มรดกล้านนา🔍EN
จิตรกรรมฝาผนังล้านนาในวิหารลายคำ วัดพระสิงห์ เชียงใหม่ ภาพหญิงอุ้มเด็กนั่งกับชาวบ้าน มีสุนัขนั่งอยู่ข้าง ๆ

ภาพ: Fotograf / Photographer: Heinrich Damm (User:Hdamm, Hdamm at de.wikipedia.org) / Wikimedia Commons (CC BY-SA 3.0)

อ่านค่าวหงส์หิน: ถอดคำเมืองทีละวรรค ดูสัมผัส ฟังเสียงล้านนา

หงส์หิน ห฿ง์สฯฯหินฯ (คำเมืองอ่านว่า หงส์หิน) คือค่าวซอเรื่องดังของล้านนา ที่คนรุ่นปู่ย่าตายายนั่งฟังกันเป็นวง บทความนี้ไม่เล่าเรื่องซ้ำ (อ่านเรื่องย่อได้ที่บทความ หงส์หิน) แต่จะหยิบค่าว สองตอน มาอ่านช้า ๆ ทีละวรรค ดูว่าคำเมืองแต่ละคำหมายถึงอะไร สัมผัสร้อยกันอย่างไร และทำไมคำที่ไทยกลางออกเสียง พ ท ช คนเมืองจึงอ่านเป็น ป ต จ

ห฿ง์สฯฯหินฯ
หงส์หิน
น.คร่าวฮ่ำ ที่แต่งเป็นอักษรล้านนา โดยเจ้าสุริยวงศ์ ราชบุตรของพระเจ้าอินทวิชยานนท์ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ องค์ที่ ๗; ดู...ค่าวฮ่ำ
ดูในพจนานุกรมมรดกล้านนา →

ตัวบทที่ใช้ และวิธีอ่าน

ค่าวทั้งสองตอนยกมาจาก ค่าวซอ ระฯค่าฯวฯซํอฯ (คำเมืองอ่านว่า ค่าวซอ) เรื่องหงส์หิน ฉบับพิมพ์อักษรไทยของร้านประเทืองวิทยา (เชียงใหม่, ๒๕๑๑) ตามที่ ภคภต เทียมทัน (๒๕๖๗) อ้างไว้ในบทความวิจัย โดยคงตัวสะกดตามต้นฉบับ ฉบับนี้สะกดตามเสียงคำเมือง จึงอ่านออกเสียงได้ทันที

มรดกล้านนาเทียบทุกวรรคกับฉบับที่ อุดม รุ่งเรืองศรี (๒๕๑๖) ถอดจากฉบับพิมพ์อักษรล้านนาครั้งแรกของ เจ้าสุริยวงศ์ ในวิทยานิพนธ์ของท่าน พบว่าถ้อยคำตรงกัน ต่างกันที่ตัวสะกด ซึ่งเป็นบทเรียนสำคัญของบทความนี้ (ดูหัวข้อ "เขียน พ อ่าน ป")

ℹ️ ข้อมูล
อ่านตารางอย่างไร: ค่าวเขียนต่อกันเป็นบรรทัด บรรทัดละ ๔ วรรค ตารางแรกของแต่ละตอนแสดงค่าวตามบรรทัด คำที่เป็น ตัวหนา คือคำที่สัมผัสกัน ตารางที่สองถอดความทีละวรรค

ตอนที่ ๑: สลับลูกหมาแทนกุมาร

ในบทที่ ๒ ของเรื่อง มเหสีรองทั้งหกรู้ว่า นางวิมาลา มเหสีเอกจะประสูติพระโพธิสัตว์ จึงวางแผนกันว่า

วรรค ๑ วรรค ๒ วรรค ๓ วรรค ๔
๑ กันวิมาลา จักประสูติต๊อง พระเจืองเจ้า โพธา
๒ หื้อนางนึ่งนั้น เอาสุนักขา อันบ่พรากกา ปั๊ดนมแม่ได้
๓ ใส่ภูษา ปามาที่ใกล้ เมื่อจ๋อมนงวัย ปวดต๊อง

