มรดกล้านนา

🌐 Read in English

ฐานอาคารอิฐโบราณของวัดกู่ป้าด้อมในเวียงกุมกาม อยู่ต่ำกว่าระดับพื้นรอบข้าง มีบันไดอิฐ ศาลาหลังคาไม้ และสนามหญ้าสีเขียว

ภาพ: Iudexvivorum / Wikimedia Commons (CC0)

เวียงกุมกาม: เมืองจมน้ำจริงหรือ? ตำนาน หลักฐาน และทรายแม่น้ำปิง

เวียงกุมกาม คือเมืองที่พญามังรายสร้างไว้ริมแม่น้ำปิงก่อนจะสร้างเชียงใหม่ ทุกวันนี้อยู่ในตำบลท่าวังตาล อำเภอสารภี ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ลงไปทางใต้ราว ๕ กิโลเมตร คนรุ่นเราได้ยินเรื่องของเมืองนี้แบบสั้น ๆ ว่า "น้ำท่วมจนเมืองจม พญามังรายจึงย้ายไปสร้างเชียงใหม่" และบางคนเรียกว่า นครใต้พิภพ หรือแอตแลนติสแห่งล้านนา คนเมืองมีคำเรียกเมืองที่ไม่มีคนอยู่แล้วว่า เมืองห่าง เมิอฯงห่างฯ (คำเมืองอ่านว่า เมืองห่าง) และเวียงกุมกามก็เคยเป็นเมืองห่างอยู่หลายร้อยปีจริง แต่ไม่ใช่แบบที่เรื่องเล่าว่า

เมิอฯงห่างฯ
เมืองห่าง
น.เมืองร้าง
ดูในพจนานุกรมมรดกล้านนา →

บทความนี้เป็นตอนหนึ่งของชุด จริงหรือแต่ง เราไม่ได้ตัดสินแทนผู้อ่าน แต่แยกเรื่องของเวียงกุมกามออกเป็นชิ้น ๆ ว่าชิ้นไหนมี หลักฐาน จากการขุดค้น จารึก หรืองานธรณีวิทยา ชิ้นไหน มีแต่ในตำนาน ที่เขียนลงทีหลังหลายร้อยปี ชิ้นไหน เติมเข้ามาภายหลัง จากข่าวและการท่องเที่ยว และชิ้นไหน ยังไม่มีข้อยุติ เพราะนักวิชาการยังเห็นต่างกัน

ภาพหน้าบทความคือวัดกู่ป้าด้อม ฐานอาคารอิฐอยู่ต่ำกว่าพื้นรอบข้างราวหนึ่งเมตรครึ่ง ระยะนั้นคือความหนาของชั้นทรายที่นักโบราณคดีต้องขุดออกก่อนจะเห็นวัด

เวียงกุมกามในตำนาน: เมืองริมน้ำของพญามังราย

เรื่องการสร้างเวียงกุมกามอยู่ในเอกสารที่คนล้านนาเรียกว่า ต่ำนาน ตํานาฯ (คำเมืองอ่านว่า ต่ำนาน) หลายฉบับ เช่น ตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ ตำนานมูลศาสนา ตำนานสิบห้าราชวงศ์ ชินกาลมาลีปกรณ์ และพงศาวดารโยนก ทุกฉบับเล่าตรงกันว่า พญามังราย มังฯรายฯ (คำเมืองอ่านว่า มังลาย) สร้างเมืองนี้หลังได้เมืองหริภุญไชย หรือ หละปูน หลฯะพูร (คำเมืองอ่านว่า หละปูน) (ฐานข้อมูลแหล่งโบราณคดี ศมส.; สหวัฒน์ และคณะ)

พงศาวดารโยนกเล่าว่า ใน จ.ศ. ๖๔๘ พญามังรายย้ายมาสร้างเวียงใกล้แม่น้ำระมิงค์ "ให้ขุดคูเวียงทั้งสี่ด้านไขน้ำแม่ระมิงค์เข้าขังในคู แลตั้งลำเวียงรอบทุกเบื้อง" แล้วขุดหนองน้ำใกล้เรือนหลวง เพราะพระองค์เยี่ยมหน้าต่างดูคนขุดทุกวัน หนองนั้นจึงชื่อ หนองต่าง จากนั้นตั้งตลาดกุมกามเป็นที่ซื้อขาย คนเมืองเรียกตลาดว่า กาด กาดฯ (คำเมืองอ่านว่า กาด)

ตอนที่คนจำได้มากที่สุดคือพญามังรายแต่งตัวปลอมเป็นชาวบ้าน ไปนั่งริมแม่น้ำดูคนเข้ากาด แล้วเห็นคนข้ามน้ำมาตลาดจน "เรือคับคั่งกันล่มวันละหลาย ๆ ลำ" จึงให้สร้าง "ตะพานข้ามแม่น้ำ เรียกว่าตะพานกุมกามแต่นั้นมา" (พงศาวดารโยนก ในประชุมพงศาวดาร ภาคที่ ๕) คำเมืองเรียกเรือว่า เฮือ เริอฯอ (คำเมืองอ่านว่า เฮือ) และเรียกสะพานว่า ขัว ข฿วฯ (คำเมืองอ่านว่า ขัว) สำนักศิลปากรที่ ๗ เชียงใหม่ยกเรื่องเดียวกันจากตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ไว้ด้วย

