มรดกล้านนา

🌐 Read in English

ภาพถ่ายขาวดำเก่า แม่น้ำปิงที่เชียงใหม่ มีเรือหลังคาโค้งจอดริมน้ำ และสะพานข้ามแม่น้ำอยู่ไกลออกไป

ภาพ: Houghton Mifflin Harcourt / Wikimedia Commons (Public domain)

สาวเครือฟ้า: เรื่องจริงของสาวเหนือ หรือมาดามบัตเตอร์ฟลายที่ย้ายบ้าน

สาวเครือฟ้า คือชื่อนางเอกของละครร้องที่คนไทยหลายรุ่นรู้จัก หญิงสาวชาวเชียงใหม่ที่รักนายทหารหนุ่มจากกรุงเทพฯ แล้วถูกทิ้ง เรื่องนี้ถูกเล่าซ้ำเป็นละคร ภาพยนตร์ และเพลง จนหลายคนเข้าใจว่าเป็นเรื่องจริงของ แม่ยิง แม่ยิงฯ (คำเมืองอ่านว่า แม่ยิง แปลว่าผู้หญิง) เมืองเหนือคนหนึ่ง แต่ต้นทางของเรื่องอยู่ไกลกว่านั้นมาก คือเมืองท่านางาซากิในญี่ปุ่น ผ่านนวนิยายฝรั่งเศส เรื่องสั้นอเมริกัน และอุปรากรอิตาลี

บทความนี้ไม่ได้ตัดสินแทนผู้อ่าน แต่แยกเรื่องออกเป็นชิ้น ว่าชิ้นไหน มีหลักฐาน ชิ้นไหน มาจากบทละคร ชิ้นไหน ถูกเติมภายหลัง และชิ้นไหน แหล่งข้อมูลยังเล่าต่างกัน เราพูดถึงภาพจำของผู้หญิงเหนือที่เกิดจากเรื่องนี้ด้วย เพื่อดูว่ามันมาจากไหน ไม่ใช่เพื่อพูดซ้ำ

แม่ยิงฯ
แม่ยิง
น.ผู้หญิง,สตรี
ดูในพจนานุกรมมรดกล้านนา →

ภาพหน้าบทความคือแม่น้ำปิงที่เชียงใหม่ ในหนังสือที่พิมพ์ พ.ศ. ๒๔๗๐ ใกล้ยุคที่ละครเรื่องนี้กำลังดังในกรุงเทพฯ เมืองจริงที่ละครเลือกเป็นฉาก แต่ไม่เคยเป็นบ้านของเครือฟ้าตัวจริง เพราะเธอมีอยู่ในบทละครเท่านั้น

บทละครเล่าอะไร: สี่ชุด สวาสดิ์ วิวาห์ ลา กลับ

หลักฐานชั้นต้นที่สำคัญที่สุดคือตัวบทละครเอง บทละครร้อง สาวเครือฟ้า ฉบับที่พิมพ์แจกใน พ.ศ. ๒๕๑๔ เผยแพร่อยู่ในห้องสมุดดิจิทัลวชิรญาณ เราอ่านทั้งเรื่องแล้วสรุปได้ดังนี้

ชุด เกิดอะไรขึ้นในบท
๑ สวาสดิ์ เครือฟ้าเป็นลูกกำพร้า อยู่บ้านสวนในนครเชียงใหม่กับยายตาที่เลี้ยงเธอและสาวรับใช้ชื่อคำเจิด เธอปลูกดอกไม้ ร้อยดอกไม้ฝากยายไปขายในเวียง ร้อยตรีพร้อม ทหารจากเมืองหลวง มากับเพื่อนชื่อพระรามพละพ่าย ผู้เป็นที่ปรึกษาของข้าหลวง แล้วสู่ขอเธอ
๒ วิวาห์ ขบวนขันหมากมาถึง มีการเซ่นผีและผูกขวัญ พระสงฆ์รูปหนึ่งเข้ามาดุให้เลิกงาน ร้อยตรีพร้อมไล่ไป งานแต่งจึงดำเนินต่อ
๓ ลา ลูกชายเกิดแล้ว ร้อยตรีพร้อมได้คำสั่งให้กลับเมืองหลวงด้วยราชการ ผูกมือลูกและเมีย แล้วสัญญาว่าจะกลับมา
๔ กลับ เครือฟ้ารอข่าว ปฏิเสธเจ้านายเชียงใหม่ที่มาเกี้ยว เมื่อร้อยตรีพร้อมกลับมาจริง เขาเลื่อนยศแล้วและพาภรรยาใหม่ชื่อแม่จำปามาด้วย เครือฟ้าจบชีวิตด้วยมีดของพ่อ

ถ้าเคยรู้จัก มาดามบัตเตอร์ฟลาย จะเห็นทันทีว่าเรื่องเดินตามกันแทบทุกจังหวะ ผู้แต่งเองก็ไม่ได้ปิดบัง ใต้ชื่อเรื่องเขียนไว้ว่า "เลียนเรื่องคอมิกออบรา ฝรั่งเศสที่ลือชื่อ มาดาม บัดเตอไฟล ได้จากหนังสือไกลบ้าน (ประเสริฐอักษร รจนา)" งานวิทยานิพนธ์ของมุกริน วิโรจน์ชูฉัตร (๒๕๓๙) ที่เทียบสองเรื่องอย่างละเอียดก็สรุปว่า แก่นเรื่อง โครงเรื่อง ตัวละคร และฉากของสาวเครือฟ้าเหมือนฉบับอุปรากรมาก เพียงเปลี่ยนให้เป็นไทยทั้งหมด

