มรดกล้านนา

🌐 Read in English

แม่น้ำโขงสีน้ำตาลกว้างใหญ่ที่สบรวก สามเหลี่ยมทองคำ เชียงราย มีเรือและแพจอดริมฝั่ง ฝั่งตรงข้ามคือลาวและเมียนมา ใต้ฟ้าครึ้ม

ภาพ: CEphoto, Uwe Aranas / Wikimedia Commons (CC BY-SA 3.0)

เจียงฮาย: เมืองแรกของพญามังราย สามเหลี่ยมทองคำ และดอยตุง

เชียงราย ในคำเมืองเรียกว่า เจียงฮาย ชยฯงรายฯ (คำเมืองอ่านว่า เจียงฮาย) พจนานุกรมมรดกล้านนาบันทึกว่าเป็นจังหวัดที่อยู่เหนือสุดของประเทศไทย และเป็นเมืองที่ พญามังราย สร้างขึ้นก่อนเชียงใหม่ถึง ๓๔ ปี วันนี้เชียงรายคือแผ่นดินริมแม่น้ำโขงที่ไทย เมียนมา และลาวมาพบกัน เป็นบ้านของคนเมือง ชาวไทลื้อ และกลุ่มชาติพันธุ์อีกหลายกลุ่ม

บทความนี้พาไปรู้จักเจียงฮายผ่านคำเมือง ตั้งแต่ชื่อเมือง ตำนานช้างที่พาพญามังรายมาถึงดอยจอมทอง เมืองเก่าเชียงแสนกับโยนก พระธาตุดอยตุง สามเหลี่ยมทองคำ ผู้คน วัดร่วมสมัย ของกิน คำขวัญ และต้นก๋าสะลองคำ พร้อมแผนที่ให้แตะเล่น

ชยฯงรายฯ
เจียงฮาย
น.เชียงราย/จังหวัดเชียงราย - ภาษาไทยถิ่นหนือ (คำเมือง) เรียกว่า ''เจียงฮาย''; เชียงราย เป็นจังหวัดที่อยู่เหนือสุดของประเทศไทย จุดผ่านแดนถาวร ''เหนือสุดในสยาม'' อยู่ที่สะพานข้ามน้ำแม่สาย อ.แม่สาย จ.เชียงราย เชื่อมต่อกับด่านท่าขี้เหล็ก รัฐฉาน ประเทศเมียนมาร์, เชียงราย เป็น 1 ใน 8 จังหวัดของล้านนา คือ เชียงราย เชียงใหม่ ลำพูน พะเยา แม่ฮ่องสอน ลำปาง แพร่ น่าน, คำขวัญของจังหวัด ''เหนือสุดในสยาม ชายแดนสามแผ่นดิน ถิ่นวัฒนธรรมล้านนา ล้ำค่าพระธาตุดอยตุง'', ปีบทอง/ก๋าสะลองคำ เป็นต้นไม้ประจำจังหวัด; ดู...ก๋าสะลองคำ
ดูในพจนานุกรมมรดกล้านนา →

แตะดูชื่อคำเมือง คำขวัญ และต้นไม้ประจำจังหวัดของเชียงรายได้ในเครื่องมือนี้

เจียงฮาย ชื่อเชียงรายในคำเมือง

คำว่า เจียง ชยฯง (คำเมืองอ่านว่า เจียง) พจนานุกรมอธิบายว่าแปลว่า เมือง หรือนคร และยกตัวอย่างไว้คู่กันว่า เจียงใหม่ คือเชียงใหม่ และเจียงฮาย คือเชียงราย ส่วนเมืองเล็กหรือเมืองที่มีกำแพงล้อม คนเมืองเรียกว่า เวียง วยฯง (คำเมืองอ่านว่า เวียง)

ชื่อ เจียงฮาย มีกฎเสียงคำเมืองซ่อนอยู่สองข้อ เสียง ช ในภาษาไทยกลางมักเป็น จ และเสียง ร มักเป็น ฮ เชียงราย จึงกลายเป็น เจียงฮาย อ่านกฎสองข้อนี้ต่อได้ที่ ช เป็น จ ในคำเมือง และ ร เป็น ฮ ในคำเมือง

พระนามของผู้สร้างเมืองก็มีเรื่องเสียงเช่นกัน พจนานุกรมเก็บคำว่า มังราย มังฯรายฯ (คำเมืองอ่านว่า มังลาย) และหมายเหตุไว้ว่าในพงศาวดารโยนกและเอกสารชั้นหลังมักเขียนว่า เม็งราย ชื่ออำเภอพญาเม็งราย และอนุสาวรีย์พ่อขุนเม็งรายมหาราชในตัวเมืองเชียงราย จึงใช้ชื่อตามแบบหลังนี้

💡 เกร็ดความรู้
คำเมืองชวนจำ เมืองใหญ่สองเมืองของพญามังรายขึ้นต้นด้วยคำว่า เจียง เหมือนกัน คือ เจียงฮาย (พ.ศ. ๑๘๐๕) และเจียงใหม่ (พ.ศ. ๑๘๓๙) จำง่าย ๆ ว่าเจียงฮายเป็นพี่ เจียงใหม่เป็นน้อง

พญามังรายสร้างเมือง พ.ศ. ๑๘๐๕ ตามรอยช้างถึงดอยจอมทอง

พจนานุกรมบันทึกว่าพญามังราย ปฐมกษัตริย์ราชวงศ์มังราย สร้างเมืองเชียงรายใน พ.ศ. ๑๘๐๕ (ค.ศ. ๑๒๖๒) และสร้างเมืองเชียงใหม่ใน พ.ศ. ๑๘๓๙ ก่อนหน้านั้นพระองค์ครองเมืองหิรัญนครเงินยางในลุ่มน้ำโขง เรื่องราวช่วงต้นของพระองค์อ่านได้ที่ พญามังราย

