ศิลาจารึกอักษรฝักขามของวัดเชียงมั่น ด้านบนสลักดวงชาตาเมืองเชียงใหม่ จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ที่เชียงใหม่

ภาพ: Ohbendy / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0)

เดือนเหนือ: ทำไมล้านนานับเดือนเร็วกว่า ๒ เดือน และวันเม็ง วันไท ปีหนไท

เดือนเหนือ คือการนับเดือนทางจันทรคติแบบล้านนา ซึ่งพจนานุกรมมรดกล้านนาอธิบายไว้ในคำว่า เดือน เดิอฯร (คำเมืองอ่านว่า เดือน) ว่า "ชาวล้านนาจะนับเดือนเร็วกว่าชาวไทยภาคกลางไป ๒ เดือน" เดือนเหนือจึงเป็นกุญแจสำคัญในการอ่านประเพณีล้านนา เพราะงานบุญแทบทุกงานบอกวันเป็น "เดือนเหนือ" เช่น ยี่เป็ง ตานก๋วยสลาก หรือเลี้ยงดง

บทความนี้จะพาไปรู้จักชื่อเดือน การนับวันแบบ วันเม็ง และ วันไท และชื่อปีแบบ ปีหนไท ที่คนล้านนาใช้มาตั้งแต่สมัยจารึก

เดิอฯร
เดือน
น.ดวงจันทร์,ส่วนของปี: ชาวล้านนาจะนับเดือนเร็วกว่าชาวไทยภาคกลางไป ๒ เดือน และชาวไทลื้อจะนับเร็วกว่าภาคกลางไป ๑ เดือน เช่น เทศกาลสงกรานต์ เดือน ๕ ของภาคกลาง จะตรง กับเดือน ๖ ของชาวไทลื้อ และตรงกับเดือน ๗ ของชาวไทยล้านนา
ดูในพจนานุกรมมรดกล้านนา →

ทำไมเดือนเหนือเร็วกว่าภาคกลาง ๒ เดือน

ความต่างไม่ได้อยู่ที่ดวงจันทร์ เพราะวันเพ็ญของล้านนาและภาคกลางตรงกันทุกครั้ง แต่อยู่ที่ จุดเริ่มนับเดือนที่ ๑

ในคำนำของ ปฏิทินล้านนา พ.ศ. ๒๕๖๕ ที่ ศักดิ์นรินทร์ ชาวงิ้ว จัดทำ อธิบายว่าการนับแบบ เดือนปากเล้ม "จะเริ่มนับเดือนที่ ๑ หรือเดือนเกี๋ยงในช่วงที่พระจันทร์จะเพ็ญในรอบนักขัตฤกษ์ใหม่ ประมาณฤกษ์ที่ ๑–๒" และเป็นแบบที่ "ใช้กันโดยมากในล้านนา ซึ่งจะเร็วกว่าเดือนของไทยภาคกลางไป ๒ เดือน"

เมื่อเดือนที่ ๑ ของล้านนาไปตรงกับเดือน ๑๑ ของภาคกลาง เดือนต่อ ๆ ไปจึงนำหน้าภาคกลางอยู่ ๒ เดือนตลอดทั้งปี

เดือนภาคกลาง เดือนเหนือ ราวเดือนสากล
เดือน ๑๑ เดือนเกี๋ยง (เดือน ๑) ต.ค.–พ.ย.
เดือน ๑๒ เดือนยี่ (เดือน ๒) พ.ย.–ธ.ค.
เดือนอ้าย (๑) เดือน ๓ ธ.ค.–ม.ค.
เดือนยี่ (๒) เดือน ๔ ม.ค.–ก.พ.
เดือน ๕ เดือน ๗ มี.ค.–เม.ย.
เดือน ๘ เดือน ๑๐ มิ.ย.–ก.ค.
⚠️ ข้อควรระวัง
คำว่า เดือนยี่ ของภาคกลางกับของล้านนา ไม่ใช่เดือนเดียวกัน เดือนยี่ภาคกลางคือเดือนที่ ๒ นับจากเดือนอ้าย (ราว ม.ค.–ก.พ.) ส่วนเดือนยี่ล้านนาตรงกับเดือน ๑๒ ภาคกลาง (ราว พ.ย.) เวลาอ่านเอกสาร จึงต้องดูให้ดีว่าเป็นเดือนของภาคไหน

