ฝักส้มป่อยสีน้ำตาลแดงห้อยอยู่บนกิ่ง ฝักแห้งของต้นนี้ใช้ทำน้ำขมิ้นส้มป่อยสำหรับดำหัว

ภาพ: Dinesh Valke from Thane, India / Wikimedia Commons (CC BY-SA 2.0)

ดำหัว: ประเพณีขอขมาและขอพรผู้ใหญ่ในปี๋ใหม่เมือง

ดำหัว ดำห฿วฯ (คำเมืองอ่านว่า ดำหัว) คือพิธีที่ลูกหลานนำข้าวตอกดอกไม้ ธูปเทียน และ น้ำขมิ้นส้มป่อย ไป ขอขมาและขอพรผู้ใหญ่ ที่เคารพนับถือในช่วง ปี๋ใหม่เมือง ปีให่มฯเมิอฯง (คำเมืองอ่านว่า ปี๋ใหม่เมือง) หรือสงกรานต์ของล้านนา เป็นประเพณีที่ยังทำกันทุกบ้านจนทุกวันนี้ และเป็นช่วงเวลาที่ครอบครัวล้านนาได้กลับมาพบกันพร้อมหน้า

ดำห฿วฯ
ดำหัว
ก๑.สระผม - การทำความสะอาดศีรษะด้วยน้ำและพืช สมุน ไพร เช่น มะกรูด หรือแชมพู เป็นต้น ก๒.พิธีแสดงความเคารพผู้อาวุโส หรือผู้มีบุญคุณ ในเทศกาลต่างๆ เช่น สงกรานต์ ด้วยการนำเอาข้าวตอก ดอกไม้ ธูปเทียน น้ำอบ น้ำหอม น้ำเข้าหมิ้นส้มป่อยพร้อม เครื่องบริโภค อุปโภคอันพึงควร ไปขอสูมาคารวะ ผู้ใหญ่ผู้ที่เคารพนับถือ ผู้มีพระคุณ เช่น มารดา บิดา ปู่ ย่า ตา ยาย ครูอาจารย์ พระสงฆ์ ตลอดถึง พ่อเลี้ยง แม่เลี้ยง (หมอพื้นบ้านที่เคยช่วยรักษาอาการเจ็บป่วย) โดยการโยงเครื่องสักการะ เช่นดอกไม้ธูปเทียน น้ำเข้าหมิ้นส้มป่อยขึ้น กล่าวคำขอขมา ขอโทษในสิ่งที่เคยล่วงล้ำก้ำเกิน ด้วยกายกรรม วจีกรรม มโนกรรม ผู้รับสูมาจะกล่าวคำอวยพรให้มีความสุขสวัสดี มีโชคมีลาภ
ดูในพจนานุกรมมรดกล้านนา →

ดำหัว แปลว่าอะไร

พจนานุกรมมรดกล้านนาให้ความหมายของ ดำหัว ไว้สองข้อ ข้อแรกคือ "สระผม" คือการทำความสะอาดศีรษะด้วยน้ำและพืชสมุนไพร เช่น มะกรูด ข้อที่สองคือ พิธีแสดงความเคารพผู้อาวุโสหรือผู้มีบุญคุณ ในเทศกาลต่าง ๆ เช่น สงกรานต์

ความหมายแรกนี้เองที่อธิบายว่าทำไมพิธีจึงชื่อว่า "ดำหัว" เพราะเดิมเป็นการ ชำระศีรษะ ของผู้ใหญ่ด้วยน้ำหอมจริง ๆ ส่วนคำว่า ห๋ดน้ำดำหัว ห฿ดฯนาฯดำห฿วฯ (คำเมืองอ่านว่า ห๋ดน้ำดำหัว) ที่คนไทยภาคอื่นคุ้นในรูป "รดน้ำดำหัว" พจนานุกรมอธิบายว่า "รดน้ำผู้ใหญ่ ผู้ที่เคารพนับถือ ผู้มีพระคุณ"

