าวมีกี่แบบ
พจนานุกรมมรดกล้านนาเก็บชื่อค่าวไว้หลายชนิด แบ่งตามความยาว จุดประสงค์ และเนื้อเรื่อง ดังนี้
| ชนิด | อักษรล้านนา | ความหมาย (ตามพจนานุกรม) |
|---|---|---|
| ค่าวซอ | ระฯค่าฯวฯซํอฯ | ค่าวที่ประพันธ์ไว้สำหรับการซอ |
| ค่าวฮ่ำ | ระฯค่าฯวฯรํา | ค่าวที่ประพันธ์ไว้สำหรับพรรณนาเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยเฉพาะ |
| ค่าวทำ (คร่าวธัมม์) | ระฯค่าฯวฯธัม์มฯ | ค่าวซอหรือค่าวฮ่ำที่เนื้อเรื่องเป็นชาดกต่าง ๆ |
| ค่าวเคือ | ระฯค่าฯวฯระฯเคิอฯอ | ค่าวยาว เป็นโวหารต่อเนื่อง มักเป็นนิยายหรือคำสอน |
| ค่าวก้อม | ระฯค่าฯวฯก้อฯม | ค่าวสั้น เป็นคำสอนหรือโวหารกินใจ นิยมแต่ง ๔ วรรค วรรคละ ๔ คำ |
| ค่าวใจ๊ | ระฯค่าฯวฯไช้ | ค่าวที่แต่งเป็นจดหมายรักระหว่างหนุ่มสาว |
| ค่าวว้อง | ระฯค่าฯวฯว้อฯง | ค่าวสั้นที่เนื้อร้องวนไปเวียนมาไม่มีจบ |
ค่าวฮ่ำ มาจากคำว่า ฮ่ำ รา (คำเมืองอ่านว่า ฮ่ำ) ซึ่งตรงกับคำว่า "ร่ำ" แปลว่า บรรยายโดยละเอียด พรรณนา ค่าวฮ่ำจึงเป็นค่าวที่พรรณนาความรู้สึกหรือเรื่องราวอย่างลึกซึ้ง
ส่วน ค่าวซอ ใช้สำหรับ ซอ ซํอฯ (คำเมืองอ่านว่า ซอ) คือการขับเพลงพื้นบ้านล้านนา และยังใช้เล่าเรื่องยาวแบบนิทานด้วย
ฉันทลักษณ์: "สามตัวเหลียว เจ็ดตัวเทียว"
ค่าวมีข้อบังคับ ๓ ด้าน คือ จำนวนคำ สัมผัส ทั้งภายในบทและระหว่างบท และ เสียงวรรณยุกต์ แต่ยุทธพร นาคสุข (๒๕๖๒) ชี้ว่า ในเอกสารล้านนาไม่เคยพบแผนผังฉันทลักษณ์ของค่าวเลย คนโบราณเขียนค่าวต่อเนื่องกันไปโดยไม่แบ่งบท แบ่งแค่เป็นวรรค ๆ และใช้วิธีอ่านทดสอบ ถ้าอ่านแล้วไม่ราบรื่นก็ต้องแก้ใหม่
คนแต่งค่าวรุ่นเก่ามีคำกล่าวช่วยจำว่า "สามตัวเหลียว เจ็ดตัวเทียว บาทหลังบาทหน้า" (ยุทธพร นาคสุข, ๒๕๖๒ อ้างจาก อุดม รุ่งเรืองศรี) ยุทธพรอธิบายว่า แต่ละจังหวะของการอ่าน (เทียว) มี ๗ คำ วรรคหน้ามี ๓ คำ วรรคหลังมี ๔ คำ และวรรคหลังจะมีเสียง "เหลียว" ย้อนกลับมาสัมผัสกับคำที่ ๓ ของวรรคหน้า แล้วส่งสัมผัสต่อกันไปเรื่อย ๆ อย่างไรก็ดี หลักนี้เป็นเพียงข้อกำหนดกว้าง ๆ บางวรรคอาจมีคำมากหรือน้อยกว่านี้ได้
