มรดกล้านนา

🌐 Read in English

โบสถ์เซนต์ปีเตอร์และเซนต์พอลที่เมืองออลนีย์ ประเทศอังกฤษ อาคารหินเก่ามียอดแหลมสูง ล้อมด้วยสนามหญ้าและป้ายหลุมศพ

ภาพ: Michael Garlick / Wikimedia Commons (CC BY-SA 2.0)

เพลงอเมซิงเกรซ (Amazing Grace): แปลเป็นคำเมืองครบทุกบท

เพลงอเมซิงเกรซ (Amazing Grace) เป็นเพลงสวดภาษาอังกฤษที่คนทั่วโลกรู้จัก ได้ยินทั้งในโบสถ์ ในพิธีรำลึก และในเสียงปี่สก็อต ผู้แต่งคือ John Newton อดีตกะลาสีเรือที่ต่อมาเป็นนักบวชในนิกายแองกลิกัน บทความนี้ลองถ่ายทอดเนื้อร้องดั้งเดิมทั้งหกบทเป็น คำเมือง โดยใช้เฉพาะคำที่มีในพจนานุกรม เพื่อดูว่าถ้าคนเมืองจะอู้ความคิดเดียวกันนี้ จะมีคำไหนให้ใช้บ้าง

คำแรกของเพลงคือ "amazing" ซึ่งคำเมืองมีคำที่ตรงความหมายพอดี คือ ปุ๋นงืด ปุรงืดฯ พจนานุกรมให้ความหมายว่า น่าอัศจรรย์ น่าประหลาดใจ ส่วน "grace" ไม่มีคำเมืองคำเดียวที่ตรงกัน คำที่ใกล้ที่สุดในพจนานุกรมคือ ผายโผด ผายฯโผ฿ดฯ ซึ่งแปลว่า กรุณา สงสาร ให้ความเอ็นดู

เนื้อร้องของเพลงนี้พิมพ์ครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. ๒๓๒๒ (ค.ศ. ๑๗๗๙) และผู้แต่งเสียชีวิตไปกว่าสองร้อยปีแล้ว จึงเป็น สาธารณสมบัติ ต่างจากเพลงลิขสิทธิ์อย่าง เพลงมายเวย์ เราจึงถ่ายทอดได้ ครบทุกบท และแสดงต้นฉบับคู่กัน โดยใช้ฉบับพิมพ์ครั้งแรกใน Olney Hymns ไม่ใช้ถ้อยคำของฉบับเรียบเรียงสมัยใหม่

ผายฯโผ฿ดฯ
ผายโผด
ก.ปรายโปรด - กรุณา,สงสาร,ให้ความเอ็นดู
ดูในพจนานุกรมมรดกล้านนา →

เพลงอเมซิงเกรซ มาจากไหน

ผู้แต่ง John Newton เกิดเมื่อ ค.ศ. ๑๗๒๕ (พ.ศ. ๒๒๖๘) และเสียชีวิตเมื่อ ค.ศ. ๑๘๐๗ ตามข้อมูลของพิพิธภัณฑ์คาวเปอร์และนิวตัน (Cowper & Newton Museum) ที่เมืองออลนีย์ เขาเป็นกะลาสีมาตั้งแต่หนุ่ม และเคยทำงานบนเรือค้าทาสข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก จนได้เป็นกัปตันเรือ ในคืนวันที่ ๒๑ มีนาคม ค.ศ. ๑๗๔๘ เรือของเขาเจอพายุหนัก พิพิธภัณฑ์บันทึกว่าเหตุการณ์นั้นเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้เขาหันกลับมาหาศรัทธา และเขาระลึกถึงวันนั้นทุกปี

ที่ออลนีย์ ต่อมา Newton เป็นนักบวชประจำโบสถ์เซนต์ปีเตอร์และเซนต์พอล เมืองออลนีย์ (Olney) ทางตอนกลางของอังกฤษ ระหว่าง ค.ศ. ๑๗๖๔–๑๗๗๙ เพลงนี้น่าจะแต่งในช่วงปลายเดือนธันวาคม ค.ศ. ๑๗๗๒ เพื่อใช้ในพิธีวันขึ้นปีใหม่ ๑ มกราคม ค.ศ. ๑๗๗๓ (พ.ศ. ๒๓๑๖) ซึ่ง Newton เทศน์จากคัมภีร์ไบเบิล พงศาวดาร ฉบับที่ ๑ บทที่ ๑๗ ข้อ ๑๖–๑๗ พิพิธภัณฑ์อ้างบันทึกประจำวันของเขาเมื่อ ๒๒ ธันวาคม ค.ศ. ๑๗๗๒ ที่เขียนว่ากำลัง "แต่งเพลงสวด"

