มรดกล้านนา

🌐 Read in English

เท้าเล็ก ๆ สองข้างของทารกแรกเกิดโผล่ออกมาจากผ้าห่มสีขาวนุ่ม

ภาพ: Marcel Fagin / Unsplash

ใส่จื้อ: ตั้งชื่อลูกแบบคนเมือง จ๊ะต๋า ตั๋วเปิ้ง และชื่อปู่ย่า

การตั้งชื่อ ในคำเมืองเรียกว่า ใส่จื้อ ไส่ชื่ (คำเมืองอ่านว่า ใส่จื้อ) พจนานุกรมมรดกล้านนาให้ความหมายว่า ตั้งชื่อ ขนานนาม และลงชื่อในบัญชี ชื่อของคนเมืองรุ่นปู่ย่าบอกอะไรได้หลายอย่าง ทั้งเวลาที่เกิด ลำดับในครอบครัว การเคยบวชเรียน ไปจนถึงชื่อของบรรพบุรุษที่ฝังอยู่ในนามสกุล

บทความนี้พาไปรู้จักคำเมืองเรื่องชื่อ ใบลานบันทึกเวลาเกิด สัตว์ประจำปีเกิด และคำนำหน้าชื่อแบบล้านนา พร้อมบอกตรง ๆ ว่าเรื่องไหนยังหาหลักฐานที่ตีพิมพ์ไม่พบ

ไส่ชื่
ใส่จื้อ
ก.ตั้งชื่อ,ขนานนาม,ลงชื่อในบัญชี
ดูในพจนานุกรมมรดกล้านนา →

จื้อ ใส่จื้อ จ๋ดจื้อ: คำเมืองเรื่องชื่อ

ชื่อ ในคำเมืองคือ จื้อ ชื่ (คำเมืองอ่านว่า จื้อ) เสียง ช ในภาษาไทยกลางกลายเป็นเสียง จ แบบเดียวกับ เชียงใหม่ ที่คนเมืองพูดว่า เจียงใหม่ อ่านกฎเสียงนี้ได้ที่ ช เป็น จ ในคำเมือง

จาก จื้อ คำเดียว แตกออกเป็นคำที่ใช้ในชีวิตประจำวันได้อีกหลายคำ

คำเมือง ความหมายตามพจนานุกรม
ใส่จื้อ ตั้งชื่อ ขนานนาม ลงชื่อในบัญชี
ใส่จื้อว่า… ไส่ชื่ว่าฯ... ตั้งชื่อว่า…
จ๋ดจื้อ จ฿ดฯชื่ เขียนชื่อ

สังเกตว่า ใส่จื้อ ใช้ได้ทั้งตอนตั้งชื่อให้เด็ก และตอนลงชื่อในบัญชี ส่วน จ๋ดจื้อ คือการเขียนชื่อลงไป

อยากรู้ว่าคำที่จะใช้ตั้งชื่อ เขียนเป็นตั๋วเมืองอย่างไร ลองพิมพ์ดูในเครื่องมือนี้ ถ้าคำนั้นยังไม่มีในพจนานุกรม เครื่องมือจะบอกตรง ๆ ไม่เดาตัวสะกดให้

จ๊ะต๋า: ใบลานบันทึกเวลาเกิด

ก่อนจะมีสูติบัตรของทางราชการ คนล้านนามี จ๊ะต๋า ชตา (คำเมืองอ่านว่า จ๊ะต๋า) พจนานุกรมอธิบายว่าเป็น "หลักฐานบันทึก เวลา วัน เดือน ปี เกิด นิยมใช้เหล็กจารใบลานแล้วม้วนเก็บไว้" คำเดียวกันยังหมายถึง ชะตา หรือดวงชะตาที่โหรคำนวณจากเวลาเกิดด้วย

ใบลาน ไบลานฯ (คำเมืองอ่านว่า ใบลาน) จึงไม่ได้ใช้จารแค่คัมภีร์ธรรม แต่ยังเก็บเวลาเกิดของคนคนหนึ่งไว้ตลอดชีวิต

