
ภาพ: Vyacheslav Argenberg / Wikimedia Commons (CC BY 4.0)
เพลงซอ: อ่านคำเมืองในบทซอทีละวรรค เสียง สัมผัส และคำสร้อย
เพลงซอ เพลฯงซํอฯ (คำเมืองอ่านว่า เพงซอ) คือเนื้อร้องที่ช่างซอใช้ขับ พจนานุกรมมรดกล้านนาอธิบายว่ามีเนื้อหาหลายแบบ ตั้งแต่บทเกี้ยวพาราสี เหตุการณ์ต่าง ๆ ไปจนถึงการชมนกชมไม้ เพลงซอเป็นห้องเรียนคำเมืองที่ดีมาก เพราะบทซอมักถูกจดไว้ ตามเสียงที่ร้องจริง อ่านแล้วจึงได้ยินสำเนียงคนเมืองไปด้วย
บทความนี้พาอ่านบทซอสั้น ๆ บทหนึ่งทีละวรรค ดูคำ ดูเสียง ดูสัมผัส แล้วปิดท้ายด้วยคำสร้อยที่ช่างซอใช้ส่งต่อให้คู่ซอ ส่วนประวัติของซอ ช่างซอ และทำนองซอ อ่านได้ในบทความ ขับซอและจ๊อย
บทซอที่จะอ่าน: ชวนกันรักษาป่า
ซอ ซํอฯ (คำเมืองอ่านว่า ซอ) ในล้านนาหมายถึงการขับร้อง ไม่ใช่เครื่องสาย ผู้ขับเรียกว่า ช่างซอ ช่างฯซํอฯ (คำเมืองอ่านว่า จ้างซอ) บทที่เลือกมาอ่านเป็นบทซอเรื่องอนุรักษ์ป่าไม้และต้นน้ำลำธาร ซึ่งงานวิจัยของ พิชญุตม์ พชรธรรมโรจน์ และคณะ (๒๕๖๘) คัดมาจากหนังสือ เพลงซอเพลงพื้นบ้านล้านนา ของ ขวัญชัย หมั่นคำ และคณะ (๒๕๔๐) โดยระบุที่มาของบทว่า สวท. เชียงราย
(ช) เถอะจ๋วยกันปลูกป่าไม้ฮักษาเอาไว้กว้างใหญ่ไพศาล ถ้าขาดต้นไม้จะฮ้อนไหม้กันดาร ต้นน้ำลำธารขุนวังจะขาดแห้ง อนุรักษ์ไว้อย่าได้ตัดฟัน หื้อมนุษย์อุดกันไว้ป้องกันภัยแร้ง [แล้ง] — บทซอเรื่องอนุรักษ์ป่าไม้ (สวท. เชียงราย; อ้างใน ขวัญชัย หมั่นคำ และคณะ, ๒๕๔๐ และ พิชญุตม์ และคณะ, ๒๕๖๘)
อ่านทีละวรรค
บทซอที่คัดมาเขียนติดกันเป็นสองบรรทัด ตารางนี้แบ่งเป็น ๖ วรรคตามจังหวะของความหมาย (การแบ่งวรรคเป็นของบทความนี้ เพื่อให้เห็นคำและสัมผัสชัดขึ้น)
| วรรค | ในบทซอ | ความหมายภาษาไทย |
|---|---|---|
| ๑ | เถอะจ๋วยกันปลูกป่าไม้ | มาช่วยกันปลูกป่าไม้เถิด |
| ๒ | ฮักษาเอาไว้กว้างใหญ่ไพศาล | รักษาไว้ให้กว้างใหญ่ไพศาล |
| ๓ | ถ้าขาดต้นไม้จะฮ้อนไหม้กันดาร | ถ้าไม่มีต้นไม้ จะร้อนแผดเผาและแห้งแล้งกันดาร |
| ๔ | ต้นน้ำลำธารขุนวังจะขาดแห้ง | ต้นน้ำลำธารและแหล่งกำเนิดน้ำจะเหือดแห้ง |
