มรดกล้านนา🔍EN
ครูดนตรีพื้นเมืองนั่งขัดสมาธิบนเสื่อ ดีดซึงไม้แกะลายสีทอง ที่บ้านในอำเภอแม่ออน เชียงใหม่

ภาพ: Takeaway / Wikimedia Commons (CC BY-SA 3.0)

สะล้อซอซึง: ดนตรีพื้นเมืองล้านนา สะล้อ ซึง และเสียงขับซอ

สะล้อซอซึง หรือ วงสะล้อซอซึง ว฿งฯสลํอฯซํอฯซึงฯ (คำเมืองอ่านว่า วงสะล้อซอซึง) คือวงดนตรีพื้นเมืองของล้านนาที่มี สะล้อ กับ ซึง เป็นเครื่องดนตรีหลัก เสียงหวาน ๆ ของเครื่องสีคู่กับเสียงดีดใส ๆ นี้ คือเสียงที่คนเหนือคุ้นหูในงานบุญ งานแต่ง และงานรื่นเริง บทความนี้จะพาไปรู้จักเครื่องดนตรีแต่ละชิ้น และไขคำถามว่า "ซอ" ในชื่อวงหมายถึงอะไร

ว฿งฯสลํอฯซํอฯซึงฯ
วงสะล้อซอซึง
น.วงดนตรีพื้นเมืองที่มี สะล้อ และ ซึง เป็นเครื่องดนตรีหลัก มีกลอง ขลุ่ยไม้ไผ่ และฉิ่งประกอบ วงสะล้อซอซึงมีความโดดเด่นเฉพาะตัวที่บรรพ-บุรุษชาวล้านนาได้สร้างสรรค์ ปรุงแต่ง พัฒนาสืบต่อกันมา
ดูในพจนานุกรมมรดกล้านนา →

สะล้อซอซึงคืออะไร

พจนานุกรมมรดกล้านนาอธิบายว่า วงสะล้อซอซึงเป็น "วงดนตรีพื้นเมืองที่มี สะล้อ และ ซึง เป็นเครื่องดนตรีหลัก มีกลอง ขลุ่ยไม้ไผ่ และฉิ่งประกอบ" และเป็นวงที่ "บรรพบุรุษชาวล้านนาได้สร้างสรรค์ ปรุงแต่ง พัฒนาสืบต่อกันมา"

งานวิจัยของ บุษกร สำโรงทอง (๒๕๕๒) ที่ศึกษาวัฒนธรรมการสืบทอดดนตรีล้านนา ระบุว่าดนตรีที่มีชื่อเสียงที่สุดในเขตล้านนาคือ วงสะล้อ ซอ ซึง ซึ่งมีผู้ขับร้องเรียกว่า ช่างซอ ช่างฯซํอฯ (คำเมืองอ่านว่า จ้างซอ)

ดนตรีพื้นเมืองล้านนาแบ่งเครื่องดนตรีตามวิธีเล่นได้ ๔ กลุ่ม คือ ดีด สี ตี เป่า ดังนี้

วิธีเล่น เครื่องดนตรี (คำเมือง) อักษรล้านนา ความหมายตามพจนานุกรม
สี สะล้อ สลํอฯ เครื่องดนตรีประเภทสี คล้ายซออู้
ดีด ซึง ซึงฯ เครื่องดนตรีประเภทดีด คล้ายกีตาร์ มีสาย ๒ คู่
ดีด เปี๊ยะ เพยฯะ เครื่องดีดที่มีคันต่อจากกะลาครึ่งซีก ผู้เล่นเอากะลาครอบอก
เป่า ปี่ ปี่ เครื่องเป่าประกอบการขับซอ
เป่า ขุ่ย (ขลุ่ย) ขุ่ ทำด้วยไม้รวก เจาะรูตามยาว
ตี ก๋อง (กลอง) กลฯอฯง ไม้กลวง ขึงด้วยหนัง ตีด้วยมือหรือไม้
ตี สว่า ส่วฯา ฉาบขนาดใหญ่ ตระกูลเดียวกับฉิ่ง
ตี สิ่ง (ฉิ่ง) สิ่งฯ ทองเหลืองแบน ๆ คล้ายฝาขนมครก

