มรดกล้านนา🔍EN
พระเจดีย์สีทองและหลังคาวิหารซ้อนชั้นสีแดงประดับช่อฟ้า ที่วัดพระพุทธบาทตากผ้า อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน

ภาพ: Photo Dharma from Sadao, Thailand / Wikimedia Commons (CC BY 2.0)

เกจิล้านนา: รวมครูบาและพระเถระที่ชาวล้านนาเคารพ

เกจิล้านนา คือพระสงฆ์ที่ผู้คนในภาคเหนือรู้จักและเคารพนับถือ แต่คนล้านนาเองมักไม่เรียกท่านว่า "เกจิ" หากเรียกด้วยคำของตนเองว่า ครูบา ระฯคูบาฯ (คำเมืองอ่านว่า ครูบา) คำนี้ไม่ได้มาจากตำแหน่งทางราชการ แต่มาจากศรัทธาของชาวบ้านที่เห็นศีลาจารวัตรและงานสร้างของท่านด้วยตาตนเอง

บทความนี้รวบรวมประวัติย่อของพระสงฆ์ที่ชาวล้านนาเคารพ ๑๐ รูป ตั้งแต่พระเถระผู้วางรากพระพุทธศาสนาเมื่อกว่า ๖๐๐ ปีก่อน ไปจนถึงครูบาและพระป่าในยุคใกล้ ทุกรูปมรณภาพแล้ว และทุกเรื่องอ้างอิงแหล่งข้อมูลไว้ท้ายบทความ

ระฯคูบาฯ
ครูบา
น.ครูบา - ตำแหน่งทางสังคมของสงฆ์ ใช้กันในเฉพาะวัฒนธรรมล้านนาเท่านั้น เป็นการยกย่องเชิดชูพระสงฆ์ผู้มีอายุพรรษาอาวุโส มีศีลาจารวัตรเคร่งครัดในพระวินัย ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ครองตนอย่างดีตลอดอายุการบวช เป็นผู้นำทางจิตวิญญาณ รวมถึงเป็นพระผู้สร้างสิ่งดีงามกับพระศาสนาให้เป็นที่ประจักษ์ ซึ่งอาจหมายถึงการสร้างศาสนสถาน หรืออื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง และเป็นที่เคารพนับถือของปวงศรัทธา เช่น ครูบาศรีวิชัย สิริวิชโย นักบุญแห่งล้านนาไทย ครูบาพรหมมา พฺรหฺมจกฺโก วัดพระพุทธบาทตากผ้า ส่วนพระภิกษุที่อุปสมบทเมื่อตอนแก่ เรียกตุ๊ปู่,ตุ๊ลุง,ตุ๊อุ๊ย ตามสถานะ ในปัจจุบันพระภิกษุแม้มีอายุพรรษาไม่มาก แต่มีความโด่งดัง มีลูกศิษย์มากก็ อุปโลกน์เป็นครูบาได้เช่นกัน ในนครเชียงตุงพระครูบาเป็น สมณศักดิ์ของพระสงฆ์ ซึ่งมีลำดับดังนี้ สมเด็จอาชญาธรรมพระเจ้า สมณศักดิ์สูงสุด เป็นประธานสงฆ์ในนครเชียงตุง พระครูบาสังฆนายก พระครูบา พระสวามี และพระสวาทิ ตามลำดับผู้ที่จะได้รับการพิจารณาหรือสถาปนาสมณศักดิ์เป็นพระครูบาจะต้องมีอายุ ๔๐ ปี พรรษา ๒๐ ขึ้นไป
ดูในพจนานุกรมมรดกล้านนา →

เกจิ ครูบา ตนบุญ: คำเรียกพระที่ต่างกัน

คำว่า เกจิอาจารย์ ในพจนานุกรมของราชบัณฑิตยสภา แปลตามรูปศัพท์บาลีว่า "อาจารย์บางพวก" และอธิบายความหมายที่ใช้กันทุกวันนี้ว่า "อาจารย์ที่เชื่อกันว่ามีความรู้ความสามารถในด้านคาถาอาคมและการปลุกเสกเครื่องรางของขลัง" คำนี้จึงชี้ไปที่ ความขลัง เป็นหลัก

