
ภาพ: Christophe95 / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0)
ใส่ขันดอก: ประเพณีบูชาเสาอินทขีล เสาหลักเมืองเชียงใหม่
ใส่ขันดอก ไส่ขันฯดอฯก (คำเมืองอ่านว่า ใส่ขันดอก) คือประเพณีบูชา เสาอินทขีล เสาหลักเมืองเชียงใหม่ ทุกปีราวปลายพฤษภาคมถึงต้นมิถุนายน ชาวเชียงใหม่จะถือดอกไม้ ธูป เทียน ไปวางในขันดอกที่เรียงรายอยู่ในวัดเจดีย์หลวงวรวิหาร เพื่อขอให้บ้านเมืองร่มเย็นและฝนตกต้องตามฤดูกาล ประเพณีนี้มีอีกชื่อหนึ่งว่า เข้าอินทขีล และเป็นเอกลักษณ์ของเมืองเชียงใหม่ที่ไม่เหมือนการไหว้หลักเมืองที่ใดในประเทศไทย
ใส่ขันดอกคืออะไร
ขันดอก ขันฯดอฯก ในพจนานุกรมมรดกล้านนาแปลว่า "พานดอกไม้" ส่วน ใส่ขันดอก คือการนำดอกไม้ไปใส่ในขันเพื่อบูชา พจนานุกรมอธิบายไว้ในคำว่า เข้าอินทขีล เขั้า±นทฯขี (คำเมืองอ่านว่า เข้าอินทะขีน) ว่า บริเวณเสาอินทขีล "จะมีขันดอกวางเรียงไว้รองรับดอกไม้ที่ประชาชนนำไปบูชาเรียกว่า 'ใส่ขันดอก'" ประเพณีบูชาเสาหลักเมืองเชียงใหม่จึงมีสองชื่อ คือ เข้าอินทขีล และ ใส่ขันดอก
ชาวเชียงใหม่จำช่วงเวลาของงานด้วยคำคล้องจองว่า "เดือน ๘ เข้า เดือน ๙ ออก" หรือเรียกสั้น ๆ ว่า "แปดเข้าเก้าออก" หมายถึงงานเริ่มในเดือน ๘ เหนือ และจบในเดือน ๙ เหนือ
| คำล้านนา | อักษรล้านนา | ความหมาย (ตามพจนานุกรม) |
|---|---|---|
| ขันดอก | ขันฯดอฯก | พานดอกไม้ |
| ขันเข้าตอกดอกไม้ | ขันฯเขั้าตอฯกดอฯกไม้ | พานข้าวตอกดอกไม้ |
| เข้าตอก | เขั้าตอฯก | ข้าวเปลือกที่เอามาคั่วให้แตกเป็นดอกบาน |
| สะดือเมือง | สดืเมิอฯง | หลักเมือง, ใจกลางเมือง |
| ไหว้สา | ไห้วฯสา | แสดงความเคารพ |
เสาอินทขีล เสาหลักเมืองเชียงใหม่
อินทขีล ±นทฯขีลฯฯ (คำเมืองอ่านว่า อินทะขีล) เป็นคำที่มาจากภาษาบาลี พจนานุกรมแปลว่า "เสาหลักเมือง" ส่วน เสาอินทขีล เสัา±นทฯขีลฯฯ คือชื่อเสาหลักเมืองของเชียงใหม่โดยเฉพาะ
พจนานุกรมมรดกล้านนาบันทึกประวัติของเสานี้ไว้ดังนี้
- พญามังราย สร้างเสาอินทขีลเมื่อเริ่มสร้างเมืองเชียงใหม่ ปี พ.ศ. ๑๘๓๙
- เดิมเสาตั้งอยู่ที่ วัดสะดือเมือง หรือวัดอินทขีล เยื้องอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ในปัจจุบัน (สะดือเมือง สดืเมิอฯง แปลว่า ใจกลางเมือง)
