
ภาพ: Ohbendy / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0)
เดือนเหนือ: ทำไมล้านนานับเดือนเร็วกว่า ๒ เดือน และวันเม็ง วันไท ปีหนไท
เดือนเหนือ คือการนับเดือนทางจันทรคติแบบล้านนา ซึ่งพจนานุกรมมรดกล้านนาอธิบายไว้ในคำว่า เดือน เดิอฯร (คำเมืองอ่านว่า เดือน) ว่า "ชาวล้านนาจะนับเดือนเร็วกว่าชาวไทยภาคกลางไป ๒ เดือน" เดือนเหนือจึงเป็นกุญแจสำคัญในการอ่านประเพณีล้านนา เพราะงานบุญแทบทุกงานบอกวันเป็น "เดือนเหนือ" เช่น ยี่เป็ง ตานก๋วยสลาก หรือเลี้ยงดง
บทความนี้จะพาไปรู้จักชื่อเดือน การนับวันแบบ วันเม็ง และ วันไท และชื่อปีแบบ ปีหนไท ที่คนล้านนาใช้มาตั้งแต่สมัยจารึก
ทำไมเดือนเหนือเร็วกว่าภาคกลาง ๒ เดือน
ความต่างไม่ได้อยู่ที่ดวงจันทร์ เพราะวันเพ็ญของล้านนาและภาคกลางตรงกันทุกครั้ง แต่อยู่ที่ จุดเริ่มนับเดือนที่ ๑
ในคำนำของ ปฏิทินล้านนา พ.ศ. ๒๕๖๕ ที่ ศักดิ์นรินทร์ ชาวงิ้ว จัดทำ อธิบายว่าการนับแบบ เดือนปากเล้ม "จะเริ่มนับเดือนที่ ๑ หรือเดือนเกี๋ยงในช่วงที่พระจันทร์จะเพ็ญในรอบนักขัตฤกษ์ใหม่ ประมาณฤกษ์ที่ ๑–๒" และเป็นแบบที่ "ใช้กันโดยมากในล้านนา ซึ่งจะเร็วกว่าเดือนของไทยภาคกลางไป ๒ เดือน"
เมื่อเดือนที่ ๑ ของล้านนาไปตรงกับเดือน ๑๑ ของภาคกลาง เดือนต่อ ๆ ไปจึงนำหน้าภาคกลางอยู่ ๒ เดือนตลอดทั้งปี
| เดือนภาคกลาง | เดือนเหนือ | ราวเดือนสากล |
|---|---|---|
| เดือน ๑๑ | เดือนเกี๋ยง (เดือน ๑) | ต.ค.–พ.ย. |
| เดือน ๑๒ | เดือนยี่ (เดือน ๒) | พ.ย.–ธ.ค. |
| เดือนอ้าย (๑) | เดือน ๓ | ธ.ค.–ม.ค. |
| เดือนยี่ (๒) | เดือน ๔ | ม.ค.–ก.พ. |
| เดือน ๕ | เดือน ๗ | มี.ค.–เม.ย. |
| เดือน ๘ | เดือน ๑๐ | มิ.ย.–ก.ค. |
เดือนเกี๋ยง เดือนยี่: ชื่อเดือนของล้านนา
เดือนแรกของล้านนาคือ เดือนเกี๋ยง เดิอฯรกยฯง (คำเมืองอ่านว่า เดือนเกี๋ยง) พจนานุกรมอธิบายว่าเป็น "เดือนหนึ่งหรือเดือนอ้ายทางจันทรคติ ตรงกับ เดือน ๑๑ ของไทยภาคกลาง" และบอกว่าเรียก เดือนเจี๋ยง ก็ได้
เดือนที่ ๒ คือ เดือนยี่ เดิอฯรยี่ (คำเมืองอ่านว่า เดือนยี่) ตรงกับเดือน ๑๒ ของภาคกลาง ตั้งแต่เดือนที่ ๓ เป็นต้นไปเรียกตามตัวเลข คือเดือนสาม เดือนสี่ ไปจนถึงเดือนสิบสอง
ในแต่ละเดือนยังมีคำเรียกข้างขึ้นข้างแรมของคำเมืองเอง
| คำล้านนา | อักษรล้านนา | ความหมาย (ตามพจนานุกรม) |
|---|---|---|
| เดือนออก | เดิอฯรออฯก | เดือนข้างขึ้น เรียก ออก ๑–๑๕ ค่ำ |
| แฮม | แรมฯ | ข้างแรม |