ฉบับพิมพ์ครั้งแรก เพลงนี้พิมพ์ใน Olney Hymns (ค.ศ. ๑๗๗๙) หนังสือเพลงสวดที่ Newton ทำร่วมกับกวี William Cowper ตามบล็อกของหอสมุดรัฐสภาสหรัฐฯ (Library of Congress) เพลงนี้ยังไม่มีชื่อ Amazing Grace เป็นเพียง "Hymn XLI" (เพลงที่ ๔๑) หัวข้อ "Faith's review and expectation" (ศรัทธามองย้อนหลังและมองไปข้างหน้า) เริ่มที่ท้ายหน้า ๕๓ แหล่งข้อมูลนับจำนวนเพลงในเล่มต่างกันเล็กน้อย หอสมุดรัฐสภาสหรัฐฯ ว่าเป็นของ Newton ๒๘๐ เพลงและ Cowper ๖๘ เพลง ส่วนพิพิธภัณฑ์ว่า ๒๘๑ และ ๖๗ เพลง

หน้า ๕๓ ของหนังสือ Olney Hymns ฉบับ ค.ศ. ๑๗๗๙ ครึ่งล่างของหน้าเป็นบทแรกของ Hymn XLI ที่ขึ้นต้นว่า Amazing grace
หน้า ๕๓ ของ Olney Hymns (ค.ศ. ๑๗๗๙) บทแรกของ Hymn XLI อยู่ครึ่งล่างของหน้า สังเกตตัว ſ (s ยาว) ในการพิมพ์ยุคนั้น · ภาพ: Olney Hymns was published by John Newton and William Cowper / Wikimedia Commons (Public domain)

ทำนอง ใน ค.ศ. ๑๗๗๙ เพลงสวดพิมพ์แต่เนื้อร้อง ไม่มีโน้ต พิพิธภัณฑ์ระบุว่าไม่มีใครรู้แน่ว่าเดิมร้องด้วยทำนองใด ทำนองที่คนทั้งโลกร้องในวันนี้ชื่อ "New Britain" เป็นทำนองพื้นบ้านอเมริกัน hymnary.org และวิกิพีเดียตรงกันว่าเริ่มคู่กับเนื้อร้องนี้ในหนังสือ The Southern Harmony ของ William Walker (วิกิพีเดียระบุ ค.ศ. ๑๘๓๕) และ Edwin Othello Excell ทำให้ฉบับนี้เป็นมาตรฐานในโบสถ์อเมริกันช่วง ค.ศ. ๑๙๐๐–๑๙๑๐

บท "หมื่นปี" หลายคนรู้จักบทที่ขึ้นต้นว่า "When we've been there ten thousand years" (เมื่อเราอยู่ที่นั่นมาแล้ว หมื่น หื่มฯร ปี๋ ปี) แต่บทนี้ ไม่ใช่ของ Newton และไม่มีในฉบับ ค.ศ. ๑๗๗๙ แหล่งข้อมูลเล่าที่มาไม่ตรงกัน hymnary.org ว่ามาจากเพลงสวดของ Elhanan Winchester (ค.ศ. ๑๗๘๔) วิกิพีเดียว่ามาจากเพลง "Jerusalem, My Happy Home" ที่ Harriet Beecher Stowe ยกไว้ในนวนิยาย Uncle Tom's Cabin (ค.ศ. ๑๘๕๒) ทั้งสองแหล่งตรงกันว่า Excell นำบทนี้มาต่อท้ายเพลงใน ค.ศ. ๑๙๑๐ บทความนี้จึงถ่ายทอดเฉพาะหกบทของ Newton

ฟังฉบับปี่สก็อตที่ดังไปทั่วโลก

ฉบับบันทึกเสียงของเพลงนี้มีนับพัน ฉบับที่โด่งดังมากฉบับหนึ่งคือเสียงปี่สก็อต (bagpipes) ของวงดุริยางค์ทหาร Royal Scots Dragoon Guards จากอัลบั้ม Amazing Grace: Farewell to the Greys (℗ ค.ศ. ๑๙๗๑) ซึ่งวิกิพีเดียบันทึกว่าขึ้นอันดับ ๑ ของชาร์ตเพลงอังกฤษใน ค.ศ. ๑๙๗๒ เป็นเพลงบรรเลงไม่มีเนื้อร้อง ฟังแล้วลองนึกถึงคำเมืองแต่ละบทไปพร้อมกัน คลิปนี้มาจากช่อง Royal Scots Dragoon Guards - Topic ที่ค่ายเพลงส่งขึ้น YouTube

Royal Scots Dragoon Guards – Amazing Grace
Royal Scots Dragoon Guards – Amazing Grace · ดูบน YouTube ↗

บทที่ ๑: ปุ๋นงืดแต๊ ตะก่อนหาย ป่านอี้ป๋ะ

บทแรกเป็นบทที่คนจำได้มากที่สุด ผู้ร้องบอกว่าพระคุณที่ได้รับนั้นน่าอัศจรรย์ ช่วยคนบาปอย่างตนไว้ และเปรียบชีวิตก่อนกับหลังว่า เคยหลงหายแต่ได้พบ เคยตาบอดแต่บัดนี้มองเห็น

ต้นฉบับ (Olney Hymns ๒๓๒๒):
Amazing grace! (how sweet the sound)
That sav'd a wretch like me!
I once was lost, but now am found,
Was blind, but now I see.

