
ภาพ: Takeaway / Wikimedia Commons (CC BY-SA 3.0)
น้อยไจยา: ละครซอรักสามเส้าจากคุ้มเจ้าดารารัศมี สู่เพลงคำเมือง
น้อยไจยา น้อฯยฯไชยา (คำเมืองอ่านว่า น้อยไจยา) หรือที่หลายคนเขียนว่า น้อยใจยา และ น้อยไชยา คือ ละครซอ เรื่องรักของหนุ่มเชียงใหม่ชื่อน้อยไจยากับสาวงามชื่อ แว่นแก้ว ประพันธ์โดย ท้าวสุนทรพจนกิจ กวีประจำคุ้มของ พระราชชายา เจ้าดารารัศมี ผู้ทรงผูกเรื่องและทรงแต่งคำร้องบางตอนด้วยพระองค์เอง ร้อยปีต่อมา เรื่องนี้กลายเป็นภาพยนตร์ ละครโทรทัศน์ และเพลงคำเมืองที่คนล้านนาร้องได้แทบทุกคน
น้อยไจยาคืออะไร
พจนานุกรมมรดกล้านนาอธิบายว่า น้อยไจยาคือ "บทละครที่ท้าวสุนทรพจนกิจ (ใหม่ บุญมา) กวีประจำพระราชสำนักของพระราชชายาเจ้าดารารัศมี ประพันธ์ขึ้นถวายตามที่พระราชชายาฯ ทรงผูกเรื่อง" และระบุว่าต่อมาได้นำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ ละครเวที เพลงไทยสากล และเพลงพื้นเมือง รวมถึงใช้ประกอบการฟ้อนในงานสำคัญของล้านนา
ในงานวิจัยของ กฤษติ์ บูรณวิทยวุฒิ (๒๕๖๑) ซึ่งอ้างงานของ ประคอง นิมมานเหมินท์ (๒๕๑๗) อธิบายว่าน้อยไจยาเป็น ละครซอ มีลักษณะคล้ายละครร้องของกรุงเทพฯ แต่ตัวละครร้องโต้ตอบกันเป็นคำเมือง ด้วยทำนอง ซอ ซํอฯ (คำเมืองอ่านว่า ซอ) ที่พ่อเพลงแม่เพลงใช้ร้องโต้ตอบกันโดยมีดนตรีประกอบ ตัวบทเป็นเรื่องแบบ "นิยายสมัยใหม่" ตัวละครและฉากสมจริง เหมือนผู้คนในเชียงใหม่สมัยนั้น นับเป็นงานแปลกใหม่ของวรรณกรรมและดนตรีล้านนาในยุคนั้น
- น้อยไจยา ตามพจนานุกรมมรดกล้านนา (รูปเขียนแบบไทยคือ น้อยไชยา)
- น้อยใจยา ตามชื่อเพลงของจรัล มโนเพ็ชร และงานวิจัยหลายชิ้น
- น้อยไชยา ตามการเขียนแบบภาษาไทยกลาง
ทั้งสามแบบหมายถึงเรื่องเดียวกัน คำว่า "ไจยา" ตรงกับชื่อ "ไชยา" ในภาษาไทยกลาง (กฤษติ์ บูรณวิทยวุฒิ, ๒๕๖๑)
ทำไมจึงชื่อ "น้อย"
"น้อย" ในชื่อพระเอกไม่ได้แปลว่าเล็ก แต่เป็น คำนำหน้าชื่อผู้ชาย ที่เคยบวชเป็นสามเณรแล้วลาสิกขา พจนานุกรมอธิบายไว้ในคำว่า หนาน หนฯานฯ (คำเมืองอ่านว่า หนาน) ว่าผู้ที่ลาสิกขาจากพระภิกษุเรียกว่าหนาน "ถ้าลาสิกขาจากสามเณร เรียก น้อย" สำนักบริหารศิลปวัฒนธรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก็อธิบายตรงกันว่า น้อยหมายถึงผู้ที่ผ่านการบวชเป็นสามเณรและลาสิกขาแล้ว
เรื่องย่อน้อยไจยา
สำนักบริหารศิลปวัฒนธรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สรุปว่าเป็นเรื่อง "หนุ่มสาว และรักสามเส้า" มีตัวละครหลักดังนี้
