นักร้องเพลงพื้นบ้านนั่งขับร้องโต้ตอบกัน มีวงดนตรีพื้นบ้านบรรเลงอยู่ด้านหลัง ที่บ้านคุ้งตะเภา จังหวัดอุตรดิตถ์

ภาพ: เทวประภาส มากคล้าย / Wikimedia Commons (CC BY-SA 3.0)

ขับซอและจ๊อย: การขับลำนำล้านนา ช่างซอ ทำนองซอ และคร่าว

ขับซอ ขัปฯซํอฯ (คำเมืองอ่านว่า ขั๋บซอ) คือการขับขานด้วยเสียงอย่างมีจังหวะไพเราะ โดยมี ปี่ คลอ เป็นศิลปะการขับลำนำพื้นบ้านที่คนล้านนาฟังกันมาหลายชั่วคน ส่วน จ๊อย คือการขับลำนำอีกแบบหนึ่งที่ใช้ คร่าว เป็นบท บทความนี้พาไปรู้จักซอและจ๊อยในฐานะ "วรรณกรรมที่ใช้เสียง" ทั้งช่างซอ ทำนองซอ และคำล้านนาที่เกี่ยวข้อง

ซํอฯ
ซอ
ก.การขับร้องหรือขับเพลงพื้นบ้านล้านนา เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า "ซอปื๊นเมือง" แบ่งเป็น ๒ กลุ่มใหญ่ๆ คือ ซอเจียงใหม่ และ ซอน่าน; ดู...เพงซอช่างปี่ เป่าปี่คลอให้จังหวะทำนองในการซอ
ดูในพจนานุกรมมรดกล้านนา →

ซอคืออะไร: ขับร้อง ไม่ใช่เครื่องสาย

ในภาษาไทยกลาง คำว่าซอมักหมายถึงเครื่องดนตรีประเภทสี แต่ในล้านนา ซอ ซํอฯ (คำเมืองอ่านว่า ซอ) เป็นคำกริยา พจนานุกรมมรดกล้านนาอธิบายว่าคือ "การขับร้องหรือขับเพลงพื้นบ้านล้านนา" เรียกอีกอย่างว่า ซอปื๊นเมือง ซอจึงเป็นเรื่องของเสียงร้องและถ้อยคำเป็นหลัก

บทที่ใช้ขับเรียกว่า เพงซอ เพลฯงซํอฯ (คำเมืองอ่านว่า เพงซอ) พจนานุกรมบอกว่ามีเนื้อหาหลายแบบ ตั้งแต่บทเกี้ยวพาราสีระหว่างชายหญิง เหตุการณ์ต่าง ๆ ประวัติศาสตร์ ไปจนถึงการชมนกชมไม้

⚠️ ข้อควรระวัง
บทความนี้ว่าด้วย ซอที่เป็นการขับร้อง ส่วนเครื่องดนตรีอย่างสะล้อและซึง ซึ่งบางครั้งใช้บรรเลงประกอบการซอ เป็นอีกเรื่องหนึ่ง เวลาอ่านคำว่า "ซอ" ในบริบทล้านนา ให้นึกถึงเสียงร้องก่อนเสมอ

ซอเจียงใหม่ กับ ซอน่าน

พจนานุกรมมรดกล้านนาแบ่งเพลงซอตามเขตวัฒนธรรมออกเป็น ๒ เขต ซึ่งต่างกันทั้งทำนองและเครื่องดนตรีที่ใช้คลอ

เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง และเชียงราย ขับซอเข้ากับ ปี่ หรือวงปี่จุม คือมีปี่เป็นหลักในการบรรเลง งานของ ศราวุฒิ โอฆะพนม (๒๕๖๖) เรียกแบบนี้ว่า "ซอปี่" และระบุว่าซึงเพิ่งถูกนำเข้ามาประสมในยุคหลัง ก่อนหน้านั้นมีแต่ปี่ล้วน งานชิ้นเดียวกันนับแม่ฮ่องสอนและตากรวมอยู่ในเขตนี้ด้วย

