
ภาพ: Photo Dharma / Wikimedia Commons (CC BY 2.0)
พระเจ้าติโลกราช: ยุคทองของล้านนา และสังคายนาที่วัดเจ็ดยอด
พระเจ้าติโลกราช คือกษัตริย์แห่งราชวงศ์มังรายผู้ครองเมืองเชียงใหม่ราว พ.ศ. ๑๙๘๔–๒๐๓๐ นักวิชาการเรียกรัชสมัยของพระองค์ว่า ยุคทองของล้านนา เพราะเป็นช่วงที่อาณาจักรแผ่กว้างที่สุด และพระพุทธศาสนารุ่งเรืองจนมีการ สังคายนาพระไตรปิฎกที่วัดเจ็ดยอด ชื่อของพระองค์จึงผูกอยู่กับวัดสำคัญ เจดีย์หลวง และคัมภีร์ที่คนล้านนายังอ้างถึงจนทุกวันนี้
พระนามเดิมของพระองค์คือ ท้าวลก คำนี้มีเรื่องเล่าในตัวเอง พจนานุกรมมรดกล้านนาอธิบายว่า ลก ล฿กฯ (คำเมืองอ่านว่า ลก) คือคำเรียกลูกชายคนที่หกในสมัยโบราณ
พระเจ้าติโลกราชคือใคร
พระเจ้าติโลกราชเป็นพระราชโอรสองค์ที่หกของ พญาสามฝั่งแกน คำว่า ท้าว ท้าฯวฯ (คำเมืองอ่านว่า ต๊าว) ในพระนามเดิม พจนานุกรมอธิบายว่าเป็น "ตำแหน่งประกอบชื่อผู้ชายที่เป็นเชื้อสายเจ้าหรือขุนนาง" ส่วนกษัตริย์ล้านนายุคก่อนมักใช้คำนำหน้าว่า พญา พญา (คำเมืองอ่านว่า พะญา) ซึ่งพจนานุกรมให้ความหมายว่า "เจ้าแผ่นดิน, เจ้าเหนือหัว"
พระองค์ได้รับการยกย่องด้วยคำนำหน้าว่า พระเจ้า ระฯพเจั้า พจนานุกรมยกตัวอย่าง "พระเจ้าติโลกราช" ไว้ในความหมายที่ใช้นำหน้าพระนามพระเจ้าแผ่นดิน งานของ อภิเดช สุผา และ ณัฐวุฒิ คล้ายสุวรรณ (๒๕๖๙) อ้างงานของ สรัสวดี อ๋องสกุล ว่าตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ออกพระนามพระองค์ว่า "พระเป็นเจ้าติโลกราช" หรือ "เจ้าพระยาติโลกราช" เพื่อยกย่องว่ามีพระบารมีเหนือกษัตริย์ล้านนาองค์อื่น
ลำดับกษัตริย์: แหล่งข้อมูลนับต่างกัน งานวิจัยทั้งสามชิ้นที่ใช้ในบทความนี้ระบุว่าเป็น กษัตริย์ลำดับที่ ๙ แห่งราชวงศ์มังราย ส่วนพจนานุกรมมรดกล้านนาเองระบุทั้ง "องค์ที่ ๙" (คำว่า พระเจ้าแข้งคม) และ "ลำดับที่ ๑๐" (คำว่า ลก และ พระเจ้าทองทิพย์)
ท้าวลก: จากเมืองยวมใต้สู่ราชบัลลังก์
การขึ้นครองราชย์ของพระเจ้าติโลกราช ไม่ใช่การสืบราชสมบัติตามปกติ เอกสารโบราณเล่าเรื่องนี้ต่างกัน
พญาสามฝั่งแกนส่งท้าวลกไปอยู่ เมืองยวมใต้ (อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอนในปัจจุบัน) ต่อมาขุนนางผู้หนึ่งชื่อ สามเด็กย้อย ลอบรับท้าวลกกลับมาซ่อนในเวียง แล้วช่วยให้ท้าวลกชิงราชสมบัติจากพระราชบิดา (อภิเดช และ ณัฐวุฒิ, ๒๕๖๙ อ้างตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ ฉบับปริวรรตของ อรุณรัตน์ วิเชียรเขียว และ เดวิด วัยอาจ)