บทละครฉบับพิมพ์ปิดเรื่องอย่างไร ชุติพงศ์ ปะทาเส (๒๕๖๑) ยกบทตอนจบมาอธิบายไว้ว่าเครือฟ้าใช้มีดปาดคอ ตรงกับบทที่เราอ่าน ส่วนบทความบางชิ้นเล่าฉากนี้ต่างออกไป เราจะกลับมาดูในหัวข้อเข้าใจผิดบ่อย

สายเรื่องจากนางาซากิถึงเชียงใหม่

เรื่องนี้มีต้นทางหลายทอด และแต่ละทอดเติมของใหม่เข้าไป

  1. ๒๔๓๐ (ค.ศ. ๑๘๘๗) ปีแยร์ โลตี เขียนนวนิยายฝรั่งเศส Madame Chrysanthème เรื่องนายทหารเรือกับภรรยาชั่วคราวที่นางาซากิ
  2. ๒๔๔๑ (ค.ศ. ๑๘๙๘) จอห์น ลูเธอร์ ลอง นักเขียนอเมริกัน พิมพ์เรื่องสั้น Madame Butterfly ในนิตยสาร The Century เขาบอกว่าได้เค้าจากเรื่องที่พี่สาวเล่าตอนอยู่นางาซากิ แต่ Playbill และงานของมุกรินชี้ว่ารายละเอียดจำนวนมากมาจากนวนิยายของโลตี
  3. ๒๔๔๓ (ค.ศ. ๑๙๐๐) เดวิด เบลาสโก ทำเป็นละครเวทีองก์เดียว เปิดที่นิวยอร์กแล้วไปลอนดอน ปุชชีนีได้ชมที่ลอนดอน แม้ไม่รู้ภาษาอังกฤษ แล้วขอสิทธิ์ทำอุปรากร (Britannica)
  4. ๒๔๔๗ (ค.ศ. ๑๙๐๔) อุปรากร Madama Butterfly แสดงครั้งแรกที่ลา สกาลา มิลาน ๑๗ กุมภาพันธ์ คืนแรกถูกโห่ ฉบับแก้ไขที่เบรชชา ๒๘ พฤษภาคม ประสบความสำเร็จ (Britannica)
  5. ๒๔๔๙ (ค.ศ. ๑๙๐๖) ฉบับภาษาฝรั่งเศสเปิดที่โรงละครโอเปรา-กอมิก (Opéra-Comique) ในปารีส ๒๘ ธันวาคม บทแปลของปอล แฟรีเย (Brodbeck, Girardi และ Casadei)
  6. ๒๔๕๐ (ค.ศ. ๑๙๐๗) รัชกาลที่ ๕ ทอดพระเนตรอุปรากรเรื่องนี้ที่ปารีสระหว่างเสด็จประพาสยุโรปครั้งที่ ๒ แล้วทรงเล่าประทานกรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ (คำปรารภ ๒๕๑๔ และโพสต์ทูเดย์)
  7. ราว ๒๔๕๐–๒๔๕๒ กรมพระนราธิปฯ ทรงพระนิพนธ์เป็นละครร้อง ในนามแฝง ประเสริฐอักษร
ปกโน้ตเพลงเก่าสีครีม ป้ายสีแดงเขียนว่า G. Puccini Madame Butterfly ด้านล่างเขียนว่า Edition Ricordi
ปกโน้ตอุปรากร Madame Butterfly ฉบับภาษาฝรั่งเศส พ.ศ. ๒๔๔๙ (ค.ศ. ๑๙๐๖) บนปกเขียนว่า "ตามเรื่องของ John L. Long และ David Belasco" บทแปลของ Paul Ferrier ภาพ: Edition Ricordi (สแกนโดย Harold B. Lee Library) / Internet Archive (Public domain)

คำว่า "คอมิกออบรา" ในหัวบท ตรงกับชื่อโรงละครโอเปรา-กอมิก ซึ่งเป็นที่เล่นฉบับภาษาฝรั่งเศสในปารีสช่วงนั้น เป็นข้อสังเกตของเราเอง แหล่งข้อมูลไม่ได้บอกว่าทรงชมที่โรงละครใด สิ่งที่ชัดคือเรื่องเดินทางมาถึงสยามในรูปของ เรื่องเล่า จากพระราชหัตถเลขาและพระราชดำรัส ไม่ใช่บทแปล กรมพระนราธิปฯ จึงแต่งใหม่ได้เต็มที่

ด้านหน้าอาคารโรงละครโอเปรา-กอมิกในปารีส อาคารหินสีครีมประดับรูปปั้น หน้าต่างโค้งสามบาน ใต้ท้องฟ้าสีฟ้า
โรงละครโอเปรา-กอมิก ปารีส ที่ฉบับภาษาฝรั่งเศสของมาดามบัตเตอร์ฟลายเปิดแสดงเมื่อปลาย ค.ศ. ๑๙๐๖ (ภาพ ค.ศ. ๒๐๒๑) ภาพ: Chabe01 / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0)

