
ภาพ: Chainwit. / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0)
พระรัตนปัญญาเถระ: ปราชญ์ล้านนาผู้รจนาชินกาลมาลีปกรณ์
พระรัตนปัญญาเถระ คือพระภิกษุนักปราชญ์ชาวล้านนาผู้รจนา ชินกาลมาลีปกรณ์ คัมภีร์ภาษาบาลีที่นักประวัติศาสตร์ใช้ศึกษาล้านนามากที่สุดเล่มหนึ่ง ท่านมีชีวิตอยู่ในพุทธศตวรรษที่ ๒๑ ช่วงที่นักวิชาการเรียกว่า ยุคทองของพระพุทธศาสนาในล้านนา และจำพรรษาที่วัดป่าแดง เมืองเชียงใหม่
คนล้านนาเรียกผู้มีความรู้ว่า เจ้าผะหญา เจั้าระฯบยฯา (คำเมืองอ่านว่า เจ้าผะหญา) ชื่อ "รัตนปัญญา" เองก็แปลได้ว่า ผู้มีปัญญาดั่งแก้ว แต่น่าสนใจว่าชื่อนี้อาจไม่ใช่ชื่อเดิมของท่าน และนักวิชาการยังถกเถียงกันว่าท่านคือใครกันแน่
พระรัตนปัญญาเถระคือใคร
ข้อมูลเรื่องตัวท่านมาจาก ท้ายคัมภีร์ชินกาลมาลีปกรณ์ เป็นหลัก ท้ายคัมภีร์บอกว่าพระรัตนปัญญา มีพรรษาได้ ๒๓ พรรษา อยู่ใน รัตนมหาวิหาร ที่กษัตริย์ผู้เป็นหลานของพระเจ้าติโลกราชสร้างถวาย กษัตริย์องค์นั้นคือ พระเมืองแก้ว และวิหารแห่งนี้คือ วัดป่าแดง ที่เชียงใหม่ (พระพีร์ญาภพพ์ ธารพนาลี และศิริศักดิ์ อภิศักดิ์มนตรี, ๒๕๖๓)
เถระ เถรฯ (อ่านว่า เถร, เถระ) คือพระผู้ใหญ่ที่บวชมานานแล้ว ส่วนคนล้านนาเรียกพระภิกษุโดยทั่วไปว่า ตุ๊เจ้า ทุเจั้า (อ่านว่า ตุ๊เจ้า) ไม่ว่าจะมีพรรษามากหรือน้อย
- เกิด ราว พ.ศ. ๒๐๑๖–๒๐๑๗ สมัยพระเจ้าติโลกราช
- อุปสมบท ราว พ.ศ. ๒๐๓๖
- แต่งชินกาลมาลีปกรณ์ ที่วัดป่าแดง ท้ายคัมภีร์ระบุว่าจบใน พ.ศ. ๒๐๖๐ ขณะอายุราว ๔๓ ปี
- เนื้อความในคัมภีร์ เล่าต่อไปถึง พ.ศ. ๒๐๗๐ สมัยพระเมืองเกษเกล้า
- แต่งวชิรสารัตถสังคหะ พ.ศ. ๒๐๗๘ ขณะอายุราว ๖๑ ปี จึงน่าจะมรณภาพหลังปีนี้
ฮันส์ เพนธ์ (๒๕๓๘) คำนวณปีเกิดไว้ราว ค.ศ. ๑๔๗๓ (พ.ศ. ๒๐๑๖) ส่วนพระพีร์ญาภพพ์ และศิริศักดิ์ (๒๕๖๓) ระบุ พ.ศ. ๒๐๑๗
ชาวเชียงรายผู้บวชที่วัดพระแก้ว
แสง มนวิทูร ผู้แปลชินกาลมาลีปกรณ์เป็นภาษาไทย (๒๕๐๑) ค้นคว้าประวัติของท่านเพิ่มจากเรื่องเล่าของชาวล้านนา และบันทึกไว้ว่า "มีผู้ยืนยันว่าท่านเป็นชาวเมืองเชียงราย และเป็นเชื้อพระวงศ์พระเจ้ามังราย บวชอยู่วัดพระแก้วเมืองเชียงราย" (อ้างใน พระพีร์ญาภพพ์ และศิริศักดิ์, ๒๕๖๓)