คำล้านนา อ่านว่า ความหมาย (ตามพจนานุกรม)
ดำหัว ดำหัว สระผม; พิธีแสดงความเคารพผู้อาวุโสหรือผู้มีบุญคุณ
ห๋ดน้ำดำหัว ห๋ดน้ำดำหัว รดน้ำผู้ใหญ่ ผู้ที่เคารพนับถือ ผู้มีพระคุณ
สระเกล้าดำหัว ระฯสเกั้ลฯาดำห฿วฯ ส๋ะเก้าดำหัว พิธีเคารพผู้อาวุโสหรือผู้มีพระคุณ
สูมา สูมา สูมา ขอขมา ขอโทษ กล่าวคำขอโทษ
ขอสูมา ขํอฯสูมา ขอสูมา ขอโทษ ขอยกโทษ
กำสูมา คำฯสูมา กำสูมา คำกล่าวขอขมา
💡 เกร็ดความรู้
คำว่า สูมา (ขอขมา) เป็นคำที่ใช้บ่อยมากในช่วงปี๋ใหม่ ในชีวิตประจำวันก็ใช้ได้ เช่น พจนานุกรมยกตัวอย่าง "ขอสูมาเต๊อะเจ้า" แปลว่า ขอโทษด้วยค่ะ

ดำหัวแบบโบราณ: รดน้ำลงบนหัวจริง ๆ

ดำหัวในทุกวันนี้ ผู้ใหญ่มักจุ่มมือในน้ำส้มป่อยแล้วลูบศีรษะตัวเองพอเป็นพิธี แต่บันทึกเก่าเล่าว่าในอดีตมีการ รดน้ำลงบนศีรษะจริง ๆ

ศาสนาจารย์ แดเนียล แมคกิลวารี มิชชันนารีชาวอเมริกันที่เดินทางมาถึงเชียงใหม่ใน พ.ศ. ๒๔๑๐ บันทึกไว้ในหนังสือ A Half Century Among the Siamese and the Lāo (พ.ศ. ๒๔๕๕) ว่า เมื่อถึงปีใหม่ เจ้านาย ขุนนาง และผู้มีอิทธิพลทั้งหลายจะไป "ดำหัว" เจ้าหลวงเชียงใหม่ เพื่ออวยพรปีใหม่

ชื่อ "ดำหัว" หมายถึง "การอาบหัว" … คือการอาบน้ำศีรษะของเจ้าหลวงด้วยน้ำที่รดลงไป เริ่มจากเจ้านายและขุนนางตามลำดับยศ ไล่ลงไปจนถึงราษฎรที่ต่ำต้อยที่สุด — แดเนียล แมคกิลวารี (พ.ศ. ๒๔๕๕) แปลความโดยมรดกล้านนา

บันทึกของแมคกิลวารีโดยละเอียด
  • ปีนั้นเจ้าหลวงออกศึกอยู่ จึงยังทำพิธีตามเวลาปกติไม่ได้ แต่เมื่อกลับมาไม่กี่วัน ก็จัดพิธีอย่างยิ่งใหญ่
  • พิธีช่วงแรกจัดใน คุ้มของเจ้าหลวง ห้องโถงใหญ่เต็มไปด้วยเจ้านายและขุนนาง อากาศอบอวลด้วยกลิ่นดอกไม้ ทุกคนถือ ภาชนะเงินใส่น้ำ รอไว้
  • อาลักษณ์อ่านคำต้อนรับ แล้วกล่าวคำอัญเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้คุ้มครองเจ้าหลวง บ้านเมือง และไพร่ฟ้า
  • จากนั้นเครือญาติและขุนนางชั้นสูงรดน้ำลงบนศีรษะเจ้าหลวงทีละคน ขณะที่เจ้าหลวงยืนอยู่ จน "เปียกโชกไปทั้งตัว และน้ำท่วมพื้น"
  • ช่วงที่สองจัดที่ ปะรำบนหาดทรายกลางแม่น้ำปิง เจ้าหลวงขี่ช้างทรงเครื่องทองไปให้ราษฎรรดน้ำดำหัว เริ่มจากขุนนาง แล้วจึงเป็นชาวบ้านทั่วไป
ขบวนแห่พระพุทธรูปบนบุษบกสีทองผ่านกำแพงเมืองเชียงใหม่ ผู้คนรายล้อมรอสรงน้ำ
ขบวนแห่พระพุทธรูปให้ผู้คนสรงน้ำ ริมกำแพงเมืองเชียงใหม่ ในช่วงปี๋ใหม่เมือง · ภาพ: Khunmoohan / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0)

