
ภาพ: Iudexvivorum / Wikimedia Commons (CC0)
สิงหนวัติกุมารกับพญานาคสร้างเมือง: ตำนานโยนกนาคพันธุ์
สิงหนวัติกุมาร คือเจ้าชายในตำนานล้านนาที่พาผู้คนนับแสนเดินทางมาหาที่สร้างเมืองใหม่ ใกล้แม่น้ำโขง แล้วได้พญา นาค นาฯคฯ (คำเมืองอ่านว่า นาค) ชื่อพันธุนาคราช ช่วยขุดเวียงให้ในคืนเดียว เมืองนั้นจึงได้ชื่อว่า นาคพันธุสิงหนวตินคร ซึ่งตำนานบอกว่าต่อมาคือ โยนกหนะกอน โยน฿กฯนคอฯร (คำเมืองอ่านว่า โยนกหนะกอน) แผ่นดินของชาวไทยวนบนที่ราบลุ่มแม่น้ำกก
ตำนานนี้คือตอนเริ่มต้นของเรื่องเมืองโยนก ส่วนตอนจบที่เมืองล่มเป็นหนองเล่าไว้ใน เวียงหนองหล่ม บทความนี้จะเล่าตำนานตามต้นฉบับที่กรมศิลปากรแปลไว้ เทียบชื่อและสำนวนที่ต่างกัน แล้วชวนรู้จักคำเมืองที่ซ่อนอยู่ในชื่อเมือง
สิงหนวัติกุมารคือใคร: เจ้าชายผู้มีกำลังดั่งราชสีห์
ตำนานเล่าว่า สิงหนวัติกุมารเป็นราชบุตรองค์ที่สองของพระเจ้าเทวกาล ผู้ครองนครไทยเทศ ซึ่งตำนานบอกว่าคือเมืองราชคฤห์ พระเจ้าเทวกาลมีลูกชาย ๓๐ องค์ ลูกหญิง ๓๐ องค์ ลูกองค์โตอยู่ครองเมืองเดิม ส่วนลูกคนอื่น ๆ ได้รับแบ่งทรัพย์สมบัติแล้วแยกย้ายกันไปตั้งบ้านเมืองทั่วทุกทิศ
ชื่อของเจ้าชายมีที่มาบอกไว้ในตำนานเอง คือได้ชื่อว่าสิงหนวัติ "เหตุว่ามีลักษณะมีกำลังเป็นดังราชสีห์" คำว่า ราชสีห์ ราชสีห์ (คำเมืองอ่านว่า ราชสีห์) พจนานุกรมอธิบายว่าคือพญาสิงโต สัตว์ในนิยายแห่งป่าหิมพานต์ รูปร่างองอาจ มีกำลังมาก และเป็นใหญ่แก่สัตว์ทั้งหลาย วัดในภาคเหนือจึงนิยมทำรูปสิงห์นั่งเฝ้าประตูวัด
- ฉบับที่กรมศิลปากรแปลและพิมพ์เมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๙ เขียนว่า สิงหนวติกุมาร แต่ในเนื้อความบางแห่งของฉบับเดียวกันก็เขียนเป็น สิงหนติ
- คำนำหนังสือตำนานสุวรรณโคมคำที่กรมศิลปากรเขียนเมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๒ เขียนว่า สิงหนวัติ ซึ่งเป็นรูปที่แพร่หลายที่สุดในปัจจุบัน บทความนี้จึงใช้รูปนี้
- ชื่อนี้ไม่มีในพจนานุกรมมรดกล้านนา เราจึงเขียนด้วยอักษรไทยเท่านั้น
ไขตำนอง: พญานาคขุดเวียงในคืนเดียว
นิทานล้านนามักเริ่มเรื่องด้วยการ ไขตำนอง ไขทำนอฯง (คำเมืองอ่านว่า ไขตำนอง) คือกล่าวถึงเรื่องราวที่จะเล่า เรื่องต่อไปนี้เรียบเรียงใหม่ด้วยภาษาของเราเอง ตามโครงเรื่องใน ตำนานสิงหนวติกุมาร ที่กรมศิลปากรแปลจากต้นฉบับอักษรไทยเหนือ และพิมพ์ไว้ในประชุมพงศาวดาร ภาคที่ ๖๑