มือคนถือคัมภีร์ใบลานผูกยาวที่วัดกู่แดง มีกองคัมภีร์ใบลานวางอยู่ด้านหลัง
คัมภีร์ใบลานที่วัดกู่แดง จ๊ะต๋าบันทึกเวลาเกิดก็จารลงบนใบลานแบบเดียวกันแล้วม้วนเก็บไว้ (ภาพนี้เป็นคัมภีร์ ไม่ใช่จ๊ะต๋า)
ภาพ: Lannafolium / Wikimedia Commons (CC0)

วันเกิดแบบล้านนายังมีชื่อเฉพาะของมันเอง คือชื่อวันในสัปดาห์ที่เรียกว่าวันเม็ง และชื่อวันในรอบ ๖๐ วันที่เรียกว่าวันไท ลองหาวันไทและวันเม็งของวันเกิดคุณได้ที่ วันไทวันเกิด และดูของทุกวันได้ในปฏิทินล้านนาของมรดกล้านนา

💡 เกร็ดความรู้
จ๊ะต๋า กับ จ๋าเติ้ก เป็นคนละคำกัน พจนานุกรมอธิบายว่า จ๋าเติ้ก จาเทิกฯ (คำเมืองอ่านว่า จ๋าเติ้ก) ใช้ได้หลายความหมาย หนึ่งในนั้นคือใบลานที่พระอุปัชฌาย์จารวันเดือนปีที่บวช และฉายาที่ตั้งให้สามเณร เก็บไว้ติดตัวเหมือนหนังสือสุทธิในปัจจุบัน

ตั๋วเปิ้ง: สัตว์ประจำปีเกิด

คนเมืองเรียกสัตว์ประจำปีเกิดว่า ตั๋วเปิ้ง ต฿วฯเพิ่งฯ (คำเมืองอ่านว่า ตั๋วเปิ้ง) และเรียกปีนักษัตรว่า ปี๋ตั๋วเปิ้ง ปีต฿วฯเพิ่งฯ (คำเมืองอ่านว่า ปี๋ตั๋วเปิ้ง) พจนานุกรมบอกว่าคนไทยสมัยก่อนมักจำปีเกิดเป็นปีนักษัตร มากกว่าจำเป็นตัวเลข

จุดที่ต้องระวังคือวันขึ้นปีใหม่ พจนานุกรมอธิบายว่าปีนักษัตรเปลี่ยนที่วันพญาวัน ไม่ใช่วันที่ ๑ มกราคม และยกตัวอย่างปี พ.ศ. ๒๕๖๕ ว่าเด็กที่เกิดหลังเวลาขึ้นปีใหม่ในวันพญาวันถือ เสือ เป็นตั๋วเปิ้ง ส่วนเด็กที่เกิดก่อนหน้านั้นยังเป็นปีวัว อ่านเรื่องวันพญาวันได้ที่ วันพญาวัน

ชื่อปีทั้ง ๑๒ แบบคนเมือง และตั๋วเปิ้งประจำปี
ปีนักษัตร ชื่อปีแบบคนเมือง ตั๋วเปิ้ง
ชวด ไจ้ หนู
ฉลู เป้า วัว
ขาล ยี เสือ
เถาะ เหม้า กระต่าย
มะโรง สี งูใหญ่ (นาค)
มะเส็ง ไส้ งู
มะเมีย สะง้า ม้า
มะแม เม็ด แพะ
วอก สัน ลิง
ระกา เล้า ไก่
จอ เส็๋ด สุนัข
กุน ไก๊ ช้าง (ภาคกลางใช้หมู)