ดำหัวใคร และดำหัวเมื่อไร

พจนานุกรมระบุผู้ที่ลูกหลานไปดำหัวไว้ว่า ได้แก่ มารดา บิดา ปู่ ย่า ตา ยาย ครูอาจารย์ พระสงฆ์ ตลอดจนผู้มีพระคุณอื่น ๆ ผู้เฒ่าผู้แก่ในบ้านที่คนเมืองเรียกว่า อุ๊ย อุ้ (คำเมืองอ่านว่า อุ๊ย) จึงมักเป็นคนแรกที่ลูกหลานไปดำหัว

💡 เกร็ดความรู้
ในรายชื่อนี้พจนานุกรมยังรวม "พ่อเลี้ยง แม่เลี้ยง" ไว้ด้วย และอธิบายในวงเล็บว่าหมายถึง หมอพื้นบ้านที่เคยช่วยรักษาอาการเจ็บป่วย คนล้านนาจึงไม่ลืมไปขอขมาและขอบคุณผู้ที่เคยรักษาตนเองในรอบปี
ℹ️ ข้อมูล
เมื่อไร: ปี๋ใหม่เมืองมีวันสำคัญเรียงกันคือ วันสังขานต์ล่อง วันเน่า และ วันพญาวัน วันฯพยฯาวันฯ (คำเมืองอ่านว่า วันพญาวัน) ซึ่งพจนานุกรมระบุว่าตรงกับวันที่ ๑๕ หรือ ๑๖ เมษายน หอจดหมายเหตุมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงบันทึกว่า ช่วงบ่ายของวันพญาวัน เป็นเวลาที่ผู้คนออกไปดำหัวผู้ใหญ่ วันถัดมาคือ วันปากปี๋ วันฯปากฯปี และ วันปากเดือน วันฯปากฯเดิอฯร ตามลำดับ

เครื่องดำหัว: นำอะไรไปบ้าง

ตามคำอธิบายในพจนานุกรม ลูกหลานจะนำ ข้าวตอก ดอกไม้ ธูปเทียน น้ำอบ น้ำหอม และน้ำขมิ้นส้มป่อย พร้อม เครื่องอุปโภคบริโภค อันพึงควร ไปมอบให้ผู้ใหญ่

คำล้านนา อักษรล้านนา ความหมาย (ตามพจนานุกรม)
เข้าตอก เขั้าตอฯก ข้าวเปลือกที่เอามาคั่วให้แตกเป็นดอกบาน
ขันเข้าตอกดอกไม้ ขันฯเขั้าตอฯกดอฯกไม้ พานข้าวตอกดอกไม้
ลำเตียน ลำทยฯร เทียนที่เป็นแท่ง อย่างเทียนขี้ผึ้ง
ต้นเตียน ต้฿นฯทยฯร ชุดเทียนขี้ผึ้งตกแต่งบนพานยกสูง ใช้เป็นเครื่องสักการะ
หมากสุ่ม หมฯากฯสุ่ม ต้นเครื่องสักการะทำจากหมากแห้งร้อยครอบโครงไม้ มอบแก่เจ้านายหรือผู้ที่เคารพนับถือ
ผ้าต่อง ผ้าต่อฯง ผ้าขาวม้า (เรียก ผ้าขะม้า ก็ได้)
สะหลุง สๆลฯง สลุง ขัน ภาชนะสำหรับใส่น้ำหรือใส่ของทำบุญ

หอจดหมายเหตุ มฟล. ยกตัวอย่างของที่นิยมนำไปดำหัวไว้ใกล้เคียงกัน คือ ผ้าขะม้า เสื้อ ผ้าถุง ผ้าเช็ดหน้า พืชผลและผลไม้ตามฤดูกาล และเครื่องประดับแบบโบราณอย่าง ต้นดอก ต้นเทียน ต้นผึ้ง หมากสุ่ม หมากเบ็ง หากไปกันเป็นหมู่คณะ ของทั้งหมดจะบรรจุใน จองอ้อย หรือ จองตาน ชอฯงทาฯนฯ (คำเมืองอ่านว่า จองตาน) ซึ่งพจนานุกรมอธิบายว่าเป็นแคร่หามรูปกระบะ มีคานสำหรับหาม