สิงหนวัติกุมารรับส่วนแบ่งสมบัติแล้ว ก็กราบลาพระราชบิดาพระราชมารดา พาช้างม้าวัวควาย ไพร่พล และคนครัวราวแสนคน ออกจากเมืองราชคฤห์ ข้ามแม่น้ำใหญ่ แล้วเดินทางผ่านป่าเขา ซอกห้วย และแม่น้ำน้อยใหญ่มากมาย เดินทางอยู่ ๔ เดือนจึงไป ฮอด รอฯด (คำเมืองอ่านว่า ฮอด) คือไปถึงแผ่นดินแห่งหนึ่งที่ราบเรียบงดงาม มีน้ำมาก เหมาะแก่การทำไร่ทำนา ไม่ไกลจากแม่น้ำขรนที ซึ่งผู้แปลอธิบายว่าคือแม่น้ำโขง เจ้าชายจึงให้ แป๋ง แปลฯง (คำเมืองอ่านว่า แป๋ง) คือสร้าง ป๋าง ปางฯ (คำเมืองอ่านว่า ป๋าง) ที่พักชั่วคราว ตั้งค่ายพักอยู่ที่นั่น
ตำนานบอกว่าแผ่นดินนั้นเคยเป็นแคว้น สุวรรณโคมคำ มาแต่เก่าก่อน แต่ในเวลานั้นเหลือเพียงชาวป่าที่ตำนานเรียกว่ามิลักขุ อยู่ตามซอกห้วยและเชิง ดอย ดอฯย (คำเมืองอ่านว่า ดอย) ผู้แปลอธิบายในเชิงอรรถว่าหมายถึงชาวละว้า หรือที่คนเมืองเรียกว่า ลัวะ ลวฯะ (คำเมืองอ่านว่า ลัวะ) มีหัวหน้าคนหนึ่งเป็นใหญ่กว่าทุกคน อยู่บนดอยทางทิศตะวันตก
วันหนึ่ง มีพญานาคตัวหนึ่งชื่อ พันธุนาคราช แปลงกายเป็นพราหมณ์ เข้ามาหาเจ้าชายแล้วถามว่าเป็นใคร มาจากไหน มาเพื่ออะไร เจ้าชายตอบว่าเป็นโอรสของพระเจ้าเทวกาล มาหาที่สร้างบ้านแปงเมือง พราหมณ์ผู้นั้นว่า ดีแล้ว จงตั้งเมืองอยู่ที่นี่เถิด จะเจริญด้วยทรัพย์สมบัติ ข้าศึกจากเมืองใหญ่ก็จะมาตีได้ยาก ขอเพียงให้มีใจรักทั้งคนและสัตว์ทั้งหลาย เจ้าชายถามชื่อ พราหมณ์ตอบว่าชื่อ พันธุ อยู่รักษาแผ่นดินนี้มาแต่บรรพบุรุษ แล้วชวนให้ส่งคนตามไปดูที่อยู่ของตน เจ้าชายส่งคนไป ๗ คน พอตามไปได้ราวพันวา พราหมณ์ก็หายวับไป คนใช้ หัน หันฯ (คำเมืองอ่านว่า หัน) คือเห็นดังนั้นก็กลับมาบอกเจ้าชาย
คืนนั้นพราหมณ์กลับเป็นพญานาคดังเดิม แล้ว บุ่น บุ่ร (คำเมืองอ่านว่า บุ่น) แผ่นดินไปเป็นแนวเขต เวียง วยฯง (คำเมืองอ่านว่า เวียง) กว้างด้านละ ๓,๐๐๐ วา วาฯ (คำเมืองอ่านว่า วา) ทุกด้าน แล้วจึงกลับไปยังที่อยู่ของตน พอรุ่ง แจ้ง แจ้งฯ (คำเมืองอ่านว่า แจ้ง) เจ้าชายเห็นแนวเวียงนั้นก็ดีใจ เรียกพราหมณาจารย์มาถามว่าพราหมณ์ที่มาบอกเป็นเทวดาหรือพระอินทร์ พราหมณาจารย์ตอบว่า "จักเป็นพระยานาคแท้ทีเดียว" ผู้คนจึงช่วยกันสร้างเรือนหลวงและบ้านเรือนเป็นเมืองใหญ่ แล้วเอาชื่อพญานาค พันธุ มารวมกับชื่อเจ้าชาย ตั้งชื่อเมืองว่า นาคพันธุสิงหนวตินคร ตำนานตอนนี้ปิดท้ายด้วยคำว่า บ่อย่าจ๊ะแล บ£าช¦ (คำเมืองอ่านว่า บ่อย่าจ๊ะแล) คือก็มีด้วยประการฉะนี้แล