ลองเดินตามสายเรื่องด้วยตัวเองในวิดเจ็ตด้านล่าง แตะแต่ละขั้นเพื่อดูว่าเปลี่ยนอะไร ขั้นที่มาก่อนจะสว่างขึ้นย้อนไปถึงต้นทาง แท็บที่สองให้จับคู่ตัวละครของสองเรื่อง และแท็บที่สามเปิดบทละครทีละชุด

กรมพระนราธิปฯ กับโรงละครปรีดาลัย: แสดงครั้งแรกเมื่อไร

พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ (พระนามเดิม พระองค์เจ้าวรวรรณากร พ.ศ. ๒๔๐๔–๒๔๗๔) เป็นผู้บุกเบิกละครร้อง พระองค์สร้าง โรงละครปรีดาลัย ในวังของพระองค์ ย่านที่คนเรียกว่าแพร่งนรา (โพสต์ทูเดย์ และพิมพิกา มหามาตย์ ๒๕๕๘) งานวิจัยของพิมพิกาบอกว่าสาวเครือฟ้าเป็นเรื่องที่นิยมที่สุดของคณะ เล่นต่อเนื่องจนสิ้นพระชนม์ใน พ.ศ. ๒๔๗๔

⚠️ ข้อควรระวัง
แสดงครั้งแรกที่ไหน แหล่งข้อมูลยังเล่าต่างกัน ศิลปวัฒนธรรม (เล่าจากหนังสือของชานันท์ ยอดหงษ์ ๒๕๖๘) ระบุการแสดงถวายที่โรงละครปรีดาลัย พ.ศ. ๒๔๕๒ ส่วนงานวิจัยของพิมพิกา มหามาตย์ (๒๕๕๘) ระบุว่าแสดงครั้งแรกในงานตรุษสงกรานต์ที่พระราชวังสวนดุสิต แล้วจึงแสดงที่ปรีดาลัย คำปรารภฉบับ ๒๕๑๔ บอกเพียงว่า "ซ้อมเสร็จก็เล่นถวายหน้าพระที่นั่ง"
อาคารไม้สองชั้นเก่าทาสีครีม มีระเบียงไม้ฉลุยาวตลอดชั้นบน หน้าอาคารมีรถยนต์จอดอยู่
อาคารในวังวรวรรณเดิม ที่ตั้งของโรงละครปรีดาลัย ต่อมาเป็นโรงเรียนตะละภัฏศึกษา (ภาพ ค.ศ. ๒๐๒๑) ภาพ: Chainwit. / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0)

อีกข้อที่ยังเปิดอยู่คือบทบาทของพระราชชายา เจ้าดารารัศมี ศิลปวัฒนธรรมเล่าตามหนังสือของชานันท์ว่าทรงช่วยเรื่องเสื้อผ้า ทรงผม ดนตรี และการฟ้อนให้สมจริง แต่งานของพิมพิกาเล่าว่าเจ้าจอมมารดาเขียน พระมารดาของกรมพระนราธิปฯ ดูแลท่ารำ และหม่อมต่วนศรี วรวรรณ ดูแลเพลงและดนตรี เรายังไม่พบแหล่งที่สองที่ยืนยันบทบาทของพระราชชายา

สิ่งที่สองแหล่งยืนยันตรงกันคือทางกลับกัน สำนักบริหารศิลปวัฒนธรรม จุฬาฯ (๒๕๖๕) และงานของกฤษติ์ บูรณวิทยวุฒิ (๒๕๖๑) บอกว่าพระราชชายาได้แนวคิดจากละครเรื่องนี้ไปสร้างละครซอเรื่อง น้อยไจยา ซึ่งเป็นเรื่องของ คนเมือง ฅ฿นฯล้านฯนาฯ (คำเมืองอ่านว่า คนเมือง) ร้องเป็น กำเมือง คำฯเมิอฯง (คำเมืองอ่านว่า กำเมือง) ด้วยทำนองซออย่าง ล่องน่าน ล่อฯงนาฯ (คำเมืองอ่านว่า ล่องน่าน) เหมือนเป็นคำตอบจากฝั่งเหนือ

ใครคือใคร: ตัวละครที่ย้ายบ้าน

เมื่อวางสองเรื่องเทียบกัน ตัวละครเกือบทุกตัวมีคู่ของตัวเอง

มาดามบัตเตอร์ฟลาย (อุปรากร) สาวเครือฟ้า (บทละครร้อง)
โจโจ้ซัง เด็กสาวจากครอบครัวที่ตกอับ เครือฟ้า ลูกกำพร้าชาวเชียงใหม่ที่ทำสวนดอกไม้
พิงเคอร์ตัน นายทหารเรือสหรัฐฯ ร้อยตรีพร้อม ทหารจากเมืองหลวง
ซูซูกิ สาวใช้ คำเจิด สาวรับใช้และพี่เลี้ยง
ชาร์ปเลส กงสุลผู้เตือนพระเอก พระรามพละพ่าย เพื่อนผู้เป็นที่ปรึกษาข้าหลวง
ลุงนักบวชที่มาสาปแช่งงานแต่ง พระสงฆ์ที่มาดุให้เลิกงานแต่ง
เจ้าชายยามาโดริ ผู้มาสู่ขอ เจ้าสายน้ำผึ้ง เจ้านายเชียงใหม่ผู้มาเกี้ยว
เคต ภรรยาชาวอเมริกัน แม่จำปา ภรรยาที่แต่งในเมืองหลวง
มีดของพ่อ "ตายอย่างมีเกียรติ" มีดของพ่อ สลักว่า "เสียชีพอย่าเสียชื่อ"
นางาซากิ และอเมริกา เชียงใหม่ และเมืองหลวงสยาม