สะล้อ เครื่องสีกะลามะพร้าว

สะล้อ สลํอฯ (คำเมืองอ่านว่า สะล้อ) คือเครื่องสีของล้านนา พจนานุกรมบอกว่ามีอีกหลายชื่อ เช่น ซะล้อ ซะลํ้อฯ (คำเมืองอ่านว่า ซะล้อ) ถะล้อ และธะล้อ คำว่า สีสะล้อ สีสลอฯ (คำเมืองอ่านว่า สีสะล้อ) จึงหมายถึง "สีซอแบบล้านนา"

สลํอฯ
สะล้อ
น.เครื่องดนตรีประเภทสีที่ใช้กับวงสะล้อซึงของล้านนา คล้ายซออู้; ซะล้อ, ถะล้อ,ธะล้อ ก็ว่า ดู...วงสะล้อซอซึง ประกอบ
ดูในพจนานุกรมมรดกล้านนา →

ตัวสะล้อทำจาก กะโหลกมะพร้าว หรือที่คนเมืองเรียกว่า กะโหล้ง กะโห้฿ลฯง (คำเมืองอ่านว่า กะโหล้ง) ใช้เป็นกล่องเสียง งานวิจัยของ บูรณพันธุ์ ใจหล้า (๒๕๖๓) ที่ศึกษาช่างทำเครื่องดนตรีในเชียงใหม่ บันทึกว่า สะหล่า ส่ๆลฯา (คำเมืองอ่านว่า สะหล่า) หรือช่าง นิยมใช้ ไม้ชิงชัน ซึ่งคนเมืองเรียกว่าไม้เก็ด ทำคันทวน เพราะเป็นไม้เนื้อแข็ง

ขั้นตอนการทำสะล้อตามงานวิจัยนี้ ได้แก่ ทำคันทวน ขึ้นรูป ทำลูกบิด ทำคันชัก ขัดกะโหลกมะพร้าว เจาะกล่องเสียง ใส่สาย ผูกเส้นหวายตรงรัดอก แล้วจึงวัดคุณภาพเสียง ส่วนไม้ที่รองรับสายสะล้อ พจนานุกรมเรียกว่า หย่องสะล้อ อยฯอฯงสลํอฯ (คำเมืองอ่านว่า หย่องสะล้อ)

สะล้อและคันชัก แสดงกะโหลกกะลามะพร้าว คันทวน ลูกบิด และคันชักขนหางม้า
สะล้อกับคันชัก: กล่องเสียงทำจากกะลามะพร้าวปิดหน้าด้วยแผ่นไม้ คันทวนยาว ลูกบิดอยู่ที่ปลายคัน · ภาพ: Purinee Donchai / Wikimedia Commons (CC0)
💡 เกร็ดความรู้
คนเมืองมีสำนวนว่า สีสะล้อหื้อควายฟัง สีสลอฯหื้ฅวฯายฯฟังฯ (คำเมืองอ่านว่า สีสะล้อหื้อควายฟัง) พจนานุกรมอธิบายว่าหมายถึง "แนะนำหรือสั่งสอนคนโง่ คนปัญญาทึบ มักไม่มีประโยชน์" เทียบได้กับสำนวนไทยกลางว่า "สีซอให้ควายฟัง"

ซึง เครื่องดีดสี่สาย

ซึง ซึงฯ (คำเมืองอ่านว่า ซึง) คือเครื่องดีดของล้านนา พจนานุกรมอธิบายว่า "คล้ายกีต้าร์ มีสาย ๒ คู่" รวมเป็น ๔ สาย

