มรดกล้านนา

🌐 Read in English

วิหารวัดหนองบัว อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน วัดของชุมชนไทลื้อ หน้าบันไม้แกะสลักสีทอง มีสิงห์ปูนปั้นคู่เฝ้าบันได

ภาพ: K.Phothiwijit / Wikimedia Commons (CC BY-SA 3.0)

คนไต: รู้จักไทยวน ไทลื้อ ไทขึน ไทใหญ่ ไทยอง และไทเหนือ

คนไต ฅ฿นฯไท (คำเมืองอ่านว่า คนไต) คือคนเชื้อชาติตระกูลไท พจนานุกรมมรดกล้านนาไล่ชื่อไว้หกกลุ่ม ได้แก่ ไทขึนหรือไทเขิน ไทใหญ่ ไทลื้อ ไทเหนือ ไทยวน และไทยอง ทุกกลุ่มพูดภาษาตระกูลเดียวกับคำเมือง และหลายกลุ่มมาตั้งบ้านเรือนอยู่ในล้านนามาหลายชั่วคน

ถ้าเคยได้ยินคนเชียงใหม่บอกว่า "บ้านนี้เป็นลื้อ" หรือ "ยายเป็นคนยอง" บทความนี้จะพาไปรู้จักว่าแต่ละกลุ่มเป็นใคร เรียกตัวเองว่าอะไร มาจากไหน และวันนี้อยู่ที่ใดในเมืองไทย

ฅ฿นฯไท
คนไต
น.คนเชื้อชาติตระกูลไท ได้แก่ ไทขึนหรือไทเขิน ไทใหญ่ ไทลื้อ ไทเหนือ ไทยวน ไทยอง
ดูในพจนานุกรมมรดกล้านนา →

แตะชื่อแต่ละกลุ่มบนแผนที่เพื่อดูถิ่นเดิม ที่อยู่ในไทย และอักษร หรือเลือกสองกลุ่มมาเทียบกันได้

ทำไมคนเมืองพูดว่า "ไต" ไม่ใช่ "ไท"

ในพจนานุกรม คำว่า คนไต เขียนตามตัวอักษรว่า [ฅนไท] แต่คนเมืองอ่านเสียง ท เป็นเสียง ต จึงออกเสียงว่า ไต เป็นกฎเสียงเดียวกับที่ ทาง กลายเป็น ตาง อ่านกฎนี้เพิ่มได้ที่ กฎเสียงคำเมือง

อีกเรื่องที่น่ารู้คือ คำว่า คนไทย ฅ฿นฯไทยฯ (คำเมืองอ่านว่า คนไทย) ในพจนานุกรมมีความหมายแรกว่า "คนที่พูดภาษาไทยกลาง" แล้วจึงวงเล็บว่าปัจจุบันหมายถึงผู้มีสัญชาติไทย คนรุ่นก่อนในล้านนาจึงใช้คำนี้แยกคนพูดภาษากลางออกจากคนเมือง

ℹ️ ข้อมูล
บทความนี้ใช้ ชื่อที่แต่ละกลุ่มเรียกตัวเองก่อน แล้วจึงบอกชื่อที่คนอื่นเรียก เพราะชื่อบางชื่อเป็นคำที่คนนอกตั้งให้ และเจ้าของชื่ออาจไม่ได้ใช้เรียกตัวเอง

ไทยวน: คนเมืองแห่งล้านนา

ไตยวน ไทยวฯร (คำเมืองอ่านว่า ไตยวน) คือคนไทใน ๘ จังหวัดภาคเหนือตอนบน พจนานุกรมบอกว่าคนกลุ่มนี้ เรียกตัวเองว่า "คนเมือง" ฅ฿นฯล้านฯนาฯ (คำเมืองอ่านว่า คนเมือง) คือชาวล้านนาโดยกำเนิดที่พูดภาษาล้านนาได้ ชื่ออื่นที่พจนานุกรมให้ไว้คือ คนไทยล้านนา ฅ฿นฯไทยฯล้านฯนาฯ (คำเมืองอ่านว่า คนไทยล้านนา) และคนล้านนา

ภาษาของคนเมืองคือ กำเมือง คำฯเมิอฯง (คำเมืองอ่านว่า กำเมือง) ทางราชการเรียกว่า ภาษาถิ่นภาคพายัพ หรือภาษาไทยถิ่นเหนือ มีทั้งภาษาพูด และภาษาเขียนคือ ตั๋วเมือง ต฿วฯเมิอฯง (คำเมืองอ่านว่า ตั๋วเมือง) หรืออักษรธรรมล้านนา ที่ใช้จารคัมภีร์ใบลานและพับสามาแต่โบราณ

