ช่างฟ้อนหญิงสวมเล็บโลหะยาวทุกนิ้ว เสื้อขาว ผ้าคาดแดง และทัดดอกไม้ ขณะฟ้อนเล็บที่เชียงใหม่

ภาพ: YashiWong / Wikimedia Commons (CC BY-SA 3.0)

ฟ้อนล้านนา: ฟ้อนเล็บ ฟ้อนเทียน และฟ้อนเจิง ต่างกันอย่างไร

ฟ้อนล้านนา คือการร่ายรำของคนเมือง คำว่า ฟ้อน ฟ้อฯร (คำเมืองอ่านว่า ฟ้อน) ตรงกับคำว่า "รำ" ในภาษาไทยกลาง ฟ้อนที่คนรู้จักมากที่สุดมี ๓ แบบ คือ ฟ้อนเล็บ ฟ้อนเทียน และฟ้อนเจิง ทั้งสามดูคล้ายกันในสายตาคนนอก แต่ที่มา ผู้ฟ้อน และเวลาที่ฟ้อนต่างกันมาก

บทความนี้พาไปรู้จักฟ้อนทั้งสามแบบ พร้อมคำล้านนาเรื่องดนตรี เครื่องแต่งกาย และงานบุญที่มักมีการฟ้อน

ฟ้อฯร
ฟ้อน
รำ/ระบำ: ก๑.รำ - เคลื่อนไหวร่างกายโดยมีลีลาท่าทางเฉพาะให้เข้ากับเสียงเพลงหรือดนตรี เช่น ฟ้อนฉุยฉาย-รำฉุยฉาย; ถ้ามีอาวุธประกอบท่าทางเรียกตามอาวุธนั้น เช่น ฟ้อนดาบ-รำดาบ: ก๒.ระบำ - การร่ายรำที่ใช้ท่าฟ้อนรำ ไม่เน้นเรื่องราว แต่มุ่งความสวยงามตามจังหวะ
ดูในพจนานุกรมมรดกล้านนา →

ฟ้อน ในภาษาล้านนาหมายถึงอะไร

พจนานุกรมมรดกล้านนาให้ความหมายของ ฟ้อน ไว้ ๒ อย่าง คือ "รำ" การเคลื่อนไหวร่างกายตามเสียงเพลงหรือดนตรี และ "ระบำ" การร่ายรำที่ไม่เน้นเรื่องราว แต่มุ่งความสวยงามตามจังหวะ ถ้าฟ้อนโดยถืออาวุธ ก็เรียกตามอาวุธนั้น เช่น ฟ้อนดาบ ฟ้อฯรดาบฯฯ

คนล้านนามักเรียกฟ้อนเล็บและฟ้อนเทียนรวมกันว่า ฟ้อนเมือง คือฟ้อนที่มีลีลาแบบฉบับของ "คนเมือง" หรือชาวไทยวน ตามคำอธิบายของวิทยาลัยนาฏศิลปเชียงใหม่ (๒๕๖๓) ส่วนคนที่ฟ้อน คนเมืองเรียกว่า ช่างฟ้อน

แบบ ใครฟ้อน เวลา/ที่ ลักษณะเด่น
ฟ้อนเล็บ ช่างฟ้อนหญิง เป็นหมู่ กลางวัน กลางแจ้ง สวมเล็บโลหะยาวทุกนิ้ว เว้นนิ้วหัวแม่มือ
ฟ้อนเทียน ช่างฟ้อนหญิง เป็นหมู่ใหญ่ กลางคืน กลางแจ้ง ถือเทียนจุดไฟมือละเล่ม
ฟ้อนเจิง — ก่อนฟ้อนดาบ หรือในงานบุญ ตบฝ่ามือไปตามร่างกาย แสดงชั้นเชิงการต่อสู้

ฟ้อนเล็บ: ฟ้อนกลางวันของช่างฟ้อนหญิง

ฟ้อนเล็บ ฟ้อฯรเลัปฯ (คำเมืองอ่านว่า ฟ้อนเล็บ) พจนานุกรมอธิบายว่าเป็น "ศิลปะการแสดงที่เป็นเอกลักษณ์ของภาคเหนือโดยเฉพาะ" ผู้ฟ้อนนุ่งซิ่นลายขวาง สวมเสื้อแขนกระบอก ห่มสไบทับ เกล้าผมประดับดอกไม้ และ "สวมเล็บโลหะเรียวยาวงอนทุกนิ้ว เว้นนิ้วหัวแม่มือ"