นาค คือเมือง และเวียง: คำเมืองในตำนานสร้างเมือง
ในคำเมือง นาค มีความหมายหลายอย่าง พจนานุกรมให้ความหมายแรกว่า งูใหญ่ และยังหมายถึงผู้ประเสริฐ และผู้ที่กำลังจะบวชด้วย ส่วนคำที่ใช้เรียกผู้เป็นใหญ่คือ พะญา พญา (คำเมืองอ่านว่า พะญา) ซึ่งพจนานุกรมยกตัวอย่างไว้ตรง ๆ ว่า "พญานาค"
ตำนานฉบับแปลใช้คำว่าพญานาค "บุ่น" แผ่นดิน ผู้แปลอธิบายในเชิงอรรถว่า คุ้ย ควัก เจาะ ส่วนพจนานุกรมให้ความหมายของ บุ่น ว่า แหวกออก แหวกเป็นช่องเข้าไป เหมือนหน่อไม้ที่แหวกดินขึ้นมา ถ้าจะพูดว่าขุดตรง ๆ คำเมืองใช้ ขุ๋ด ขุด (คำเมืองอ่านว่า ขุ๋ด) ส่วนร่องน้ำที่ขุดล้อมเมือง คำเมืองเรียกว่า คือเมือง ฅืเมิอฯง (คำเมืองอ่านว่า คือเมือง) งานของภูเดช แสนสา (พ.ศ. ๒๕๖๑) ยกความจากตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ว่า เมื่อพญาแสนภูสร้างเมืองเชียงแสนในประวัติศาสตร์ ก็ให้ขุด "ฅือเวียง" สามด้าน ส่วนด้านตะวันออกใช้แม่น้ำโขงเป็นแนวคู
คำว่า คือ ฅื (คำเมืองอ่านว่า คือ) ตัวเดียว พจนานุกรมให้ความหมายว่า คู คือร่องน้ำที่ขุดเพื่อกีดขวางหรือป้องกันข้าศึก ถ้าอ่านตามความหมายนี้ คำอวยพรของพราหมณ์ที่ว่า "ข้าศึกจะมาตีได้ยาก" ก็เข้ากันได้ดีกับเมืองที่มีคูน้ำล้อมรอบ
ส่วนความเร็วของงาน ตำนานบอกเพียงว่าพญานาคทำเสร็จในคืนเดียว พอรุ่งเช้าก็เห็นเวียงแล้ว คำเมืองมีสำนวนสำหรับเวลาทั้งคืนจนสว่างพอดี คือ คืนฮุ่งเต๊าแจ้ง ฅืนฯรุ่งเทั้าฯแจ้งฯ (คำเมืองอ่านว่า คืนฮุ่งเต๊าแจ้ง) แปลว่า ตลอดคืนยันสว่าง
| คำล้านนา | อักษรล้านนา | ความหมาย (ตามพจนานุกรม) |
|---|---|---|
| เวียง | (ดูด้านบน) | เมือง เมืองขนาดเล็ก และยังหมายถึงกำแพง ป้อมค่าย |
| เจียง | ชยฯง | เมือง นคร เช่น เจียงใหม่ เจียงฮาย |
| ก้ำ | ก้ฯลฯา | ด้าน ทิศ ฝ่าย เช่น ก้ำเหนือ |
| วา | (ดูด้านบน) | มาตราวัดความยาว ๑ วา เท่ากับ ๔ ศอก หรือ ๒ เมตร |