ชื่อปีและสัตว์ประจำปีในตารางนี้มาจากคำแต่ละคำในพจนานุกรม

ปีสุดท้ายน่าสนใจที่สุด ไก๊ ไค้ (คำเมืองอ่านว่า ไก๊) คือปีกุน พจนานุกรมบันทึกว่าภาคกลางใช้หมูเป็นสัญลักษณ์ "แต่ล้านนานิยมใช้ช้าง" คนเมืองที่เกิดปีกุนจึงมีตั๋วเปิ้งเป็นช้าง ลองหาปีเกิดแบบล้านนาและพระธาตุประจำปีเกิดของตัวเองได้ที่ ธาตุปีเกิด

ชื่อที่เล่าเรื่องวันเกิด: อ้ายฟ้าฮ้อง

ชื่อคนเมืองรุ่นเก่าหลายชื่อเล่าเหตุการณ์ในวันที่เด็กเกิด ตัวอย่างที่รู้จักกันดีคือ ครูบาศรีวิชัย งานของกฤษณา หงษ์อุเทน (๒๕๖๔) เล่าว่าวันที่ท่านเกิดมีพายุฝนฟ้าคะนอง บิดาจึงตั้งชื่อว่า "อ้ายฟ้าฮ้อง" และอีกชื่อหนึ่งว่า "อินทเฟือน"

ลองแยกคำดู ฟ้าร้อง ในคำเมืองคือ ฟ้าฮ้อง ฟ้าร้อฯง (คำเมืองอ่านว่า ฟ้าฮ้อง) ส่วน เฟือน เฟิอฯร (คำเมืองอ่านว่า เฟือน) แปลว่า สะเทือน สั่น หรือไหว เช่น แผ่นดินเฟือน คือแผ่นดินไหว ชื่อ อินทเฟือน จึงฟังได้ว่าเสียงฟ้าสะเทือนไปถึงพระอินทร์

พจนานุกรมก็บันทึกชื่อนี้ไว้ในคำว่า จ๋าเติ้ก โดยยกตัวอย่างว่าครูบาศรีวิชัยตอนเป็นสามเณร มีชื่อว่า อินทร์เฟือน (สะกดต่างจากงานของกฤษณาเล็กน้อย) อ่านประวัติของท่านได้ที่ ครูบาศรีวิชัย

อ้าย อี่ ไอ่ บ่า: คำนำหน้าชื่อ

ในชีวิตประจำวัน ชื่อของคนเมืองแทบไม่เคยมาเดี่ยว ๆ มักมีคำนำหน้าที่บอกเพศ อายุ หรือความสนิทสนม

  • อ้าย อ้ายฯ (คำเมืองอ่านว่า อ้าย) พจนานุกรมอธิบายว่าคือ พี่ชายคนโต และใช้เรียกชายที่อายุมากกว่าตน ส่วนลูกคนแรกของบ้าน เรียกว่า ลูกเก๊า ลูกเคั้าฯ (คำเมืองอ่านว่า ลูกเก๊า)
  • อี่ อี่ (คำเมืองอ่านว่า อี่) คำที่ผู้อาวุโสกว่าหรือเพื่อนใช้นำหน้าชื่อผู้หญิง พจนานุกรมยกตัวอย่างว่า อี่แก้ว อี่คำ
  • ไอ่ ไอ่ (คำเมืองอ่านว่า ไอ่) ใช้นำหน้าชื่อผู้ชายในทำนองเดียวกัน เช่น ไอ่แก้ว ไอ่คำ
  • บ่า บ่าฯ (คำเมืองอ่านว่า บ่า) ใช้นำหน้าชื่อผู้ชายที่อายุน้อยกว่า หรือเพื่อนสนิท เช่น บ่าแสง
⚠️ ข้อควรระวัง
พจนานุกรมบอกว่า อี่ ไอ่ และ บ่า เป็นคำที่ ผู้อาวุโสกว่าหรือเพื่อน ใช้เรียก จึงเป็นคำของคนในครอบครัวและคนสนิท ผู้ที่อายุน้อยกว่าหรือคนนอกไม่ควรใช้เรียกผู้ใหญ่