| ๕ | อนุรักษ์ไว้อย่าได้ตัดฟัน | อนุรักษ์ไว้ อย่าตัดฟันต้นไม้ |
| ๖ | หื้อมนุษย์อุดกันไว้ป้องกันภัยแร้ง | ให้มนุษย์ช่วยกันกั้นไว้ ป้องกันภัยแล้ง |
คำเมืองในบทนี้
| ในบทซอ | คำในพจนานุกรม | ความหมาย |
|---|---|---|
| จ๋วย | จ้วย ช่วฯย | ช่วย ส่งเสริมเพื่อให้สำเร็จประโยชน์ |
| ฮักษา | (ไม่มีในพจนานุกรม) | รักษา |
| ฮ้อน | ฮ้อน ร้อฯร | ร้อน ทั้งความรู้สึกร้อน และกระวนกระวาย รีบเร่ง |
| ขุนวัง | ขุนน้ำ ขุรนาฯ | พจนานุกรมให้ "ขุนน้ำ" ว่า ต้นน้ำ แหล่งกำเนิดแม่น้ำ เช่น ขุนน้ำปิง |
| แห้ง | แห้ง แห้งฯ | ไม่มีน้ำ หมดน้ำ |
| แร้ง [แล้ง] | แล้ง แล้งฯ | หน้าแล้ง ฤดูไม่มีฝน |
| หื้อ | หื้อ หื้ | ให้ เอาให้ ยกให้ มอบให้ |
คำว่า ขุน ในพจนานุกรมมีความหมายหนึ่งว่า "ต้นตอ จุดกำเนิด" จึงเข้ากับ "ขุนวัง" ในวรรคที่ ๔ ที่วางคู่กับต้นน้ำลำธาร ส่วนคำว่า จ๋วย ในบทซอใส่ไม้จัตวา แต่พจนานุกรมเขียน จ้วย ด้วยไม้โท นี่คือตัวอย่างหนึ่งของการจดบทซอตามเสียงที่ได้ยิน ซึ่งแต่ละคนอาจเขียนต่างกันได้ เวลาค้นคำในพจนานุกรม ให้ลองเปลี่ยนวรรณยุกต์ดูด้วย
เสียงคำเมืองที่ซ่อนอยู่ในตัวสะกด
เมื่อเทียบคำในบทซอกับคำไทยกลาง จะเห็นเสียงที่เปลี่ยนไปอย่างเป็นระบบ พจนานุกรมมรดกล้านนาบันทึกคู่คำเหล่านี้ไว้ให้เทียบได้
บทซอเขียน ฮักษา (รักษา) และ ฮ้อน (ร้อน) คำอื่นในพจนานุกรมที่เปลี่ยนแบบเดียวกัน เช่น ฮู้ รู้ (คำเมืองอ่านว่า ฮู้) คือ รู้ เฮา เรัา (คำเมืองอ่านว่า เฮา) คือ เรา และ เฮียน รยฯร (คำเมืองอ่านว่า เฮียน) คือ เรียน
จ๋วย หรือจ้วย คือ ช่วย คำเดียวกับที่ทำให้ "ช่างซอ" อ่านว่า จ้างซอ เสียง ช ของไทยกลางในคำเหล่านี้ คนเมืองออกเป็นเสียง จ
งานของ ยุทธพร นาคสุข (๒๕๖๒) อธิบายว่า คำที่เขียนด้วย ค- ออกเสียงเป็น ก ในภาษาล้านนา เช่น คาบ อ่านว่า ก้าบ คาง อ่านว่า กาง ส่วนคำที่เขียนด้วย คร- ออกเสียงเป็น ค เช่น คราบ อ่านว่า คาบ ตัวอย่างในพจนานุกรมคือ คู่ถ้อง คู่ถ้อฯง (คำเมืองอ่านว่า กู้ถ้อง) ส่วน ค่าว ระฯค่าฯวฯ (คำเมืองอ่านว่า ค่าว) มาจาก "คร่าว" จึงยังเป็นเสียง ค
