
ภาพ: Setawut / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0)
มะเมียะ: เรื่องจริง เรื่องเล่า และเรื่องแต่ง
มะเมียะ คือชื่อหญิงสาวจากเมืองมะละแหม่งในเรื่องรักกับ เจ้าน้อยศุขเกษม บุตรของเจ้าแก้วนวรัฐ เรื่องนี้ถูกเล่าเป็นหนังสือ เพลง ละคร และละครเวที จนคนจำนวนมากเชื่อว่าเป็นประวัติศาสตร์ คนเมืองเรียกเรื่องที่เล่าสืบต่อกันมาว่า ต่ำนาน ตํานาฯ (คำเมืองอ่านว่า ต่ำนาน) และเรื่องนี้ก็เป็นต่ำนานรักที่ผูกอยู่กับคนจริงในประวัติศาสตร์
บทความนี้ไม่ได้ตัดสินว่าเรื่องจริงหรือไม่จริง แต่แยกให้เห็นทีละชิ้น ว่าชิ้นไหนมี บันทึกในยุคนั้น ชิ้นไหนมาจาก หนังสือเล่มแรกที่เล่าเรื่อง ชิ้นไหน ถูกเติมภายหลัง และชิ้นไหน ยังเห็นต่างกันอยู่ แล้วปิดท้ายด้วยเพลงใหม่ที่ตั้งใจเป็นเรื่องแต่งตั้งแต่ต้น เราเล่าด้วยความเคารพต่อเจ้านายฝ่ายเหนือ ตระกูล ณ เชียงใหม่ และผู้หญิงในเรื่อง ไม่ว่าเธอจะมีชื่อจริงว่าอะไร
ภาพหน้าบทความคือกลุ่มกู่ของเจ้านายฝ่ายเหนือที่วัดสวนดอก เชียงใหม่ ที่นี่มีกู่ของเจ้าน้อยศุขเกษม และมีกู่อีกหลังหนึ่งที่เคยเล่ากันว่าเป็นของมะเมียะ ซึ่งเราจะกลับมาดูในหัวข้อทีละข้อ
มะเมียะ หรือ มะเมี๊ยะ: ทำไมสะกดสองแบบ
ชื่อที่เห็นในงานเขียนทางประวัติศาสตร์และบทความวิชาการส่วนใหญ่สะกดว่า มะเมียะ เช่นในบทความของสถาบันปรีดี พนมยงค์ และของ ดร.เพ็ญสุภา สุขคตะ ซึ่งบอกไว้ด้วยว่าคนทั่วไปออกเสียงเป็น "หมะเมียะ" ส่วนชื่อเพลงของ จรัล มโนเพ็ชร สะกดตามเสียงคำเมืองว่า มะเมี๊ยะ งานบางชิ้นก็สะกดว่า หมะเมียะ เช่นหนังสือ ๑๐๐ ปีแห่งรัก หมะเมียะ-เจ้าศุขเกษม ของธเนศวร์ เจริญเมือง
ในบทความนี้ เราใช้ มะเมียะ เมื่อพูดถึงตัวละครและเรื่องเล่า และใช้ มะเมี๊ยะ เมื่อพูดถึงเพลงของจรัล ส่วนบทเรียนคำเมืองจากเพลงนั้นอ่านได้ที่ มะเมี๊ยะ: เรียนคำเมืองจากเพลงของจรัล มโนเพ็ชร ชื่อมะเมียะเองไม่มีในพจนานุกรม เพราะเป็นชื่อเฉพาะ
เจ้าน้อยศุขเกษมตัวจริง: ราชกิจจานุเบกษาบันทึกอะไร
เจ้าน้อยศุขเกษมเป็นบุคคลจริง เกิดราว พ.ศ. ๒๔๒๓ เป็นบุตรคนโตของเจ้าแก้วนวรัฐกับเจ้าจามรีวงศ์ (คมชัดลึก, ๒๕๖๑) ต่อมาเจ้าแก้วนวรัฐเป็น เจ้าหลวง เจั้าหลฯวฯง (คำเมืองอ่านว่า เจ้าหลวง) องค์ที่ ๙ ซึ่งเป็นองค์สุดท้ายของเชียงใหม่ หลักฐานชั้นต้นที่ตรวจได้ง่ายที่สุดคือ ราชกิจจานุเบกษา เราเปิดอ่านหน้าต้นฉบับทั้งสี่หน้าด้วยตัวเอง
| เวลา | ราชกิจจานุเบกษาบันทึกว่า | ที่มา |
|---|---|---|
| ๑๖ ก.พ. ร.ศ. ๑๑๖ (พ.ศ. ๒๔๔๑ ตามการนับปัจจุบัน) | "เจ้าสุริยวงษ์" ได้เป็น เจ้าราชวงษ์ เมืองนครเชียงใหม่ ท่านผู้นี้คือเจ้าแก้วนวรัฐ | เล่ม ๑๔ หน้า ๗๙๖ |
| ๖ มี.ค. ร.ศ. ๑๒๓ (พ.ศ. ๒๔๔๘ ตามการนับปัจจุบัน) | เจ้าราชวงษ์ได้เป็น เจ้าอุปราช เมืองนครเชียงใหม่ | เล่ม ๒๑ หน้า ๙๓๒ |
| ๒๒ พ.ย. ร.ศ. ๑๓๐ (พ.ศ. ๒๔๕๔) | "น้อยศุขเกษม บุตรเจ้าแก้วนวรัฐ" ได้เป็น เจ้าอุตรการโกศล เมืองนครเชียงใหม่ | เล่ม ๒๘ หน้า ๑๙๕๗ |
| ๒๐ มี.ค. ๒๔๕๖ (พ.ศ. ๒๔๕๗ ตามการนับปัจจุบัน) | เจ้าอุตรการโกศล (น้อยศุขเกษม) กรมการพิเศษเมืองนครเชียงใหม่ อายุ ๓๓ ปี ป่วยเป็นโรคเส้นประสาท ถึงแก่กรรม | เล่ม ๓๐ หน้า ๓๐๘๐ |
ตารางนี้ช่วยตอบคำถามสำคัญข้อหนึ่ง ในปีที่เรื่องเล่าว่าเจ้าน้อยไปเรียน (๒๔๔๑) จนถึงปีที่ทั้งคู่ต้องแยกกัน (๒๔๔๖) เจ้าแก้วนวรัฐเป็น เจ้าราชวงศ์ ไม่ใช่เจ้าอุปราชอย่างที่หนังสือเล่มแรกเขียน ตรงกับที่สมฤทธิ์ ลือชัย (๒๕๕๕) และเพ็ญสุภา (๒๕๖๔) ชี้ไว้ ทั้งสองตำแหน่งอยู่ในกลุ่มเจ้านายชั้นสูงที่เรียกว่า เจ้าขันตังห้า เจั้าขันฯทังฯ5 (คำเมืองอ่านว่า เจ้าขันตังห้า) โดยเจ้าอุปราช หรือ เจ้าอุ๋บปะหลาด เจั้า³บราชฯ (คำเมืองอ่านว่า เจ้าอุ๋บปะหลาด) เป็นตำแหน่งรองเจ้าหลวง