ปี่ที่ใช้ประกอบการซอมาเป็นชุด เรียกว่า ปี่ชุม ปี่ชุม (คำเมืองอ่านว่า ปี่จุม) พจนานุกรมอธิบายว่า ปี่ชุมสาม ปี่ชุมสามฯ (คำเมืองอ่านว่า ปี่จุมสาม) มี ๓ เลา คือ ปี่โข้ ปี่กลาง และปี่ก้อย ถ้าเพิ่มปี่ตัดเป็นปี่จุมสี่ และเพิ่มปี่นางเป็นปี่จุมห้า ผู้เป่าเรียกว่า ช่างปี่ ช่างฯปี่ (คำเมืองอ่านว่า จ้างปี่)

💡 เกร็ดความรู้
คนฟังซอมีคำชมเฉพาะว่า กิ๋นปี่ กินฯปี่ (คำเมืองอ่านว่า กิ๋นปี่) หมายถึง เสียงช่างซอที่เข้ากับเสียงปี่ได้ดี และเครื่องเล่นแผ่นเสียงรุ่นแรก ๆ ที่คนล้านนาเปิดฟังซอ ก็ถูกเรียกว่า บอกซอ บอฯกซํอฯ (คำเมืองอ่านว่า บอกซอ) เพราะแผ่นเสียงยุคนั้นบันทึกเพลงซอเป็นส่วนใหญ่

ช่างซอและซอถ้อง

ผู้ขับซอเรียกว่า ช่างซอ ช่างฯซํอฯ (คำเมืองอ่านว่า จ้างซอ) งานของ นิตยา อุตระธานี (๒๕๖๒) พบว่าการขับซอมีทั้ง ซอเดี่ยว เพื่อเล่าเรื่องหรือพรรณนาเหตุการณ์ และ ซอโต้ตอบ ระหว่างชายหญิง มีทั้งการขับตามบทดั้งเดิมซึ่งแฝงคติธรรม และการขับแบบประยุกต์ที่หยิบเรื่องทันเหตุการณ์มาพรรณนา

การโต้ตอบนี้มีชื่อเฉพาะว่า ซอถ้อง ซํอฯถ้อฯง (คำเมืองอ่านว่า ซอถ้อง) พจนานุกรมอธิบายว่าช่างซอที่เป็น คู่ถ้อง คู่ถ้อฯง (คำเมืองอ่านว่า กู้ถ้อง) "จะต้องมีปฏิภาณไหวพริบดี และได้รับการฝึกฝนจนชำนาญ" เพราะต้องคิดถ้อยคำสัมผัสตอบกันสด ๆ ต่อหน้าผู้ฟัง

ช่างซอเรียนกันอย่างไร

งานของ สงกรานต์ สมจันทร์ (๒๕๖๖) อธิบายว่า ซอเป็นวิชาชีพที่มีสายสำนักชัดเจน พ่อครูแม่ครูให้ผู้เรียนท่องจำคำซอไว้มาก ๆ เรียกว่า "เก็บคำ" เพื่อเป็นคลังถ้อยคำสำหรับใช้ปฏิภาณภายหลัง ก่อนเรียนต้องไหว้ครูด้วย ขันตั้ง ขันฯตั้งฯ (คำเมืองอ่านว่า ขันตั้ง) คือเครื่องคำนับครู พิธียกครูเรียกว่า ขึ้นขันตั้ง ขึ้นฯขันฯตั้งฯ (คำเมืองอ่านว่า ขึ้นขันตั้ง)

งานชิ้นเดียวกันยังพบว่า ในบางสายการสืบทอด แม่ครูซอ เป็นผู้อ่านโองการไหว้ครูเอง ผู้วิจัยอธิบายว่าสะท้อนความเชื่อเรื่องผีบรรพบุรุษที่สืบทางสายหญิงของล้านนา (อ่านเพิ่มได้ในบทความ เลี้ยงผีปู่ย่า)

ℹ️ ข้อมูล
ช่างซอที่เป็นศิลปินแห่งชาติ: แม่ครู บัวซอน ถนอมบุญ หรือ "บัวซอน เมืองพร้าว" เกิดเมื่อ ๑๐ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๘๗ ที่บ้านต้นรุง ตำบลป่าตุ้ม อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ บันทึกแผ่นเสียงซอครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๕ ตอนอายุ ๑๘ ปี และได้รับยกย่องเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (การแสดงพื้นบ้าน–การขับซอ) ประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๕ แม่ครูสอนลูกศิษย์แบบตัวต่อตัว ขับให้ดูแล้วให้ศิษย์ขับตาม (ศราวุฒิ โอฆะพนม, ๒๕๖๖)