เดือนเกี๋ยง เดือนยี่: ชื่อเดือนของล้านนา

เดือนแรกของล้านนาคือ เดือนเกี๋ยง เดิอฯรกยฯง (คำเมืองอ่านว่า เดือนเกี๋ยง) พจนานุกรมอธิบายว่าเป็น "เดือนหนึ่งหรือเดือนอ้ายทางจันทรคติ ตรงกับ เดือน ๑๑ ของไทยภาคกลาง" และบอกว่าเรียก เดือนเจี๋ยง ก็ได้

เดือนที่ ๒ คือ เดือนยี่ เดิอฯรยี่ (คำเมืองอ่านว่า เดือนยี่) ตรงกับเดือน ๑๒ ของภาคกลาง ตั้งแต่เดือนที่ ๓ เป็นต้นไปเรียกตามตัวเลข คือเดือนสาม เดือนสี่ ไปจนถึงเดือนสิบสอง

ในแต่ละเดือนยังมีคำเรียกข้างขึ้นข้างแรมของคำเมืองเอง

คำล้านนา อักษรล้านนา ความหมาย (ตามพจนานุกรม)
เดือนออก เดิอฯรออฯก เดือนข้างขึ้น เรียก ออก ๑–๑๕ ค่ำ
แฮม แรมฯ ข้างแรม
เปง เพงฯ เพ็ญ เต็ม เช่น จั๋นทร์เปง พระจันทร์เต็มดวง
เดือนดั๋บ เดิอฯรดัปฯ วันข้างแรมที่พระจันทร์มืดสนิท
ค่ำ ฅํา เรียกวันตามจันทรคติ เช่น ออก ๘ ค่ำ
💡 เกร็ดความรู้
ชื่อ ยี่เป็ง ยี่เพงฯ (คำเมืองอ่านว่า ยี่เป็ง) ก็มาจากการนับเดือนเหนือนี่เอง คือ "เพ็ญเดือนยี่" ซึ่งพจนานุกรมบอกว่าตรงกับวันเพ็ญเดือน ๑๒ ของภาคกลาง ปี ๒๕๖๙ ปฏิทินล้านนาของมรดกล้านนา คำนวณว่าตรงกับวันที่ ๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๙ อ่านเพิ่มได้ใน ยี่เป็ง ปี๋ใหม่ และตุง

เทียบวันสำคัญ: เดือนเหนือกับเดือนภาคกลาง

เมื่อเข้าใจหลัก "บวก ๒" แล้ว จะอ่านวันของประเพณีล้านนาได้ง่ายขึ้น ตัวอย่างวันในปี ๒๕๖๙ จากปฏิทินล้านนาของมรดกล้านนา

ℹ️ ข้อมูล
- เข้าหวะสา เขั้าหลฯามฯวัªา (เข้าพรรษา): ปฏิทินล้านนาคำนวณว่า ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๖๙ ตรงกับ แรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๐ เหนือ ซึ่งภาคกลางเรียกแรม ๑ ค่ำ เดือน ๘
- ออกหวะสา ออฯกวัสสฯา (ออกพรรษา): ๒๖ ตุลาคม ๒๕๖๙ ตรงกับ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือนเกี๋ยง หรือเพ็ญเดือน ๑๑ ของภาคกลาง
- ยี่เป็ง: ๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๙ ตรงกับ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือนยี่ หรือเพ็ญเดือน ๑๒ ของภาคกลาง (วันลอยกระทง)
- เดือนสี่เป็ง: ๒๒ มกราคม ๒๕๗๐ ตรงกับ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๔ เหนือ ช่วงประเพณีตานข้าวใหม่