อีกเรื่องที่ตารางบอกคือ บรรดาศักดิ์ "เจ้าอุตรการโกศล" ประกาศใน พ.ศ. ๒๔๕๔ ไม่ใช่ตำแหน่งในเจ้าขันตังห้า สมฤทธิ์และเพ็ญสุภาจึงตั้งคำถามว่า ข้อความในเรื่องเล่าที่ว่าเจ้าน้อยจะได้เป็นเจ้าเมืองในอนาคตนั้นมีน้ำหนักเพียงใด

ชีวิตครอบครัวของท่านก็มีหลักฐานจากหลายแหล่ง ท่านสมรสกับ เจ้าบัวชุม ณ เชียงใหม่ ราว พ.ศ. ๒๔๔๘ ลาวัณย์ โชตามระ เขียนไว้ในหนังสือ พระมเหสีเทวี (ตามที่เพ็ญสุภายกมา) ว่าทั้งสองเสกสมรสในปีนั้น และศิลปวัฒนธรรมลงภาพวันฉลองสมรสปลายปี ๒๔๔๘ เพ็ญสุภาและสถาบันปรีดีเล่าตรงกันว่าทั้งสองพบกันที่ตำหนักของพระราชชายา เจ้าดารารัศมี ในพระบรมมหาราชวัง
สิ่งที่ราชกิจจานุเบกษาไม่ได้พูดถึงเลยคือหญิงสาวจากมะละแหม่ง สมฤทธิ์ชี้ว่าถ้าเรื่องนี้กระทบความสัมพันธ์กับสยามจริง ควรมีเอกสารราชการบันทึกไว้ ซึ่งยังไม่มีใครพบ
มะละแหม่งเมื่อร้อยกว่าปีก่อน: ทำไมคนเหนือรู้จักเมืองนี้
มะละแหม่ง (ภาษาอังกฤษเรียก Moulmein ปัจจุบันคือ Mawlamyine) เป็นเมืองท่าที่ปากแม่น้ำสาละวิน ในรัฐมอญของเมียนมา งานของชัยวัฒน์ ปะสุนะ (๒๕๖๕) อธิบายว่าเมืองนี้เป็นเมืองท่าและศูนย์การปกครองแห่งแรกของพม่าในการปกครองของอังกฤษ ระหว่าง พ.ศ. ๒๓๖๙–๒๓๙๕ และเติบโตจากการทำป่าไม้ โรงเลื่อย และอู่ต่อเรือ
สำหรับล้านนา มะละแหม่งคือปลายทางของ ไม้สั๋ก ไม้สักฯ (คำเมืองอ่านว่า ไม้สั๋ก) ซุงจากป่าฝั่งตะวันตกลอยลงแม่น้ำสาละวินไปที่นั่น และพ่อค้าไม้ชาวไตและชาวพม่าในล้านนาจำนวนมากกู้ทุนจากบริษัทในบางกอกและมะละแหม่ง เรื่องนี้เล่าละเอียดไว้ใน ล้านนากับอังกฤษ ส่วนการค้าทางบกใช้ งัวต่าง ง฿วฯต่างฯ (คำเมืองอ่านว่า งัวต่าง) วัวที่บรรทุกสินค้าเดินเป็นขบวน

ทำไมเจ้านายเชียงใหม่ส่งลูกไปเรียนที่นั่น แทนที่จะส่งไปกรุงเทพฯ เพ็ญสุภายังตั้งเป็นคำถามเปิดไว้ ข้อมูลที่ใกล้ที่สุดคือบทความของพิเชษฐ ตันตินามชัย (๒๕๕๖) ที่เพ็ญสุภายกมา ซึ่งบันทึกคำบอกเล่าของลูกหลาน นายคำตั๋น เพื่อนสนิทของเจ้าน้อย ว่านายคำตั๋นไปเรียนวิชาป่าไม้ที่มะละแหม่งพร้อมเจ้าน้อย ส่วนเจ้าน้อยเรียนด้านการปกครอง การไป เฮียน รยฯร (คำเมืองอ่านว่า เฮียน) ที่ เมืองนอก เมิอฯงนอฯก (คำเมืองอ่านว่า เมืองนอก หมายถึงต่างประเทศ) ของลูกเจ้านายยุคนั้นจึงเกี่ยวพันกับโลกของไม้สักโดยตรง
ภาพรวมของยุคที่ล้านนาเคยอยู่ใต้ราชสำนักพม่าเมื่อหลายร้อยปีก่อนหน้านั้น อ่านได้ที่ ล้านนาสมัยพม่าปกครอง แต่เรื่องของมะเมียะเกิดในยุคที่ต่างกันมาก คือยุคที่พม่าตอนล่างอยู่ใต้อังกฤษ และเชียงใหม่อยู่ในการปกครองของสยามแล้ว
เรื่องเกิดจากหนังสือ: เพ็ชร์ลานนา และฉบับต่อมา
ทุกแหล่งที่เราอ่านตรงกันว่าเรื่องมะเมียะเล่าเป็นครั้งแรกในหนังสือ เพ็ชร์ลานนา ของ ปราณี ศิริธร ณ พัทลุง พิมพ์ พ.ศ. ๒๕๐๗ เพ็ญสุภาบอกว่าปราณี (๒๔๖๓–๒๕๔๐) เป็นนักเขียน คอลัมนิสต์ และนักการเมืองท้องถิ่นที่สนิทกับทายาทราชสกุล ณ เชียงใหม่ ผู้ให้ข้อมูลหลักของหนังสือเล่มนี้คือเจ้าถวิล ณ เชียงใหม่ ซึ่งขณะนั้นอายุ ๙๐ ปี