หลายคำที่ไทยกลางไม่มีวรรณยุกต์ คนเมืองออกเสียงสูงขึ้น และเขียนด้วยไม้จัตวา ในพจนานุกรมมี เป๋น เปนฯ (คำเมืองอ่านว่า เป๋น) คือ เป็น ปั๋ญญา ปั¡า (คำเมืองอ่านว่า ปั๋ญญา) คือ ปัญญา และ ต๋าย ตายฯ (คำเมืองอ่านว่า ต๋าย) คือ ตาย บทซอเรื่องเยาวชนในหัวข้อถัดไปก็เขียน "การ" ว่า ก๋าน และ "สนใจ" ว่า สนใจ๋
สัมผัส: ร้อยคำเป็นห่วงโซ่
พจนานุกรมอธิบายว่า ค่าว เป็น "คำประพันธ์ที่มีลักษณะร้อยสัมผัสสอดเกี่ยวกันไป มีการเรียบเรียงถ้อยคำให้เป็นระเบียบเหมือนห่วงโซ่" บทซอบทนี้ก็ร้อยคำแบบเดียวกัน คือคำท้ายวรรคหนึ่งไปสัมผัสกับคำในวรรคถัดไป ลองดูทีละห่วง
| ห่วง | คำส่ง | คำรับ |
|---|---|---|
| วรรค ๑ → ๒ | ป่าไม้ | เอาไว้ |
| วรรค ๒ → ๓ | ไพศาล | กันดาร |
| วรรค ๓ → ๔ | กันดาร | ลำธาร |
| วรรค ๔ → ๖ | ขาดแห้ง | ภัยแร้ง (แล้ง) |
| วรรค ๕ → ๖ | ตัดฟัน | อุดกัน |
ในวรรคที่ ๓ ยังมีสัมผัสในวรรคด้วย คือ ต้นไม้ กับ ฮ้อนไหม้ ทำให้วรรคนี้ฟังหนักแน่นสมกับเนื้อความที่เตือนเรื่องความร้อน
งานของยุทธพร นาคสุข (๒๕๖๒) ยกหลักการแต่งค่าวซอที่คนรุ่นเก่าท่องกันว่า "สามตัวเหลียว เจ็ดตัวเทียว บาทหลังบาทหน้า" คือแต่ละจังหวะมี ๗ คำ วรรคหน้า ๓ คำ วรรคหลัง ๔ คำ และวรรคหลังย้อนมาสัมผัสกับคำที่ ๓ ของวรรคหน้า แต่ผู้วิจัยก็บอกว่าเป็นเพียงข้อกำหนดกว้าง ๆ จำนวนคำมากหรือน้อยกว่านั้นได้ บทซอบทนี้มีวรรคละราว ๖–๑๐ พยางค์ ยืดหยุ่นกว่าสูตรค่าวซอ แต่ยังรักษา "ห่วงโซ่" ของสัมผัสไว้ครบ (อ่านเรื่องฉันทลักษณ์ค่าวเพิ่มได้ในบทความ ค่าว)
คำสร้อยท้ายบท: ส่งต่อให้คู่ซอ
ซอที่ชายหญิงขับโต้ตอบกันเรียกว่า ซอถ้อง ซํอฯถ้อฯง (คำเมืองอ่านว่า ซอถ้อง) ท้ายบทของแต่ละฝ่ายมักมีถ้อยคำที่ส่งต่อให้อีกฝ่าย งานของพิชญุตม์และคณะ (๒๕๖๘) คัดบทซอเรื่องหน้าที่เยาวชนของแม่ครู บัวซอน ถนอมบุญ ศิลปินแห่งชาติ (อ้างจากเอกสารหลักสูตรขับซอของสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ, ๒๕๕๐) ไว้ บทที่ ๑๔ ฝ่ายชาย จบด้วย ๓ วรรคนี้
| ในบทซอ | ความหมายภาษาไทย |
|---|---|
