
ภาพ: LigerCommon / Wikimedia Commons (CC BY-SA 3.0)
ท พ ค เป็น ต ป ก ในคำเมือง: ตาง ปี้ กำ เสียงที่ไม่มีลม
ท พ ค เป็น ต ป ก คือกฎเสียงคำเมืองที่ได้ยินในประโยคแทบทุกประโยค คนเมืองเรียกทางว่า ตาง ทาฯงฯ (คำเมืองอ่านว่า ตาง) เรียกพี่สาวว่า ปี้ พี่ (คำเมืองอ่านว่า ปี้) และเรียกคำพูดว่า กำ คําฯ (คำเมืองอ่านว่า กำ) เสียง ท พ ค ที่ภาษาไทยกลางพ่นลมออกมาตอนออกเสียง ในคำเมืองไม่มีลม จึงกลายเป็นเสียง ต ป ก
บทความนี้ต่อจาก ร เป็น ฮ และ ช เป็น จ ด้วยวิธีเดียวกัน คือดูว่ากฎข้อนี้ปรากฏในพจนานุกรมอย่างไร นับว่ามีกี่รายการ ข้อยกเว้นมีอะไรบ้าง และภาษาพี่น้องมีเสียงเดียวกันหรือเปล่า
"ไม่มีลม" หมายความว่าอะไร
ลองเอามือวางไว้หน้าปากแล้วพูดว่า "ทาง" กับ "ตาง" เสียง ท จะมีลมพุ่งออกมากระทบมือ ส่วนเสียง ต แทบไม่มี นักภาษาศาสตร์เรียกเสียงแบบแรกว่า เสียงพ่นลม (aspirated) และแบบหลังว่า เสียงไม่พ่นลม ภาษาไทยกลางมีทั้งสองแบบเป็นคู่ คือ ต/ท ป/พ ก/ค แต่ในคำพื้นเมืองล้านนา คำที่ภาษาไทยกลางใช้ ท พ ค มักออกเสียงแบบไม่มีลม
พจนานุกรมมรดกล้านนาบอกไว้ตรง ๆ ในรายการตัวอักษร ตัว ท "ออกเสียงเป็น ต๊ะ" ตัว พ "ออกเสียงเป็น ป๊ะ มีพื้นเสียงเท่ากับอักษร ป ในภาษาไทย" และตัว ค "ออกเสียงก๊ะ" ทั้งสามตัวเป็นอักษรต่ำ จึงเป็นคู่ของ ต ป ก ที่เป็นอักษรสูงในตั๋วเมือง อ่านเรื่องชั้นอักษรได้ที่ อักษรสูง กลาง ต่ำ ในตั๋วเมือง
กฎเสียงคำเมืองทั้ง ๕ ข้ออ่านรวมกันได้ที่ กฎเสียงคำเมือง
กว่า ๑,๒๐๐ รายการในพจนานุกรม
เราลองนับจากพจนานุกรมมรดกล้านนาเอง โดยดูพยัญชนะตัวแรกของช่องรูปไทยเทียบกับพยัญชนะตัวแรกของช่องคำอ่านคำเมือง (ข้ามสระหน้า เช่น เ แ โ ไ) นับเมื่อ ๒๒ ตุลาคม ๒๕๖๙ จากรายการที่มีทั้งสองช่อง ๑๗,๓๐๙ รายการ ได้ตัวเลขดังนี้
| รูปไทยขึ้นต้นด้วย | จำนวนรายการ | คำเมืองอ่านเป็นเสียงไม่มีลม | ยังอ่านเสียงเดิม |
|---|---|---|---|
| ท | ๔๗๔ | ต ๔๖๓ (ร้อยละ ๙๘) | ท ๗ และ ถ ๔ |
| ค | ๕๓๖ | ก ๔๔๓ (ร้อยละ ๘๓) | ค ๙๓ |
| พ | ๕๐๒ | ป ๓๖๙ (ร้อยละ ๗๔) | พ ๑๓๑ และอื่น ๆ ๒ |
| รวม | ๑,๕๑๒ | ๑,๒๗๕ |
ตัวเลข ค กับ พ ดูต่ำกว่า ท เพราะมีคำควบกล้ำ ร อยู่มาก ถ้านับเฉพาะคำที่ไม่มี ร หรือ ล ควบ กฎข้อนี้แข็งแรงพอ ๆ กันทั้งสามตัว คือ ท ๔๖๓ จาก ๔๗๐ รายการ ค ๔๓๓ จาก ๔๔๔ และ พ ๓๖๐ จาก ๓๗๕ ส่วนคำที่มี ร ควบ เกือบทั้งหมดยังมีลม (คร ๘๑ จาก ๘๒ และ พร ๑๑๓ จาก ๑๑๘)