สมฤทธิ์ ลือชัย (๒๕๕๕) สรุปเรื่องในเพ็ชร์ลานนาไว้ว่า พ.ศ. ๒๔๔๑ เจ้าน้อยอายุ ๑๕ ปีไปเรียนที่มะละแหม่ง พบรักกับแม่ค้าขายบุหรี่ชาวพม่าชื่อมะเมียะ ใน พ.ศ. ๒๔๔๖ พาเธอกลับมาเชียงใหม่ เมื่อเรื่องรู้ไปถึงผู้ใหญ่ เธอต้องกลับไป หนังสือให้เหตุผลว่าเธอเป็นคนในบังคับอังกฤษ อังกฤษอาจใช้เป็นข้ออ้างแทรกแซง และสยามคงไม่พอใจ เรื่องจบที่ฉากลาจากที่ประตูหายยา ซึ่งหนังสือบรรยายว่ามะเมียะสยายผมเช็ดเท้าเจ้าน้อยต่อหน้าผู้คน ก่อนขึ้น จ๊าง ช้างฯ (คำเมืองอ่านว่า จ๊าง) กลับไป หนังสือยังใช้ถ้อยคำว่าการกระทำนั้น "ผิดฮีตฮอยของบรรพบุรุษ" ซึ่ง ฮีตฮอย รีตฯรอฯยฯ (คำเมืองอ่านว่า ฮีตฮอย) คือจารีตประเพณี
สิบหกปีต่อมา ปราณีเขียนหนังสือ ชีวิตรักเจ้าเชียงใหม่ (๒๕๒๓) และเล่าเรื่องนี้อีกครั้ง สมฤทธิ์เทียบสองเล่มแล้วพบว่าเล่มหลังเติมรายละเอียดหลายอย่าง ได้แก่ การปลอมตัวเป็นชายของมะเมียะ การรอสามเดือนแล้วบวชเป็นแม่ชี การที่เจ้าน้อยฝากเงิน ๘๐๐ บาทกับแหวนทับทิมไปให้ และคำเล่าที่อ้างว่ามาจากเจ้าบัวชุมว่าเจ้าน้อยไม่มีความสุขในชีวิตสมรส ตอนจบกลายเป็นว่าเจ้าน้อยตรอมใจตาย ทั้งที่เล่มแรกเขียนว่าท่านอยู่กับเจ้าบัวชุมราบรื่นเจ็ดปีก่อนสิ้นชีวิต สมฤทธิ์ตั้งข้อสังเกตว่าตอนเล่มแรกออก เจ้าบัวชุมยังมีชีวิตอยู่ และตอนเล่มหลังออก เพลงของจรัลกำลังเป็นที่รู้จัก
ทีละข้อ: ชิ้นไหนมีบันทึก ชิ้นไหนเติมภายหลัง
ลองจัดเรื่องด้วยตัวเองก่อน วิดเจ็ตด้านล่างแยกเรื่องออกเป็น ๑๒ ชิ้น แตะกล่องที่คิดว่าใช่ แล้วดูเหตุผลกับที่มา แท็บที่สองแสดงว่าเรื่องเติบโตอย่างไรจาก พ.ศ. ๒๔๔๐ ถึงวันนี้ กด "เทียบ" สองฉบับเพื่อวางคู่กันได้ แท็บที่สามเป็นแผนที่เชียงใหม่กับมะละแหม่ง
อายุ ๑๕ ปี
ตัวเลขนี้มาจากเพ็ชร์ลานนา แต่ถ้าเจ้าน้อยเกิดราว พ.ศ. ๒๔๒๓ อย่างที่คมชัดลึกระบุ และถึงแก่กรรมเมื่ออายุ ๓๓ ปีอย่างที่ราชกิจจานุเบกษาบันทึก ใน พ.ศ. ๒๔๔๑ ท่านควรอายุราว ๑๘ ปี เพ็ญสุภาใช้ตัวเลข ๑๘ ส่วนวรชาติ มีชูบท คำนวณได้ ๑๙ ปี และเห็นว่าโตเกินวัยเรียนหนังสือ (สถาบันปรีดี, ๒๕๖๘)
โรงเรียนเซนต์แพทริก
เพ็ชร์ลานนาบอกเพียงว่าไปเรียนที่มะละแหม่ง ชื่อ โรงเรียนเซนต์แพทริก (St. Patrick's) มาจากผู้ค้นคว้ารุ่นหลัง คือจีริจันทร์ ประทีปะเสน และกลุ่มของธเนศวร์ เจริญเมือง เพราะเป็นโรงเรียนคาทอลิกที่สอนเป็นภาษาอังกฤษ และนักเรียนส่วนใหญ่มาจากครอบครัวมีฐานะ เมื่อสมฤทธิ์ไปถามที่นั่นใน พ.ศ. ๒๕๔๙ โรงเรียนปิดไปนานแล้ว เหลือแต่โบสถ์ บาทหลวงไม่มีข้อมูลนักเรียนคนนี้และไม่เคยได้ยินเรื่องนี้ (สมฤทธิ์, ๒๕๕๕; เพ็ญสุภา, ๒๕๖๔)
ปีที่เล่าในเรื่อง: ๒๔๔๑ ๒๔๔๕ ๒๔๔๖
ปีทั้งสามนี้ (ไปเรียน ๒๔๔๑ พบรัก ๒๔๔๕ กลับเชียงใหม่และแยกกัน ๒๔๔๖) มาจากเรื่องเล่า ไม่มีเอกสารยุคนั้นยืนยัน คมชัดลึก (๒๕๖๑) และสถาบันปรีดี (๒๕๖๘) ใช้ปีชุดเดียวกัน ส่วนเสวนาที่มติชนอคาเดมี (๒๕๖๒) สรุปเรื่องของปราณีว่าเจ้าน้อยไปเรียนใน พ.ศ. ๒๔๔๐ ปีที่ตรวจได้จริงมีเพียงปีในตารางราชกิจจานุเบกษาข้างต้น
การปลอมตัวเป็นชาย
สมฤทธิ์พบว่าเพ็ชร์ลานนา (๒๕๐๗) ไม่ได้เล่าเรื่องปลอมตัว เพิ่งมีในชีวิตรักเจ้าเชียงใหม่ (๒๕๒๓) และเขาถามว่าถ้ามะเมียะตัดผมสั้นเพื่อปลอมตัว อีกไม่กี่เดือนจะมีผมยาวพอสยายเช็ดเท้าได้อย่างไร เพ็ญสุภาแย้งว่าชายมอญและพม่าเมื่อร้อยปีก่อนไว้ผมยาวแล้วโพกผ้า จึงปลอมเป็น ป้อจาย พํอฯชายฯ (คำเมืองอ่านว่า ป้อจาย) ได้โดยไม่ต้องตัดผม ทั้งสองข้อเป็นการตีความ ไม่ใช่หลักฐาน
สยายผมที่ประตูหายยา
ฉากนี้อยู่ในเพ็ชร์ลานนาตั้งแต่ฉบับแรก ปะตู๋ ปตู (คำเมืองอ่านว่า ปะตู๋) หายยาอยู่บนกำแพงดินชั้นนอกทางทิศใต้ของเมือง เป็นทางออกไปทางใต้ แต่ยังไม่มีบันทึกอื่นของฉากนี้ สมฤทธิ์เคยถามคุณยายชาวเชียงใหม่วัยแปดสิบกว่าที่อยู่แถวข่วงสิงห์ ซึ่งไม่เคยได้ยินเรื่องนี้เลย วรชาติเสนอว่าผู้เขียนอาจยืมภาพนี้มาจากเรื่องที่พระราชชายา เจ้าดารารัศมี สยายพระเกศาเช็ดพระบาทรัชกาลที่ ๕ ใน พ.ศ. ๒๔๕๑ ส่วนเพ็ญสุภาเห็นว่าเป็นธรรมเนียมแสดงความเคารพสูงสุดของหญิงมอญ ซึ่งอาจบอกว่าหญิงคนนี้เป็นชาวมอญ (เพ็ญสุภา, ๒๕๖๔)