ทำนองซอ: ตั้งเชียงใหม่ จะปุ ละม้าย และอื่อ

ช่างซอต้องรู้ทำนองหลายแบบ และเปลี่ยนทำนองไปตามลำดับการแสดง งานของนิตยา อุตระธานี (๒๕๖๒) วิเคราะห์ทำนองหลักของซอเจียงใหม่ไว้ ๔ ทำนอง ดังนี้

ทำนอง ใช้เมื่อไร ลักษณะ
ตั้งเชียงใหม่ ซอเปิดงาน ซอทักทาย หรือซอสวัสดีผู้ชม จังหวะปานกลาง มีคำขึ้นต้น เช่น หลอน นาย เถิง ตั๋ว
จะปุ ซอต่อจากทำนองตั้งเชียงใหม่ ทำนองดั้งเดิมของซอพื้นเมือง อ่อนหวานละมุนละไม
ละม้าย ต่อจากจะปุ พัฒนามาจากทำนองจะปุ ครึกครื้นสนุกสนาน ระดับเสียงสูงกว่าจะปุ
อื่อ ซอเล่าเรื่อง เช่น ชีวประวัติบุคคล จังหวะช้า ผู้วิจัยสันนิษฐานว่าอาจมาจากเพลงอื่อกล่อมลูก (อื่อจาจา)

พจนานุกรมมรดกล้านนาบันทึกชื่อทำนองไว้หลายคำ เช่น ละม้าย ลม้ายฯ (คำเมืองอ่านว่า ละม้าย) "ชื่อทำนองหนึ่งของเพลงซอล้านนา" อื่อ อื่ (คำเมืองอ่านว่า อื่อ) ทั้งเพลงกล่อมเด็กและชื่อทำนองซอ ซอล่องน่าน ซํอฯล่อฯงน่าฯนฯ (คำเมืองอ่านว่า ซอล่องน่าน) "ซอระบำเมืองน่าน" และ ซอเก็บนก ซํอฯเกัปฯน฿กฯ (คำเมืองอ่านว่า ซอเก็๋บนก) การซอเรื่องยาวพรรณนาการเข้าป่าดง ชมนกชมไม้

ทำนองซออื่น ๆ ที่พบในงานวิชาการ
  • องอาจ อินทนิเวศ (๒๕๖๖) คัดทำนองซอ ๗ ทำนองจากสมาคมศิลปินขับซอล้านนา มาเป็นต้นแบบแต่งเพลงฝึกกีตาร์ ได้แก่ ตั้งเชียงใหม่ จะปุ–ละม้าย เสเลเมา ซอพม่า ล่องน่าน ลับแลง และปั่นฝ้าย
  • จำนวนทำนองซอทั้งหมดยังนับไม่ตรงกันในแต่ละแหล่ง เพราะแต่ละถิ่นและแต่ละสายครูมีทำนองของตนเอง
  • เรื่องปี่จุม งานของศราวุฒิ (๒๕๖๖) และนิตยา (๒๕๖๒) เรียกปี่ ๓ เลาว่า ปี่กลาง ปี่ก้อย และปี่เล็ก ส่วนพจนานุกรมเรียก ปี่โข้ ปี่กลาง และปี่ก้อย บทความนี้ใช้ชื่อตามพจนานุกรม

จ๊อย: การขับขานคร่าว

จ๊อย ช้อฯยฯ (คำเมืองอ่านว่า จ๊อย) พจนานุกรมอธิบายว่าคือการ "ขับลำนำเพลงจากคำประพันธ์แบบซอ หรือคร่าว" ของหนุ่มที่ไป แอ่วสาว แอ่วฯสาวฯ (คำเมืองอ่านว่า แอ่วสาว) ในตอนกลางคืน มักเดินไปจ๊อยไปเพื่อความเพลิดเพลิน หรือบรรยายความรู้สึก

ช้อฯยฯ
จ๊อย
น.มาตราชั่งน้ำหนัก ๑ จ๊อย มีค่าเท่ากับ ๑.๖ กิโลกรัม ก.ขับลำนำเพลงจากคำประพันธ์แบบซอ หรือ คร่าวหนุ่มที่ไปแอ่วสาวในตอนกลางคืน มักเดินไปจ๊อยไปเพื่อความเพลิดเพลิน หรือบรรยายความรู้สึก
ดูในพจนานุกรมมรดกล้านนา →