เรื่องที่คนเชียงรายเล่าสืบกันมาคือตำนานช้างหาย เอกสารประวัติจังหวัดของสำนักงานคลังจังหวัดเชียงรายเล่าว่า ตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์ เมื่อวันที่ ๒๖ มกราคม พ.ศ. ๑๘๐๕ ระหว่างที่พญามังรายไปรวมพลที่เมืองลาวกู่เต้า จ๊าง ช้างฯ (คำเมืองอ่านว่า จ๊าง แปลว่า ช้าง) ทรงของพระองค์พลัดหายไปทางทิศตะวันออก พระองค์ตามรอยช้างไปจนถึงดอยจอมทองริมฝั่งแม่น้ำกก เห็นว่าชัยภูมิเหมาะ จึงให้สร้างเวียงโอบดอยจอมทองไว้กลางเมือง และขนานนามว่า เวียงเชียงราย

คำว่า ดอย ดอฯย (คำเมืองอ่านว่า ดอย) พจนานุกรมอธิบายว่าคือภูเขาหรือภูเขาสูง ส่วนแม่น้ำที่ไหลผ่านเมือง คนเมืองเรียกว่าน้ำแม่ กก ก฿กฯ (คำเมืองอ่านว่า ก๋ก) พจนานุกรมบอกว่าแม่น้ำกกมีต้นน้ำอยู่เหนือเมืองเชียงตุงในรัฐฉาน ไหลผ่านอำเภอแม่อาย ผ่านตัวเมืองเชียงราย แล้วลงแม่น้ำโขงที่อำเภอเชียงแสน

พระธาตุดอยจอมทองสีทองทรงล้านนาบนลานวัด ใต้ฟ้าสีฟ้า มีศาลาและต้นไม้ล้อมรอบ
พระธาตุดอยจอมทอง กลางเมืองเชียงราย บนดอยที่ตำนานเล่าว่าพญามังรายตามช้างมาพบ
ภาพ: Chainwit. / Wikimedia Commons (CC BY 4.0)

ข้อมูลจังหวัดเชียงรายฉบับปี ๒๕๔๕ (ฉบับที่ห้องสมุดมหาวิทยาลัยพายัพเก็บไว้) สันนิษฐานว่าพระธาตุจอมทองสร้างขึ้นราว พ.ศ. ๑๔๘๓ คือมีมาก่อนพญามังรายจะสร้างเมือง ตัวเลขนี้เป็นการสันนิษฐาน ยังไม่พบหลักฐานร่วมสมัยยืนยัน

ℹ️ ข้อมูล
ตราประจำจังหวัด สำนักงานคลังจังหวัดเชียงรายอธิบายว่าตราประจำจังหวัดเป็นรูปช้างสีขาวใต้เมฆ หมายถึงนิมิตของความรุ่งเรืองในอดีต เพราะพญามังรายเคยใช้ช้างเป็นกำลังสำคัญในการศึก ช้างจึงอยู่ทั้งในตำนานสร้างเมืองและบนตราของจังหวัด

เมื่อพญามังรายย้ายไปประทับที่เชียงใหม่ เชียงรายก็ขึ้นกับเชียงใหม่ โดยมีขุนครามหรือพระไชยสงคราม ราชโอรส ครองเมืองต่อ เอกสารชุดเดียวกันเล่าว่าเมื่อล้านนาตกอยู่ใต้การปกครองของพม่าและเกิดสงครามต่อเนื่อง เชียงรายถูกทิ้งร้างไปหลังราว พ.ศ. ๒๓๓๐ จน พ.ศ. ๒๓๘๖ (ค.ศ. ๑๘๔๓) สมัยรัชกาลที่ ๓ จึงโปรดให้ตั้งเมืองเชียงรายขึ้นใหม่เป็นเมืองในสังกัดเชียงใหม่

⚠️ ข้อควรระวัง
ปีที่เชียงรายเป็นจังหวัด เอกสารยังไม่ตรงกัน เอกสารของสำนักงานคลังจังหวัดเชียงรายระบุว่าเป็นจังหวัดตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๔๓ ส่วนงานทบทวนวรรณกรรมของมูลนิธิสถาบันสิ่งแวดล้อมไทยระบุว่ามีการยกขึ้นเป็น "เมืองเชียงราย" ในระบบมณฑลเมื่อ พ.ศ. ๒๔๕๓ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นจังหวัดภายหลัง เรื่องการปฏิรูปจากประเทศราชสู่มณฑลพายัพอ่านภาพรวมได้ที่ ล้านนา

เชียงแสนกับโยนก: เมืองเก่าริมโขง

ก่อนจะมีเวียงเชียงราย ที่ราบลุ่มน้ำกกและน้ำโขงมีเรื่องเล่าย้อนไปไกลกว่านั้นมาก พจนานุกรมอธิบายคำว่า โยนกหนะกอน โยน฿กฯนคอฯร (คำเมืองอ่านว่า โยนกหนะกอน) ว่าคือโยนกนคร หรือแคว้นโยนก รัฐของชาวไทยวนในที่ราบลุ่มแม่น้ำกก ซึ่งพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็วในพุทธศตวรรษที่ ๑๗ ส่วนคำว่า โยนก โยน฿กฯ (คำเมืองอ่านว่า โยนก) หมายถึงคนเผ่าไทยวนหรือไทโยนก ซึ่งทุกวันนี้เรียกตัวเองว่าคนเมือง