เดือนปากเล้ม เดือนโหรา และการนับของไทลื้อ

ล้านนาไม่ได้มีการนับเดือนเพียงแบบเดียว ปฏิทินล้านนา ๒๕๖๕ ฉบับเดียวกันอธิบายว่ายังมี เดือนโหรา ซึ่ง "จะนับเดือนที่ ๑ ที่พระจันทร์เพ็ญแถวฤกษ์ที่ ๓" จึงช้ากว่าเดือนปากเล้ม ๑ เดือน และเร็วกว่าภาคกลาง ๑ เดือน

ผู้จัดทำระบุว่าเดือนโหราใช้ในกลุ่มที่ได้รับอิทธิพลวัฒนธรรม ไทลื้อ–ไทขืน เช่น ในอำเภอแม่สาย เชียงของ เชียงคำ และน่านตอนเหนือ ตรงกับการนับของไทลื้อสิบสองปันนาและไทขืนเชียงตุง พจนานุกรมมรดกล้านนาก็บันทึกไว้ตรงกันว่า "ชาวไทลื้อจะนับเร็วกว่าภาคกลางไป ๑ เดือน"

สงกรานต์อยู่ในเดือน ๕

ตัวอย่างข้างบนมาจากคำอธิบายในพจนานุกรม (คำว่า เดือน) การนับสองแบบนี้มีผลต่อความเชื่อด้วย ผู้จัดทำปฏิทินชี้ว่าเมื่อนับเดือนไม่ตรงกัน วันเสียประจำเดือน ก็จะไม่ตรงกันตามไปด้วย ปฏิทินฉบับนั้นจึงพิมพ์ทั้งสองแบบคู่กัน

วันเม็ง: นับวันแบบเจ็ดวัน

วันเม็ง วันฯเมังฯ (คำเมืองอ่านว่า วันเม็ง) คือการนับวันในสัปดาห์ พจนานุกรมอธิบายว่าเป็น "การนับวันแบบมอญ เหมือนการนับวันของไทย" เริ่มจากวันอาทิตย์เป็นวันแรก ไปจนถึงวันเสาร์ และ "บ้างก็ใช้ตัวเลขแทน คือ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗"

ในจารึกจึงมักพบคำว่า "วัน ๔" หมายถึงวันพุธ ซึ่งคำเมืองเรียกว่า วันปุ๊ด วันฯพุธ กรรณิการ์ วิมลเกษม (๒๕๔๕) อธิบายว่าในจารึกล้านนาเรียกการบอกวันด้วยตัวเลขนี้ว่า "วันเม็ง" ส่วนคำว่า เม็ง เป็นชื่อเรียกชาวมอญ

วันไท: รอบ ๖๐ วันของแม่มื้อกับลูกมื้อ

นอกจากวันเม็ง คนล้านนายังมีการนับวันอีกระบบหนึ่ง เรียกว่า วันไท วันฯไท (คำเมืองอ่านว่า วันไท) ซึ่งได้มาจากการนับแบบ หนไท ห฿นฯไท พจนานุกรมอธิบายว่าหนไทคือ "วิธีการนับเวลาหรือศักราช ซึ่งมี แม่มื้อและ ลูกมื้อ สัมพันธ์กัน"