| เปง | เพงฯ | เพ็ญ เต็ม เช่น จั๋นทร์เปง พระจันทร์เต็มดวง |
| เดือนดั๋บ | เดิอฯรดัปฯ | วันข้างแรมที่พระจันทร์มืดสนิท |
| ค่ำ | ฅํา | เรียกวันตามจันทรคติ เช่น ออก ๘ ค่ำ |
เทียบวันสำคัญ: เดือนเหนือกับเดือนภาคกลาง
เมื่อเข้าใจหลัก "บวก ๒" แล้ว จะอ่านวันของประเพณีล้านนาได้ง่ายขึ้น ตัวอย่างวันในปี ๒๕๖๙ จากปฏิทินล้านนาของมรดกล้านนา
- ออกหวะสา ออฯกวัสสฯา (ออกพรรษา): ๒๖ ตุลาคม ๒๕๖๙ ตรงกับ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือนเกี๋ยง หรือเพ็ญเดือน ๑๑ ของภาคกลาง
- ยี่เป็ง: ๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๙ ตรงกับ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือนยี่ หรือเพ็ญเดือน ๑๒ ของภาคกลาง (วันลอยกระทง)
- เดือนสี่เป็ง: ๒๒ มกราคม ๒๕๗๐ ตรงกับ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๔ เหนือ ช่วงประเพณีตานข้าวใหม่
เดือนปากเล้ม เดือนโหรา และการนับของไทลื้อ
ล้านนาไม่ได้มีการนับเดือนเพียงแบบเดียว ปฏิทินล้านนา ๒๕๖๕ ฉบับเดียวกันอธิบายว่ายังมี เดือนโหรา ซึ่ง "จะนับเดือนที่ ๑ ที่พระจันทร์เพ็ญแถวฤกษ์ที่ ๓" จึงช้ากว่าเดือนปากเล้ม ๑ เดือน และเร็วกว่าภาคกลาง ๑ เดือน
ผู้จัดทำระบุว่าเดือนโหราใช้ในกลุ่มที่ได้รับอิทธิพลวัฒนธรรม ไทลื้อ–ไทขืน เช่น ในอำเภอแม่สาย เชียงของ เชียงคำ และน่านตอนเหนือ ตรงกับการนับของไทลื้อสิบสองปันนาและไทขืนเชียงตุง พจนานุกรมมรดกล้านนาก็บันทึกไว้ตรงกันว่า "ชาวไทลื้อจะนับเร็วกว่าภาคกลางไป ๑ เดือน"
สงกรานต์อยู่ในเดือน ๕
สงกรานต์อยู่ในเดือน ๖ (เร็วกว่าภาคกลาง ๑ เดือน)
สงกรานต์หรือ ปี๋ใหม่เมือง ปีให่มฯเมิอฯง อยู่ในเดือน ๗ (เร็วกว่าภาคกลาง ๒ เดือน)
ตัวอย่างข้างบนมาจากคำอธิบายในพจนานุกรม (คำว่า เดือน) การนับสองแบบนี้มีผลต่อความเชื่อด้วย ผู้จัดทำปฏิทินชี้ว่าเมื่อนับเดือนไม่ตรงกัน วันเสียประจำเดือน ก็จะไม่ตรงกันตามไปด้วย ปฏิทินฉบับนั้นจึงพิมพ์ทั้งสองแบบคู่กัน
วันเม็ง: นับวันแบบเจ็ดวัน
วันเม็ง วันฯเมังฯ (คำเมืองอ่านว่า วันเม็ง) คือการนับวันในสัปดาห์ พจนานุกรมอธิบายว่าเป็น "การนับวันแบบมอญ เหมือนการนับวันของไทย" เริ่มจากวันอาทิตย์เป็นวันแรก ไปจนถึงวันเสาร์ และ "บ้างก็ใช้ตัวเลขแทน คือ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗"
ในจารึกจึงมักพบคำว่า "วัน ๔" หมายถึงวันพุธ ซึ่งคำเมืองเรียกว่า วันปุ๊ด วันฯพุธ กรรณิการ์ วิมลเกษม (๒๕๔๕) อธิบายว่าในจารึกล้านนาเรียกการบอกวันด้วยตัวเลขนี้ว่า "วันเม็ง" ส่วนคำว่า เม็ง เป็นชื่อเรียกชาวมอญ