ที่มา: ค่าวซอหงส์หิน (๒๕๑๑) หน้า ๓ อ้างใน ภคภต เทียมทัน (๒๕๖๗)

วรรค เทียบภาษาไทยกลาง ถอดความ
กันวิมาลา ครั้นวิมาลา เมื่อนางวิมาลา
จักประสูติต๊อง จักประสูติ (จาก) ท้อง จะประสูติ
พระเจืองเจ้า โพธา พระ...เจ้า โพธิสัตว์ พระโพธิสัตว์ผู้เป็นใหญ่
หื้อนางนึ่งนั้น ให้นางคนหนึ่งนั้น ให้พวกเราคนหนึ่ง
เอาสุนักขา เอาสุนัข เอาลูกหมามา
อันบ่พรากกา ที่ยังไม่พรากจาก (แม่) ตัวที่ยังไม่พรากจากแม่
ปั๊ดนมแม่ได้ (ยัง) กินนมแม่ได้ ยังกินนมแม่อยู่
ใส่ภูษา ใส่ผ้า ห่อผ้าไว้
ปามาที่ใกล้ พามาไว้ที่ใกล้ ๆ นำมาไว้ใกล้ ๆ
เมื่อจ๋อมนงวัย ปวดต๊อง เมื่อยอดนางสาวปวดท้อง ตอนที่พระนางเจ็บครรภ์

ถอดความทั้งตอน: เมื่อนางวิมาลาจะประสูติพระโพธิสัตว์ ให้พวกเราคนหนึ่งเอาลูกหมาที่ยังกินนมแม่อยู่ ห่อผ้าไว้ แล้วนำมาไว้ใกล้ ๆ ตอนที่พระนางเจ็บครรภ์

คำที่ควรรู้ในตอนนี้

  • ต๊อง ท้อฯง คือ ท้อง พจนานุกรมให้ความหมายว่า "ท้อง; ตั้งครรภ์, มีครรภ์" คำว่า ปวดต๊อง ในวรรคสุดท้ายจึงหมายถึงเจ็บครรภ์จะคลอด
  • หื้อ หื้ คือ ให้ และ นึ่ง นึ่งฯ คือ หนึ่ง "หื้อนางนึ่งนั้น" จึงแปลว่า ให้นางคนหนึ่ง
  • บ่ บ คือ ไม่ ส่วน พราก ฯระฯพากฯ คือ จากไป แยกจากกัน
  • ปั๊ด พัดฯ ตรงกับคำไทย "พัด" พจนานุกรมให้ไว้หลายความหมาย คือ กระพือ ฟาด ตัด และ กิน ในวรรคนี้ใช้ความหมายว่ากิน (นม)
  • ปา พา คือ พา นำไป และ ใกล้ ที่ฉบับพิมพ์เขียนตามรูปไทย คนเมืองอ่านว่า ไก้ ไก้ลฯ
  • จ๋อม จอฯม คือ จอม ยอดเยี่ยมในหมู่พวก และ นง น฿งฯ คือ นาง สตรี สาว "จ๋อมนงวัย" จึงเป็นคำยกย่องนางวิมาลาว่าเป็นยอดสตรี
  • กวีไม่ใช้คำว่า หมา หมฯา ตรง ๆ ในตอนนี้ แต่ใช้คำบาลี "สุนักขา" ให้ได้เสียง "-า" มาสัมผัส
⚠️ ข้อควรระวัง
คำที่ยังไม่พบในพจนานุกรม: "เจือง" ใน พระเจืองเจ้า ไม่มีเป็นคำตั้ง แต่พจนานุกรมมีคำว่า เป๋นเจื่อง เปนฯเจิ่อฯง แปลว่า "เป็นใหญ่, มีอานุภาพมาก" (ฉบับของอุดม รุ่งเรืองศรี ก็เขียนว่า "เจื่อง") คำนี้จึงน่าจะเป็นคำยกย่องทำนองเดียวกัน มรดกล้านนาถอดความไว้ว่า "ผู้เป็นใหญ่" เพื่อรอการตรวจสอบต่อไป