(ฝั่งอุปรากรตามเรื่องย่อของ Britannica ฝั่งบทละครจากตัวบท)

ฉากพระสงฆ์มาขัดงานแต่งน่าสนใจเป็นพิเศษ บทละครเรียกพระรูปนั้นว่า "ตุ๊" และ "เถรครูบา" ในคำเมือง ตุ๊ ทุ (คำเมืองอ่านว่า ตุ๊) คือพระภิกษุ ส่วน ครูบา ระฯคูบาฯ (คำเมืองอ่านว่า ครูบา) พจนานุกรมอธิบายว่าเป็นคำยกย่องพระสงฆ์ผู้ใหญ่ที่เป็นที่เคารพ ใช้ในวัฒนธรรมล้านนาเท่านั้น บทละครยืมคำเหนือมาใส่ฉากที่มาจากญี่ปุ่นโดยตรง

พระเอกก็เปลี่ยนจาก "คนต่างชาติ" เป็น "คนเมืองหลวง" ในคำเมือง ทหารเรียกว่า ตะหาน ตหานฯ (คำเมืองอ่านว่า ตะหาน) ส่วนตำแหน่งที่พระรามพละพ่ายเป็นที่ปรึกษาคือ ข้าหลวง ข้าหลฯวฯง (คำเมืองอ่านว่า ข้าหลวง) ซึ่งพจนานุกรมให้ความหมายว่าผู้ว่าราชการจังหวัด ฉากหลังนี้ตรงกับยุคที่สยามส่งข้าราชการขึ้นไปปกครองหัวเมืองเหนือ ซึ่งเล่าไว้ใน ล้านนา: ชื่อนี้มาจากไหน

เหนือแค่ไหน: ทำนอง ธรรมเนียม และคำพูดในบท

ความเป็นเหนือคือสิ่งที่ทำให้คนดูเชื่อ บทละครใส่ไว้หลายชั้น

ทำนองเพลง บทระบุชื่อทำนองไว้ทุกบท เรานับจากฉบับพิมพ์ ๒๕๑๔ ได้ว่าในชุดที่ ๒ มีทำนองชื่อ "ลาว" และ "ล่องน่าน" ราว ๙ ชื่อ เทียบกับทำนองอื่น ๕ ชื่อ แต่ทั้งเรื่องก็มีทำนองชื่อ "เขมร" "แขก" "ฝรั่ง" และเพลงไทยเดิมอีกมาก พจนานุกรมอธิบายว่าคำ "ลาว" ที่นำหน้าเป็นชื่อเพลงไทยเดิมหลายเพลง และในรัชกาลที่ ๕ คนภาคกลางมักเรียกชาวล้านนาว่า "ลาว" ด้วย งานของพิมพิกาบอกว่าละครใช้ทำนองไทยเดิมสำเนียงภาคกลางและภาคเหนือ เสียงเหนือในละครจึงเป็นเสียงเหนือที่ผ่านหูของนักดนตรีกรุงเทพฯ

ธรรมเนียม ชุดที่ ๒ มี ขันหมาก ขันฯหมฯากฯ (คำเมืองอ่านว่า ขันหมาก) มีการเซ่นผีและผูกด้ายขวัญ ชุดที่ ๓ พระเอกผูกมือลูกและเมียก่อนจาก ใกล้กับพิธี ฮ้องขวัญ ร้อฯงขัวฯร (คำเมืองอ่านว่า ฮ้องขวัญ คือเรียกขวัญ) ของคนเมือง

คำพูด งานของพิมพิกาบอกว่าละครใช้ภาษาไทยภาคกลาง ภาคเหนือ ภาษาลาว และภาษาอังกฤษปนกัน ในบท เครือฟ้าเรียกตัวเองว่า "ข้อย" พจนานุกรมบอกว่า ข้อย ข้อฯยฯ (คำเมืองอ่านว่า ข้อย) เป็นสรรพนามที่ไทลื้อ ไทขึน และยองใช้ ส่วนคู่รักคนเมืองมักใช้ เปิ้น เพิ่นฯ (คำเมืองอ่านว่า เปิ้น) กับ ตั๋ว ต฿วฯ (คำเมืองอ่านว่า ตั๋ว) และเมื่อจะบอกว่าพูด คำเมืองใช้ อู้ อู้ (คำเมืองอ่านว่า อู้) ไม่ใช่ "เว้า" แบบในบท

ข้อสังเกตอีกอย่างที่เราขอเล่าอย่างระวัง ในชุดที่ ๔ บทให้เครือฟ้าตำหนิตัวเองด้วยคำที่คนภาคกลางยุคนั้นใช้เรียกคนเหนือแบบดูแคลน เราไม่ยกคำนั้นมา แต่มันบอกได้ชัดว่าละครมองเมืองเหนือจากสายตาของใคร