- พระเจ้ากาวิละ เจ้าหลวงเชียงใหม่องค์แรก ย้ายเสามาไว้ที่ วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร ราว พ.ศ. ๒๓๔๓ และอยู่ที่นั่นจนถึงทุกวันนี้
ตัววิหารอินทขีลในวัดเจดีย์หลวงเป็นอาคารก่ออิฐถือปูนทรงมณฑปจตุรมุข งานวิจัยของ ธนพร เรือนคำ และประทีป พืชทองหลาง (๒๕๖๗) บรรยายว่าเสาอินทขีลเป็นเสาก่ออิฐถือปูน สูง ๑.๓๕ เมตร ส่วนข้อมูลที่อ้างในงานวิจัยอีกชิ้นหนึ่ง (พระปลัดไกลนาค อริยวํโส และคณะ, ๒๕๖๗) ระบุว่าเสาฝังอยู่ใต้ดิน ภายใต้บุษบกที่ประดิษฐานพระพุทธรูป
ตำนาน: พระอินทร์ ชาวลัวะ และกุมภัณฑ์สองตน
ตำนานเสาอินทขีลเป็นเรื่องเล่าที่สืบต่อกันมา ฉบับที่วัดเจดีย์หลวงวรวิหารเผยแพร่ (อ้างใน ฐานเศรษฐกิจ, ๒๕๖๘) เล่าไว้โดยย่อดังนี้
แผ่นดินเชียงใหม่เคยเป็นบ้านเมืองของชาว ลัวะ มีผีรบกวนจนผู้คนอดอยาก พระอินทร์ จึงบันดาลให้เกิด บ่อเงิน บ่อทอง และบ่อแก้ว ขึ้นในเมือง มีเศรษฐีลัวะ ๙ ตระกูลดูแลบ่อละ ๓ ตระกูล ชาวลัวะต้องถือศีลและรักษาคำสัตย์ จึงจะได้สิ่งที่อธิษฐาน
ข่าวความอุดมสมบูรณ์ของ เวียงนพบุรี ทำให้เมืองอื่นยกทัพมาขอแบ่งปัน ชาวลัวะจึงขอให้ฤๅษีไปกราบทูลพระอินทร์ พระอินทร์ให้ กุมภัณฑ์ (ยักษ์) สองตน คือ พญายักขราช และ พญาอมรเทพ นำเสาอินทขีลมาฝังไว้กลางเวียง เสานี้ทำให้ข้าศึกที่ยกมากลายเป็นพ่อค้า
ต่อมาพ่อค้าบางคนไม่ทำตามข้อปฏิบัติ บางคนละโมบ ยักษ์ทั้งสองจึงโกรธ แล้วหามเสากลับขึ้นสวรรค์ บ่อทั้งสามก็เสื่อมลง
ผู้เฒ่าชาวลัวะบวชและบำเพ็ญภาวนาใต้ต้นยางนาสามปี พระเถระทำนายถึงความวิบัติ แล้วแนะนำให้ทุกฝ่ายร่วมกันหล่อ อ่างขาง หรือกระทะใหญ่ ใส่รูปปั้นสัตว์และคนลงในหลุม แล้วตั้งเสาอินทขีลไว้ข้างบน พร้อมทำพิธีบูชาสืบมา
ในตำนาน กุมภัณฑ์คือ ยักษ์ หรือที่คำเมืองเรียกว่า ยักข์ ยัก์ขฯ พจนานุกรมอธิบายว่าเป็น "อมนุษย์ในนิทานชาดก รูปร่างคล้ายคน แต่ตัวโตมาก มีเขี้ยวยาว มีฤทธิ์มาก" ฐานเศรษฐกิจ (๒๕๖๘) ระบุว่าในสมัยพระเจ้ากาวิละมีการสร้างรูปปั้นกุมภัณฑ์และรูปฤๅษีไว้ข้างวิหาร และงานวิจัยของธนพร เรือนคำ และประทีป พืชทองหลาง (๒๕๖๗) กล่าวถึง ศาลพญายักขราชผู้เฝ้าวิหาร ตั้งอยู่ใกล้กัน
ไม้หมายเมือง: ต้นยางคู่เสาอินทขีล
