ต้นสลากย้อมสูงตระหง่านประดับสีสันสดใสรอบเจดีย์ทองวัดพระธาตุหริภุญชัย ลำพูน ในงานบุญสลากภัต

ภาพ: Roopyai Art / Wikimedia Commons (CC BY-SA 3.0)

ตานก๋วยสลาก: สลากภัตล้านนา ทำบุญให้คนตาย ทำทานให้คนเป็น

ตานก๋วยสลาก ทาฯนฯกวฯยฯสๆลฯากฯ (คำเมืองอ่านว่า ตานก๋วยสะหลาก) คือ การทำบุญสลากภัตแบบล้านนา ชาวบ้านบรรจุข้าวของเครื่องไทยทานลงในตะกร้าที่เรียกว่า "ก๋วย" แล้วถวายพระสงฆ์ด้วยวิธีจับสลาก โดยไม่เจาะจงว่าเป็นพระรูปใด ประเพณีนี้มักจัดราว เดือน ๑๒ เหนือ ซึ่งตรงกับช่วงเวลานี้ของปี

บุญนี้ได้ชื่อว่าเป็นการ ทำบุญให้คนตาย และทำทานให้คนเป็น คือทั้งอุทิศส่วนกุศลให้ญาติผู้ล่วงลับ และแบ่งปันอาหารให้ผู้ขาดแคลนในยามที่ข้าวในยุ้งใกล้หมด

ทาฯนฯกวฯยฯสๆลฯากฯ
ตานก๋วยสะหลาก
ก.ทำบุญสลากภัต; กิ๋นก๋วยสลาก,กิ๋นเข้าสลาก,กิ๋นสลาก,ตานสลาก ก็ว่า
ดูในพจนานุกรมมรดกล้านนา →

ตานก๋วยสลาก แปลว่าอะไร

ชื่อประเพณีประกอบด้วยคำล้านนา ๓ คำ

  • ตาน คือคำที่คนเหนือใช้แทนคำว่า "ทาน" หมายถึงการถวายทาน
  • ก๋วย กวฯยฯ (อ่านว่า ก๋วย) พจนานุกรมอธิบายว่าเป็น "เครื่องสานสำหรับใส่สิ่งของ มีหลายขนาดหลายชนิด" คล้ายตะกร้าหรือกระชุ
  • สลาก สๆลฯากฯ (อ่านว่า สะหลาก) คือแผ่นเล็ก ๆ ที่ใช้เสี่ยงโชคหรือเสี่ยงทาย

ส่วน สลากภัต สๆลฯากฯภัต์ตฯ (อ่านว่า สะหลากกะภัต) พจนานุกรมให้ความหมายว่า "เครื่องไทยทานถวายพระโดยวิธีจับฉลาก นิยมทำกันในระหว่างพรรษา"

ประเพณีเดียวกันนี้มีชื่อเรียกต่างกันไปตามท้องถิ่น พจนานุกรมมรดกล้านนาบันทึกไว้หลายคำ ดังนี้

คำล้านนา อักษรล้านนา ความหมาย (ตามพจนานุกรม)
กิ๋นก๋วยสลาก กินฯกวฯยฯสๆลฯากฯ ทำบุญสลากภัต
กิ๋นสลาก กินฯสๆลฯากฯ งานทำบุญสลากภัต
ตานสลาก (ตานสะหลาก) ทาฯนฯสๆลฯากฯ ดู ตานก๋วยสลาก
ป๋าเวณีกิ๋นก๋วยสลาก ปาเวณีกินฯกวฯยฯสๆลฯากฯ ประเพณีทานสลากภัต
💡 เกร็ดความรู้
คำว่า กิ๋น ที่แปลว่า "กิน" ในชื่อ กิ๋นก๋วยสลาก ไม่ได้หมายถึงคนกินอาหาร แต่หมายถึงการทำบุญสลากภัตทั้งงาน คนเหนือจึงชวนกันว่า "ไปกิ๋นสลาก" ก็คือไปร่วมงานบุญสลากนั่นเอง