ฐานข้อมูลแหล่งโบราณคดีของศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (เรียบเรียงโดยทนงศักดิ์ เลิศพิพัฒน์วรกุล) อธิบายว่าเรื่องเมืองเชียงแสนปรากฏในตำนานหลักสามเรื่อง คือ ตำนานเมืองสุวรรณโคมคำ ตำนานสิงหนวัติกุมาร และตำนานเมืองหิรัญนครเงินยาง ตำนานเหล่านี้เล่าย้อนไปถึงสมัยพุทธกาล แต่ การขุดค้นทางโบราณคดียังไม่พบหลักฐานที่เก่ากว่า พ.ศ. ๑๘๗๑ ซึ่งเป็นปีที่ พญาแสนภู สถาปนาเมืองเชียงแสนบนที่ตั้งเมืองเก่า เพื่อเป็นเมืองป้องกันศึกทางเหนือ

หนองน้ำใหญ่ระหว่างแม่จันกับเชียงแสนก็มีตำนานของตัวเอง ตำนานเล่าว่าที่นี่เคยเป็นเมืองโยนกที่ล่มลงในคืนเดียว อ่านได้ที่ เวียงหนองหล่ม และเรื่องเจ้าชายผู้สร้างเมืองโยนกอ่านได้ที่ สิงหนวัติกุมารกับพญานาคสร้างเมือง

ภาพถ่ายขาวดำเก่าของเจดีย์อิฐทรงสูงวัดพระเจดีย์หลวง เชียงแสน มีต้นไม้ขึ้นรอบ และพระพุทธรูปตั้งอยู่ด้านหน้า
เจดีย์วัดพระเจดีย์หลวง เมืองเชียงแสน ในภาพถ่ายราว พ.ศ. ๒๔๘๙ ฐานข้อมูลของศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธรระบุว่าเป็นวัดที่ใหญ่ที่สุดของเมือง ตามประวัติสร้างโดยพญาแสนภู
ภาพ: นารถ โพธิประสาท / Wikimedia Commons (Public domain)

ฐานข้อมูลเดียวกันเล่าเส้นทางของเมืองต่อว่า

ปี เหตุการณ์ที่เชียงแสน
พ.ศ. ๑๘๗๑ (ค.ศ. ๑๓๒๘) พญาแสนภูสถาปนาเมืองเชียงแสน
พ.ศ. ๑๘๘๘–๑๙๑๐ สมัยพญาผายู ศูนย์กลางอำนาจย้ายกลับไปเชียงใหม่ เชียงแสนกลายเป็นเมืองรอง
พ.ศ. ๒๑๐๑ (ค.ศ. ๑๕๕๘) ล้านนาตกอยู่ในอำนาจของพม่า
พ.ศ. ๒๒๔๔ พม่ายกเชียงแสนเป็นศูนย์กลางปกครองแห่งหนึ่ง เมืองกลับคึกคักเพราะการค้าทางบกกับจีน
พ.ศ. ๒๓๔๗ (ค.ศ. ๑๘๐๔) รัชกาลที่ ๑ โปรดให้ทัพสยามและพระยากาวิละชิงเมืองคืนจากพม่า
สมัยรัชกาลที่ ๕ เจ้าอินทวิไชย เจ้าเมืองลำพูน ขึ้นไปฟื้นฟูเมือง
พ.ศ. ๒๕๐๐ ยกฐานะเป็นอำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย

วันนี้กำแพงเมืองเชียงแสนเหลือให้เห็นสามด้าน คือด้านเหนือ ตะวันตก และใต้ ส่วนด้านตะวันออกที่ติดแม่น้ำโขงไม่ปรากฏแนวกำแพงแล้ว ฐานข้อมูลสันนิษฐานว่าถูกแม่น้ำโขงกัดเซาะไปทั้งหมด ในเมืองยังมีวัดพระเจ้าล้านทอง พระพุทธรูปชื่อนี้คนเมืองเรียกว่า ล้านตอง ล้านฯทอฯง (คำเมืองอ่านว่า ล้านตอง) ซึ่งพจนานุกรมบันทึกว่ามีหลายองค์ หนึ่งในนั้นอยู่ที่อำเภอเชียงแสน

อ่านต่อ: เชียงแสนในฐานะเมืองคู่ของเชียงใหม่ยุคพม่าปกครอง และศึก พ.ศ. ๒๓๔๗ ที่ ล้านนาสมัยพม่าปกครอง

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงแสน ของกรมศิลปากร เก็บโบราณวัตถุจากเมืองเก่านี้ไว้ ชมวิดีโอแนะนำพิพิธภัณฑ์จากช่องทางการของกรมศิลปากรได้ด้านล่าง

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงแสน (กรมศิลปากร)
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงแสน (กรมศิลปากร) · ดูบน YouTube ↗

แผนที่เจียงฮาย: เมืองเก่า ตำนาน และเชียงรายวันนี้

เชียงรายมีเมืองเก่าและที่ศักดิ์สิทธิ์กระจายอยู่ทั่วจังหวัด ลองแตะหมุดบนแผนที่ด้านล่าง แต่ละหมุดบอกปี เรื่องเล่า คำเมืองจากพจนานุกรม และแหล่งที่มา ถ้าอ่านครบแล้ว ลองกดแท็บ ทายที่ตั้ง ดูว่าจำได้ว่าที่ไหนอยู่ตรงไหน

