
ภาพ: cloud.shepherd / Wikimedia Commons (CC BY 2.0)
เวียงหนองหล่ม: ปลาไหลเผือกกับเมืองที่จมหาย
เวียงหนองหล่ม คือหนองน้ำใหญ่ในเขตอำเภอแม่จันและอำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย ที่คนล้านนาเล่าสืบกันมาว่าเคยเป็นเมือง โยนกหนะกอน โยน฿กฯนคอฯร (คำเมืองอ่านว่า โยนกหนะกอน) ราชธานีของเจ้าสิงหนวติกุมาร แต่เมืองทั้งเมืองล่มจมลงเป็นหนองในคืนเดียว หลังชาวเมืองจับ ป๋าเหยี่ยนปอน ปลฯาอยฯยฯรพอฯร (คำเมืองอ่านว่า ป๋าเหยี่ยนปอน) หรือปลาไหลเผือกตัวใหญ่มาแบ่งกันกิน เหลือรอดอยู่เพียงเรือนของแม่หม้ายชราผู้ไม่มีใครแบ่งปลาให้
บทความนี้จะเล่าตำนานเวียงหนองหล่มตามต้นฉบับเก่า เทียบสำนวนที่ต่างกัน ชวนรู้จักคำเมืองที่ซ่อนอยู่ในเรื่อง และพาไปดูหนองหล่มในวันนี้
ป๋าเหยี่ยนปอน: ปลาไหลเผือกในภาษาคนเมือง
คนเมืองเรียกปลาไหลว่า ป๋าเหยี่ยน ปลฯาอยฯยฯร (คำเมืองอ่านว่า ป๋าเหยี่ยน) พจนานุกรมมรดกล้านนาบอกไว้ตรง ๆ ที่คำว่า ปลาไหล ว่า "ภาษาถิ่นเหนือเรียก ป๋าเหยี่ยน" ส่วนปลาไหลสีขาวผิดธรรมดา คือ ป๋าเหยี่ยนปอน ซึ่งพจนานุกรมแปลว่า "ปลาไหลขาว, ปลาไหลเผือก"
| คำล้านนา | อักษรล้านนา | ความหมาย (ตามพจนานุกรม) |
|---|---|---|
| ป๋าเหยี่ยน | (ดูด้านบน) | ปลาไหล |
| เหยี่ยน | อยฯยฯร | เรียกปลาไหลว่า ป๋าเหยี่ยน |
| ปลาไหล | ปลฯฯาไหลฯ | ภาษาถิ่นเหนือเรียก ป๋าเหยี่ยน |
| ป๋าเหยี่ยนปอน | (ดูด้านบน) | ปลาไหลขาว ปลาไหลเผือก |
| เผือก | เผิอฯก | (วิเศษณ์) ขาว ขาวโพลน อย่างควายเผือก |
ในตำนานเมืองล่มหลายเรื่อง สัตว์สีขาวผิดธรรมดาเป็นจุดเริ่มของเหตุร้าย ตำนานเมืองหนองหานก็มีกระรอกเผือก (ดูกล่อง "อีกสำนวนหนึ่ง" ด้านล่าง) เรื่องเวียงหนองหล่มก็เริ่มต้นจากปลาเผือกตัวหนึ่ง

ไขตำนอง: เมืองที่ล่มในคืนเดียว
นิทานล้านนามักเริ่มเรื่องด้วยการ ไขตำนอง ไขทำนอฯง (คำเมืองอ่านว่า ไขตำนอง) คือกล่าวถึงเรื่องราวที่จะเล่า เรื่องต่อไปนี้เรียบเรียงใหม่ด้วยภาษาของเราเอง ตามโครงเรื่องใน ตำนานสิงหนวติกุมาร ที่กรมศิลปากรแปลจากต้นฉบับอักษรไทยเหนือ และพิมพ์ไว้ในประชุมพงศาวดาร ภาคที่ ๖๑ (พ.ศ. ๒๔๗๙) แต่ใช้ปลาไหลเผือกตามที่คนล้านนาเล่ากันแพร่หลาย ดูสำนวนที่ต่างกันได้ในกล่องถัดไป