ธรรมเนียมเหนือจริงว่าอย่างไรเรื่องความรักและการแต่งงาน

ในละคร งานแต่งเกิดขึ้นเร็ว และผู้หญิงเหลือตัวคนเดียวเมื่อสามีจากไป ธรรมเนียมคนเมืองที่พจนานุกรมบันทึกไว้เล่าภาพอีกแบบ หนุ่มที่จะ แอ่วสาว แอ่วฯสาวฯ (คำเมืองอ่านว่า แอ่วสาว) ต้องมาหาที่บ้านของฝ่ายหญิง และการล่วงเกินหญิงสาวถือว่า ผิ๋ดผี ผิดฯผี (คำเมืองอ่านว่า ผิ๋ดผี) คือผิดต่อผีบรรพบุรุษที่คุ้มครองบ้านของเธอ

ผิดฯผี
ผิ๋ดผี
ก.การกระทำผิดประเพณีอันถือว่าเป็นการล่วงเกินหญิงสาว เช่นการล่วงล้ำเข้าไปในเขตหวงห้ามของฝ่ายหญิง การถูกเนื้อต้องตัว จับมือถือแขน หรือถึงขั้นเสียตัว ชาวล้านนาไทยแต่โบราณถือว่า ผีปู่ ย่า ตา ยาย เป็นอารักษ์ เฝ้าหวงแหนรักษาบ้านเรือนและลูกหลาน หากหนุ่มสาวลักลอบสมสู่ ถือว่าผิดผีบ้านผีเรือน ฝ่ายชายต้องทำการขอสูมาและเสียผี จึงจะพ้นผิด; ดู...ขอสูมา,เสียผี,ใส่ผี ประกอบ
ดูในพจนานุกรมมรดกล้านนา →

ฝ่ายชายที่ทำผิดต้อง เสียผี เสยฯผี (คำเมืองอ่านว่า เสียผี) หรือ ใส่ผี ไส่ผี (คำเมืองอ่านว่า ใส่ผี) ให้เงินและเครื่องเซ่นแก่ฝ่ายหญิง ผีที่ว่านี้คือ ผีปู่ย่า ผีปู่ย่า (คำเมืองอ่านว่า ผีปู่ย่า) ซึ่งพจนานุกรมบอกว่าสืบทอดทางฝ่ายหญิง เพ็ญสุภา สุขคตะ (๒๕๕๔) ใช้ธรรมเนียมนี้อธิบายว่าในสังคมล้านนาดั้งเดิม ผู้หญิงเป็นผู้สืบผีของตระกูล และฝ่ายชายต้องย้ายมาอยู่บ้านฝ่ายหญิง ภาพนี้ต่างจากหญิงที่ไร้ที่พึ่งในบทละครมาก

จากเวทีสู่จอและเพลง

หลังยุคละครร้อง เรื่องนี้ไปถึงคนทั้งประเทศผ่านภาพยนตร์

  • ๒๔๙๖ ภาพยนตร์ สาวเครือฟ้า ผลงานของแท้ ประกาศวุฒิสาร ซึ่งภายหลังได้เป็นศิลปินแห่งชาติ ได้รับความนิยมมาก (THE STANDARD ๒๕๖๑, เพ็ญสุภา ๒๕๕๔) ศิลปวัฒนธรรมยกตัวอย่างภาคต่ออย่าง ลูกเครือฟ้า (๒๔๙๘) และ ปีศาจเครือฟ้า (๒๕๐๓)
  • ๒๕๐๘ สร้างใหม่และฉายที่ศาลาเฉลิมกรุง ตามโปสเตอร์ที่ชุติพงศ์ (๒๕๖๑) ยกมา
  • ๒๕๒๒ วิทยาลัยนาฏศิลปนำละครร้องกลับขึ้นเวทีที่โรงละครแห่งชาติ โดยครูเฉลย ศุขะวณิช และครูลมุล ยมะคุปต์ และสืบทอดต่อมาหลายรุ่น (พิมพิกา ๒๕๕๘)
  • ราว ๒๕๓๓ เพลง ล่องแม่ปิง ของจรัล มโนเพ็ชร บอกสาวเชียงใหม่ให้รักศักดิ์ศรีของตน และยกเรื่องสาวเครือฟ้าขึ้นมาเป็นเรื่องเตือนใจ งานของเอื้อมพร ทิพย์เดช และสิริวรรณ นันทจันทูล (๒๕๖๖) อ่านเพลงของจรัลว่าเป็นการตอบโต้ภาพสาวเหนือที่หลอกง่าย

ภาพยนตร์และละครโทรทัศน์ฉบับอื่น ๆ มีรายชื่ออยู่ในเว็บรวบรวมข้อมูลทั่วไป แต่เรายังหาแหล่งที่สองยืนยันไม่ได้ จึงไม่ได้ใส่ไว้ที่นี่