พระธาตุดอยตุง พระแก้วมรกต และวัดเก่าของเจียงฮาย

พระธาตุดอยตุง: ปฐมเจดีย์และตุงบนยอดดอย

คนเมืองเรียกเจดีย์ว่า ธาตุ ธาฯตฯ (คำเมืองอ่านว่า ธาตุ) และคำขวัญของจังหวัดปิดท้ายด้วยวรรค "ล้ำค่าพระธาตุดอยตุง" บทความในวารสารพุทธศาสตร์ มจร อุบลราชธานี (๒๕๖๖) สรุปเรื่องตามพงศาวดารโยนกไว้ว่า ตามตำนาน พระธาตุองค์แรกสร้างในสมัยพระเจ้าอชุตราชแห่งโยนก บรรจุพระบรมสารีริกธาตุส่วนพระรากขวัญเบื้องซ้าย (กระดูกไหปลาร้า) ต่อมาจึงสร้างเจดีย์องค์ที่สองไว้ใกล้กัน พระธาตุดอยตุงจึงมีเจดีย์สององค์คู่กันจนทุกวันนี้

ชื่อดอยตุงมาจาก ตุง ทุง (คำเมืองอ่านว่า ตุง) ซึ่งพจนานุกรมอธิบายว่าคือธง บทความเดียวกันอ้างงานของสรัสวดี อ๋องสกุล (๒๕๕๒) ว่าเมื่อสร้างพระสถูปได้ทำธงตะขาบยาวถึงพันวาปักไว้บนยอดดอย ชายธงปลิวไปถึงที่ใดก็กำหนดเป็นเขตฐานพระสถูป ดอยนี้จึงได้ชื่อว่าดอยตุง ความยาวของตุงในแต่ละสำนวนไม่เท่ากัน บางแหล่งที่อ้างใน ตุงล้านนา ว่ายาว ๓,๐๐๐ วา

พระธาตุดอยตุงสององค์สีทองตั้งคู่กันบนฐานที่หุ้มผ้าสีส้ม มีป่าไม้และหมอกด้านหลัง
พระธาตุดอยตุงสององค์คู่กัน ธาตุปีเกิดของคนเกิดปีกุน
ภาพ: Xiengyod~commonswiki / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0)

พระธาตุดอยตุงเป็น ธาตุปีเกิด ธาฯตฯปีเกิดฯ (คำเมืองอ่านว่า ธาตุปีเกิด) ของคนเกิดปีกุน ตามรายชื่อในพจนานุกรม ดูพระธาตุของปีอื่นได้ที่ ธาตุปีเกิด บทความในวารสารฉบับเดียวกันเล่าว่าชาวเชียงรายจัดประเพณีนมัสการและสรงน้ำพระธาตุดอยตุงในวันเพ็ญเดือน ๖ เหนือ และมีผู้มาร่วมทั้งจากเชียงตุง หลวงพระบาง และเวียงจันทน์

วัดพระแก้ว: ฟ้าผ่าเจดีย์ แล้วพบพระแก้วมรกต

ในตัวเมืองเชียงรายมีวัดพระแก้ว ซึ่งบทความในวารสารมหาจุฬานาครทรรศน์ (๒๕๖๔) เล่าว่าเดิมชื่อวัดป่าเยี้ยะ ตามไม้ไผ่พันธุ์พื้นเมืองที่ขึ้นในวัด เรื่องที่เล่าสืบกันมาคือเกิด ฟ้าผ่า ฟ้าผ่า (คำเมืองอ่านว่า ฟ้าผ่า) ลงที่เจดีย์ ภายในพบพระพุทธรูปปูนปั้นลงรักปิดทอง ต่อมาปูนกะเทาะออกจนเห็นเนื้อแก้วสีเขียว คือพระแก้วมรกต พจนานุกรมอธิบายว่า พระแก้ว ระฯพแก้วฯ (คำเมืองอ่านว่า พระแก้ว) คือพระพุทธรูปที่สร้างด้วยรัตนชาติ วัดจึงได้ชื่อว่าวัดพระแก้วตั้งแต่นั้น

ปีที่พบยังเล่าไว้สองแบบ บทความของศิลปวัฒนธรรมที่อ้างพระนิพนธ์ของสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ และบทความในวารสารข้างต้นให้ปี พ.ศ. ๑๙๗๗ ส่วนชินกาลมาลีปกรณ์ให้ปลาย พ.ศ. ๑๙๗๙ เส้นทางของพระแก้วมรกตหลังจากนั้น ทั้งเรื่องช้างที่ไม่ยอมเดินไปเชียงใหม่ อ่านได้ที่ พระแก้วมรกตในล้านนา วารสารฉบับเดียวกันบันทึกด้วยว่ากรมศิลปากรประกาศขึ้นทะเบียนเจดีย์องค์นั้นเป็นโบราณสถานเมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๘

💡 เกร็ดความรู้
แมงสี่หูห้าตา ในตัวเมืองเชียงรายยังมีตำนานสนุก ๆ อีกเรื่อง พจนานุกรมเก็บคำว่า แมงสี่หูห้าตา แมงฯสี่หูห้าตา (คำเมืองอ่านว่า แมงสี่หูห้าตา) สัตว์ประหลาดในตำนานวัดพระธาตุดอยเขาควายแก้ว อำเภอเมืองเชียงราย มีหูสองคู่ ตาห้าดวง กินถ่านไฟร้อน ถ่ายมูลเป็นทองคำ พจนานุกรมบอกว่าตำนานฉบับหนึ่งตีความว่าเป็นปริศนาธรรม หมายถึงพรหมวิหาร ๔ และศีล ๕

สามเหลี่ยมทองคำ แม่สาย และแม่น้ำโขง: ชายแดนสามแผ่นดิน

คำขวัญของเชียงรายเริ่มด้วย "เหนือสุดในสยาม ชายแดนสามแผ่นดิน" ทั้งสองวรรคมีคำเมืองอธิบายได้