ตำนานเล่าว่า เมืองโยนกนครสืบเชื้อสายเจ้าสิงหนวติกุมารมาหลายชั่วกษัตริย์ จนถึงรัชกาลของ พระองค์มหาชัยชนะ ในเดือน ๗ แรม ๗ ค่ำ วันเสาร์ ชาวเมืองพากันลงไปเที่ยวที่แม่น้ำกุกกุฎนที คือแม่น้ำกก แล้วพบปลาตัวหนึ่งสีขาวทั้งตัว ใหญ่เท่า ต้นต๋าล ต้฿นฯตาลฯฯ (คำเมืองอ่านว่า ต้นต๋าล) ยาวราว ๗ วา วาฯ (คำเมืองอ่านว่า วา) ชาวเมืองช่วยกันทุบจนตาย แล้วลากไปถวายเจ้าเมือง เจ้าเมืองจึงสั่งให้ตัดเป็นท่อน แบ่งปั๋น แบ่งฯปันฯ (คำเมืองอ่านว่า แบ่งปั๋น) ให้คนทั้งเวียงได้ กิ๋น กินฯ (คำเมืองอ่านว่า กิ๋น) กันทั่วถึง
ในเวียงนั้นมีหญิงชราคนหนึ่ง เป็น แม่หม้าย แม่ห้มฯายฯ (คำเมืองอ่านว่า แม่หม้าย) ไม่มีลูกไม่มีหลาน จึงไม่มีใครนึกถึงแบ่งปลาให้ ตก ยามแลง ยามฯแลงฯ (คำเมืองอ่านว่า ยามแลง) หรือเวลาเย็น มีชายหนุ่มแปลกหน้าคนหนึ่งมาขอพักที่ เฮือน เริอฯร (คำเมืองอ่านว่า เฮือน) ของนาง นางยกข้าวน้ำมาให้ แต่ชายหนุ่มไม่กิน กลับถามว่าทั้งเวียงกินอะไรกันจึงหอมไปทั่ว แล้วถามว่านางได้กินด้วยหรือไม่ นางตอบว่า "ป้าเป็นคนเฒ่าคนแก่ ไม่มีลูกมีหลาน ใครเขาจะให้ป้ากิน" ชายหนุ่มบอกว่า ไม่ได้กินก็ดีแล้ว อย่าได้อยากกินเลย ก่อนจากไปเขาสั่งว่า ถ้ามีเหตุอะไรเกิดขึ้น ถ้ายังไม่เห็นหน้า หลาน หลฯานฯ (คำเมืองอ่านว่า หลาน) ผู้นี้ อย่าได้ลงจากเรือนเป็นอันขาด
พอตะวันตกดิน ทั้งเวียงได้ยินเสียงดังสนั่น แผ่นดิน ไหว ไหวฯ (คำเมืองอ่านว่า ไหว) เหมือนเมืองจะพังลง แล้วเงียบไป ถึงกลางดึกก็ดังขึ้นเป็นครั้งที่สอง และใกล้รุ่งก็ดังเป็นครั้งที่สาม ดังกว่าทุกครั้ง แม่หม้ายตกใจลุกขึ้นหลายหน แต่นึกถึงคำของชายหนุ่มทุกครั้ง จึงไม่ยอมลงจากเรือน คืนนั้นเมืองโยนกนครทั้งเมือง ยุบ ยุบ (คำเมืองอ่านว่า ยุบ) ลงและ จ๋ม จ฿มฯ (คำเมืองอ่านว่า จ๋ม) หายไปใต้น้ำ เจ้าเมืองและชาวเวียงไม่เหลือรอดเลย