ที่มา: สลากภัตในพระไตรปิฎก

สลากภัตเป็นธรรมเนียมที่เก่าแก่ถึงสมัยพุทธกาล ชำนาญ เกิดช่อ (๒๕๖๗) อธิบายในบทความเรื่องตานก๋วยสลากของจังหวัดน่านว่า พระไตรปิฎก วินัยปิฎก จูฬวรรค เล่าว่าครั้งหนึ่งเกิดข้าวยากหมากแพง ชาวบ้านไม่สามารถถวายภัตแก่สงฆ์ทั้งหมดได้ พระพุทธองค์จึงทรงอนุญาตภัตหลายแบบ ซึ่ง สลากภัต เป็นหนึ่งในนั้น และทรงอนุญาตให้เขียนชื่อลงในสลากเพื่อแจกภัตด้วย

ส่วนเรื่องเล่าที่ชาวบ้านรู้จักกันดี มาจากอรรถกถาธรรมบท เรื่อง นางกาลียักษิณี

ตำนานนางยักษิณีผู้ถวายสลากภัตเป็นคนแรก

ตามที่ชำนาญ เกิดช่อ (๒๕๖๗) และเอกสารของสำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยพายัพ สรุปไว้ หญิงสองคนจองเวรกันมาหลายภพหลายชาติ จนชาติหนึ่งฝ่ายหนึ่งเกิดเป็นกุลธิดาในเมืองสาวัตถี อีกฝ่ายเกิดเป็นนางยักษิณีที่ตามมาจับลูกของนางกิน

กุลธิดาอุ้มลูกหนีเข้าไปเฝ้าพระพุทธเจ้าที่พระเชตวัน พระพุทธองค์ตรัสสอนว่า "เวรย่อมไม่ระงับด้วยการจองเวร แต่ระงับได้ด้วยการไม่จองเวร" นางยักษิณีจึงเลิกจองเวร และไปอาศัยอยู่กับกุลธิดา

นางยักษิณีรู้ล่วงหน้าว่าปีใดฝนมากหรือน้อย จึงบอกกุลธิดาให้ทำนาที่ดอนในปีฝนมาก และทำนาที่ลุ่มในปีฝนแล้ง ข้าวกล้าได้ผลดี ชาวบ้านก็พากันมาขอคำแนะนำ และนำข้าวของมาตอบแทนจนเหลือกินเหลือใช้ นางจึงนำของเหล่านั้นไปถวายพระสงฆ์ด้วยวิธีจับสลาก เอกสารของ ม.พายัพ ถือว่านี่คือ ครั้งแรกของการทำบุญสลากภัต ในพระพุทธศาสนา

ทำไมต้องทำช่วงเดือน ๑๒ เหนือ

เอกสารของ สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยพายัพ ระบุว่าชาวล้านนาทำบุญสลากภัต ตั้งแต่วันเพ็ญเดือน ๑๒ เหนือ ไปจนถึงต้นเดือนยี่เหนือ และให้เหตุผลไว้ ๗ ข้อ ที่สำคัญคือ

  • ชาวบ้าน ว่างจากงานนา และหยุดอยู่บ้านเพราะเป็นฤดูฝน
  • ผลไม้กำลังสุก เช่น ส้มโอ ส้มเกลี้ยง กล้วย อ้อย
  • พระสงฆ์จำพรรษาอยู่พร้อมหน้า ที่วัด
  • เป็นช่วงที่ ข้าวในยุ้งใกล้หมด การถวายสลากจึงเป็นโอกาสสงเคราะห์คนยากไร้ไปในตัว
  • ได้หาปัจจัยบำรุงวัด

เอกสารเดียวกันยังบันทึกว่า วัดใดมีงานตั้งธรรมหลวง หรือ ป๋าเวณีตั้งธรรมหลวง ปาเวณีตั้งฯธัม์มฯหลฯวฯง (ประเพณีเทศน์มหาชาติ) วัดนั้นจะเว้นการทำบุญสลากภัตในปีนั้น และในอดีตบางวัดก็ไม่ได้จัดทุกปี อาจเว้น ๒–๓ ปี ตามกำลังศรัทธาของชาวบ้าน