| คนตี้บ่ฮู้จักก้ยังมีแถมหลาย | คนที่ไม่รู้จัก (เรื่องเหล่านี้) ก็ยังมีอีกมาก |
| เขาตึงบ่สนใจ๋ก๋านเมืองก๋านบ้าน | พวกเขาไม่สนใจการบ้านการเมือง |
| แล้วอ้ายจะขอถามข้อต่อไปแถมนั้น...จิ่ม | แล้วพี่จะขอถามข้อต่อไปอีกนะ |
คำที่ควรรู้ในสามวรรคนี้ คือ ตี้ ที่ (คำเมืองอ่านว่า ตี้) คือ ที่ บ่ บ (คำเมืองอ่านว่า บ่) ใช้นำหน้ากริยาเพื่อปฏิเสธ แถม แถมฯ (คำเมืองอ่านว่า แถม) คือ เพิ่มเติม ในบทนี้ใช้ในความว่า "อีก" และ อ้าย อ้ายฯ (คำเมืองอ่านว่า อ้าย) พจนานุกรมบอกว่าเป็นสรรพนามที่ชายใช้แทนตนเองเมื่อพูดกับผู้ที่อายุน้อยกว่า ช่างซอชายจึงเรียกตัวเองว่าอ้ายเมื่อซอกับคู่ซอหญิง
คำสุดท้าย จิ่ม จิ่มฯ (คำเมืองอ่านว่า จิ่ม) เป็นคำที่ทำให้ประโยคนุ่มลง พจนานุกรมอธิบายว่าใช้ประกอบกริยา "เพื่อให้รู้ว่าเป็นการรวม เพิ่ม ทำร่วมกัน หรือแสดงความขอร้อง" เช่น จ้วยจิ่ม แปลว่า ช่วยด้วย การจบว่า "...ขอถามข้อต่อไปแถมนั้น...จิ่ม" จึงเป็นการขอโอกาสถามอย่างสุภาพ แล้วรอคู่ซอตอบ
บทซอบทอื่นในงานวิจัยเดียวกันก็มีถ้อยคำลงท้ายแบบนี้ เช่น บทซอเรื่องเดียวกันอีกตอนจบว่า "นี้แห่นอ ไว้แหล่นา" และผู้วิจัยวงเล็บคำว่า "แปง" ในบทซอของช่างซออีกคนหนึ่งไว้ว่าเป็น (คำสร้อย) คือคำที่เติมเข้ามาตามทำนอง ไม่ได้เพิ่มความหมาย งานของ นิตยา อุตระธานี และมนัส แก้วบูชา (๒๕๖๒) ก็พบว่าทำนอง ตั้งเชียงใหม่ ซึ่งใช้ซอเปิดงาน มีคำขึ้นต้นเฉพาะ เช่น หลอน นาย เถิง ตั๋ว ทำนองจึงไม่ได้เป็นแค่เสียงดนตรี แต่กำหนดคำที่ช่างซอเลือกใช้ด้วย
ซอยังมีลำดับของมันเอง
งานของพิชญุตม์และคณะ (๒๕๖๘) สรุปว่าการแสดงซอเริ่มด้วยการไหว้ครูและเชิญเทวดามาอวยพร จากนั้นจึงขับเรื่องราวทั้งทางธรรมและทางโลก ช่างซอชายหญิงซอโต้คารมกันพร้อมแทรกคติสอนใจที่เข้ากับงาน และตอนท้ายช่างซอจะขอขมาลาโทษและขอรางวัลจากเจ้าภาพ บทซอที่แบ่งเป็นบทไว้สำหรับงานต่าง ๆ เช่น งานบวช งานขึ้นบ้านใหม่ ผู้วิจัยเรียกว่า "เครือซอ"
ความหมายทั้งบท