เชียงราย ชยฯงรายฯ (คำเมืองอ่านว่า เจียงฮาย) จึงอาจเป็นบ้านเกิดของท่าน ต่อมาท่านย้ายมาจำพรรษาที่ เชียงใหม่ ชยฯงไห่มฯ (อ่านว่า เจียงใหม่) ในสมัยพระเมืองแก้ว

ชื่อ "รัตนปัญญา" แปลว่าอะไร
ชื่อนี้มาจากคำบาลี ๒ คำ คือ รัตนะ (แก้ว) และ ปัญญา ปั¡า (อ่านว่า ปั๋ญญา) พจนานุกรมมรดกล้านนาบันทึกว่าคำว่า ปัญญา เป็นคำยืม คนล้านนาเดิมใช้คำว่า ผะหญา เช่นในคำว่า เจ้าผะหญา
ส่วน แก้ว แก้วฯ (อ่านว่า แก้ว) ในความหมายหนึ่งของพจนานุกรม คือ "หินเนื้อแข็ง ใส ได้แก่ เพชรพลอยชนิดต่าง ๆ" คนล้านนายังเรียกพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ว่า แก้วทังสาม แก้วฯทังฯสามฯ (อ่านว่า แก้วตังสาม) แก้วจึงเป็นคำที่ใช้ยกย่องสิ่งล้ำค่า
ท้ายคัมภีร์มีคาถาบาลีที่อธิบายที่มาของชื่อท่านไว้ ฮันส์ เพนธ์ (๒๕๓๘) ยกคาถานี้มาเทียบคำแปลของนักวิชาการ ๓ ท่าน คือ ยอร์ช เซเดส์ เอ็น. เอ. ชยวิกรม และแสง มนวิทูร ทุกฉบับแปลไปในทางเดียวกันว่า พระภิกษุที่อยู่ในวิหารนั้นและได้รับการอุปถัมภ์จากพระราชา ได้ชื่อว่า "รัตนปัญญา" เพราะมีปัญญาดั่งแก้ว
ท่านคือรัตนปัญญารูปไหน
เรื่องที่ทำให้นักวิชาการถกเถียงกันมากว่าร้อยปี คือในชินกาลมาลีปกรณ์เองมี พระรัตนปัญญาอีก ๒ รูป ปรากฏอยู่ด้วย ในพิธีผูกพัทธสีมาที่วัดเจ็ดยอด (มหาโพธาราม) เมื่อ พ.ศ. ๒๐๕๔ มีรายชื่อพระมหาเถระเกิน ๒๐ รูป ในนั้นมีพระรัตนปัญญาจาก พะเยา พะเยัา (อ่านว่า พะเยา) รูปหนึ่ง และจาก ลำปาง ลำพางฯ (อ่านว่า ลำปาง) อีกรูปหนึ่ง แต่ไม่มีพระรัตนปัญญาจากเชียงใหม่ (เพนธ์, ๒๕๓๘)
สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงเขียนในคำนำฉบับพิมพ์ครั้งแรก (พ.ศ. ๒๔๕๑) ว่าผู้แต่งน่าจะเป็นพระรัตนปัญญารูปใดรูปหนึ่งในสองรูปนี้ ไม่ใช่พระที่อยู่เชียงใหม่
ยอร์ช เซเดส์ แย้งไว้เมื่อ ค.ศ. ๑๙๑๕ (พ.ศ. ๒๔๕๘) ว่าท้ายคัมภีร์บอกชัดว่าผู้แต่งอยู่วัดป่าแดง เชียงใหม่ และอาจเป็นรูปจากพะเยาหรือลำปางที่ย้ายมาอยู่วัดป่าแดงระหว่าง พ.ศ. ๒๐๕๔–๒๐๕๙ ก็ได้
ฮันส์ เพนธ์ (๒๕๓๘) เสนอว่า "รัตนปัญญา" อาจเป็น สมญานามยกย่องพระที่ฉลาดรอบรู้ ที่ใช้เรียกพระได้มากกว่าหนึ่งรูป ชื่อจริงของผู้แต่งจึงอาจปรากฏในรายชื่อพระที่วัดเจ็ดยอดภายใต้ชื่ออื่นก็ได้