ถ้าคิดตามพจนานุกรมว่า ๑ วา เท่ากับ ๒ เมตร เวียงกว้างด้านละ ๓,๐๐๐ วาในตำนาน ก็ยาวด้านละราว ๖ กิโลเมตร ใหญ่กว่าเมืองที่คนทำได้ในคืนเดียวมาก ตัวเลขนี้จึงเป็นส่วนหนึ่งของความอัศจรรย์ในตำนาน ต้นฉบับใช้คำว่า "รอดสู่ก้ำ" คือทุกด้าน

จากนาคพันธุ์สู่โยนกนคร
ตำนานเล่าต่อว่า เมื่อได้เป็นเจ้าเมืองแล้ว สิงหนวัติกุมารให้คนไปเรียกหัวหน้าชาวป่าทั้งหลายมาอยู่ใต้การปกครอง ผ่านไป ๓ ปี มีเมืองหนึ่งทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ใกล้ต้นแม่น้ำกก ชื่อ อุโมงคเสลานคร เป็นเมืองของ ขอม ขอฯม (คำเมืองอ่านว่า ขอม) ซึ่งพจนานุกรมอธิบายว่าคือชาวเขมรโบราณ เจ้าเมืองขอมไม่ยอมอ่อนน้อม เจ้าชายจึงยกทัพไปทำ เสิ๋ก เสิกฯ (คำเมืองอ่านว่า เสิ๋ก) คือศึก จนได้ชัยชนะ แล้วเหล่าเสนาอำมาตย์ก็อภิเษกให้เป็นกษัตริย์ใหญ่ ทรงพระนามว่า พระยาสิงหนวติราช
ตำนานยังบันทึกว่า หลังสร้างเมืองแล้ว แผ่นดิน ไหว ไหวฯ (คำเมืองอ่านว่า ไหว) และ ฟ้าฮ้อง ฟ้าร้อฯง (คำเมืองอ่านว่า ฟ้าฮ้อง) ใหญ่หลายครั้ง ผู้อ่านในวันนี้อาจนึกถึงตอนจบของเมืองนี้ ซึ่งตำนานเดียวกันเล่าว่าหลายชั่วกษัตริย์ต่อมา เมืองล่มเป็นหนองในคืนเดียว อ่านได้ใน เวียงหนองหล่ม
ชื่อเมืองก็เปลี่ยนไปตามกาลเวลา ตำนานเรียกเมืองนี้ภายหลังว่า โยนกนครไชยบุรีศรีช้างแสน และคำนำของกรมศิลปากรเรียกรวมว่า เมืองนาคพันธุ์สิงหนวตินคร หรือโยนกนครราชธานี ส่วนพจนานุกรมมรดกล้านนาอธิบาย โยนก โยน฿กฯ (คำเมืองอ่านว่า โยนก) ว่าหมายถึงคนเผ่าไทยวน กลุ่มประชากรที่ใหญ่ที่สุดของอาณาจักรล้านนา ที่มักเรียกตนเองว่า "คนเมือง"

อีกสำนวนหนึ่ง: ตำนานเมืองโยนกเล่าไว้กี่แบบ
- ตำนานสุวรรณโคมคำ กรมศิลปากรเขียนในคำนำ (พ.ศ. ๒๔๘๒) ว่าเป็นตำนานที่เก่ากว่าตำนานสิงหนวัติ เพราะตำนานสิงหนวัติอ้างถึงเมืองสุวรรณโคมคำว่าล่มสลายไปแล้ว และจัดลำดับเรื่องเก่าแก่ไว้เป็น ตำนานสุวรรณโคมคำ ตำนานสิงหนวัติ แล้วจึงถึงตำนานเมืองเงินยางเชียงแสน
- หัวหน้าชาวป่า ในเนื้อความตอนนี้ของฉบับแปล พ.ศ. ๒๔๗๙ เรียกว่า "เจ้าลาวกะยู" แต่คำนำของกรมศิลปากรในเล่มเดียวกันเล่าว่าตำนานสิงหนวัติกล่าวถึง ปู่เจ้าลาวจก หัวหน้าชาวละว้า และว่า พงศาวดารโยนก ของพระยาประชากิจกรจักร (แช่ม บุนนาค) อธิบายชื่อนี้ว่ามาจากการเป็นหัวหน้าที่มี "จก" คือจอบขุดดิน มากกว่า ๕๐๐ อัน พจนานุกรมมรดกล้านนาเองก็ให้ความหมายของ ลาว ลาวฯ (คำเมืองอ่านว่า ลาว) ว่าเป็นคำนำหน้าแสดงตำแหน่งหัวหน้าของกลุ่มชนในยุคก่อนพญามังราย เช่น ลาวจก
