มรดกล้านนา

🌐 Read in English

กลองไม้เก่าใบใหญ่วางบนขาตั้งเหล็ก มีกลองใบเล็กผูกติดอยู่ด้านข้าง ใต้ชายคาวัดกู่แดง จังหวัดเชียงใหม่

ภาพ: Lannafolium / Wikimedia Commons (CC0)

ยามก๋อง ยามตูด ยามถะแหล: นาฬิกาคนเมืองครบ ๒๔ ชั่วโมง

นาฬิกาคนเมือง คือการบอกเวลาแบบล้านนาที่แบ่งวันออกเป็นช่วงละชั่วโมงครึ่ง เรียกว่า ยาม ยามฯ (คำเมืองอ่านว่า ยาม) พจนานุกรมมรดกล้านนาอธิบายว่ายามคือ "ช่วงระยะเวลาสั้น ๆ แบ่งเป็น ๓ อย่าง คือ ยามก๋อง ยามตูด และยามถะแหล" แล้วให้เวลาของแต่ละยามไว้ครบทั้งกลางวันและกลางคืน

ชื่อยามเหล่านี้ยังซ่อนคำที่ใช้กันทุกวัน เช่น งาย ที่แปลว่าเช้า และ แลง ที่แปลว่าเย็น บทความนี้จะเรียงยามทั้งหมดเป็นนาฬิกา ๒๔ ชั่วโมง อ่านความหมายของชื่อ และเทียบกับ โมง ทุ่ม ตี ของภาคกลาง

ยามฯ
ยาม
น.ครั้ง,คราว,เวลา,ฤดูกาล,ช่วงระยะเวลาสั้นๆ แบ่งเป็น ๓ อย่าง คือ ยามก๋อง ยามตูด และยามถะแหล
ดูในพจนานุกรมมรดกล้านนา →

ลองดูว่าตอนนี้เป็นยามอะไร หรือหมุนหน้าปัดไปที่เวลาที่อยากรู้

ยามก๋อง ยามตูด ยามถะแหล ชื่อมาจากไหน

ชื่อของยามสามกลุ่มตรงกับชื่อเครื่องให้สัญญาณสามอย่างในพจนานุกรม

  • ก๋อง กลฯอฯง (คำเมืองอ่านว่า ก๋อง) คือ กลอง
  • ตูด ตูด (คำเมืองอ่านว่า ตูด) พจนานุกรมให้ความหมายว่า "หวูด – เขาที่เป่าเพื่อเป็นสัญญาณ"
  • ถะแหล คือ แตร พจนานุกรมเขียนรูปไทยของยามกลุ่มนี้ว่า "ยามแตร" เช่น ยามถะแหลค่ำ = [ยามแตรค่ำ] และมีคำว่า ถะแหลเหิน แถๆลฯเหินฯ (คำเมืองอ่านว่า ถะแหลเหิน) หมายถึงแตรงอน "ลักษณะเป็นท่อโค้งงอนอย่างเขาควาย"

ส่วนยามที่สี่ของแต่ละรอบ เช่น ยามเตี้ยง ยามค่ำ ยามเดิ๋ก ไม่มีชื่อเครื่องดนตรีนำหน้า พจนานุกรมไม่ได้อธิบายว่าแต่ละยามใช้เครื่องใดตีหรือเป่าจริง จึงควรถือว่าชื่อเป็นเครื่องช่วยจำ มากกว่าบันทึกวิธีตีบอกเวลา

💡 เกร็ดความรู้
คำว่า ตูด ในที่นี้คือเขาสัตว์ที่ใช้เป่าเป็นสัญญาณ เหมือนคำว่า หวูด ไม่ได้หมายถึงก้นอย่างในภาษาไทยกลาง ยามตูดเจ๊าจึงแปลตรงตัวได้ว่า "ยามเป่าเขาตอนเช้ามืด"

ตารางยามคนเมืองครบ ๒๔ ชั่วโมง

พอนำเวลาจากพจนานุกรมมาเรียงต่อกัน จะได้ ๑๖ ยาม ยามละ ๑ ชั่วโมงครึ่ง และเรียงเป็นแบบแผนเดียวกันสี่รอบ คือ ตูด → ก๋อง → ถะแหล → ยาม ครบรอบละ ๖ ชั่วโมง