น้ำขมิ้นส้มป่อย หัวใจของการดำหัว

น้ำเข้าหมิ้นส้มป่อย นาฯํ้เขั้าหิ้มฯรส฿้มฯป่อฯยฯ (คำเมืองอ่านว่า น้ำเข้าหมิ้นส้มป่อย) คือน้ำสะอาดผสมผงขมิ้น แช่ฝัก ส้มป่อย ส฿มฯป่อฯยฯ (คำเมืองอ่านว่า ส้มป่อย) แห้ง หรือฝักที่ปิ้งไฟจนเกรียมหอม พจนานุกรมบันทึกว่าภายหลังคนไม่นิยมใส่ผงขมิ้นแล้ว แต่เติมน้ำหอมและดอกไม้หอมแห้ง เช่น ดอกสารภี คำฝอย พยอม ประยงค์ หรือดอกไม้สด เช่น มะลิ กลีบกุหลาบ

นาฯํ้เขั้าหิ้มฯรส฿้มฯป่อฯยฯ
น้ำเข้าหมิ้นส้มป่อย
น.น้ำขมิ้นส้มป่อย ภาษาถิ่นเหนือเรียก ''น้ำเข้าหมิ้นส้มป่อย''; น้ำขมิ้นส้มป่อย หรือ น้ำเข้าหมิ้นส้มป่อย - คือน้ำสะอาดที่มีผงขมิ้นละลายเจืออยู่ และมีฝักส้มป่อยแห้ง หรือฝักส้มป่อยแห้งที่ปิ้งไฟให้เกรียมจนมีกลิ่นหอม (กล่าวกันว่า ฝักส้มปอยที่ผ่านการปิ้งไฟจะมีอิทธิฤทธิ์เพิ่มขึ้น) แช่อยู่ ภายหลังไม่นิยมใช้ผงขมิ้น แต่นิยมเติมน้ำหอมและดอกแห้งของดอกไม้หอม เช่น ดอกสารภี คำฝอย พยอม ประยงค์ หรือดอกไม้สด เช่น ดอกมะลิ กลีบกุหลาบ เป็นต้น อนึ่งฝักส้มป่อยที่พึงประสงค์ควรเป็นฝักส้มป่อยที่เก็บในเพ็ญเดือน 3 (เดือน 5 เหนือ) ไม่ขึ้นในป่าช้า ไม่ขึ้นในบริเวณทางแยก และไม่เป็น ''ส้มป่อยงำเงา'' คือขึ้นริมน้ำและมีเงาพาดบนผิวน้ำ ที่สำคัญควรเลือกฝักที่มี 7 ข้อ และใช้จำนวน 7 ฝักจึงจะศักดิ์สิทธิ์นักแล: น้ำขมิ้นส้มป่อย ชาวล้านนานิยมใช้มาตั้งแต่สมัยโบราณ ทั้งในงานมคล และงานอวมงคล: งานมงคลเช่น ในเทศกาลสงกรานต์ใช้สรงน้ำพระพุทธรูป,พิธีดำหัวพระเถรานุเถระ,ผู้เถ้าผู้แก่ ญาติผู้ใหญ๋ ผู้มีพระคุณ ผู้ที่เคารพนับถือ,พิธีบายศรีสู่ขวัญ,พิธีสู่ขวัญควาย เป็นต้น: งานอวมงคล เช่น พิธีสะเดาะเคราะห์,พิธีไล่ผี,พิธีฌาปนกิจศพ เจ้าภาพจะใช้น้ำขมิ้นส้มป่อยใส่ภาชนะวางไว้ที่ปากทางเข้า-ออกป่าช้า เพื่อให้ผู้ร่วมงานใช้ลูบหัวลูบหน้าตอนขากลับ ถือว่าเป็นการชำระล้างสิ่งไม่พึงประสงค์
ดูในพจนานุกรมมรดกล้านนา →

งานวิจัยของ พระมหาศิวกร ปญฺญาวชิโร และคณะ (๒๕๖๙) อธิบายว่าชาวล้านนาถือส้มป่อยเป็น ไม้มงคลที่ปัดเป่าสิ่งไม่ดี น้ำส้มป่อยที่ใช้ในวันสงกรานต์จึงเปรียบเหมือน น้ำมนต์ ที่ชำระสิ่งอัปมงคลออกไปพร้อมปีเก่า และเริ่มปีใหม่อย่างเป็นสิริมงคล