ตำนานยังเล่าว่าพญามังรายให้เอาดินจากหนองต่างมาทำอิฐ ก่อ กู่ กู่ (คำเมืองอ่านว่า กู่) ที่เรียกว่ากู่คำ ซึ่งคือวัดเจดีย์เหลี่ยมทุกวันนี้ และสร้างวัดถวายพระเถร ๕ รูปที่อยู่ใต้ต้นมะเดื่อใหญ่ พร้อมหล่อพระพุทธรูป ๕ องค์ ตำนานสิบห้าราชวงศ์ระบุชื่อช่างว่ากานโถม วัดนี้จึงชื่อวัดกานโถม หรือวัดช้างค้ำในปัจจุบัน (สำนักศิลปากรที่ ๗)

ℹ️ ข้อมูล
ปีที่สร้างยังไม่ตรงกัน ตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ ตำนานสิบห้าราชวงศ์ และพงศาวดารโยนก ให้ จ.ศ. ๖๔๘ ซึ่งกรมศิลปากรเทียบเป็น พ.ศ. ๑๘๒๙ (ฐานข้อมูล ศมส. เทียบเป็น ๑๘๓๐) ส่วนชินกาลมาลีปกรณ์ ซึ่งเขียนใน พ.ศ. ๒๐๖๐ และเก่ากว่าฉบับอื่น ให้ จ.ศ. ๖๖๕ หรือ พ.ศ. ๑๘๔๖ และสรัสวดี อ๋องสกุล เคยเสนอ พ.ศ. ๑๘๓๗ โดยเทียบกับเอกสารจีน ทีมขุดของกรมศิลปากรสรุปว่า "ศักราชในการสร้างเวียงกุมกาม ยังหาข้อสรุปไม่ได้"

สิ่งที่ควรจำคือ ต้นฉบับตำนานเหล่านี้ถูกจารหรือคัดลอกลงในยุคหลังมาก เช่น ตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ฉบับที่ใช้พิมพ์มาจากต้นฉบับวัดพระงามที่จารใน พ.ศ. ๒๓๙๗ (สหวัฒน์ และคณะ) เรื่องตลาด เรือล่ม และสะพาน จึงเป็นเรื่องเล่าที่บอกภาพเมืองริมน้ำที่คึกคัก แต่ยังไม่มีซากสะพานหรือหลักฐานอื่นมายืนยันรายละเอียด

ก่อนพญามังราย: ชุมชนหริภุญไชยใต้วัดกานโถม

เวียงกุมกามกลับมาเป็นที่สนใจในวงกว้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๗ เมื่อกรมศิลปากรขุดแต่งที่วัดกานโถม (วัดช้างค้ำ) แล้วพบพระพิมพ์ดินเผาสกุลช่างหริภุญไชย จากนั้นก็ขุดค้นต่อเป็นช่วง ๆ ราว ๒๐ ปีจนถึง พ.ศ. ๒๕๔๖ (สหวัฒน์ และคณะ; เชียงใหม่นิวส์)

ป้ายไม้สีน้ำเงินตัวอักษรสีทอง เขียนว่า จุดค้นพบเวียงกุมกาม พ.ศ. ๒๕๒๗ ติดอยู่บนผนังอิฐ
ป้าย "จุดค้นพบเวียงกุมกาม พ.ศ. ๒๕๒๗" ที่วัดช้างค้ำ (กานโถม) · ภาพ: Iudexvivorum / Wikimedia Commons (CC0)

การขุดที่วัดกานโถมบอกเรื่องที่ตำนานบอกไว้เพียงเลือนราง ฐานข้อมูลแหล่งโบราณคดีของศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธรสรุปว่า ใต้วิหารวัดกานโถมมีซากโบราณสถานที่เก่ากว่าถูกสร้างทับ พบศิลาจารึกอักษรมอญ และโบราณวัตถุศิลปะหริภุญไชย โดยเฉพาะพระพิมพ์ดินเผา แสดงว่าที่นี่มีชุมชนเล็ก ๆ ในวัฒนธรรมหริภุญไชยตั้งแต่ราวพุทธศตวรรษที่ ๑๘ ก่อนพญามังรายจะมาสร้างเมือง ทีมขุดของกรมศิลปากรก็สรุปตรงกันว่า "พญามังรายสร้างเวียงกุมกามขึ้นในบริเวณชุมชนในวัฒนธรรมหริภุญไชย"

ตำนานเองก็เล่าว่าตรงนั้นมีต้นมะเดื่อใหญ่ที่คนนับถือมาก่อน ผู้ค้นคว้าของสำนักศิลปากรที่ ๗ อ่านเรื่องนี้ว่าพญามังรายผสานความเชื่อเดิมของคนในพื้นที่เข้ากับพุทธศาสนา ข้อนี้เป็นการตีความ ไม่ใช่สิ่งที่ขุดพบ

เมืองที่ยังมีชีวิตหลังสร้างเชียงใหม่

พญามังรายสร้าง เจียงใหม่ ชยฯงไห่มฯ (คำเมืองอ่านว่า เจียงใหม่) ใน พ.ศ. ๑๘๓๙ แต่เวียงกุมกามไม่ได้ร้างไปพร้อมกัน ฐานข้อมูล ศมส. สรุปจากการขุดว่า หลังพญามังรายย้ายไปเชียงใหม่ เวียงกุมกามยังเป็นเมืองสำคัญ "ไม่ได้ถูกปล่อยให้ทิ้งร้างไปแม้ว่าจะเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ เพราะพบหลักฐานการก่อสร้างและการซ่อมเสริมภายในเวียงกุมกามต่อเนื่องกันมาจนถึงช่วงพุทธศตวรรษที่ ๒๓"