มะเมียะบวชเป็นแม่ชี
เรื่องที่มะเมียะบวชเป็น แม่ชี แม่ชี (คำเมืองอ่านว่า แม่ชี) และสิ้นชีวิตใน พ.ศ. ๒๕๐๕ มาจากหนังสือเล่มหลังของปราณี เพ็ญสุภาอ้างพิเชษฐ ซึ่งสัมภาษณ์ภรรยาของเจ้าสมบูรณ์ ณ เชียงใหม่ ว่าเจ้าสมบูรณ์เคยพบแม่ชีชาวพม่าที่ฝากความระลึกถึงมายังเจ้าทิพวัน และเชื่อว่าเจ้าทิพวันกับพระองค์เจ้าบวรเดชเคยไปเยี่ยมแม่ชี แต่ปีที่ไปยังสับสนระหว่าง ๒๔๕๒ กับ ๒๔๕๘
ฝั่งมะละแหม่ง สมฤทธิ์ไปตามหาใน พ.ศ. ๒๕๔๙ ที่วัด เจดีย์ไจ้ตะหลั่น ซึ่งเรื่องเล่าว่าเป็นที่ทั้งคู่ สาบาน สาบาฯนฯ (คำเมืองอ่านว่า สาบาน) รักกัน มีแม่ชีชื่อปาระมีในอดีตจริง แต่หญิงที่เคยดูแลท่านบอกว่าท่านบวชตั้งแต่เด็ก ส่วนแม่ชีอีกท่านที่สำนักแม่ชีเขมาติริ สมฤทธิ์ชี้ว่าผู้ให้ข้อมูลล้วนเคยพบคณะค้นคว้าชาวไทยมาก่อน เรื่องที่ได้จึงอาจมาจากผู้มาเยือนเอง ที่ตลาดเก่าและร้านบุหรี่เก่าแก่ของเมืองก็ไม่มีใครรู้จักแม่ค้าชื่อมะเมียะ

กู่ทรงพม่าที่วัดสวนดอก
ในบริเวณ กู่เจ้านายฝ่ายเหนือ กู่เจั้านาฯยฯฝ่ายฯเหินฯอฯอ (คำเมืองอ่านว่า กู่เจ้านายฝ่ายเหนือ) ที่วัดสวนดอก ซึ่งพจนานุกรมบันทึกว่าพระราชชายา เจ้าดารารัศมี ย้ายมาไว้ที่นี่ มีกู่ของเจ้าน้อยศุขเกษม และมีกู่เล็กอีกหลังหนึ่งรูปทรงคล้ายศิลปะพม่า ราวยี่สิบปีก่อน ธเนศวร์ เจริญเมือง ตั้งคำถามว่าอาจเป็นกู่ของมะเมียะ ต่อมาสมฤทธิ์ ลือชัย ตรวจกู่หลังนั้นแล้วพบว่าเป็นกู่ของ เจ้าแม่ทิพสม ธิดาของเจ้าราชบุตร (เจ้าหนานธนัญไชย) ไม่ใช่ของมะเมียะ เขาเล่าผลนี้ในเสวนาที่มติชนอคาเดมี (๒๕๖๒) และเพ็ญสุภา (๒๕๖๔) ก็ยืนยัน พร้อมขอให้มัคคุเทศก์ช่วยเล่าให้ถูก
ชื่อ "มะเมียะ" และ "บุหรี่"
เพ็ญสุภาเห็นว่าไม่มีใครรู้ชื่อจริงของหญิงสาวคนนี้ ปราณีจึงต้องตั้งชื่อให้ คำว่า เมียะ เป็นคำมอญแปลว่ามรกต และปราณีได้ชื่อนี้มาจากหญิง ไต ไท (คำเมืองอ่านว่า ไต ชื่อที่ชาวไทใหญ่เรียกตัวเอง) คนหนึ่งที่อยู่แถววัดป่าเป้า เชียงใหม่ ส่วนอาชีพแม่ค้าขายบุหรี่ คนในเรื่องเล่ามักเรียกบุหรี่แบบนี้ว่า มูลีขี้โย มูลีขี้โอยฯ (คำเมืองอ่านว่า มูลีขี้โย) พจนานุกรมอธิบายว่าเป็นบุหรี่มวนด้วยใบตองอ่อนนาบ มวนใหญ่และยาว โรยด้วยขี้โย สมฤทธิ์ชี้ว่าการมวนบุหรี่เป็นงานที่ผู้หญิงพม่าทำกันทั่วไปในยุคนั้น จึงใช้ระบุตัวคนไม่ได้
"ตรอมใจตาย" กับสิ่งที่บันทึกไว้
เพลงและหนังสือเล่มหลังเล่าว่าเจ้าน้อยตรอมใจตาย ราชกิจจานุเบกษาบันทึกว่าท่านป่วยเป็นโรคเส้นประสาท หนังสือของกระทรวงมหาดไทยที่เพ็ญสุภายกมาก็ระบุว่าป่วยเรื้อรังมานาน เรื่องที่มีผู้เล่ากันว่าคำ สาบาน ที่เจดีย์ทำให้ผู้ผิดสัญญาอายุสั้น คมชัดลึก (๒๕๖๑) เองก็ระบุว่าเป็นความเชื่อ ไม่ใช่ข้อเท็จจริง และเช่นเดียวกับความเชื่อที่ว่าเพลงนี้เป็นเพลงอาถรรพ์ ซึ่งเราเล่าไว้ใน บทความเพลงมะเมี๊ยะ
มีภาพถ่ายของมะเมียะไหม
ยังไม่มีภาพถ่ายที่ยืนยันได้ว่าเป็นมะเมียะ สมฤทธิ์ไปมะละแหม่งด้วยความหวังว่าจะพบภาพของเธอแม้ในวัยชรา แต่ไม่พบ สำนักแม่ชีที่บอกว่ามีภาพของแม่ชีด่อเมี๊ยะก็หาภาพไม่เจอ ภาพที่ได้มามีเพียงภาพวาดของแม่ชีปาระมี ซึ่งคณะถ่ายทำสารคดีให้ช่างวาดตามคำบอกเล่าใน พ.ศ. ๒๕๔๙ และต่อมาก็พบว่าแม่ชีท่านนั้นบวชตั้งแต่เด็ก (สมฤทธิ์, ๒๕๕๕; ศิลปวัฒนธรรม, ๒๕๖๖) ภาพเก่าที่เห็นบ่อยคู่กับเรื่องนี้คือภาพเจ้าน้อยศุขเกษมกับเจ้าบัวชุม ซึ่งศิลปวัฒนธรรมและสถาบันปรีดีระบุว่ามาจากหอจดหมายเหตุแห่งชาติ