⚠️ ข้อควรระวัง
ฝักส้มป่อยที่ใช้ดำหัวต้องเลือกให้ถูก พจนานุกรมบันทึกความเชื่อไว้ว่า ควรเก็บในวันเพ็ญเดือน ๕ เหนือ ไม่ขึ้นในป่าช้าหรือทางแยก และ ห้ามใช้ "ส้มป่อยงำเงา" ส฿มฯป่อฯยฯงำเงัา คือฝักจากต้นที่ขึ้นริมน้ำจนเงาพาดผิวน้ำ ฝักที่ดีควรมี ๗ ข้อ และใช้ ๗ ฝัก

ขั้นตอนการดำหัวผู้ใหญ่

หอจดหมายเหตุ มฟล. แบ่งการดำหัวไว้เป็น ๓ แบบ ตามผู้ที่ได้รับการดำหัว

เสกน้ำส้มป่อยด้วยถ้อยคำมงคล เช่น "สัพพทุกขา สัพพภยา สัพพโรคาวินาสันตุ" แล้วลูบศีรษะของตนเอง เพื่อชำระสิ่งไม่ดีให้หมดไป

ลำดับการดำหัวผู้ใหญ่ ตามที่พจนานุกรมและหอจดหมายเหตุ มฟล. อธิบายไว้ มีดังนี้

  1. เตรียมเครื่องดำหัว: จัดข้าวตอกดอกไม้ ธูปเทียน และน้ำขมิ้นส้มป่อยใส่ขันหรือสะหลุง พร้อมของที่จะมอบให้
  2. ยกขันขึ้นและกล่าวคำขอขมา: ลูกหลานนั่งต่อหน้าผู้ใหญ่ ยกเครื่องสักการะขึ้น แล้วกล่าว กำสูมา ขอโทษในสิ่งที่เคยล่วงเกินด้วย กาย วาจา และใจ ตลอดปีที่ผ่านมา
  3. ผู้ใหญ่รับขันและให้พร: ผู้ใหญ่รับเครื่องดำหัว แล้วกล่าวคำอวยพร คำเมืองเรียกการให้พรว่า ปั๋นปอน ปันฯพอฯร (คำเมืองอ่านว่า ปั๋นปอน) พจนานุกรมระบุว่าผู้รับสูมาจะอวยพรให้ มีความสุขสวัสดี มีโชคมีลาภ
  4. ลูบหัวด้วยน้ำส้มป่อย: หลังให้พร ผู้ใหญ่จุ่มมือในน้ำส้มป่อยแล้ว ลูบผมของตนเอง เป็นสิริมงคล และอาจลูบหัวให้ลูกหลานต่อด้วย (ดูแท็บ "ดำหัวผู้น้อย" ข้างบน)
⚠️ ข้อควรระวัง
ดำหัวแบบล้านนาไม่รดน้ำลงบนมือผู้ใหญ่ งานวิจัยของพระมหาศิวกรและคณะ (๒๕๖๙) อธิบายว่า ชาวล้านนารดน้ำที่ ศีรษะ แทนการรดที่มือแบบภาคกลาง เพราะเชื่อกันว่าการรดน้ำที่มือคล้ายกับ พิธีรดน้ำศพ หากไปดำหัวผู้ใหญ่ชาวล้านนา จึงควรยื่นขันให้ท่านลูบหัวเอง

ดำหัวบอกอะไรเกี่ยวกับคนล้านนา

ดำหัวไม่ได้เป็นเพียงพิธีปีใหม่ แต่ช่วย ผูกคนในครอบครัวและชุมชนไว้ด้วยกัน ลูกหลานที่ไปทำงานต่างถิ่นได้กลับบ้านมากราบผู้ใหญ่ ความขุ่นเคืองในรอบปีก็ได้คลี่คลายผ่านคำขอสูมา งานวิจัยเรื่องส้มป่อยข้างต้นสรุปว่าการดำหัวเป็นทั้ง การแสดงความกตัญญู และการสร้าง ความสมานสามัคคีในครอบครัวและชุมชน

ทุกวันนี้หน่วยงานและสถาบันในภาคเหนือก็ยังจัดพิธีดำหัวผู้ใหญ่ขององค์กรทุกปี เช่น มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เชียงราย จัดพิธีรดน้ำดำหัวอธิการบดีและผู้บริหารอาวุโสทุกปีมาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๔๔ โดยเชิญผู้นำชุมชนรอบมหาวิทยาลัยมาร่วมด้วย