สังเกตตัวอย่างในพจนานุกรม ชื่อที่ยกมาบ่อยคือ แก้ว และ คำ สองคำนี้มีความหมายดีในคำเมือง แก้ว แก้วฯ (คำเมืองอ่านว่า แก้ว) หมายถึงสิ่งที่มีค่า สิ่งที่น่ารัก สิ่งที่ทะนุถนอม พจนานุกรมยกตัวอย่างว่า แก้วแก่นต๋า แปลว่า ลูกรัก ส่วน คำ ฅำ (คำเมืองอ่านว่า คำ) แปลว่า ทอง

คำเรียกเด็กด้วยความเอ็นดูอีกหลายคำ เช่น ไอ่หน้อย อ่านต่อได้ที่ ละอ่อน

น้อย หนาน: ชื่อที่เปลี่ยนไปตามชีวิต

ชื่อของผู้ชายล้านนาอาจได้คำนำหน้าเพิ่มเมื่อโตขึ้น พจนานุกรมอธิบายคำว่า น้อยหนาน น้อฯยฯหนฯานฯ (คำเมืองอ่านว่า น้อยหนาน) ว่า ผู้ที่บวชเณรแล้วสึกออกมาจะมีคำว่า น้อย นำหน้าชื่อ เพราะยังได้เรียนธรรมะและพิธีกรรมมา "น้อย" ส่วนผู้ที่บวชเป็นพระแล้วสึก เรียกว่า หนาน หนฯานฯ (คำเมืองอ่านว่า หนาน)

พจนานุกรมยกตัวอย่างคนชื่อ สี ที่เคยบวชเณร เมื่อสึกออกมาจะถูกเรียกเป็น น้อยสี ปี้น้อยสี ลุงน้อยสี ป้อน้อยสี ไปจนถึง ป้ออุ้ยน้อยสี ตามอายุและฐานะ ชื่อเดียวจึงเติบโตไปพร้อมกับเจ้าของชื่อ งานบวชเณรที่เป็นที่มาของคำว่า น้อย อ่านได้ที่ บวชลูกแก้ว

จากชื่อปู่ย่า สู่นามสกุลคนเมือง

คนสยามเพิ่งมีนามสกุลเมื่อมีพระราชบัญญัติขนานนามสกุล พ.ศ. ๒๔๕๖ ก่อนหน้านั้นทุกคนมีแต่ชื่อตัวที่พ่อแม่หรือผู้ใหญ่ตั้งให้ งานของ ชวนพิศ นภตาศัย (๒๕๕๙) ซึ่งศึกษานามสกุลคนเมืองที่อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ เล่าว่าเมื่อทางราชการให้ทุกคนมีนามสกุล ชาวบ้านมักนำ ชื่อของปู่ย่าตายาย มาต่อกันเป็นนามสกุล

นามสกุล ที่มาตามงานวิจัย
กันทาคำ ปู่ชื่อกันทา ย่าชื่อคำ
อูปแปง ปู่ชื่ออูป ย่าชื่อแปง
เปี้ยจันตา ปู่ชื่อเปี้ย ตาชื่อจันตา
จี๋จอมเมือง ย่าชื่อจี๋ ตาชื่อจอม ยายชื่อเมือง

นามสกุลคนเมืองจึงเป็นเหมือนบันทึกชื่อคนรุ่นปู่ย่าที่ยังติดตัวลูกหลานอยู่ทุกวันนี้ งานชิ้นเดียวกันพบนามสกุลที่มาจากยศตำแหน่ง ถิ่นที่อยู่ และอาชีพด้วย และสังเกตว่าคำว่า แก้ว กับ คำ ปรากฏในนามสกุลคนจอมทองจำนวนมาก