เพลงของจรัล (๒๕๒๔): เลือกเล่าอะไร
เพลง มะเมี๊ยะ ของจรัล มโนเพ็ชร ขับร้องโดยสุนทรี เวชานนท์ อยู่ในอัลบั้ม โฟล์คซองคำเมือง ลูกข้าวนึ่ง (๒๕๒๔) ส่วนสมฤทธิ์ระบุปีของเพลงว่า ๒๕๒๐ เพลงเลือกเล่าเฉพาะแก่นของเรื่อง คืออายุ ๑๕ ปี แม่ค้าชาวพม่า การปลอมตัว การสยายผมลา เจ้าชายตรอมใจ และการบวชชี เหตุผลที่ทั้งคู่ต้องแยกกันในเพลงไม่ใช่การเมือง แต่เป็นชาติกำเนิดและจารีต
ปลอมเป๋นป้อจายหนีตามมา — มะเมี๊ยะ, คำร้อง/ทำนอง: จรัล มโนเพ็ชร
แต่สุดตี้ฮักเป๋นพม่า — มะเมี๊ยะ, คำร้อง/ทำนอง: จรัล มโนเพ็ชร
งานวิจัยของเอื้อมพร ทิพย์เดช และสิริวรรณ นันทจันทูล (๒๕๖๖) อ่านวรรคหลังว่าเพลงใช้คำว่า "แต่" เทียบฐานะของคนสองคน เพลงจึงเป็นการเลือกเล่าของศิลปิน ไม่ใช่การยืนยันประวัติศาสตร์ บทเรียนคำเมืองทีละคำในเพลงอ่านได้ที่ มะเมี๊ยะ: เรียนคำเมืองจากเพลงของจรัล มโนเพ็ชร
หลังเพลงดัง เรื่องนี้ยังเป็นละครโทรทัศน์ใน พ.ศ. ๒๕๓๗ นำแสดงโดยสุวนันท์ คงยิ่ง และศรราม เทพพิทักษ์ (สมฤทธิ์, ๒๕๕๕; สถาบันปรีดี, ๒๕๖๘) ช่วงครบรอบร้อยปีราว ๒๕๔๖ มีละครเวทีของจีริจันทร์ ประทีปะเสน และหนังสือของธเนศวร์ และใน พ.ศ. ๒๕๖๒ มีละครเพลงที่กาดเธียเตอร์ เชียงใหม่ (สถาบันปรีดี, ๒๕๖๘; เพ็ญสุภา, ๒๕๖๔) แต่ละฉบับเติมหรือเปลี่ยนอะไร ดูได้ในแท็บ "เรื่องเติบโตอย่างไร" ของวิดเจ็ตด้านบน
หม่องเมี๊ยะ: เรื่องแต่งใหม่ที่จินตนาการจากอีกมุม
เพลงหม่องเมี๊ยะ (พ.ศ. ๒๕๖๙) เผยแพร่ที่ OverNormal ในนามศิลปิน TMXX ซึ่งเป็นอีกนามหนึ่งของ Toni Maxx เพลงตั้งคำถามแบบเรื่องแต่งว่า ถ้าเรื่องที่ทุกคนจำได้ถูกเล่าผิดมาตั้งแต่ต้นล่ะ ชื่อเพลงเล่นกับคำว่า หม่อง ห่มฯอฯง (คำเมืองอ่านว่า หม่อง) ซึ่งพจนานุกรมให้ความหมายว่า คำนำหน้าชื่อชายชาวพม่า
จากเนื้อร้อง เพลงเล่าผ่านเสียงของ "หม่องเมี๊ยะ" ชายชาวพม่าที่เป็นช่างวาดภาพ เขาบอกว่าตนไม่ใช่หญิงสาวชื่อหมะเมี๊ยะ และไม่เคยขายบุหรี่ขี้โย ม้วนกระดาษภาพวาดของเขาถูกเล่าใหม่ให้เป็นมวนยาสูบ หีบไม้ในเรื่องซ่อนภาพวาดความรักระหว่างเขากับเจ้าน้อยศุขเกษม และในเรื่องแต่งนี้ คุ้ม ฅุ้ม (คำเมืองอ่านว่า คุ้ม บ้านของเจ้านายฝ่ายเหนือ) เป็นผู้ตัดคำว่า "หม่อง" ออกให้เหลือเพียง "หมะเมี๊ยะ" ฉากสยายผมที่ประตูเมืองถูกเล่าใหม่ว่าเป็นตัวเขาเอง ที่ชาวเมืองมองจากที่ไกลแล้วคิดว่าเป็นหญิงสาว ตอนท้าย เขากลับไปพม่า บวชเป็นพระ และวาดภาพเจ้าน้อยไว้บนฝาผนังวิหาร
ตัวละครในเพลงทุกตัว รวมทั้งคุ้มหลวงที่ปิดบังความจริง เป็นส่วนหนึ่งของเรื่องแต่ง เพลงนี้จึงอ่านคู่กับบทความนี้ได้ในฐานะ อีกฉบับหนึ่งของต่ำนาน ที่ผู้แต่งสร้างขึ้นใหม่ เหมือนที่หนังสือ เพลง และละครแต่ละรุ่นเคยเล่าเรื่องนี้ใหม่ในแบบของตน
🎧 ฟังเพลง: overnormal.com/play/mong-mia
เนื้อเพลงเต็ม: หม่องเมี๊ยะ (เรื่องแต่ง)
หม่องเมี๊ยะ
คำร้องและเรื่อง: Toni Maxx (จรุส สุนทรสิงห์) · ศิลปิน: TMXX · OverNormal (๒๕๖๙)
เรื่องแต่งที่จินตนาการเรื่องเล่าจากอีกมุม ไม่ใช่ประวัติศาสตร์
ประวัติศาสตร์ที่พวกท่านจดจำ... คือคำลวงของคุ้มหลวง
ข้าไม่ใช่หญิงสาวนามว่า 'หมะเมี๊ยะ' และไม่เคยขายบุหรี่ขี้โย
ม้วนกระดาษวาดภาพของข้า ถูกบิดเบือนเป็นมวนยาสูบเพื่อเหยียดหยาม
และหีบไม้ยักษ์ใบนั้น... ไม่ได้ซ่อนร่างของข้า
แต่มันซ่อนภาพวาดแห่งความรักต้องห้าม... ของข้ากับเจ้าน้อยศุขเกษม...