ข้างวิหารอินทขีลมีต้นยางนาสูงใหญ่ คำเมืองเรียกต้นยางนาว่า ไม้ยาง ไม้ยางฯ ต้นยางเหล่านี้คือ ไม้หมายเมือง ไม้หมฯายฯเมิอฯง หรือต้นไม้ที่บ่งบอกที่ตั้งของเมือง พจนานุกรมยกตัวอย่างไว้ในคำว่า ไม้หมายเมืองเชียงใหม่ ว่าคือ "ไม้ยางนาขนาดใหญ่และสูง ที่พระเจ้ากาวิละ เจ้าหลวงเชียงใหม่องค์ที่ ๑ ปลูกไว้ใกล้เสาหลักเมืองเชียงใหม่ (เสาอินทขีล)"
งานวิจัยของธนพร เรือนคำ และประทีป พืชทองหลาง (๒๕๖๗) ระบุว่าในวัดมีต้นยางนาอายุกว่า ๒๐๐ ปี ๓ ต้น ต้นใหญ่ที่สุดอยู่ระหว่างวิหารอินทขีลกับศาลพญายักขราช พระเจ้ากาวิละปลูกไว้เมื่อย้ายเสาอินทขีลจากวัดสะดือเมืองมา ให้เป็น "ต้นไม้คู่เสาอินทขีลตามตำนาน"

เดือน ๘ เข้า เดือน ๙ ออก: งานจัดเมื่อไร
งานใส่ขันดอกจัด ๗ วัน ตามปฏิทินจันทรคติล้านนา แต่แหล่งข้อมูลระบุวันเริ่มต่างกันอยู่หนึ่งวัน
- พจนานุกรม (คำว่า เข้าอินทขีล) ระบุว่าเริ่ม แรม ๑๒ ค่ำ เดือน ๘ เหนือ เรียกว่า "เข้าอินทขีล" ถึง ขึ้น ๓ ค่ำ เดือน ๙ เหนือ เรียกว่า "ออกอินทขีล"
- พจนานุกรม (คำว่า เสาอินทขีล) และงานวิจัยของพระปลัดไกลนาค อริยวํโส และคณะ (๒๕๖๗) ระบุว่า แรม ๑๓ ค่ำ เดือน ๘ ถึง ขึ้น ๔ ค่ำ เดือน ๙ เหนือ
ปี ๒๕๖๙: ใส่ขันดอก ๑๓–๑๙ พฤษภาคม และทำบุญออกอินทขีลวันที่ ๒๐ พฤษภาคม (ไทยรัฐ, ๒๕๖๙; เชียงใหม่นิวส์, ๒๕๖๙)
ที่ไหน: วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร ถนนพระปกเกล้า อำเภอเมืองเชียงใหม่ เปิดให้ใส่ขันดอกทุกวัน ๐๖.๐๐–๒๔.๐๐ น. วันจัดงานแต่ละปีควรตรวจสอบจากประกาศของจังหวัดเชียงใหม่
ใส่ขันดอกอย่างไร
ในวันแรกของงาน ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่จะเป็นประธานอัญเชิญ พระเจ้าฝนแสนห่า ระฯพเจั้าฝ฿นฯแสนฯห่า หรือพระพุทธคันธารราษฎร์ จากวัดช่างแต้ม ขึ้นรถบุษบก แห่ด้วยริ้วขบวนแบบล้านนาไปประดิษฐานชั่วคราวที่วัดเจดีย์หลวง ให้ประชาชนสรงน้ำ เพราะเชื่อกันว่าพระพุทธรูปองค์นี้บันดาลให้ฝนตกได้ (ไทยรัฐ, ๒๕๖๙) พจนานุกรมบันทึกว่าพระเจ้าฝนแสนห่าเป็นพระพุทธรูปทองสัมฤทธิ์ปางมารวิชัย และเป็น "พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง"
ผู้ที่ไปใส่ขันดอก อย่างน้อยจะเตรียม ข้าวตอกดอกไม้ ธูปเทียน ไปบูชาตามความเชื่อของชาวล้านนา (พระปลัดไกลนาค อริยวํโส และคณะ, ๒๕๖๗) เข้าตอก เขั้าตอฯก คือข้าวตอก ส่วน ขันเข้าตอกดอกไม้ ขันฯเขั้าตอฯกดอฯกไม้ คือพานข้าวตอกดอกไม้ ในปี ๒๕๖๙ ททท. สำนักงานเชียงใหม่ยังเตรียมชุดดอกไม้พื้นเมือง และ น้ำขมิ้นส้มป่อย ให้ผู้ร่วมกิจกรรมไหว้สาบูชาอินทขีล (เชียงใหม่นิวส์, ๒๕๖๙) คำเมืองเรียกว่า น้ำเข้าหมิ้นส้มป่อย นาฯํ้เขั้าหิ้มฯรส฿้มฯป่อฯยฯ และคำว่า ไหว้สา ไห้วฯสา แปลว่าแสดงความเคารพ