ที่อำเภอเชียงแสน มีจุดที่แม่น้ำรวกไหลลงแม่น้ำโขง คนเมืองเรียกที่ที่แม่น้ำตั้งแต่สองสายมาบรรจบกันว่า ส๋บ ส฿ปฯ (คำเมืองอ่านว่า ส๋บ) จุดนี้จึงชื่อ ส๋บลวก ส฿ปฯรวฯก (คำเมืองอ่านว่า ส๋บลวก) พจนานุกรมอธิบายว่าอยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอเชียงแสนไปทางเหนือตามถนนเลียบโขงราว ๙ กิโลเมตร เป็นจุดที่แผ่นดินไทย เมียนมา และลาวมาพบกัน และเรียกกันว่า สามเหลี่ยมทองคำ ภาพปกของบทความนี้ถ่ายจากจุดนี้

อ่านต่อ: ส๋บลวกกลายเป็นจุดบรรจบของสามประเทศจากปฏิญญาอังกฤษ–ฝรั่งเศส ค.ศ. ๑๘๙๖ ที่ ล้านนากับฝรั่งเศส

ส่วน "เหนือสุดในสยาม" พจนานุกรมบันทึกไว้ในคำว่าเจียงฮายว่า คือจุดผ่านแดนถาวรที่สะพานข้ามน้ำแม่สาย อำเภอแม่สาย เชื่อมกับด่านท่าขี้เหล็กในรัฐฉาน สะพานในคำเมืองเรียกว่า ขัว ข฿วฯ (คำเมืองอ่านว่า ขัว) พจนานุกรมยังบอกในคำว่า เจียงตุ๋ง ชยฯงตุง (คำเมืองอ่านว่า เจียงตุ๋ง) ว่าจากด่านแม่สายถึงเมืองเชียงตุงเป็นระยะทางราว ๑๖๐ กิโลเมตร และภาษาไทขึนที่ใช้ในเชียงตุงมีตัวอักษรคล้ายตั๋วเมือง

แม่น้ำโขงไหลผ่านเชียงแสน เชียงของ และเวียงแก่น ข้อมูลจังหวัดเชียงรายฉบับปี ๒๕๔๕ ระบุว่ามีความยาวผ่านจังหวัดราว ๙๔ กิโลเมตร ในแม่น้ำสายนี้มี ป๋าบึ๋ก ปลฯาบึกฯ (คำเมืองอ่านว่า ป๋าบึ๋ก) ซึ่งพจนานุกรมอธิบายว่าเป็นปลาน้ำจืดไม่มีเกล็ดที่ใหญ่ที่สุดในโลก อาศัยอยู่ในแม่น้ำโขงและแม่น้ำสาขาเท่านั้น

ผู้คนแห่งเจียงฮาย: คนเมือง ไทลื้อ และกลุ่มชาติพันธุ์บนที่สูง

เชียงรายเป็นบ้านของผู้คนหลายกลุ่ม งานวิจัยของรณิดา ปิงเมือง และคณะ (๒๕๖๐) มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ศึกษาอาหารของชาติพันธุ์ ๙ กลุ่มในลุ่มน้ำกกและลุ่มน้ำโขงของจังหวัด ได้แก่ ไทยวน ไทลื้อ ไทใหญ่ เมี่ยน ปกาเกอะญอ อาข่า ลีซู ลาหู่ และลาว รายชื่อนี้เป็นกลุ่มที่งานวิจัยเลือกศึกษา ไม่ใช่การนับประชากรทั้งจังหวัด

คนพื้นเมืองส่วนใหญ่คือ ไตยวน ไทยวฯร (คำเมืองอ่านว่า ไตยวน) พจนานุกรมอธิบายว่าคือคนไทยใน ๘ จังหวัดภาคเหนือ ที่เรียกตนเองว่าคนเมือง ส่วนชาวไทใหญ่ พจนานุกรมบันทึกว่าเรียกตัวเองว่า ไต ไท (คำเมืองอ่านว่า ไต) และพบอยู่ในเชียงรายด้วย

ไทลื้อแห่งเชียงของ

พจนานุกรมอธิบายว่า จาวไตลื้อ ชาวฯไทลื้ (คำเมืองอ่านว่า จาวไตลื้อ) คือคนไทลื้อ กลุ่มชนในสิบสองปันนาที่มีภาษาพูดภาษาเขียนของตนเอง บทความของวิชุลดา มาตันบุญ (๒๕๖๑) ในวารสารกระแสวัฒนธรรม เล่าว่าชาวไทลื้อเข้ามาในภาคเหนือหลายเส้นทาง ทั้งทางแม่สาย และจากลาวผ่านเชียงของกับเวียงแก่น อำเภอเชียงของจึงมีชาวไทลื้ออยู่มาก ส่วนใหญ่อยู่ที่ตำบลศรีดอนชัย รองลงมาคือบ้านหาดบ้าย

ผ้าซิ่นของสตรีไทลื้อเชียงของมีลายเอกลักษณ์คือ ลายน้ำไหล ลายฯนาฯไหลฯ (คำเมืองอ่านว่า ลายน้ำไหล) ซึ่งพจนานุกรมอธิบายว่าทอด้วยการเกาะหรือล้วงเป็นลายกระแสน้ำ และ "ลายปี๋" หรือลายแมลงปอ บทความเดียวกันชี้ว่าทุกวันนี้ลายต่าง ๆ ถูกผสมกันมากขึ้น จนลายเฉพาะกลุ่มเหลือน้อยลง เรื่องคนไตกลุ่มต่าง ๆ พร้อมแผนที่ อ่านต่อได้ที่ คนไต