| ตัวละคร | เป็นใคร |
|---|---|
| น้อยไจยา | บุตรชายของพญาสามล้าน เมืองเชียงใหม่ |
| แว่นแก้ว | ลูกสาวของท้าวไชยลังกา (ท้าว ท้าฯวฯ อ่านว่า ต๊าว คือตำแหน่งนำหน้าชื่อชายเชื้อสายเจ้าหรือขุนนาง) |
| ส่างนันตา | พ่อค้าไม้ชาว ม่าน ม่านฯ (คำเมืองอ่านว่า ม่าน หมายถึงพม่า) ผู้มาหลงรักแว่นแก้ว |
น้อยไจยากับแว่นแก้วชอบพอกัน ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายก็เห็นดีว่าควรได้แต่งงานกัน
ส่างนันตาพ่อค้าไม้ชาวพม่าได้พบแว่นแก้วแล้วพอใจ จึงให้ผู้ใหญ่มาสู่ขอ พ่อของแว่นแก้วยังลังเล เพราะเกรงใจพญาสามล้านผู้เป็นเพื่อน และอยากถามใจลูกสาวก่อน ส่วนแม่เห็นดีกับส่างนันตาเพราะมีฐานะ
แว่นแก้วนัดพบน้อยไจยาที่ น้ำตกห้วยแก้ว เชิงดอยสุเทพ เพื่อปรึกษากันเรื่องนี้
ส่างนันตานำเรื่องการนัดพบไปบอกพ่อของแว่นแก้ว พร้อมใส่ร้ายน้อยไจยา จนเรื่องขึ้นสู่ศาล ในที่สุด ศาลตัดสินว่าน้อยไจยาไม่มีความผิด ทั้งคู่จึงได้แต่งงานกัน
เรื่องรักของหนุ่มสาวคนเมืองเช่นนี้ผูกพันกับธรรมเนียม แอ่วสาว แอ่วฯสาวฯ (คำเมืองอ่านว่า แอ่วสาว) ที่ บ่าว บ่าฯวฯ (คำเมืองอ่านว่า บ่าว คือชายหนุ่มที่ยังไม่แต่งงาน) ไปเยี่ยมหญิงสาวที่บ้านยามค่ำ และพูดจาเกี้ยวกันด้วย คำอู้บ่าวอู้สาว คำฯอู้บ่าฯวฯอู้สาวฯ (คำเมืองอ่านว่า กำอู้บ่าวอู้สาว) ซึ่งพจนานุกรมอธิบายว่าเป็น "คำโวหารที่หนุ่มสาวใช้โต้ตอบพรอดรักกัน" บทร้องในละครซอเรื่องนี้ก็เป็นการร้องโต้ตอบของหนุ่มสาวในทำนองเดียวกัน
ใครแต่ง: ท้าวสุนทรพจนกิจกับคุ้มเจ้าดารารัศมี
ผู้ประพันธ์คือ ท้าวสุนทรพจนกิจ (ใหม่ บุญมา) กวีประจำ คุ้ม ฅุ้ม (คำเมืองอ่านว่า คุ้ม คือบ้านของเจ้านายฝ่ายเหนือ) ของพระราชชายาเจ้าดารารัศมี ส่วนพระราชชายาทรงเป็นผู้ผูกเรื่อง ทรงแก้ไขบทบางตอน และทรงแต่งคำร้องให้เข้ากับทำนองเพลงพื้นเมืองเชียงใหม่ เช่น ทำนอง ล่องน่าน ล่อฯงนาฯ (คำเมืองอ่านว่า ล่องน่าน) ซึ่งพจนานุกรมอธิบายว่าเป็น "ชื่อทำนองการขับซออย่างหนึ่ง ที่นิยมกันในเขตจังหวัดน่าน"
แรงบันดาลใจมาจากละครร้องของกรุงเทพฯ ที่พระราชชายาทรงโปรด โดยเฉพาะเรื่อง สาวเครือฟ้า ของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ ซึ่งนำเค้าโครงมาจากอุปรากรเรื่อง มาดามบัตเตอร์ฟลาย ของปุชชินี (กฤษติ์ บูรณวิทยวุฒิ, ๒๕๖๑ อ้างประคอง นิมมานเหมินท์) แต่ละครซอเรื่องน้อยไจยาเปลี่ยนเป็นเรื่องของคนเมือง ร้องเป็นคำเมือง และใช้ดนตรีล้านนา