วันฯไท
วันไท
น.วันไท - ชื่อของวันที่ได้มาจาก ''การนับแบบหนไท'' โดยจับเอา ''แม่มื้อ'' และ ''ลูกมื้อ'' มาเรียงคู่กัน แม่มื้อมี ๑๐ ได้แก่ ๑กาบ ๒ดับ ๓รวาย ๔เมือง ๕เปิก ๖กัด ๗กด ๘ร้วง ๙เต่า ๑๐ก่า; ลูกมื้อ มี ๑๒ ได้แก่ ๑ไจ้ ๒เป้า ๓ยี ๔เหม้า ๕สี ๖ไส้ ๗สะง้า ๘เม็ด ๙สัน ๑๐เร้า ๑๑เส็ด ๑๒ไค้; (ตัวเลขที่กำกับไว้ใช้อธิบายถัดจากนี้) จับคู่ แม่มื้อกับลูกมื้อ ๑คู่๑,๒คู่๒,๓คู่๓ ได้ กาบไจ้ ดับเป้า รวายยี....ไปถึง ๑๐คู่๑๐ ก่าเร้า /หมดตัวสุดท้ายของแม่มื้อคือ ๑๐ก่า/ ถัดไปเอา ๑คู่๑๑ กาบเส็ด, ๒คู่๑๒ ดับไค้,รวม ๑๒ คู่ ครบรอบที่ ๑, เริ่มรอบที่ ๒ คู่ถัดไป ๓คู่๑ รวายไจ้, ๔คู่๒ เมืองเป้า...ทำเช่นนี้ต่อไปจนครบ ๕ รอบ ที่ ๑๐คู่๑๒ ก่าไค้ เป็นคู่สุดท้าย รวม ๖๐ คู่ ทั้งหมดนี้เรียก ''วันไท'' ได้มาจาก ''การนับแบบหนไท'': ******* ถ้ายังไม่เข้าใจไปเรียน ฟรี ได้ที่ ''ศูนย์การเรียนภาษาฯ'' วัดพระสิงห์ เชียงใหม่ ในวันอาทิตย์ เวลา 09:00-11:00 น. *******
ดูในพจนานุกรมมรดกล้านนา →
  • แม่มื้อ แม่มื้ หรือ แม่วัน แม่วันฯ มี ๑๐ ชื่อ คือ กาบ ดับ รวาย เมือง เปิก กัด กด ร้วง เต่า ก่า
  • ลูกมื้อ ลูกมื้ มี ๑๒ ชื่อ คือ ไจ้ เป้า ยี เหม้า สี ไส้ สะง้า เม็ด สัน เร้า เส็ด ไค้

นำมาจับคู่ตามลำดับ ได้ กาบไจ้ ดับเป้า รวายยี … เมื่อแม่มื้อหมดที่ "ก่า" ก็วนกลับมาเริ่ม "กาบ" ใหม่ แต่ลูกมื้อยังเดินต่อ จึงได้ กาบเส็ด ดับไค้ ทำเช่นนี้ไปจนครบ ๖๐ คู่ ที่ "ก่าไค้" แล้วเริ่มรอบใหม่

ชื่อวันไททั้ง ๖๐ วัน (อ่านจากบนลงล่าง ทีละคอลัมน์)
ลำดับ ชื่อ ลำดับ ชื่อ ลำดับ ชื่อ ลำดับ ชื่อ ลำดับ ชื่อ ลำดับ ชื่อ
๑ กาบไจ้ ๑๑ กาบเส็ด ๒๑ กาบสัน ๓๑ กาบสะง้า ๔๑ กาบสี ๕๑ กาบยี
๒ ดับเป้า ๑๒ ดับไค้ ๒๒ ดับเร้า ๓๒ ดับเม็ด ๔๒ ดับไส้ ๕๒ ดับเหม้า
๓ รวายยี ๑๓ รวายไจ้ ๒๓ รวายเส็ด ๓๓ รวายสัน ๔๓ รวายสะง้า ๕๓ รวายสี
๔ เมืองเหม้า ๑๔ เมืองเป้า ๒๔ เมืองไค้ ๓๔ เมืองเร้า ๔๔ เมืองเม็ด ๕๔ เมืองไส้
๕ เปิกสี ๑๕ เปิกยี ๒๕ เปิกไจ้ ๓๕ เปิกเส็ด ๔๕ เปิกสัน ๕๕ เปิกสะง้า
๖ กัดไส้ ๑๖ กัดเหม้า ๒๖ กัดเป้า ๓๖ กัดไค้ ๔๖ กัดเร้า ๕๖ กัดเม็ด
๗ กดสะง้า ๑๗ กดสี ๒๗ กดยี ๓๗ กดไจ้ ๔๗ กดเส็ด ๕๗ กดสัน
๘ ร้วงเม็ด ๑๘ ร้วงไส้ ๒๘ ร้วงเหม้า ๓๘ ร้วงเป้า ๔๘ ร้วงไค้ ๕๘ ร้วงเร้า
๙ เต่าสัน ๑๙ เต่าสะง้า ๒๙ เต่าสี ๓๙ เต่ายี ๔๙ เต่าไจ้ ๕๙ เต่าเส็ด
๑๐ ก่าเร้า ๒๐ ก่าเม็ด ๓๐ ก่าไส้ ๔๐ ก่าเหม้า ๕๐ ก่าเป้า ๖๐ ก่าไค้