ซึงฯ
ซึง
น.เครื่องดนตรีพื้นเมืองประเภทดีด คล้ายกีต้าร์ มีสาย ๒ คู่ เล่นเป็นวง สะล้อ ซอซึง
ดูในพจนานุกรมมรดกล้านนา →

งานวิจัยของ กัลยาณี สายสุข (๒๕๖๔) อธิบายว่าซึงที่นิยมใช้ทั่วไปมี ๓ ขนาด คือ ซึงเล็ก (ซึงตัด) ซึงกลาง และ ซึงใหญ่ (ซึงหลวง) ส่วนประกอบสำคัญได้แก่ กล่องเสียงหรือ โฮงเสียง ตาดซึง คอซึง ลูกซึง หย่องซึง ลูกบิด หัวซึง และสายซึง

วิธีทำแบบดั้งเดิมคือนำไม้ทั้งท่อนมาตัดตามรูปทรง ขุดคว้านเนื้อไม้ข้างในออกเป็นกล่องเสียง แล้วปิดหน้าด้วยแผ่นไม้ ไม้ที่นิยมคือ ไม้สัก หรือ ไม้ขนุน งานวิจัยชิ้นเดียวกันยังบันทึกภูมิปัญญาใหม่ของช่างที่อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย ซึ่งประกอบซึงจาก ไม้สักเก่า จากเฟอร์นิเจอร์และบานประตูหน้าต่าง เพื่อลดการใช้ไม้

ℹ️ ข้อมูล
สะล้อและซึงมี ๓ ขนาด: เล็ก กลาง และใหญ่ บูรณพันธุ์ ใจหล้า (๒๕๖๓) พบว่าทั้งสามขนาด "มีกระบวนวิธีการสร้างที่เหมือนกันแต่ต่างกันที่ขนาดกับระดับเสียง" และวงการดนตรีล้านนาได้พัฒนาระบบเสียงที่เรียกว่า ลูกสาม–ลูกสี่ จนเป็นมาตรฐานที่ใช้กันกว้างขวางในปัจจุบัน

ตัวอย่างการเทียบเสียง: ช่างกาจร เทโวขัติ์ อธิบายว่า สะล้อลูกสามจะเทียบสายทุ้มให้ตรงกับเสียง โด และสายเอกให้ตรงกับเสียง ซอล ของขลุ่ย

"ซอ" ในชื่อวงหมายถึงอะไร

คำว่า ซอ ซํอฯ (คำเมืองอ่านว่า ซอ) ในภาษาล้านนา ไม่ได้หมายถึงเครื่องสี พจนานุกรมอธิบายว่าเป็นคำกริยา หมายถึง "การขับร้องหรือขับเพลงพื้นบ้านล้านนา" เรียกอีกอย่างว่า "ซอปื๊นเมือง" ผู้ขับคือช่างซอ ส่วนการขับเรียกว่า ขั๋บซอ ขัปฯซํอฯ (คำเมืองอ่านว่า ขั๋บซอ)

⚠️ ข้อควรระวัง
อย่าสับสนระหว่าง ซอ ของไทยกลาง (เครื่องสี เช่น ซออู้ ซอด้วง) กับ ซอ ของล้านนา (การขับเพลงพื้นบ้าน) ในชื่อ "วงสะล้อซอซึง" เครื่องสีคือ สะล้อ ส่วน ซอ คือเสียงร้องของช่างซอ เรื่องเพลงซอและการจ๊อยจะเล่าแยกไว้ในบทความหมวดวรรณกรรม

พจนานุกรมในคำว่า เพงซอ เพลฯงซํอฯ (คำเมืองอ่านว่า เพงซอ) แบ่งการซอตามเขตวัฒนธรรมเป็น ๒ เขต และแต่ละเขตใช้วงดนตรีคลอต่างกัน

ล้านนาตะวันตก ได้แก่ เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง และเชียงราย ขับซอเข้ากับ ปี่ หรือ วงปี่จุม คือมีปี่เป็นหลักในการบรรเลงประกอบ เรียกโดยรวมว่า "ซอเจียงใหม่"