กลุ่มชาติพันธุ์บนที่สูง

บนดอยของเชียงรายมีชุมชนอาข่า ลาหู่ ลีซู เมี่ยน และปกาเกอะญอ ซึ่งเป็นกลุ่มที่งานวิจัยข้างต้นศึกษา แต่ละกลุ่มมีภาษา การแต่งกาย และประเพณีของตนเอง พจนานุกรมบันทึกว่าชาวอาข่า ซึ่งเรียกตนเองว่า "อาข่า" มีถิ่นเดิมอยู่ในมณฑลยูนนาน เข้ามาอยู่ในประเทศไทยราว พ.ศ. ๒๔๔๖ และพบมากที่สุดในจังหวัดเชียงราย

⚠️ ข้อควรระวัง
เรียกชื่อที่เจ้าของใช้เรียกตัวเอง คนรุ่นก่อนเคยเรียกบางกลุ่มด้วยชื่อที่คนนอกตั้งให้ ซึ่งยังปรากฏในพจนานุกรมบางคำ บทความนี้ใช้ชื่อที่แต่ละกลุ่มใช้เรียกตนเอง เช่น อาข่า ม้ง ไต และปกาเกอะญอ เวลาไปเยือนหมู่บ้าน ควรขออนุญาตก่อนถ่ายภาพผู้คนทุกครั้ง

วัดร่วมสมัย: ศิลปะพุทธของเชียงรายวันนี้

ทุกวันนี้นักท่องเที่ยวจำนวนมากรู้จักเชียงรายผ่านวัดที่สร้างขึ้นใหม่ งานวิจัยของพระมหาเศรษฐศิริ ปภสฺสโร และคณะ (๒๕๖๔) ศึกษาแหล่งเรียนรู้ทางพุทธศาสนา ๑๐ แห่งในเชียงราย และแบ่งได้เป็นสองแบบ แบบแรกคือวัดเก่าที่มีความสำคัญทางศาสนามาก่อนแล้วจึงกลายเป็นที่ท่องเที่ยว เช่น วัดพระแก้ว วัดพระสิงห์ และพระธาตุดอยตุง แบบที่สองคือวัดร่วมสมัยที่สร้างขึ้นในยุคที่วัดเป็นทั้งที่ปฏิบัติธรรมและแหล่งท่องเที่ยวไปพร้อมกัน

  • วัดร่องขุ่น อำเภอเมืองเชียงราย มีอุโบสถสีขาวที่ เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ เริ่มสร้างตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๔๐ งานวิจัยเดียวกันอธิบายว่าสีขาวหมายถึงพระบริสุทธิคุณของพระพุทธเจ้า และกระจกที่ประดับหมายถึงพระปัญญาคุณ
  • วัดร่องเสือเต้น ริมแม่น้ำกก เดิมเป็นวัดร้าง บูรณะเมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๙ วิหารสีน้ำเงินออกแบบและสร้างโดย พุทธา กาบแก้ว ศิลปินท้องถิ่นชาวเชียงราย ใน พ.ศ. ๒๕๔๘–๒๕๔๙ ชื่อวัดมาจากเรื่องเล่าว่าในอดีตมีเสือกระโดดข้ามร่องน้ำในหมู่บ้าน
อุโบสถสีขาววัดร่องขุ่นประดับลวดลายละเอียด สะท้อนเงาบนสระน้ำ ใต้ฟ้าสีคราม
วัดร่องขุ่น · อุโบสถสีขาว เริ่มสร้าง พ.ศ. ๒๕๔๐
ภาพ: Chainwit. / Wikimedia Commons (CC BY 4.0)
ภาพจิตรกรรมโทนสีน้ำเงินบนเพดานและผนังวิหารวัดร่องเสือเต้น มีพระพุทธรูปบนดอกบัวอยู่กลางภาพ
วัดร่องเสือเต้น · จิตรกรรมในวิหารสีน้ำเงิน
ภาพ: Chainwit. / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0)

วัดเหล่านี้ใหม่ แต่ยังเป็นวัด ไม่ใช่เพียงสถานที่ถ่ายรูป การแต่งกายสุภาพและการสำรวมในเขตอุโบสถยังสำคัญเหมือนวัดเก่า อ่านข้อควรรู้ได้ที่ มารยาทเข้าวัดล้านนา

ของกินและของดีเจียงฮาย

อาหารเมืองจานที่คนทั้งล้านนารู้จักคือ เข้าซอย เขั้าซอฯยฯ (คำเมืองอ่านว่า เข้าซอย) ซึ่งพจนานุกรมอธิบายว่าเป็นอาหารเส้นในน้ำแกงกะทิรสจัด กินกับผักกาดดอง หอมแดง และมะนาว วิธีทำแบบคนเมืองอ่านได้ที่ ข้าวซอย ส่วนงานวิจัยของรณิดา ปิงเมือง และคณะ (๒๕๖๐) รวบรวมตำรับอาหารของชาติพันธุ์ทั้ง ๙ กลุ่มในเชียงรายได้ถึง ๗๔ ตำรับ

เอกสารของกรมทรัพย์สินทางปัญญา (๒๕๖๒) ระบุสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ของจังหวัดเชียงรายไว้ดังนี้

สินค้า GI คำเมืองที่เกี่ยวข้อง
ชาเชียงราย —
กาแฟดอยตุง · กาแฟดอยช้าง —
สับปะรดนางแล · สับปะรดภูแลเชียงราย บ่าขะหนั๋ด บ่าฯขหันฯด (สับปะรด)
ข้าวก่ำล้านนา เข้าก่ำ เขั้ากํา (ข้าวเหนียวดำ)
เครื่องเคลือบเวียงกาหลง ขณะนั้นอยู่ระหว่างตรวจสอบคำขอ