หลังจากนั้น พระองค์เจ้าหญิงอาทรทิพยนิภา ทรงขอบทละครนี้ไปให้คณะละครของพระองค์แสดง น้อยไจยาจึงเป็นที่รู้จักในกรุงเทพฯ อย่างกว้างขวาง (สำนักบริหารศิลปวัฒนธรรม จุฬาฯ) อ่านพระประวัติและงานด้านนาฏศิลป์ของพระราชชายาเพิ่มเติมได้ที่ เจ้าดารารัศมี
จากละครซอสู่ภาพยนตร์และเพลงคำเมือง
น้อยไจยาไม่ได้อยู่แค่บนเวทีในคุ้ม แต่เดินทางผ่านสื่อใหม่ในแต่ละยุค
| ปี | ผลงาน | แหล่งข้อมูล |
|---|---|---|
| พ.ศ. ๒๔๖๔ | ละครซอ แสดงในวันคล้ายวันประสูติ ๔๘ พรรษาของพระราชชายา | สำนักบริหารศิลปวัฒนธรรม จุฬาฯ |
| พ.ศ. ๒๕๐๙ | ภาพยนตร์ น้อยไจยา กำกับโดยดอกดิน กัญญามาลย์ นำแสดงโดยไชยา สุริยัน และเพชรา เชาวราษฎร์ ดนตรีโดยแก้ว อัจฉริยะกุล | หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) |
| พ.ศ. ๒๕๒๐ | เพลง น้อยใจยา ในอัลบั้ม โฟล์คซองคำเมือง อมตะ ของจรัล มโนเพ็ชร | กฤษติ์ บูรณวิทยวุฒิ (๒๕๖๑) |
| พ.ศ. ๒๕๖๗ | ภาพยนตร์ฉบับบูรณะ ฉายในเทศกาล Thailand Biennale เชียงราย | หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) |
หอภาพยนตร์ขึ้นทะเบียนภาพยนตร์เรื่องนี้เป็น มรดกภาพยนตร์ของชาติ โดยให้เหตุผลว่า "มีคุณค่าในฐานะผลงานที่ได้นำวรรณกรรมสำคัญของล้านนามาถ่ายทอด" ฟิล์มที่ได้รับมาขาดหายไปบางส่วน ทางหอภาพยนตร์จึงสร้างเสียงบรรยายและดนตรีช่วงท้ายขึ้นใหม่ตามบทภาพยนตร์
เพลงที่คนรุ่นปัจจุบันคุ้นหูที่สุดคือ น้อยใจยา ที่ จรัล มโนเพ็ชร ร้องคู่กับ สุนทรี เวชานนท์ ตามที่พจนานุกรมบันทึกไว้ เป็นการร้องโต้ตอบระหว่างน้อยไจยากับแว่นแก้ว บรรเลงด้วยเครื่องดนตรีแบบโฟล์คซอง งานวิจัยของกฤษติ์ (๒๕๖๑) ถือว่าอัลบั้มนี้เป็นต้นแบบของ "โฟล์คซองคำเมือง" คือการนำเพลงพื้นบ้านเก่ามาเล่าใหม่ด้วยเครื่องดนตรีตะวันตก
เพลงน้อยใจยาในดนตรีแบบอื่น
- ปี่จุม: งานวิจัยของกฤษติ์ (๒๕๖๑) ศึกษาทางบรรเลงเดี่ยวเพลงน้อยใจยาด้วย ปี่จุม ปี่ชุม (คำเมืองอ่านว่า ปี่จุม คือชุดของปี่) ของ วิเทพ กันธิมา
- แจ๊ส: วงเดอะ พาเมโล ทาวน์ นำเพลงน้อยใจยามาเรียบเรียงต่อกับเพลง เสเลเมา (เพลงประกอบ ฟ้อนเงี้ยว ฟ้อฯรง้ยฯว อ่านว่า ฟ้อนเงี้ยว) เป็นเพลงแจ๊ส แสดงสดครั้งแรกใน พ.ศ. ๒๕๕๒
- ห้องสมุดดนตรีสมเด็จพระเทพรัตน์ ยกย่องว่า "เพลงน้อยใจยา เป็นเพลงที่มีชื่อเสียงเลื่องลือมาก" และยังใช้ร้องและฟ้อนกันทั่วไป