ส่วนคำว่า ครูบา พจนานุกรมมรดกล้านนาอธิบายว่าเป็น "ตำแหน่งทางสังคมของสงฆ์ ใช้กันในเฉพาะวัฒนธรรมล้านนาเท่านั้น" ใช้ยกย่องพระผู้มีพรรษาอาวุโส เคร่งครัดในพระวินัย เป็นผู้นำทางจิตวิญญาณ และ "เป็นพระผู้สร้างสิ่งดีงามกับพระศาสนาให้เป็นที่ประจักษ์" ครูบาที่ศรัทธามากเป็นพิเศษ ชาวบ้านยกย่องว่าเป็น ตนบุญ ต฿นฯบุญ (คำเมืองอ่านว่า ต๋นบุญ) คือ "นักบุญ, ผู้มีบุญ"

ต฿นฯบุญ
ต๋นบุญ
น.นักบุญ,ผู้มีบุญ - เป็นความหมายเชิงยกย่องนักบวชที่มีคุณสมบัติพิเศษ เป็นผู้มีศีลาจารวัตรที่งดงาม เคร่งครัดในพระธรรมวินัย เช่น ครูบาศรีวิชัย ต๋นบุญแห่งล้านนาไทย
ดูในพจนานุกรมมรดกล้านนา →

งานวิจัยของ พิสิษฏ์ นาสี (๒๕๖๑) ก็แยกสองแบบนี้ออกจากกันเช่นเดียวกัน ครูบาแบบตนบุญได้รับการยกย่องจากการบำเพ็ญภาวนาและการนำ ศรัทธา ระฯศัทธฯาฯ (คำเมืองอ่านว่า ศั๋ทธา) ของชาวบ้านสร้างและบูรณะวัด ส่วน "เกจิอาจารย์" ในความหมายของพระผู้ขลังนั้น ผู้วิจัยจัดเป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่ผูกกับความเชื่อเรื่องโชคลาภ ผู้วิจัยยังสรุปว่าในประเทศไทย "ครูบา" ไม่ใช่สมณศักดิ์ทางการ แต่เป็นคำยกย่องที่ประชาชนมอบให้ เพราะเห็นว่าท่านควรได้รับ

💡 เกร็ดความรู้
คนล้านนาเรียกพระภิกษุทั่วไปว่า ตุ๊เจ้า ทุเจั้า (คำเมืองอ่านว่า ตุ๊เจ้า) และเรียกเจ้าอาวาสว่า ตุ๊หลวง ทุหลฯวฯง (คำเมืองอ่านว่า ตุ๊หลวง) ส่วนคำว่า "ครูบา" สงวนไว้เรียกพระที่ศรัทธายกย่องเป็นพิเศษ ถ้าครูบารูปนั้นมีเชื้อสายเจ้านายฝ่ายเหนือ หรือเป็นผู้นำทางจิตวิญญาณที่ยิ่งใหญ่ ก็เรียกว่า ครูบาเจ้า ระฯคูบาฯเจั้า (คำเมืองอ่านว่า ครูบาเจ้า)
⚠️ ข้อควรระวัง
ครูบาแท้มาจากศรัทธา ไม่ได้ตั้งตนเอง พจนานุกรมมรดกล้านนามีคำว่า ครูบาอุ๊กแก๊ส ระฯคูบาฯอุ้กแก้สฯฯ (คำเมืองอ่านว่า ครูบาอุ๊กแก๊ส) หมายถึง "พระภิกษุผู้สถาปนาตนเองขึ้นเป็น 'ครูบา' โดยไม่มีฉันทามติจากศรัทธาประชาชน" แต่มีชื่อเสียงจากการประชาสัมพันธ์ เช่น วัตถุมงคลหรือป้ายโฆษณางานบุญ คำนี้เตือนให้เราเคารพพระด้วยปัญญา และดูที่ศีลาจารวัตรของท่านเป็นสำคัญ