ฟ้อนเล็บนิยมฟ้อนในเวลากลางวัน ในงานฉลองศาสนสถาน หรืองานต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง เล็บทองเหลืองที่สวมนิ้วนี้ พจนานุกรมยกเป็นตัวอย่างหนึ่งของ คัวตอง ระฯค฿วฯทอฯง คือเครื่องประดับและเครื่องใช้ที่ทำด้วยทองหรือทองเหลือง

ฟ้อฯรเลัปฯ
ฟ้อนเล็บ
ก.ฟ้อนเล็บ - เป็นการฟ้อนของชาวล้านนา เป็นศิลปะการแสดงที่เป็นเอกลักษณ์ของภาคเหนือโดยเฉพาะ ผู้ฟ้อนแต่งกายตามแบบกุลสตรีภาคเหนือ นุ่งซิ่นป้ายลายขวาง สวมเสื้อแขนกระบอก ห่มสไบทับ เกล้าผมประดับดอกไม้ กระบวนการฟ้อนเช่นเดียวกับชุดฟ้อนเทียน เพียงแต่ไม่ถือเทียน ผู้ฟ้อนสวมเล็บโลหะเรียวยาวงอนทุกนิ้ว เว้นนิ้วหัวแม่มือ นิยมฟ้อนในเวลากลางวัน ในที่กลางแจ้ง เช่น งานฉลองสมโภชศาสนสถานหรือศาสนวัตถุ งานต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง ดนตรีที่ใช้ประกอบการแสดง ใช้กลองตึ่งโนง ดนตรีพื้นเมือง วงสะล้อซอซึง หรือวงปี่พาทย์
ดูในพจนานุกรมมรดกล้านนา →

ฟ้อนเล็บในขบวนแห่ครัวตาน

ในงานปอยหลวง ช่างฟ้อนจะฟ้อนนำขบวนแห่ครัวตานไปวัด งานวิจัยของ วุฒิพงศ์ คำออน และคณะ (๒๕๖๘) พบว่าฟ้อนในขบวนแห่ครัวตานมี ๓ แบบ คือ ฟ้อนเล็บ ฟ้อนแห่ครัวตาน และฟ้อนเมือง แล้วแต่ท้องถิ่น และมีทั้ง ช่างฟ้อนหัววัด คือช่างฟ้อนของวัดเจ้าภาพ กับช่างฟ้อนที่มากับขบวนจากวัดอื่น

คำล้านนาเรียกการฟ้อนสองฝั่งนี้ไว้อย่างพอดี คือ ฟ้อนนำ ฟ้อฯรนาฯ การฟ้อนนำหน้าขบวนแห่เครื่องไทยทาน และ ฟ้อนฮับ ฟ้อฯรรัปฯ การฟ้อนที่เจ้าภาพจัดขึ้นเพื่อต้อนรับขบวนที่มาร่วมงาน อ่านเรื่องงานปอยหลวงเพิ่มได้ที่บทความ ปอยหลวง

วิกิพีเดียภาษาไทย ซึ่งอ้างข้อมูลจากกรมศิลปากร ระบุว่าฟ้อนเล็บมี ๒ แบบ คือแบบพื้นเมือง และแบบ คุ้มเจ้าหลวง เชียงใหม่ ซึ่ง พระราชชายาเจ้าดารารัศมี ทรงปรับปรุง และนำไปแสดงที่กรุงเทพฯ ในงานสมโภชช้างเผือกสมัยรัชกาลที่ ๗ เมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๐ ต่อมาครูลมุล ยมะคุปต์ ถ่ายทอดเป็นชุดการแสดงของกรมศิลปากร

ฟ้อนเทียน: แสงเทียนกลางข่วงยามค่ำ

ฟ้อนเทียน ฟ้อฯรทยฯร (คำเมืองอ่านว่า ฟ้อนเตียน) คือการฟ้อนที่ผู้ฟ้อน "ถือเทียนจุดไฟให้สว่างมือละเล่มทั้งสองมือ" ตามคำในพจนานุกรม ปกติฟ้อนกลางแจ้งในเวลากลางคืน เช่น กลาง ข่วง ข่วฯง หรือลานวัด

พจนานุกรมบอกว่าความงามของฟ้อนเทียน "อยู่ที่ใช้ผู้ฟ้อนเป็นจำนวนมาก แสงเทียนเป็นประกายขณะที่ร่ายรำ" ส่วนท่าฟ้อนนั้นใกล้เคียงกับฟ้อนเล็บ เพียงแต่ถือเทียนแทนการสวมเล็บ