ตัวอย่างวันไทในปฏิทินจริง

พจนานุกรมยกตัวอย่างไว้ในคำว่า แม่ปี แม่ปี ว่า วันพุธที่ ๒๒ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๙ คือ วันดับเหม้า เมื่อนับต่อจากวันนั้นทีละรอบ ๖๐ วัน จะได้ชื่อวันไทของวันสำคัญในปีนี้ ดังนี้

วันที่ เดือนเหนือ วันไท
๑๒ ตุลาคม ๒๕๖๙ ขึ้น ๑ ค่ำ เดือนเกี๋ยง (วันแรกของเดือนที่ ๑) กัดเม็ด
๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๙ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือนยี่ (ยี่เป็ง) เต่ายี
๒๒ มกราคม ๒๕๗๐ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๔ เหนือ ร้วงเป้า

การนับแบบเดียวกันนี้ให้ผลตรงกับ ปฏิทินล้านนา ๒๕๖๕ ซึ่งระบุว่าวันเสาร์ที่ ๑๖ เมษายน ๒๕๖๕ เป็น "วันไทกัดใค้" และตรงกับวันในจารึกที่กรรณิการ์ วิมลเกษม ยกมาเป็นตัวอย่าง (วันพุธ ๒ ธันวาคม พ.ศ. ๒๓๓๒ "ไทยเปิกสี") แสดงว่ารอบ ๖๐ วันนี้นับต่อเนื่องกันมาไม่ขาดตอนตั้งแต่สมัยจารึกเหล่านั้นจนถึงปัจจุบัน

ปีหนไท: ชื่อปีแบบไทโบราณ

ปีหนไท ปีห฿นฯไท (คำเมืองอ่านว่า ปีหนไท) คือการนับปีและชื่อปีแบบไทโบราณ พจนานุกรมอธิบายว่ามี ๒ วิธี