ถิ่นของคนเมืองคือ ๘ จังหวัดของล้านนา ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน พะเยา แม่ฮ่องสอน ลำปาง แพร่ และน่าน อ่านชื่อคำเมืองและคำขวัญของทั้ง ๘ จังหวัดได้ที่ ๘ จังหวัดล้านนา

ไทลื้อ: คนจากสิบสองปันนา

จาวไตลื้อ ชาวฯไทลื้ (คำเมืองอ่านว่า จาวไตลื้อ) หรือชาวไทลื้อ คือกลุ่มชนจากสิบสองปันนา ในสาธารณรัฐประชาชนจีน พจนานุกรมบันทึกว่าชาวลื้อมีทั้งภาษาพูดและภาษาเขียนเป็นของตนเอง ภาษาพูดเรียกว่า กำลื้อ คำฯลื้ (คำเมืองอ่านว่า กำลื้อ)

ในเมืองไทย พจนานุกรมบอกว่าพบชาวลื้อในหลายอำเภอของจังหวัดน่าน และที่อำเภอสันป่าตองกับอำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ ที่ดอยสะเก็ดมีหมู่บ้าน ลวงใต้ ลวงเหนือ ลวฯงไต้ (คำเมืองอ่านว่า ลวงใต้ ลวงเหนือ) ซึ่งบรรพบุรุษอพยพมาจากสิบสองปันนา

ที่น่าน งานวิจัยของวิทยาลัยสงฆ์นครน่าน (๒๕๖๕) เล่าตามพงศาวดารเมืองน่านว่า ชาวลื้อเข้ามาอยู่ในเมืองน่านเมื่อราว ๒๐๐ ปีก่อน ทั้งจากศึกสงครามและการย้ายมาเอง ต่อมามีการย้ายครอบครัวชาวลื้อไปตั้งถิ่นฐานที่ทุ่งช้างและปัว ส่วนชาวลื้อบ้านหนองบัว อำเภอท่าวังผา เล่าว่าบรรพบุรุษมาจากเมืองล้าในสิบสองปันนา วัดหนองบัวในภาพบนสุดของบทความคือวัดของชุมชนนี้

ชาวลื้อขึ้นชื่อเรื่องผ้าทอลวดลายสวยงาม อ่านคำเมืองเรื่องผ้าและการทอได้ที่ ผ้าและเสื้อผ้าคำเมือง

ไทขึน: คนลุ่มน้ำขึนแห่งเชียงตุง

คำว่า เขิน เขินฯ (คำเมืองอ่านว่า เขิน) ในพจนานุกรมหมายถึงคนไตที่อยู่ในเชียงตุง เรียกว่าไตเขินหรือไตขึน ชื่อนี้มาจากแม่น้ำขึนหรือขืน ที่ไหลผ่านนครเชียงตุงจากทิศใต้ขึ้นไปทางเหนือ

คนไตขึน ฅ฿นฯไทขึนฯ (คำเมืองอ่านว่า คนไตขึน) อาศัยบนที่ราบลุ่มแม่น้ำขึน นครเชียงตุง รัฐฉาน ประเทศเมียนมา พจนานุกรมบอกว่ามี ภาษาพูดและภาษาเขียนคล้ายกับคนไทยในล้านนา ภาษาพูดเรียกว่า กำขึน คำฯขึนฯ (คำเมืองอ่านว่า กำขึน)

เมือง เจียงตุ๋ง ชยฯงตุง (คำเมืองอ่านว่า เจียงตุ๋ง) หรือเชียงตุง ชาวขึนและชาวลื้อเรียกว่า เก็งตุ๋ง พจนานุกรมเล่าว่าคนไตในเชียงตุงมีสามกลุ่ม คือ ไตขึน ไตใหญ่ และไตเหนือ ภาษาของทั้งสามกลุ่มต่างกันไม่มาก ฟังกันรู้เรื่อง ภาษาขึนใช้มากที่สุดในตัวเมือง แต่ทุกวันนี้มีสอนกันในวัดเท่านั้น

ในเมืองไทย ชุมชนชาวขึนที่รู้จักกันดีคือบ้านนันทาราม เชียงใหม่ ต้นตำรับ เคื่องเขิน เระฯคิอฯงเขินฯ (คำเมืองอ่านว่า เคื่องเขิน) งานเครื่องรักที่ได้ชื่อจากชาวขึน อ่านเต็ม ๆ ที่ เครื่องเขิน ส่วนที่น่าน งานวิจัยของ พิณรัตน์ อัครวัฒนากุล (๒๕๕๗) พบว่าภาษาขึนในน่านมีพยัญชนะและสระคล้ายภาษาลื้อ แต่ระบบวรรณยุกต์เหมือนคำเมือง เพราะอยู่ใกล้ชิดกันมานาน