เกจิล้านนา ๑๐ รูป โดยสังเขป

พระสงฆ์ วัดที่เกี่ยวข้อง จังหวัด ช่วงชีวิต (พ.ศ.)
พระสุมนเถระ วัดสวนดอก เชียงใหม่ เข้าเชียงใหม่ ๑๙๑๒
พระรัตนปัญญาเถระ วัดป่าแดง เชียงใหม่ ราว ๒๐๑๖ – หลัง ๒๐๗๘
ครูบาศรีวิชัย วัดบ้านปาง ลำพูน ๒๔๒๑–๒๔๘๒
ครูบาอภิชัยขาวปี วัดพระพุทธบาทผาหนาม ลำพูน ๒๔๓๒–๒๕๒๐
ครูบาชัยยะวงศาพัฒนา (ครูบาวงศ์) วัดพระพุทธบาทห้วยต้ม ลำพูน ๒๔๕๖–๒๕๔๓
ครูบาพรหมา พฺรหฺมจกฺโก วัดพระพุทธบาทตากผ้า ลำพูน ๒๔๔๑–๒๕๒๗
หลวงพ่อเกษม เขมโก สุสานไตรลักษณ์ ลำปาง ๒๔๕๕–๒๕๓๙
พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (ฟู อตฺตสิโว) วัดพระสิงห์ เชียงใหม่ / แพร่ ๒๔๔๔–๒๕๑๖
หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ วัดดอยแม่ปั๋ง เชียงใหม่ ๒๔๓๑–๒๕๒๘
หลวงปู่สิม พุทฺธาจาโร วัดถ้ำผาปล่อง เชียงใหม่ ๒๔๕๒–๒๕๓๕

รากเหง้า: พระเถระผู้วางรากพระศาสนาในล้านนา

พระสุมนเถระ (วัดสวนดอก เชียงใหม่)

พระสุมนเถระเดินทางจากกรุงสุโขทัยมาถึงเชียงใหม่ใน พ.ศ. ๑๙๑๒ ตามคำนิมนต์ของ พญากือนา เพื่อเผยแผ่พระพุทธศาสนาแบบลังกาวงศ์ พญากือนาทรงสร้าง วัดสวนดอก ให้ท่านจำพรรษา และตามตำนาน พระบรมสารีริกธาตุที่ท่านนำมาได้ประดิษฐานบนดอยสุเทพ อ่านต่อที่ พญากือนา

พระเจดีย์ทรงระฆังสีทองและหลังคาวิหารวัดสวนดอก เชียงใหม่ ท่ามกลางต้นไม้
พระเจดีย์และวิหารวัดสวนดอก เชียงใหม่ วัดที่พญากือนาสร้างถวายพระสุมนเถระ · ภาพ: Ritthichai Siangdee / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0)

พระรัตนปัญญาเถระ (วัดป่าแดง เชียงใหม่)

ปราชญ์สงฆ์ผู้รจนา ชินกาลมาลีปกรณ์ ตำนานพระพุทธศาสนาภาษาบาลีที่สำคัญที่สุดเล่มหนึ่งของล้านนา ท้ายคัมภีร์ระบุว่าแต่งจบที่วัดป่าแดงใน พ.ศ. ๒๐๖๐ นักวิชาการคำนวณว่าท่านเกิดราว พ.ศ. ๒๐๑๖–๒๐๑๗ สมัยพระเจ้าติโลกราช อ่านต่อที่ พระรัตนปัญญาเถระ

ด้านหน้าวิหารวัดป่าแดง เชียงใหม่ หลังคาประดับช่อฟ้าใบระกาสีทอง บันไดมีรูปปั้นเทวดาสีทอง
วิหารวัดป่าแดง เชียงใหม่ วัดที่ท้ายชินกาลมาลีปกรณ์ระบุว่าแต่งจบ · ภาพ: FredTC / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0)

