เจดีย์กู่กุด วัดจามเทวี จังหวัดลำพูน เจดีย์ทรงสี่เหลี่ยมซ้อนชั้นมีซุ้มพระพุทธรูปยืนรอบองค์

ภาพ: Chainwit. / Wikimedia Commons (CC BY 4.0)

พระนางจามเทวี: ปฐมกษัตริย์หริภุญไชย ตำนานและประวัติศาสตร์

พระนางจามเทวี คือ ปฐมกษัตริย์แห่งนครหริภุญไชย เมืองโบราณที่ปัจจุบันคือจังหวัดลำพูน หรือที่คนเมืองเรียกว่า หละปูน หลฯะพูร (คำเมืองอ่านว่า หละปูน) ตำนานเล่าว่าพระนางเสด็จจากเมืองละโว้ขึ้นมาตามลำน้ำปิง นำพระสงฆ์ ช่าง และพระพุทธศาสนามาสู่ลุ่มน้ำปิง

เรื่องของพระนางเป็นปฐมบทที่คนล้านนาเล่าต่อกันมาหลายร้อยปี แต่ก็เป็นเรื่องที่นักวิชาการยังถกเถียงว่า ส่วนไหนเป็นประวัติศาสตร์ ส่วนไหนเป็นตำนาน บทความนี้จะเล่าทั้งสองด้านอย่างแยกให้ชัด

หลฯะพูร
หละปูน
น.ลำพูน/จังหวัดลำพูน - ภาษาไทยถิ่นเหนือ (คำเมือง) เรียกว่า ''หละปูน''; ลำพูน เดิมชื่อเมืองหริภุญไชย เป็นเมืองโบราณ มีขนาดเล็กที่สุดในภาคเหนือ เป็น 1 ใน 8 ของจังหวัดในล้านนา คือ ลำพูน เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา แม่ฮ่องสอน ลำปาง แพร่ น่าน คำขวัญของจังหวัด ''พระธาตุเด่น พระรอดขลัง ลำไยดัง กระเทียมดี ประเพณีงาม จามเทวี ศรีหริภุญชัย'' จามจุรี เป็นต้นไม้ประจำจังหวัด; ดู...ไม้สำสา
ดูในพจนานุกรมมรดกล้านนา →

พระนางจามเทวีคือใคร

พจนานุกรมมรดกล้านนาอธิบายคำว่า หละปูน ว่า "ลำพูน เดิมชื่อเมืองหริภุญไชย เป็นเมืองโบราณ" และคำขวัญของจังหวัดยังมีวลี "จามเทวี ศรีหริภุญชัย" พระนามของพระนางจึงผูกอยู่กับเมืองนี้มาจนทุกวันนี้

ในคัมภีร์และตำนาน พระนางเป็นพระราชธิดาของพระเจ้ากรุง ละโว้ หรือ หละโว้ หลฯะโว้ (คำเมืองอ่านว่า หละโว้) ซึ่งพจนานุกรมอธิบายว่าเป็น "ชื่อเก่าของเมืองลพบุรี" พระนางขึ้นมาครองหริภุญไชยตามคำเชิญของฤๅษี และมีพระโอรสแฝดสององค์ที่สืบราชวงศ์ต่อมา

ℹ️ ข้อมูล
ชื่อเมือง: เอกสารเขียนได้ทั้ง หริภุญไชย และ หริภุญชัย พจนานุกรมมรดกล้านนาใช้ทั้งสองแบบ บทความนี้ใช้ "หริภุญไชย" เป็นหลัก

พระนาม: "จามเทวี" ไม่มีอยู่ในพจนานุกรมในฐานะคำศัพท์ จึงเขียนด้วยอักษรไทยเท่านั้น

ตำนานตามคัมภีร์จามเทวีวงศ์

เรื่องราวที่เก่าที่สุดของพระนางอยู่ในคัมภีร์ จามเทวีวงศ์ ภาษาบาลี ที่ พระโพธิรังสี ภิกษุชาวหริภุญไชยแต่งไว้ แบ่งเป็น ๑๕ ปริเฉท (ตอน) ตั้งแต่การสร้างเมืองจนถึงรัชกาลพระเจ้าอาทิตยราช (พระมหาอินทร์วงค์ อิสฺสรภาณี, ๒๕๖๕)