- บทแรก มี ๑๑ วรรค วรรคแรก ๓ คำ วรรคต่อไปวรรคละ ๔ คำ ยกเว้นวรรคที่ ๑๑ มี ๖ คำ
- บทที่ ๒ เป็นต้นไป มี ๑๐ วรรค วรรคละ ๔ คำ ยกเว้นวรรคที่ ๓ มี ๕ คำ และวรรคที่ ๑๐ มี ๖ คำ
- บทสุดท้าย มักมีวรรคท้ายเป็น "สร้อย" บอกว่าจบแล้ว เช่น "เท่าอี้ก่อนแหล่นายเหย"
ลองดูวรรคแรกของ ค่าวสี่บท บทมโนเนือง ซึ่งยุทธพรยกมาเป็นตัวอย่าง (สะกดตามเสียง) ว่า "มโนเนือง / จี๋เหลืองเหี่ยวม้วย / ป๋านดั่งกล้วย / บ่มไว้ในขุม" จะเห็นว่าวรรคแรกมี ๓ คำ แล้ววรรคต่อมามีวรรคละ ๔ คำตามแผนผัง
นักวิชาการเห็นต่างกันเรื่องแผนผัง
- สิงฆะ วรรณสัย (๒๕๐๓) กำหนดแผนผังบทแรกและบทดำเนินเรื่อง ต่อมา อุดม รุ่งเรืองศรี เรียบเรียงงานของท่านใน พ.ศ. ๒๕๒๔ และเพิ่มบทลงท้ายเป็น ๑๑ วรรค
- ประคอง นิมมานเหมินท์ (๒๕๐๙) ผู้ทำวิทยานิพนธ์เรื่องลักษณะวรรณกรรมภาคเหนือ ซึ่งถือเป็นวิทยานิพนธ์เรื่องแรกของไทยที่ศึกษาวรรณกรรมท้องถิ่น กำหนดบทลงท้ายเป็น ๗ วรรค และปรับข้อบังคับเรื่องเสียงวรรณยุกต์บางตำแหน่ง
- ยุทธพร นาคสุข (๒๕๖๒) เสนอแผนผังใหม่ที่กระชับขึ้น ให้บทขึ้นต้นมี ๑ บาท บทดำเนินเรื่องมี ๓ หรือ ๒ บาท และบทลงท้ายมี ๑ บาท เพื่อให้ตรงกับการขับของศิลปินจริง และพบว่าค่าวซอยุคเก่าบางเรื่องมีรูปแบบตรงกับที่เสนอ
ข้อบังคับเรื่องเสียงวรรณยุกต์ในงานเหล่านี้ ยึดเสียงของภาษาเชียงใหม่เป็นหลัก
ค่าวซอ: นิทานคำกลอนของล้านนา
งานของ ณัฐพงษ์ ปัญจบุรี และศิริสาร เหมือนโพธิ์ทอง (๒๕๖๕) อธิบายว่า ค่าวซอมีเนื้อเรื่องมาจากคัมภีร์สำหรับพระเทศน์ที่เรียกว่า ธรรมค่าว หรือ ค่าวธรรม ส่วนมากเป็นชาดกนอกนิบาต รวมทั้งปัญญาสชาดก ค่าวซอจึงคล้ายนิทานคำกลอนแบบจักร ๆ วงศ์ ๆ และนักวิชาการสันนิษฐานว่าฉันทลักษณ์ค่าวเกิดขึ้นเมื่อราว ๒๐๐ ปีที่ผ่านมา