ครูบาสายครูบาศรีวิชัย: ตนบุญผู้สร้างวัด

พิสิษฏ์ นาสี (๒๕๖๑) เขียนว่าเชื่อกันว่าแนวทางของครูบาศรีวิชัยสืบต่อมาทางศิษย์ คือ ครูบาขาวปี และ ครูบาวงศ์ ทั้งสามรูปมักถูกกล่าวถึงรวมกันว่า "สามครูบาผู้ยิ่งใหญ่แห่งล้านนา" และครูบารุ่นใหม่ทุกรูปที่ผู้วิจัยศึกษาก็ยังอ้างว่าตนสืบต่อแนวทางของครูบาศรีวิชัย

ครูบาศรีวิชัย (วัดบ้านปาง ลำพูน)

ครูบาศรีวิชัย ระฯคูบาฯระฯสีวิไชยฯ (คำเมืองอ่านว่า ครูบาศรีวิชัย) เกิดที่บ้านปาง อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน เมื่อ พ.ศ. ๒๔๒๑ พจนานุกรมบันทึกว่าท่านเป็นที่รู้จักในฐานะ "ตนบุญ" แห่งล้านนา ท่านนำศรัทธาชาวบ้านบูรณะวัดกว่าร้อยแห่ง และสร้าง ถนนขึ้นดอยสุเทพ เสร็จใน พ.ศ. ๒๔๗๘ ด้วยแรงชาวบ้านล้วน ๆ

รูปปั้นครูบาศรีวิชัยสีทองในซุ้ม มีพวงมาลัยดาวเรืองสีส้มกองอยู่ด้านหน้า
รูปเหมือนครูบาศรีวิชัยที่อนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย เชิงดอยสุเทพ เชียงใหม่ · ภาพ: กสิณธร ราชโอรส / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0)

ท่านยังต้องอธิกรณ์หลายครั้ง เพราะบวชพระเณรตามจารีตสงฆ์ล้านนาในยุคที่ส่วนกลางรวมอำนาจการปกครองคณะสงฆ์ ท่านมรณภาพที่วัดบ้านปางเมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๒ อ่านเรื่องเต็มที่ ครูบาศรีวิชัย

ครูบาอภิชัยขาวปี (วัดพระพุทธบาทผาหนาม ลำพูน)

ครูบาอภิชัย (พ.ศ. ๒๔๓๒–๒๕๒๐) เป็น ศิษย์ใกล้ชิดที่สุด ของครูบาศรีวิชัย ตามที่พิสิษฏ์ นาสี (๒๕๖๑) อ้าง ขวัญชีวัน บัวแดง ไว้ วิกิพีเดียภาษาไทยเล่าว่าท่านชื่อเดิม "จำปี" เกิดที่อำเภอลี้ มารดานำไปฝากเป็นศิษย์ครูบาศรีวิชัยที่วัดบ้านปางเมื่ออายุ ๑๖ ปี

ต่อมาท่านถูกบังคับให้สึกจากพระ จึงครองผ้าขาวแต่ยังถือวัตรอย่างพระ ชาวบ้านจึงเรียกท่านว่า "ครูบาขาวปี" ชาวกะเหรี่ยงผู้ศรัทธาเรียกท่านว่า "เจ้าผู้ครองผ้าขาว" คู่กับครูบาศรีวิชัยที่เรียกว่า "เจ้าผู้ครองผ้าเหลือง" (พิสิษฏ์ นาสี, ๒๕๖๑) ท่านบูรณะวัดหลายแห่ง และพำนักที่ วัดพระพุทธบาทผาหนาม อำเภอลี้ ในบั้นปลาย

ครูบาชัยยะวงศาพัฒนา หรือครูบาวงศ์ (วัดพระพุทธบาทห้วยต้ม ลำพูน)

ครูบาวงศ์ (พ.ศ. ๒๔๕๖–๒๕๔๓) บวชเป็นสามเณรเมื่ออายุ ๑๓ ปี และอุปสมบทเมื่ออายุ ๒๐ ปี โดยมีครูบาพรหมจักรเป็นพระอุปัชฌาย์ ต่อมาท่านมาจำพรรษาที่ วัดพระพุทธบาทห้วยต้ม อำเภอลี้ และใช้เวลาถึง ๓๔ ปี สร้างวิหารครอบรอยพระพุทธบาท (หอสมุดมหาวิทยาลัยพายัพ อ้างเชียงใหม่นิวส์, ๒๕๔๔)