คัมภีร์เล่าว่า ฤๅษีวาสุเทพ ซึ่งเคยบวชเป็นภิกษุแล้วออกบำเพ็ญพรตพร้อมสหาย ได้สร้างเมืองหลายเมืองให้เด็กที่ท่านเลี้ยงไว้ปกครอง แต่หลายเมืองล่มสลายเพราะเจ้าเมืองไม่ตั้งอยู่ในศีลธรรม ท่านจึงร่วมกับ ฤๅษีสุกกทันต์ สร้างนครหริภุญไชยขึ้นใหม่ (ชนินทร์ ผ่องสวัสดิ์, ๒๕๕๘)

ลัวะ ลวฯะ (คำเมืองอ่านว่า ลัวะ) ที่ปรากฏในตำนานนี้ พจนานุกรมอธิบายว่าเป็น "ชนเผ่าหนึ่ง ตระกูลมอญ เขมร ปัจจุบันยังมีอาศัยอยู่ในถิ่นล้านนา" ส่วนคำว่า ฤๅษี คนล้านนาเรียกว่า รสี รสี (คำเมืองอ่านว่า หละสี)

💡 เกร็ดความรู้
ฤๅษีวาสุเทพกับดอยสุเทพ: ชนินทร์ ผ่องสวัสดิ์ (๒๕๕๘) ชี้ว่าตำนานปู่แสะย่าแสะเล่าถึงลูกยักษ์ที่บวชเป็นฤๅษีบนดอยสุเทพ จึงมีผู้สงสัยว่าเป็นองค์เดียวกับฤๅษีวาสุเทพหรือไม่ แต่ผู้ศึกษาเห็นว่าไม่น่าเป็นไปได้ เพราะคัมภีร์จามเทวีวงศ์ไม่ได้กล่าวเช่นนั้น อ่านตำนานนั้นได้ที่ ปู่แสะย่าแสะ

พระโอรสแฝดและเขลางค์นคร

ชื่อของพระโอรสองค์พี่ คือ เจ้ามหันตยศ ตรงกันในหลายแหล่ง คัมภีร์จามเทวีวงศ์ปริเฉทที่ ๘ ว่าด้วย "ราชาภิเษกพระเจ้ามหันตยศ" ส่วนชื่อองค์น้องนั้นเอกสารเรียกต่างกัน ตำนานฉบับวัดทากาศ อำเภอแม่ทา เรียกว่า เจ้าอินทวระ (สุวิภา จำปาวัลย์ และนเรนทร์ ปัญญาภู, ๒๕๖๐)

เมืองของพระโอรสองค์น้อง คือ ลำปาง ลำพางฯ (คำเมืองอ่านว่า ลำปาง) พจนานุกรมบันทึกว่าลำปาง "สร้างเมื่อ พ.ศ. ๑๒๒๓ พร้อมกับเมืองหริภุญชัย ให้ชื่อว่า นครเขลางค์" ปีนี้เป็นปีตามที่พจนานุกรมระบุ ซึ่งก็ขึ้นกับศักราชในตำนาน ดังจะกล่าวในหัวข้อถัดไป

⚠️ ข้อควรระวัง
อายุของพระโอรสในสงคราม เล่าไม่ตรงกัน คัมภีร์จามเทวีวงศ์ (ตามที่ชนินทร์ ผ่องสวัสดิ์ อ้าง) เล่าว่าขุนหลวงมิลักขะดูหมิ่นแม่ทัพว่าเป็น "เด็กน้อยอายุ ๕ ขวบ" ส่วนตำนานฉบับวัดทากาศเล่าว่าพระโอรสได้ช้างศึกคู่บารมีเมื่ออายุ ๗ ปี แล้วจึงทำศึก