แปลเป็นคำเมืองโดยมรดกล้านนา:
พระคุณนี้ปุ๋นงืดแต๊ (เสียงม่วนแต๊หนอ)
ตี้จ้วยคนบาปอย่างข้าไว้
ตะก่อนข้าหายไป ป่านอี้มีผู้มาป๋ะ
ตะก่อนต๋าบอด ป่านอี้ข้าหันแล้ว

แต๊ แท้ แปลว่า แท้ จริง ใช้เน้นแบบ "จริง ๆ" ส่วน เสียง สยฯง ม่วน ม่วฯร คือเสียงไพเราะ (พจนานุกรมให้ ม่วน ว่า พอใจ เพลิดเพลิน ไพเราะ สนุก) จ้วย ช่วฯย คือ ช่วย และ บาป บาฯปฯ คือกรรมชั่ว ความชั่ว ในพจนานุกรมยังมีคำว่า ไถ่บาป ไถ่บาฯปฯ ที่ให้ความหมายว่า ช่วยให้พ้นจากบาป ซึ่งใกล้กับความคิดของบทนี้มาก

ตะก่อน ตก่อฯร คือแต่ก่อน ข้า ข้า เป็นคำแทนตัวผู้พูด หาย หายฯ คือ สูญ หาไม่พบ และ ป๋ะ ปะ คือ พบ เจอ ส่วน ป่านอี้ ป่านฯอี้ แปลว่า เดี๋ยวนี้ เวลานี้ ซึ่งเป็นคู่ตรงข้ามกับตะก่อนพอดี บอด บอฯด คือ มองไม่เห็น และ หัน หันฯ ในคำเมืองแปลว่า เห็น ไม่ใช่หมุนตัว พจนานุกรมยกตัวอย่างว่า "เกยหันก่อ" คือ เคยเห็นไหม

💡 เกร็ดความรู้
"I once was lost" ถ้าหมายถึงหลงทางจริง ๆ คำเมืองมีคำว่า หลงตาง (ref 16077) แปลว่า พลัดเข้าไปในทางที่ผิด แต่ในเพลงนี้ "lost" เป็นความหมายเชิงจิตใจ เราจึงเลือกใช้ หาย (สูญ หาไม่พบ) คู่กับ ป๋ะ (พบ) ให้ตรงกับคู่คำ lost / found ของต้นฉบับ

บทที่ ๒: กั๋วแล้วก็หายกั๋ว

บทที่สองเล่าว่าพระคุณนั้นทำสองอย่าง อย่างแรกสอนหัวใจให้รู้จักเกรง อย่างที่สองทำให้ความกลัวหายไป และในวินาทีแรกที่ผู้ร้องเริ่มเชื่อ พระคุณนั้นดูมีค่าที่สุด

ต้นฉบับ:
'Twas grace that taught my heart to fear,
And grace my fears reliev'd;
How precious did that grace appear,
The hour I first believ'd!

แปลเป็นคำเมืองโดยมรดกล้านนา:
พระคุณนี้แหละตี้สอนหัวใจ๋ข้าหื้อฮู้จักกั๋ว
และพระคุณนี้แหละตี้เยียะหื้อความกั๋วหายไป
พระคุณนั้นมีก้าแต๊ ๆ
ในยามตี้ข้าวางเนื้อเจื้อใจ๋เตื้อแรก

หัวใจ๋ ห฿วฯไจ คือหัวใจ กั๋ว ก฿ลฯวฯ คือกลัว พจนานุกรมยกตัวอย่าง "กั๋วตุ๊ก" คือกลัวความทุกข์ ก้า ค่าฯ คือ ค่า ราคา คุณประโยชน์ คำที่น่าสนใจที่สุดในบทนี้คือ วางเนื้อเจื้อใจ๋ วาฯงฯเนิ้อฯอเชิ่อฯอไจ แปลว่า เชื่อถือ วางใจ เป็นสำนวนที่ฟังแล้วเห็นภาพ คือวางทั้งตัวทั้งใจไว้กับสิ่งที่เชื่อ ส่วน เตื้อ เทิ่อฯอ คือ ครั้ง หน ที "เตื้อแรก" จึงเป็นครั้งแรก

⚠️ ข้อควรระวัง
อย่าสับสน เจื่อ กับ "เชื่อ" ในพจนานุกรม เจื่อ (ref 3339) แปลว่า บ่อย เนือง ๆ เช่น "ไปหละปูนเจื่อ" คือไปลำพูนบ่อย ถ้าจะพูดว่าเชื่อ วางใจ ให้ใช้ วางเนื้อเจื้อใจ๋ หรือ ศั๋ทธา (ref 13511) ซึ่งเป็นคำที่เราจะพบอีกครั้งในหัวข้อเทียบกับเพลงล้านนา