รุ่งเช้า นายบ้านและผู้คนที่อยู่นอกเวียงซึ่งได้ยินเสียงดังเหมือนฟ้าร้องทั้งคืน พากันเข้ามาดู ก็ไม่เห็นเมืองอีกแล้ว เห็นแต่น้ำท่วมไปทั่ว กับเรือนของแม่หม้ายหลังเดียวที่ยังตั้งอยู่ นางเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง ผู้คนจึงรู้สึกผิดที่เคยมองข้ามคนเฒ่า แล้วรับนางไปเลี้ยงดูอย่างดี ต่อมาพวกเขาปรึกษากันแล้วยก ขุนลัง ขึ้นเป็นผู้นำ สร้างเมืองใหม่ริมแม่น้ำโขง ตั้งชื่อว่า เวียงปรึกษา ตามการประชุมปรึกษากันนั้น ตำนานจบลงด้วยคำว่า บ่อย่าจ๊ะแล บ£าช¦ (คำเมืองอ่านว่า บ่อย่าจ๊ะแล) คือ ก็มีด้วยประการฉะนี้แล
- ตำนานสิงหนวติกุมาร (ประชุมพงศาวดาร ภาคที่ ๖๑) บอกว่าเป็น ปลาตะเพียนเผือก ส่วนคำนำของกรมศิลปากรในเล่มเดียวกันบอกว่า พงศาวดารโยนก เล่าว่าเป็น ปลาไหลเผือก และตำนานเมืองหนองหานก็มีเรื่องคล้ายกัน แต่เป็น กระรอกเผือก
- คำเล่าของชาวบ้านในพื้นที่ ที่บันทึกไว้ในระบบแผนที่วัฒนธรรมประเทศไทย เรียกแม่หม้ายผู้รอดชีวิตว่า เจ้าแม่บัวเขียว และเรียกเนินที่เรือนนางตั้งอยู่ว่า เกาะแม่ม่าย ปัจจุบันเป็นที่ตั้งวัดป่าหมากหน่อ
- เลขลำดับของพระองค์มหาชัยชนะก็ต่างกันตามผู้เล่า บางแหล่งว่าองค์ที่ ๔๕ บางแหล่งว่าองค์ที่ ๔๖ ตำนานสิงหนวติกุมารบอกว่าราชวงศ์นี้สืบต่อกันมา ๔๕ ชั่วกษัตริย์ แล้วมาสิ้นสุดในคืนนั้น
แม่หม้ายในคำเมือง ไม่ใช่ "แม่ม่าย" แบบไทยกลาง
หัวใจของตำนานนี้คือหญิงชราที่ถูกมองข้าม คำเมืองเรียกนางว่า แม่หม้าย และพจนานุกรมมรดกล้านนาให้ข้อสังเกตที่น่าสนใจไว้ที่คำว่า หม้าย ห้มฯายฯ (คำเมืองอ่านว่า หม้าย) ว่า ในคำเมือง หม้าย หมายถึงไร้คู่ครองเพราะ อีกฝ่ายเสียชีวิต และยังไม่ได้แต่งงานใหม่ ต่างจากคำว่า ม่าย ในภาษาไทยกลาง ที่ใช้ได้ทั้งกรณีเลิกร้างและกรณีคู่เสียชีวิต
ถ้าเป็นหญิงที่เลิกกับสามีแล้ว คำเมืองมีอีกคำหนึ่งคือ แม่ฮ้าง แม่ร้างฯ (คำเมืองอ่านว่า แม่ฮ้าง) ในต้นฉบับตำนาน หญิงชรากล่าวถึงตัวเองว่าเป็น "แม่ร้างแม่หม้าย" ไม่มีลูกหลาน คำคู่นี้บอกความโดดเดี่ยวของนางได้ครบ ไทยโพสต์และคำเล่าที่บันทึกในระบบแผนที่วัฒนธรรมอธิบายว่า ในสังคมสมัยนั้นหญิงหม้ายถูกมองว่าต่ำต้อยหรือเป็นลางไม่ดี จึงไม่มีใครแบ่งปลาให้ แต่ความที่ถูกมองข้ามนี้เองกลับทำให้นางรอดชีวิต