ศักราชที่ยังถกเถียง

ปีที่มักอ้างกันว่าพระนางครองหริภุญไชยราว พ.ศ. ๑๒๐๐–๑๒๐๔ นั้น เฉลิมวุฒิ ต๊ะคามี (๒๕๖๔) ชี้ว่ามาจากแหล่งเดียว คือคัมภีร์ ชินกาลมาลีปกรณ์ ซึ่งแต่งภายหลัง และพระรัตนปัญญาผู้แต่งยอมรับเองว่าคำนวณศักราชจากลำดับกษัตริย์ ส่วนคัมภีร์จามเทวีวงศ์เองไม่ระบุศักราชเลย

แหล่งข้อมูล ปีที่ระบุ
ชินกาลมาลีปกรณ์ ฉบับแปลของพระยาพจนาพิมล สร้างหริภุญไชยราว พ.ศ. ๑๒๐๐
ชินกาลมาลีปกรณ์ ฉบับแปลของ แสง มนวิทูร พ.ศ. ๑๒๐๔
ตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ (ฉบับปริวรรต ๒๕๕๓) นางจามเทวีเกิด จ.ศ. ๔๑๘ (พ.ศ. ๑๕๙๙) และขึ้นมาจากละโว้ จ.ศ. ๔๕๘ (พ.ศ. ๑๖๓๙)
คัมภีร์จามเทวีวงศ์ ไม่ระบุศักราช

ตัวเลขต่างกันถึงกว่า ๔๐๐ ปี ผู้เขียนบทความจึงเสนอว่า การด่วนสรุปว่าพระนางมีตัวตนอยู่ในราวพุทธศตวรรษที่ ๑๓ "เป็นสิ่งที่ควรพิจารณาใหม่ให้ถ้วนถี่"

หลักฐานทางประวัติศาสตร์บอกอะไร

ด้านโบราณคดี งานของ Khomsi Saenchit (๒๕๕๓) ใน วารสารดำรงวิชาการ พบว่าเมืองหริภุญไชยมีการอยู่อาศัย ๓ ช่วง ระหว่าง คริสต์ศตวรรษที่ ๘ ถึง ๑๔ และเรื่องการสร้างเมืองในจารึกและตำนาน ตรงกับหลักฐานโบราณคดีเพียงบางส่วน จึงไม่ควรใช้เอกสารเพียงอย่างเดียว

ด้านจารึก เฉลิมวุฒิ ต๊ะคามี (๒๕๖๔) ชี้ว่าในบรรดาจารึกภาษามอญสมัยหริภุญไชย ๑๗ หลัก และจารึกสมัยล้านนา ๑๙๗ หลัก มีเพียง หลักเดียว ที่ออกพระนามจามเทวี คือจารึกวัดพระธาตุดอยน้อย ซึ่งจารึกใน พ.ศ. ๒๐๙๗ หลังจากแต่งจามเทวีวงศ์แล้วหลายร้อยปี

คัมภีร์จามเทวีวงศ์แต่งเมื่อไร
  • สุวิภา จำปาวัลย์ และนเรนทร์ ปัญญาภู (๒๕๖๐) ระบุว่าพระโพธิรังสีแต่งราว พ.ศ. ๑๙๔๕–๑๙๘๕
  • เฉลิมวุฒิ ต๊ะคามี (๒๕๖๔) เทียบกับ "สิหิงคนิทาน" ผลงานอีกเรื่องของพระโพธิรังสีซึ่งแต่งในสมัยพระเจ้าสามฝั่งแกน (พ.ศ. ๑๙๔๔–๑๙๘๔) แล้วสรุปว่าจามเทวีวงศ์ต้องแต่ง ก่อน พ.ศ. ๒๐๐๐ และอาจเป็น "งานวรรณกรรมการเมืองและการเมืองพุทธศาสนา"
  • พระมหาอินทร์วงค์ อิสฺสรภาณี (๒๕๖๕) ระบุว่าต้นฉบับ "ไม่ปรากฏปีที่แต่ง" และพบว่าเนื้อหาหลายส่วนผูกขึ้นใหม่ ไม่มีในพระไตรปิฎก แต่หลักธรรมที่สอดแทรกส่วนใหญ่ตรงกับพระไตรปิฎก
  • ฉบับแปลภาษาไทยครั้งแรกเป็นของ พระยาปริยัติธรรมธาดา (แพ ตาละลักษณ์) และ พระญาณวิชิตร ส่วน เจ้าดารารัศมี ทรงจัดพิมพ์แจกเมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๓ (ชนินทร์ ผ่องสวัสดิ์, ๒๕๕๘)