หลักฐานจากจารึกเมืองพะเยา
ฮันส์ เพนธ์ ยกจารึกวัดวิสุทธาราม ใกล้เมืองพะเยา ลงปี ค.ศ. ๑๕๐๖ (พ.ศ. ๒๐๔๙) มาประกอบ จารึกบอกว่าเจ้าอาวาสวัดป่าแดงหลวงแห่งพะเยา ส่งพระมหาเถระชื่อ "ชยพล รัตนปัญญา" ไปทูลขออนุญาตพระเจ้าเชียงใหม่เพื่อตั้งจารึก
เพนธ์ตั้งข้อสังเกตว่าชื่อนี้ดูเหมือนเป็น ๒ ชื่อซ้อนกัน คือ "ชยพล" ซึ่งน่าจะเป็นชื่อจริง กับ "รัตนปัญญา" ซึ่งเป็นสร้อยยกย่อง และคาดว่าพระรูปนี้อาจได้รับความสนใจจากพระราชาและเจ้าอาวาสวัดป่าแดงเชียงใหม่ จนย้ายมาอยู่ที่นั่นในภายหลัง แต่เพนธ์เองก็ย้ำว่า ข้อนี้ยังเป็นเพียงการคาดคะเน
พระสงฆ์หนป่าแดง ผู้สืบสายจากลังกา
วัดป่าแดงเป็นศูนย์กลางของพระสงฆ์ หนป่าแดง ห฿นฯป่าแดงฯ (คำเมืองอ่านว่า หนป่าแดง) ซึ่งพจนานุกรมอธิบายว่าคือ "พระสงฆ์ในสำนัก หรือเชื่อตามคำสั่งสอนแบบวัดป่าแดง ... ซึ่งเป็นลัทธิลังกาวงศ์" ชินกาลมาลีปกรณ์เรียกพระกลุ่มนี้ว่า สีหลภิกขุ เพนธ์ (๒๕๓๘) อธิบายว่าเป็นคณะพระป่าสายปฏิรูป คณะแรกไปอุปสมบทใหม่ที่ลังกาเมื่อ ค.ศ. ๑๔๒๔ (พ.ศ. ๑๙๖๗)
ก่อนหน้านั้นล้านนามีพระสงฆ์ หนสวนดอก ห฿นฯสวฯรดอฯก (อ่านว่า หนสวนดอก) ซึ่งพจนานุกรมอธิบายว่าเป็นลัทธิลังกาวงศ์ "นิกายเก่า" ทั้งสองคณะล้วนเป็นพุทธศาสนา เถรวาท เถรวาฯทฯ (อ่านว่า เถรวาท) แต่สืบสายมาจากลังกาต่างยุคกัน
ยุคทองแห่งวรรณกรรมบาลีล้านนา
นักวิชาการเรียกช่วงรัชสมัย พระเจ้าติโลกราช (พ.ศ. ๑๙๘๔–๒๐๓๐) จนถึง พระเมืองแก้ว (พ.ศ. ๒๐๓๘–๒๐๖๘) ว่า "ยุคทองของพระพุทธศาสนาในล้านนา" (สมหมาย เปรมจิตต์ และคณะ, ๒๕๔๖ อ้างใน จุมพล สุยะต๊ะ, ๒๕๖๗) จุดเริ่มสำคัญคือการทำสังคายนาพระไตรปิฎกที่วัดมหาโพธาราม (วัดเจ็ดยอด) เมื่อ พ.ศ. ๒๐๒๐ ซึ่งทำให้มีการแต่งคัมภีร์บาลีกันแพร่หลาย
พระภิกษุล้านนาหลายรูปในยุคนี้เป็น ปราชญ์ ผาช์ญฯ (คำเมืองอ่านว่า ผาชญ์) ทางภาษาบาลี ผลงานที่จุมพล สุยะต๊ะ (๒๕๖๗) ยกตัวอย่างไว้ เช่น
| ผู้รจนา | ผลงานสำคัญ | ปี พ.ศ. |
|---|---|---|
| พระญาณกิตติเถระ | อัตถโยชนา อธิบายคัมภีร์พระวินัยและพระอภิธรรม รวม ๑๒ เรื่อง | ๒๐๒๘–๒๐๔๓ |