ตอนที่ ๒: ผูกแขนตามฮีตเดิม

ตอนนี้อยู่ช่วงกลางเรื่อง เมื่อกุมารได้ธิดาพญายักษ์เป็นชายา พิธีจัดอย่างรีบเร่ง แต่ยังทำตามธรรมเนียมผูกแขนบ่าวสาว

วรรค ๑ วรรค ๒ วรรค ๓ วรรค ๔
๑ เพราะรีบเร็ว บ่ปอพิลึก ทำการหื้อ นงเยาว์
๒ ปอหื้อแล้ว ตามรีตเดิมเขา ผูกแขนองค์เรา บุตรีลูกเต้า
๓ เงื่อนนึ่งผูกแขน โพธิสัตว์เจ้า จู๋งจั๊กเข้าสู่ หอนาง

ที่มา: ค่าวซอหงส์หิน (๒๕๑๑) หน้า ๓๙ อ้างใน ภคภต เทียมทัน (๒๕๖๗)

วรรค เทียบภาษาไทยกลาง ถอดความ
เพราะรีบเร็ว บ่ปอพิลึก เพราะรีบเร็ว ไม่พอ (จะ) พิสดาร เพราะต้องรีบ จึงจัดได้ไม่ใหญ่โตนัก
ทำการหื้อ นงเยาว์ ทำการให้นางสาว จัดงานให้เจ้าสาว
ปอหื้อแล้ว พอให้ (เสร็จ) แล้ว พอเสร็จพิธี
ตามรีตเดิมเขา ตามจารีตเดิมของเขา ตามธรรมเนียมแต่เดิม
ผูกแขนองค์เรา บุตรีลูกเต้า ผูกแขนธิดาของเรา ผูกแขนลูกสาวของเรา
เงื่อนนึ่งผูกแขน โพธิสัตว์เจ้า อีกเงื่อนหนึ่งผูกแขนพระโพธิสัตว์ อีกเงื่อนผูกแขนเจ้าบ่าว
จู๋งจั๊กเข้าสู่ หอนาง จูงชักเข้าสู่ห้องนาง แล้วจูงทั้งคู่เข้าเรือนหอ

ถอดความทั้งตอน: เพราะต้องรีบ งานจึงจัดให้เจ้าสาวได้ไม่ใหญ่โตนัก พอเสร็จพิธีตามธรรมเนียมเดิม ก็ผูกแขนลูกสาว อีกเงื่อนหนึ่งผูกแขนพระโพธิสัตว์ แล้วจูงทั้งสองเข้าสู่เรือนหอ

คำที่ควรรู้ในตอนนี้

  • ปอ พํอฯ คือ พอ เพียงพอ ในตอนนี้ใช้สองครั้ง "บ่ปอพิลึก" คือไม่ถึงขั้นพิสดาร และ "ปอหื้อแล้ว" คือพอทำเสร็จ
  • ลูกเต้า ลูกเตั้า คือ ลูก ลูก ๆ "บุตรีลูกเต้า" จึงซ้อนคำบาลีกับคำเมืองที่แปลว่าลูกสาวเหมือนกัน
  • จู๋ง จูง คือ จูง และ จั๊ก ชักฯ คือ ชัก ดึง "จู๋งจั๊ก" จึงเป็นคำซ้อน แปลว่าจูงพาไป
  • หอ หํอฯ คือ เรือนหรืออาคารที่สร้างขึ้นเพื่อใช้เฉพาะกิจ ในที่นี้ "หอนาง" คือเรือนหอของเจ้าสาว
รีตฯ
ฮีต
น.จารีต - ภาษาไทยถิ่นเหนือ (คำเมือง) เรียก ''ฮีต''; ฮีต คือประเพณีที่เป็นบรรทัดฐานทางสังคมที่คนยอมรับนับถือจนเกิดความเคยชิน เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับชีวิตประจำวันของบุคคลในสังคมที่เคยปฏิบัติกันมา จารีตบางอย่างเป็นแบบแผนที่สมาชิกในสังคมต้องปฏิบัติโดยเคร่งครัด มีความสำคัญมากกว่าวิถีประชา หากใครฝ่าฝืนจะถูกสังคมประณามอย่างรุนแรง เช่น ลูกด่าทอหรือทำร้ายพ่อแม่ ถือเป็นการกระทำที่ ''ผิดจารีต/ผิ๋ดฮีต'' ศีลธรรมมักเป็นข้อห้าม เป็นข้อบังคับ และมีเรื่องของความสำนึกในจิตใจ ความรับผิดชอบชั่วดี เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยมาก
ดูในพจนานุกรมมรดกล้านนา →