หลักฐานจากเอกสารก็ไปทางเดียวกัน

เวลา หลักฐาน ที่มา
ราว พ.ศ. ๑๙๑๓ (ค.ศ. ๑๓๗๐) จารึกวัดพระยืน ลำพูน เอ่ยถึงคน "อันอยู่ภายในกุมกามเชียงใหม่" ที่มาศรัทธาพระสุมนเถระ ฐานข้อมูล ศมส.; สหวัฒน์ และคณะ
หลัง ค.ศ. ๑๔๑๑ / ๑๔๕๕ คนในเมืองสร้างคันดินกันน้ำ (รายละเอียดในหัวข้อถัดไป) Ng และคณะ; สหวัฒน์ และคณะ
พ.ศ. ๒๐๖๐–๒๐๖๖ (ค.ศ. ๑๕๑๗–๑๕๒๓) สมัยพระเมืองแก้ว มีพิธีที่วัดเกาะกุมกาม ประดิษฐานพระสัมฤทธิ์ที่วัดกุมกามทีปาราม และสร้างวิหารใหญ่ที่วัดกู่คำ สหวัฒน์ และคณะ (จากชินกาลมาลีปกรณ์); ฐานข้อมูล ศมส.
ราว ค.ศ. ๑๕๑๗ กวีราชสำนักผู้แต่งโคลงนิราศหริภุญชัยยังพรรณนาเวียงกุมกามกับแม่น้ำปิงสายเดิม และเอ่ยถึงกู่คำ มนวัธน์ พรหมรัตน์ (๒๕๖๘); สฤษดิ์พงศ์ ขุนทรง (๒๕๔๙)

มนวัธน์ พรหมรัตน์ (๒๕๖๘) จึงเสนอว่า ที่พญามังรายเจอที่เวียงกุมกามน่าจะเป็นน้ำหลากตามฤดูฝนแบบที่เคยเจอที่เมืองก่อน ๆ ไม่ใช่น้ำท่วมขังจนอยู่ไม่ได้ น้ำแบบนี้คนเมืองเรียกว่า น้ำนอง นาฯนอฯง (คำเมืองอ่านว่า น้ำนอง) ซึ่งพจนานุกรมให้ความหมายว่าน้ำหลาก น้ำไหลมาท่วม

ขุดลงไปใต้เวียงกุมกาม: ชั้นดินบอกอะไร

ทีมขุดของกรมศิลปากรแบ่งชั้นดินที่ปิดโบราณสถานในเวียงกุมกามออกเป็นสามกลุ่ม (สหวัฒน์ และคณะ)

  1. ดินชั้นบน ดินร่วนปนทรายสีน้ำตาล มีเศษของใช้ปะปน เป็นดินที่เกิดหลังน้ำท่วมใหญ่ และคนใช้พื้นที่มาจนถึงทุกวันนี้
  2. ชั้นทรายตะกอนแม่น้ำปิง ทรายละเอียดถึงทรายหยาบ บางแห่ง เช่น วัดอีก้าง มีกรวดขนาดใหญ่ปน
  3. ชั้นดินใต้ทราย ดินร่วนปนทรายสีน้ำตาลปนเทา มีเศษโบราณวัตถุ เป็นชั้นที่คนเคยใช้วัดและบ้านเรือนจนถึงก่อนน้ำท่วมใหญ่

ทรายในคำเมืองคือ ซาย ซายฯ (คำเมืองอ่านว่า ซาย) ส่วนตะกอนที่ตกนอนก้นคือ ขะมุ่น ขมุ่ร (คำเมืองอ่านว่า ขะมุ่น) นักธรณีวิทยา Serene Ng, Spencer Wood และ Alan Ziegler (๒๕๕๘) ศึกษาชั้นตะกอนของที่ราบน้ำท่วมถึงที่นี่ แล้วพบชั้นทรายหยาบจากน้ำท่วมใหญ่ครั้งหนึ่งเช่นกัน และสรุปว่าเมืองถูกทิ้งหลังน้ำท่วมครั้งนั้น

ฐานอิฐโบราณของวัดกู่ป้าด้อมในหลุมขุด ผนังดินด้านหลังสูงกว่าฐาน มีหญ้าและบ้านเรือนอยู่บนระดับพื้นด้านบน
วัดกู่ป้าด้อม ผนังดินด้านหลังฐานอิฐคือชั้นดินและทรายที่ขุดออก บ้านเรือนวันนี้อยู่บนระดับพื้นด้านบน · ภาพ: Hdamm / Wikimedia Commons (CC BY-SA 3.0)

ทรายไม่ได้หนาเท่ากันทั้งเมือง ที่วัดหนานช้าง วัดกู่ป้าด้อม และวัดโบสถ์ ซึ่งอยู่ค่อนไปทางตะวันตกของเมือง ทรายหนาราว ๑.๕ เมตร แต่ที่โบราณสถานอื่นหนาเพียง ๐.๕–๑ เมตร ทีมขุดจึงเสนอว่าวัดเหล่านั้น "อาจมีการใช้ประโยชน์ภายหลังมหาอุทกภัยก็เป็นได้" (สหวัฒน์ และคณะ) ไกด์เวียงกุมกามที่ผู้จัดการออนไลน์สัมภาษณ์ (๒๕๕๔) ก็บอกว่าเจดีย์เหลี่ยมเป็นแห่งเดียวที่ไม่ถูกตะกอนดินทับถม

ใต้ทรายมีของที่น่าสนใจสองชิ้น ปลาย พ.ศ. ๒๕๔๖ ที่วัดกู่ป้าด้อมพบปูนปั้นนูนต่ำรูปมังกรแบบจีนออกจากปากมกร ประดับราวบันไดอุโบสถ ทีมขุดเรียกว่าเป็นภาพแรกแบบนี้ในศิลปะล้านนา ส่วนที่วัดหนานช้างพบไหที่ถูกฝังซ่อนไว้ใต้ชั้นทราย ปิดด้วยถาดสัมฤทธิ์และอิฐ ข้างในมีเครื่องถ้วยจีน จานใบหนึ่งเขียนรัชศก ว่านลี่ แห่งราชวงศ์หมิง (ค.ศ. ๑๕๗๓–๑๖๑๙) (สหวัฒน์ และคณะ; เชียงใหม่นิวส์)