เวลา ชื่อยาม อักษรล้านนา กลุ่ม
๒๔.๐๐–๐๑.๓๐ น. ยามตูดฮุ่ง ยามฯตูดรุ่ง ตูด
๐๑.๓๐–๐๓.๐๐ น. ยามก๋องฮุ่ง ยามฯกลฯอฯง ก๋อง
๐๓.๐๐–๐๔.๓๐ น. ยามถะแหลฮุ่ง ยามฯแระฯตรุ่ง ถะแหล
๐๔.๓๐–๐๖.๐๐ น. ยามฮุ่ง หรือ ยามเจ๊า ยามฯรุ่ง ยาม
๐๖.๐๐–๐๗.๓๐ น. ยามตูดเจ๊า ยามฯตูดเชั้า ตูด
๐๗.๓๐–๐๙.๐๐ น. ยามก๋องงาย ยามฯกลฯอฯง ก๋อง
๐๙.๐๐–๑๐.๓๐ น. ยามถะแหลเตี้ยง ยามฯแระฯตท่ยฯง ถะแหล
๑๐.๓๐–๑๒.๐๐ น. ยามเตี้ยง ยามฯท่ยฯง ยาม
๑๒.๐๐–๑๓.๓๐ น. ยามตูดจ๊าย ยามฯตูดช้ายฯ ตูด
๑๓.๓๐–๑๕.๐๐ น. ยามก๋องค่ำ ยามฯกลฯอฯงฅํา ก๋อง
๑๕.๐๐–๑๖.๓๐ น. ยามถะแหลค่ำ ยามฯแระฯตฅํา ถะแหล
๑๖.๓๐–๑๘.๐๐ น. ยามค่ำ ยามฯฅํา ยาม
๑๘.๐๐–๑๙.๓๐ น. ยามตูดเดิ๋ก ยามฯตูดเดิกฯ ตูด
๑๙.๓๐–๒๑.๐๐ น. ยามก๋องเดิ๋ก ยามฯกลฯอฯง ก๋อง
๒๑.๐๐–๒๒.๓๐ น. ยามถะแหลเดิ๋ก ยามฯแระฯตเดิกฯ ถะแหล
๒๒.๓๐–๒๔.๐๐ น. ยามเดิ๋ก ยามฯเดิกฯ ยาม

ในการพูดมักตัดคำว่า "ยาม" ข้างหน้าออก พจนานุกรมเก็บรูปสั้นไว้ด้วย เช่น ตูดเจ๊า ตูดเดิ๋ก ตูดฮุ่ง ถะแหลเตี้ยง และ ถะแหลค่ำ โดยให้เวลาตรงกับรูปเต็ม

ℹ️ ข้อมูล
พจนานุกรมยังมี ยามก๋องแลง ยามฯกลฯอฯง (คำเมืองอ่านว่า ยามก๋องแลง) เวลา ๑๖.๐๐–๑๗.๓๐ น. ซึ่งซ้อนอยู่ระหว่างยามถะแหลค่ำกับยามค่ำ จึงไม่ได้อยู่ในวงรอบ ๑๖ ยามข้างบน แต่เป็นอีกชื่อหนึ่งของช่วงเย็นที่ควรรู้ไว้

ฮุ่ง เจ๊า งาย เตี้ยง ค่ำ เดิ๋ก: ท้ายชื่อบอกช่วงของวัน

คำท้ายชื่อยามคือคำบอกช่วงเวลาที่คนเมืองใช้กันทุกวัน ถ้าจำคำเหล่านี้ได้ ก็เดาได้ทันทีว่ายามนั้นอยู่ตอนไหนของวัน

คำท้าย ช่วงในนาฬิกายาม ความหมายตามพจนานุกรม
ฮุ่ง ๒๔.๐๐–๐๖.๐๐ น. รุ่ง สว่าง (ยามฮุ่ง = เวลารุ่งเช้า)
เจ๊า ๐๔.๓๐–๐๗.๓๐ น. เวลาก่อนอาทิตย์ขึ้น
งาย ๐๗.๓๐–๐๙.๐๐ น. เวลาเช้าหลังอาทิตย์ขึ้น
เตี้ยง ๐๙.๐๐–๑๒.๐๐ น. เที่ยง (เตี้ยงเท่ากับ ๑๐.๓๐–๑๒.๐๐ น.)
ค่ำ ๑๓.๓๐–๑๘.๐๐ น. ในชื่อยามใช้กับช่วงบ่ายถึงหกโมงเย็น (ดูคำอธิบายท้ายบท)
เดิ๋ก ๑๘.๐๐–๒๔.๐๐ น. ดึก เวลาดึก