คำว่า รีต ในวรรค "ตามรีตเดิมเขา" คือคำเดียวกับ ฮีต รีตฯ ที่คนเมืองพูดกันในคำว่า "ฮีตฮอย" พจนานุกรมอธิบายว่าเป็น "ประเพณีที่เป็นบรรทัดฐานทางสังคมที่คนยอมรับนับถือ" กวีจึงบอกผู้ฟังว่า แม้งานจะเร่งรีบ แต่ฮีตเดิมไม่ได้ขาด

มัดฯมื
มัดมือ
ก.ผูกข้อมือ - ทำพิธีรับเชิญขวัญเข้าสู่บุคคล, ผูกข้อมือแสดงกายยอมรับ อย่างมัดมือเพื่อแสดงว่ารับเอาชายหนุ่มมาเป็นลูกเขย
ดูในพจนานุกรมมรดกล้านนา →
💡 เกร็ดความรู้
"ผูกแขน" ในค่าวเป็นพิธีทำนองเดียวกับที่คนเมืองเรียกว่า มัดมือ มัดฯมื พจนานุกรมอธิบายว่าเป็นการผูกข้อมือรับเชิญขวัญ "อย่างมัดมือเพื่อแสดงว่ารับเอาชายหนุ่มมาเป็นลูกเขย" ตรงกับฉากนี้พอดี อ่านเรื่องพิธีเรียกขวัญเพิ่มเติมได้ที่บทความ ฮ้องขวัญ

สัมผัส: ค่าวร้อยคำเหมือนห่วงโซ่

พจนานุกรมอธิบายว่า ค่าว ระฯค่าฯวฯ คือคำประพันธ์ที่ "ร้อยสัมผัสสอดเกี่ยวกันไป ... เหมือนห่วงโซ่" ลองดูคำตัวหนาในตารางทั้งสองตอนจะเห็นห่วงโซ่นั้นชัดเจน

  • ตอนที่ ๑: เสียง "-า" ส่งต่อกันจาก โพธา → สุนักขา → พรากกา → ภูษา แล้วเสียง "-ไอ" รับช่วงต่อจาก แม่ได้ → ที่ใกล้ → นงวัย ส่วนคำว่า ต๊อง ในบรรทัดแรก กลับมาปิดท้ายตอนว่า "ปวดต๊อง" เหมือนเรื่องวนกลับมาที่ครรภ์ของนางวิมาลา
  • ตอนที่ ๒: เสียง "-าว" (เอา) ร้อยกันยาวที่สุด จาก นงเยาว์ → เดิมเขา → องค์เรา → ลูกเต้า → โพธิสัตว์เจ้า และยังมีคู่ รีบเร็ว กับ หื้อแล้ว ที่ต้นบรรทัด
จำนวนคำในวรรค: หลัก "สามตัวเหลียว" ยืดหยุ่นได้
  • อุดม รุ่งเรืองศรี (๒๕๑๖) อธิบายว่า ค่าวแรกของแต่ละบทมี ๑๑ วรรค ค่าวถัดไปจนถึงก่อนสุดท้ายมี ๑๐ วรรค และค่าวสุดท้ายมี ๗ วรรค ค่าวซอหงส์หินมีทั้งหมด ๑๗ บท และทุกบทเปิดและปิดด้วยค่าวแบบนี้ จึงแยกบทได้ชัด
  • เจ้าสุริยวงศ์เองเขียนหลักนี้ไว้ในบทที่ ๑ ของเรื่อง (ฉบับถอดของอุดม) ว่าแต่งให้ถูก "ที่ ๓ ตัวหลยว" คือหลักที่คนแต่งค่าวจำกันว่า "สามตัวเหลียว"
  • แต่อุดมชี้ว่า แม้วรรคที่บอกหลักนี้เองก็มีจำนวนพยางค์ไม่ตรงหลัก จึงสรุปว่าจำนวนคำในค่าว ยืดหยุ่นได้บ้าง และไม่ถือเป็นข้อบกพร่องร้ายแรง สองตอนที่อ่านในบทความนี้ก็เช่นกัน บางวรรคมี ๒ พยางค์ (โพธา, ปวดต๊อง) บางวรรคมี ๔ พยางค์
  • อุดมยังเล่าว่า คนแต่งค่าวไม่ได้มีโน้ต แต่ลองอ่านตามทำนองเสนาะ ถ้าอ่านแล้ว "ขัด" ก็ถือว่ายังแต่งไม่ดี อ่านแผนผังฉันทลักษณ์ฉบับเต็มได้ที่บทความ ค่าว