สรุป

  • ดำหัว เดิมแปลว่า "สระผม" และกลายเป็นชื่อพิธีขอขมาและขอพรผู้ใหญ่ในปี๋ใหม่เมือง
  • บันทึกของแมคกิลวารี (พ.ศ. ๒๔๑๐) แสดงว่าดำหัวแบบโบราณคือการรดน้ำลงบนศีรษะของเจ้าหลวงจริง ๆ
  • เครื่องดำหัวหลักคือ ข้าวตอก ดอกไม้ ธูปเทียน และ น้ำขมิ้นส้มป่อย ซึ่งชาวล้านนาเชื่อว่าชำระสิ่งอัปมงคล
  • ลูกหลานกล่าวคำ สูมา ผู้ใหญ่ ปั๋นปอน (ให้พร) แล้วลูบหัวตนเองด้วยน้ำส้มป่อย ไม่รดน้ำที่มือ

ค้นคำล้านนาเกี่ยวกับปี๋ใหม่เมืองเพิ่มเติมได้ใน พจนานุกรมมรดกล้านนา และอ่านคำล้านนาของวันสงกรานต์ ตุง และยี่เป็งได้ที่บทความ ยี่เป็ง ปี๋ใหม่ และตุง

แหล่งอ้างอิง

ค้นหาคำว่า "ดำหัว" ในพจนานุกรมมรดกล้านนา

🎯 ทดสอบคำในบทความนี้ทายคำล้านนาจากบทความ 23 คำ จำได้แค่ไหน?

บทความที่เกี่ยวข้อง

วิหารอินทขีล ศาลเสาหลักเมืองเชียงใหม่ ในวัดเจดีย์หลวงวรวิหาร หน้าบันสีทองและรูปปั้นตั้งอยู่ด้านหน้า

ใส่ขันดอก: ประเพณีบูชาเสาอินทขีล เสาหลักเมืองเชียงใหม่

12 ตุลาคม 2569 · ประเพณี

ใส่ขันดอกคือประเพณีบูชาเสาอินทขีล เสาหลักเมืองเชียงใหม่ ช่วงเดือน ๘ เข้า เดือน ๙ ออก อ่านตำนานกุมภัณฑ์ ไม้หมายเมือง และวิธีใส่ขันดอกที่วัดเ…

ผู้คนปล่อยโกมไฟในเทศกาลยี่เป็ง เชียงใหม่

ยี่เป็ง ปี๋ใหม่ และตุง: คำล้านนาในประเพณีรอบปี

12 ตุลาคม 2569 · ประเพณี

ยี่เป็งคือวันเพ็ญเดือนสองเหนือ ปี๋ใหม่คือเทศกาลสงกรานต์ รู้จักคำล้านนาในประเพณี ทั้งผังผะตี้บ โกมลอย ดำหัว ตุง และตานตุง จากพจนานุกรมมรดกล้…

ศิลาจารึกอักษรฝักขามของวัดเชียงมั่น ด้านบนสลักดวงชาตาเมืองเชียงใหม่ จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ที่เชียงใหม่

เดือนเหนือ: ทำไมล้านนานับเดือนเร็วกว่า ๒ เดือน และวันเม็ง วันไท ปีหนไท

4 กันยายน 2569 · วัฒนธรรม

เดือนเหนือคือการนับเดือนแบบล้านนาที่เร็วกว่าภาคกลาง ๒ เดือน อ่านที่มาของเดือนเกี๋ยง เดือนยี่ วันเม็ง วันไทรอบ ๖๐ วัน และชื่อปีหนไท พร้อมวิธ…

ไม้ค้ำหลายสิบต้นพันผ้าสีค้ำต้นโพธิ์ใหญ่ที่เวียงกุมกาม เชียงใหม่ ตามความเชื่อเรื่องการสืบชะตา

สืบชะตา: พิธีต่ออายุคน บ้าน และเมืองของชาวล้านนา

12 ตุลาคม 2569 · ประเพณี

สืบชะตาคือพิธีต่ออายุของชาวล้านนา ทั้งสืบชะตาคน บ้าน และเมือง อ่านความหมายของไม้ค้ำ ขัว ตาแหลว ขั้นตอนพิธี และสืบชะตาเมืองเชียงใหม่

↑

↑ ↓ เลือก · Enter เปิด · Esc ปิด