| พระโพธิรังสี | จามเทวีวงศ์ และสิหิงคนิทาน | ไม่ทราบแน่ชัด |
| พระญาณวิลาสเถระ | สังขยาปกาสกปกรณ์ ว่าด้วยการนับและการชั่งตวง | ๒๐๕๘ |
| พระสิริมังคลาจารย์ | เวสสันตรทีปนี จักกวาฬทีปนี และมังคลัตถทีปนี | ๒๐๖๐–๒๐๖๗ |
| พระรัตนปัญญาเถระ | ชินกาลมาลีปกรณ์ และอีก ๒ เรื่อง | ๒๐๖๐–๒๐๗๘ |
ปี พ.ศ. ๒๐๖๐ เป็นปีที่มีคัมภีร์บาลีสำคัญของล้านนาแต่งจบถึง ๒ เล่ม คือ ชินกาลมาลีปกรณ์ ของพระรัตนปัญญาเถระ และ เวสสันตรทีปนี ของพระสิริมังคลาจารย์ ส่วนมังคลัตถทีปนีของพระสิริมังคลาจารย์ (๒๐๖๗) ยังใช้เป็นหลักสูตรพระปริยัติธรรมแผนกบาลีของคณะสงฆ์ไทยมาจนถึงปัจจุบัน (จุมพล สุยะต๊ะ, ๒๕๖๗)
ผลงานของพระรัตนปัญญาเถระ
งานของจุมพล สุยะต๊ะ (๒๕๖๗) และพระพีร์ญาภพพ์ และศิริศักดิ์ (๒๕๖๓) ระบุผลงานของท่านไว้ ๓ เรื่อง
- ชินกาลมาลีปกรณ์: คัมภีร์ที่ร้อยเรียงเรื่องพระพุทธเจ้าตามลำดับกาลเวลา ต่อด้วยประวัติพุทธศาสนาในลังกา หริภุญไชย และล้านนา แต่งจบ พ.ศ. ๒๐๖๐
- มาติกัตถสรูปธัมมสังคณี: คัมภีร์อธิบายพระอภิธรรมโดยย่อ แต่งราว พ.ศ. ๒๐๖๐–๒๐๖๕ (บางแหล่งเรียกว่า มาติกัตถสรูปอภิธรรมสังคณี)
- วชิรสารัตถสังคหะ: คัมภีร์ที่ประมวลที่มาของหลักธรรมสำคัญจากคาถาต่าง ๆ แต่ง พ.ศ. ๒๐๗๘
พระพีร์ญาภพพ์ และศิริศักดิ์ (๒๕๖๓) ตั้งข้อสังเกตว่าในชินกาลมาลีปกรณ์ ท่านอ้างคัมภีร์บาลีและพงศาวดารลังกาจำนวนมาก ทั้งทีปวงส์ มหาวงส์ และมิลินทปัญหา ซึ่ง "แสดงให้เห็นถึงความเป็นปราชญ์ของพระรัตนปัญญาญาณได้เป็นอย่างดี" (ในงานชิ้นนี้ใช้ชื่อตามที่ปรากฏในคำนมัสการต้นคัมภีร์ว่า พระรัตนปัญญาญาณ)
คัมภีร์ของพระสงฆ์ล้านนาสมัยนั้น จาร จารฯ (อ่านว่า จ๋าร) ลงบน ใบลาน ไบลานฯ (อ่านว่า ใบลาน) และเก็บรักษาไว้ใน หอธรรม หํอฯธัม์มฯ (อ่านว่า หอธรรม) ของวัด เรื่องราวของตัวคัมภีร์ชินกาลมาลีปกรณ์ ทั้งเนื้อหา ต้นฉบับ และฉบับแปล มรดกล้านนาเล่าไว้ในบทความ ชินกาลมาลีปกรณ์
มรดกที่ท่านทิ้งไว้
ชินกาลมาลีปกรณ์แต่งร่วมสมัยกับราชวงศ์มังรายตอนปลาย นักประวัติศาสตร์จึงใช้เป็นหลักฐานสำคัญในการเทียบปีศักราชและเหตุการณ์ของล้านนา เช่น เรื่องการสังคายนาที่วัดเจ็ดยอด และเรื่องพระพุทธรูปสำคัญ ทั้งยังเป็นหนึ่งใน วรรณกรรมบาลีของภิกษุล้านนา ที่เดินทางไปไกลถึงอยุธยา กรุงเทพฯ และได้รับการแปลเป็นภาษาไทย ฝรั่งเศส สิงหล และอังกฤษ