บทที่ ๓: ผ่านมาหลายอย่าง แล้วจะเมือบ้าน

บทที่สามมองย้อนหลัง ผู้ร้องผ่านอันตราย ความเหนื่อยยาก และกับดักมามากมาย จนมาถึงวันนี้ได้อย่างปลอดภัย และเชื่อว่าพระคุณเดียวกันจะพากลับบ้าน สำหรับ Newton ที่เคยเกือบเอาชีวิตไม่รอดกลางทะเล บรรทัดนี้มีน้ำหนักเป็นพิเศษ

ภาพลายเส้นเก่าของบ้านพักนักบวชที่ออลนีย์ บ้านสองชั้นหลังคาสูงมีหน้าต่างใต้หลังคา ล้อมด้วยต้นไม้และพุ่มไม้
ภาพลายเส้นเก่าของบ้านพักนักบวช (Olney Vicarage) ที่ Newton อยู่ พิพิธภัณฑ์คาวเปอร์และนิวตันเล่าว่าเพลงนี้น่าจะแต่งในห้องทำงานชั้นบนสุดของบ้านหลังนี้ · ภาพ: T. Sulman / Wikimedia Commons (Public domain)

ต้นฉบับ:
Thro' many dangers, toils, and snares,
I have already come;
'Tis grace has brought me safe thus far,
And grace will lead me home.

แปลเป็นคำเมืองโดยมรดกล้านนา:
ผ่านอันตรายหลายอย่าง ผ่านความยาก ผ่านกับดัก
ข้ามาเถิงตี้นี้แล้ว
พระคุณปาข้ามาฮอดป่านอี้อย่างปลอดภัย
และพระคุณจะปาข้าเมือบ้าน

หลาย หลฯายฯ คือ มาก เยอะ ยาก ยากฯ ในพจนานุกรมเป็นได้ทั้งคำนาม คือความเดือดร้อน ความทุกข์ ความลำบาก ตรงกับ "toils" มาเถิง มาเถิงฯ คือ มาถึง ปา พา คือ พา นำไป และ ฮอด รอฯด คือ ถึงจุดหมายปลายทาง พจนานุกรมยกตัวอย่างสำนวนว่า "ไปฮอดไปเถิงหนิบปาน" คือ ไปรอดไปถึงพระนิพพาน

คำสุดท้ายของบทคือ "home" ซึ่งคำเมืองมีคำที่ฟังแล้วอบอุ่นมาก คือ เมือบ้าน เมิอฯอบ้าฯนฯ แปลว่า กลับบ้าน (คำเมืองใช้ เมือ ในความหมายว่า ไป กลับ กลับไป) ส่วนคำว่า กับดัก (snares) และ ปลอดภัย ไม่มีเป็นคำเมืองในพจนานุกรม เราจึงใช้คำไทยตามเดิม

💡 เกร็ดความรู้
ระวังคำว่า เมือบ้านเก่า เมิอฯอบ้าฯนฯเกั่า พจนานุกรมให้ความหมายว่า ตาย เป็นสำนวนอ้อมแบบคนเมือง คล้ายที่ไทยกลางพูดว่า "กลับบ้านเก่า" ในเพลงนี้ "home" อ่านได้ทั้งบ้านจริงและบ้านหลังชีวิตนี้ ตามที่บทที่ ๕ พูดต่อ แต่ในคำเมืองเราเลือก เมือบ้าน (กลับบ้าน) ไม่ใช่ เมือบ้านเก่า เพื่อไม่ให้ความหมายแรงเกินต้นฉบับ

บทที่ ๔: กำสัญญาและความหวังที่หมั้นกุง

บทที่สี่พูดถึงพระเจ้าในความเชื่อของชาวคริสต์ ว่าได้สัญญาสิ่งดีไว้ให้ ถ้อยคำของพระองค์ทำให้ความหวังมั่นคง และพระองค์จะเป็นทั้งโล่ป้องกันและเป็นส่วนของชีวิตตราบที่ยังมีชีวิตอยู่

ต้นฉบับ:
The LORD has promis'd good to me,
His word my hope secures;
He will my shield and portion be,
As long as life endures.

แปลเป็นคำเมืองโดยมรดกล้านนา:
พระผู้เป็นเจ้าสัญญาสิ่งดีไว้หื้อข้า
กำของพระองค์เยียะหื้อความหวังของข้าหมั้นกุง
พระองค์จะเป๋นโล่ป้องข้า และเป๋นส่วนของข้า
ตราบเท่าตี้ข้ายังเป๋นอยู่

ดี ดี ในพจนานุกรมเป็นทั้งคำนาม (อวัยวะ "ดี" ของคนและสัตว์) และคำวิเศษณ์ที่แปลว่า น่าพอใจ ตรงตามที่ปรารถนา กำ คําฯ คือ คำ ความ (ถ้อยคำ) หวัง หัวฯง คือ คาดหมาย หมายว่าจะได้ และ หมั้นกุง หั้มฯรคุง คือ มั่นคง แน่นอนและทนทาน