💡 เกร็ดความรู้
คนเมืองออกเสียง เทียน ว่า เตียน เพราะเสียง ท ในภาษาไทยกลาง มักเป็นเสียง ต ในคำเมือง ฟ้อนเทียนจึงอ่านว่า "ฟ้อนเตียน" แบบเดียวกับ ค้างเทียน (เชิงเทียน) ที่อ่านว่า "ก๊างเตียน"

การแต่งกายแบบคุ้มหลวง

คณะครูของวิทยาลัยนาฏศิลปเชียงใหม่ (๒๕๖๓) ศึกษาการแต่งกายฟ้อนเมืองแบบ คุ้มหลวงนครเชียงใหม่ และพบ ๓ แบบ

  1. ชุดผ้าไหมยกดอก ห่มสไบ
  2. แบบเรียบ ๆ อย่างชาวบ้าน เสื้อสีขาวนวลหรือครีม นุ่งซิ่นตีนจก ห่มสไบ
  3. ห่มสไบเฉียง นุ่งซิ่นตีนจก แบบนี้นิยมแต่งเฉพาะ ฟ้อนเทียน

ทรงผมคือทรงที่เรียกกันว่า "กะบังหน้าฟ้อนเมือง" ส่วนกำไลข้อเท้าซึ่งเคยเป็นส่วนหนึ่งของชุด ปัจจุบันแทบไม่เห็นแล้ว

ฟ้อนเจิง: ฟ้อนของนักสู้

ฟ้อนเจิง ฟ้อฯรเชิงฯ (คำเมืองอ่านว่า ฟ้อนเจิง) ต่างจากสองแบบแรกอย่างชัดเจน พจนานุกรมอธิบายว่าเป็น "การฟ้อนท่าออกศึก" คำว่า เจิง เชิงฯ ตรงกับ "เชิง" ในภาษาไทยกลาง หมายถึงชั้นเชิง หรือศิลปะการต่อสู้ของล้านนาที่สืบทอดกันมา

ท่าเด่นของฟ้อนเจิงคือ ต๋บบ่าผาบ ต฿ปฯบ่าฯผาปฯ การใช้ฝ่ามือตบไปตามหน้ามือ หลังมือ ศอก เข่า น่อง และเท้า อย่างรวดเร็วจนเกิดเสียงดัง พจนานุกรมอธิบายว่าเป็นการแสดงความพร้อมของร่างกาย ให้ใจเชื่อมั่น และ "เป็นการข่มขวัญข้าศึกศัตรูอีกด้วย" ปกติแสดงก่อนการฟ้อนดาบ

ฟ้อฯรเชิงฯ
ฟ้อนเจิง
ก.การฟ้อนท่าออกศึก ปกติมักมีการตบไปตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย เรียก "ต๋บบ่าผาบ" เป็นการข่มขวัญคู่ต่อสู้
ดูในพจนานุกรมมรดกล้านนา →

ในงานวิชาการเรื่อง จากฟ้อนเจิงสู่ฟ้อนผาง (วารสารศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี, ๒๕๖๒) ผู้วิจัยอธิบายว่า พ่อครูมานพ ยาระณะ ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง พ.ศ. ๒๕๔๘ ได้รื้อฟื้นฟ้อนเจิงขึ้นมาใหม่ โดยจัดท่าฟ้อนให้เป็นระเบียบ ฟ้อนเจิงแบบนี้แสดง "ชั้นเชิงการต่อสู้และลีลาการฟ้อนที่งดงามเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา" ท่านยังนำแม่ท่าฟ้อนเจิงไปประดิษฐ์เป็น ฟ้อนผาง ด้วย

ทุกวันนี้ฟ้อนเจิงยังเป็นวิชาหนึ่งที่สอนกันใน โฮงเฮียนสืบสานล้านนา โร฿งฯรยฯรสืปฯสานฯล้านฯนาฯ ซึ่งพจนานุกรมยกตัวอย่างว่าสอน "ตั๋วเมือง ฟ้อนเจิง จ๊อย ซอ"

เจ้านายฝ่ายชายเชียงใหม่ฟ้อนรับรัชกาลที่ ๗ กลางลานกว้าง มีผู้คนยืนชมอยู่โดยรอบ
เจ้านายฝ่ายชายเชียงใหม่ฟ้อนรับพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อเสด็จถึงเชียงใหม่ ๒๒ มกราคม พ.ศ. ๒๔๖๙ (นับแบบเก่า ตรงกับ ค.ศ. ๑๙๒๗) ตามคำอธิบายภาพในวิกิมีเดียคอมมอนส์ ภาพจากหนังสือที่ระลึก พ.ศ. ๒๔๙๘ · ภาพ: Unknown author / Wikimedia Commons (Public domain)