เขียน พ อ่าน ป: เสียงคำเมืองในค่าว

ถ้าเทียบสองฉบับจะเห็นเรื่องน่าสนใจ ฉบับของอุดม รุ่งเรืองศรี ถอดตามตัวเขียนอักษรธรรม จึงเขียนว่า "พามาที่ใกล้" "ปวดท้อง" "พัดนมแม่ได้" และ "จุงชักสู่หอนาง" ส่วนฉบับพิมพ์อักษรไทย ๒๕๑๑ เขียนตามเสียงที่คนเมืองอ่านจริงว่า "ปามา" "ปวดต๊อง" "ปั๊ดนมแม่" และ "จู๋งจั๊กเข้าสู่"

พจนานุกรมมรดกล้านนาบันทึกคู่คำเหล่านี้ไว้ตรงกันทุกคู่ คือเขียนตามรูปหนึ่ง แต่คนเมืองอ่านอีกเสียงหนึ่ง

ตัวเขียน (ไทยกลาง) คนเมืองอ่าน พบในค่าว
พา ปา ปามาที่ใกล้
พัด ปั๊ด ปั๊ดนมแม่ได้
พอ ปอ บ่ปอพิลึก, ปอหื้อแล้ว
ท้อง ต๊อง จักประสูติต๊อง, ปวดต๊อง
ชัก จั๊ก จู๋งจั๊กเข้าสู่
จูง จู๋ง จู๋งจั๊กเข้าสู่
จอม จ๋อม เมื่อจ๋อมนงวัย
ใกล้ ไก้ ปามาที่ใกล้

สังเกตได้ว่า คำที่ไทยกลางขึ้นต้นด้วย พ ท ช (เสียงพ่นลม) ในค่าวตอนนี้ คนเมืองอ่านเป็น ป ต จ (เสียงไม่พ่นลม) และเสียงวรรณยุกต์ก็เปลี่ยนไปด้วย เช่น ท้อง เป็น ต๊อง จอม เป็น จ๋อม รู้หลักนี้ไว้ จะเดาคำเมืองอีกมากได้จากคำไทยที่รู้จักอยู่แล้ว

💡 เกร็ดความรู้
ค่าวไม่ได้มีไว้อ่านในใจ แต่ใช้ เล่าค่าว เลั่าระฯค่าฯวฯ คือ "อ่านหรือขับคำประพันธ์ประเภทคร่าวเป็นทำนองเสนาะ" ลองอ่านออกเสียงตารางข้างบนด้วยเสียงคำเมือง ป ต จ แล้วจะได้ยินว่าสัมผัสลื่นไหลกว่าอ่านด้วยเสียงไทยกลาง

สรุป

  • ค่าวซอหงส์หิน ฉบับพิมพ์อักษรไทย ๒๕๑๑ สะกดตามเสียงคำเมือง จึงเป็นตำราเรียนคำเมืองชั้นดี
  • ตอนสลับลูกหมาสอนคำว่า ต๊อง หื้อ นึ่ง ปั๊ด ปา จ๋อม นง ส่วนตอนผูกแขนสอนคำว่า ปอ ลูกเต้า จู๋ง จั๊ก หอ และ ฮีต
  • ค่าวร้อยสัมผัสเป็นห่วงโซ่ เช่น เยาว์ → เขา → เรา → เต้า → เจ้า และจำนวนคำในวรรคยืดหยุ่นได้บ้าง
  • ตัวเขียน พ ท ช ในคำหลายคำ คนเมืองอ่านเป็น ป ต จ เช่น พา → ปา, ท้อง → ต๊อง, ชัก → จั๊ก