ป้อง ป้อฯง คือ บังเพื่อกักกันหรือกั้นไว้ ใช้แทน "shield" ได้ใกล้ที่สุด (คำว่า โล่ ไม่มีในพจนานุกรม) ส่วน ส่วฯร คือ สิ่งที่แบ่งจากสิ่งรวม และคำที่เหมาะกับบรรทัดสุดท้ายที่สุดคือ เป๋น เปนฯ ซึ่งนอกจากแปลว่า เป็น แล้ว ยังแปลว่า ยังมีชีวิตอยู่ พจนานุกรมยกตัวอย่าง "ไก่เป๋น" คือไก่ที่ยังไม่ตาย "ตราบที่ข้ายังเป๋นอยู่" จึงตรงกับ "as long as life endures"

⚠️ ข้อควรระวัง
คำว่า พระเจ้า ระฯพเจั้า ในคำเมืองมีความหมายต่างจากที่หลายคนคิด พจนานุกรมให้ความหมายแรกว่า พระพุทธเจ้า พระพุทธรูป เทพผู้ยิ่งใหญ่ และใช้นำหน้าชื่อพระพุทธรูปหรือกษัตริย์ เช่น พระเจ้าเก้าตื้อ พระเจ้าติโลกราช ดังนั้นในบทนี้เราจึงเขียนว่า "พระผู้เป็นเจ้า" ด้วยอักษรไทย เพื่อให้ชัดว่าหมายถึงพระเจ้าในความเชื่อของชาวคริสต์ ไม่ใช่พระพุทธรูป

บทที่ ๕: ม่วนใจ๋และฮ่มเย็น

บทที่ห้าพูดถึงวันที่ร่างกายและหัวใจหมดแรง ชีวิตบนโลกนี้สิ้นสุดลง ในความเชื่อของชาวคริสต์ ผู้ร้องจะได้ชีวิตใหม่ "ภายในม่าน" ซึ่งเป็นภาพจากคัมภีร์ไบเบิล หมายถึงชีวิตที่มีแต่ความสุขและความสงบหลังความตาย

ธรรมาสน์ไม้แกะสลักแปดเหลี่ยมในโบสถ์ออลนีย์ มีแจกันดอกไม้สีขาวและเก้าอี้ไม้บุเบาะแดงอยู่ด้านหน้า
ธรรมาสน์ไม้ในโบสถ์เซนต์ปีเตอร์และเซนต์พอล เมืองออลนีย์ ผู้ถ่ายภาพบันทึกว่าเชื่อกันว่าเป็นธรรมาสน์ที่ Newton เคยใช้เทศน์ · ภาพ: Michael Garlick / Wikimedia Commons (CC BY-SA 2.0)

ต้นฉบับ:
Yes, when this flesh and heart shall fail,
And mortal life shall cease;
I shall possess, within the vail,
A life of joy and peace.

แปลเป็นคำเมืองโดยมรดกล้านนา:
แม่นแล้ว เมื่อตั๋วกับหัวใจ๋นี้หมดแรง
และชีวิตบนโลกนี้สิ้นสุดลง
ข้าจะได้ชีวิตภายในม่านหั้น
ชีวิตตี้ม่วนใจ๋และฮ่มเย็น

แม่น แม่นฯ คือ จริง ใช่ ถูกต้อง ใช้แทน "Yes" ที่เป็นการยืนยัน ตั๋ว ต฿วฯ คือ ตัว (ร่างกาย) และคำที่เหมาะกับ "peace" มากคือ ฮ่มเย็น ร่฿มฯเอยฯันฯ พจนานุกรมให้ความหมายว่า ร่มเย็น มีความสุข ไม่เดือดร้อน สุขสบาย ส่วน "joy" เราใช้ ม่วนใจ๋ จากคำว่า ม่วน (พอใจ เพลิดเพลิน) ที่พบแล้วในบทแรก

ถ้าจะพูดถึงโลกเบื้องบนในแบบคนเมือง พจนานุกรมมีคำว่า จั๊นฟ้า ชั้นฯฟ้า (ชั้นฟ้า) แปลว่า เมืองฟ้า ที่อยู่ของเทวดา สวรรค์ แต่คำนี้มาจากโลกทัศน์แบบพุทธและแบบไทย ซึ่งไม่ตรงกับความเชื่อของชาวคริสต์ทั้งหมด เราจึงไม่ใช้ในบทแปล และคงคำว่า "ภายในม่าน" ตามต้นฉบับ (คำว่า ม่าน และ ชีวิต ไม่มีเป็นคำเมืองในพจนานุกรม)

บทที่ ๖: แผ่นดินไน่ ต๋าวันบ่ส่อง

บทสุดท้ายของ Newton ใช้ภาพที่ยิ่งใหญ่ที่สุด แผ่นดินจะละลายหายไปเหมือนหิมะ ดวงอาทิตย์จะหยุดส่องแสง แต่ผู้ร้องเชื่อว่าพระเจ้าที่เรียกเขามาเกิดบนโลกเบื้องล่างนี้ จะเป็นของเขาตลอดไป

ต้นฉบับ:
The earth shall soon dissolve like snow,
The sun forbear to shine;
But GOD, who call'd me here below,
Will be for ever mine.