วันไท: รอบ ๖๐ วันของแม่มื้อกับลูกมื้อ
นอกจากวันเม็ง คนล้านนายังมีการนับวันอีกระบบหนึ่ง เรียกว่า วันไท วันฯไท (คำเมืองอ่านว่า วันไท) ซึ่งได้มาจากการนับแบบ หนไท ห฿นฯไท พจนานุกรมอธิบายว่าหนไทคือ "วิธีการนับเวลาหรือศักราช ซึ่งมี แม่มื้อและ ลูกมื้อ สัมพันธ์กัน"
- แม่มื้อ แม่มื้ หรือ แม่วัน แม่วันฯ มี ๑๐ ชื่อ คือ กาบ ดับ รวาย เมือง เปิก กัด กด ร้วง เต่า ก่า
- ลูกมื้อ ลูกมื้ มี ๑๒ ชื่อ คือ ไจ้ เป้า ยี เหม้า สี ไส้ สะง้า เม็ด สัน เร้า เส็ด ไค้
นำมาจับคู่ตามลำดับ ได้ กาบไจ้ ดับเป้า รวายยี … เมื่อแม่มื้อหมดที่ "ก่า" ก็วนกลับมาเริ่ม "กาบ" ใหม่ แต่ลูกมื้อยังเดินต่อ จึงได้ กาบเส็ด ดับไค้ ทำเช่นนี้ไปจนครบ ๖๐ คู่ ที่ "ก่าไค้" แล้วเริ่มรอบใหม่
ชื่อวันไททั้ง ๖๐ วัน (อ่านจากบนลงล่าง ทีละคอลัมน์)
| ลำดับ | ชื่อ | ลำดับ | ชื่อ | ลำดับ | ชื่อ | ลำดับ | ชื่อ | ลำดับ | ชื่อ | ลำดับ | ชื่อ |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| ๑ | กาบไจ้ | ๑๑ | กาบเส็ด | ๒๑ | กาบสัน | ๓๑ | กาบสะง้า | ๔๑ | กาบสี | ๕๑ | กาบยี |
| ๒ | ดับเป้า | ๑๒ | ดับไค้ | ๒๒ | ดับเร้า | ๓๒ | ดับเม็ด | ๔๒ | ดับไส้ | ๕๒ | ดับเหม้า |
| ๓ | รวายยี | ๑๓ | รวายไจ้ | ๒๓ | รวายเส็ด | ๓๓ | รวายสัน | ๔๓ | รวายสะง้า | ๕๓ | รวายสี |
| ๔ | เมืองเหม้า | ๑๔ | เมืองเป้า | ๒๔ | เมืองไค้ | ๓๔ | เมืองเร้า | ๔๔ | เมืองเม็ด | ๕๔ | เมืองไส้ |
| ๕ | เปิกสี | ๑๕ | เปิกยี | ๒๕ | เปิกไจ้ | ๓๕ | เปิกเส็ด | ๔๕ | เปิกสัน | ๕๕ | เปิกสะง้า |
| ๖ | กัดไส้ | ๑๖ | กัดเหม้า | ๒๖ | กัดเป้า | ๓๖ | กัดไค้ | ๔๖ | กัดเร้า | ๕๖ | กัดเม็ด |
| ๗ | กดสะง้า | ๑๗ | กดสี | ๒๗ | กดยี | ๓๗ | กดไจ้ | ๔๗ | กดเส็ด | ๕๗ | กดสัน |
| ๘ | ร้วงเม็ด | ๑๘ | ร้วงไส้ | ๒๘ | ร้วงเหม้า | ๓๘ | ร้วงเป้า | ๔๘ | ร้วงไค้ | ๕๘ | ร้วงเร้า |
| ๙ | เต่าสัน | ๑๙ | เต่าสะง้า | ๒๙ | เต่าสี | ๓๙ | เต่ายี | ๔๙ | เต่าไจ้ | ๕๙ | เต่าเส็ด |
| ๑๐ | ก่าเร้า | ๒๐ | ก่าเม็ด | ๓๐ | ก่าไส้ | ๔๐ | ก่าเหม้า | ๕๐ | ก่าเป้า | ๖๐ | ก่าไค้ |
ตัวอย่างวันไทในปฏิทินจริง
พจนานุกรมยกตัวอย่างไว้ในคำว่า แม่ปี แม่ปี ว่า วันพุธที่ ๒๒ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๙ คือ วันดับเหม้า เมื่อนับต่อจากวันนั้นทีละรอบ ๖๐ วัน จะได้ชื่อวันไทของวันสำคัญในปีนี้ ดังนี้