ตัวเลขนี้รวมคำประสมไว้ด้วย (เช่น ตาง กับ ตางบน นับเป็นรายการต่างหาก) จึงเป็นภาพรวมคร่าว ๆ ไม่ใช่สำมะโนทางภาษาศาสตร์ ตัวอย่างต่อไปนี้ทุกคำอยู่ในพจนานุกรม และรูปไทยกับคำอ่านตรงกับพจนานุกรมทุกคำ
ท เป็น ต
| คำเมือง | อักษรล้านนา | คำไทยกลาง | ความหมายตามพจนานุกรม |
|---|---|---|---|
| ตาง | ทาฯงฯ | ทาง | แนว ช่อง โอกาส ทิศ |
| ตุง | ทุง | ทุง (ธง) | ผืนผ้า กระดาษ หรือวัสดุอื่นที่ใช้เป็นเครื่องหมาย |
| ตอง | ทอฯง | ทอง | ชื่อโลหะหลายชนิด เช่น ตองแดง ตองเหลือง |
| ตี้ | ที่ | ที่ | สถานที่ ถิ่น แหล่ง |
| ต้า | ท่าฯ | ท่า | ที่ขึ้นลงริมน้ำ |
| ต๊า | ท้าฯ | ท้า | ชวนแข่งขัน ชวนขันสู้ |
| ไต | ไท | ไท | ชื่อที่คนไทใหญ่เรียกตัวเอง |
| ตัน | ทันฯ | ทัน | เป็นไปตามเวลาที่กำหนด เช่น ตันเวลา |
| ตั้ว | ท่฿วฯ | ทั่ว | ทั้งหมด ทุกหนทุกแห่ง |
คำว่า ตุง ที่ใช้ในงานบุญล้านนา พจนานุกรมเก็บรูปไทยไว้ว่า ทุง และให้ความหมายว่า ธง ส่วน ไต เป็นชื่อที่คนไทใหญ่ใช้เรียกตัวเอง พจนานุกรมบันทึกไว้ในรายการเดียวกัน อ่านเรื่องคนไทกลุ่มต่าง ๆ ได้ที่ คนไต
พ เป็น ป
| คำเมือง | อักษรล้านนา | คำไทยกลาง | ความหมายตามพจนานุกรม |
|---|---|---|---|
| ปี้ | พี่ | พี่ | หญิงที่มีอายุมากกว่า (ถ้าเป็นชายเรียก อ้าย) |
| ป้อ | พํอฯ | พ่อ | บิดา |
| ป๊วก | พวฯก | พวก | กลุ่ม หมู่ เหล่า |
| ปัง | พังฯ | พัง | ทรุดลง ถล่มลง |
| ปิง | พิงฯ | พิง | อิง พาด อาศัย |
| ปุง | พุง | พุง | กระเพาะ ท้อง |
| ป๊บ | พ฿ปฯ | พบ | ประสบ เจอ เห็น |
| ป๊ก | พ฿กฯ | พก | เอาติดตัวไป |
ค เป็น ก
| คำเมือง | อักษรล้านนา | คำไทยกลาง | ความหมายตามพจนานุกรม |
|---|---|---|---|
| กำ | คําฯ | คำ | คำ ความ |
| กึ๊ด | คึดฯ | คิด | คิด คำนึง |
| ก้า | ค่าฯ | ค่า | ราคา คุณประโยชน์ |
| ก๊า | ค้าฯ | ค้า | ซื้อขายแลกเปลี่ยน |
| ก๊ำ | คำฯ | ค้ำ | ยันไว้ไม่ให้ล้ม |
| กู้ | คู่ | คู่ | ลักษณะนามของสิ่งที่เป็นคู่ |
| เก็ม | เคัมฯ | เค็ม | รสเค็มอย่างเกลือ |
| ก้อย | ค่อฯยฯ | ค่อย | เบา ไม่ดัง เช่น อู้ก้อย คือพูดเบา |
| โกม | โค฿มฯ | โคม | ตะเกียง |
| กุม | คุม | คุม | กำกับ ประคอง ดูแล |
ไม้วรรณยุกต์เปลี่ยนตามไปด้วย
เมื่อดูคำเมืองที่เขียนด้วยอักษรไทยในพจนานุกรม จะเห็นว่าไม้วรรณยุกต์มักเปลี่ยนพร้อมพยัญชนะ เช่น ท่า เป็น ต้า และ ท้า เป็น ต๊า เหตุผลคือในการเขียนอักษรไทย ท พ ค เป็นอักษรต่ำ แต่ ต ป ก เป็นอักษรกลาง จะเขียนให้ได้เสียงเดิมจึงต้องใช้ไม้อีกตัว