น้อยไจยาบอกอะไรเราเรื่องภาษาล้านนา
ความโด่งดังของน้อยไจยาช่วยรักษาคำเมืองไว้ในความทรงจำของคนหลายรุ่น เพราะเป็นงานที่ ใช้คำเมืองเล่าเรื่องทั้งเรื่อง ต่างจากละครร้องแบบกรุงเทพฯ ที่เป็นต้นแบบ ผู้ฟังได้ยินคำเรียกคน คำเกี้ยวพาราสี และสำนวนแบบคนเมืองในเรื่องเดียว
ละครซอเรื่องนี้ยังเป็นตัวอย่างที่ดีของ การผสานของเก่ากับของใหม่ ฉันทลักษณ์และทำนองมาจาก ขับซอ ขัปฯซํอฯ (คำเมืองอ่านว่า ขั๋บซอ) แบบดั้งเดิม แต่รูปแบบการแสดงรับมาจากละครร้องของกรุงเทพฯ และเรื่องราวเป็นนิยายร่วมสมัย อ่านเรื่องการขับซอเพิ่มเติมได้ที่ ขับซอ และเรื่องคำประพันธ์ล้านนาที่ ค่าว
สรุป
- น้อยไจยา (น้อยใจยา, น้อยไชยา) คือละครซอที่ท้าวสุนทรพจนกิจประพันธ์ถวาย ตามเรื่องที่พระราชชายาเจ้าดารารัศมีทรงผูก
- เป็นเรื่องรักสามเส้าของน้อยไจยา แว่นแก้ว และส่างนันตาพ่อค้าไม้ชาวพม่า จบด้วยศาลตัดสินให้น้อยไจยาพ้นผิดและได้แต่งงานกับแว่นแก้ว
- "น้อย" คือคำนำหน้าชื่อชายที่เคยบวชเณรแล้วลาสิกขา
- แหล่งข้อมูลระบุการแสดงครั้งแรกไม่ตรงกัน (๔๘ พรรษา พ.ศ. ๒๔๖๔ หรือ ๖๐ พรรษาที่วัดสวนดอก)
- ต่อมาเป็นภาพยนตร์ พ.ศ. ๒๕๐๙ (มรดกภาพยนตร์ของชาติ) และเพลงของจรัล มโนเพ็ชร กับสุนทรี เวชานนท์ พ.ศ. ๒๕๒๐
ค้นคำว่า น้อยไจยา และคำเรื่องซอได้ในพจนานุกรมมรดกล้านนา และอ่านต่อเรื่องค่าวซออีกเรื่องที่โด่งดังได้ที่ หงส์หิน
แหล่งอ้างอิง
- พจนานุกรมมรดกล้านนา: น้อยไจยา · หนาน · ล่องน่าน · ก้องซอ
- สำนักบริหารศิลปวัฒนธรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. (๒๕๖๕). พระนิพนธ์ในพระราชชายาเจ้าดารารัศมี : น้อยไจยา (อ้าง สายใยรักสองแผ่นดิน และวิทยานิพนธ์ของสายสวรรค์ ขยันยิ่ง)
- กฤษติ์ บูรณวิทยวุฒิ. (๒๕๖๑). น้อยใจยา/เสเลเมา: การตีความการผสมผสานวัฒนธรรมดนตรีตะวันออกและตะวันตกในบรรยากาศของแจ๊ส โดยวงดนตรี เดอะ พาเมโล ทาวน์. Veridian E-Journal, Silpakorn University ๑๑(๓) (อ้างประคอง นิมมานเหมินท์, ๒๕๑๗)
- หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน). น้อยไจยา (๒๕๐๙). มรดกภาพยนตร์ของชาติ
- จรวยพร สุเนตรวรกุล. พระราชชายาเจ้าดารารัศมี (พ.ศ. ๒๔๑๖–๒๔๗๖). ห้องสมุดดนตรีสมเด็จพระเทพรัตน์ มหาวิทยาลัยมหิดล
ค้นหาคำว่า "น้อยไจยา" ในพจนานุกรมมรดกล้านนา
🎯 ทดสอบคำในบทความนี้ทายคำล้านนาจากบทความ 14 คำ จำได้แค่ไหน?


