มรดกล้านนา

🌐 Read in English

มือเล็ก ๆ ของทารกกำนิ้วผู้ใหญ่ไว้ บนผ้าห่มขนนุ่มสีเทา

ภาพ: Nathan Dumlao / Unsplash

ละอ่อน: คำเมืองเรื่องเลี้ยงเด็ก อู่ เข้าม่ำ กิ๋นอุ๋ย

ละอ่อน ลอ่อฯร (คำเมืองอ่านว่า ละอ่อน) คือคำที่คนเมืองใช้เรียกเด็ก พจนานุกรมอธิบายว่าเพี้ยนมาจากคำว่า "ลูกอ่อน" และยังมีรูปเขียนอีกแบบคือ หละอ่อน คำนี้เป็นประตูสู่คำเมืองอีกกลุ่มใหญ่ คือคำที่ใช้เลี้ยงเด็กเล็ก ตั้งแต่ให้นม ป้อนข้าว นอนอู่ ไปจนถึงชื่อเรียกด้วยความเอ็นดูและการสอนพูด บทความนี้รวบรวมคำเหล่านั้นจากพจนานุกรมมรดกล้านนา

ลอ่อฯร
ละอ่อน
น.เด็ก(เพี้ยนมาจาก ลูกอ่อน); หละอ่อน ก็ว่า
ดูในพจนานุกรมมรดกล้านนา →

ละอ่อน และคำเรียกเด็กในแบบต่าง ๆ

พจนานุกรมเก็บคำเรียกเด็กไว้หลายคำ บางคำบอกวัย บางคำบอกว่าเป็นเด็กทั้งกลุ่ม

คำเมือง อักษรล้านนา ความหมายตามพจนานุกรม
ละอ่อน ลอ่อฯร เด็ก (เพี้ยนมาจาก ลูกอ่อน)
หละอ่อน หลฯะอ่อฯร เด็กเล็ก เด็กรุ่น
ลูกอ่อน ลูกอ่อฯร เด็ก ทารก (ปัจจุบันใช้ ละอ่อน หรือ หละอ่อน)
หละอ่อนหน้อย หลฯะอ่อฯรห้นฯอฯย เด็กเล็ก ทารก
หละอ่อนต่อนแต่น หลฯะอ่อฯรต่อฯรแต่นฯ เด็ก ๆ ทั้งหลาย (หละอ่อนหละแอ่น ก็ว่า)

คำว่า หน้อย ห้นฯอฯย (คำเมืองอ่านว่า หน้อย) แปลว่าเล็ก หรือไม่มาก จึงเป็นคำที่อยู่ในชื่อเรียกเด็กเล็กหลายคำ เช่น ไอ่หน้อย ไอ่ห้นฯอฯย์ ที่พจนานุกรมบอกว่าเป็นคำที่ผู้ใหญ่เรียกเด็กชายด้วยความเอ็นดู คล้าย "ไอ้หนู" และ อี่หน้อย อี่ห้นฯอฯย ที่ใช้เรียกเด็กหญิง คล้าย "อีหนู"

อุ๋ย เข้าป้อน เข้าม่ำ: คำเรื่องกินของทารก

ทารกคนเมืองเริ่มต้นกับ อุ๋ย อุ (คำเมืองอ่านว่า อุ๋ย) ซึ่งพจนานุกรมให้ความหมายว่าน้ำนมของสตรี และใช้ในคำว่า กิ๋นอุ๋ย กินฯอุ (คำเมืองอ่านว่า กิ๋นอุ๋ย) คือเด็กทารกกินนมแม่ ส่วนเมื่อทารกออดอ้อนอยากกินนม พจนานุกรมใช้คำว่า ฮบกิ๋นนม ร฿ปฯกิน฿มฯ (คำเมืองอ่านว่า ฮบกิ๋นนม) และยังมีคำว่า อ้อนกิ๋นนม ที่ใช้แทนกันได้