ℹ️ ข้อมูล
เมื่อไร: แหล่งข้อมูลระบุช่วงเวลาต่างกันเล็กน้อย เอกสารของ ม.พายัพ ว่าเพ็ญเดือน ๑๒ เหนือ ถึงต้นเดือนยี่เหนือ ชำนาญ เกิดช่อ (๒๕๖๗) ว่าที่น่านนิยมทำปลายกันยายน–ตุลาคม ส่วนพระภาณุพงศ์ เตชปญฺโญ และคณะ (๒๕๖๙) ว่าที่ลำปางมักทำช่วงกลางพรรษา ราวสิงหาคม–ตุลาคม

ปี ๒๕๖๙: ปฏิทินล้านนาของมรดกล้านนา คำนวณว่าเพ็ญเดือน ๑๒ เหนือตรงกับ ๒๖ กันยายน ๒๕๖๙ วันออกพรรษา (ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือนเกี๋ยง) ตรงกับ ๒๖ ตุลาคม ๒๕๖๙ และยี่เป็ง (ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือนยี่) ตรงกับ ๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๙ แต่ละวัดจะกำหนดวันงานเอง

ก๋วยสลาก: เตรียมของใน "วันดา"

ก๋วยสลาก กวฯยฯสๆลฯากฯ (อ่านว่า ก๋วยสลาก) คือ "ภาชนะ หรือตะกร้าที่บรรจุเครื่องไทยทานในงานทำบุญสลากภัต" ตามพจนานุกรม การเตรียมก๋วยทำกันใน วันดา วันฯดา (อ่านว่า วันดา) คือวันสุกดิบ ก่อนวันงาน ๑ วัน คนเหนือเรียกการเตรียมนี้ว่า แต่งดาคัวตาน แต่งฯดาระฯค฿วฯทาฯนฯ (อ่านว่า แต่งดาคัวตาน) คือจัดเตรียม คัวตาน ระฯค฿วฯทาฯนฯ หรือเครื่องไทยทานสำหรับทำบุญ

เอกสารของ ม.พายัพ เล่าว่า ฝ่ายชายจะช่วยกัน จั๋กตอก จักฯตอฯก (ผ่าไม้ไผ่เป็นเส้นเล็กแบน) แล้วสานก๋วย บ้านหนึ่งอาจสานหลายใบ เพื่อทำบุญให้ญาติที่ล่วงลับได้ครบทุกคน ส่วนฝ่ายหญิงเตรียมของใส่ก๋วย เช่น

  • ข้าวสาร พริก หอม กระเทียม เกลือ
  • อาหารสุก อาหารแห้ง ขนม ผลไม้
  • ของใช้ประจำวัน ตามกำลังศรัทธาและฐานะ

ก๋วยจะกรุด้วยใบตองหรือกระดาษสีก่อนใส่ของ แล้วปักเงินที่ผูกติดไม้ไว้บนกรวยดอกไม้ เรียกว่า "ยอด" มากน้อยตามกำลังศรัทธา ญาติมิตรที่อยากร่วมบุญก็นำของมา ฮอมคัว รอฯมระฯค฿วฯ (อ่านว่า ฮอมคัว) คือร่วมบริจาคสิ่งของ

พจนานุกรมยังบันทึกชื่อก๋วยที่ใช้ในงานสลากภัตไว้อีก ๒ แบบ

คำล้านนา อักษรล้านนา ลักษณะ (ตามพจนานุกรม)
ก๋วยซอง กวฯยฯซอฯง ภาชนะสานคล้ายชะลอมขนาดเล็ก ตาห่าง ทิ้งปลายเส้นไว้ ไม่เม้มขอบ
ก๋วยตี๋นจ๊าง กวฯยฯตีนฯช้างฯ ตะกร้าตาห่าง ทรงคล้ายเท้าช้าง ต้องกรุใบตองก่อนใช้

เส้นสลาก: ชื่อและคำอุทิศ

หัวใจของประเพณีอยู่ที่ เส้นสลาก เส้นฯสๆลฯากฯ (อ่านว่า เส้นสะหลาก) พจนานุกรมอธิบายว่าคือ "ชื่อเจ้าของและเครื่องไทยทานในการทำบุญสลากภัต"

เส้นฯสๆลฯากฯ
เส้นสะหลาก
น.ชื่อเจ้าของและเครื่องไทยทานในการทำบุญสลากภัต
ดูในพจนานุกรมมรดกล้านนา →