ทั้งหมดนี้ไม่ได้แปลว่าพระนางไม่มีตัวตน แต่บอกว่า เรื่องของพระนางที่เรารู้ ส่วนใหญ่มาจากตำนานที่เขียนขึ้นภายหลัง การอ่านจึงควรแยก "ตามตำนาน" ออกจาก "ตามหลักฐาน" เสมอ ดังที่ ต่ำนาน ตํานาฯ (คำเมืองอ่านว่า ต่ำนาน) ในพจนานุกรมหมายถึง "เรื่องราวที่เล่าสืบต่อกันมาเป็นเวลานาน"

ร่องรอยของพระนางที่ลำพูนและเชียงใหม่

กู่ กู่ (คำเมืองอ่านว่า กู่) คือเจดีย์หรือสถูปที่สร้างเป็นอนุสรณ์ หรือบรรจุอัฐิของผู้วายชนม์ ที่วัดจามเทวี ลำพูน มี กู่กุด ซึ่งพจนานุกรมอธิบายว่าเป็น "สถูปหรือกู่ยอดด้วนประดิษฐานพระอัฐิพระนางจามเทวี"

กู่กุด
กู่กุ๋ด
น.สถูปหรือกู่ยอดด้วนประดิษฐานพระอัฐิพระนางจามเทวี เจ้าผู้ครองนครลำพูน อยู่ที่วัดจามเทวี ลำพูน
ดูในพจนานุกรมมรดกล้านนา →
ซุ้มพระพุทธรูปยืนปูนปั้นบนผนังเจดีย์กู่กุด วัดจามเทวี
ซุ้มพระพุทธรูปยืนบนองค์เจดีย์กู่กุด วัดจามเทวี ลำพูน · ภาพ: Chainwit. / Wikimedia Commons (CC BY 4.0)

อีกร่องรอยหนึ่งคือ พระแก้วขาว ระฯพแก้วฯขาวฯ (คำเมืองอ่านว่า พระแก้วขาว) พจนานุกรมอธิบายว่าเป็น "พระพุทธรูปบูชาประจำองค์พระนางจามเทวี" ที่อัญเชิญมาจากละโว้ ประดิษฐานที่ลำพูนหลายร้อยปี จนพญามังรายอัญเชิญไปไว้ที่ วัดเชียงมั่น เชียงใหม่ และยังร่วมขบวนแห่ในเทศกาลปี๋ใหม่เมือง

ระฯพแก้วฯขาวฯ
พระแก้วขาว
น.พระเสตังคมณี,พระแก้วขาว - พระพุทธรูปบูชาประจำองค์พระนางจามเทวี ปฐมกษัตริย์นครหริภุญไชย (ลำพูน) ที่อัญเชิญมาจากละโว้ (ลพบุรี) สลักจากแก้วขาวใส หน้าตักกว้าง ๔ นิ้ว สูง ๖ นิ้ว ประดิษฐานที่ลำพูนนานหลายร้อยปี ปัจจุบันประดิษฐานที่วัดเชียงมั่น อ.เมือง จ.เชียงใหม่ วัดแห่งแรกของเชียงใหม่ เมื่อพญามังรายยึดครองหริภุญไชยได้ในปี พ.ศ.๑๘๒๔ และสร้างนครเชียงใหม่เป็นราชธานีในปี ๑๘๓๙ จีงได้อัญเชิญ ''พระแก้วขาว'' มาประดิษฐานที่เชียงใหม่ ในเทศกาลสงกรานต์ (ปีใหม่เมือง) จะมีการอัญเชิญ ''พระแก้วขาว'' ร่วมขบวนแห่รอบเมืองเชียงใหม่ พร้อมกับ ''พระสิงห์'' และพระพุทธรูปสำคัญ ให้ประชาชนสรงน้ำ เพื่อความเป็นสิริมงคลเป็นประจำทุกปี
ดูในพจนานุกรมมรดกล้านนา →