เราลองนับเฉพาะคำที่ไม่มี ร หรือ ล ควบ และมีไม้วรรณยุกต์ไม่เกินหนึ่งตัวในแต่ละช่อง ในกลุ่มที่คำไทยกลางมีไม้เอก ๑๗๐ รายการ คำอ่านคำเมือง เปลี่ยนเป็นไม้โท ๑๑๗ รายการ และในกลุ่มที่มีไม้โท ๑๗๙ รายการ เปลี่ยนเป็นไม้ตรี ๑๒๐ รายการ ตัวเลขนี้เป็นภาพคร่าว ๆ เท่านั้น เรื่องเสียงวรรณยุกต์ของคำเมือง ๖ ระดับ อ่านเพิ่มได้ในบท อักษรสูง กลาง ต่ำ ในตั๋วเมือง
เมื่อ ท พ ค ยังมีลม
กฎนี้มีข้อยกเว้นที่เป็นระบบ ซึ่งพจนานุกรมอธิบายไว้เองหลายข้อ
- มี ร ควบ คำที่ภาษาไทยกลางมี คร หรือ พร คำเมืองตัด ร ออก แต่ยังมีลม เช่น ครู เป็น คู ระฯคู พริก เป็น พิก ฯระฯพิกฯ และพร้า เป็น พ้า ระฯพ้า พจนานุกรมบอกที่ตัว ค ว่า ค ที่ออกเสียง คะ จะเขียนในรูปที่มีระวง (ระ) นำหน้า และที่ตัว พ ว่า พ ที่มีระวงกำกับออกเสียง พะ เรื่องคำควบจะอยู่ในบทถัดไปของชุดนี้
- ทร เป็น ถ ทรง อ่านว่า ถะลง ระฯท฿งฯ พจนานุกรมบอกที่ตัว ท ว่า ทร ออกเสียง ถะละ และล้านนามีใช้น้อย
- คำทางศาสนาและคำบาลี เช่น พระ ระฯพ (พจนานุกรมบอกว่าชาวล้านนาเรียกสามเณรว่า พะ) คาถา คาฯถา ซึ่งพจนานุกรมบอกว่า ก๊ะถา ก็ว่า และ ทอดผ้าป่า ที่พจนานุกรมเก็บคำอ่านไว้ตามรูปไทย
- ฅ ยังเป็นเสียง ค ตั๋วเมืองยังใช้ ฅ อยู่ เช่น ฅน ซึ่งอ่านว่า คน ฅ฿นฯ รายการที่รูปไทยขึ้นต้นด้วย ฅ ทั้ง ๒๕๑ รายการอ่านเป็นเสียง ค ทุกรายการ ส่วน ธ และ ภ ที่พบในคำบาลีก็ยังมีลมเช่นกัน
- หน้าอ้างอิงจากชื่อไทย มีไม่กี่รายการที่หัวคำยังเป็น ท เพราะเป็นหน้าที่บอกว่าคำไทยกลางนี้คนเมืองเรียกอย่างไร เช่น ทานทอด ที่พจนานุกรมบอกว่าคนเมืองเรียก ตานต้อด และทับทิม ที่คนเมืองเรียก บ่าก๊อแกง
วิกิพีเดียบทความภาษาไทยถิ่นเหนือ (ซึ่งเราใช้เป็นแนวทางเท่านั้น) ก็สรุปไว้ตรงกันว่า ฅ คร ฆ ฒ พร และ ภ ยังเป็นเสียงพ่นลมในคำเมือง
พี่น้องไท: ไทลื้อก็ไม่มีลม
วิกิพีเดียบทความภาษาไทยถิ่นเหนือ (แนวทาง) อธิบายว่าเสียง ค ช ท พ ของภาษาไทยกลางที่คำเมืองออกเสียงไม่มีลม ตรงกับเสียงก้องแบบไม่มีลมในภาษาไทดั้งเดิม (Proto-Tai) กล่าวคือแต่ละภาษาเปลี่ยนเสียงเก่าชุดเดียวกันไปคนละทาง ภาษาไทยกลางกลายเป็นเสียงมีลม ส่วนคำเมืองกลายเป็นเสียงไม่มีลม
ภาษาไทลื้อซึ่งใกล้ชิดกับคำเมืองมาก มีเสียงไม่มีลมเหมือนกัน วิกิพีเดียบทความภาษาไทลื้อ (แนวทาง) ยกตัวอย่างไว้ดังนี้