ชำนาญ เกิดช่อ (๒๕๖๗) อ้างข้อมูลของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน ว่าในอดีตเส้นสลากทำจาก ใบลาน ไบลานฯ หรือใบตาลตากแห้ง กว้างราว ๓–๔ เซนติเมตร ยาวราว ๔๐–๕๐ เซนติเมตร ตัดหัวท้ายให้แหลม ปัจจุบันมักเขียนหรือพิมพ์บนกระดาษ

บนเส้นสลากจะเขียน ชื่อเจ้าของก๋วย และ คำอุทิศส่วนกุศล พร้อมชื่อผู้ที่จะอุทิศไปให้ เอกสารของ ม.พายัพ ระบุว่าบางคนอุทิศให้ ตัวเองในยามที่ล่วงลับไปแล้ว ด้วย และต้องเขียนเส้นสลากให้ครบตามจำนวนก๋วย

ขั้นตอนวันตานก๋วยสลาก

เอกสารของ ม.พายัพ และชำนาญ เกิดช่อ (๒๕๖๗) เล่าลำดับพิธีไว้คล้ายกัน แต่ละวัดอาจต่างกันในรายละเอียด

  1. แห่คัวตาน: เช้าวันงาน ชาวบ้านจะ แห่คัวตาน แห่ระฯค฿วฯทาฯนฯ คือแห่เครื่องไทยทานไปวัด บางแห่งมีต้นสลาก ขบวนฟ้อน และฆ้องกลอง แล้ววางก๋วยเรียงไว้ที่ลานวัดหรือศาลา
  2. รวมเส้นสลาก: เจ้าของนำเส้นสลากไปรวมไว้หน้าพระประธาน
  3. แบ่งเส้นสลาก: ปู่จ๋ารย์ ปู่จาร์ยฯ (มัคนายก) รวบรวมและคำนวณแบ่งเส้นสลากตามจำนวนพระภิกษุสามเณร โดยหักส่วนหนึ่งเป็นกองกลางของวัด ที่น่านเรียกการรวมเส้นสลากเป็นมัดแล้วแบ่งนี้ว่า "สูนเส้นสลาก"
  4. อ่านเส้นสลาก: พระเณรอ่านชื่อและคำอุทิศบนเส้นสลากที่ได้รับ ให้ได้ยินทั่วกัน
  5. ตามหาเส้นสลาก: เจ้าของก๋วยตามหาพระเณรที่ได้เส้นสลากของตน แล้วนำก๋วยไปถวาย พระอ่านข้อความให้ฟังอีกครั้ง รับก๋วย กล่าวอนุโมทนาให้พร และคืนเส้นสลากให้เจ้าของ
ต้นสลากย้อมประดับไฟยามค่ำคืนที่วัดพระธาตุหริภุญชัย ลำพูน
ต้นสลากย้อมยามค่ำคืนที่วัดพระธาตุหริภุญชัย ลำพูน (กันยายน ๒๕๕๗) · ภาพ: Roopyai Art / Wikimedia Commons (CC BY-SA 3.0)

เอกสารของ ม.พายัพ ยังเล่าว่าการเดินหิ้วก๋วยตามหาเส้นสลากนี้ ทำให้คนต่างหมู่บ้านได้พบกัน และเป็นโอกาสให้ หนุ่มสาวได้พูดคุยทำความรู้จักกัน ด้วย

สลากหลายแบบ: สลากโชค สลากย้อม

นอกจากก๋วยใบเล็กแล้ว ยังมีสลากแบบพิเศษอีกหลายแบบ

สลากโชค สๆลฯากฯโช฿คฯ (อ่านว่า สะหลากโจ้ก) พจนานุกรมอธิบายว่าเป็น "เครื่องไทยทานที่จัดทำขึ้นเป็นพิเศษ มีเครื่องอุปโภคบริโภคมาก มีปัจจัย(เงิน)มาก" เอกสารของ ม.พายัพ เล่าว่าสมัยก่อนทำเป็นเรือนหลังเล็ก ใส่หม้อ ถ้วยชาม เสื่อ หมอน ที่นอน มุ้ง และอาหาร ผูกต้นกล้วยต้นอ้อยไว้รอบ ๆ แล้วแห่ไปวัดด้วยกลองและฆ้อง