  1. นับรอบ ๑๒ ปี ตามนักษัตร ใช้ชื่อ ไจ้ เป้า ยี เหม้า สี ไส้ สะง้า เม็ด สัน เล้า เส็ด ไค้ ตรงกับปีชวด ฉลู ขาล ไปจนถึงกุน
  2. นับรอบ ๖๐ ปี โดยเอา แม่ปี ๑๐ ชื่อ (กาบ ดับ รวาย …) มาจับคู่กับ ลูกปี ๑๒ ชื่อ แบบเดียวกับวันไท
ปีห฿นฯไท
ปีหนไท
น.ปีหนไท - การนับปีและชื่อปีไทยโบราณ มี ๒ วิธี วิธีแรก นับ ๑๒ ปี เป็น ๑ รอบ โดยถือเกณฑ์ ๑๒ นักษัตรเป็นหลัก เรียกว่า ''ปีนักษัตรหนไท'' ได้แก่ ไจ้ เป้า ยี เหม้า สี ไส้ สะง้า เม็ด สัน เล้า เส็ด ไค้ ตรงกับ ''ปีนักษัตร'' และมีสัตว์เป็นสัญลักษณ์ คือ ชวด-หนู,ฉลู-วัว,ขาล-เสือ,เถาะ-กระต่าย,มะโรง-งูใหญ่,มะเส็ง-งูเล็ก,มะเมีย-ม้า,มะแม-แพะ,วอก-ลิง,ระกา-ไก่,จอ-หมา,กุน-หมู; วิธีที่ ๒ เป็นการนับแบบ ๖๐ ปี เป็น ๑ รอบ โดยเอาชื่อ ศกไทยโบราณ ๑๐ ชื่อ ได้แก่ กาบ ดับ รวาย เมือง เปิก กัด กด ร้วง เต่า ก่า เป็น ''แม่วัน'' หรือ ''แม่มื้อ''; และใช้ชื่อปีนักษัตรแบบหนไท ๑๒ ชื่อ ไจ้...ถึง...ไค้ ตามที่กล่าวมา เป็น ''ลูกว้น'' หรือ ''ลูกมื้อ''; เอา แม่มื้อและลูกมื้อมาจับคู่กันตามลำดับ ตั้งแต่ กาบไจ้ ดับเป้า รวายยี ไปจนถึง ก่าไค้ จะได้ครบ ๑ รอบ ๖๐ ปี
ดูในพจนานุกรมมรดกล้านนา →

แม่ปีมีหลักจำง่าย กรรณิการ์ วิมลเกษม (๒๕๔๕) อธิบายว่าชื่อแม่ปี "เป็นชื่อที่บอกเลขตัวท้ายของจุลศักราช"

แม่ปี เลขท้ายจุลศักราช ชื่อศก (แบบภาคกลาง)
กาบ ๖ ฉศก
ดับ ๗ สัปตศก
รวาย ๘ อัฏฐศก
เมือง ๙ นพศก
เปิก ๐ สัมฤทธิศก
กัด ๑ เอกศก
กด ๒ โทศก
ร้วง ๓ ตรีศก
เต่า ๔ จัตวาศก
ก่า ๕ เบญจศก

ตัวอย่างในพจนานุกรม คือ จ.ศ. ๑๓๖๘ (พ.ศ. ๒๕๔๙) เป็น ปีรวายเส็ด (เลขท้าย ๘ = รวาย, ปีจอ = เส็ด) ส่วนปฏิทินล้านนา ๒๕๖๕ ระบุว่า จ.ศ. ๑๓๘๔ เป็น ปีเต่ายี (เลขท้าย ๔ = เต่า, ปีขาล = ยี) เมื่อใช้หลักเดียวกัน จ.ศ. ๑๓๘๘ ซึ่งเริ่มในเดือนเมษายน ๒๕๖๙ จะเป็น ปีรวายสะง้า (ปีมะเมีย อัฏฐศก)

⚠️ ข้อควรระวัง
ปีเปลี่ยนคนละวันกับเดือน เดือนเหนือเริ่มนับเดือนที่ ๑ ที่เดือนเกี๋ยง (ราว ต.ค.–พ.ย.) แต่จุลศักราชและชื่อปีเปลี่ยนใน วันพญาวัน วันฯพยฯาวันฯ ซึ่งพจนานุกรมอธิบายว่าเป็น "วันเปลี่ยนจุลศักราชเป็นปีใหม่ ตรงกับวันที่ ๑๕ หรือ ๑๖ เมษายน" ช่วงต้นปีสากล (ม.ค.–เม.ย.) จึงยังเป็นปีหนไทเดิมอยู่

อ่านวันที่ในจารึกล้านนา

กรรณิการ์ วิมลเกษม (๒๕๔๕) อธิบายว่าจารึกล้านนามักขึ้นต้นด้วยการบอกศักราช ชื่อปีหนไท เดือน วันเม็ง วันไท ไปจนถึงฤกษ์และยาม เช่นจารึกเจ้าหมื่นคำเพชร (ลป. ๑) ที่ขึ้นต้นว่า