เมื่อโตพอจะกินข้าว พจนานุกรมแยกคำไว้สองอย่าง เข้าป้อน เขั้าป้อฯร (คำเมืองอ่านว่า เข้าป้อน) คือข้าวบดละเอียดที่แม่ใช้ป้อนทารก ส่วนถ้าแม่เคี้ยวให้ละเอียดก่อนจะเรียก เข้าม่ำ เขั้ามา (คำเมืองอ่านว่า เข้าม่ำ) หรือเข้าม่าม และกริยาที่เคี้ยวข้าวเพื่อป้อนเด็กคือ ม่ำ มา

พจนานุกรมเล่าไว้ที่คำเข้าม่ำว่า คนโบราณเลี้ยงลูกด้วยวิธีเคี้ยวข้าวให้ละเอียดป้อนเด็กอ่อน ไม่นิยมใช้ครกใบเล็ก ๆ บดข้าวกับกล้วยน้ำว้าอย่างปัจจุบัน และมีขนมที่นิยมป้อนเด็กอ่อน คือ เข้าหนมเกื๋อ เขั้าห฿นฯมเกิลฯอฯอ (คำเมืองอ่านว่า เข้าหนมเกื๋อ) ซึ่งพจนานุกรมอธิบายว่าเป็นขนมเกลือทำจากแป้งข้าวเหนียวผสมเกลือ ห่อด้วยใบตองนึ่งให้สุก ส่วนคำพูดง่าย ๆ ที่ใช้กับเด็กทารกว่ากิน คือ หม่ำ หํมฯา

⚠️ ข้อควรระวัง
บทความนี้เล่าคำและวิธีเลี้ยงเด็กแบบโบราณตามที่พจนานุกรมบันทึก ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ เรื่องอาหารและการให้นมทารก ควรปรึกษาแพทย์หรือพยาบาลเสมอ

อู่ หม้อแอ่ง ผ้าอ้อม: ของใช้ของเด็กเล็ก

ที่นอนของทารกคนเมืองคือ อู่ อู่ (คำเมืองอ่านว่า อู่) ซึ่งพจนานุกรมให้ความหมายแรกว่าเปลนอนของทารกหรือเด็กเล็ก

อู่
อู่
น๑.เปลนอนของทารกหรือเด็กเล็ก น๒.สถานที่ซ่อมยานพาหนะ เช่น อู่เรือ อู่รถ ก.ใช้ปากเป่าหรือพ่นลมหรือควันเข้าไปในที่เฉพาะ เช่น อู่ลูกโป่ง - เป่าลูกโป่ง, อู่ควันมูลีไล่แมงพริ้ง - พ่นควันบุหรี่ไล่แมลงหวี่.
ดูในพจนานุกรมมรดกล้านนา →
ภาพวาดอู่นอนไม้ระแนงแขวนด้วยเชือกจากขื่อ บนชานเรือนไม้ มีที่นอนและมุ้งอยู่ด้านข้าง
ภาพประกอบอู่นอน: อู่ไม้แขวนด้วยเชือกในเรือนไม้ ดึงเชือกเพื่อไกวให้ละอ่อนหลับ (ภาพวาดประกอบ ไม่ใช่ภาพถ่าย · มรดกล้านนา)
⚠️ ข้อควรระวัง
คำว่า อู่ ในพจนานุกรมมีหลายความหมาย นอกจากเปลเด็กแล้วยังหมายถึงสถานที่ซ่อมยานพาหนะ (อู่เรือ อู่รถ) และเป็นกริยาแปลว่าเป่าหรือพ่นลมหรือควัน เช่น อู่ควันยุง คือพ่นควันไล่ยุง

เวลาอาบน้ำให้ทารก มีภาชนะที่เรียกว่า หม้อแอ่ง หํมฯอฯมฯอฯแอ่งฯ (คำเมืองอ่านว่า หม้อแอ่ง) พจนานุกรมอธิบายว่าเป็นภาชนะดินเผาขนาดเล็ก ก้นเตี้ย ปากผาย มักใช้อาบน้ำทารก