| วันที่ | เดือนเหนือ | วันไท |
|---|---|---|
| ๑๒ ตุลาคม ๒๕๖๙ | ขึ้น ๑ ค่ำ เดือนเกี๋ยง (วันแรกของเดือนที่ ๑) | กัดเม็ด |
| ๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๙ | ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือนยี่ (ยี่เป็ง) | เต่ายี |
| ๒๒ มกราคม ๒๕๗๐ | ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๔ เหนือ | ร้วงเป้า |
การนับแบบเดียวกันนี้ให้ผลตรงกับ ปฏิทินล้านนา ๒๕๖๕ ซึ่งระบุว่าวันเสาร์ที่ ๑๖ เมษายน ๒๕๖๕ เป็น "วันไทกัดใค้" และตรงกับวันในจารึกที่กรรณิการ์ วิมลเกษม ยกมาเป็นตัวอย่าง (วันพุธ ๒ ธันวาคม พ.ศ. ๒๓๓๒ "ไทยเปิกสี") แสดงว่ารอบ ๖๐ วันนี้นับต่อเนื่องกันมาไม่ขาดตอนตั้งแต่สมัยจารึกเหล่านั้นจนถึงปัจจุบัน
ปีหนไท: ชื่อปีแบบไทโบราณ
ปีหนไท ปีห฿นฯไท (คำเมืองอ่านว่า ปีหนไท) คือการนับปีและชื่อปีแบบไทโบราณ พจนานุกรมอธิบายว่ามี ๒ วิธี
- นับรอบ ๑๒ ปี ตามนักษัตร ใช้ชื่อ ไจ้ เป้า ยี เหม้า สี ไส้ สะง้า เม็ด สัน เล้า เส็ด ไค้ ตรงกับปีชวด ฉลู ขาล ไปจนถึงกุน
- นับรอบ ๖๐ ปี โดยเอา แม่ปี ๑๐ ชื่อ (กาบ ดับ รวาย …) มาจับคู่กับ ลูกปี ๑๒ ชื่อ แบบเดียวกับวันไท
แม่ปีมีหลักจำง่าย กรรณิการ์ วิมลเกษม (๒๕๔๕) อธิบายว่าชื่อแม่ปี "เป็นชื่อที่บอกเลขตัวท้ายของจุลศักราช"
| แม่ปี | เลขท้ายจุลศักราช | ชื่อศก (แบบภาคกลาง) |
|---|---|---|
| กาบ | ๖ | ฉศก |
| ดับ | ๗ | สัปตศก |
| รวาย | ๘ | อัฏฐศก |
| เมือง | ๙ | นพศก |
| เปิก | ๐ | สัมฤทธิศก |
| กัด | ๑ | เอกศก |
| กด | ๒ | โทศก |
| ร้วง | ๓ | ตรีศก |
| เต่า | ๔ | จัตวาศก |
| ก่า | ๕ | เบญจศก |
ตัวอย่างในพจนานุกรม คือ จ.ศ. ๑๓๖๘ (พ.ศ. ๒๕๔๙) เป็น ปีรวายเส็ด (เลขท้าย ๘ = รวาย, ปีจอ = เส็ด) ส่วนปฏิทินล้านนา ๒๕๖๕ ระบุว่า จ.ศ. ๑๓๘๔ เป็น ปีเต่ายี (เลขท้าย ๔ = เต่า, ปีขาล = ยี) เมื่อใช้หลักเดียวกัน จ.ศ. ๑๓๘๘ ซึ่งเริ่มในเดือนเมษายน ๒๕๖๙ จะเป็น ปีรวายสะง้า (ปีมะเมีย อัฏฐศก)
อ่านวันที่ในจารึกล้านนา
กรรณิการ์ วิมลเกษม (๒๕๔๕) อธิบายว่าจารึกล้านนามักขึ้นต้นด้วยการบอกศักราช ชื่อปีหนไท เดือน วันเม็ง วันไท ไปจนถึงฤกษ์และยาม เช่นจารึกเจ้าหมื่นคำเพชร (ลป. ๑) ที่ขึ้นต้นว่า
"ศักราชได้ 838 ตัว ในปีรวายสัน เดินยี่ แรม 3 ค่ำ วันพุธ ไทยเปลิกสง้า" — จารึกลป. ๑ อ้างใน กรรณิการ์ วิมลเกษม (๒๕๔๕)
อ่านทีละส่วนได้ว่า
- ศักราชได้ ๘๓๘ ตัว: จุลศักราช ๘๓๘ ตรงกับ พ.ศ. ๒๐๑๙ ("ตัว" คือลักษณนามของศักราช)