พระพงษ์ระวี อุตฺตรภทฺโท และคณะ (๒๕๖๕) ชี้ว่าพระราชมารดาของพระองค์น่าจะเป็นพี่สาวของ หมื่นโลกนคร เจ้าเมืองลำปาง และพระองค์เสด็จจากเมืองขุนยวมมาชิงอำนาจที่เชียงใหม่ด้วยความช่วยเหลือของหมื่นโลกนคร
คัมภีร์บาลีที่แต่งขึ้นในล้านนาเล่มนี้ ไม่กล่าวถึงการชิงราชสมบัติเลย แต่เน้นเฉพาะการทำนุบำรุงพระศาสนาของพระองค์ อภิเดช และ ณัฐวุฒิ (๒๕๖๙) วิเคราะห์ว่าผู้แต่งตั้งใจสร้าง "ความชอบธรรม" ให้พระองค์ในฐานะธรรมราชา
งานของพระพงษ์ระวีและคณะยังพบว่า ตามตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่และชินกาลมาลีปกรณ์ พระองค์ทำพิธีบรมราชาภิเษกใน วันแปดเป็ง คือวันเพ็ญเดือน ๘ เหนือ ตรงกับวันวิสาขบูชา (วันเดือนเป็ง วันฯเดิอฯรเพงฯ พจนานุกรมอธิบายว่าคือ "วันเดือนเพ็ญ, วันขึ้น ๑๕ ค่ำ") และกษัตริย์องค์ก่อนและองค์หลังในราชวงศ์ก็ราชาภิเษกในวันเดียวกันนี้
ศึกกับอยุธยาและการขยายอาณาเขต
ตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่เล่าว่า พระเจ้าติโลกราชยกทัพไปปราบเมืองต่าง ๆ ให้ขึ้นกับเชียงใหม่ เช่น เมืองแพร่ เมืองน่าน เมืองยอง เมืองหลวงพระบาง และเมืองในรัฐฉาน ล้านนาในรัชสมัยนี้จึงกว้างใหญ่กว่ารัชกาลใด
สงครามครั้งสำคัญที่สุดคือ ศึกกับกรุงศรีอยุธยา สมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่เล่าถึงการใช้ไหวพริบในการรบระหว่างกษัตริย์ทั้งสอง ส่วนฝ่ายอยุธยาก็มีวรรณคดีเรื่อง โคลงยวนพ่าย ที่แต่งขึ้นเพื่อฉลองชัยชนะเหนือ "ยวน" คือชาวล้านนา
กรุงลาวอำนาจน้ำ ใจโจร ก่อนนา เคยบยดบิดรองค์ อวดรู้ — โคลงยวนพ่าย (กรมศิลปากร, ๒๕๔๐ อ้างใน อภิเดช และ ณัฐวุฒิ, ๒๕๖๙)
สังคายนาพระไตรปิฎกที่วัดเจ็ดยอด
ใน พ.ศ. ๒๐๒๐ พระเจ้าติโลกราชโปรดให้ สังคายนาพระไตรปิฎก คือการประชุมสงฆ์เพื่อตรวจชำระคัมภีร์ให้ถูกต้อง ที่ วัดมหาโพธาราม หรือ วัดเจ็ดยอด ใช้เวลา ๑ ปีจึงแล้วเสร็จ งานวิชาการนับว่าเป็น การสังคายนาครั้งที่ ๘ ตามการนับของฝ่ายเถรวาท และเป็นครั้งแรกในดินแดนที่เป็นประเทศไทยปัจจุบัน (อภิเดช และ ณัฐวุฒิ, ๒๕๖๙ อ้าง พัฒน์ เพ็งผลา)
พจนานุกรมอธิบาย เถรวาท เถรวาฯทฯ ว่าเป็น "นิกายพระพุทธศาสนาฝ่ายใต้" ที่นับถือแพร่หลายในไทย เมียนมาร์ ลังกา ลาว และกัมพูชา และเพื่อเป็นที่ระลึกในการสังคายนาครั้งนี้ พระองค์โปรดให้หล่อพระพุทธรูปองค์หนึ่งไว้ด้วย
วัดเจ็ดยอด: พุทธคยาจำลองในเชียงใหม่