พระนางในความทรงจำของชาวบ้าน

นอกจากคัมภีร์ ยังมี ตำนานฉบับท้องถิ่น อีกหลายฉบับ เช่น ฉบับวัดทากาศ อำเภอแม่ทา ลำพูน (จารเมื่อ จ.ศ. ๑๒๗๑ หรือ พ.ศ. ๒๔๕๒) ตำนานท้องถิ่นเล่าว่าพระนางเกิดจากดอกบัว เป็นธิดาเศรษฐีบ้าน หนองดู่ ซึ่งเป็นชุมชนชาวมอญริมแม่น้ำปิง ก่อนฤๅษีวาสุเทพจะส่งนางล่องแพไปจนได้เป็นธิดาของเจ้าเมือง (ฉบับวัดทากาศเรียกเมืองนั้นว่า ลวรัฐ ส่วนเรื่องที่สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงบันทึกไว้เรียกว่า กรุงละโว้) (สุวิภา จำปาวัลย์ และนเรนทร์ ปัญญาภู, ๒๕๖๐)

ชาวมอญบ้านหนองดู่ยังผูกพันกับเรื่องเล่านี้ งานเดียวกันอ้าง เพ็ญสุภา สุขคตะ ว่าพิธี บวงสรวงพระนางจามเทวี ของชุมชนเกิดขึ้นหลัง พ.ศ. ๒๔๗๗ แทนที่ประเพณีฟ้อนผีมดผีเม็ง ที่เลิกไป คำว่า เมง เมงฯ (คำเมืองอ่านว่า เมง) ในพจนานุกรมหมายถึง "ชนเผ่าหนึ่งเป็นบรรพบุรุษของมอญ" ซึ่งอ่านเรื่องผีมดผีเมงเพิ่มได้ที่ เลี้ยงผีปู่ย่า

ตัวตนของพระนางจามเทวีถูกสร้างขึ้นทั้งในรูปแบบที่อิงประวัติศาสตร์และอุดมคติ — เฉลิมวุฒิ ต๊ะคามี (วารสารข่วงผญา, ๒๕๖๔)

เฉลิมวุฒิ ต๊ะคามี (๒๕๖๔) ยังพบว่าเรื่องเล่าของพระนางมี สองกระแส นอกจากเรื่องที่ยกย่อง ยังมีเรื่องเล่าบางชุมชนที่กล่าวถึงพระนางในทางลบ ซึ่งเชื่อมโยงกับเรื่องเล่าของขุนหลวงวิลังคะ ผู้เขียนเสนอว่าหากเชื่อว่าพระนางมีตัวตน ก็ควรศึกษาขุนหลวงวิลังคะในฐานะบุคคลร่วมสมัยด้วย

สรุป

  • พระนางจามเทวี เป็นปฐมกษัตริย์แห่งหริภุญไชย (หละปูน หรือลำพูน) ตามคัมภีร์จามเทวีวงศ์ของพระโพธิรังสี
  • ตำนานเล่าว่าพระนางเสด็จจากละโว้ตามคำเชิญของฤๅษีวาสุเทพ มีพระโอรสแฝด คือเจ้ามหันตยศครองหริภุญไชย และองค์น้องครองเขลางค์นคร
  • ศักราช พ.ศ. ๑๒๐๐–๑๒๐๔ มาจากชินกาลมาลีปกรณ์ที่แต่งภายหลัง ส่วนตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ระบุต่างไปกว่า ๔๐๐ ปี
  • หลักฐานโบราณคดียืนยันว่าหริภุญไชยมีอยู่จริง แต่ตรงกับเรื่องในตำนานเพียงบางส่วน
  • ร่องรอยที่ยังเห็นได้ เช่น กู่กุด วัดจามเทวี และพระแก้วขาว วัดเชียงมั่น