ภิกขุ ภิกขฯ (อ่านว่า ภิกขุ๋) ล้านนารูปหนึ่งที่จำพรรษาอยู่ใน วิหาร วิหารฯ (อ่านว่า วิหาร) ของวัดป่าแดงเมื่อ ๕๐๐ ปีก่อน จึงทิ้งงานเขียนที่คนรุ่นหลังยังอ่านและถกเถียงกันอยู่จนทุกวันนี้ แม้แต่ชื่อจริงของท่านเองก็ตาม
ชื่อและตัวตนของผู้แต่งชินกาลมาลีปกรณ์ยังคงไม่แน่ชัด — ฮันส์ เพนธ์ (Journal of the Siam Society, ๒๕๓๘)
สรุป
- พระรัตนปัญญาเถระ คือพระภิกษุแห่งวัดป่าแดง เชียงใหม่ ผู้รจนา ชินกาลมาลีปกรณ์ แต่งจบ พ.ศ. ๒๐๖๐ ขณะมีพรรษา ๒๓
- นักวิชาการคำนวณว่าท่านเกิดราว พ.ศ. ๒๐๑๖–๒๐๑๗ เรื่องเล่าที่แสง มนวิทูร บันทึกไว้ว่าท่านเป็นชาวเชียงรายและบวชที่วัดพระแก้ว เชียงราย
- ชื่อ "รัตนปัญญา" แปลว่าผู้มีปัญญาดั่งแก้ว ฮันส์ เพนธ์ เสนอว่าอาจเป็นสมญานาม ตัวตนที่แท้จริงของท่านจึงยังมีการถกเถียง
- ท่านเป็นพระสงฆ์ หนป่าแดง สายลังกาวงศ์ และเป็นหนึ่งในปราชญ์ของ ยุคทองแห่งวรรณกรรมบาลีล้านนา ร่วมกับพระญาณกิตติเถระและพระสิริมังคลาจารย์
- ผลงานของท่านมี ๓ เรื่อง คือ ชินกาลมาลีปกรณ์ มาติกัตถสรูปธัมมสังคณี และวชิรสารัตถสังคหะ (พ.ศ. ๒๐๗๘)
ค้นคำล้านนาเรื่องพระสงฆ์และผู้รู้เพิ่มเติมได้ใน พจนานุกรมมรดกล้านนา และอ่านเรื่องคัมภีร์ใบลานกับประเพณีฟังเทศน์ของล้านนาได้ที่บทความ ตั้งธรรมหลวง
แหล่งอ้างอิง
- พจนานุกรมมรดกล้านนา: เจ้าผะหญา · หนป่าแดง · หนสวนดอก · แก้ว · บวช
- พระพีร์ญาภพพ์ ธารพนาลี และศิริศักดิ์ อภิศักดิ์มนตรี. (๒๕๖๓). วงศ์พระพุทธเจ้าในชินกาลมาลีปกรณ์. วารสารวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ๑๑(๑)
- Penth, H. (1995). Which Ratanapañña Composed the Jinakalamali?. Journal of the Siam Society 83
- จุมพล สุยะต๊ะ. (๒๕๖๗). คุณค่าของคัมภีร์มังคลัตถทีปนีในฐานะวรรณกรรมต้นแบบของบาลีในประเทศไทย. วารสารมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ๑๖(๑)
ค้นหาคำว่า "เจ้าผะหญา" ในพจนานุกรมมรดกล้านนา
🎯 ทดสอบคำในบทความนี้ทายคำล้านนาจากบทความ 20 คำ จำได้แค่ไหน?