- สรงน้ำพระเจ้าฝนแสนห่า ที่ประดิษฐานชั่วคราวในวัด
- ใส่ขันดอก วางดอกไม้ ธูป เทียน ลงในขันดอกที่ตั้งเรียงไว้
- ไหว้สาเสาอินทขีล ผู้ชายขึ้นไปกราบในวิหารได้ ผู้หญิงกราบจากด้านนอก
- บูชากุมภัณฑ์และรูปฤๅษี ข้างวิหาร
- ภายในวิหาร พระสงฆ์ ๙ รูป เจริญพระพุทธมนต์บูชาเสาอินทขีล และมีมหรสพสมโภชตลอดงาน
พิธีในอดีต: จากเจ้าผู้ครองนครถึงเทศบาล
งานวิจัยของพระปลัดไกลนาค อริยวํโส และคณะ (๒๕๖๗) ซึ่งอ้างข้อมูลจากมิวเซียมไทยแลนด์ เล่าว่าในอดีต เจ้าผู้ครองนคร เป็นผู้เริ่มพิธี ด้วยการเซ่นสังเวยเทวดาอารักษ์ ผีเมือง ผีเมิอฯง (อารักษ์ประจำเมือง) และบูชากุมภัณฑ์ พร้อมเชิญ ผีเจ้านาย ผีเจั้านาฯยฯ ลงทรง เพื่อถามความเป็นไปของบ้านเมืองว่าจะดีร้ายอย่างไร ฟ้าฝนจะอุดมสมบูรณ์หรือไม่ คนทรงนี้คำเมืองเรียกว่า ม้าขี่ ม้าขี่
หากคนทรงทำนายว่าชะตาบ้านเมืองไม่ดี ก็จะทำพิธี สืบชะตาเมือง สืปฯชตาเมิอฯง เพื่อแก้ไขให้เบาบางลง นอกจากนี้ยังมีการซอและ ฟ้อนดาบ ฟ้อฯรดาบฯฯ ถวายแด่วิญญาณบรรพบุรุษ พิธีแบบนี้ทำสืบมาจนถึงสมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒ จึงหยุดไป ปัจจุบัน เทศบาลนครเชียงใหม่ สืบทอดประเพณี โดยนำพิธีทางพระพุทธศาสนาเข้ามาผสมผสาน
มุมมองนักวิชาการ
- ต้นกำเนิดของพิธี: พระปลัดไกลนาค อริยวํโส และคณะ (๒๕๖๗) พบว่า ยังไม่ปรากฏหลักฐานเอกสารที่บันทึกประเพณีบูชาเสาอินทขีลในสมัยราชวงศ์มังราย หรือก่อนสมัยพระเจ้ากาวิละ จึงเป็นไปได้ว่ารูปแบบที่ปฏิบัติกันทุกวันนี้อาจเป็นธรรมเนียมที่ ฟื้นฟูขึ้นในสมัยพระเจ้ากาวิละ
- ผีกับพุทธ: งานวิจัยชิ้นเดียวกันอธิบายว่าพิธีนี้ผสมผสานทั้งพิธีพราหมณ์ พุทธศาสนา และความเชื่อดั้งเดิม เดิมมีการเซ่นสรวงด้วยชีวิตสัตว์ รำดาบถวาย และเข้าทรง ต่อมาพิธีส่วนนี้ถูกงดไป เหลือการฟ้อนรำขับร้องถวาย และการบูชาด้วยดอกไม้ ธูป เทียน ซึ่งสอดคล้องกับหลักพุทธศาสนาที่ไม่เบียดเบียนชีวิตสัตว์
- ความหมายต่อผู้คน: ชาวเชียงใหม่เชื่อว่าการบูชาเสาอินทขีลทำให้บ้านเมืองพ้นภัยพิบัติ ฝนตกต้องตามฤดูกาล และเป็นการสร้างขวัญกำลังใจ ปีใดไม่ทำพิธี เชื่อกันว่าบ้านเมืองอาจประสบเหตุเภทภัย