💡 เกร็ดความรู้
เอกสารของ ม.พายัพ บันทึกว่าบางคนใส่ เครื่องประดับมีค่า เช่น สร้อยคอ เข็มขัด ลงในสลากโชคด้วย แต่ไม่ได้ถวายไปจริง เป็นเพียง เคล็ด ว่าชาติหน้าจะได้รับของเหล่านี้

สลากย้อม สๆลฯากฯย้อฯม (อ่านว่า สะหลากย้อม) เป็นสลากของ หญิงสาว โดยเฉพาะ

สๆลฯากฯย้อฯม
สะหลากย้อม
น.เครื่องไทยทานที่หญิงสาวบางหมู่บ้านจัดทำขึ้นเพื่อถวายพระในงานบุญสลากภัต เครื่องไทยทานมักเป็นเครื่องใช้ของสตรีที่ใช้ในการครองเรือน ซึ่งถือเป็นประเพณีว่าก่อนแต่งงานจะต้องทำบุญสลากย้อมอย่างน้อยสักครั้งหนึ่ง
ดูในพจนานุกรมมรดกล้านนา →

เอกสารของ ม.พายัพ เล่าว่าหญิงสาวจะเก็บหอมรอมริบตั้งแต่เริ่มเป็นสาว จนมีเงินพอทำสลากย้อม ซึ่งทำเป็นต้นสูง มีร่มกางที่ยอด ประดับด้วยเครื่องไทยทานต่าง ๆ และนิยมทำกันใน กลุ่มไทยยอง ในอดีตถือกันว่าหญิงใดยังไม่ได้ทานสลากย้อม ก็ยังไม่ควรแต่งงานออกเรือน

ส่วนรูปแบบของงานสลาก เอกสารเดียวกันแบ่งไว้ ๓ ชนิด

ชนิด ลักษณะ
สลากน้อย สลากเฉพาะวัด
สลากหลวง นิมนต์พระจากวัดอื่นมาร่วมพิธี
สลากขอฝน (สลากพระอินทร์) ทำเมื่อฝนฟ้าไม่ตกต้องตามฤดูกาล เพื่อถวายกุศลแด่พระอินทร์และเทวดา

ทำบุญให้คนตาย ทำทานให้คนเป็น

ชำนาญ เกิดช่อ (๒๕๖๗) อธิบายว่าชาวบ้านเชื่อว่าตานก๋วยสลาก ได้บุญมาก เหมือนการถวายสังฆทาน เพราะไม่เจาะจงพระรูปใด และอ้างมติชนสุดสัปดาห์ (๒๕๖๖) ว่าประเพณีนี้เป็นทั้งการทำบุญให้คนตายและทำทานให้คนเป็น

งานของ พระภาณุพงศ์ เตชปญฺโญ และคณะ (๒๕๖๙) ที่ศึกษาประเพณีในจังหวัดลำปาง สรุปว่าผู้ทำบุญอุทิศบุญให้ ผู้ล่วงลับ ตนเองในภายภาคหน้า และเทวดาหรือเจ้ากรรมนายเวร แต่ก็พบว่าประเพณีนี้ เลือนหายไปในบางพื้นที่ เพราะสังคมเมือง โครงสร้างครอบครัวและเครือญาติที่เปลี่ยนไป ผู้วิจัยเสนอให้สืบสานด้วยการให้ความรู้แก่คนในชุมชนและนักท่องเที่ยว

⚠️ ข้อควรระวัง
งานบุญสลากเป็นพิธีทางศาสนาของชุมชน ผู้ที่ไปร่วมงานหรือถ่ายภาพควรแต่งกายสุภาพ ไม่เดินข้ามหรือหยิบเส้นสลากและก๋วยของผู้อื่น และสอบถามกำหนดการจากวัดก่อน เพราะแต่ละวัดจัดไม่ตรงกัน