หม่องเมี๊ยะวาดภาพเจ้าน้อยงามสง่า
ซ่อนรักสองชายใต้แสงดารา
สองเราบรรเลงเพลงพิณสุดล้ำค่า
ผูกพันหัวใจไว้ในพนา
เก็บภาพวาดซ่อนไว้ในหีบสีทอง
ปิดบังความลับไม่ให้ใครมอง
หวังเพียงสองเราได้เคียงคู่ครอง
ไม่มีผู้ใดมาพรากให้หมอง
สยายผมยาวเช็ดฝ่าเท้าเจียนตาย
คุ้มหลวงสั่งลบชื่อข้าจนสูญหาย
เปลี่ยนม้วนภาพวาดเป็นยาสูบทำลาย
จบสิ้นรักแท้ของสองเราผู้ชาย
เมื่อหีบไม้ถูกงัดออก... ความจริงของสองบุรุษก็ปรากฏ
เพื่อรักษาหน้าตาและสายเลือด พวกเขาจึงแต่งนิทานหลอกชาวเมือง
ตัดคำว่า 'หม่อง' ทิ้งไป ให้เหลือเพียง 'หมะเมี๊ยะ'
เปลี่ยนศิลปินชาวพะม่า... ให้กลายเป็นเพียงแม่ค้าเร่ริมทาง!
เมื่อความลับแตกสลายคุ้มหลวงข่มขู่
สั่งแยกสองเราไม่ให้เชิดชู
เหยียดหยามศิลปินให้คนลบหลู่
หลอกลวงชาวเมืองที่เฝ้าคอยดู
เก็บภาพวาดซ่อนไว้ในหีบสีทอง
ปิดบังความลับไม่ให้ใครมอง
หวังเพียงสองเราได้เคียงคู่ครอง
ไม่มีผู้ใดมาพรากให้หมอง
สยายผมยาวเช็ดฝ่าเท้าเจียนตาย
คุ้มหลวงสั่งลบชื่อข้าจนสูญหาย
เปลี่ยนม้วนภาพวาดเป็นยาสูบทำลาย
จบสิ้นรักแท้ของสองเราผู้ชาย
"ที่หน้าประตูเมืองเชียงใหม่... ข้าปล่อยผมยาวสยาย... อย่างที่ชายช่างวาดรูปเขาไว้กัน..."
ข้าก้มลงกราบ... ใช้น้ำตาและเส้นผมล้างธุลีที่ฝ่าเท้าท่าน...
ชาวเมืองที่มองจากที่ไกล... ต่างหลงเชื่อว่านั่นคือหญิงสาวที่กำลังร่ำไห้...
"เจ้าน้อย... พวกเขาพรากแม้กระทั่งตัวตนของข้า..."
ความจริงถูกฝังในหน้าประวัติศาสตร์ที่หลบลี้ลับ
น้ำตาเจ้าน้อยรินไหลจนชีพดับ
ภาพวาดถูกเผามอดไหม้พังยับ
ความรักสองเราไม่มีวันกลับ
หวนคืนพะม่าบวชเป็นพระหนีผู้คน
วาดภาพเจ้าน้อยซ่อนในวิหารฝืนทน
คนหาแม่ชีเท่าไรจึงไม่เจอสักหน
เพราะข้าคือชายผู้เก็บรักเปี่ยมล้น
สะหยายผมยาวเช็ดฝ่าเท้าเจียนตาย
คุ้มหลวงสั่งลบชื่อข้าจนสูญหาย
เปลี่ยนม้วนภาพวาดเป็นยาสูบทำลาย
จบสิ้นรักแท้ของสองเราผู้ชาย
ตำนานลวงหลอกถูกจดจำนานนับปี
เจ้าน้อยสิ้นลมด้วยใจที่ภักดี
พระหม่องเมี๊ยะวาดฝาผนังซ่อนท่วงที
ปิดบังความรักของสองชายบนโลกใบนี้
"โลกใบนี้... อาจจดจำตำนานของแม่หญิงขายบุหรี่ผู้โชคร้าย..."
"แต่ในวิหารอันเงียบงันแห่งนี้... มีเพียงพระแก่ๆ... ที่เฝ้าสัมผัสรอยยิ้มของท่านบนฝาผนัง..."
"หากชาติหน้ามีจริง... ขอให้เราได้เกิดมาในกาลเวลาที่... ความรักของเราสองคน... ไม่ใช่ความอัปยศ"
"หลับให้สะบายเถิดเจ้าน้อย..."