เสื้อเมือง เสิ้อฯอเมิอฯง ในพจนานุกรมคือ "อารักษ์ที่คุ้มครองดูแลเมือง" คำนี้ช่วยให้เข้าใจว่าทำไมชาวเชียงใหม่จึงให้ความสำคัญกับเสาหลักเมืองและผีเมืองมาก เพราะทั้งสองเป็นสิ่งที่เชื่อกันว่าปกป้องบ้านเมืองให้อยู่เย็นเป็นสุข
สรุป
- ใส่ขันดอก หรือ เข้าอินทขีล คือประเพณีบูชาเสาอินทขีล เสาหลักเมืองเชียงใหม่ ที่วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร
- งานจัด ๗ วันช่วง "เดือน ๘ เข้า เดือน ๙ ออก" ราวปลายพฤษภาคมถึงต้นมิถุนายน ปี ๒๕๖๙ จัด ๑๓–๑๙ พฤษภาคม
- ตำนานเล่าว่าพระอินทร์ให้กุมภัณฑ์สองตนนำเสามาฝังให้ชาวลัวะ พญามังรายสร้างเสาเมื่อ พ.ศ. ๑๘๓๙ และพระเจ้ากาวิละย้ายมาวัดเจดีย์หลวงราว พ.ศ. ๒๓๔๓
- ต้นยางนาคู่เสาคือ ไม้หมายเมืองเชียงใหม่ ที่พระเจ้ากาวิละปลูกไว้
- ผู้ร่วมงานนำข้าวตอกดอกไม้ ธูปเทียนไปใส่ขันดอก สรงน้ำพระเจ้าฝนแสนห่า และผู้หญิงสักการะเสาจากด้านนอกวิหาร
ค้นคำล้านนาเรื่องบ้านเมืองและความเชื่อเพิ่มเติมได้ใน พจนานุกรมมรดกล้านนา และอ่านตำนานผีเมืองเชียงใหม่อีกเรื่องหนึ่งได้ที่บทความ ปู่แสะย่าแสะ
แหล่งอ้างอิง
- พจนานุกรมมรดกล้านนา: เข้าอินทะขีน · เสาอินทขีล · ไม้หมายเมืองเจียงใหม่ · พระเจ้าฝนแสนห่า
- พระปลัดไกลนาค อริยวํโส (ศรีแสง), สงัด เชียนจันทึก และพระมหาวิเศษ ปญฺญาวชิโร. (๒๕๖๗). แนวทางการส่งเสริมประเพณีบูชาเสาอินทขีลของพุทธศาสนิกชน จังหวัดเชียงใหม่. Journal of Modern Learning Development ๙(๒)
- ธนพร เรือนคำ และประทีป พืชทองหลาง. (๒๕๖๗). วัดเจดีย์หลวง: สัปปายะอารามเพื่อการท่องเที่ยวเชิงพุทธศาสนาในจังหวัดเชียงใหม่. วารสารเมธีวิจัย ๑(๑)
- ฐานเศรษฐกิจ. (๒๕๖๘, ๒๓ พฤษภาคม). งานประเพณีใส่ขันดอกบูชาเสาอินทขีล วัดเจดีย์หลวง เริ่ม ๒๓–๒๙ พ.ค. ๖๘ (ตำนานอ้างจากวัดเจดีย์หลวงวรวิหาร)
- ไทยรัฐ. (๒๕๖๙, ๑๓ พฤษภาคม). เริ่มแล้ว ประเพณี "ใส่ขันดอกบูชาเสาอินทขีล" สักการะเสาหลักเมืองเชียงใหม่ ประจำปี ๒๕๖๙
- เชียงใหม่นิวส์. (๒๕๖๙, ๑๐ พฤษภาคม). "ใส่ขันดอก บูชาเสาอินทขิล ๒๕๖๙" ประเพณีศรัทธาคู่เมืองเชียงใหม่
ค้นหาคำว่า "ใส่ขันดอก" ในพจนานุกรมมรดกล้านนา
🎯 ทดสอบคำในบทความนี้ทายคำล้านนาจากบทความ 22 คำ จำได้แค่ไหน?