สองคำที่คนภาคกลางมักฟังพลาดคือ เจ๊า เชั้า (คำเมืองอ่านว่า เจ๊า) กับ งาย ง่ายฯ (คำเมืองอ่านว่า งาย) พจนานุกรมอธิบายว่า เจ๊า คือ "เวลาก่อนอาทิตย์ขึ้น" ส่วนเวลาเช้าหลังพระอาทิตย์ขึ้นจนก่อนเที่ยงเรียกว่า เวลางาย อาหารมื้อเช้าจึงเรียกว่า เข้างาย เขั้างายฯ (คำเมืองอ่านว่า เข้างาย) ไม่ใช่ "ข้าวเช้า"

⚠️ ข้อควรระวัง
ยามที่ลงท้ายด้วย ค่ำ อยู่ในช่วงบ่าย คือ ยามก๋องค่ำ ๑๓.๓๐ น. ยามถะแหลค่ำ ๑๕.๐๐ น. และยามค่ำ ๑๖.๓๐–๑๘.๐๐ น. ถ้าได้ยินผู้เฒ่านัดว่า "ยามก๋องค่ำ" อย่ารอจนมืด เพราะนั่นคือราวบ่ายโมงครึ่งถึงบ่ายสาม

ทำนองเดียวกัน เตี้ยง ท่ยฯง (คำเมืองอ่านว่า เตี้ยง) แปลว่าเที่ยง แต่พจนานุกรมกำหนดยามเตี้ยงไว้ที่ ๑๐.๓๐–๑๒.๐๐ น. คือหมดยามพอดีตอนเที่ยงวัน และยามถัดไปคือยามตูดจ๊าย ซึ่งเริ่มตอนเที่ยงตรง

กลอง ฆ้อง ระฆัง: เสียงบอกเวลาในวัด

ก่อนจะมีนาฬิกา เสียงจากวัดคือนาฬิกาของหมู่บ้าน พจนานุกรมบันทึกเครื่องบอกเวลาไว้หลายอย่าง

  • ก๋องปู่จา กลฯอฯงปู่ชา (คำเมืองอ่านว่า ก๋องปู่จา) กลองบูชา กลองสองหน้าขนาดใหญ่ ใช้ตีเป็นพุทธบูชาในวันโกนและวันพระ มีกลองเล็กอีกสามใบเรียก ก๋องต๋อบ ให้จังหวะ
  • ก๊องหม้อง ค้อฯงห้มฯอฯง (คำเมืองอ่านว่า ก๊องหม้อง) ฆ้องขนาดเล็ก ถ้าเป็นลูกเดียวแขวนกับไม้ ใช้ "สำหรับยามเดินตีบอกเวลา หรือแจ้งข่าวสาร"
  • หอหละกัง หํอฯรฆังฯ (คำเมืองอ่านว่า หอหละกัง) หอระฆัง ใช้ตีบอกเวลาทำบุญ และ "บอกเวลาย่ำค่ำ โดยตีสลับกับกลอง"
กลฯอฯงปู่ชา
ก๋องปู่จา
น.กลองบูชา - กลองสองหน้าขนาดใหญ่ รูปทรงกระบอก เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ ๑ เมตร ใช้ตีเป็นพุทธบูชาในวันโกนหรือวันพระ โดยมีกลองขนาดเล็ก เรียก ก๋องต๘+อบ หรือ ก๋องตุ๋บ อีกสามใบให้จังหวะในการตี
ดูในพจนานุกรมมรดกล้านนา →
หอกลองหอระฆังสองชั้น สีขาวเหลือง หน้าบันสีแดง มีระฆังแขวนชั้นบนและกลองใหญ่ชั้นล่าง วัดพระธาตุช้างค้ำ น่าน
หอกลองหอระฆัง · วัดพระธาตุช้างค้ำ น่าน ระฆังอยู่ชั้นบน กลองอยู่ชั้นล่าง
ภาพ: Ellnik / Wikimedia Commons (CC BY-SA 3.0)
หอทรงปราสาทยอดสีทองบนฐานสีขาว มีฆ้องใบใหญ่สีดำแขวนอยู่ภายใน วัดพระธาตุดอยสุเทพ เชียงใหม่
ฆ้องในหอ · วัดพระธาตุดอยสุเทพ เชียงใหม่
ภาพ: Ahoerstemeier / Wikimedia Commons (CC BY-SA 3.0)

กลองยังเป็นเสียงประจำงานบุญใหญ่ของล้านนาด้วย อ่านเรื่องกลองหลวงในงานปอยได้ที่ปอยหลวง