กองภาชนะดินเผาใบเล็กหลายแบบ สีน้ำตาลส้ม วางรวมกัน
ภาชนะดินเผาใบเล็กหลายแบบ (ภาพประกอบทั่วไป ไม่ใช่หม้อแอ่งโดยเฉพาะ) · ภาพ: Duangphorn Wiriya / Unsplash

ของใช้อื่นของเด็กเล็กที่พจนานุกรมเก็บไว้ ได้แก่ ผ้าอ้อม ผ้าอ้อฯม ผ้าผืนเล็กที่ใช้กับเด็กอ่อน และ ว่อม ว่อฯม (คำเมืองอ่านว่า ว่อม) หมวกผ้าหรือไหมพรมชนิดไม่มีปีก ที่ใช้สำหรับเด็กอ่อนหรือพระสงฆ์

ผ้าอุ้มเด็กปักลายเรขาคณิตสีขาวบนผ้าสีครามเข้ม
ผ้าอุ้มเด็กของชาวม้ง จัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์ชาติพันธุ์วิทยาเวียดนาม เป็นตัวอย่างผ้าสำหรับอุ้มเด็ก ไม่ใช่ของคนเมือง · ภาพ: Daderot / Wikimedia Commons (CC0)

อุ้ม ร้องไห้ คลาน: คำเรื่องดูแลเด็ก

การอุ้มมีสองคำที่พจนานุกรมบันทึก อุ้ม อุ้ม คือโอบยกขึ้นไว้กับตัว เช่น อุ้มเด็ก และ อุ้มกี้บ อุ้มคีปฯ (คำเมืองอ่านว่า อุ้มกี้บ) คืออุ้มเอาขาทั้งสองข้างคีบสะเอว อย่างอุ้มเด็ก เมื่อเด็กซบอกแม่ ก็คือ สุ่นอ๋ก สุ่รอ฿กฯ (คำเมืองอ่านว่า สุ่นอ๋ก)

เด็กทารกร้องไห้ก็มีคำเฉพาะ เช่น ไห้อ้อน ไห้อ้อฯร (คำเมืองอ่านว่า ไห้อ้อน) คือร้องไห้เพื่อให้ผู้อื่นปลอบ อย่างทารกร้องไห้อ้อนแม่ และ ไห้หา ไห้หา (คำเมืองอ่านว่า ไห้หา) คือร้องไห้เรียกหา เช่น ทารกร้องไห้เรียกหาแม่

ส่วนพัฒนาการที่คำเมืองมีคำเรียก ได้แก่ ม่องก้อง ม่อฯงค่อฯง (คำเมืองอ่านว่า ม่องก้อง) ซึ่งพจนานุกรมให้ความหมายหนึ่งว่าอาการคลานของทารก ต๊บป๊บ ท฿ปฯพ฿ปฯ (คำเมืองอ่านว่า ต๊บป๊บ) คืออาการคว่ำหน้าลง เช่น ทารกนอนคว่ำ และ แอว๋ะ แอวฯะฯ (คำเมืองอ่านว่า แอว๋ะ) คืออาการที่ทารกสำรอกอาหารออกมา

อี่หมาแจ๋ะ ไอ่หมาหน้อย: ชื่อเรียกด้วยความเอ็นดู

ผู้ใหญ่ชาวเหนือมีชื่อเรียกทารกที่ฟังแล้วอาจแปลกหูคนภาคอื่น พจนานุกรมบันทึกว่า ผู้ใหญ่เรียกทารกหรือเด็กเล็กหญิงที่น่ารักน่าชังว่า อี่หมาแจ๋ะ อี่แจะ (คำเมืองอ่านว่า อี่หมาแจ๋ะ) และเรียกเด็กชายว่า ไอ่หมาหน้อย ไอ่หมฯาห้นฯอฯย์ (คำเมืองอ่านว่า ไอ่หมาหน้อย) ทั้งสองคำเป็นคู่กัน และใช้ในเชิงหยอกล้ออย่างเอ็นดู