"ศักราชได้ 838 ตัว ในปีรวายสัน เดินยี่ แรม 3 ค่ำ วันพุธ ไทยเปลิกสง้า" — จารึกลป. ๑ อ้างใน กรรณิการ์ วิมลเกษม (๒๕๔๕)

อ่านทีละส่วนได้ว่า

  • ศักราชได้ ๘๓๘ ตัว: จุลศักราช ๘๓๘ ตรงกับ พ.ศ. ๒๐๑๙ ("ตัว" คือลักษณนามของศักราช)
  • ปีรวายสัน: แม่ปี "รวาย" เพราะเลขท้ายคือ ๘ และลูกปี "สัน" คือปีวอก
  • เดินยี่: เดือนยี่ของภาคเหนือ ตรงกับเดือน ๑๒ ภาคกลาง
  • วันพุธ … ไทยเปลิกสง้า: บอกทั้งวันในสัปดาห์และชื่อวันไท

เพียงบรรทัดเดียว ผู้อ่านก็รู้ทั้งปี เดือน ข้างแรม วันในสัปดาห์ และวันไท ซึ่งช่วยให้นักวิชาการเทียบวันที่ในจารึกกับปฏิทินปัจจุบันได้แม่นยำ

💡 เกร็ดความรู้
ภาพประกอบด้านบนคือศิลาจารึกอักษรฝักขามของวัดเชียงมั่น ผู้ถ่ายภาพอธิบายว่าด้านหนึ่งสลัก ดวงชาตาเมืองเชียงใหม่ บอกวันเวลาที่สร้างเมือง ตรงกับที่กรรณิการ์อธิบายว่าจารึกล้านนามักเริ่มต้นด้วย "ดวงชาตาของสิ่งที่ก่อสร้าง"

ปฏิทินล้านนาในชีวิตวันนี้

ปฏิทินล้านนา ในคำเมืองเรียกว่า ปั๋กขะตืนล้านนา ปักขฯทืนฯล้านฯนาฯ (มาจาก ปั๋กขะตืน ปักขฯทืนฯ แปลว่าปฏิทิน) พจนานุกรมอธิบายว่าเป็นปฏิทินแบบสุริยคติ–จันทรคติ ที่บอกทั้งวันขึ้นแรมและวันดีวันเสียตามความเชื่อ เช่น วันเก้าก๋อง ที่ไม่ควรทำฌาปนกิจศพ หรือวันหัวเรียงหมอน ที่เหมาะแก่การแต่งงาน

ปัจจุบันยังมีผู้จัดทำปฏิทินล้านนาเผยแพร่ เช่น ปฏิทินล้านนา ๒๕๖๕ ที่อ้างถึงข้างต้น ซึ่งใช้วันเก้ากองตามมติของ ชมรมปักขทืนล้านนา และพิมพ์เดือนทั้งสองแบบไว้คู่กัน ผู้อ่านสามารถดูวันขึ้นแรมแบบเดือนเหนือของวันใดก็ได้ที่ปฏิทินล้านนาของมรดกล้านนา

สรุป

  • เดือนเหนือ นับเร็วกว่าภาคกลาง ๒ เดือน เพราะเริ่มนับเดือนที่ ๑ (เดือนเกี๋ยง) ตรงกับเดือน ๑๑ ภาคกลาง ส่วนวันเพ็ญยังตรงกัน
  • เดือนโหราแบบไทลื้อ–ไทขืนเร็วกว่าภาคกลาง ๑ เดือน เช่น สงกรานต์ เดือน ๕ กลาง = เดือน ๖ ไทลื้อ = เดือน ๗ ล้านนา
  • วันเม็ง คือวันในสัปดาห์ (๑ = อาทิตย์ … ๗ = เสาร์) ส่วน วันไท คือรอบ ๖๐ วันจากแม่มื้อ ๑๐ กับลูกมื้อ ๑๒
  • ปีหนไท ใช้แม่ปีที่บอกเลขท้ายจุลศักราช จ.ศ. ๑๓๘๘ จึงเป็นปีรวายสะง้า ปีเปลี่ยนที่วันพญาวันกลางเดือนเมษายน