ราวบันไดปูนปั้นโค้งสองข้างของบันไดอิฐที่วัดกู่ป้าด้อม ปลายราวม้วนเป็นรูปหัวสัตว์ ตั้งอยู่บนสนามหญ้า
ราวบันไดปูนปั้นที่วัดกู่ป้าด้อม ที่นี่คือจุดที่พบปูนปั้นมังกรออกจากปากมกร · ภาพ: Hdamm / Wikimedia Commons (CC BY-SA 3.0)

ลองเลือกโบราณสถานแล้วขุดลงไปทีละชั้น ทุกชั้นมีที่มากำกับ

ทรายมาเมื่อไร: ห้าคำตอบที่ยังไม่ตรงกัน

ทุกฝ่ายเห็นตรงกันว่าน้ำท่วมใหญ่พาทรายมาทับเมือง คนเมืองเรียกน้ำท่วมว่า น้ำถ้วม นาฯถ้วฯม (คำเมืองอ่านว่า น้ำถ้วม) แต่ยังไม่มีใครบอกได้ว่าน้ำครั้งนั้นมาปีไหน

นาฯถ้วฯม
น้ำถ้วม
น.น้ำท่วม
ดูในพจนานุกรมมรดกล้านนา →
ใครบอก บอกว่าอย่างไร อาศัยอะไร
นักธรณีวิทยา Ng และคณะ (๒๕๕๘) ทรายมา หลัง ราว ค.ศ. ๑๔๗๗–๑๕๑๒ และเมืองถูกทิ้งหลังน้ำท่วมครั้งนี้ หาอายุถ่านในชั้นทรายหยาบด้วยคาร์บอนกัมมันตรังสี
มนวัธน์ พรหมรัตน์ (๒๕๖๘) น้ำท่วมขังจนอยู่ไม่ได้เกิดเร็วที่สุดราวกลางคริสต์ศตวรรษที่ ๑๖ กวีปี ค.ศ. ๑๕๑๗ ยังพรรณนาเมืองกับแม่น้ำปิงสายเดิม
ทีมขุดกรมศิลปากร (สหวัฒน์ และคณะ) ทรายมาหลัง ค.ศ. ๑๕๗๓ อาจเป็นน้ำท่วมใหญ่ที่พงศาวดารบันทึกไว้ปี ค.ศ. ๑๖๕๗ ไหที่มีจานรัชศกว่านลี่ถูกฝังก่อนทรายมา
ฐานข้อมูล ศมส. เมืองถูกใช้ต่อเนื่องถึงพุทธศตวรรษที่ ๒๓ แล้วจึงร้างไประยะหนึ่ง สรุปจากเอกสารและการขุด
เรื่องเล่าทั่วไป น้ำท่วมจนพญามังรายต้องย้ายเมือง (ช่วงทศวรรษ ๑๒๙๐) การเล่าต่อ ไม่มีหลักฐานชิ้นใดระบุ

ข้อที่ต้องระวังคือ อายุของถ่านบอกได้แค่ว่าทรายมา หลังจาก ถ่านชิ้นนั้นเกิดขึ้น ไม่ได้บอกปีที่น้ำมา ส่วนน้ำท่วมใหญ่ ค.ศ. ๑๖๕๗ นั้น พงศาวดารโยนกเขียนเพียงสั้น ๆ ว่า "ศักราชได้ ๑๐๑๙ ... บังเกิดน้ำเหนือหลากท่วมเมืองทุกแห่ง" ไม่ได้เอ่ยชื่อกุมกาม ทีมขุดเองก็บอกว่าต้องรอผลจากโบราณสถานอื่นอีก

ความเห็นเหล่านี้ไม่ได้ขัดกันทั้งหมด สามข้อแรกเห็นตรงกันว่าทรายมาทับเมือง หลายร้อยปีหลังพญามังราย สิ่งที่ยังต่างกันคือช่วงเวลาที่แน่นอน ส่วนเรื่องเล่าทั่วไปที่ผูกน้ำท่วมกับการย้ายไปเชียงใหม่ ไม่ตรงกับหลักฐานชิ้นใดเลย

ในแท็บที่สองของวิดเจ็ต ลองแตะแต่ละความเห็นเพื่อดูช่วงเวลาที่เสนอ เมื่อแตะ "เรื่องที่เล่ากันทั่วไป" จุดที่มีวงสีเขียวคือหลักฐานว่าเมืองยังมีคนอยู่หลังปี ๑๒๙๖

คันกั้นน้ำ: คนกุมกามสู้กับน้ำอย่างไร

ถ้าคนเวียงกุมกามอยู่กับน้ำหลากมาหลายชั่วคน ก็น่าจะมีร่องรอยการรับมือ และพบจริง Ng และคณะ (๒๕๕๘) พบว่าเนินดินยาวบนที่ราบในเมืองคือคันกั้นน้ำที่สร้างหลังราว ค.ศ. ๑๔๑๑ เพื่อลดผลของน้ำท่วมที่เกิดซ้ำ ซึ่งเป็นน้ำท่วมที่ตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่บันทึกไว้และเห็นในชั้นตะกอนด้วย