วงปี่จุม: ปี่สามเลาคลอเสียงซอ

ปี่จุม ปี่ชุม (คำเมืองอ่านว่า ปี่จุม) แปลตรงตัวว่า "ชุดของปี่" เพราะคำว่า จุม แปลว่าชุด พจนานุกรมอธิบายว่า ปี่จุมสาม ปี่ชุมสามฯ (คำเมืองอ่านว่า ปี่จุมสาม) มีปี่ ๓ เลา ได้แก่

  • ปี่โข้ ปี่โข้ (คำเมืองอ่านว่า ปี่โข้) ปี่ขนาดใหญ่ที่สุดในชุด เรียกอีกชื่อว่าปี่แม่
  • ปี่กลาง ปี่กลฯางฯ (คำเมืองอ่านว่า ปี่ก๋าง) ปี่ขนาดกลาง
  • ปี่ก้อย ปี่ก้อฯยฯ (คำเมืองอ่านว่า ปี่ก้อย) ปี่ขนาดเล็ก

ถ้าเพิ่มปี่ตัดเข้าไปเป็น ๔ เลา เรียกว่าปี่จุมสี่ และถ้าเพิ่มปี่นางอีกเลาเป็น ๕ เลา เรียกว่าปี่จุมห้า สะล้อเองก็ใช้ร่วมกับวงปี่ได้ พจนานุกรมบอกว่าสะล้อ "ใช้เล่นร่วมวงปี่ในการขับเพลงซอ ใช้คลอขับเพลงจ๊อย"

วงกลองและป้าดก๊อง: ดนตรีเครื่องตีของล้านนา

นอกจากวงเครื่องสายแล้ว ล้านนายังมีวงเครื่องตีอีกหลายแบบ งานวิจัยของบุษกร สำโรงทอง (๒๕๕๒) พบว่าวงเครื่องตีมีชื่อเรียกต่างกันไปตามท้องถิ่น เช่น พาทย์ค้อง วงป้าด และกลองเต่งถิ้ง แต่ชื่อที่ใช้กันทั่วไปที่สุดคือ ป้าดก๊อง พาท์ยฯค้อฯง (คำเมืองอ่านว่า ป้าดก๊อง)

วง / เครื่องดนตรี อักษรล้านนา ความหมายตามพจนานุกรม
ก๋องหลวง กลฯอฯงหลฯวฯง กลองหน้าเดียวขนาดใหญ่และยาว เอวคอด นิยมตีแข่งเสียงดังและใช้แห่ครัวทาน
ก๋องแอว กลฯอฯงแอวฯ กลองหน้าเดียวคล้ายกลองหลวงแต่เล็กกว่า ยาวประมาณ ๑.๕–๒ เมตร
ก๋องตะหล๋ดป๋ด กลฯอฯงตห฿ลฯดป฿ดฯ กลองเล็กสองหน้า ใช้ตีให้จังหวะกลองใหญ่
ตึ่งโนง ตึ่งฯโน฿งฯ ดนตรีแห่ มีกลองแอว ตะหลดปด ฆ้อง ฉาบ และปี่แตร
ปี่แน ปี่แน แตร ลักษณะคล้ายปี่มอญ
ก๋องปู่เจ่ กลฯอฯงปู่เจ่ กลองหน้าเดียวสะพายตี เป็นเครื่องดนตรีของชาวไทใหญ่

พจนานุกรมอธิบายว่ากลองแอวเมื่อบรรเลงร่วมกับฆ้อง สว่า และกลองตะหลดปด จะเรียกว่า ก๋องตึ่งโนง ตามเสียงที่ได้ยิน และแต่ละถิ่นเรียกต่างกัน ลำพูนเรียกก๋องเปิ้งโมง ลำปางเรียกก๋องต๋กเส้ง แพร่และน่านเรียกก๋องอืดซึ้ง อ่านเรื่องกลองหลวงในงานบุญเพิ่มเติมได้ในบทความ ปอยหลวง