เมื่อเห็นเด็กทารกน่ารัก คนเมืองอาจพูดว่า หน้าจัง ห้นฯาชังฯ (คำเมืองอ่านว่า หน้าจัง) ซึ่งพจนานุกรมให้ความหมายแรกว่า น่าชัง ใช้พูดกับเด็กทารกในเชิงน่ารักน่าเอ็นดู

⚠️ ข้อควรระวัง
หน้าจัง ในพจนานุกรมมีอีกความหมายหนึ่งเมื่อใช้พูดทั่วไป คือน่าเกลียด ไม่น่าคบ ดังนั้นคำนี้ใช้ชมเด็กทารกได้ แต่ถ้าพูดกับผู้ใหญ่จะไปคนละความหมาย เช่นเดียวกับที่ หมาแจ๋ะ ในพจนานุกรมก็ใช้เรียกสุนัขตัวเมียได้ด้วย ชื่อเรียกน่าเอ็นดูข้างต้นจึงใช้ได้กับเด็กทารกที่ผู้ใหญ่พูดด้วยความเอ็นดูเท่านั้น

สอนปาก และเพลงอื่อ

เมื่อทารกเริ่มส่งเสียง ผู้ใหญ่ก็เริ่ม สอนปาก สอฯรปากฯ (คำเมืองอ่านว่า สอนปาก) ซึ่งพจนานุกรมแปลว่าสอนพูด ฝึกหัดพูด อย่างเด็กทารก

สอฯรปากฯ
สอนปาก
ก.สอนพูด - ฝึกหัดพูด อย่างเด็กทารก
ดูในพจนานุกรมมรดกล้านนา →

และก่อนนอนมีเพลงกล่อมเด็กที่เรียกว่า อื่อ อื่ (คำเมืองอ่านว่า อื่อ) พจนานุกรมอธิบายว่าเป็นชื่อทำนองการขับเพลงหรือการซอ เพื่อกล่อม เห่ หรือขับร้องให้เด็กทารกหลับ และมักขึ้นต้นว่า อื่อจาจา อื่ชาชา ตัวอย่างในพจนานุกรมคือ "อื่อจาจา หลั๋บหล้มสองต๋า ป้อแม่ปิ๊กมา ก้อยตื่น" แปลว่า หลับสนิทสองตา พ่อแม่กลับมา ค่อยตื่น ดูเรื่องการขับซอเพิ่มได้ใน ขับซอ

💡 เกร็ดความรู้
พจนานุกรมบันทึกว่า "แมวโพง" (แมวแก่ตัวผู้ตัวใหญ่ หน้าตาดุ ร้องเสียงดัง) เคยถูกนำมาใช้หลอกเด็กให้เชื่อฟัง เช่น ถ้าไม่หยุดร้องไห้ แมวโพงจะมากินตับ เป็นตัวอย่างว่าผู้ใหญ่สมัยก่อนใช้สัตว์ในคำขู่เด็กอย่างไร

สรุป

  • ละอ่อน (หละอ่อน, ลูกอ่อน) คือเด็กในคำเมือง และ หน้อย คือเล็ก ใช้ในชื่ออย่าง ไอ่หน้อย อี่หน้อย
  • ทารกกิน อุ๋ย (นม) ส่วนข้าวมี เข้าป้อน และ เข้าม่ำ ที่แม่เคี้ยวป้อน
  • ของใช้เด็กเล็กมี อู่ (เปล) หม้อแอ่ง (ภาชนะอาบน้ำ) ผ้าอ้อม และ ว่อม
  • ชื่อเรียกด้วยความเอ็นดูคือ อี่หมาแจ๋ะ (หญิง) และ ไอ่หมาหน้อย (ชาย) ส่วนการสอนพูดคือ สอนปาก
  • เพลงกล่อมเด็กเรียก อื่อ ขึ้นต้นว่า อื่อจาจา