ไต: ชาวไทใหญ่

ชาวไทใหญ่ เรียกตัวเองว่า ไต ไท (คำเมืองอ่านว่า ไต) พจนานุกรมบันทึกไว้ตรง ๆ ว่า คนไทยและคนลาวเรียกชนกลุ่มนี้ว่า "เงี้ยว" (หรือ เง้ว ง้ยฯว) แต่คนไทใหญ่เองเรียกตัวเองว่า "ไต" บทความนี้จึงใช้คำว่า ไต หรือ ไทใหญ่

⚠️ ข้อควรระวัง
"เงี้ยว" เป็นชื่อที่คนนอกใช้เรียก และยังติดอยู่ในชื่อเก่าของอาหารหรือการแสดงบางอย่าง แต่เวลาพูดถึงผู้คน ใช้คำว่า ไต หรือ ไทใหญ่ จะสุภาพและตรงกับที่เจ้าของชื่อเรียกตัวเอง

พจนานุกรมบอกว่าชาวไตตั้งบ้านเรือนอยู่ในไทย พม่า ลาว และจีนตอนใต้ ในเมืองไทยพบที่เชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน และเพชรบูรณ์ และมีรากเหง้าทางวัฒนธรรม เช่น การพูด คล้ายคนไทยในล้านนา งานศึกษาชุมชนไทใหญ่บ้านเวียงหวาย อำเภอฝาง (วารสาร CITU) พบว่าในศัพท์ที่ศึกษา มีคำไทใหญ่เดิม ๘๓๖ คำ คำยืมจากภาษาไทยถิ่นเหนือ ๗๓๓ คำ และคำยืมจากภาษาไทยมาตรฐาน ๓๐๒ คำ สองภาษาจึงหยิบยืมกันใกล้ชิดมาก

คำเมืองหลายคำมาจากชีวิตของชาวไต เช่น

คำเมือง อักษรล้านนา ความหมายจากพจนานุกรม
ส่างลอง ส่างฯลอฯง นาคของชาวไทใหญ่ที่กำลังจะบวช มักเป็นเด็กแต่งกายแบบเจ้าชาย
ก๋องปู่เจ่ กลฯอฯงปู่เจ่ กลองหน้าเดียวสะพายตีของชาวไทใหญ่ หรือกลองก้นยาว
เข้ากั๊นจิ๊น เขั้าคั้นฯชิ้นฯ อาหารชาวไทใหญ่ ข้าวคลุกเนื้อผสมเลือด ห่อใบตองนึ่ง

อ่านงานบวชของชาวไตได้ที่ ปอยส่างลอง

ไทยอง: จากเมืองยองสู่ลำพูน

คำว่า ยอง ยอฯง (คำเมืองอ่านว่า ยอง) ในพจนานุกรมมีสามความหมาย คือชื่อเมืองยองในรัฐฉาน ชาวยองผู้สืบเชื้อสายจากบรรพบุรุษที่อพยพมาจากเมืองยอง และภาษายอง ภาษาพูดของชาวยองเรียกว่า กำยอง คำฯยอฯง (คำเมืองอ่านว่า กำยอง) พบที่อำเภอเมือง ป่าซาง และบ้านธิ ของลำพูน และที่ตำบลบวกค้าง อำเภอสันกำแพง เชียงใหม่

งานวิจัยของวิทยาลัยสงฆ์ลำพูน (๒๕๖๙) เล่าว่าการย้ายถิ่นครั้งใหญ่จากเมืองยองเกิดขึ้นใน พ.ศ. ๒๓๔๘ ทุกวันนี้ชาวยองเป็นคนส่วนใหญ่ของลำพูน และงานชิ้นเดียวกันจัดภาษายองไว้ในกลุ่มเดียวกับภาษาลื้อ อ่านเรื่องชาวยองในลำพูนเพิ่มได้ที่ หละปูน

ไทเหนือ: กลุ่มที่เรายังรู้จักน้อย

ไทเหนือเป็นหนึ่งในหกกลุ่มที่พจนานุกรมนับไว้ในคำว่า คนไต และในคำว่า เจียงตุ๋ง พจนานุกรมบอกว่าไตเหนือเป็นหนึ่งในสามกลุ่มคนไตของเชียงตุง มีภาษาพูดและภาษาเขียนของตนเอง และฟังภาษาไตขึนกับไตใหญ่รู้เรื่อง