ค้นคำล้านนาเกี่ยวกับเมืองและโบราณสถานเพิ่มเติมได้ใน พจนานุกรมมรดกล้านนา และอ่านตำนานผีเมืองเชียงใหม่ได้ที่บทความ ปู่แสะย่าแสะ

แหล่งอ้างอิง

ค้นหาคำว่า "หละปูน" ในพจนานุกรมมรดกล้านนา

🎯 ทดสอบคำในบทความนี้ทายคำล้านนาจากบทความ 10 คำ จำได้แค่ไหน?

บทความที่เกี่ยวข้อง

อุโบสถวัดพระแก้ว เชียงราย หน้าบันไม้แกะสลักสีแดงทอง ทางเดินพรมแดงขนาบด้วยธงชาติ ธงเหลือง และต้นไม้ร่มรื่น

พระรัตนปัญญาเถระ: ปราชญ์ล้านนาผู้รจนาชินกาลมาลีปกรณ์

5 ตุลาคม 2569 · วัฒนธรรม

พระรัตนปัญญาเถระคือพระภิกษุนักปราชญ์แห่งวัดป่าแดง เชียงใหม่ ผู้รจนาชินกาลมาลีปกรณ์ อ่านประวัติ ผลงาน ข้อถกเถียงเรื่องตัวตน และยุคทองวรรณกรร…

ภาพถ่ายเก่าขาวดำ พระราชชายาเจ้าดารารัศมีกับข้าหลวงในชุดสะพายแพร นั่งเรียงบนบันไดตำหนักที่บางปะอิน

เจ้าดารารัศมี: พระราชชายาผู้ฟื้นฟูฟ้อน ดนตรี และวัฒนธรรมล้านนา

4 กรกฎาคม 2569 · วัฒนธรรม

เจ้าดารารัศมี พระธิดาเจ้าหลวงเชียงใหม่และพระราชชายาในรัชกาลที่ ๕ อ่านพระประวัติ กู่เจ้านายฝ่ายเหนือ ฟ้อน ดนตรี ละครน้อยไจยา และสวนเจ้าสบายท…

แจ่งกะต๊ำ มุมกำแพงเมืองเชียงใหม่ด้านตะวันออกเฉียงใต้ ก่อด้วยอิฐสะท้อนเงาในคูเมือง

พระเจ้ากาวิละ: ผู้ฟื้นเมืองเชียงใหม่ยุคเก็บผักใส่ซ้า

19 พฤษภาคม 2569 · วัฒนธรรม

พระเจ้ากาวิละคือเจ้าหลวงเชียงใหม่องค์แรกแห่งราชวงศ์เจ้าเจ็ดตน ผู้ฟื้นเมืองเชียงใหม่ที่ร้างจากสงคราม อ่านยุคเก็บผักใส่ซ้า เก็บข้าใส่เมือง แล…

เจดีย์เจ็ดยอดของวัดเจ็ดยอด เชียงใหม่ อาคารศิลาแลงประดับปูนปั้น มียอดแหลมหลายยอด ท่ามกลางต้นไม้ใหญ่

พระเจ้าติโลกราช: ยุคทองของล้านนา และสังคายนาที่วัดเจ็ดยอด

15 กุมภาพันธ์ 2569 · วัฒนธรรม

พระเจ้าติโลกราชคือกษัตริย์ราชวงศ์มังรายผู้นำล้านนาสู่ยุคทอง อ่านเรื่องท้าวลกผู้ชิงราชสมบัติ ศึกกับอยุธยา สังคายนาที่วัดเจ็ดยอด และการขยายเจ…

↑

↑ ↓ เลือก · Enter เปิด · Esc ปิด