ค้นคำเรื่องเด็กคำอื่น ๆ ได้ใน พจนานุกรมมรดกล้านนา และอ่านคำเรียกคนในครอบครัวต่อได้ที่ คำเรียกญาติคำเมือง

📚 ทั้งชุด: ดูทุกช่วงชีวิตบนแผนที่เดียวที่ ชีวิตคนเมือง: ฮีตจากเกิดจนตาย

แหล่งอ้างอิง

ฝึกคำจากบทความนี้

ลองเล่นบัตรคำ 35 คำจากบทความนี้ จำคำล้านนาให้แม่นขึ้น

ค้นหาคำว่า "ละอ่อน" ในพจนานุกรมมรดกล้านนา

🎯 ทดสอบคำในบทความนี้ทายคำล้านนาจากบทความ 35 คำ จำได้แค่ไหน?

📝 ลองเขียนคำเมืองบนกระดาน แล้วแชร์ให้เพื่อน →

บทความที่เกี่ยวข้อง

ลูกหมูตัวอ้วนกลมยืนอยู่กลางทุ่งหญ้าในแสงแดดยามเย็น ที่ดอนเดด ประเทศลาว

ตุ้ย: คำเมืองแปลว่าอ้วน คำเอ็นดูของความจ้ำม่ำ

18 ตุลาคม 2569 คำศัพท์

ตุ้ย คำเมืองแปลว่าอ้วนหรือเจ้าเนื้อ คนเหนือพูดอย่างเอ็นดูกับเด็กและสัตว์ เรียนความหมายของ ตุ้ยปีดีงาม คำเมืองเรื่องรูปร่าง ตัวอย่างประโยค แ…

หุ่นจำลองชายหญิงล้านนาในชุดพื้นเมืองนั่งฟ้อนบนแท่น ชายสวมเสื้อสีน้ำตาลคาดผ้าลายตาหมากรุกที่เอว หญิงสวมเสื้อแขนยาวสีขาว ห่มผ้าสีแดง นุ่งซิ่นลายขวาง ที่พิพิธภัณฑ์พื้นถิ่นล้านนา เชียงใหม่

ผ้าและเสื้อผ้าคำเมือง: นุ่ง เสื้อ เตี่ยว และคำทอผ้า

16 ตุลาคม 2569 คำศัพท์

รวมคำเมืองเรื่องผ้าและเสื้อผ้าจากพจนานุกรม ตั้งแต่ นุ่ง เสื้อก้อม เตี่ยวสะดอ ผ้าต่อง ผ้าต้วบ ถึงคำทอผ้า ย้อมห้อม และเครื่องหย้อง พร้อมอักษร…

โขลงช้างป่าหลายตัวเดินหากินอยู่บนทุ่งหญ้าในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

ชื่อสัตว์ในคำเมือง: สัตว์เลี้ยง สัตว์ป่า และ ๑๒ นักษัตรล้านนา

15 ตุลาคม 2569 คำศัพท์

รวมชื่อสัตว์ในคำเมือง ตั้งแต่งัว ควาย หมา แมว จ๊าง ฟาน ฮอก แลน จั๊กกิ้ม พร้อมคำเรียกตัวผู้ตัวเมีย ลักษณนาม ตั๋ว และชื่อ ๑๒ นักษัตรล้านนา จา…

วิหารไม้หลังคาซ้อนลายทองและเจดีย์สีขาวในลานวัดพระสิงห์ เชียงใหม่ ใต้ท้องฟ้าสีคราม มีสิงห์และนาคปูนปั้นเฝ้าบันได

ชีวิตคนเมือง: ฮีตจากเกิดจนตาย

18 ตุลาคม 2569 ประเพณี

ชีวิตคนเมืองล้านนาตั้งแต่เกิด บวช แต่งงาน ขึ้นบ้านใหม่ ถึงงานศพ รู้จักฮีต ฮีตฮอย และปู่จ๋ารย์ พร้อมแผนที่แตะได้ของคำเมืองและบทความทุกช่วงชี…

↑

↑ ↓ เลือก · Enter เปิด · Esc ปิด