งานที่โดดเด่นของท่านคือ ชุมชนห้วยต้ม ซึ่งพิสิษฏ์ นาสี (๒๕๖๑) บันทึกว่ามีหมู่บ้าน ๑๐ หมู่บ้านที่ครูบาวงศ์ก่อตั้งล้อมรอบวัด ส่วนใหญ่เป็นชาวกะเหรี่ยงที่อพยพมาอยู่ใกล้ท่าน ชาวบ้านถือศีล ๕ อย่างเคร่งครัด ไม่เลี้ยงสัตว์และไม่กินเนื้อสัตว์ในชุมชน ตามระเบียบที่ครูบาวงศ์วางไว้ ใน พ.ศ. ๒๕๕๘ ชุมชนนี้ได้รับรางวัลจากภาครัฐ เป็นชุมชนแรกของประเทศที่ชาวบ้านทั้งหมดรักษาศีล ๕

ท่านมรณภาพเมื่อ ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๔๓ ตรงกับวันวิสาขบูชา ทุกปีวัดจัดพิธีเปลี่ยนผ้าครองสรีระของท่านในวันนี้ (กรุงเทพธุรกิจ)

ครูบาแห่งลำพูนและลำปาง

ครูบาพรหมา พฺรหฺมจกฺโก (วัดพระพุทธบาทตากผ้า ลำพูน)

ครูบาพรหมา หรือ พระสุพรหมยานเถร เกิดเมื่อ ๓๐ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๔๑ ที่บ้านป่าแพ่ง อำเภอป่าซาง ลำพูน ทำเนียบพระสังฆาธิการบันทึกว่าท่านออกเดินธุดงค์อยู่ถึง ๒๐ พรรษา ทั่วภาคเหนือและในพม่า ถือธุดงควัตรอย่างเคร่งครัด ทั้งฉันมื้อเดียวและใช้ผ้าบังสุกุล

วิหารล้านนาหลังคาซ้อนชั้นสีแดงประดับช่อฟ้าสีทอง ล้อมด้วยต้นปาล์ม ที่วัดพระพุทธบาทตากผ้า
วิหารหลังเล็กในวัดพระพุทธบาทตากผ้า อำเภอป่าซาง ลำพูน ที่ครูบาพรหมาจำพรรษาจนมรณภาพ · ภาพ: Photo Dharma from Sadao, Thailand / Wikimedia Commons (CC BY 2.0)

ใน พ.ศ. ๒๔๙๑ ท่านกลับมาจำพรรษาที่ วัดพระพุทธบาทตากผ้า (วัดในภาพปกของบทความนี้) และอยู่ที่นั่นจนมรณภาพ ท่านต่อเติมมณฑปครอบรอยพระพุทธบาทที่ครูบาศรีวิชัยเคยบูรณะไว้ สร้างโรงเรียนพระปริยัติธรรม และเขียนหนังสือธรรมะหลายเล่ม เช่น คำถามคำตอบเรื่องศีล สมาธิ ปัญญา เพื่อสอนชาวบ้านให้ ภาวนา ภาวนาฯ (คำเมืองอ่านว่า ภาวะนา) คือฝึกอบรมจิตตามหลักพระพุทธศาสนา

ท่านมรณภาพเมื่อ ๑๗ สิงหาคม ๒๕๒๗ ในท่านั่งสมาธิ ศิษย์ตั้งศพไว้ ๓ ปี และได้รับพระราชทานเพลิงศพเมื่อ ๓๐ มกราคม ๒๕๓๑ (ทำเนียบพระสังฆาธิการ; หนังสืออนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพ)

หลวงพ่อเกษม เขมโก (สุสานไตรลักษณ์ ลำปาง)