ผู้วิจัยยังบันทึกว่าช่วงหลัง คนจำนวนไม่น้อยเปลี่ยนชื่อและนามสกุลเป็นคำบาลีสันสกฤตที่ฟังหรูหรา บ้างก็เพื่อเอาอักษรที่ถือว่าเป็นกาลกิณีออก หรือให้ผลรวมตัวเลขของชื่อออกมาดี ผู้วิจัยห่วงว่าเมื่อนามสกุลแบบคำเมืองหายไป หลักฐานทางภาษาของคนเมืองก็จะหายตามไปด้วย

ทักษา: ตำราตั้งชื่อที่คนไทยรู้จัก

ตำราตั้งชื่อที่คนไทยทั่วประเทศรู้จักดีที่สุดคือ ตำราทักษา อำนาจ ปักษาสุข (๒๕๕๖) อธิบายว่าตำรานี้แบ่งอักษรเป็น ๘ กลุ่มตามดาวพระเคราะห์ ๘ ดวง แต่ละกลุ่มมีความหมายต่างกัน คือ บริวาร อายุ เดช ศรี มูละ อุตสาหะ มนตรี และกาลกิณี ผู้ตั้งชื่อจะดูวันเกิดของเด็ก แล้วเลือกอักษรที่ส่งผลดี และหลีกเลี่ยงอักษรกลุ่ม กาลกิณี ของวันนั้น

ผู้เขียนคนเดียวกันบอกว่าการนับวันทางโหราศาสตร์เริ่มวันใหม่ตอน ๖ โมงเช้า ไม่ใช่เที่ยงคืน และคนที่เกิดวันพุธหลัง ๖ โมงเย็นนับเป็นวันพุธกลางคืน ซึ่งใช้อักษรต่างจากวันพุธกลางวัน

ℹ️ ข้อมูล
ล้านนามีตำราตั้งชื่อของตัวเองหรือไม่ บทความนี้ยังไม่พบงานวิชาการที่อธิบายวิธีตั้งชื่อตามตำราล้านนาโดยเฉพาะ จึงไม่ขอเดาว่าตำราของล้านนาต่างจากทักษาของภาคกลางอย่างไร สิ่งที่บันทึกได้ตอนนี้คือ คนเมืองมีใบลานจ๊ะต๋าเก็บเวลาเกิด และงานของชวนพิศ นภตาศัย พบว่าคนจอมทองทุกวันนี้ก็เปลี่ยนชื่อตามความเชื่อเรื่องอักษรกาลกิณีเช่นเดียวกับคนไทยทั่วไป ถ้าครอบครัวของท่านมีตำราหรือธรรมเนียมการใส่จื้อแบบล้านนา เรายินดีรับฟังและจะบันทึกไว้พร้อมให้เครดิต

ความเชื่อเรื่องชื่อมงคลเป็นเรื่องที่แต่ละครอบครัวถือไม่เหมือนกัน ถ้าจะตั้งชื่อลูกตามตำรา ควรถามผู้รู้หรือพระในชุมชนที่ครอบครัวนับถือ

สรุป

  • ใส่จื้อ คือตั้งชื่อ จื้อ คือชื่อ และ จ๋ดจื้อ คือเขียนชื่อ
  • จ๊ะต๋า คือใบลานบันทึกเวลา วัน เดือน ปี เกิด เปรียบได้กับสูติบัตรของคนล้านนา
  • สัตว์ประจำปีเกิดเรียกว่า ตั๋วเปิ้ง ปีเปลี่ยนที่วันพญาวัน และคนเมืองที่เกิดปีกุน (ไก๊) มีตั๋วเปิ้งเป็นช้าง
  • คำนำหน้าชื่ออย่าง อ้าย อี่ ไอ่ บ่า บอกเพศ อายุ และความสนิท ส่วน น้อย กับ หนาน บอกว่าเคยบวชเณรหรือบวชพระ
  • นามสกุลคนเมืองรุ่นแรกจำนวนมากมาจากชื่อของปู่ย่าตายาย ส่วนตำราทักษาเป็นตำราตั้งชื่อที่ใช้กันทั่วประเทศ