- ปีรวายสัน: แม่ปี "รวาย" เพราะเลขท้ายคือ ๘ และลูกปี "สัน" คือปีวอก
- เดินยี่: เดือนยี่ของภาคเหนือ ตรงกับเดือน ๑๒ ภาคกลาง
- วันพุธ … ไทยเปลิกสง้า: บอกทั้งวันในสัปดาห์และชื่อวันไท
เพียงบรรทัดเดียว ผู้อ่านก็รู้ทั้งปี เดือน ข้างแรม วันในสัปดาห์ และวันไท ซึ่งช่วยให้นักวิชาการเทียบวันที่ในจารึกกับปฏิทินปัจจุบันได้แม่นยำ
ปฏิทินล้านนาในชีวิตวันนี้
ปฏิทินล้านนา ในคำเมืองเรียกว่า ปั๋กขะตืนล้านนา ปักขฯทืนฯล้านฯนาฯ (มาจาก ปั๋กขะตืน ปักขฯทืนฯ แปลว่าปฏิทิน) พจนานุกรมอธิบายว่าเป็นปฏิทินแบบสุริยคติ–จันทรคติ ที่บอกทั้งวันขึ้นแรมและวันดีวันเสียตามความเชื่อ เช่น วันเก้าก๋อง ที่ไม่ควรทำฌาปนกิจศพ หรือวันหัวเรียงหมอน ที่เหมาะแก่การแต่งงาน
ปัจจุบันยังมีผู้จัดทำปฏิทินล้านนาเผยแพร่ เช่น ปฏิทินล้านนา ๒๕๖๕ ที่อ้างถึงข้างต้น ซึ่งใช้วันเก้ากองตามมติของ ชมรมปักขทืนล้านนา และพิมพ์เดือนทั้งสองแบบไว้คู่กัน ผู้อ่านสามารถดูวันขึ้นแรมแบบเดือนเหนือของวันใดก็ได้ที่ปฏิทินล้านนาของมรดกล้านนา
สรุป
- เดือนเหนือ นับเร็วกว่าภาคกลาง ๒ เดือน เพราะเริ่มนับเดือนที่ ๑ (เดือนเกี๋ยง) ตรงกับเดือน ๑๑ ภาคกลาง ส่วนวันเพ็ญยังตรงกัน
- เดือนโหราแบบไทลื้อ–ไทขืนเร็วกว่าภาคกลาง ๑ เดือน เช่น สงกรานต์ เดือน ๕ กลาง = เดือน ๖ ไทลื้อ = เดือน ๗ ล้านนา
- วันเม็ง คือวันในสัปดาห์ (๑ = อาทิตย์ … ๗ = เสาร์) ส่วน วันไท คือรอบ ๖๐ วันจากแม่มื้อ ๑๐ กับลูกมื้อ ๑๒
- ปีหนไท ใช้แม่ปีที่บอกเลขท้ายจุลศักราช จ.ศ. ๑๓๘๘ จึงเป็นปีรวายสะง้า ปีเปลี่ยนที่วันพญาวันกลางเดือนเมษายน
ค้นคำล้านนาเรื่องวันเดือนปีเพิ่มเติมได้ใน พจนานุกรมมรดกล้านนา และลองอ่านวันในเดือนเหนือของประเพณีจริงได้ที่บทความ ตานก๋วยสลาก และ ปู่แสะย่าแสะ
แหล่งอ้างอิง
- พจนานุกรมมรดกล้านนา: เดือน · เดือนเกี๋ยง · วันไท · ปีหนไท · แม่ปี
- ปฏิทินล้านนาของมรดกล้านนา (Calenos): moradoklanna.com/calendar (วันขึ้นแรมเดือนเหนือของปี ๒๕๖๙–๒๕๗๐)
- กรรณิการ์ วิมลเกษม. (๒๕๔๕). ศักราช ศก ปี วัน เดือน ฤกษ์ และยามในจารึกล้านนา. ดำรงวิชาการ ๑(๑). คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร
- ศักดิ์นรินทร์ ชาวงิ้ว. (๒๕๖๕). ปฏิทินล้านนา พ.ศ. ๒๕๖๕. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา
ค้นหาคำว่า "เดือน" ในพจนานุกรมมรดกล้านนา
🎯 ทดสอบคำในบทความนี้ทายคำล้านนาจากบทความ 24 คำ จำได้แค่ไหน?