พระพงษ์ระวีและคณะ (๒๕๖๕) ระบุว่าพระองค์สร้างวัดนี้ราว พ.ศ. ๑๙๙๙ หลังจากได้ฟังธรรมเรื่องอานิสงส์ของการปลูกต้นโพธิ์ จึงนำหน่อ ต้นมหาโพธิ์ ที่มาจากลังกามาปลูก วัดจึงได้ชื่อว่า มหาโพธาราม แล้วโปรดให้สร้าง สัตตมหาสถาน คือสถานที่ ๗ แห่งที่พระพุทธเจ้าประทับหลังตรัสรู้ จำลองแบบจากมหาโพธิวิหาร พุทธคยา ประเทศอินเดีย เจดีย์ทรงสี่เหลี่ยมที่มียอดหลายยอดนี้เองทำให้คนเรียกว่า "วัดเจ็ดยอด"

เจดีย์หลวงและพระแก้วมรกต
เจดีย์ เจดียฯ ฿ฯ (คำเมืองอ่านว่า เจ๋ดีย์) ที่คนล้านนามักเรียกว่า "ธาตุ" องค์ใหญ่ที่สุดของเชียงใหม่คือ พระธาตุเจดีย์หลวง เริ่มสร้างในสมัยพญาแสนเมืองมา แล้วมาเสร็จสมบูรณ์ในรัชสมัยพระเจ้าติโลกราช ซึ่งโปรดให้ก่อขยายจนฐานกว้าง ๒๗ วา สูง ๔๕ วา สูงกว่าเจดีย์องค์ใดในล้านนา (วรรณิดา และ หลี่, ๒๕๖๘)
เมื่อบูรณะเสร็จ พระองค์โปรดให้อัญเชิญ พระแก้วมรกต จากเมืองลำปางมาประดิษฐานที่ซุ้มด้านตะวันออกของเจดีย์หลวง พจนานุกรมอธิบาย พระแก้ว ระฯพแก้วฯ ว่าคือ "พระพุทธรูปที่สร้างด้วยรัตนชาติ" และยกตัวอย่างพระแก้วมรกตไว้เป็นอันดับแรก
มุมมองนักวิชาการ: ทำไมต้องสร้างใหญ่ขนาดนี้
- พระพงษ์ระวี อุตฺตรภทฺโท และคณะ (๒๕๖๕) ตีความว่าการขยายเจดีย์หลวง การสร้างวัดเจ็ดยอด และการเฉลิมพระนามแบบ "พระเจ้าศรีธรรมจักรวัตติโลกราช" สะท้อน คติพระจักรพรรดิราช คือกษัตริย์ผู้เป็นศูนย์กลางของจักรวาลตามพุทธศาสนา ซึ่งช่วยเสริมความชอบธรรมให้กษัตริย์ที่ขึ้นครองราชย์โดยไม่ปกติ
- งานเดียวกันชี้ว่าในยุคเดียวกัน กษัตริย์ในภูมิภาคล้วนใช้พระนามที่แสดงความเป็นใหญ่ในไตรภูมิ เช่น พระบรมไตรโลกนาถ แห่งอยุธยา
- อภิเดช สุผา และ ณัฐวุฒิ คล้ายสุวรรณ (๒๕๖๙) พบว่าชินกาลมาลีปกรณ์เรียกพระองค์ด้วยพระนามภาษาบาลีหลายแบบ เช่น "พระเจ้าสิริธรรมจักรพรรดิติลกมหาราช" ล้วนสื่อความเป็นพระราชาผู้ทรงธรรม
หนป่าแดง: พระพุทธศาสนาแบบลังกาวงศ์
ล้านนามีคณะสงฆ์หลายสาย คนล้านนาเรียกแต่ละสายว่า "หน" พระเจ้าติโลกราช ทรงอุปถัมภ์คณะสงฆ์นิกายสีหล ที่เน้นการเรียนภาษาบาลีและปฏิบัติตามพระวินัยอย่างเคร่งครัด ทรงนิมนต์ พระมหาเมธังกร จากลำพูนมาจำพรรษาที่วัดราชมณเฑียร และทรงผนวชชั่วคราวที่ วัดป่าแดงมหาวิหาร ด้วย (วรรณิดา และ หลี่, ๒๕๖๘)
| คำล้านนา | อักษรล้านนา | ความหมาย (ตามพจนานุกรม) |
|---|---|---|
| หนป่าแดง | ห฿นฯป่าแดงฯ | พระสงฆ์ในสำนักหรือที่เชื่อตามคำสอนแบบวัดป่าแดง ซึ่งเป็นลัทธิลังกาวงศ์ |
| หนสวนดอก | ห฿นฯสวฯรดอฯก | พระสงฆ์ในสำนักวัดสวนดอก หรือที่เชื่อตามลัทธิลังกาวงศ์หรือสีหลนิกายเก่า |