ครูดนตรีและการสืบทอด

ดนตรีล้านนาสืบทอดกันแบบครูกับศิษย์ บุษกร สำโรงทอง (๒๕๕๒) อธิบายว่าการเรียนส่วนใหญ่เกิดขึ้นที่บ้านครู ศิษย์ไม่ได้เรียนแค่ดนตรี แต่เรียนการวางตัวและคุณธรรมตามแบบอย่างครูด้วย และนักดนตรีทุกสายมีพิธี ไหว้ครู ไห้วฯระฯคู (คำเมืองอ่านว่า ไหว้คู)

พิธีไหว้ครูดนตรีล้านนา ๓ แบบ และการสืบทอดช่างทำสะล้อซึง

พิธีไหว้ครู ๓ แบบ (บุษกร สำโรงทอง, ๒๕๕๒)

  • พิธีมอบตัวเป็นศิษย์ สำหรับผู้เริ่มเรียน
  • พิธีไหว้ครูก่อนแสดง เพื่อขออนุญาตและคารวะครู และขอให้ครูอำนวยพรในการแสดง
  • พิธีไหว้ครูประจำปี จัดราวกลางเดือนเมษายน ช่วงปีใหม่
  • สำหรับช่างซอยังมีพิธีพิเศษเรียกว่า พิธีแบ่งครูซอ สำหรับผู้ที่ต้องการเป็นช่างซออาชีพ

สายช่างทำสะล้อและซึงในเชียงใหม่ (บูรณพันธุ์ ใจหล้า, ๒๕๖๓)

  • การสืบทอดการสร้างสะล้อและซึงเริ่มจาก เจ้าสุนทร ณ เชียงใหม่ ซึ่งถ่ายทอดให้ นายบุญรัตน์ ทิพย์รัตน์ ช่างกลึงที่อยู่กับเจ้าสุนทรราว ๒๐ ปี
  • นายบุญรัตน์ถ่ายทอดต่อให้ลูกศิษย์ เช่น นายกาจร เทโวขัติ์ ซึ่งเป็นช่างทำสะล้อและซึงที่วงการดนตรีล้านนายอมรับในปัจจุบัน
  • ในราว ๕๐ ปีที่ผ่านมา เครื่องดนตรีล้านนาพัฒนาทั้งความงาม คุณภาพเสียง การแบ่งขนาดเล็ก–กลาง–ใหญ่ และระบบเสียงลูกสาม–ลูกสี่
💡 เกร็ดความรู้
ถ้าอยากฟังเสียงซอแบบเก่า พจนานุกรมมีคำว่า ก้องซอ ก้ลฯอฯงซํอฯ (คำเมืองอ่านว่า ก้องซอ) หรือบอกซอ หมายถึงหีบเสียงยุคแรก ๆ ที่ใช้แผ่นเสียงครั่ง "มีเฉพาะการซอ หรือการซอโต้ตอบระหว่างชายหญิง" แสดงว่าเพลงซอเคยเป็นเพลงยอดนิยมของคนล้านนามาตั้งแต่ยุคแผ่นเสียง

สรุป

  • วงสะล้อซอซึง คือวงดนตรีพื้นเมืองล้านนาที่มีสะล้อและซึงเป็นหลัก เสริมด้วยกลอง ขลุ่ย และฉิ่ง
  • สะล้อ เป็นเครื่องสีที่ใช้กะลามะพร้าวทำกล่องเสียง ส่วน ซึง เป็นเครื่องดีด ๔ สาย (๒ คู่) ทั้งสองมี ๓ ขนาด
  • ซอ ในชื่อวงหมายถึง การขับเพลงพื้นบ้าน ของช่างซอ ไม่ใช่เครื่องสีแบบไทยกลาง
  • ซอเจียงใหม่คลอด้วยวงปี่จุม ส่วนซอน่านคลอด้วยสะล้อและซึง (ปิน)
  • ล้านนายังมีวงเครื่องตี เช่น ป้าดก๊อง ตึ่งโนง และกลองหลวง ซึ่งสืบทอดแบบครูกับศิษย์พร้อมพิธีไหว้ครู