แปลเป็นคำเมืองโดยมรดกล้านนา:
ผืนแผ่นดินจะละลายหายไปเหมือนน้ำแข็งไน่
ต๋าวันจะบ่ส่องแสง
แต่พระผู้เป็นเจ้า ผู้ฮ้องเฮียกข้ามาอยู่ตางลุ่มนี้
จะอยู่กับข้าไปตลอด

ผืนแผ่นดิน ผืนฯแผ่นฯดิ คือ แผ่นดิน ส่วนหิมะไม่มีในพจนานุกรม เพราะภาคเหนือของไทยไม่มีหิมะตก คำที่ใกล้ที่สุดคือ น้ำแข็งไน่ น้ำฯแขังฯไน่ แปลว่า น้ำแข็งละลาย ต๋าวัน ตาวันฯ คือ ดวงอาทิตย์ ส่อง ส่อฯง คือ ฉายแสง และ แสง แสงฯ คือ ความสว่าง สิ่งที่ทำให้ดวงตาแลเห็น

"here below" ตรงกับคำเมือง ตางลุ่ม ทาฯงฯลุ่ม พอดี พจนานุกรมให้ความหมายว่า ด้านล่าง เบื้องต่ำ และ ฮ้อง ร้อฯง คือ ร้อง เปล่งเสียง เรียก ซึ่งใช้แทน "call'd" ได้ บรรทัดสุดท้ายเราเรียบเรียงให้เรียบง่าย เพราะคำว่า ตลอดไป ไม่มีเป็นคำเมืองในพจนานุกรม

💡 เกร็ดความรู้
เรื่องเล่าของ Newton เริ่มจากพายุกลางทะเล คำเมืองเรียกพายุว่า ลมหลวง ล฿มฯหลฯวฯง (ลมใหญ่) พจนานุกรมอธิบายว่าเป็นลมที่พัดแรง โดยเฉพาะตอนต้นฤดูฝน และเรียกเรือว่า เฮือ เริอฯอ ตามหลักเสียง ร เป็น ฮ ของคำเมือง

สรุปคำเมืองจากเพลงอเมซิงเกรซ

ความคิดในเพลง คำเมืองที่ใช้ ความหมายตามพจนานุกรม
amazing grace ปุ๋นงืด ปุรงืดฯ · ผายโผด ผายฯโผ฿ดฯ · โผดผานี โผ฿ดฯผานี น่าอัศจรรย์ · กรุณา เอ็นดู · ให้ความเมตตา
เสียงไพเราะ ช่วยคนบาป ม่วน ม่วฯร · จ้วย ช่วฯย · ไถ่บาป ไถ่บาฯปฯ ไพเราะ · ช่วย · ช่วยให้พ้นจากบาป
เคยหาย ได้พบ เคยบอด ได้เห็น หาย หายฯ · ป๋ะ ปะ · บอด บอฯด · หัน หันฯ สูญ · พบ · มองไม่เห็น · เห็น
ตะก่อนกับป่านอี้ ตะก่อน ตก่อฯร · ป่านอี้ ป่านฯอี้ แต่ก่อน · เดี๋ยวนี้
กลัวและเชื่อ กั๋ว ก฿ลฯวฯ · วางเนื้อเจื้อใจ๋ วาฯงฯเนิ้อฯอเชิ่อฯอไจ กลัว · เชื่อถือ วางใจ
ผ่านมาถึงและกลับบ้าน มาเถิง มาเถิงฯ · ปา พา · เมือบ้าน เมิอฯอบ้าฯนฯ มาถึง · พา · กลับบ้าน
ความหวังที่มั่นคง หวัง หัวฯง · หมั้นกุง หั้มฯรคุง · ป้อง ป้อฯง คาดหมาย · มั่นคง · บังกั้นไว้
ยังมีชีวิตอยู่ ความสงบ เป๋น เปนฯ · ฮ่มเย็น ร่฿มฯเอยฯันฯ ยังมีชีวิตอยู่ · ร่มเย็น มีความสุข
แผ่นดิน ดวงอาทิตย์ เบื้องล่าง ผืนแผ่นดิน ผืนฯแผ่นฯดิ · ต๋าวัน ตาวันฯ · ตางลุ่ม ทาฯงฯลุ่ม แผ่นดิน · ดวงอาทิตย์ · ด้านล่าง