สรุป

  • ตานก๋วยสลาก (อ่านว่า ตานก๋วยสะหลาก) คือการทำบุญสลากภัตแบบล้านนา ถวายของใน "ก๋วย" แก่พระสงฆ์ด้วยวิธีจับสลาก
  • มีที่มาจากพระไตรปิฎก และตำนานนางกาลียักษิณีผู้ถวายสลากภัตเป็นคนแรก
  • นิยมทำราวเพ็ญเดือน ๑๒ เหนือ ถึงต้นเดือนยี่เหนือ ช่วงที่ว่างจากนาและผลไม้สุก
  • เส้นสลาก บอกชื่อเจ้าของและคำอุทิศ ส่วน สลากโชค และ สลากย้อม คือสลากแบบพิเศษ
  • เป็นทั้งการอุทิศบุญให้ผู้ล่วงลับ และทำทานให้คนที่ยังมีชีวิตอยู่

ค้นคำล้านนาเรื่องงานบุญเพิ่มเติมได้ใน พจนานุกรมมรดกล้านนา และอ่านประเพณีช่วงปลายปีต่อได้ที่บทความ ยี่เป็ง ปี๋ใหม่ และตุง

แหล่งอ้างอิง

ค้นหาคำว่า "ตานก๋วยสะหลาก" ในพจนานุกรมมรดกล้านนา

🎯 ทดสอบคำในบทความนี้ทายคำล้านนาจากบทความ 23 คำ จำได้แค่ไหน?

บทความที่เกี่ยวข้อง

ช่างฟ้อนสวมเล็บยาวฟ้อนเล็บบนเวทีในงานปอยหลวง วัดร้องดอนชัย อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่

ปอยหลวง: งานฉลองถาวรวัตถุ แห่ครัวตาน ตุง และกลองหลวง

12 ตุลาคม 2569 · ประเพณี

ปอยหลวงคืองานฉลองถาวรวัตถุในวัดของล้านนา อ่านลำดับงานวันดา วันกิน วันตาน การแห่ครัวตาน ตุงริมทาง กลองหลวง พระอุปคุต และคำเมืองที่ใช้ในงานปอย

เจดีย์สีขาวและตุงสิบสองราศีที่วัดพันเตา เชียงใหม่ ยามค่ำคืน มีพลุสว่างอยู่บนฟ้า

ตั้งธรรมหลวง: ประเพณีฟังเทศน์มหาชาติ ๑๓ กัณฑ์ของล้านนา

12 ตุลาคม 2569 · ประเพณี

ตั้งธรรมหลวงคือประเพณีฟังเทศน์มหาชาติ ๑๓ กัณฑ์ของล้านนาช่วงยี่เป็ง รู้จักคาถาพัน ซุ้มประตูป่า ทำนองเทศน์แบบล้านนา และคำเมืองที่ใช้ในงานบุญใ…

ไม้ค้ำหลายสิบต้นพันผ้าสีค้ำต้นโพธิ์ใหญ่ที่เวียงกุมกาม เชียงใหม่ ตามความเชื่อเรื่องการสืบชะตา

สืบชะตา: พิธีต่ออายุคน บ้าน และเมืองของชาวล้านนา

12 ตุลาคม 2569 · ประเพณี

สืบชะตาคือพิธีต่ออายุของชาวล้านนา ทั้งสืบชะตาคน บ้าน และเมือง อ่านความหมายของไม้ค้ำ ขัว ตาแหลว ขั้นตอนพิธี และสืบชะตาเมืองเชียงใหม่

ฝักส้มป่อยสีน้ำตาลแดงห้อยอยู่บนกิ่ง ฝักแห้งของต้นนี้ใช้ทำน้ำขมิ้นส้มป่อยสำหรับดำหัว

ดำหัว: ประเพณีขอขมาและขอพรผู้ใหญ่ในปี๋ใหม่เมือง

12 ตุลาคม 2569 · ประเพณี

ดำหัวคือพิธีขอขมาและขอพรผู้ใหญ่ในปี๋ใหม่เมือง รู้ความหมายเดิมของคำ เครื่องดำหัว น้ำขมิ้นส้มป่อย ขั้นตอน และคำล้านนาที่ใช้ จากพจนานุกรมมรดกล…

↑

↑ ↓ เลือก · Enter เปิด · Esc ปิด