เทียบกับ โมง ทุ่ม ตี ของภาคกลาง

ภาคกลางก็เรียกเวลาตามเสียงที่ตีบอกเช่นกัน ศ.จำนงค์ ทองประเสริฐ แห่งราชบัณฑิตยสถาน อธิบายว่า กลางวันเรียกว่า โมง หัวค่ำถึงเที่ยงคืนเรียกว่า ทุ่ม และหลังเที่ยงคืนถึงตีห้าเรียกว่า ตี ส่วนหกโมงเย็นเรียกว่า ย่ำค่ำ "เพราะตอน ๖ โมงเย็น พระท่านมักย่ำกลองบอกเวลา" บทความเดียวกันยกพระนิพนธ์ของสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ที่เล่าว่าในพระบรมมหาราชวัง เมื่อตีย่ำระฆังแล้ว "มีคนเป่าแตรงอน และเป่าปี่ตีมโหรทึกประโคมต่อไปอีกพักหนึ่ง"

ความต่างที่เห็นชัดคือ ขนาดของช่วง

ภาคกลาง นาฬิกาคนเมือง
หน่วย ชั่วโมงละ ๑ โมง ๑ ทุ่ม ๑ ตี ยามละ ๑ ชั่วโมงครึ่ง
จำนวนต่อวัน ๒๔ ชั่วโมง ๑๖ ยาม
ชื่อ นับเลข เช่น ๓ โมง ๒ ทุ่ม ชื่อเฉพาะ เช่น ยามก๋องงาย ยามถะแหลเดิ๋ก
ตัวอย่าง ๐๘.๐๐ น. ๒ โมงเช้า ยามก๋องงาย
ตัวอย่าง ๒๐.๐๐ น. ๒ ทุ่ม ยามก๋องเดิ๋ก

คนเมืองทุกวันนี้ใช้ นาฬิก๋า นาฯฬิกา (คำเมืองอ่านว่า นาฬิก๋า) และพูดโมงทุ่มแบบภาคกลางเป็นส่วนใหญ่ ชื่อยามแบบเก่าจึงพบมากในตำรา คำบอกเวลาในพิธี และคำพูดของผู้เฒ่าผู้แก่

คำบอกเวลาที่ยังใช้ทุกวัน

แม้ชื่อยามเต็ม ๆ จะได้ยินน้อยลง แต่คำบอกช่วงเวลาหลายคำยังใช้กันอยู่ทั่วไป

  • ยามแลง ยามฯแลงฯ (คำเมืองอ่านว่า ยามแลง) เวลาเย็น และอาหารมื้อเย็นเรียกว่า เข้าแลง เขั้าแลงฯ (คำเมืองอ่านว่า เข้าแลง)
  • ยามป้าดค่ำ ยามฯพาดฯฅํา (คำเมืองอ่านว่า ยามป้าดค่ำ) เวลาใกล้ค่ำ
  • ยามตอน ยามฯทอฯร (คำเมืองอ่านว่า ยามตอน) เวลาอาหารกลางวัน เวลากลางวัน
  • เดิ๋ก เดิกฯ (คำเมืองอ่านว่า เดิ๋ก) ดึก เช่น ยามเดิ๋ก

กิ๋นเข้างายแล้วกา – กินข้าวเช้าแล้วหรือยัง คำว่า กา ต่อท้ายประโยคทำให้เป็นคำถาม เหมือนตัวอย่างในพจนานุกรม "อาบน้ำแล้วกา"

อ่านความหมายของ "ค่ำ" ในพจนานุกรมเพิ่มเติม

คำว่า ค่ำ ฅํา ในพจนานุกรมมีหลายความหมาย ความหมายแรกใช้เรียกวันทางจันทรคติ เช่น ออก ๘ ค่ำ (ขึ้น ๘ ค่ำ) แฮม ๑๐ ค่ำ (แรม ๑๐ ค่ำ) ความหมายที่สองคือ "เวลามืดตอนเริ่มเข้ากลางคืน" ส่วนในชื่อยาม ค่ำ ใช้กับช่วงบ่ายจนถึงหกโมงเย็น ดังตารางข้างบน

สรุป

  • คนเมืองแบ่งวันเป็น ๑๖ ยาม ยามละชั่วโมงครึ่ง ตามพจนานุกรม เรียงเป็นรอบ ตูด → ก๋อง → ถะแหล → ยาม สี่รอบ
  • ชื่อสามกลุ่มตรงกับเครื่องให้สัญญาณ คือ ก๋อง (กลอง) ตูด (เขาที่เป่า) และ ถะแหล (แตร)
  • คำท้ายชื่อบอกช่วงของวัน ฮุ่ง เจ๊า งาย เตี้ยง ค่ำ เดิ๋ก และยามที่ลงท้ายด้วย ค่ำ อยู่ในช่วงบ่าย
  • เข้างาย คือข้าวเช้า เข้าแลง คือข้าวเย็น เป็นคำที่ยังใช้ทุกวัน
  • ภาคกลางเรียกเวลาตามเสียงกลองฆ้องเช่นกัน แต่นับชั่วโมงละหน่วยเป็น โมง ทุ่ม ตี