นอกจากนี้ พจนานุกรมไม่ได้ให้รายละเอียดอื่นของไทเหนือไว้ เราจึงยังไม่เขียนถึงถิ่นฐานหรือประวัติที่ยังตรวจสอบไม่ได้ และจะเพิ่มเมื่อมีแหล่งอ้างอิงที่เชื่อถือได้

ทำไมคนไตหลายกลุ่มมาอยู่ในล้านนา

คำตอบส่วนหนึ่งอยู่ในสำนวน เก๋บผั๋กใส่ซ้าเก๋บข้าใส่เมือง เกัปฯผักฯไส่ซ้าเกัปฯข้าไส่เมิอฯง (คำเมืองอ่านว่า เก๋บผั๋กใส่ซ้าเก๋บข้าใส่เมือง) พจนานุกรมอธิบายว่าเป็นยุคของพระยากาวิละ เจ้าหลวงเชียงใหม่องค์แรก ราว พ.ศ. ๒๓๒๓ ที่รวบรวมผู้คนกลับเข้าเมืองเชียงใหม่ซึ่งร้างไปหลังสงคราม และนำชาวไทลื้อ ไทขึน และไทใหญ่ จากสิบสองปันนาและเชียงตุงมาตั้งถิ่นฐาน

ผู้คนเหล่านี้ไม่ได้เพียงมาอยู่ แต่นำภาษา งานช่าง และประเพณีมาด้วย ล้านนาทุกวันนี้จึงมีสำเนียงหลากหลาย อ่านยุคนี้เต็ม ๆ ได้ที่ พระเจ้ากาวิละ

ทั้งหกกลุ่มในตารางเดียว

กลุ่ม ชื่อที่เรียกตัวเอง ถิ่นเดิม พบในไทย (ตามแหล่งอ้างอิง) ภาษาเขียน
ไทยวน คนเมือง ล้านนา ๘ จังหวัดภาคเหนือตอนบน ตั๋วเมือง (อักษรธรรมล้านนา)
ไทลื้อ ลื้อ, ไตลื้อ สิบสองปันนา (จีน) น่าน, สันป่าตอง, ดอยสะเก็ด มีของตนเอง
ไทขึน ไตขึน, ไตเขิน เชียงตุง (รัฐฉาน) เชียงใหม่ (นันทาราม), น่าน คล้ายตั๋วเมือง
ไทใหญ่ ไต ไทย พม่า ลาว และจีนตอนใต้ เชียงใหม่, เชียงราย, แม่ฮ่องสอน, เพชรบูรณ์ มีของตนเอง
ไทยอง ยอง เมืองยอง (รัฐฉาน) ลำพูน, บวกค้าง เชียงใหม่ (ไม่ระบุในพจนานุกรม)
ไทเหนือ ไตเหนือ หนึ่งในสามกลุ่มของเชียงตุง (ไม่ระบุในพจนานุกรม) มีของตนเอง
ผ้าทอไทลื้อหลากสีต่อกันเป็นแถบ ด้านล่างทอลายเรขาคณิตสีขาวบนพื้นเข้ม
ไทลื้อ · ผ้าทอไทลื้อ พิพิธภัณฑ์พื้นถิ่นล้านนา เชียงใหม่
ภาพ: Adam Jones / Wikimedia Commons (CC BY-SA 2.0)
วิหารวัดนันทาราม อำเภอเมืองเชียงใหม่ ศูนย์กลางของชุมชนชาวไทขึน
ไทขึน · วัดนันทาราม เชียงใหม่ ชุมชนชาวขึนผู้ทำเครื่องเขิน
ภาพ: Dharmadana / Wikimedia Commons (CC BY 4.0)
วัดจองกลางและวัดจองคำ แม่ฮ่องสอน หลังคาซ้อนชั้นแบบไทใหญ่สีเขียว และเจดีย์สีขาวทอง มองจากที่สูง
ไทใหญ่ · วัดจองกลางและวัดจองคำ แม่ฮ่องสอน วัดศิลปะไทใหญ่
ภาพ: Christophe95 / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0)
ซุ้มพระพุทธรูปไม้แกะสลักสีทองหน้าพิพิธภัณฑ์วัดป่าซางงาม อำเภอป่าซาง ลำพูน ประดับโคมแขวน
ไทยอง · วัดป่าซางงาม อำเภอป่าซาง ลำพูน ถิ่นหนึ่งของผู้พูดกำยอง
ภาพ: Chainwit. / Wikimedia Commons (CC BY 4.0)