ฟ้อนสาวไหม: จากลายเจิงสู่ท่าฟ้อนหญิง

ฟ้อนที่อยู่ระหว่างความอ่อนช้อยกับความเข้มแข็งคือ ฟ้อนเจิงสาวไหม ฟ้อฯรเชิงฯสาวฯไหมฯ (คำเมืองอ่านว่า ฟ้อนเจิงสาวไหม) พจนานุกรมอธิบายว่าเป็นการฟ้อน "แสดงท่าสาธิตการสาวเส้นไหมจากตัวไหม เป็นท่ารำที่สวยงาม ผสมผสานกับความเข้มแข็ง" ส่วนคำว่า สาวไหม สาวฯไหมฯ ก็มีความหมายที่สามว่า "การฟ้อนชนิดหนึ่ง" อยู่แล้ว

งานวิจัยของ เพียงแพน สรรพศรี และยุทธนา ฉัพพรรณรัตน์ (๒๕๖๓) เล่าที่มาของ "ฟ้อนสาวไหม" ที่เห็นบนเวทีทุกวันนี้ไว้ ๓ ขั้น

ขั้น ผู้ประดิษฐ์/ปรับปรุง จำนวนท่า
ต้นแบบ พ่อครูกุย สุภาวสิทธิ์ ประดิษฐ์จาก "ลายเจิงสาวไหม" และท่าทอผ้าของชาวบ้านเชียงราย ๑๓
ปรับครั้งแรก แม่ครูพลอยสี สรรพศรี อดีตช่างฟ้อนในคุ้มพระราชชายาเจ้าดารารัศมี ผสมท่ารำนาฏศิลป์ไทย ๒๒
ปรับครั้งที่สอง วิทยาลัยนาฏศิลปเชียงใหม่ ๑๘
⚠️ ข้อควรระวัง
แหล่งข้อมูลสะกดชื่อครูท่านนี้ต่างกัน งานของเพียงแพนและยุทธนา (๒๕๖๓) เขียน "พ่อครูกุย" ส่วนงานของวุฒิพงศ์และคณะ (๒๕๖๘) เขียน "พ่อครูกุ๋ย" บทความนี้คงตัวสะกดตามแหล่งที่อ้างในแต่ละที่

ดนตรีที่ใช้ประกอบการฟ้อน

ℹ️ ข้อมูล
วงตึ่งโนง ว฿งฯต่฿งฯโน฿งฯ คือวงดนตรีที่มีกลองแอวเป็นหลัก พจนานุกรมระบุว่า "ใช้ประกอบให้จังหวะในการฟ้อนเทียนและฟ้อนเล็บ"

ก๋องแอว กลฯอฯงแอวฯ กลองหน้าเดียวยาว ๑.๕–๒ เมตร เมื่อบรรเลงร่วมกับฆ้อง ฉาบ และกลองตะหลดปด ชาวเชียงใหม่เรียกว่าก๋องตึ่งโนง ตามเสียงที่ได้ยิน ลำพูนเรียกก๋องเปิ้งโมง ลำปางเรียกก๋องต๋กเส้ง แพร่และน่านเรียกก๋องอืดซึ้ง

วงสะล้อซอซึง ว฿งฯสลํอฯซํอฯซึงฯ และ ป้าดก๊อง (ปี่พาทย์) ก็ใช้ประกอบฟ้อนเล็บได้เช่นกัน ตามคำอธิบายในพจนานุกรม
ฟ้อนล้านนาแบบอื่นในพจนานุกรม
  • ฟ้อนเงี้ยว ฟ้อฯรง้ยฯว การฟ้อนที่รับอิทธิพลจากชาวไทใหญ่ (เงี้ยว) ผสมกับชาวไทยล้านนา คำร้องเป็นคำอวยพร
  • ฟ้อนแง้น ฟ้อฯรแง้นฯ ฟ้อนพื้นบ้านคั่นระหว่างการขับซอ ผู้ฟ้อนค่อย ๆ แอ่นตัวไปข้างหลังจนศีรษะจรดพื้น นิยมในน่าน แพร่ ลำปาง พะเยา และเชียงราย
  • ฟ้อนผีมด ฟ้อฯรผีม฿ดฯ การฟ้อนเพื่อสังเวยผีบรรพบุรุษ เป็นพิธีกรรม ไม่ใช่การแสดง อ่านเพิ่มได้ในบทความ เลี้ยงผีปู่ย่า
  • ฟ้อนดาบ การฟ้อนโดยใช้ดาบประกอบ มักต่อจากฟ้อนเจิง