ทีมขุดของกรมศิลปากรพบคันดินยาวเหนือ–ใต้ทางตะวันออกของวัดพระเจ้าองค์ดำ วัดพญามังราย และวัดหนานช้าง ใต้คันดินมีโกลนดินของพระพุทธรูปทรงเครื่อง ซึ่งงานของศักดิ์ชัย สายสิงห์ ชี้ว่าเริ่มสร้างในล้านนาสมัยพระเจ้าติโลกราช ทีมขุดจึงเสนอว่าคันดินนี้สร้างหลัง พ.ศ. ๑๙๙๘ (ค.ศ. ๑๔๕๕) "เพื่อใช้เป็นพนังดินที่ช่วยแก้ปัญหาการไหลบ่าของน้ำปิงห่าง" สองงานนี้ใช้วิธีต่างกัน ให้ปีต่างกัน แต่เห็นตรงกันว่าคนในเมืองสร้างคันกันน้ำในช่วงที่เมืองยังมีชีวิต

นอกจากคันดิน ล้านนายังมีระบบ เหมือง เหิอฯง (คำเมืองอ่านว่า เหมือง) ร่องน้ำที่ขุดชักน้ำเข้านา มนวัธน์ (๒๕๖๘) ชี้ว่าแอ่งเชียงใหม่–ลำพูนมีลำเหมืองหลายสายเชื่อมกับทางน้ำเดิมตั้งแต่ก่อนสร้างเชียงใหม่

ปิงห่าง: แม่น้ำสายเดิม หรือร่องที่คนขุด

ในเวียงกุมกามมีร่องน้ำตื้น ๆ ที่ป้ายนำชมเรียกว่า ปิงห่าง หมายถึงแม่น้ำปิงสายเดิมที่ถูกทิ้ง คำว่า ห่าง ห่างฯ (คำเมืองอ่านว่า ห่าง) ในพจนานุกรมมีความหมายหนึ่งว่า ร้าง ถูกทอดทิ้ง เช่น วัดห่าง วัดฯห่างฯ (คำเมืองอ่านว่า วัดห่าง) คือวัดร้าง ชื่อปิงห่างจึงแปลตรงตัวว่าปิงร้าง

ห่างฯ
ห่าง
ว๑.ไกลออกไป,ไม่ชิด,ไม่ถี่ ว๒.ร้าง,ถูกทอดทิ้ง เช่น วัดห่าง - วัดร้าง(วัดที่ไม่มีพระภิกษุอยู่จำพรรษา)
ดูในพจนานุกรมมรดกล้านนา →

แต่ร่องน้ำนี้คือแม่น้ำปิงสายเดิมจริงหรือ ยังไม่มีข้อยุติ

  • ฐานข้อมูล ศมส. ระบุว่าเวียงกุมกามตั้งขนานไปตามลำน้ำปิงสายเก่าที่เรียกว่าปิงห่าง แล้วแม่น้ำเปลี่ยนทาง เมืองจึงมาอยู่ฝั่งตะวันออกของแม่น้ำปิงทุกวันนี้ สำนักศิลปากรที่ ๗ ก็บอกว่าภาพถ่ายทางอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ เห็นผังเมืองเรียบไปกับแม่น้ำปิงสายเดิม
  • ทีมขุดของกรมศิลปากรรายงานว่า ผลศึกษาตะกอนวิทยาเบื้องต้นของร่องน้ำที่เชื่อว่าเคยเป็นแม่น้ำปิง "พบว่าเป็นเพียงร่องน้ำที่เกิดจากการขุดลอกเพื่อชักน้ำเข้ามาใช้ประโยชน์" และกำลังเตรียมเสนอผล
  • นักธรณีวิทยา Elisha Teo และคณะ (๒๕๖๑) ระบุว่าการขุดที่เวียงกุมกามเป็นที่เดียวที่ยืนยันทางวิทยาศาสตร์ได้ว่าแม่น้ำปิงเคยเปลี่ยนทางเดินอย่างฉับพลันอย่างน้อยหนึ่งครั้ง และแม่น้ำปิงในแอ่งเชียงใหม่ค่อย ๆ ย้ายไปทางตะวันตก

แปลว่าแม่น้ำปิงเปลี่ยนทางที่นี่จริง แต่ร่องน้ำที่ป้ายชี้ให้ดูจะเป็นร่องรอยของแม่น้ำสายนั้น หรือเป็นลำเหมืองที่คนขุดภายหลัง ยังต้องรอผลศึกษา

เงียบหายจากเอกสาร แล้วกลับมามีคน

หลังพม่าตีเชียงใหม่ได้ใน พ.ศ. ๒๑๐๑ ชื่อเวียงกุมกามค่อย ๆ หายไปจากเอกสารพื้นเมือง ทีมขุดสังเกตว่าในรายชื่อเมืองที่เกิดความวุ่นวายราว พ.ศ. ๒๓๐๒ ซึ่งละเอียดถึงชุมชนเล็ก ๆ ไม่มีชื่อกุมกามอยู่เลย และสรุปว่า "ความเป็นบ้านเมืองของกุมกามไม่ปรากฏแล้วตั้งแต่ตอนต้นของพุทธศตวรรษที่ ๒๔" ฐานข้อมูล ศมส. ก็สันนิษฐานว่าช่วงนั้นเมืองอาจกลายเป็นเมืองร้าง เรื่องยุคนี้ทั้งหมดอ่านต่อได้ที่ ล้านนาสมัยพม่าปกครอง

แต่ชื่อกุมกามไม่ได้หายจากความจำของคน พงศาวดารเมืองนครเชียงใหม่เล่าเหตุการณ์สมัยพระเจ้าตากว่า เมืองป่าซางอยู่ "ทางไกลเมืองกุมกามวันหนึ่ง" และเอกสารสมัยต้นของพระเจ้ากาวิละ เอ่ยถึงท่าวังตาล ท่าเรือในเขตเมืองเก่า ทีมขุดอ่านว่าชุมชนกลับมาแล้ว (สหวัฒน์ และคณะ; ฐานข้อมูล ศมส.)