ทำไมคนจึงเชื่อว่าเป็นเรื่องจริงของเมืองเหนือ

แหล่งข้อมูลให้เหตุผลหลายข้อ เราเรียงตามที่ผู้เขียนแต่ละคนเสนอ

  • ฉากเป็นเมืองจริง บทละครเลือกนครเชียงใหม่ และใส่ทำนอง ธรรมเนียม และคำพูดแบบเหนือ โพสต์ทูเดย์ตั้งข้อสังเกตว่าบทละครทำให้ร้อยตรีพร้อมกับสาวเครือฟ้า "เหมือนกับมีตัวจริงขึ้นมา"
  • เล่าซ้ำมาเกือบร้อยปี จากเวทีในวัง สู่ภาพยนตร์ ละคร และเพลง ชานันท์ ยอดหงษ์ (๒๕๖๘ ตามที่ศิลปวัฒนธรรมสรุป) เขียนว่าเมื่อภาพตัวแทนถูกผลิตซ้ำบ่อย ทั้งคนในและนอกวัฒนธรรมก็อาจหลงเชื่อว่าเป็นลักษณะที่สืบทอดกันมา
  • กลายเป็นแม่แบบ เพ็ญสุภาเห็นว่าโครงเรื่อง "สาวเหนือรักหนุ่มกรุง" แบบนี้กลายเป็นแม่แบบของหนังและเพลงเมืองเหนืออีกมาก เช่นตำนานวังบัวบาน

เรื่องภาพจำ ผู้เขียนหลายคนพูดตรงกัน เพ็ญสุภาเขียนบทความชื่อ "สาวเหนือไม่ใช่สาวเครือฟ้า" ชานันท์มองว่าเป็นภาพที่เมืองเหนือถูกมองผ่านอำนาจของกรุงเทพฯ และชุติพงศ์ชี้ว่านางเอกทั้งในมาดามบัตเตอร์ฟลายและสาวเครือฟ้าถูกวางให้เป็นผู้ถูกกระทำ ภาพนี้ไม่ได้บอกอะไรเกี่ยวกับผู้หญิงเหนือจริง แต่บอกมากเกี่ยวกับคนที่เล่าเรื่อง

นางาซากิก็มี "บ้านมาดามบัตเตอร์ฟลาย"

เรื่องที่ถูกเชื่อว่าจริงไม่ได้เกิดเฉพาะที่เชียงใหม่ ที่นางาซากิ บ้านกลอเวอร์ ถูกเรียกว่า "บ้านมาดามบัตเตอร์ฟลาย" สำนักงานการท่องเที่ยวญี่ปุ่นอธิบายว่า หลังสงครามโลกครั้งที่ ๒ นายทหารอเมริกันกับภรรยาที่พักอยู่ในบ้านนี้ตั้งชื่อเล่นนี้ให้ บ้านไม่มีความเกี่ยวข้องจริงกับอุปรากร แต่ชื่อติดมา เมืองนำไปโปรโมตหลังเปิดให้ชม และตั้งรูปปั้นนักร้องมิอุระ ทามากิ ผู้เล่นบทบัตเตอร์ฟลายกว่า ๒,๐๐๐ ครั้ง ใน พ.ศ. ๒๕๐๖ (Japan Experience เล่าตรงกัน)

บ้านไม้ชั้นเดียวแบบตะวันตกหลังคากระเบื้อง มีระเบียงโค้ง ลานหินและสวนหย่อมอยู่ด้านหน้า
บ้านกลอเวอร์ นางาซากิ ที่ได้ชื่อเล่น "บ้านมาดามบัตเตอร์ฟลาย" หลังสงคราม แม้ไม่เกี่ยวกับเรื่องจริง ภาพ: Jakub Hałun / Wikimedia Commons (CC BY 4.0)

แม้แต่คำถามว่ามาดามบัตเตอร์ฟลายมีตัวจริงหรือไม่ก็ยังเถียงกันอยู่ Playbill เล่าว่าเรื่องที่พี่สาวของลองเล่าเป็นเพียงข้อเท็จจริงไม่กี่อย่าง ส่วนงานของมุกรินบอกว่าลองผสมนวนิยายของโลตี เรื่องครอบครัวกลอเวอร์ และจินตนาการของเขาเอง เรื่องเล่าจึงย้ายบ้านได้หลายครั้ง และทุกครั้งที่ย้าย ก็มีคนหาบ้านจริงให้มันอยู่ ในล้านนาเองก็มีเรื่องคล้ายกัน คือเมืองในวรรณคดีที่คนรุ่นหลังพยายามชี้ที่ตั้งจริง อย่างลิลิตพระลอ

ทีละข้อ: ชิ้นไหนมีหลักฐาน ชิ้นไหนเติมภายหลัง

ลองจัดเรื่องด้วยตัวเอง วิดเจ็ตด้านล่างแยกเรื่องออกเป็น ๑๓ ชิ้น แตะกล่องที่คิดว่าใช่ แล้วดูเหตุผลกับที่มา แท็บที่สองแสดงว่าเรื่องเติบโตอย่างไร กด "เทียบ" สองฉบับเพื่อวางคู่กัน แท็บที่สามเป็นแผนที่ ว่าที่ไหนมีจริง และที่ไหนมีแต่ในเรื่อง

เข้าใจผิดบ่อย: แหล่งข้อมูลบอกอะไร

"สาวเครือฟ้าเป็นเรื่องจริงของหญิงเชียงใหม่คนหนึ่ง"

ไม่พบบันทึกถึงหญิงจริงคนใด ผู้แต่งระบุเองว่าเลียนเรื่องจากมาดามบัตเตอร์ฟลาย และงานของมุกรินพบว่าทุกองค์ประกอบสำคัญเหมือนฉบับอุปรากร

"เครือฟ้าเป็นช่างฟ้อน"