- พงศาวดารเมืองเงินยางเชียงแสน เริ่มเรื่องที่ลาวจกเป็นเทวบุตรลงมาครองเมือง ไม่ได้เริ่มที่สิงหนวัติกุมาร กรมศิลปากรจึงพิมพ์ทั้งสองเรื่องไว้คู่กันให้ผู้อ่านเปรียบเทียบ
งานของภูเดช แสนสา ในวารสารข่วงผญา (พ.ศ. ๒๕๖๑) สรุปว่า ตำนานพื้นเมืองเชียงแสนเล่าย้อนอายุของเมืองโยนกไปไกลมาก แต่ยังไม่พบหลักฐานทางโบราณคดีที่สนับสนุนความเก่าแก่ตามตำนาน เมืองเชียงแสนที่ปรากฏตัวตนชัดเจนนั้น พญาแสนภูทรงสร้างขึ้นบนเมืองเก่าเมื่อ พ.ศ. ๑๘๗๑ ส่วนกรมศิลปากรก็เขียนไว้ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๘๒ ว่าตำนานชุดนี้ยังไม่มีหลักฐานทางโบราณคดียืนยัน
คำเมืองจากตำนาน
ลองอ่านตำนานข้างบนอีกครั้งพร้อมตารางนี้
| คำล้านนา | อักษรล้านนา | คำเมืองอ่านว่า | ความหมาย (ตามพจนานุกรม) |
|---|---|---|---|
| ต่ำนาน | ตํานาฯ | ต่ำนาน | ตำนาน เรื่องที่เล่าสืบต่อกันมาเป็นเวลานาน |
| นาค | (ดูด้านบน) | นาค | งูใหญ่ ผู้ประเสริฐ ผู้ที่กำลังจะบวช |
| พะญา | (ดูด้านบน) | พะญา | ผู้เป็นใหญ่ เช่น พญานาค |
| ฮอด | (ดูด้านบน) | ฮอด | ถึงจุดหมายปลายทาง |
| แป๋ง | (ดูด้านบน) | แป๋ง | ทำ สร้าง |
| ป๋าง | (ดูด้านบน) | ป๋าง | ที่พักในป่า ที่พักชั่วคราว |
| หัน | (ดูด้านบน) | หัน | เห็น พบ |
| บุ่น | (ดูด้านบน) | บุ่น | แหวกออก แหวกเป็นช่องเข้าไป |
| แจ้ง | (ดูด้านบน) | แจ้ง | สว่าง (รุ่งแจ้ง = รุ่งเช้า) |
| คือเมือง | (ดูด้านบน) | คือเมือง | คูเมือง |
| เสิ๋ก | (ดูด้านบน) | เสิ๋ก | การรบ ศึก |
| ไหว | (ดูด้านบน) | ไหว | กระดิก สะเทือน สั่น |
| เจียงฮาย | ชยฯงรายฯ | เจียงฮาย | เชียงราย จังหวัดที่อยู่เหนือสุดของประเทศไทย |
ตำนานนี้สอนอะไร
ตำนานไม่ได้สรุปคติสอนใจไว้ตรง ๆ ผู้ฟังจึงอ่านเรื่องนี้ได้หลายทาง
- เมืองที่ดีเริ่มจากที่ตั้งที่ดี: ในตำนานนี้ พญานาคคือผู้รักษาแผ่นดินมาแต่เดิม และเป็นผู้เลือกที่และบุ่นแผ่นดินเป็นเวียง บนที่ราบที่ตำนานบอกว่ามีน้ำมาก เหมาะแก่การทำไร่ทำนา ผู้ฟังอาจอ่านได้ว่าเมืองจะรุ่งเรืองได้ต้องตั้งอยู่บนแผ่นดินที่อุดมสมบูรณ์
- ความเป็นใหญ่มาพร้อมใจรัก: สิ่งเดียวที่พราหมณ์ขอจากเจ้าชายคือ ให้มีใจรักทั้งคนและสัตว์ทั้งหลาย