หนองหล่ม: ชื่อที่บอกว่าแผ่นดินยุบลง
ชื่อ หนองหล่ม อ่านแล้วเห็นภาพเลย คำว่า หนอง หนฯอฯง (คำเมืองอ่านว่า หนอง) คือแอ่งน้ำที่ใหญ่กว่าบวก ส่วน หล่ม ห่฿ลฯม (คำเมืองอ่านว่า หล่ม) พจนานุกรมแปลว่า ที่มีโคลนลึก ที่ลุ่มด้วยโคลน ที่ซึ่งเมื่อเหยียบแล้วยุบลง ในต้นฉบับตำนาน แม่หม้ายเองก็เล่าว่าได้ยินเสียง "ดังสนั่นหวั่นไหวเป็นดั่งเรือนหล่มลงไป"
ส่วน เวียง วยฯง (คำเมืองอ่านว่า เวียง) คือเมือง เมืองขนาดเล็ก หรือกำแพงเมือง ชื่อเวียงหนองหล่มจึงแปลได้ว่า "เมืองที่กลายเป็นหนองโคลน" บางแหล่งเขียนว่า เวียงหนองล่ม ซึ่งก็ตรงกับเรื่องเมืองล่มเช่นกัน
ตำนานยังตั้งชื่อสถานที่อีกแห่งหนึ่งไว้ ผู้คนถามแม่หม้ายว่าปลาตัวนั้นใหญ่เท่าใด นางตอบว่าไม่ได้เห็นตัวปลา เห็นแต่รอยที่ชาวเมืองลากปลามาจนเป็นทางน้ำ ที่แห่งนั้นจึงได้ชื่อว่า แม่น้ำลาก
เวียงหนองหล่มในวันนี้
ระบบแผนที่วัฒนธรรมประเทศไทยระบุว่า หนองน้ำใหญ่ที่ชาวบ้านเรียกว่า หนองหลวง เมืองหนอง เวียงหนอง หรือเวียงหนองหล่ม อยู่ระหว่าง ตำบลโยนก อำเภอเชียงแสน กับ ตำบลจันจว้า อำเภอแม่จัน จังหวัด เจียงฮาย ชยฯงรายฯ (คำเมืองอ่านว่า เจียงฮาย) และเนินเกาะแม่ม่ายในตำนานคือที่ตั้งของ วัดป่าหมากหน่อ ตำบลจันจว้า อำเภอแม่จัน ในปัจจุบัน
ในทางธรรมชาติ บทความของ นพ.รังสฤษฎ์ กาญจนะวณิชย์ ใน The Standard (พ.ศ. ๒๕๖๙) ระบุว่าพื้นที่ชุ่มน้ำเวียงหนองหล่มกว้างกว่า ๑๔,๐๐๐ ไร่ พบพืช ๒๘๖ ชนิด ปลา ๑๔๓ ชนิด และนกมากกว่า ๒๙๐ ชนิด เป็นแหล่งพักนอนของเหยี่ยวทุ่งที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ บทความเดียวกันยังเล่าถึงโครงการขุดลอกเพื่อเก็บน้ำของกรมชลประทาน ซึ่งผู้เขียนตั้งคำถามว่าจะกระทบระบบนิเวศของหนองแห่งนี้

ไทยโพสต์ (พ.ศ. ๒๕๖๖) รายงานว่าเชียงรายเป็นดินแดนของรอยเลื่อน มี รอยเลื่อนแม่จัน ซึ่งเป็นรอยเลื่อนใหญ่ที่ยังมีพลังพาดผ่าน และจังหวัดกำลังพัฒนาเป็นอุทยานธรณี บางคนจึงตีความว่าเสียงดังสามครั้งในตำนานอาจเป็นความทรงจำถึงแผ่นดินไหวในอดีต แต่นี่เป็นการตีความ ยังไม่ใช่ข้อพิสูจน์ว่าเมืองในตำนานมีอยู่จริง และนักประวัติศาสตร์ก็ยังเห็นไม่ตรงกันว่าหนองในตำนานคือที่ใด คุณฉัตรลดา สินธุสอน ให้สัมภาษณ์โพสต์ทูเดย์ (พ.ศ. ๒๕๕๗) ว่า นักวิชาการบางส่วนสันนิษฐานว่าคือ ทะเลสาบเชียงแสน ขณะที่อีกส่วนโยงกับ เวียงหนองหล่ม อำเภอแม่จัน