ท่านคือตัวอย่างที่พจนานุกรมมรดกล้านนายกไว้ในคำว่า ครูบาเจ้า ประเภท "มีเชื้อสายเจ้านายฝ่ายเหนือ" นามเดิมของท่านคือ เจ้าเกษม ณ ลำปาง เป็นบุตรของเจ้าน้อยหนูและเจ้าแม่บัวจ้อน ณ ลำปาง และเป็นนัดดาของเจ้าหลวงบุญวาทย์วงศ์มานิต เจ้าผู้ครองนครลำปางองค์สุดท้าย วิกิพีเดียภาษาไทยระบุว่าท่านเกิดเมื่อ ๒๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๕๕

รูปปั้นพระภิกษุครองจีวรสีส้มยืนบนแท่นสูง ด้านหน้ามีกระถางธูปสีทองขนาดใหญ่
รูปเหมือนหลวงพ่อเกษม เขมโก ที่สถานปฏิบัติธรรมสุสานไตรลักษณ์ ลำปาง · ภาพ: Charin ninsu / Wikimedia Commons (CC BY 3.0)

แม้เกิดในตระกูลเจ้านาย ท่านกลับเลือกชีวิตสันโดษ ใช้ สุสานไตรลักษณ์ ซึ่งเป็นป่าช้า เป็นที่ปฏิบัติธรรม (ไทยรัฐ) ท่านมรณภาพเมื่อ ๑๕ มกราคม ๒๕๓๙ สิริอายุ ๘๓ ปี พรรษา ๖๓ สรีระของท่านยังบรรจุในโลงแก้ว ณ สำนักปฏิบัติธรรมสุสานไตรลักษณ์ ให้ผู้คนได้กราบไหว้ (ไทยโพสต์, ๒๕๖๕)

ปราชญ์สงฆ์ผู้วางรากการศึกษา

พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (ฟู อตฺตสิโว) (วัดพระสิงห์ เชียงใหม่)

ไม่ใช่เกจิทุกรูปที่มีชื่อเสียงจากธุดงค์หรือการก่อสร้าง พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (พ.ศ. ๒๔๔๔–๒๕๑๖) ชาวเมืองแพร่ เป็นเจ้าอาวาสวัดพระสิงห์ และวางรากการศึกษาพระปริยัติธรรมในภาคเหนือ ท่านยังชำระ ธรรมมหาชาติ ฉบับสร้อยสังกร ที่ใช้เทศน์ในประเพณีตั้งธรรมหลวง และเรียบเรียงหลักภาษาไทยพายัพ อ่านเรื่องเต็มที่ พระอุบาลีคุณูปมาจารย์

วิหารลายคำ วัดพระสิงห์ เชียงใหม่ หน้าบันประดับลวดลายสีทองบนพื้นฟ้าสีคราม
วิหารลายคำ วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร เชียงใหม่ วัดที่พระอุบาลีคุณูปมาจารย์เป็นเจ้าอาวาส · ภาพ: Stefan Fussan / Wikimedia Commons (CC BY-SA 3.0)

เพลง แสงประทีปแห่งล้านนา แต่งขึ้นเพื่อน้อมรำลึกถึงท่าน เนื้อร้องและทำนองโดย อ.จรีย์ สุนทรสิงห์ เผยแพร่โดย OverNormal

แสงประทีปแห่งล้านนา – เพลงน้อมรำลึกพระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (ฟู อตฺตสิโว)
แสงประทีปแห่งล้านนา – เพลงน้อมรำลึกพระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (ฟู อตฺตสิโว)

พระป่าที่มาปักหลักในล้านนา

ภาคเหนือยังเป็นที่ปฏิบัติธรรมของ พระป่าสายพระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต หลายรูป ซึ่งเกิดในภาคอีสานแต่มาจำพรรษาในป่าเขาของเชียงใหม่จนตลอดชีวิต และเป็นที่เคารพของชาวล้านนาไม่น้อยกว่าครูบาท้องถิ่น

หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ (วัดดอยแม่ปั๋ง เชียงใหม่)