ค้นคำเรื่องชื่อเพิ่มได้ใน พจนานุกรมมรดกล้านนา และอ่านคำเมืองเรื่องเลี้ยงเด็กต่อที่ ละอ่อน

📚 ทั้งชุด: ดูพิธีของคนเมืองตั้งแต่เกิดจนตายบนแผนที่เดียวที่ ชีวิตคนเมือง: ฮีตจากเกิดจนตาย

แหล่งอ้างอิง

ฝึกคำจากบทความนี้

ลองเล่นบัตรคำ 22 คำจากบทความนี้ จำคำล้านนาให้แม่นขึ้น

ค้นหาคำว่า "ใส่จื้อ" ในพจนานุกรมมรดกล้านนา

🎯 ทดสอบคำในบทความนี้ทายคำล้านนาจากบทความ 22 คำ จำได้แค่ไหน?

📝 ลองเขียนคำเมืองบนกระดาน แล้วแชร์ให้เพื่อน →

บทความที่เกี่ยวข้อง

มือรินน้ำอบลงในขันแก้วที่ลอยกลีบดาวเรือง มีพระพุทธรูปอยู่ด้านหลัง เตรียมไว้ใช้ในวันปี๋ใหม่

คำเรียกญาติคำเมือง: ป้อ แม่ ปี้ อ้าย อุ๊ย และคำแทนตัว

14 ตุลาคม 2569 เรียนภาษาล้านนา

เรียนคำเรียกญาติในคำเมืองตามพจนานุกรม ตั้งแต่ป้ออุ๊ย แม่อุ๊ย ถึงหลีด หลี้ คำแทนตัวที่สุภาพ เช่น ข้าเจ้า และคำที่ต้องระวังอย่าง คิง ฮา ป้อเล…

สามเณรและพระภิกษุห่มจีวรสีส้มนั่งหันหลังสวดมนต์หน้าพระพุทธรูปทองในวิหารวัดพระธาตุดอยสุเทพ เชียงใหม่

บวชลูกแก้ว: งานบวชเณรของคนเมือง จากเข้าวัดถึงแห่ลูกแก้ว

18 ตุลาคม 2569 ประเพณี

บวชลูกแก้วคืองานบวชเณรของคนเมืองล้านนา อ่านความหมายของลูกแก้ว ปอยลูกแก้ว แห่ลูกแก้ว ป้อออกแม่ออก การมัดมือรับขวัญ เดือนที่นิยมบวช และต่างจา…

พระธาตุดอยตุงสององค์สีทองข้างวิหารล้านนา วัดพระธาตุดอยตุง เชียงราย ธาตุปีเกิดของคนเกิดปีไก๊ (ปีกุน)

ธาตุปีเกิด: ชื่อปีคำเมือง ๑๒ ปี และพระธาตุประจำปีเกิดล้านนา

17 ตุลาคม 2569 วัฒนธรรม

ธาตุปีเกิด พระธาตุประจำปีเกิด ๑๒ แห่งตามความเชื่อล้านนา พร้อมชื่อปีคำเมือง ไจ้ เป้า ยี เหม้า ถึงไก๊ สัตว์ตั๋วเปิ้งของแต่ละปี และวิธีหาปีเกิ…

วิหารไม้หลังคาซ้อนลายทองและเจดีย์สีขาวในลานวัดพระสิงห์ เชียงใหม่ ใต้ท้องฟ้าสีคราม มีสิงห์และนาคปูนปั้นเฝ้าบันได

ชีวิตคนเมือง: ฮีตจากเกิดจนตาย

18 ตุลาคม 2569 ประเพณี

ชีวิตคนเมืองล้านนาตั้งแต่เกิด บวช แต่งงาน ขึ้นบ้านใหม่ ถึงงานศพ รู้จักฮีต ฮีตฮอย และปู่จ๋ารย์ พร้อมแผนที่แตะได้ของคำเมืองและบทความทุกช่วงชี…

↑

↑ ↓ เลือก · Enter เปิด · Esc ปิด