ในบทละครฉบับพิมพ์ เครือฟ้าเป็นลูกกำพร้าที่ทำสวนดอกไม้ ไม่ได้ถูกเรียกว่าช่างฟ้อน คำว่า "ช่างฟ้อน" พบในงานเขียนยุคหลัง เช่นของเพ็ญสุภา (๒๕๕๔) และชุติพงศ์ (๒๕๖๑) อาจเพราะผู้แสดงต้อง ฟ้อน ฟ้อฯร (คำเมืองอ่านว่า ฟ้อน) บนเวทีจริง พิมพิกาบันทึกว่านางเอกมีทั้งรำเดี่ยวและรำคู่

"ร้อยตรีพร้อมไปรบในสงครามโลก แล้วความจำเสื่อม"

เรื่องย่อของภาพยนตร์ที่เผยแพร่ออนไลน์บางแห่งเล่าแบบนี้ แต่เราหาแหล่งที่เชื่อถือได้สองแหล่งมายืนยันไม่ได้ ที่แน่ชัดคือในบทละครฉบับพิมพ์ไม่มีสงคราม ร้อยตรีพร้อมถูกเรียกกลับเมืองหลวงด้วยราชการ แล้วกลับมาพร้อมภรรยาใหม่

"เครือฟ้าแทงท้องตัวเองแบบฮาราคีรี"

เพ็ญสุภาเขียนไว้แบบนั้น และบางเว็บเล่าว่าใช้มีดแทงตัวเอง แต่บทละครฉบับพิมพ์บรรยายว่าใช้มีดของพ่อกรีดคอ ตรงกับที่ชุติพงศ์ยกมา และตรงกับอุปรากรที่ใช้มีดของพ่อเช่นกัน

"สาวเหนือเป็นแบบเครือฟ้า"

นี่คือภาพที่ถูกสร้างจากละคร ภาพยนตร์ และเพลงหลายยุค เพ็ญสุภา ชานันท์ และงานศึกษาเพลงของจรัล ล้วนชี้ว่าภาพนี้ไม่ตรงกับผู้หญิงเหนือจริง ธรรมเนียมเหนือที่พจนานุกรมบันทึกไว้ยังให้ฝ่ายหญิงเป็นผู้สืบผีของตระกูลด้วย

ในคำเมือง เรื่องที่เล่าสืบกันมาเรียกว่า ต่ำนาน ตํานาฯ (คำเมืองอ่านว่า ต่ำนาน) สาวเครือฟ้าน่าสนใจตรงที่มันกลายเป็นเหมือนต่ำนานของเมืองเหนือ ทั้งที่เกิดในวังที่กรุงเทพฯ จากเรื่องญี่ปุ่นที่ฝรั่งเล่า

สรุป

  • สาวเครือฟ้า เป็นละครร้องของกรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ (ประเสริฐอักษร) แต่งราว พ.ศ. ๒๔๕๐–๒๔๕๒ ผู้แต่งระบุเองว่าเลียนเรื่องจาก มาดามบัตเตอร์ฟลาย
  • เรื่องมาถึงสยามเพราะรัชกาลที่ ๕ ทอดพระเนตรอุปรากรที่ปารีส พ.ศ. ๒๔๕๐ แล้วทรงเล่าประทาน ต้นทางย้อนไปถึงปุชชีนี เบลาสโก ลอง และโลตี
  • บทละครย้ายฉากมาเชียงใหม่ ใส่ทำนอง ธรรมเนียม และคำพูดแบบเหนือ ซึ่งทำให้คนเชื่อว่าเป็นเรื่องจริง แต่ไม่พบบันทึกถึงหญิงจริงคนใด
  • ปีและสถานที่แสดงครั้งแรก กับบทบาทของเจ้าดารารัศมี แหล่งข้อมูลยังเล่าต่างกัน
  • ภาพสาวเหนือที่ "ใสซื่อ หลอกง่าย" มาจากการเล่าซ้ำ ผู้ค้นคว้าหลายคนและเพลงของจรัลตอบโต้ภาพนี้

ค้นคำในเรื่องนี้เพิ่มได้ใน แม่ยิง ผิ๋ดผี และ ผีปู่ย่า แล้วอ่านเรื่องที่เกิดจากละครเรื่องนี้ฝั่งเหนือต่อที่ น้อยไจยา