หลวงปู่แหวนเกิดที่จังหวัดเลย เมื่อ พ.ศ. ๒๔๓๑ (บางแหล่งระบุ ๒๔๓๐ ตามการนับปีแบบเก่าที่ขึ้นปีใหม่เดือนเมษายน) ท่านเดินธุดงค์ปฏิบัติกัมมัฏฐานมาหลายสิบปี ก่อนมาพำนักที่ วัดดอยแม่ปั๋ง อำเภอพร้าว จนมรณภาพใน พ.ศ. ๒๕๒๘ (วิกิพีเดียภาษาไทย; PostToday, ๒๕๖๐)

พระสถูปประดับกระเบื้องโมเสกสีเขียวอ่อนภายในมณฑปหลังคาไม้ มีแจกันดอกไม้ด้านหน้า
พระสถูปบรรจุอัฐิหลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ ภายในมณฑป วัดดอยแม่ปั๋ง อำเภอพร้าว เชียงใหม่ · ภาพ: lopsura / Wikimedia Commons (CC BY 3.0)

ศรัทธาต่อท่านยังเป็นประโยชน์แก่ผู้ป่วยมาจนทุกวันนี้ เมื่อท่านอายุครบ ๙๐ ปีใน พ.ศ. ๒๕๒๑ ศิษย์และประชาชนร่วมกันบริจาคสร้าง อาคารผู้ป่วยหลวงปู่แหวน ๑๕ ชั้น ที่โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ซึ่งยังรับผู้ป่วยมากว่า ๔๐ ปี (เดลินิวส์, ๒๕๖๕)

หลวงปู่สิม พุทฺธาจาโร (วัดถ้ำผาปล่อง เชียงใหม่)

หลวงปู่สิมเกิดเมื่อ ๒๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๕๒ ที่อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร เป็นศิษย์พระอาจารย์มั่น ท่านเคยเป็นเจ้าอาวาสวัดสันติธรรม เชียงใหม่ แล้วใน พ.ศ. ๒๕๑๐ จึงไปบุกเบิก ถ้ำผาปล่อง อำเภอเชียงดาว เป็นที่ปฏิบัติธรรม และอยู่ที่นั่นจนมรณภาพเมื่อ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๓๕ (ทำเนียบพระสังฆาธิการ; ธรรมะไทย)

ยอดพระธาตุเจดีย์สีทองทรงเหลี่ยมซ้อนชั้น ซุ้มประตูประดับลายนาคสีทอง ตัดกับท้องฟ้าสีคราม
พระธาตุเจดีย์หลวงปู่สิม พุทฺธาจาโร ที่วัดถ้ำผาปล่อง อำเภอเชียงดาว เชียงใหม่ · ภาพ: lopsura / Wikimedia Commons (CC BY 3.0)

คำสอนหนึ่งของท่านที่เว็บไซต์ธรรมะไทยยกไว้ คือให้ระลึกว่า "เราต้องตาย" ทุกลมหายใจเข้าออก

ℹ️ ข้อมูล
ถ้าจะไปกราบ: วัดเหล่านี้เป็นวัดที่ยังมีพระจำพรรษาและชาวบ้านมาปฏิบัติธรรม ควรแต่งกายสุภาพ สำรวมกายวาจา และปฏิบัติตามระเบียบของแต่ละวัด เช่น ชุมชนห้วยต้มที่ขอให้งดนำเนื้อสัตว์และสุราเข้าไปในชุมชน

สรุป

  • คนล้านนาเรียกพระที่ศรัทธายกย่องว่า ครูบา ซึ่งเป็นคำยกย่องที่ประชาชนมอบให้ ไม่ใช่สมณศักดิ์ทางราชการ ส่วน "เกจิอาจารย์" เน้นความเชื่อเรื่องคาถาอาคม
  • ครูบาที่ศรัทธาสูงสุดถูกยกย่องเป็น ตนบุญ จากศีลาจารวัตรและการนำศรัทธาชาวบ้านสร้างวัดและสาธารณประโยชน์
  • ครูบาศรีวิชัย ครูบาขาวปี และ ครูบาวงศ์ ถูกเรียกรวมกันว่าสามครูบาผู้ยิ่งใหญ่แห่งล้านนา ทั้งสามรูปมีศรัทธาชาวกะเหรี่ยงจำนวนมาก
  • ล้านนายังมีพระที่ได้รับความเคารพจากหลายเส้นทาง ทั้งครูบาเจ้าเชื้อสายเจ้านาย (หลวงพ่อเกษม) ปราชญ์ด้านการศึกษา (พระอุบาลีคุณูปมาจารย์) และพระป่าจากอีสาน (หลวงปู่แหวน หลวงปู่สิม)