"ข้าคือหม่องเมี๊ยะ... ชายผู้รักท่านหมดหัวใจ .. และจนหมดลมหายใจ "
เนื้อเพลงคัดตามต้นฉบับของผู้แต่ง ตัดป้ายกำกับท่อนเพลงออกเท่านั้น เพลงนี้เขียนว่า หมะเมี๊ยะ และ พะม่า ตามแบบของผู้แต่ง
เข้าใจผิดบ่อย: แหล่งข้อมูลบอกอะไร
เรื่องนี้ถูกเล่าซ้ำจนบางรายละเอียดดูเหมือนข้อเท็จจริง ข้างล่างคือประโยคที่ได้ยินบ่อย กับสิ่งที่แหล่งข้อมูลในบทความนี้บอก
"เจ้าน้อยเป็นลูกเจ้าอุปราช และจะได้เป็นเจ้าหลวงคนต่อไป"
ราชกิจจานุเบกษาบันทึกว่าในช่วงปีของเรื่อง บิดาของท่านเป็นเจ้าราชวงศ์ และได้เป็นเจ้าอุปราชใน ร.ศ. ๑๒๓ ส่วนเจ้าน้อยได้บรรดาศักดิ์เจ้าอุตรการโกศล ซึ่งไม่อยู่ในเจ้าขันตังห้า สมฤทธิ์และธเนศวร์จึงเห็นว่าเหตุผลเรื่องการสืบตำแหน่งเจ้าเมืองมีน้ำหนักน้อย
"ต้องแยกกันเพราะอังกฤษจะยึดเชียงใหม่"
ธเนศวร์และสมฤทธิ์ชี้ว่าเจ้าอินทนนท์ น้องชายของเจ้าน้อย สมรสกับเจ้าสุคันธาจากเชียงตุงซึ่งอยู่ใต้อังกฤษเช่นกัน โดยไม่เป็นปัญหา ทั้งสองจึงเห็นว่าเรื่องฐานะและชาติกำเนิดน่าจะสำคัญกว่าการเมือง เพ็ญสุภาเห็นด้วยว่าอาจเป็นเรื่องฐานะ และตั้งข้อสังเกตเพิ่มว่าคนเชียงใหม่สมัยนั้นอาจมองเชียงตุงเป็นพี่น้องมากกว่ามะละแหม่ง แต่วรชาติเห็นว่าการสมรสกับคนต่างชาติเป็นเรื่องใหญ่ในสมัยนั้นจริง เพียงยังไม่พบรายงานของข้าหลวงที่บันทึกเรื่องนี้
"กู่ทรงพม่าที่วัดสวนดอกคือกู่ของมะเมียะ"
ผลตรวจของสมฤทธิ์ระบุว่าเป็นกู่ของเจ้าแม่ทิพสม ธิดาเจ้าราชบุตร (หนานธนัญไชย)
"มะเมียะเป็นชาวพม่าแน่นอน"
เพลงและหนังสือเรียกเธอว่าสาวพม่า แต่เพ็ญสุภาเสนอว่าเธออาจเป็นชาวมอญ เพราะชาวมะละแหม่งส่วนใหญ่เป็นมอญ และธรรมเนียมสยายผมเป็นของหญิงมอญ ส่วนแม่ชีที่ผู้ค้นคว้าไปพบ เจ้าอาวาสบอกต่างกันในแต่ละครั้ง ทั้งไทใหญ่และกะเหรี่ยง เรื่องชาติพันธุ์ของเธอจึงยังตอบไม่ได้ ในคำเมือง คนเรียกชาวพม่าว่า ม่าน ม่านฯ (คำเมืองอ่านว่า ม่าน)
"นักวิชาการลงความเห็นแล้วว่าเป็นเรื่องแต่งทั้งหมด"
ยังไม่มีข้อยุติ สมฤทธิ์ (๒๕๕๕) สรุปว่าทั้งสองมีตัวตนและเรื่องรักมีจริง แต่ความยิ่งใหญ่ของเรื่องไม่จริง ต่อมาในเสวนา ๒๕๖๒ เขาเรียกเรื่องนี้ว่านิยายอิงประวัติศาสตร์ ส่วนเพ็ญสุภา (๒๕๖๔) เห็นว่ามีเค้าความจริงอยู่มาก และสถาบันปรีดี (๒๕๖๘) สรุปว่าเรื่องนี้ยืนอยู่ระหว่างเรื่องจริงกับเรื่องแต่ง
ในคำเมือง เล่า เลั่า (คำเมืองอ่านว่า เล่า) มีความหมายหนึ่งว่า ลือ แพร่ข่าว เรื่องของมะเมียะคือตัวอย่างที่ดีว่าเรื่องที่ถูกเล่าต่อกันหลายทอด ค่อย ๆ เปลี่ยนรูปไปได้อย่างไร
ลองทบทวนด้วยคำถาม ๘ ข้อ ทุกข้อเฉลยพร้อมที่มา
สรุป
- เจ้าน้อยศุขเกษม มีตัวตนจริง ราชกิจจานุเบกษาบันทึกบรรดาศักดิ์เจ้าอุตรการโกศล (พ.ศ. ๒๔๕๔) และการถึงแก่กรรมเมื่ออายุ ๓๓ ปีด้วยอาการป่วย (มีนาคม ๒๔๕๖ นับแบบเดิม)
- เรื่องของ มะเมียะ เริ่มจากหนังสือ เพ็ชร์ลานนา (๒๕๐๗) และถูกเติมในหนังสือเล่มหลัง (๒๕๒๓) เพลง (๒๕๒๔) และงานค้นคว้าราวครบรอบร้อยปี
- ชื่อโรงเรียนเซนต์แพทริก การปลอมตัว การตรอมใจตาย และกู่ที่วัดสวนดอก เป็นรายละเอียดที่มาทีหลัง และกู่นั้นพบว่าเป็นของเจ้าแม่ทิพสม
- ผู้ค้นคว้ายังเห็นต่างกันว่าหญิงจากมะละแหม่งมีตัวจริงแค่ไหน เราจึงไม่ตัดสินแทนผู้อ่าน
- เพลง หม่องเมี๊ยะ ของ Toni Maxx เป็นเรื่องแต่งใหม่ที่จินตนาการจากอีกมุม ไม่ใช่ประวัติศาสตร์
ค้นคำในเรื่องนี้เพิ่มได้ใน ต่ำนาน หม่อง และ มูลีขี้โย แล้วอ่านคำเมืองในเพลงของจรัลต่อที่ มะเมี๊ยะ: เรียนคำเมืองจากเพลงของจรัล มโนเพ็ชร
📚 อ่านเรื่องล้านนาทั้งหมด: ล้านนา: ชื่อนี้มาจากไหน และ ๗๐๐ ปีของแผ่นดินล้านนา · ยุคไม้สักและมะละแหม่ง: ล้านนากับอังกฤษ · เจ้านายฝ่ายเหนือยุคเดียวกัน: เจ้าดารารัศมี
ลิขสิทธิ์และการให้เกียรติเจ้าของผลงาน
| รายการ | รายละเอียด |
|---|---|