ค้นชื่อยามทั้งหมดได้ในพจนานุกรมมรดกล้านนา และอ่านเรื่องการนับเดือนของล้านนาต่อได้ในเดือนเหนือ

แหล่งอ้างอิง

  • พจนานุกรมมรดกล้านนา, คำว่า ยาม (ref 13025) และชื่อยามทั้งหมด (13026–13057), ก๋อง (316), ตูด (8315), ถะแหลเหิน (14903), ก๋องปู่จา (336), ก๊องหม้อง (310), หอหละกัง (6275), เจ๊า (3302), งาย (16807), ค่ำ (2450)
  • จำนงค์ ทองประเสริฐ. "ทุ่ม-โมง-นาฬิกา." ราชบัณฑิตยสถาน (สำเนาในเว็บอาร์ไคฟ์): royin.go.th

ฝึกคำจากบทความนี้

ลองเล่นบัตรคำ 40 คำจากบทความนี้ จำคำล้านนาให้แม่นขึ้น

ค้นหาคำว่า "ยาม" ในพจนานุกรมมรดกล้านนา

🎯 ทดสอบคำในบทความนี้ทายคำล้านนาจากบทความ 46 คำ จำได้แค่ไหน?

📝 ลองเขียนคำเมืองบนกระดาน แล้วแชร์ให้เพื่อน →

บทความที่เกี่ยวข้อง

ชายขี่รถจักรยานยนต์พ่วงข้างบนถนนดินริมทุ่งนาเขียว มีเสาไฟฟ้า ต้นไม้ และทิวเขาอยู่ไกล ๆ

สาวมอเตอร์ไซค์: เรียนคำเมืองจากเพลงจรัล มโนเพ็ชร

13 ตุลาคม 2569 · เรียนภาษาล้านนา

เรียนคำเมืองจากเพลงสาวมอเตอร์ไซค์ของจรัล มโนเพ็ชร รู้จักคำว่า ปั่นรถถีบ เอิ้น กิ๋นเข้าแลง กำเดียว ร้อยซาวห้า ก๋าย ต๋ามไฟ และรถเคื่องในยุคเพ…

สำรับอาหารเหนือในถาดลายคราม มีแคบหมู ไส้อั่ว น้ำพริกหนุ่ม แกงในกระทงใบตอง และผักสดวางรวมกันบนโต๊ะไม้

มารยาทการกินแบบคนเมือง: ปั้นข้าวเหนียว นั่งขันโตก ชมว่าลำ

16 ตุลาคม 2569 · วัฒนธรรม

มารยาทการกินแบบคนเมืองสำหรับนักท่องเที่ยว ปั้นข้าวเหนียวจิ้มน้ำพริก ใช้ช้อนส้อม นั่งล้อมขันโตก รอผู้ใหญ่เชิญ และคำเมืองชมอาหารว่าลำขนาด

นาข้าวเขียวที่เพิ่งดำกล้าใหม่ในอำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ มีภูเขาอยู่ด้านหลัง

ข้าวและนาในคำเมือง: เข้า นา ก้า ฮวง หลองเข้า และเหมืองฝาย

16 ตุลาคม 2569 · คำศัพท์

รวมคำเมืองเรื่องข้าวและชีวิตชาวนาจากพจนานุกรม ตั้งแต่ เข้าหนึ้ง เข้าก่ำ ก้า ฮวง ไถนา ตี๋เข้า ถึง หลองเข้า เหมืองฝาย และย่าขวัญเข้า พร้อมอัก…

ผักกาดจอกระดูกหมูในชามลายดอกไม้ น้ำแกงสีน้ำตาลใส มีก้านผักกาดเขียวและกระดูกหมูชิ้นโต

เพลงผักกาดจอ: เรียนคำเมืองเรื่องกินจากเพลงของจรัล มโนเพ็ชร

13 ตุลาคม 2569 · เรียนภาษาล้านนา

เรียนคำเมืองจากเพลงผักกาดจอที่จรัล มโนเพ็ชรขับร้อง รู้จักคำว่า จอ ตูบ กั๋ว คาบ ต๊องไก้ต๊องปอง ค่ำ ตอน เจ๊า และอาหารเหนือที่สาว ๆ กินกับผักก…

↑

↑ ↓ เลือก · Enter เปิด · Esc ปิด