สมัยรัชกาลที่ ๕ มีคนย้ายเข้ามาอยู่มากขึ้นและเริ่มบูรณะวัดบางแห่ง สมัยรัชกาลที่ ๖ มีการออกเอกสารสิทธิ์ที่ดิน โบราณสถานหลายแห่งจึงไปอยู่ในที่ดินของชาวบ้าน ซึ่งเป็นเหตุผลหนึ่งที่การขุดค้นใช้เวลานาน (สหวัฒน์ และคณะ)

วิหารล้านนาหลังคาซ้อนสีทองและแดงของวัดเจดีย์เหลี่ยม มีเจดีย์ทรงสี่เหลี่ยมซ้อนชั้นสีขาวอยู่ด้านหลัง ใต้ท้องฟ้ามีเมฆ
วัดเจดีย์เหลี่ยม (กู่คำ) เจดีย์ด้านหลังคือกู่คำที่ตำนานว่าพญามังรายสร้าง ลวดลายที่เห็นวันนี้มาจากการบูรณะแบบพม่าเมื่อราวร้อยปีก่อน · ภาพ: Supanut Arunoprayote / Wikimedia Commons (CC BY 4.0)

เจดีย์เหลี่ยมคือตัวอย่างที่ดี สฤษดิ์พงศ์ ขุนทรง (๒๕๔๙) อธิบายว่าเจดีย์ที่เชื่อว่าพญามังรายสร้างองค์นี้ ได้รับการบูรณะใหญ่เมื่อเกือบร้อยปีก่อนบทความของเขา โดย หลวงโยนการวิจิตร คหบดีชาวมอญสัญชาติพม่า ผู้เปลี่ยนรายละเอียดเดิมเกือบทั้งหมดเป็นแบบพม่า และเพิ่มซุ้มพระพุทธรูปขนาดใหญ่กลางฐานทั้งสี่ด้าน ทีมขุดของกรมศิลปากรก็ระบุว่าการบูรณะนี้เกิดในสมัยรัชกาลที่ ๕ เจดีย์ที่ตั้งอยู่ตรงนี้จึงเป็นของสมัยพญามังรายในโครงสร้าง แต่หน้าตาเป็นงานของยุคหลัง

นครใต้พิภพ: เรื่องเล่ารุ่นใหม่

เมื่อการขุดค้นเริ่ม เวียงกุมกามก็ได้ชื่อเรียกใหม่ ข่าวผู้จัดการออนไลน์ (๒๕๕๔) และ THE STANDARD (๒๕๖๕) เรียกว่า "นครใต้พิภพ" และ "เมืองโบราณใต้พิภพ" งานวิชาการภาษาอังกฤษของ Ng และคณะ (๒๕๕๘) ก็ยกคำที่มีผู้เรียกว่า "แอตแลนติสแห่งล้านนา" ข่าวท่องเที่ยวและเว็บไซต์ต่าง ๆ มักเรียกเวียงกุมกามว่า "ราชธานีแห่งแรกของล้านนา" (เชียงใหม่นิวส์; วิกิชุมชน ศมส.) ทั้งที่พจนานุกรมบันทึกว่าพญามังรายสร้างเชียงราย มาก่อนใน พ.ศ. ๑๘๐๕ ชื่อเรียกเหล่านี้ช่วยให้คนสนใจ แต่ก็ชวนให้นึกภาพเมืองทั้งเมืองที่จมหายลงไปในคราวเดียว ซึ่งหลักฐานไม่ได้บอกแบบนั้น

ป้าย "จุดค้นพบเวียงกุมกาม พ.ศ. ๒๕๒๗" ที่วัดช้างค้ำก็เป็นส่วนหนึ่งของเรื่องเล่ารุ่นนี้ ที่จริงตำนานไม่เคยลืมเวียงกุมกาม สิ่งที่เริ่มใน พ.ศ. ๒๕๒๗ คือการขุดค้นอย่างเป็นระบบ ซึ่งทำให้เราเห็นเมืองใต้ทรายชัดขึ้น สถานที่จริงอีกแห่งที่เรื่องเล่ารุ่นหลังทำให้มีชื่อเสียงคือวังน้ำเหนือน้ำตกห้วยแก้ว ดู วังบัวบาน

ทุกวันนี้เวียงกุมกามยังอยู่กับน้ำ โบราณสถานหลายแห่งถูกขุดลึกลงไปจากผิวดินมากกว่า ๑ เมตร จึงมีน้ำขังทุกฤดูฝน ปี ๒๕๕๔ ชาวบ้านกังวลว่าน้ำขังนานเป็นเดือนจะทำให้โบราณสถานเสียหาย ปี ๒๕๖๕ น้ำท่วมขังโบราณสถานราว ๒๐ แห่ง กรมศิลปากรต้องค่อย ๆ สูบน้ำออกเพื่อให้อิฐปรับตัว และปลายปี ๒๕๖๗ น้ำท่วมใหญ่ขังที่วัดกู่ป้าด้อมสูงกว่า ๒ เมตรนานเกือบเดือน จนปูนปั้นมังกรจมอยู่ใต้น้ำ (ผู้จัดการออนไลน์; THE STANDARD; เดลินิวส์) ส่วนแผ่นดินไหววันที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๖๘ ทำให้เจดีย์เหลี่ยมร้าว ปูนฉาบกะเทาะ และเจดีย์รายด้านตะวันตกเฉียงเหนือหักลงมา (เดลินิวส์; ไทยโพสต์)