สรุป

  • คนไต ในพจนานุกรมมีหกกลุ่ม คือ ไทยวน ไทลื้อ ไทขึน ไทใหญ่ ไทยอง และไทเหนือ คนเมืองออกเสียง ไท เป็น ไต ตามกฎเสียง ท เป็น ต
  • ไทยวนเรียกตัวเองว่า คนเมือง พูด กำเมือง และเขียน ตั๋วเมือง
  • ชาวไทใหญ่เรียกตัวเองว่า ไต ส่วน "เงี้ยว" เป็นชื่อที่คนนอกเรียก
  • ไทลื้อมาจากสิบสองปันนา ไทขึนจากเชียงตุง ไทยองจากเมืองยอง หลายกลุ่มมาตั้งถิ่นฐานในยุค เก๋บผั๋กใส่ซ้าเก๋บข้าใส่เมือง
  • วันนี้พบชาวลื้อมากที่น่าน ชาวขึนที่นันทาราม เชียงใหม่ และชาวยองเป็นคนส่วนใหญ่ของลำพูน

ค้นคำเรียกผู้คนและภาษาเพิ่มเติมได้ในพจนานุกรมมรดกล้านนา และอ่านต่อเรื่องคนที่สร้างล้านนาขึ้นใหม่ได้ที่ พระเจ้ากาวิละ

แหล่งอ้างอิง

ฝึกคำจากบทความนี้

ลองเล่นบัตรคำ 23 คำจากบทความนี้ จำคำล้านนาให้แม่นขึ้น

ค้นหาคำว่า "คนไต" ในพจนานุกรมมรดกล้านนา

🎯 ทดสอบคำในบทความนี้ทายคำล้านนาจากบทความ 23 คำ จำได้แค่ไหน?

📝 ลองเขียนคำเมืองบนกระดาน แล้วแชร์ให้เพื่อน →

บทความที่เกี่ยวข้อง

ป้ายหน้าวัดกลางเวียง เชียงราย พื้นสีน้ำตาลแดง ตัวอักษรสีทอง มีชื่อวัดเป็นอักษรไทย อักษรธรรมล้านนา และภาษาอังกฤษ ใต้หลังคาทรงล้านนา

ตั๋วเมืองคืออะไร: อักษรธรรมล้านนา และเหตุผลที่ควรอ่านออก

18 ตุลาคม 2569 เรียนภาษาล้านนา

ตั๋วเมืองคืออะไร อักษรธรรมล้านนาที่ใช้จารใบลาน เขียนปั๊บสา และเห็นบนป้ายวัด รู้จักชื่อเรียก ที่มาโดยย่อ อักษรพี่น้องไทขึน ไทลื้อ ลาว และเหต…

วิหารวัดนันทาราม อำเภอเมืองเชียงใหม่ ศูนย์กลางของชุมชนชาวไทขึนผู้ทำเครื่องเขิน

เครื่องเขิน: เครื่องรักของชาวไทขึน บ้านนันทาราม เชียงใหม่

20 กรกฎาคม 2569 วัฒนธรรม

เครื่องเขินคือภาชนะไม้ไผ่สานทารักของล้านนา อ่านที่มาของชื่อจากชาวไทขึน ชุมชนนันทาราม ขั้นตอนการทำ การฮายลายฮายดอก และคำเมืองที่ใช้เรียกภาชน…

แจ่งกะต๊ำ มุมกำแพงเมืองเชียงใหม่ด้านตะวันออกเฉียงใต้ ก่อด้วยอิฐสะท้อนเงาในคูเมือง

พระเจ้ากาวิละ: ผู้ฟื้นเมืองเชียงใหม่ยุคเก็บผักใส่ซ้า

19 พฤษภาคม 2569 วัฒนธรรม

พระเจ้ากาวิละคือเจ้าหลวงเชียงใหม่องค์แรกแห่งราชวงศ์เจ้าเจ็ดตน ผู้ฟื้นเมืองเชียงใหม่ที่ร้างจากสงคราม อ่านยุคเก็บผักใส่ซ้า เก็บข้าใส่เมือง แล…

เครื่องประดับศีรษะดอกไม้ของส่างลอง ร่มทอง และพวงอุบะหลากสี ในขบวนแห่ปอยส่างลองที่เชียงใหม่

ปอยส่างลอง: งานบวชเณรของชาวไตในแผ่นดินล้านนา

12 ตุลาคม 2569 ประเพณี

ปอยส่างลองคืองานบวชสามเณรของชาวไตหรือไทใหญ่ อ่านความหมายของคำ ตำนานเจ้าชาย ขั้นตอนแต่ละวัน ตะแป มองเซิง และเทียบกับบวชลูกแก้วของคนเมืองล้าน…

↑

↑ ↓ เลือก · Enter เปิด · Esc ปิด