ค้นคำว่า ครูบา ต๋นบุญ ครูบาเจ้า และคำเรียกพระสงฆ์แบบล้านนาเพิ่มเติมได้ใน พจนานุกรมมรดกล้านนา และอ่านเรื่องงานฉลองวัดที่ครูบาและ เจ้าศรัทธา เจั้าสัทธฯาฯ (คำเมืองอ่านว่า เจ้าศรัทธา) ร่วมกันสร้างได้ที่บทความ ปอยหลวง

แหล่งอ้างอิง

ค้นหาคำว่า "ครูบา" ในพจนานุกรมมรดกล้านนา

🎯 ทดสอบคำในบทความนี้ทายคำล้านนาจากบทความ 10 คำ จำได้แค่ไหน?

บทความที่เกี่ยวข้อง

รูปปั้นสีทองของครูบาศรีวิชัยถือตาลปัตรและบาตร ใต้สัปทนสีแดงขอบทอง ที่วัดพระสิงห์ เชียงใหม่

ครูบาศรีวิชัย: ตนบุญแห่งล้านนา ผู้นำศรัทธาสร้างถนนขึ้นดอยสุเทพ

20 สิงหาคม 2569 · วัฒนธรรม

ครูบาศรีวิชัยคือพระสงฆ์ที่ชาวล้านนายกย่องเป็นตนบุญ อ่านประวัติจากบ้านปาง ลี้ การบูรณะวัดกว่าร้อยแห่ง อธิกรณ์กับคณะสงฆ์ และถนนขึ้นดอยสุเทพที…

วิหารหลวงวัดพระสิงห์วรมหาวิหาร เชียงใหม่ หน้าบันประดับลายทอง มีเจดีย์อยู่ด้านหลัง

พระอุบาลีคุณูปมาจารย์: ปราชญ์สงฆ์เมืองแพร่แห่งวัดพระสิงห์

12 ตุลาคม 2569 · วัฒนธรรม

พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (ฟู อตฺตสิโว) พระมหาเถระชาวแพร่ เจ้าอาวาสวัดพระสิงห์ ผู้วางรากการศึกษาสงฆ์ภาคเหนือ ชำระมหาชาติสร้อยสังกร และเรียบเรีย…

ภาพปกเพลงแสงประทีปแห่งล้านนา พระภิกษุครองจีวรสีกรัก เบื้องหลังเป็นพระธาตุและวิหารล้านนายามเช้า มีประทีปจุดอยู่ด้านหน้า

แสงประทีปแห่งล้านนา: เรียนคำเมืองจากเพลงรำลึกพระอุบาลี

13 ตุลาคม 2569 · เรียนภาษาล้านนา

อ่านเพลงแสงประทีปแห่งล้านนาแบบคนเรียนคำเมือง ประทีปคือผางผะตี้บ โรงเรียนคือโฮงเฮียน ร่มเย็นคือฮ่มเย็น พร้อมสัมผัสท้ายบรรทัดและคำที่ความหมาย…

เจดีย์ทององค์ใหญ่และกู่สีขาวของวัดสวนดอก เชียงใหม่ ยามค่ำคืน

พญากือนา: นิมนต์พระสุมนเถระ สร้างวัดสวนดอกและพระธาตุดอยสุเทพ

3 เมษายน 2569 · วัฒนธรรม

พญากือนาคือกษัตริย์ราชวงศ์มังรายผู้นิมนต์พระสุมนเถระจากสุโขทัย สร้างวัดสวนดอก และตามตำนานคือผู้เสี่ยงช้างอัญเชิญพระธาตุขึ้นดอยสุเทพ

↑

↑ ↓ เลือก · Enter เปิด · Esc ปิด