แผนที่ในแท็บที่สามของวิดเจ็ตแยกให้เห็นว่าวัดไหนมีชื่อในตำนาน วัดไหนรู้จักจากการขุดเท่านั้น และร่องน้ำที่ป้ายเรียกว่าปิงห่างอยู่ตรงไหน

ทีละข้อ: จริง เล่า หรือแต่ง

ลองแยกเรื่องของเวียงกุมกาม ๑๕ ชิ้นเข้ากล่องเอง แล้วดูว่าเรื่องนี้เติบโตอย่างไรตั้งแต่ตำนานจนถึงงานธรณีวิทยา กด "เทียบ" สองฉบับเพื่อวางคู่กัน

เข้าใจผิดบ่อย: แหล่งข้อมูลบอกอะไร

"พญามังรายทิ้งเวียงกุมกามเพราะน้ำท่วมเมืองจม"

แหล่งข้อมูลไม่ได้บอกแบบนั้น เมืองยังมีคนอยู่และสร้างวัดต่อหลังพญามังรายย้ายไปเชียงใหม่อีกหลายร้อยปี ทั้งจารึกวัดพระยืน คันกั้นน้ำ และงานสมัยพระเมืองแก้ว ทรายที่กลบเมืองมาหลังจากนั้นมาก ส่วนเหตุที่พญามังรายเลือกที่ตั้งเชียงใหม่ อ่านได้ที่ พญามังราย และ เจียงใหม่

"ทั้งเมืองจมหายลงใต้ดินในคราวเดียว"

ทรายหนาไม่เท่ากัน ราว ๑.๕ เมตรที่บางวัด แต่เพียงครึ่งเมตรถึงหนึ่งเมตรที่อื่น และเจดีย์เหลี่ยมไม่ถูกกลบเลย ทีมขุดยังเสนอว่าบางวัดอาจถูกใช้ต่อหลังน้ำท่วมใหญ่ด้วย อีกเมืองที่ตำนานว่าล่มหายในคืนเดียวคือเมืองโยนก ซึ่งตำนานกับธรณีวิทยาก็เล่าต่างกัน อ่านที่ เวียงหนองหล่ม: เมืองล่มจริงหรือ?

"ไม่มีใครรู้จักเวียงกุมกามจนปี ๒๕๒๗"

ตำนานเอ่ยถึงเวียงกุมกามมาตลอด ชื่อกุมกามยังใช้บอกระยะทางสมัยพระเจ้ากาวิละ และเจดีย์เหลี่ยมได้รับการบูรณะสมัยรัชกาลที่ ๕ ปี ๒๕๒๗ คือปีที่เริ่มขุดค้นอย่างเป็นระบบ

"ร่องน้ำปิงห่างคือแม่น้ำปิงสายเดิมแน่นอน"

ยังไม่แน่นอน แม่น้ำปิงเคยเปลี่ยนทางที่นี่จริง แต่ผลศึกษาตะกอนเบื้องต้นของกรมศิลปากรพบว่าร่องที่เห็นอาจเป็นร่องที่ขุดชักน้ำ

"เวียงกุมกามสร้างปี ๑๘๒๙ แน่นอน"

เป็นปีที่ตำนานส่วนใหญ่ให้ แต่ชินกาลมาลีปกรณ์ที่เก่ากว่าให้ปี ๑๘๔๖ และมีผู้เสนอปี ๑๘๓๗ นักวิชาการยังไม่ได้ข้อยุติ

สรุป

  • เวียงกุมกาม มีจริง ตำนานทุกฉบับว่าพญามังรายสร้าง ผังเมืองสี่เหลี่ยมราว ๖๐๐ × ๘๕๐ เมตรเห็นในภาพถ่ายทางอากาศ และการขุดตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๒๗ พบวัดกว่า ๒๐ แห่ง
  • ก่อนพญามังรายมา ที่นี่มีชุมชนวัฒนธรรมหริภุญไชยอยู่แล้ว
  • เรื่องตลาด เรือล่ม และสะพานกุมกาม มีแต่ในตำนาน ส่วนปีสร้างเมืองยังไม่ตรงกัน
  • เมืองยังมีชีวิตอีกหลายร้อยปีหลังสร้างเชียงใหม่ ทรายแม่น้ำปิงมาทับหลังจากนั้นมาก แต่จะเป็นปีไหน นักธรณีวิทยา นักประวัติศาสตร์ และทีมขุดยังเห็นต่างกัน
  • "นครใต้พิภพ" "ราชธานีแห่งแรก" และ "ย้ายเมืองเพราะน้ำท่วม" เป็นการเล่ารุ่นหลัง ไม่ใช่สิ่งที่หลักฐานบอก

ค้นคำในเรื่องนี้เพิ่มได้ใน เมืองห่าง น้ำถ้วม ห่าง และ น้ำนอง

📚 อ่านเรื่องล้านนาทั้งหมด: ล้านนา: ชื่อนี้มาจากไหน และ ๗๐๐ ปีของแผ่นดินล้านนา · ผู้สร้างเมือง: พญามังราย · เมืองที่สร้างต่อมา: เจียงใหม่