| หนเวียง | ห฿นฯวยฯง | ลัทธิการนับถือพระพุทธศาสนาที่มีวัดนันทารามเป็นแกนนำ |
ผลของการทำนุบำรุงศาสนาครั้งนี้ ทำให้สำนักสวนดอกและสำนักป่าแดงแผ่ไปถึง เชียงตุง เชียงรุ่ง เมืองยอง และเมืองนาย และพระพุทธศาสนาจากล้านนาหยั่งรากลึกในรัฐไทใหญ่ (อภิเดช และ ณัฐวุฒิ, ๒๕๖๙ อ้าง สรัสวดี อ๋องสกุล)
มรดกของพระเจ้าติโลกราช
สิ่งที่พระเจ้าติโลกราชทิ้งไว้ยังเห็นได้ในเชียงใหม่ทุกวันนี้ งานของวรรณิดาและหลี่ (๒๕๖๘) ระบุวัดที่พระองค์สร้าง เช่น วัดมหาโพธาราม วัดราชมณเฑียร วัดป่าตาล และ วัดป่าแดงมหาวิหาร ส่วนพจนานุกรมมรดกล้านนาบันทึกพระพุทธรูปที่พระองค์สร้างไว้อีกองค์หนึ่ง
เมื่อสวรรคต มีการสร้าง กู่ กู่ คือสถูปบรรจุพระอัฐิไว้ที่วัดเจ็ดยอด พจนานุกรมยกตัวอย่าง "กู่พระเจ้าติโลกราช (วัดเจ็ดยอด)" ไว้ในความหมายของคำว่า กู่ ประเภทสถูปของชนชั้นปกครอง เคียงข้าง กู่กุดของพระนางจามเทวีที่ลำพูน
สรุป
- พระเจ้าติโลกราช (พระนามเดิม ท้าวลก แปลว่าลูกชายคนที่หก) ครองเชียงใหม่ราว พ.ศ. ๑๙๘๔–๒๐๓๐ รัชสมัยนี้ถูกเรียกว่ายุคทองของล้านนา
- พระองค์ขึ้นครองราชย์ด้วยการชิงราชสมบัติจากพญาสามฝั่งแกน เอกสารแต่ละฝ่ายจึงเล่าเรื่องพระองค์ต่างกันมาก
- ทรงขยายอาณาเขตไปถึงแพร่ น่าน และรัฐฉาน และทำศึกกับอยุธยาสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ
- ทรงจัด สังคายนาพระไตรปิฎก ที่วัดเจ็ดยอดใน พ.ศ. ๒๐๒๐ ขยายเจดีย์หลวงให้สูง ๔๕ วา และอุปถัมภ์คณะสงฆ์หนป่าแดง
ค้นคำล้านนาเรื่องกษัตริย์ วัด และพระพุทธรูปเพิ่มเติมได้ใน พจนานุกรมมรดกล้านนา และอ่านเรื่องเสาอินทขีลซึ่งอยู่ในวัดเจดีย์หลวงได้ที่บทความ ใส่ขันดอก
แหล่งอ้างอิง
- พจนานุกรมมรดกล้านนา: ลก · พระเจ้าทองทิพย์ · พระเจ้าแข้งคม · กู่ · หนป่าแดง
- วรรณิดา ธีระทัศนานันต์ และ หลี่ ฉ้านซง. (๒๕๖๘). ภูมิทัศน์วัฒนธรรมทางพระพุทธศาสนาของเชียงใหม่: บทบาทของพระเจ้าติโลกราช. วารสารวิชาการจินตาสิทธิ์ ๓(๓)
- พระพงษ์ระวี อุตฺตรภทฺโท, พระครูสมุห์ธนโชติ จิรธมฺโม และ ประทีป พืชทองหลาง. (๒๕๖๕). เจดีย์หลวงมหาธาตุกลางเวียง: ภาพสะท้อนคติจักรพรรดิราช ในรัชสมัยพระเจ้าติโลกราช. วารสารปณิธาน ๑๘(๑)
- อภิเดช สุผา และ ณัฐวุฒิ คล้ายสุวรรณ. (๒๕๖๙). การสร้างความชอบธรรมให้พระเจ้าติโลกราชในชินกาลมาลีปกรณ์. วารสารสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙(๑)
ค้นหาคำว่า "ลก" ในพจนานุกรมมรดกล้านนา
🎯 ทดสอบคำในบทความนี้ทายคำล้านนาจากบทความ 15 คำ จำได้แค่ไหน?