ผู้แต่งค่าวซอยุคแรกที่งานชิ้นนี้กล่าวถึง เช่น พระยาโลมาวิสัย ผู้แต่งเรื่องหงส์ผาคำ และ พระยาพรหมเทพ ชาวลำพูน ผู้แต่งเรื่อง เจ้าสุวัตรนางบัวคำ (แต่วิทยานิพนธ์ของ อุดม รุ่งเรืองศรี (๒๕๑๖) ซึ่งอ้าง มณี พยอมยงค์ ระบุว่าเรื่องนี้เป็นผลงานของพระยาโลมาวิสัย แหล่งข้อมูลจึงยังไม่ตรงกัน) พจนานุกรมมรดกล้านนายกวรรคเปิดเรื่องนี้ไว้ในคำว่า ไขตำนอง ไขทำนอฯง (คำเมืองอ่านว่า ไขตำนอง) ซึ่งแปลว่า กล่าวถึงเรื่องราว ว่า "ฟังระฟังราหมู่จุมปี้น้อง จั๋กไขตำนองเรื่องนางบัวฅำ ไปต๋ามระบำออกในธัมม์พระเจ้า…"
ค่าวซอที่มีชื่อเสียงอีกเรื่องคือ หงส์หิน ห฿ง์สฯฯหินฯ (คำเมืองอ่านว่า หงส์หิน) ซึ่งพจนานุกรมระบุว่าแต่งเป็นอักษรล้านนาโดย เจ้าสุริยวงศ์ ราชบุตรของพระเจ้าอินทวิชยานนท์ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่องค์ที่ ๗
คนล้านนาไม่ได้อ่านค่าวในใจ แต่นิยม "เล่าค่าว" เลั่าระฯค่าฯวฯ คือการอ่านออกเสียงเป็นทำนองต่าง ๆ เช่น ทำนองวิงวอน ทำนองโก่งเฮียวบง และทำนองม้าย่ำไฟ ผู้ฟังได้ทั้งความบันเทิงและธรรมะที่เข้าใจง่ายกว่าการฟังเทศน์ เพราะผู้แต่งได้ปรับภาษาบาลีในค่าวธรรมให้เป็นภาษาที่ชาวบ้านเข้าใจ (ณัฐพงษ์ ปัญจบุรี และศิริสาร เหมือนโพธิ์ทอง, ๒๕๖๕)
จากใบลานสู่โรงพิมพ์
เดิมค่าวถูกจารลงใน ใบลาน ไบลานฯ (คำเมืองอ่านว่า ใบลาน) และเขียนลงใน ปั๊บสา พัปฯสา (คำเมืองอ่านว่า ปั๊บสา) คือสมุดกระดาษสา ด้วย ตั๋วเมือง ต฿วฯเมิอฯง (คำเมืองอ่านว่า ตั๋วเมือง) หรืออักษรธรรมล้านนา คัมภีร์ใบลานเหล่านี้เก็บรักษาไว้ใน หอธรรม หํอฯธัม์มฯ (คำเมืองอ่านว่า หอธรรม) ของวัด เช่นหอไตรวัดพระสิงห์ในภาพด้านบน
เมื่อคนนิยมอ่านและฟังค่าวมากขึ้น ก็คัดลอกต่อกันมาเป็นจำนวนมาก จุดเปลี่ยนสำคัญคือ โรงพิมพ์ ณัฐพงษ์และศิริสาร (๒๕๖๕) เล่าว่า
- ใน พ.ศ. ๒๔๓๕ มิชชันนารีคณะอเมริกันเพรสไบทีเรียนตั้งโรงพิมพ์แห่งแรกในภาคเหนือที่เชียงใหม่
- ต่อมาใน พ.ศ. ๒๔๖๖ นายเมืองใจ ชัยนิลพันธ์ ซึ่งเคยทำงานในโรงพิมพ์นี้ ซื้อกิจการต่อ และเริ่มพิมพ์เอกสารท้องถิ่น รวมทั้งค่าวซอ
- ค่าวซอพิมพ์ครั้งละ ๕๐๐–๔,๐๐๐ เล่ม และโรงพิมพ์ยังจ้างกวีให้แต่งเรื่องใหม่จากชาดกที่น่าสนใจด้วย
งานวิจัยชิ้นนี้ศึกษาค่าวซอที่พิมพ์ด้วยอักษรธรรมล้านนาระหว่าง พ.ศ. ๒๔๖๐–๒๔๙๘ ถึง ๒๔ เรื่อง และพบว่าผู้แต่งได้สอดแทรกภาพสังคมร่วมสมัยไว้ เช่น ดนตรีที่ใช้ต้อนรับ ใช้ในงานมหรสพ และใช้ให้สัญญาณ