เมื่อรวมทุกวรรคเข้าด้วยกัน บทซอนี้ชวนผู้ฟังว่า มาช่วยกันปลูกป่าและรักษาไว้ให้กว้างใหญ่ ถ้าไม่มีต้นไม้ แผ่นดินจะร้อนและแห้งแล้ง ต้นน้ำลำธารที่เป็นแหล่งกำเนิดน้ำจะเหือดแห้ง จึงต้องอนุรักษ์ไว้ อย่าตัดฟันต้นไม้ ให้ทุกคนช่วยกันรักษาไว้เพื่อป้องกันภัยแล้ง
เนื้อความเป็นเรื่องร่วมสมัย แต่ถ้อยคำ เสียง และสัมผัสเป็นแบบซอล้านนาทุกประการ นี่คือเหตุผลที่ช่างซอใช้ซอบอกเล่าเรื่องใหม่ ๆ ได้เสมอ และเป็นเหตุผลที่คนเรียนคำเมืองควรฟังซอด้วย
สรุป
- เพลงซอ (เพงซอ) คือเนื้อร้องที่ช่างซอใช้ขับ บทซอมักจดตามเสียงจริง จึงช่วยให้ได้ยินสำเนียงคำเมือง
- เสียงที่เปลี่ยนเป็นระบบเห็นได้ในบทซอ: ร → ฮ (ฮักษา ฮ้อน) ช → จ (จ้วย) ค → ก (กู้ถ้อง) และเสียงจัตวา (ก๋าน เป๋น)
- บทซอร้อย สัมผัสเป็นห่วงโซ่ เหมือนค่าว แต่จำนวนพยางค์ในวรรคยืดหยุ่นกว่า
- ท้ายบทซอถ้องมักมี คำสร้อย และคำขอร้องอย่าง จิ่ม เพื่อส่งต่อให้คู่ซอ
ค้นคำในบทซอเพิ่มเติมได้ใน พจนานุกรมมรดกล้านนา อ่านเรื่องช่างซอและทำนองซอได้ที่บทความ ขับซอและจ๊อย และเรื่องเครื่องดนตรีที่ใช้คลอได้ที่ สะล้อ ซอ ซึง
อ่านต่อในชุดเดียวกัน: เพลงน้อยไจยา · คำอู้บ่าวอู้สาว หรือดูทั้งชุดที่ เรียนคำเมืองจากบทเพลงและวรรณกรรม
แหล่งอ้างอิง
- พจนานุกรมมรดกล้านนา: เพลงซอ · ซอถ้อง · หื้อ · จิ่ม · ค่าว
- พิชญุตม์ พชรธรรมโรจน์, หทัยรัตน์ ทับพร และอัควิทย์ เรืองรอง. (๒๕๖๘). เพลงซอล้านนา: ภาพสะท้อนของคุณค่าจริยศาสตร์ในการพัฒนามนุษย์. วารสารสังคมวิจัยและพัฒนา ๗(๑) (คัดบทซอจาก ขวัญชัย หมั่นคำ และคณะ, ๒๕๔๐, เพลงซอเพลงพื้นบ้านล้านนา และ สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ, ๒๕๕๐, สาระการเรียนรู้ท้องถิ่นศิลปะการแสดงพื้นบ้าน: เอกสารประกอบหลักสูตรสาระการเรียนรู้ ขับซอ)
- ยุทธพร นาคสุข. (๒๕๖๒). ข้อเสนอในการจัดแผนผังฉันทลักษณ์คร่าวซอ. วารสารภาษา ศาสนา และวัฒนธรรม ๘(๑)
- นิตยา อุตระธานี และมนัส แก้วบูชา. (๒๕๖๒). ลักษณะเฉพาะของวงปี่จุม: ช่างปี่ ช่างซอ และสล่าปี่เมืองลำพูน. วารสารดนตรีและการแสดง ๕(๒)
ค้นหาคำว่า "เพลงซอ" ในพจนานุกรมมรดกล้านนา
🎯 ทดสอบคำในบทความนี้ทายคำล้านนาจากบทความ 23 คำ จำได้แค่ไหน?