| คำไทยกลาง | คำเมือง (พจนานุกรม) | ไทลื้อ (วิกิพีเดีย) |
|---|---|---|
| ทาง | ตาง ทาฯงฯ | /tâːŋ/ |
| พ่อ | ป้อ พํอฯ | /pɔ/ |
| คิด | กึ๊ด คึดฯ | /kɯt/ |
ส่วนภาษาลาวและอีสาน เรายังไม่ได้ตรวจกฎข้อนี้กับแหล่งที่เชื่อถือได้ จึงยังไม่ใส่ไว้ในบทความนี้
เคล็ดลับสำหรับคนพูดภาษาอังกฤษ
ภาษาอังกฤษมีเสียงสองแบบนี้อยู่แล้ว แต่คนพูดไม่ได้สังเกต วิกิพีเดีย (แนวทาง) ยกตัวอย่างว่า p ใน pin มีลม แต่ p ใน spin ไม่มีลม ถ้าอยากพูด ปี้ ป้อ ตาง กำ ให้เหมือนคนเมือง ลองออกเสียง p t k แบบที่อยู่หลัง s ใน spin, stop, sky แล้วตัด s ออก จะได้เสียงไม่มีลมแบบคำเมือง
ลองเล่นเกม ท พ ค เป็น ต ป ก
ทดสอบตัวเองว่ารู้จักคำเมืองที่มาจาก ท พ ค กี่คำ ข้อสอบมาจากคู่คำในพจนานุกรมจริง ๕๔ คู่ ตอบถูกแล้วจะเห็นอักษรล้านนาและความหมายจากพจนานุกรมด้วย แท็บ "ลองแปลง" ให้พิมพ์คำไทยแล้วดูว่ากฎข้อไหนใช้ได้
สรุป
- คำพื้นเมืองที่ภาษาไทยกลางขึ้นต้นด้วย ท พ ค คำเมืองอ่านเป็นเสียงไม่มีลม ต ป ก เช่น ตาง ปี้ ป้อ กำ และไม้วรรณยุกต์ที่เขียนมักเปลี่ยนตาม
- ในพจนานุกรมมรดกล้านนามี ๑,๒๗๕ รายการ ที่เป็นไปตามกฎนี้ (ท เป็น ต ๔๖๓ · ค เป็น ก ๔๔๓ · พ เป็น ป ๓๖๙ นับเมื่อ ๒๒ ตุลาคม ๒๕๖๙)
- ข้อยกเว้นหลักคือคำที่มี ร ควบ (ครู เป็น คู พริก เป็น พิก) คำศาสนาและบาลี และตัว ฅ ธ ภ ที่ยังมีลม
- ย้อนกลับไม่ได้เสมอ เพราะคำที่ขึ้นต้นด้วย ต ป ก ส่วนใหญ่เป็น ต ป ก อยู่แล้ว
- ไทลื้อมีเสียงไม่มีลมเหมือนคำเมือง ตามตัวอย่างในวิกิพีเดีย
อ่านกฎข้ออื่นต่อที่ กฎเสียงคำเมือง ร เป็น ฮ และ ช เป็น จ และค้นคำเมืองเพิ่มเติมได้ที่ พจนานุกรมมรดกล้านนา
แหล่งอ้างอิง
- พจนานุกรมมรดกล้านนา (moradoklanna.com/dict): ตาง · ปี้ · กำ · ตุง · ป้อ ตรวจและนับเมื่อ ๒๒ ตุลาคม ๒๕๖๙
- Wikipedia. Northern Thai language (ภาษาอังกฤษ; ใช้เป็นแนวทางเรื่องเสียงไม่มีลมและเสียงในภาษาไทดั้งเดิม)
- Wikipedia. Tai Lue language (ภาษาอังกฤษ; ใช้เป็นแนวทาง ตัวอย่างคำ ทาง พ่อ คิด)
- Wikipedia. Aspirated consonant (ภาษาอังกฤษ; ใช้เป็นแนวทาง ตัวอย่าง pin และ spin)
- ภาพประกอบจาก Wikimedia Commons ตามเครดิตใต้ภาพ
ฝึกคำจากบทความนี้
ลองเล่นบัตรคำ 39 คำจากบทความนี้ จำคำล้านนาให้แม่นขึ้น
ค้นหาคำว่า "ตาง" ในพจนานุกรมมรดกล้านนา
🎯 ทดสอบคำในบทความนี้ทายคำล้านนาจากบทความ 39 คำ จำได้แค่ไหน?