พระยาพรหมโวหาร และค่าวสี่บท
กวีที่คนล้านนายกย่องว่าเป็น กวีเอก คือ พระยาพรหมโวหาร ผลงานชิ้นเอกของท่านคือ ค่าวนางจม หรือ ค่าวสี่บท สี่บ฿ทฯ (คำเมืองอ่านว่า สี่บ๋ท)
งานของ พระครูวิมลศิลปกิจ (เรืองฤทธิ์ แก้วเปียง) (๒๕๖๐) ระบุว่า ค่าวสี่บทมี ๔ บท คือ บทรอมถนัด บทเจตนา บทดวงสลิด และ บทมโนเนือง ท่านแต่งถึง ศรีชม ซึ่งหนีจากเมืองลับแลไปอยู่กับญาติที่เมืองแพร่ ทั้ง ๔ บทพรรณนาความรัก ความห่วงหาอาลัย และสอดแทรกคำสอนไว้มาก ผู้วิจัยพบหลักธรรมในเรื่องนี้ถึง ๙๙ ประการ (พจนานุกรมเรียกศรีชมว่า "เมียรัก" ส่วนงานวิจัยเรียกว่า "คนรัก")
วรรคที่คนจำได้มากที่สุดวรรคหนึ่ง พจนานุกรมยกไว้ในคำว่า เมาฮัก เมัารักฯ (คำเมืองอ่านว่า เมาฮัก) และ ยอดม้อนกำอู้ ยอฯดม้อฯรคำฯอู้ (คำเมืองอ่านว่า ยอดม้อนกำอู้) คือถ้อยคำที่มีคุณค่า ควรจดจำไว้เตือนใจ
ยามเมื่อฮักน้ำส้มว่าหวาน ใจ๋บ่เจยบานน้ำต๋าลว่าส้ม — พระยาพรหมโวหาร, ค่าวฮ่ำนางจม (อ้างในพจนานุกรมมรดกล้านนา)
ถอดความได้ว่า ยามมีความรัก แม้น้ำส้มก็ว่าหวาน แต่เมื่อใจไม่ชื่นบาน แม้น้ำตาลก็ว่าเปรี้ยว วรรคเดียวนี้แสดงให้เห็นว่าค่าวใช้คำง่าย ๆ ในชีวิตประจำวัน มาพูดถึงความรู้สึกที่ลึกที่สุดได้อย่างไร
งานชิ้นเดียวกันระบุว่า ท่านถึงแก่กรรมด้วยโรคชราเมื่ออายุ ๘๕ ปี ใน พ.ศ. ๒๔๓๐
ค่าวในชีวิตคนล้านนา
ค่าวไม่ได้อยู่แค่ในหนังสือ แต่แทรกอยู่ในชีวิตประจำวันหลายรูปแบบ
- ค่าวก้อม ใช้สอนลูกหลานสั้น ๆ พจนานุกรมยกตัวอย่างค่าวก้อม ๔ วรรค วรรคละ ๔ คำ ว่า "ปี้แอบฮักน้อง ลักจองในใจ๋ ป๋ะน้องเมื่อใด หัวใจ๋ตื่นเต้น"
- กำอู้บ่าวอู้สาว คำฯอู้บ่าฯวฯอู้สาวฯ (คำเมืองอ่านว่า กำอู้บ่าวอู้สาว) คือคำโวหารที่หนุ่มสาวใช้โต้ตอบพรอดรักกัน ซึ่งพระครูวิมลศิลปกิจ (๒๕๖๐) ระบุว่าได้อิทธิพลจากค่าวสี่บท
- จ๊อย ช้อฯยฯ (คำเมืองอ่านว่า จ๊อย) คือการขับลำนำจากคำประพันธ์แบบซอหรือค่าว ของหนุ่มที่ไปแอ่วสาวตอนกลางคืน