งานของ คณิเทพ ปิตุภูมินาค และคณะ (๒๕๕๗) ให้นิยามว่า จ๊อยคือ "การขับขานวรรณกรรมประเภทคร่าว" ผู้จ๊อยมีทั้งพระสงฆ์และชาวบ้านทั่วไป จะจ๊อยแบบมีดนตรีประกอบ เช่น สะล้อหรือซึง หรือจ๊อยเปล่า ๆ ก็ได้ แล้วแต่ความสะดวกของผู้จ๊อย งานชิ้นนี้ยังอ้างงานของหทัยวรรณ (๒๕๕๑) ว่าที่อำเภออมก๋อย ชาวบ้านนิยมจ๊อยโต้ตอบกันระหว่างหนุ่มสาวในยามค่ำ ช่วงฟาดข้าวหลังเก็บเกี่ยว

ลีลาการจ๊อยเรียกว่า "ระบำ" มี ๓ แบบ (อ้างจาก มณี พยอมยงค์, ๒๕๒๕)

ระบำ ลีลา ใช้กับ
ระบำวิงวอน เอื้อนเสียงยาว ทำนองสลดสังเวช บทเศร้าที่ต้องการให้ผู้ฟังสะเทือนใจ
ระบำโก่งเฮียวบง ลีลาช้า มีเอื้อน คล้ายวิงวอนแต่เอื้อนต่างตำแหน่ง อ่านเรื่องต่าง ๆ
ระบำม้าย่ำไฟ เร็ว แล้วทอดยาวตอนท้าย เอื้อนน้อยที่สุด เล่าเนื้อหาได้มากโดยไม่เสียเวลา ฟังแล้วกระฉับกระเฉง
⚠️ ข้อควรระวัง
คำว่า ระบำ ในพจนานุกรมมรดกล้านนา (คำเมืองอ่านว่า หละบำ รบำฯ) หมายถึง "การร่ายรำ" ส่วน "ระบำ" ที่หมายถึงลีลาการจ๊อย เป็นคำเรียกของคนในวงการ ตามที่งานวิจัยของคณิเทพและคณะบันทึกไว้ ยังไม่มีในพจนานุกรม

บทความ กว่างล้านนา มีตัวอย่าง คำจ๊อยหนุ่มแอ่วสาว ที่ไล่ชื่อกว่างแต่ละชนิด ซึ่งพจนานุกรมยกไว้ทั้งบท ลองอ่านแล้วนึกภาพหนุ่มเดินจ๊อยไปตามทางในหมู่บ้านยามค่ำ

คร่าว: บทของการจ๊อยและการซอ

ค่าว ระฯค่าฯวฯ (คำเมืองอ่านว่า ค่าว) หรือคร่าว พจนานุกรมอธิบายว่าเป็น "คำประพันธ์ที่มีลักษณะร้อยสัมผัสสอดเกี่ยวกันไป มีการเรียบเรียงถ้อยคำให้เป็นระเบียบเหมือนห่วงโซ่" การอ่านหรือขับคร่าวเป็นทำนองเสนาะเรียกว่า เล่าค่าว เลั่าระฯค่าฯวฯ (คำเมืองอ่านว่า เล่าค่าว) คร่าวแบ่งตามเนื้อหาได้หลายชนิด

คำล้านนา อักษรล้านนา ความหมาย (ตามพจนานุกรม)
ค่าวซอ ระฯค่าฯวฯซํอฯ คร่าวที่ประพันธ์ไว้สำหรับการซอ
ค่าวฮ่ำ ระฯค่าฯวฯรํา คร่าวที่พรรณนาเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยเฉพาะ
ค่าวใจ๊ ระฯค่าฯวฯไช้ คร่าวที่แต่งเป็นจดหมายรักระหว่างหนุ่มสาว
ค่าวก้อม ระฯค่าฯวฯก้อฯม คร่าวสั้นที่เป็นคำสอนหรือโวหารกินใจ นิยมแต่ง ๔ วรรค วรรคละ ๔ คำ
ค่าวทำ ระฯค่าฯวฯธัม์มฯ คร่าวที่เนื้อเรื่องเป็นชาดกต่าง ๆ