ℹ️ ข้อมูล
🔎 ชุดจริงหรือแต่ง · ๖ ตอน
เรื่องเล่าล้านนาที่คนยังเชื่อครึ่งหนึ่ง แยกให้เห็นว่าอะไรมีบันทึก อะไรมาจากผู้เล่าหรือตัวบทแรก และอะไรเติมเข้ามาภายหลัง
๑. มะเมียะ: เรื่องจริง เรื่องเล่า และเรื่องแต่ง · ราชกิจจานุเบกษา หนังสือ เพ็ชร์ลานนา (๒๕๐๗) และเพลงของจรัล ชิ้นไหนมีบันทึก ชิ้นไหนเติมภายหลัง
๒. วังบัวบาน: เรื่องจริง เรื่องเล่า และเรื่องแต่ง · ตำนานครูสาวเหนือน้ำตกห้วยแก้ว หกผู้เล่า เพลง ภาพยนตร์ และคำชี้แจงของครอบครัว
▸ ๓. สาวเครือฟ้า: เรื่องจริงของสาวเหนือ หรือมาดามบัตเตอร์ฟลายที่ย้ายบ้าน (กำลังอ่าน) · ละครร้องของกรมพระนราธิปฯ ที่ดัดแปลงจากมาดามบัตเตอร์ฟลาย และเหตุที่คนเชื่อว่าเป็นเรื่องจริงของเมืองเหนือ
๔. เวียงหนองหล่ม: เมืองล่มจริงหรือ? ตำนาน รอยเลื่อน และหลักฐาน · ตำนานเมืองโยนกล่มในคืนเดียว เทียบกับรอยเลื่อนแม่จัน ผลสำรวจโบราณคดี และแผ่นดินไหวที่วัดได้
๕. เวียงกุมกาม: เมืองจมน้ำจริงหรือ? ตำนาน หลักฐาน และทรายแม่น้ำปิง · เมืองของพญามังรายใต้ทรายแม่น้ำปิง ผลขุดค้นของกรมศิลปากร และคำถามว่าทรายมาทับเมืองเมื่อไร
๖. ลิลิตพระลอ: เรื่องจริง เรื่องเล่า และเรื่องแต่ง · เมืองสรอง เวียงลอ และแม่น้ำกาหลง ตัวบทวรรณคดีบอกอะไร และคนรุ่นหลังวางเมืองในเรื่องลงบนแผนที่จริงอย่างไร

📚 อ่านเรื่องล้านนาทั้งหมด: ล้านนา: ชื่อนี้มาจากไหน · ละครซอที่ได้แรงบันดาลใจจากเรื่องนี้: น้อยไจยา · เพลงที่ยกเรื่องนี้เป็นเรื่องเตือนใจ: เพลงล่องแม่ปิง

แหล่งอ้างอิง

ฝึกคำจากบทความนี้

ลองเล่นบัตรคำ 21 คำจากบทความนี้ จำคำล้านนาให้แม่นขึ้น

ค้นหาคำว่า "แม่ยิง" ในพจนานุกรมมรดกล้านนา

🎯 ทดสอบคำในบทความนี้ทายคำล้านนาจากบทความ 21 คำ จำได้แค่ไหน?

📝 ลองเขียนคำเมืองบนกระดาน แล้วแชร์ให้เพื่อน →

บทความที่เกี่ยวข้อง

ข้อมือที่ผูกด้วยด้ายฝ้ายหลายเส้น สีขาว ส้ม และชมพู ซึ่งใช้ผูกข้อมือรับขวัญในพิธีมงคล

งานแต่งงานล้านนา: กิ๋นดอง ผีปู่ย่า มัดมือ และยุคที่เปลี่ยนไป

19 ตุลาคม 2569 ประเพณี

งานแต่งงานล้านนาหรือกิ๋นดองทีละขั้น ตั้งแต่แอ่วสาว สู่ขอ แป๋งผี มัดมือ เจี๋อสะลี หีบผ้าใหม่ครัวใหม่ ถึงลูกเขยอยู่บ้านฝ่ายหญิง พร้อมธรรมเนีย…

เรือนไม้ภาคเหนือหลังคาทรงสูง ใต้ถุนโล่ง ตั้งอยู่ท่ามกลางต้นไม้ ที่ศูนย์วัฒนธรรมเชียงใหม่

เลี้ยงผีปู่ย่า: ผีประจำตระกูลล้านนา ผีมด ผีเมง และผีเมือง

12 ตุลาคม 2569 ประเพณี

เลี้ยงผีปู่ย่าคือการเซ่นไหว้ผีบรรพบุรุษประจำตระกูลของคนล้านนาที่สืบทอดทางฝ่ายหญิง รู้จักเก๊าผี หิ้งผี การผิดผี ฟ้อนผีมดผีเมง และผีเมืองผู้ค…

หน้าสมุดไทยดำเขียนด้วยหมึกสีขาว เป็นโคลงลิลิตพระลอบท เสียงลือเสียงเล่าอ้าง จากต้นฉบับในหอสมุดมหาวิทยาลัยเชียงใหม่

ลิลิตพระลอ: เรื่องจริง เรื่องเล่า และเรื่องแต่ง

25 ตุลาคม 2569 วรรณกรรม

เมืองสรองอยู่แพร่ เวียงลอคือเมืองพระลอ หรือแม่น้ำกาหลงคือแม่น้ำโขง อ่านตัวบทลิลิตพระลอเทียบกับงานค้นคว้า ข้อไหนมีหลักฐาน ข้อไหนคนรุ่นหลังระ…

เจดีย์วัดเจ็ดยอด เชียงใหม่ อาคารอิฐทรงสี่เหลี่ยมประดับปูนปั้นรูปเทวดา มียอดเจดีย์หลายยอด ท่ามกลางต้นไม้ใหญ่และท้องฟ้าสีฟ้า

ล้านนากับโลก: ประวัติศาสตร์มนุษย์ และที่ทางของล้านนา

24 ตุลาคม 2569 วัฒนธรรม

ล้านนากับโลก เทียบเหตุการณ์ล้านนากับประวัติศาสตร์มนุษย์ทีละยุค ตั้งแต่ ๓๐๐,๐๐๐ ปีก่อนถึงวันนี้ ใครอยู่ที่ไหนในปีเดียวกัน พร้อมเส้นเวลาและแผ…

↑

↑ ↓ เลือก · Enter เปิด · Esc ปิด