ค้นคำล้านนาเรื่องดนตรีเพิ่มเติมได้ใน พจนานุกรมมรดกล้านนา และอ่านคำจ๊อยหนุ่มแอ่วสาวได้ในบทความ กว่างล้านนา

แหล่งอ้างอิง

ค้นหาคำว่า "วงสะล้อซอซึง" ในพจนานุกรมมรดกล้านนา

🎯 ทดสอบคำในบทความนี้ทายคำล้านนาจากบทความ 33 คำ จำได้แค่ไหน?

บทความที่เกี่ยวข้อง

นักร้องเพลงพื้นบ้านนั่งขับร้องโต้ตอบกัน มีวงดนตรีพื้นบ้านบรรเลงอยู่ด้านหลัง ที่บ้านคุ้งตะเภา จังหวัดอุตรดิตถ์

ขับซอและจ๊อย: การขับลำนำล้านนา ช่างซอ ทำนองซอ และคร่าว

16 ธันวาคม 2568 · วรรณกรรม

ขับซอคือการขับลำนำพื้นบ้านของล้านนา อ่านความต่างระหว่างซอกับจ๊อย ช่างซอ ซอถ้อง ทำนองตั้งเชียงใหม่ จะปุ ละม้าย และคร่าวที่ใช้เป็นบทขับ

ลำธารน้ำตกห้วยแก้วเชิงดอยสุเทพในฤดูฝน มีน้ำตกเล็ก ๆ ไหลลงมาระหว่างป่าเขียวครึ้ม

น้อยไจยา: ละครซอรักสามเส้าจากคุ้มเจ้าดารารัศมี สู่เพลงคำเมือง

12 ตุลาคม 2569 · วรรณกรรม

น้อยไจยา (น้อยใจยา, น้อยไชยา) คือละครซอของท้าวสุนทรพจนกิจที่เจ้าดารารัศมีทรงผูกเรื่อง อ่านเรื่องย่อน้อยไจยากับแว่นแก้ว ที่มาของชื่อ และเส้น…

ช่างฟ้อนหญิงสวมเล็บโลหะยาวทุกนิ้ว เสื้อขาว ผ้าคาดแดง และทัดดอกไม้ ขณะฟ้อนเล็บที่เชียงใหม่

ฟ้อนล้านนา: ฟ้อนเล็บ ฟ้อนเทียน และฟ้อนเจิง ต่างกันอย่างไร

3 มีนาคม 2569 · วัฒนธรรม

ฟ้อนล้านนามีหลายแบบ อ่านความต่างของฟ้อนเล็บ ฟ้อนเทียน และฟ้อนเจิง ที่มาจากคุ้มเจ้าหลวงและศิลปะการต่อสู้ วงตึ่งโนง ช่างฟ้อน และคำเมืองจากพจน…

ทุ่งดอกบัวตองสีเหลืองบานเต็มเนินเขาบนดอยแม่อูคอ จังหวัดแม่ฮ่องสอน ใต้ท้องฟ้าสีคราม มีแนวสนอยู่บนยอดเนิน

เพลงล่องแม่ปิง: เรียนคำเมืองจากเพลงของจรัล มโนเพ็ชร

13 ตุลาคม 2569 · เรียนภาษาล้านนา

เพลงล่องแม่ปิงของจรัล มโนเพ็ชร อ่านคำเมืองทีละคำ ดอกบัวตอง เอื้องสามปอย บ่เกย ลูกแม่ระมิงค์ ฮักใครฮักจริง พร้อมเสียงคำเมืองและสัมผัสท้ายวรร…

↑

↑ ↓ เลือก · Enter เปิด · Esc ปิด