ตัวอย่างค่าวก้อมที่พจนานุกรมยกไว้ สั้นแต่ครบทั้งสัมผัสและอารมณ์

ปี้แอบฮักน้อง ลักจองในใจ๋ ป๋ะน้องเมื่อใด หัวใจ๋ตื่นเต้น — พจนานุกรมมรดกล้านนา คำว่า ค่าวก้อม (แปลว่า พี่แอบรักน้อง จองน้องไว้ในใจ เจอน้องทีไร หัวใจพี่เต้นรัว)

คร่าวที่มีชื่อเสียง

งานของคณิเทพและคณะ (๒๕๕๗) เล่าว่ามีการสันนิษฐานว่าคร่าวเกิดขึ้นราว พ.ศ. ๒๓๐๐ และเป็นที่นิยมชัดเจนเมื่อ พระยาพรหมโวหาร (พ.ศ. ๒๓๔๕–๒๔๓๐) แต่ง ค่าวนางจม ระฯค่าฯวฯนาฯงฯช฿มฯ (คำเมืองอ่านว่า ค่าวนางจม) หรือคร่าวสี่บท ราว พ.ศ. ๒๓๘๐–๒๓๙๐ พจนานุกรมเรียกงานชิ้นนี้ว่า "ผลงานชิ้นเอก" ที่พรรณนาความรักต่อ "ศรีชม" ภรรยาของท่าน

ค่าวซอเรื่องดังเรื่องหนึ่งคือ หงส์หิน วิทยานิพนธ์ของ อุดม รุ่งเรืองศรี (๒๕๑๖) อธิบายว่าต้นฉบับ "หงส์ผาคำ" ของ พระยาโลมาวิสัย ลงปี พ.ศ. ๒๔๒๔ ส่วนฉบับ "หงส์หิน" ของ เจ้าสุริยวงศ์ พิมพ์ครั้งแรกใน พ.ศ. ๒๔๖๐ นายเมืองใจ ชัยนิลพันธุ์ ซึ่งซื้อกิจการโรงพิมพ์อักษรล้านนาต่อจากมิชชันนารี ได้พิมพ์คร่าวซอออกขายอีกหลายเรื่อง (วิทยานิพนธ์เดียวกันระบุว่าพิมพ์เป็นอักษรไทยตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๙๔) ซึ่งช่วยให้ค่าวซอแพร่หลายกว้างขึ้น

ซอกับจ๊อย ต่างกันอย่างไร

เมื่อนำข้อมูลจากพจนานุกรมและงานวิจัยข้างต้นมาเทียบกัน จะเห็นความต่างหลัก ๆ ดังนี้

ซอ จ๊อย
บทที่ใช้ เพงซอ ค่าวซอ คร่าวทุกชนิด เช่น ค่าวซอ ค่าวฮ่ำ ค่าวใจ๊
ผู้ขับ ช่างซอ ผู้ฝึกในสายสำนักและไหว้ครู ชาวบ้านทั่วไป หนุ่มแอ่วสาว และพระสงฆ์
ดนตรี ปี่จุม (เจียงใหม่) หรือสะล้อ–ซึง (น่าน) มีหรือไม่มีก็ได้ เช่น สะล้อ ซึง
รูปแบบ ซอเดี่ยว และซอถ้องโต้ตอบชายหญิง ลีลา ๓ ระบำ: วิงวอน โก่งเฮียวบง ม้าย่ำไฟ
ลีลาเสียง ทำนองตามแบบแผน เช่น ตั้งเชียงใหม่ จะปุ ละม้าย ทำนองยืดหยุ่นตามคำและสำเนียงของผู้จ๊อย

ทั้งสองอย่างจึงเป็นทั้ง ดนตรี และ วรรณกรรม ไปพร้อมกัน ถ้อยคำคือหัวใจ ส่วนทำนองคือวิธีพาถ้อยคำไปถึงใจผู้ฟัง