สรุป

  • ฟ้อน ในภาษาล้านนาหมายถึงรำหรือระบำ ฟ้อนเล็บกับฟ้อนเทียนรวมเรียกว่า "ฟ้อนเมือง"
  • ฟ้อนเล็บ ฟ้อนกลางวัน ช่างฟ้อนหญิงสวมเล็บยาวทุกนิ้วเว้นนิ้วโป้ง มักฟ้อนนำขบวนแห่ครัวตาน และมีแบบต่างกันในเชียงใหม่ เชียงราย และแพร่
  • ฟ้อนเทียน (อ่านว่า ฟ้อนเตียน) ฟ้อนกลางคืน ถือเทียนมือละเล่ม งามด้วยจำนวนช่างฟ้อนและแสงเทียน
  • ฟ้อนเจิง ฟ้อนท่าออกศึก มีท่าต๋บบ่าผาบ และเป็นต้นทางของฟ้อนสาวไหมกับฟ้อนผาง
  • วงดนตรีหลักคือ วงตึ่งโนง ที่มีก๋องแอวเป็นหัวใจ

ค้นคำล้านนาเรื่องฟ้อนและดนตรีเพิ่มเติมได้ใน พจนานุกรมมรดกล้านนา และอ่านงานบุญที่มักมีช่างฟ้อนนำขบวนได้ที่บทความ ปอยหลวง

แหล่งอ้างอิง

ค้นหาคำว่า "ฟ้อน" ในพจนานุกรมมรดกล้านนา

🎯 ทดสอบคำในบทความนี้ทายคำล้านนาจากบทความ 22 คำ จำได้แค่ไหน?

บทความที่เกี่ยวข้อง

ครูดนตรีพื้นเมืองนั่งขัดสมาธิบนเสื่อ ดีดซึงไม้แกะลายสีทอง ที่บ้านในอำเภอแม่ออน เชียงใหม่

สะล้อซอซึง: ดนตรีพื้นเมืองล้านนา สะล้อ ซึง และเสียงขับซอ

18 เมษายน 2569 · วัฒนธรรม

สะล้อซอซึงคือวงดนตรีพื้นเมืองล้านนา รู้จักสะล้อเครื่องสีกะลามะพร้าว ซึงเครื่องดีดสี่สาย ความหมายของซอในชื่อวง วงปี่จุม ป้าดก๊อง และคำเมืองเ…

อาหารเมืองจัดเป็นสำรับ มีน้ำพริกหนุ่ม แคบหมู ไส้อั่ว ไข่ต้ม และผักสดผักลวกวางรวมในถาดเดียว

ขันโตก: สำรับอาหารล้านนา จากวงข้าวในบ้านสู่ขันโตกดินเนอร์

15 ตุลาคม 2568 · วัฒนธรรม

ขันโตกคือภาชนะและสำรับอาหารของคนล้านนา อ่านความหมายของโตก ขนาดต่าง ๆ อาหารบนขันโตก เช่น แก๋งฮังเล น้ำพิกหนุ่ม แคบหมู และที่มาของขันโตกดินเน…

ช่างฟ้อนสวมเล็บยาวฟ้อนเล็บบนเวทีในงานปอยหลวง วัดร้องดอนชัย อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่

ปอยหลวง: งานฉลองถาวรวัตถุ แห่ครัวตาน ตุง และกลองหลวง

12 ตุลาคม 2569 · ประเพณี

ปอยหลวงคืองานฉลองถาวรวัตถุในวัดของล้านนา อ่านลำดับงานวันดา วันกิน วันตาน การแห่ครัวตาน ตุงริมทาง กลองหลวง พระอุปคุต และคำเมืองที่ใช้ในงานปอย

ภาพถ่ายเก่าขาวดำ พระราชชายาเจ้าดารารัศมีกับข้าหลวงในชุดสะพายแพร นั่งเรียงบนบันไดตำหนักที่บางปะอิน

เจ้าดารารัศมี: พระราชชายาผู้ฟื้นฟูฟ้อน ดนตรี และวัฒนธรรมล้านนา

4 กรกฎาคม 2569 · วัฒนธรรม

เจ้าดารารัศมี พระธิดาเจ้าหลวงเชียงใหม่และพระราชชายาในรัชกาลที่ ๕ อ่านพระประวัติ กู่เจ้านายฝ่ายเหนือ ฟ้อน ดนตรี ละครน้อยไจยา และสวนเจ้าสบายท…

↑

↑ ↓ เลือก · Enter เปิด · Esc ปิด