พจนานุกรมยังมีคำว่า ก้วยเจียงฮาย ก้ลฯวฯยฯชยฯงรายฯ (คำเมืองอ่านว่า ก้วยเจียงฮาย) คือกล้วยที่มีถิ่นกำเนิดในสิบสองปันนา นำมาปลูกในเชียงราย รสหอมหวาน ลูกเล็กกว่ากล้วยน้ำว้า

เวียงกาหลงในอำเภอเวียงป่าเป้าเป็นแหล่งเตาเผาเครื่องถ้วยล้านนาโบราณ งานวิจัยของ Penrung Suriyakan (๒๕๕๓) คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร เล่าว่าชาวบ้านเคยขุดหาของเก่าไปขาย ต่อมาหันมาอนุรักษ์แหล่งเตาที่อยู่ในสวนของตน และปั้นเครื่องถ้วยเวียงกาหลงรุ่นใหม่ขึ้นมาแทน

คำขวัญเชียงราย และก๋าสะลองคำ

พจนานุกรมบันทึกคำขวัญของจังหวัดไว้ในคำว่าเจียงฮาย

คำขวัญ: "เหนือสุดในสยาม ชายแดนสามแผ่นดิน ถิ่นวัฒนธรรมล้านนา ล้ำค่าพระธาตุดอยตุง"

วรรคในคำขวัญ หมายถึง
เหนือสุดในสยาม จุดผ่านแดนที่สะพานข้ามน้ำแม่สาย เหนือสุดของประเทศ
ชายแดนสามแผ่นดิน ส๋บลวก สามเหลี่ยมทองคำ ที่ไทย เมียนมา และลาวมาพบกัน
ถิ่นวัฒนธรรมล้านนา เมืองแรกของพญามังราย และวัฒนธรรมของคนหลายกลุ่ม
ล้ำค่าพระธาตุดอยตุง พระธาตุคู่บนดอยตุง ธาตุปีเกิดของคนปีกุน

ต้นไม้ประจำจังหวัดคือ ปีบทอง ปีปฯทอฯง (คำเมืองอ่านว่า ปีบทอง) คนเมืองเรียกว่า ก๋าสะลองคำ กาสะลอฯงฅำ (คำเมืองอ่านว่า ก๋าสะลองคำ) พจนานุกรมบรรยายว่าเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง สูง ๑๐–๒๕ เมตร ดอกเป็นหลอดยาวสีส้มอมเหลือง ออกเป็นช่อเล็ก ๆ ช่อละ ๓–๔ ดอก กระจายตามกิ่งและลำต้น ฝักแห้งยาวคล้ายดาบ อาจยาวถึง ๔๕ เซนติเมตร

ช่อดอกปีบทองสีส้มสดรูปหลอดยาวบานเต็มกิ่ง ตัดกับท้องฟ้าสีขาว
ก๋าสะลองคำ · ปีบทอง ต้นไม้ประจำจังหวัดเชียงราย
ภาพ: Trevalb / Wikimedia Commons (CC BY 4.0)

ชื่อก๋าสะลองคำคล้าย ดอกก๋าสะลอง ดอฯกกาสลอฯง (คำเมืองอ่านว่า ดอกก๋าสะลอง) ซึ่งคือดอกปีบที่มีกลิ่นหอมแรงตอนกลางคืน คำว่า คำ ในคำเมืองแปลว่าทอง ชื่อจึงตรงกับปีบทองพอดี เอกสารของสำนักงานคลังจังหวัดเชียงรายระบุดอกไม้ประจำจังหวัดไว้อีกอย่างคือดอกพวงแสด ดูต้นไม้ประจำจังหวัดล้านนาทั้ง ๘ จังหวัดได้ที่ ๘ จังหวัดล้านนา และชื่อดอกไม้คำเมืองอื่น ๆ ที่ ดอกไม้ล้านนา

แอ่วเจียงฮายแบบคนเมือง

ไปเที่ยวในคำเมืองคือ ไปแอ่ว ไพแอ่วฯ (คำเมืองอ่านว่า ไปแอ่ว) ประโยคต่อไปนี้ประกอบจากคำในพจนานุกรม ใช้ได้ทั้งในกาด ในวัด และตอนคุยกับคนเชียงราย

คำเมือง อ่านว่า ความหมาย
ไปแอ่วเจียงฮาย ไปแอ่วเจียงฮาย ไปเที่ยวเชียงราย
ไปตางใดมา ไพทาฯงฯไดมา ไปตางใดมา ไปไหนมา (คำทักทาย)
กิ๋น กินฯ เข้าซอย ลำแต๊ ลำแท้ กิ๋นเข้าซอย ลำแต๊ กินข้าวซอย อร่อยจริง ๆ
บ่าขะหนั๋ด เต้าใด เทัาฯฯได บ่าขะหนั๋ดเต้าใด สับปะรดเท่าไหร่
ยินดี ยินฯดี เจ้า เจั้า ยินดีเจ้า ขอบคุณค่ะ
💡 เกร็ดความรู้
เจ้า ใช้อย่างไร พจนานุกรมอธิบายว่า เจ้า เป็นคำลงท้ายแสดงความอ่อนน้อม ทุกวันนี้มักใช้เฉพาะผู้หญิง คำทักทายและคำลงท้ายอื่น ๆ อ่านต่อได้ที่ ทักทายแบบคนเมือง และถ้าจะไปซื้อของในกาด อ่าน ไปกาดแบบคนเมือง