สรุป

  • ขับซอ คือการขับลำนำพื้นบ้านของล้านนา คำว่า "ซอ" ในล้านนาหมายถึงการขับร้อง ไม่ใช่เครื่องสาย
  • ซอแบ่งเป็น ๒ เขต: ซอเจียงใหม่ ขับกับปี่จุม และ ซอน่าน ขับกับสะล้อและซึง
  • ช่างซอ ต้องมีปฏิภาณ ฝึกด้วยการ "เก็บคำ" และไหว้ครูด้วยขันตั้ง ทำนองหลักมี ตั้งเชียงใหม่ จะปุ ละม้าย และอื่อ
  • จ๊อย คือการขับขานคร่าว มี ๓ ระบำ คือ วิงวอน โก่งเฮียวบง และม้าย่ำไฟ จะมีดนตรีประกอบหรือไม่ก็ได้
  • คร่าว เป็นบทร้อยกรองสำคัญของล้านนา มีหลายชนิด เช่น ค่าวซอ ค่าวฮ่ำ ค่าวใจ๊ ค่าวก้อม

ค้นคำล้านนาเรื่องซอ จ๊อย และคร่าวเพิ่มเติมได้ใน พจนานุกรมมรดกล้านนา และอ่านคำจ๊อยหนุ่มแอ่วสาวฉบับเต็มได้ที่บทความ กว่างล้านนา

แหล่งอ้างอิง

ค้นหาคำว่า "ซอ" ในพจนานุกรมมรดกล้านนา

🎯 ทดสอบคำในบทความนี้ทายคำล้านนาจากบทความ 29 คำ จำได้แค่ไหน?

บทความที่เกี่ยวข้อง

หอไตรวัดพระสิงห์ เชียงใหม่ อาคารเก็บคัมภีร์ใบลานแบบล้านนา ตั้งอยู่บนฐานสูงประดับปูนปั้น

ค่าว: คำประพันธ์ร้อยสัมผัสของล้านนา ค่าวซอ และค่าวฮ่ำ

30 ตุลาคม 2568 · วรรณกรรม

ค่าวคือคำประพันธ์ล้านนาที่ร้อยสัมผัสต่อกันเหมือนห่วงโซ่ รู้จักค่าวซอ ค่าวฮ่ำ ค่าวก้อม ฉันทลักษณ์ "สามตัวเหลียว เจ็ดตัวเทียว" และค่าวสี่บทขอ…

ครูดนตรีพื้นเมืองนั่งขัดสมาธิบนเสื่อ ดีดซึงไม้แกะลายสีทอง ที่บ้านในอำเภอแม่ออน เชียงใหม่

สะล้อซอซึง: ดนตรีพื้นเมืองล้านนา สะล้อ ซึง และเสียงขับซอ

18 เมษายน 2569 · วัฒนธรรม

สะล้อซอซึงคือวงดนตรีพื้นเมืองล้านนา รู้จักสะล้อเครื่องสีกะลามะพร้าว ซึงเครื่องดีดสี่สาย ความหมายของซอในชื่อวง วงปี่จุม ป้าดก๊อง และคำเมืองเ…

หน้าต่างลายคำในวิหารลายคำ วัดพระสิงห์ เชียงใหม่ ล้อมด้วยจิตรกรรมฝาผนังแบบล้านนาที่เล่าเรื่องวรรณกรรม

หงส์หิน: ค่าวซอเรื่องดัง จากหงส์ผาคำถึงฉบับเจ้าสุริยวงศ์

19 กันยายน 2569 · วรรณกรรม

หงส์หินคือค่าวซอเรื่องดังของล้านนา อ่านเรื่องย่อกุมารผู้ขี่หงส์ที่พระอินทร์เสกจากก้อนหิน ที่มาจากหงส์ผาคำของพระยาโลมาวิสัย ฉบับเจ้าสุริยวงศ…

ลำธารน้ำตกห้วยแก้วเชิงดอยสุเทพในฤดูฝน มีน้ำตกเล็ก ๆ ไหลลงมาระหว่างป่าเขียวครึ้ม

น้อยไจยา: ละครซอรักสามเส้าจากคุ้มเจ้าดารารัศมี สู่เพลงคำเมือง

12 ตุลาคม 2569 · วรรณกรรม

น้อยไจยา (น้อยใจยา, น้อยไชยา) คือละครซอของท้าวสุนทรพจนกิจที่เจ้าดารารัศมีทรงผูกเรื่อง อ่านเรื่องย่อน้อยไจยากับแว่นแก้ว ที่มาของชื่อ และเส้น…

↑

↑ ↓ เลือก · Enter เปิด · Esc ปิด