| เพลงที่ยกมาบางวรรค | มะเมี๊ยะ · คำร้องและทำนอง: จรัล มโนเพ็ชร · ขับร้อง: สุนทรี เวชานนท์ (อัลบั้ม ลูกข้าวนึ่ง, พ.ศ. ๒๕๒๔) |
| หนังสือที่ยกถ้อยคำสั้น ๆ | ปราณี ศิริธร ณ พัทลุง, เพ็ชร์ลานนา (๒๕๐๗) ตามที่สมฤทธิ์ ลือชัย ยกไว้ |
| เพลงที่ลงเนื้อเต็ม | หม่องเมี๊ยะ · คำร้องและเรื่อง: Toni Maxx (จรุส สุนทรสิงห์) · ศิลปิน: TMXX · OverNormal (พ.ศ. ๒๕๖๙) ลงเนื้อเพลงเต็มโดยได้รับอนุญาตจากผู้แต่ง |
| สถานะ | เพลงมะเมี๊ยะและหนังสือมีลิขสิทธิ์ เป็นของผู้ประพันธ์ ผู้จัดพิมพ์ และค่ายเพลงตามลำดับ |
บทความนี้จัดทำเพื่อการเรียนรู้ภาษาและวัฒนธรรมล้านนา โดยมรดกล้านนา ซึ่งเป็นเว็บไซต์ไม่แสวงหากำไร ไม่ใช่การดัดแปลง แปล หรือเผยแพร่บทเพลงฉบับใหม่ของเพลงมะเมี๊ยะ เราอ้างเนื้อร้องเพียงบางวรรคสั้น ๆ พร้อมระบุที่มา เพื่อการศึกษา วิจารณ์ และแนะนำผลงาน ตามหลักการใช้งานโดยชอบธรรม (พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ มาตรา ๓๒) คำอธิบายศัพท์ทั้งหมดมาจากพจนานุกรมและแหล่งที่ระบุไว้
ขอขอบคุณและให้เกียรติแก่ผู้ประพันธ์ ผู้ขับร้อง ผู้เขียน และผู้ถือสิทธิ์ทุกท่าน หากเจ้าของสิทธิ์ประสงค์ให้ปรับแก้หรือนำส่วนใดออก โปรดแจ้งที่ moradoklanna@gmail.com เรายินดีดำเนินการโดยเร็ว
แหล่งอ้างอิง
- พจนานุกรมมรดกล้านนา: ต่ำนาน · เจ้าขันตังห้า · หม่อง · มูลีขี้โย · กู่เจ้านายฝ่ายเหนือ · คุ้ม · เจ้าหลวง · ม่าน · แม่ชี · งัวต่าง · ฮีตฮอย
- ราชกิจจานุเบกษา. (ร.ศ. ๑๑๖). ส่งสัญญาบัตรไปพระราชทาน. เล่ม ๑๔ หน้า ๗๙๖
- ราชกิจจานุเบกษา. (ร.ศ. ๑๒๓). ส่งสัญญาบัตรขุนนางไปพระราชทาน. เล่ม ๒๑ หน้า ๙๓๒
- ราชกิจจานุเบกษา. (ร.ศ. ๑๓๐). ตั้งแลเลื่อนบรรดาศักดิ์. เล่ม ๒๘ หน้า ๑๙๕๗
- ราชกิจจานุเบกษา. (๒๙ มีนาคม ๒๔๕๖). ข่าวตาย. เล่ม ๓๐ หน้า ๓๐๘๐
- สมฤทธิ์ ลือชัย. (๒๕๕๕). มะเมี๊ยะ: เรื่องเก่าที่ต้องมองใหม่ เรื่องจริงหรือนิยายอิงประวัติศาสตร์?. ศิลปวัฒนธรรม ฉบับธันวาคม ๒๕๕๕
- มติชนอคาเดมี. (๒๕๖๒). 'มะเมียะ' มีตัวตนหรือเรื่องแต่ง? 'สมฤทธิ์ ลือชัย' ตอบในเสวนา 'เบื้องหลังเรื่องรักของมะเมียะ'
- กองบรรณาธิการศิลปวัฒนธรรม. (๒๕๖๖). "มะเมียะ-ศุขเกษม" โรมิโอ-จูเลียต แห่งลุ่มน้ำสาละวิน เรื่องจริงหรืออิงนิยาย?. ศิลปวัฒนธรรม
- เพ็ญสุภา สุขคตะ. (๒๕๖๔). 'มะเมียะ' ยังมีตัวตนอยู่จริงไหม? เมื่อถอดเรื่องราวดราม่าออก ตอน (๑) (๒) (๓) (จบ). มติชนสุดสัปดาห์ คอลัมน์ปริศนาโบราณคดี
- กวินพร เจริญศรี. (๒๐ เมษายน ๒๕๖๘). ๑๒๒ ปี จาก "มะเมียะ-ศุขเกษม" สู่ "กมล". สถาบันปรีดี พนมยงค์
- ธันยชนก อินทะรังษี. (๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗). มะเมียะ: เรื่องราวรักร้าวของเจ้าชายล้านนา. LANNER
- คมชัดลึก. (๒๐ มีนาคม ๒๕๖๑). 20 มี.ค.2456 สิ้นเจ้าอุตรการโกศล กับคำสาบานรักสุดสะพรึง!. วันนี้ในอดีต
- ชัยวัฒน์ ปะสุนะ. (๒๕๖๕). Moulmein: A Seaport and Administrative Center of the British Colony in Burma, 1826–1852. RTNA Journal of Social Sciences, Humanities and Education ๙(๑)
- เอื้อมพร ทิพย์เดช และสิริวรรณ นันทจันทูล. (๒๕๖๖). ภาพแทนคนเมืองในบทเพลงของจรัล มโนเพ็ชร. วารสารวิชาการมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ ๑๐(๑)
- Toni Maxx (จรุส สุนทรสิงห์), ศิลปิน TMXX. (๒๕๖๙). หม่องเมี๊ยะ. OverNormal (เรื่องแต่ง)
- วิกิพีเดีย. เจ้าอุตรการโกศล (ศุขเกษม ณ เชียงใหม่) และ เจ้าแก้วนวรัฐ (ใช้เป็นข้อมูลนำทางไปยังหน้าราชกิจจานุเบกษา ตรวจกับต้นฉบับแล้ว)
ฝึกคำจากบทความนี้
ลองเล่นบัตรคำ 21 คำจากบทความนี้ จำคำล้านนาให้แม่นขึ้น
ค้นหาคำว่า "ต่ำนาน" ในพจนานุกรมมรดกล้านนา
🎯 ทดสอบคำในบทความนี้ทายคำล้านนาจากบทความ 21 คำ จำได้แค่ไหน?