สรุป

  • เจียงฮาย คือชื่อเชียงรายในคำเมือง เจียง แปลว่าเมือง ชื่อนี้มีกฎเสียง ช เป็น จ และ ร เป็น ฮ อยู่ในคำเดียว
  • พญามังราย (คำเมืองอ่านว่า มังลาย) สร้างเมืองใน พ.ศ. ๑๘๐๕ ตำนานเล่าว่าตาม จ๊าง ที่หลุดหายมาถึง ดอย จอมทองริมน้ำแม่ กก เมืองถูกตั้งขึ้นใหม่อีกครั้งใน พ.ศ. ๒๓๘๖
  • เชียงแสน สถาปนาโดยพญาแสนภูใน พ.ศ. ๑๘๗๑ ตำนาน โยนก เล่าย้อนไปไกลกว่านั้น แต่โบราณคดียังไม่พบหลักฐานที่เก่ากว่า
  • พระธาตุดอยตุง ได้ชื่อจาก ตุง ในตำนาน เป็นธาตุปีเกิดของคนปีกุน ส่วน ส๋บลวก คือสามเหลี่ยมทองคำ ที่สามประเทศพบกัน
  • เชียงรายเป็นบ้านของคนเมือง จาวไตลื้อ ไต และกลุ่มชาติพันธุ์บนที่สูงอีกหลายกลุ่ม ต้นไม้ประจำจังหวัดคือ ก๋าสะลองคำ

ค้นคำเกี่ยวกับเชียงรายเพิ่มได้ใน พจนานุกรมมรดกล้านนา และอ่านเมืองที่พญามังรายสร้างต่อจากเจียงฮายได้ที่ เจียงใหม่

📚 ทั้งชุด: ดูจังหวัด เมืองเก่า และผู้คนบนแผนที่เดียวที่ เมืองในล้านนา: ๘ จังหวัด เมืองเก่า และผู้คน

📚 อ่านเรื่องล้านนาทั้งหมด: ล้านนา: ชื่อนี้มาจากไหน และ ๗๐๐ ปีของแผ่นดินล้านนา

อ่านต่อ: ช่วงที่พญาแสนภูสร้างเชียงแสน ราชสำนักหยวนก็ตั้งตำแหน่งข้าหลวงในเขตนี้ ดูบันทึกจีนเทียบฝั่งล้านนาที่ ล้านนากับมองโกล

แหล่งอ้างอิง

ฝึกคำจากบทความนี้

ลองเล่นบัตรคำ 39 คำจากบทความนี้ จำคำล้านนาให้แม่นขึ้น

ค้นหาคำว่า "เจียงฮาย" ในพจนานุกรมมรดกล้านนา

🎯 ทดสอบคำในบทความนี้ทายคำล้านนาจากบทความ 39 คำ จำได้แค่ไหน?

📝 ลองเขียนคำเมืองบนกระดาน แล้วแชร์ให้เพื่อน →

บทความที่เกี่ยวข้อง

แจ่งศรีภูมิ ป้อมมุมกำแพงเมืองเชียงใหม่ก่อด้วยอิฐเก่า ตั้งอยู่ริมคูเมืองที่มีน้ำสะท้อนเงาป้อม

เจียงใหม่: นครพิงค์ของพญามังราย ปะตู๋ แจ่ง วัด และจาวเวียง

22 ตุลาคม 2569 วัฒนธรรม

รู้จักเชียงใหม่หรือเจียงใหม่ในคำเมือง เมืองที่พญามังรายสร้างใน พ.ศ. ๑๘๓๙ ผังเวียง ประตู แจ่ง เสาอินทขีล วัดสำคัญ ผู้คน งานช่าง ของกิน ประเพ…

ลานวัดพระธาตุลำปางหลวงยามเย็น เจดีย์ทรงล้านนาสีทองตั้งเด่นกลางลาน มีวิหารไม้หลังคาซ้อนชั้นอยู่สองข้าง

ลำปาง เขลางค์นคร: เมืองรถม้า ชามตราไก่ และพระธาตุลำปางหลวง

18 ตุลาคม 2569 วัฒนธรรม

รู้จักลำปาง เขลางค์นครหรือเวียงละกอน จากตำนานถึงจังหวัด พระธาตุลำปางหลวง พระแก้วดอนเต้า วัดพม่ายุคไม้สัก รถม้า ชามตราไก่ ข้าวแต๋น และคำเมือ…

เจดีย์สามองค์แห่งวัดฉงเซิ่ง เมืองต้าหลี่ มณฑลยูนนาน ยอดเจดีย์สีขาวสูงเหนือดงไม้เขียว มีภูเขาและท้องฟ้าสีฟ้าเป็นฉากหลัง

ล้านนากับมองโกล: แรงสะเทือนปี ๑๗๙๖ และการสร้างเชียงใหม่

24 ตุลาคม 2569 วัฒนธรรม

ล้านนากับมองโกล ตั้งแต่มองโกลยึดต้าหลี่ พ.ศ. ๑๗๙๖ ทัพหยวนสองหมื่นที่มาตีปาไป่สีฟู่แล้วถอยกลับ จนศึกกลายเป็นคณะทูตและของกัน อ่านบันทึกหยวนเท…

วิหารหลวงวัดพระธาตุหริภุญชัย ลำพูน หลังคาซ้อนชั้นสีแดง มีพระบรมธาตุสีทองอยู่ด้านหลัง ยามพลบค่ำ

หละปูน: ลำพูน เมืองหริภุญไชยที่เก่าแก่กว่าเชียงใหม่

18 ตุลาคม 2569 วัฒนธรรม

รู้จักลำพูนหรือหละปูนในคำเมือง นครหริภุญไชยก่อนมีเชียงใหม่ พระธาตุหริภุญชัยของคนปีระกา กู่กุ๋ด ชาวยอง ผ้าไหมยกดอกลำพูน ลำไย คำขวัญ และคำเมื…

↑

↑ ↓ เลือก · Enter เปิด · Esc ปิด