- เพงซอ เพลฯงซํอฯ (คำเมืองอ่านว่า เพงซอ) คือเนื้อร้องสำหรับการซอ มีทั้งบทเกี้ยวพาราสี เรื่องประวัติศาสตร์ และการชมนกชมไม้
ปัจจุบันค่าวไม่ค่อยได้รับความสนใจจากคนรุ่นใหม่ งานของพระครูวิมลศิลปกิจ (๒๕๖๐) จึงเสนอแนวทางสืบทอด เช่น สอนในโรงเรียนภาคเหนือ จัดประกวดแต่งค่าวและเล่าค่าว และตั้งชมรมคนรักค่าวในชุมชน
สรุป
- ค่าว (คร่าว) คือคำประพันธ์ล้านนาที่ร้อยสัมผัสต่อกันเหมือนห่วงโซ่ เดิมคำนี้หมายถึง "เรื่องราว ข่าวสาร"
- ค่าวมีหลายชนิด เช่น ค่าวซอ สำหรับขับเล่าเรื่อง ค่าวฮ่ำ สำหรับพรรณนา ค่าวก้อม แบบสั้น และ ค่าวใจ๊ ที่เป็นจดหมายรัก
- หลักจำง่ายคือ "สามตัวเหลียว เจ็ดตัวเทียว" ส่วนแผนผังฉันทลักษณ์ฉบับเต็มกำหนดขึ้นใน พ.ศ. ๒๕๐๓ และนักวิชาการยังเสนอปรับปรุงกันอยู่
- ค่าวซอเดิมจารในใบลานและปั๊บสา แล้วแพร่หลายมากเมื่อมีโรงพิมพ์ในเชียงใหม่
- พระยาพรหมโวหาร คือกวีเอก ผู้แต่ง ค่าวสี่บท หรือค่าวฮ่ำนางจม
ค้นชื่อค่าวชนิดอื่น ๆ ได้ใน พจนานุกรมมรดกล้านนา และอ่านคำจ๊อยหนุ่มแอ่วสาวตัวอย่างได้ในบทความ กว่างล้านนา
แหล่งอ้างอิง
- พจนานุกรมมรดกล้านนา: ค่าว · ค่าวซอ · ค่าวฮ่ำ · ค่าวนางจม · ไขตำนอง
- อุดม รุ่งเรืองศรี. (๒๕๑๖). วรรณกรรมลานนาไทยเรื่องหงส์หินของเจ้าสุริยวงศ์. วิทยานิพนธ์อักษรศาสตรมหาบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (บทที่ ๑, ๓, ๔ สรุปผลการวิจัย และภาคผนวก ง–จ ซึ่งอ้าง มณี พยอมยงค์, ประวัติและวรรณคดีลานนาไทย)
- ยุทธพร นาคสุข. (๒๕๖๒). ข้อเสนอในการจัดแผนผังฉันทลักษณ์คร่าวซอ. วารสารภาษา ศาสนา และวัฒนธรรม ๘(๑)
- ณัฐพงษ์ ปัญจบุรี และศิริสาร เหมือนโพธิ์ทอง. (๒๕๖๕). บทบาทหน้าที่ของดนตรีที่ปรากฏในวรรณกรรมค่าวซอล้านนา. วารสารไทยศึกษา ๑๘(๒)
- พระครูวิมลศิลปกิจ (เรืองฤทธิ์ แก้วเปียง). (๒๕๖๐). วิเคราะห์เนื้อหาและหลักธรรมที่ปรากฏในวรรณกรรมล้านนาค่าวสี่บทพระยาพรหมโวหาร. วารสารมหาวิทยาลัยศิลปากร ฉบับภาษาไทย ๓๗(๒)
ค้นหาคำว่า "ค่าว" ในพจนานุกรมมรดกล้านนา
🎯 ทดสอบคำในบทความนี้ทายคำล้านนาจากบทความ 27 คำ จำได้แค่ไหน?