ℹ️ ข้อมูล
🔎 ชุดจริงหรือแต่ง · ๖ ตอน
เรื่องเล่าล้านนาที่คนยังเชื่อครึ่งหนึ่ง แยกให้เห็นว่าอะไรมีบันทึก อะไรมาจากผู้เล่าหรือตัวบทแรก และอะไรเติมเข้ามาภายหลัง
๑. มะเมียะ: เรื่องจริง เรื่องเล่า และเรื่องแต่ง · ราชกิจจานุเบกษา หนังสือ เพ็ชร์ลานนา (๒๕๐๗) และเพลงของจรัล ชิ้นไหนมีบันทึก ชิ้นไหนเติมภายหลัง
๒. วังบัวบาน: เรื่องจริง เรื่องเล่า และเรื่องแต่ง · ตำนานครูสาวเหนือน้ำตกห้วยแก้ว หกผู้เล่า เพลง ภาพยนตร์ และคำชี้แจงของครอบครัว
๓. สาวเครือฟ้า: เรื่องจริงของสาวเหนือ หรือมาดามบัตเตอร์ฟลายที่ย้ายบ้าน · ละครร้องของกรมพระนราธิปฯ ที่ดัดแปลงจากมาดามบัตเตอร์ฟลาย และเหตุที่คนเชื่อว่าเป็นเรื่องจริงของเมืองเหนือ
๔. เวียงหนองหล่ม: เมืองล่มจริงหรือ? ตำนาน รอยเลื่อน และหลักฐาน · ตำนานเมืองโยนกล่มในคืนเดียว เทียบกับรอยเลื่อนแม่จัน ผลสำรวจโบราณคดี และแผ่นดินไหวที่วัดได้
▸ ๕. เวียงกุมกาม: เมืองจมน้ำจริงหรือ? ตำนาน หลักฐาน และทรายแม่น้ำปิง (กำลังอ่าน) · เมืองของพญามังรายใต้ทรายแม่น้ำปิง ผลขุดค้นของกรมศิลปากร และคำถามว่าทรายมาทับเมืองเมื่อไร
๖. ลิลิตพระลอ: เรื่องจริง เรื่องเล่า และเรื่องแต่ง · เมืองสรอง เวียงลอ และแม่น้ำกาหลง ตัวบทวรรณคดีบอกอะไร และคนรุ่นหลังวางเมืองในเรื่องลงบนแผนที่จริงอย่างไร

แหล่งอ้างอิง

ฝึกคำจากบทความนี้

ลองเล่นบัตรคำ 18 คำจากบทความนี้ จำคำล้านนาให้แม่นขึ้น

ค้นหาคำว่า "เมืองห่าง" ในพจนานุกรมมรดกล้านนา

🎯 ทดสอบคำในบทความนี้ทายคำล้านนาจากบทความ 18 คำ จำได้แค่ไหน?

📝 ลองเขียนคำเมืองบนกระดาน แล้วแชร์ให้เพื่อน →

บทความที่เกี่ยวข้อง

อนุสาวรีย์สามกษัตริย์ในเมืองเชียงใหม่ รูปหล่อพญามังรายอยู่ตรงกลาง ขนาบด้วยพญางำเมืองและพ่อขุนรามคำแหง มีผ้าแพรผูกเอว

พญามังราย: ผู้สร้างเมืองเชียงใหม่ จากเงินยางถึงเวียงกุมกาม

15 พฤศจิกายน 2568 วัฒนธรรม

พญามังรายคือปฐมกษัตริย์ราชวงศ์มังรายผู้สร้างเมืองเชียงใหม่ใน พ.ศ. ๑๘๓๙ อ่านเส้นทางจากเงินยาง เชียงราย หริภุญไชย เวียงกุมกาม ชัยมงคล ๗ ประกา…

เจดีย์สามองค์แห่งวัดฉงเซิ่ง เมืองต้าหลี่ มณฑลยูนนาน ยอดเจดีย์สีขาวสูงเหนือดงไม้เขียว มีภูเขาและท้องฟ้าสีฟ้าเป็นฉากหลัง

ล้านนากับมองโกล: แรงสะเทือนปี ๑๗๙๖ และการสร้างเชียงใหม่

24 ตุลาคม 2569 วัฒนธรรม

ล้านนากับมองโกล ตั้งแต่มองโกลยึดต้าหลี่ พ.ศ. ๑๗๙๖ ทัพหยวนสองหมื่นที่มาตีปาไป่สีฟู่แล้วถอยกลับ จนศึกกลายเป็นคณะทูตและของกัน อ่านบันทึกหยวนเท…

เจดีย์วัดเจ็ดยอด เชียงใหม่ อาคารอิฐทรงสี่เหลี่ยมประดับปูนปั้นรูปเทวดา มียอดเจดีย์หลายยอด ท่ามกลางต้นไม้ใหญ่และท้องฟ้าสีฟ้า

ล้านนากับโลก: ประวัติศาสตร์มนุษย์ และที่ทางของล้านนา

24 ตุลาคม 2569 วัฒนธรรม

ล้านนากับโลก เทียบเหตุการณ์ล้านนากับประวัติศาสตร์มนุษย์ทีละยุค ตั้งแต่ ๓๐๐,๐๐๐ ปีก่อนถึงวันนี้ ใครอยู่ที่ไหนในปีเดียวกัน พร้อมเส้นเวลาและแผ…

เจดีย์อิฐเก่าวัดป่าสักในเมืองโบราณเชียงแสน ตั้งอยู่กลางลานหญ้าใต้ร่มไม้ใหญ่ ท้องฟ้าสีฟ้าใส

ล้านนาสมัยพม่าปกครอง: กว่าสองร้อยปี จาก พ.ศ. ๒๑๐๑ ถึง ๒๓๔๗

24 ตุลาคม 2569 วัฒนธรรม

ล้านนาสมัยพม่าปกครองไม่ได้เหมือนกันตลอดสองร้อยกว่าปี อ่านทีละช่วงตั้งแต่ พ.ศ. ๒๑๐๑ ถึงเชียงแสน ๒๓๔๗ ใครปกครองเมืองไหน อะไรยังสืบต่อ และเรื่…

↑

↑ ↓ เลือก · Enter เปิด · Esc ปิด