- ชื่อเมืองคือความทรงจำ: ชื่อนาคพันธุสิงหนวตินครเก็บชื่อทั้งพญานาคและเจ้าชายไว้ด้วยกัน เหมือนบอกว่าเมืองนี้สร้างขึ้นด้วยกันสองฝ่าย
อ่านตำนานแล้ว ลองทายดูว่าจำเรื่องได้แค่ไหน
สรุป
- สิงหนวัติกุมาร คือเจ้าชายในตำนานที่พาผู้คนมาตั้งเมืองใกล้แม่น้ำโขง ตามตำนานสิงหนวติกุมารที่กรมศิลปากรแปลและพิมพ์เมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๙
- พญานาค พันธุนาคราช แปลงเป็นพราหมณ์มาแนะที่ตั้งเมือง แล้วบุ่นแผ่นดินเป็นเขตเวียงกว้างด้านละ ๓,๐๐๐ วาในคืนเดียว เมืองจึงชื่อ นาคพันธุสิงหนวตินคร และต่อมาคือ โยนกนคร
- คำเมืองในเรื่อง: นาค คืองูใหญ่ พะญา คือผู้เป็นใหญ่ คือเมือง คือคูเมือง และ เวียง คือเมืองหรือกำแพงเมือง
- ชื่อเจ้าชายเขียนได้หลายแบบ และตำนานเมืองโยนกมีหลายฉบับ ส่วนเมืองเชียงแสนที่มีหลักฐานชัดเจนสร้างโดยพญาแสนภูเมื่อ พ.ศ. ๑๘๗๑
ค้นคำเมืองในตำนานเพิ่มเติมได้ใน พจนานุกรมมรดกล้านนา อ่านตอนจบของเมืองนี้ได้ที่ เวียงหนองหล่ม และรู้จักนาค ยักษ์ และสัตว์หิมพานต์ตัวอื่นได้ที่ ตัวละครในนิทานล้านนา
📚 ทั้งชุด: ดูนิทานและตำนานทุกเรื่องบนแผนที่เดียวที่ นิทานและตำนานล้านนา: รวมเรื่องเล่าพร้อมคำเมือง
แหล่งอ้างอิง
- พจนานุกรมมรดกล้านนา: นาค · พะญา · คือเมือง · คือ · โยนกหนะกอน · โยนก · ราชสีห์ · บุ่น · ลาว
- กรมศิลปากร. (๒๔๗๙). "ตำนานสิงหนวติกุมาร" และคำนำ. ใน ประชุมพงศาวดาร ภาคที่ ๖๑. พิมพ์แจกในงานฌาปนกิจศพนางราชพินิจจัย (ชื่น โสฬสจินดา) (ฉบับวิกิซอร์ซ) โครงเรื่องที่บทความนี้เรียบเรียงใหม่ด้วยภาษาของเราเอง
- กรมศิลปากร. (๒๔๘๒). คำนำ "ตำนานเมืองสุวรรณโคมคำ". ใน ประชุมพงศาวดาร ภาคที่ ๗๒ (ฉบับวิกิซอร์ซ)
- ภูเดช แสนสา. (๒๕๖๑). ชาวเชียงแสนย้ายแผ่นดิน. วารสารข่วงผญา มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่, ๑๓, ๘–๖๗
- อ่านเพิ่มเติม: ศิลปวัฒนธรรม. ตำนานนิทานเรื่อง นาคสร้างเมืองเชียงแสน และ สำรวจความเชื่อ "นาคสร้างเมืองมนุษย์" ที่ภายหลังคือเมือง "เชียงแสน"
ฝึกคำจากบทความนี้
ลองเล่นบัตรคำ 30 คำจากบทความนี้ จำคำล้านนาให้แม่นขึ้น
ค้นหาคำว่า "นาค" ในพจนานุกรมมรดกล้านนา
🎯 ทดสอบคำในบทความนี้ทายคำล้านนาจากบทความ 30 คำ จำได้แค่ไหน?