คำเมืองเรียบเรียงทั้งหมดนี้เป็นสำนวนของมรดกล้านนา ใช้คำจากพจนานุกรมผสมคำไทยทั่วไป ไม่ใช่สำนวนมาตรฐานแบบเดียว และไม่ใช่ฉบับที่ใช้ร้องในโบสถ์ คนเมืองแต่ละถิ่นอาจอู้ความเดียวกันด้วยคำอื่น และเรายังต้องการให้เจ้าของภาษาช่วยตรวจ

เทียบกับเพลงล้านนา: แสงประทีปแห่งล้านนา

เพลงอเมซิงเกรซเป็นเพลงแห่งศรัทธาของชาวคริสต์ ส่วนเพลง แสงประทีปแห่งล้านนา ของ OverNormal เป็นเพลงน้อมรำลึกพระอุบาลีคุณูปมาจารย์ในพุทธศาสนา ต่างศาสนา ต่างภาษา และต่างยุค แต่มีบางอย่างร่วมกัน คือเป็นเพลงที่ร้องด้วยความเคารพ และใช้ภาพของ แสง เป็นหัวใจ เพลงหนึ่งพูดถึงคนที่ "เคยตาบอด บัดนี้มองเห็น" อีกเพลงพูดถึงประทีปที่ส่องทางให้คนรุ่นหลัง

คำเมืองที่ใช้ได้กับทั้งสองเพลงคือ ศั๋ทธา ระฯศัทธฯาฯ ซึ่งพจนานุกรมให้ความหมายว่า ความเชื่อ ความเลื่อมใส ความเชื่อมั่นในสิ่งดีงาม อีกคำคือ ฮู้กุน รู้คุณ แปลว่า กตัญญู ระลึกถึงความดีที่ผู้อื่นทำให้แก่ตน ซึ่งเป็นอารมณ์ของบทแรกในเพลงอเมซิงเกรซเช่นกัน และ ยอกุณ ยํอฯคุณ แปลว่า ยกย่อง สรรเสริญ ซึ่งเป็นหน้าที่ของเพลงสวดและเพลงน้อมรำลึกทั้งสองแบบ

เราเล่าเพลงทั้งสองเคียงกันเพื่อเรียนภาษา ไม่ได้เปรียบเทียบคำสอนของศาสนาใด ผู้อ่านแต่ละท่านมีความเชื่อของตน และเราเคารพทุกความเชื่อ

สรุป

  • เพลงอเมซิงเกรซแต่งโดย John Newton น่าจะเพื่อพิธีวันขึ้นปีใหม่ ค.ศ. ๑๗๗๓ และพิมพ์ครั้งแรกใน Olney Hymns (ค.ศ. ๑๗๗๙) เป็นสาธารณสมบัติ
  • บท "ten thousand years" ไม่ใช่ของ Newton แต่ถูกนำมาต่อท้ายภายหลัง บทความนี้ถ่ายทอดเฉพาะหกบทดั้งเดิม
  • ปุ๋นงืด คือ น่าอัศจรรย์ หัน คือ เห็น ป๋ะ คือ พบ และ เมือบ้าน คือ กลับบ้าน (ส่วน เมือบ้านเก่า แปลว่า ตาย)
  • พระเจ้า ในคำเมืองหมายถึงพระพุทธเจ้าหรือพระพุทธรูปเป็นหลัก จึงต้องระวังเมื่อพูดถึงพระเจ้าของศาสนาอื่น
  • คำเมืองเรียบเรียงเป็นสำนวนของมรดกล้านนา ยังต้องให้เจ้าของภาษาช่วยตรวจ

ค้นคำในบทความเพิ่มเติมได้ใน พจนานุกรมมรดกล้านนา อ่านต่อในชุดเดียวกัน: เพลงมายเวย์ · เพลงแสงประทีปแห่งล้านนา หรือดูทั้งชุดที่ เรียนคำเมืองจากบทเพลงและวรรณกรรม

ลิขสิทธิ์และการให้เกียรติเจ้าของผลงาน

รายการ รายละเอียด
เพลง Amazing Grace (เดิมคือ Hymn XLI "Faith's review and expectation" ใน Olney Hymns)
คำร้อง John Newton (ภาษาอังกฤษ, แต่งราว ค.ศ. ๑๗๗๒–๑๗๗๓ พิมพ์ ค.ศ. ๑๗๗๙ หรือ พ.ศ. ๒๓๒๒)
ทำนอง "New Britain" ทำนองพื้นบ้านอเมริกัน คู่กับเนื้อร้องนี้ใน The Southern Harmony ของ William Walker (ค.ศ. ๑๘๓๕)
ผู้ขับร้อง / ฉบับที่รู้จัก Mahalia Jackson (ค.ศ. ๑๙๔๗) · Judy Collins (ค.ศ. ๑๙๗๐) · Royal Scots Dragoon Guards ฉบับปี่สก็อต (ค.ศ. ๑๙๗๒)
สถานะ สาธารณสมบัติ (public domain) พิมพ์เมื่อ ค.ศ. ๑๗๗๙ และผู้แต่งเสียชีวิตเมื่อ ค.ศ. ๑๘๐๗