เกาะแม่ม่ายเป็นที่ตั้งวัดที่พระสงฆ์จำพรรษาและญาติโยมมาปฏิบัติธรรม ควรแต่งกายสุภาพและเงียบเสียง พื้นที่ชุ่มน้ำรอบหนองเป็นที่อยู่ของนกและปลาจำนวนมาก ไม่ควรรบกวนสัตว์หรือทิ้งขยะ
คำเมืองจากตำนาน
ลองอ่านตำนานข้างบนอีกครั้งพร้อมตารางนี้
| คำล้านนา | อักษรล้านนา | คำเมืองอ่านว่า | ความหมาย (ตามพจนานุกรม) |
|---|---|---|---|
| ต่ำนาน | ตํานาฯ | ต่ำนาน | ตำนาน เรื่องที่เล่าสืบต่อกันมา |
| โยนกหนะกอน | (ดูด้านบน) | โยนกหนะกอน | โยนกนคร แคว้นโยนกของชาวไทยวน |
| เวียง | (ดูด้านบน) | เวียง | เมือง กำแพงเมือง |
| เฮือน | (ดูด้านบน) | เฮือน | เรือน บ้าน |
| ปั๋น | ปันฯ | ปั๋น | ให้ แบ่งให้ |
| กิ๋น | (ดูด้านบน) | กิ๋น | กิน |
| ยามแลง | (ดูด้านบน) | ยามแลง | เวลาเย็น |
| แจ้ง | แจ้งฯ | แจ้ง | สว่าง (รุ่งแจ้ง = รุ่งเช้า) |
| หัน | หันฯ | หัน | เห็น พบ เช่น "บ่หันเมืองแล้ว หันแต่น้ำ" = ไม่เห็นเมืองแล้ว เห็นแต่น้ำ |
| ไหว | (ดูด้านบน) | ไหว | สะเทือน สั่น |
| ยุบ | (ดูด้านบน) | ยุบ | ยอบลง ทรุดลง |
| จ๋ม | (ดูด้านบน) | จ๋ม | จม หายไปอยู่ใต้พื้นผิว |
| เก๋าะ | โกอฯะ | เก๋าะ | เกาะ แผ่นดินที่มีน้ำล้อมรอบ |
| บาป | บาฯปฯ | บาป | กรรมชั่ว ความชั่ว |
| บุญ | บุญ | บุญ | กุศล ความดี |
ตำนานนี้สอนอะไร
ตำนานไม่ได้สรุปคติสอนใจไว้ตรง ๆ ผู้ฟังจึงอ่านบทเรียนจากเรื่องนี้ได้หลายทาง
- อย่ามองข้ามคนที่ไม่มีใคร: ทั้งเมืองลืมแม่หม้ายชรา แต่นางคือคนเดียวที่รอด และตำนานก็บอกเองว่าผู้คนรู้สึกผิดที่เคยประมาทคนเฒ่า แล้วรับนางไปเลี้ยงดู
- สิ่งผิดธรรมดาควรละเว้น: ปลาเผือกตัวใหญ่ผิดธรรมดาเป็นสัญญาณเตือน แต่ชาวเมืองเห็นเป็นเพียงอาหาร ผู้ฟังอาจอ่านเป็นคำเตือนว่าอย่าโลภ และอย่าทำร้ายสิ่งที่ไม่รู้จัก
- ฟังคำเตือน: แม่หม้ายลุกขึ้นหลายครั้ง แต่นึกถึงคำสั่งของชายหนุ่มทุกครั้ง ตำนานไม่ได้บอกว่าชายหนุ่มเป็นใคร ปล่อยให้ผู้ฟังคิดเอง