ค้นคำล้านนาเรื่องวันเดือนปีเพิ่มเติมได้ใน พจนานุกรมมรดกล้านนา และลองอ่านวันในเดือนเหนือของประเพณีจริงได้ที่บทความ ตานก๋วยสลาก และ ปู่แสะย่าแสะ

แหล่งอ้างอิง

ค้นหาคำว่า "เดือน" ในพจนานุกรมมรดกล้านนา

🎯 ทดสอบคำในบทความนี้ทายคำล้านนาจากบทความ 24 คำ จำได้แค่ไหน?

บทความที่เกี่ยวข้อง

ผู้คนปล่อยโกมไฟในเทศกาลยี่เป็ง เชียงใหม่

ยี่เป็ง ปี๋ใหม่ และตุง: คำล้านนาในประเพณีรอบปี

12 ตุลาคม 2569 · ประเพณี

ยี่เป็งคือวันเพ็ญเดือนสองเหนือ ปี๋ใหม่คือเทศกาลสงกรานต์ รู้จักคำล้านนาในประเพณี ทั้งผังผะตี้บ โกมลอย ดำหัว ตุง และตานตุง จากพจนานุกรมมรดกล้…

ฝักส้มป่อยสีน้ำตาลแดงห้อยอยู่บนกิ่ง ฝักแห้งของต้นนี้ใช้ทำน้ำขมิ้นส้มป่อยสำหรับดำหัว

ดำหัว: ประเพณีขอขมาและขอพรผู้ใหญ่ในปี๋ใหม่เมือง

12 ตุลาคม 2569 · ประเพณี

ดำหัวคือพิธีขอขมาและขอพรผู้ใหญ่ในปี๋ใหม่เมือง รู้ความหมายเดิมของคำ เครื่องดำหัว น้ำขมิ้นส้มป่อย ขั้นตอน และคำล้านนาที่ใช้ จากพจนานุกรมมรดกล…

เจดีย์สีขาวและตุงสิบสองราศีที่วัดพันเตา เชียงใหม่ ยามค่ำคืน มีพลุสว่างอยู่บนฟ้า

ตั้งธรรมหลวง: ประเพณีฟังเทศน์มหาชาติ ๑๓ กัณฑ์ของล้านนา

12 ตุลาคม 2569 · ประเพณี

ตั้งธรรมหลวงคือประเพณีฟังเทศน์มหาชาติ ๑๓ กัณฑ์ของล้านนาช่วงยี่เป็ง รู้จักคาถาพัน ซุ้มประตูป่า ทำนองเทศน์แบบล้านนา และคำเมืองที่ใช้ในงานบุญใ…

อุโบสถวัดพระแก้ว เชียงราย หน้าบันไม้แกะสลักสีแดงทอง ทางเดินพรมแดงขนาบด้วยธงชาติ ธงเหลือง และต้นไม้ร่มรื่น

พระรัตนปัญญาเถระ: ปราชญ์ล้านนาผู้รจนาชินกาลมาลีปกรณ์

5 ตุลาคม 2569 · วัฒนธรรม

พระรัตนปัญญาเถระคือพระภิกษุนักปราชญ์แห่งวัดป่าแดง เชียงใหม่ ผู้รจนาชินกาลมาลีปกรณ์ อ่านประวัติ ผลงาน ข้อถกเถียงเรื่องตัวตน และยุคทองวรรณกรร…

↑

↑ ↓ เลือก · Enter เปิด · Esc ปิด