ค้นคำในค่าวเพิ่มเติมได้ใน พจนานุกรมมรดกล้านนา อ่านเรื่องย่อและที่มาของเรื่องได้ที่บทความ หงส์หิน และอ่านหลักฉันทลักษณ์ค่าวได้ที่บทความ ค่าว

อ่านต่อในชุดเดียวกัน: ค่าวฮ่ำสอนหญิง · เพลงน้อยไจยา หรือดูทั้งชุดที่ เรียนคำเมืองจากบทเพลงและวรรณกรรม

แหล่งอ้างอิง

ค้นหาคำว่า "หงส์หิน" ในพจนานุกรมมรดกล้านนา

🎯 ทดสอบคำในบทความนี้ทายคำล้านนาจากบทความ 23 คำ จำได้แค่ไหน?

บทความที่เกี่ยวข้อง

ลำธารในป่าเขาใกล้ดอยอินทนนท์ มีขอนไม้ล้มพาดผ่านสายน้ำ และต้นไม้เขียวขึ้นหนาทั้งสองฝั่ง

เพลงซอ: อ่านคำเมืองในบทซอทีละวรรค เสียง สัมผัส และคำสร้อย

13 ตุลาคม 2569 · เรียนภาษาล้านนา

เรียนคำเมืองจากเพลงซอ อ่านบทซออนุรักษ์ป่าไม้ทีละวรรค ดูเสียง ร เป็น ฮ ช เป็น จ สัมผัสที่ร้อยเป็นห่วงโซ่ และคำสร้อยท้ายบทซอถ้อง

หน้าต่างลายคำในวิหารลายคำ วัดพระสิงห์ เชียงใหม่ ล้อมด้วยจิตรกรรมฝาผนังแบบล้านนาที่เล่าเรื่องวรรณกรรม

หงส์หิน: ค่าวซอเรื่องดัง จากหงส์ผาคำถึงฉบับเจ้าสุริยวงศ์

19 กันยายน 2569 · วรรณกรรม

หงส์หินคือค่าวซอเรื่องดังของล้านนา อ่านเรื่องย่อกุมารผู้ขี่หงส์ที่พระอินทร์เสกจากก้อนหิน ที่มาจากหงส์ผาคำของพระยาโลมาวิสัย ฉบับเจ้าสุริยวงศ…

หอไตรวัดพระสิงห์ เชียงใหม่ อาคารเก็บคัมภีร์ใบลานแบบล้านนา ตั้งอยู่บนฐานสูงประดับปูนปั้น

ค่าว: คำประพันธ์ร้อยสัมผัสของล้านนา ค่าวซอ และค่าวฮ่ำ

30 ตุลาคม 2568 · วรรณกรรม

ค่าวคือคำประพันธ์ล้านนาที่ร้อยสัมผัสต่อกันเหมือนห่วงโซ่ รู้จักค่าวซอ ค่าวฮ่ำ ค่าวก้อม ฉันทลักษณ์ "สามตัวเหลียว เจ็ดตัวเทียว" และค่าวสี่บทขอ…

ภายในกาดวโรรส เชียงใหม่ มองจากชั้นบน เห็นแผงขายของแห้งและผู้คนเดินจับจ่ายแน่นตลาด

เกี๋ยงแก้ว: เรียนคำเมืองจากเพลงแม่อุ๊ยเมืองหละปูน

13 ตุลาคม 2569 · เรียนภาษาล้านนา

เรียนคำเมืองจากเพลงเกี๋ยงแก้ว เพลงของ OverNormal ที่เล่าเรื่องแม่อุ๊ยเมืองหละปูน อ่านเนื้อร้องทีละบาท รู้จักคำว่า แม่อุ๊ย ตึง ฮ้อง หื้อ และ…

↑

↑ ↓ เลือก · Enter เปิด · Esc ปิด