สรุป
- เวียงหนองหล่ม คือหนองน้ำใหญ่ระหว่างอำเภอเชียงแสนกับอำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย ที่ตำนานเล่าว่าเคยเป็นเมืองโยนกนคร
- ตำนานเล่าว่าชาวเมืองแบ่งกันกินปลาเผือกตัวใหญ่จากแม่น้ำกก คืนนั้นเกิดเสียงดังสามครั้ง เมืองทั้งเมืองยุบจมเป็นหนอง เหลือเพียงเรือนแม่หม้ายที่ไม่ได้กินปลา
- คำเมืองเรียกปลาไหลเผือกว่า ป๋าเหยี่ยนปอน และ หล่ม แปลว่าที่โคลนลึกที่เหยียบแล้วยุบลง
- แม่หม้าย ในคำเมืองหมายถึงหญิงที่สามีเสียชีวิต ส่วนหญิงที่เลิกกับสามีเรียกว่า แม่ฮ้าง
- สำนวนต่างกันตามแหล่ง: ตำนานสิงหนวติกุมารว่าปลาตะเพียนเผือก พงศาวดารโยนกว่าปลาไหลเผือก ส่วนเรื่องแผ่นดินไหวเป็นเพียงการตีความ
ค้นคำเมืองเรื่องปลาและสัตว์น้ำเพิ่มเติมได้ใน พจนานุกรมมรดกล้านนา อ่านนิทานล้านนาเรื่องอื่นได้ที่ ดาววีไก่หน้อย และ แมงสี่หูห้าตา
แหล่งอ้างอิง
- พจนานุกรมมรดกล้านนา: ป๋าเหยี่ยนปอน · แม่หม้าย · หม้าย · หล่ม · โยนกหนะกอน
- กรมศิลปากร. (๒๔๗๙). "ตำนานสิงหนวติกุมาร" และคำนำ. ใน ประชุมพงศาวดาร ภาคที่ ๖๑. พิมพ์แจกในงานฌาปนกิจศพนางชื่น ราชพินิจจัย (ฉบับวิกิซอร์ซ) โครงเรื่องที่บทความนี้เรียบเรียงใหม่ด้วยภาษาของเราเอง
- ระบบสารสนเทศด้านวัฒนธรรมและแผนที่วัฒนธรรมประเทศไทย. (๒๕๖๖). บ่อน้ำทิพย์ (วัดป่าหมากหน่อ, โยนกนคร). ผู้ให้ข้อมูล: รณชัย อิกำเนิด; ผู้บันทึก: มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง
- ไทยโพสต์. (๒๕๖๖, ๙ กันยายน). 3 เส้นทาง GEOPARK เชียงราย ย้อนเวลาหา 'รอยเลื่อน-โยนกนคร'
- โพสต์ทูเดย์. (๒๕๕๗, ๗ พฤษภาคม). พลิกตำนานแผ่นดินไหวล้านนา โบราณถือเป็น 'อาเพศ'
- รังสฤษฎ์ กาญจนะวณิชย์. (๒๕๖๙, ๑๒ พฤษภาคม). บทเรียนเวียงหนองหล่ม: เมื่อการพัฒนาเห็นเพียงมิติเดียว. The Standard
ฝึกคำจากบทความนี้
ลองเล่นบัตรคำ 32 คำจากบทความนี้ จำคำล้านนาให้แม่นขึ้น
ค้นหาคำว่า "ป๋าเหยี่ยนปอน" ในพจนานุกรมมรดกล้านนา
🎯 ทดสอบคำในบทความนี้ทายคำล้านนาจากบทความ 32 คำ จำได้แค่ไหน?