บทความนี้จัดทำเพื่อการเรียนรู้ภาษาและวัฒนธรรมล้านนา โดยมรดกล้านนา ซึ่งเป็นเว็บไซต์ไม่แสวงหากำไร เนื้อร้องต้นฉบับเป็นสาธารณสมบัติ เราจึงถ่ายทอดเป็นคำเมืองได้ครบทุกบท ส่วนฉบับเรียบเรียงและบันทึกเสียงสมัยใหม่ (เช่น Judy Collins และ Royal Scots Dragoon Guards) ยังเป็นลิขสิทธิ์ของเจ้าของ เราไม่ได้ใช้ถ้อยคำเฉพาะของฉบับเหล่านั้น วิดีโอที่ฝังไว้มาจากช่องทางการของผู้ถือสิทธิ์ และยังเป็นลิขสิทธิ์ของเจ้าของ

ขอขอบคุณและให้เกียรติแก่ผู้ประพันธ์ ผู้ขับร้อง และผู้ถือสิทธิ์ทุกท่าน หากเจ้าของสิทธิ์ประสงค์ให้ปรับแก้หรือนำส่วนใดออก โปรดแจ้งที่ moradoklanna@gmail.com เรายินดีดำเนินการโดยเร็ว

แหล่งอ้างอิง

  • พจนานุกรมมรดกล้านนา (dict2) คำ ผายโผด โผดผานี ปุ๋นงืด แต๊ เสียง ม่วน จ้วย บาป ไถ่บาป ตะก่อน ข้า หาย ป๋ะ ป่านอี้ บอด หัน หลงตาง หัวใจ๋ กั๋ว เจื่อ ก้า วางเนื้อเจื้อใจ๋ เตื้อ หลาย ยาก มาเถิง ปา ฮอด เมือบ้าน เมือบ้านเก่า พระเจ้า ดี กำ หวัง หมั้นกุง ป้อง ส่วน เป๋น แม่น ตั๋ว ฮ่มเย็น จั๊นฟ้า ผืนแผ่นดิน น้ำแข็งไน่ ต๋าวัน ส่อง แสง ตางลุ่ม ฮ้อง หมื่น ปี๋ ลมหลวง เฮือ ศั๋ทธา ฮู้กุน ยอกุณ
  • Newton, J. และ Cowper, W. (๒๓๒๒). Olney Hymns, in three books. London. เล่ม ๑ เพลงที่ ๔๑ หน้า ๕๓–๕๔. สำเนาจาก Internet Archive
  • Cowper & Newton Museum. Amazing Grace
  • Kazmi, S. (๒๕๖๘). "Amazing Grace" Didn't Stand out as "Amazing" When First Published. Library of Congress Blog
  • Hymnary.org. Amazing grace! (how sweet the sound)
  • วิกิพีเดีย. Amazing Grace (ใช้เป็นข้อมูลนำทาง และตรวจกับแหล่งอื่น)
  • Royal Scots Dragoon Guards - Topic. Amazing Grace. YouTube
  • บทความ เพลงมายเวย์ และ เพลงแสงประทีปแห่งล้านนา ของมรดกล้านนา

ฝึกคำจากบทความนี้

ลองเล่นบัตรคำ 40 คำจากบทความนี้ จำคำล้านนาให้แม่นขึ้น

ค้นหาคำว่า "ผายโผด" ในพจนานุกรมมรดกล้านนา

🎯 ทดสอบคำในบทความนี้ทายคำล้านนาจากบทความ 54 คำ จำได้แค่ไหน?

📝 ลองเขียนคำเมืองบนกระดาน แล้วแชร์ให้เพื่อน →

บทความที่เกี่ยวข้อง

ทางเดินเล็ก ๆ บนทุ่งดาร์ตมัวร์ ประเทศอังกฤษ สองข้างเป็นพุ่มไม้เขียวและพุ่มฮอว์ธอร์นออกดอกขาว ใต้ท้องฟ้ามีเมฆขาวในเดือนพฤษภาคม

ซอนเน็ตเชกสเปียร์บทที่ ๑๘: ถ่ายทอดเป็นคำเมืองครบ ๑๔ บรรทัด

20 ตุลาคม 2569 เรียนภาษาล้านนา

ซอนเน็ตเชกสเปียร์บทที่ ๑๘ Shall I compare thee to a summer's day ถ้าคนเมืองอู้จะว่าอย่างไร ถ่ายทอดครบ ๑๔ บรรทัด เรียนคำว่า งาม หละดูฮ้อน ต๋…

ยามรุ่งเช้าบนจุดชมวิวบนเขา ทะเลหมอกขาวปกคลุมหุบเขาด้านล่าง ฟ้าสีส้มม่วง มีสวนดอกไม้และกะหล่ำสีม่วงเขียวด้านหน้า

เพลงท็อปออฟเดอะเวิลด์ (Top of the World): อู้เป็นคำเมือง

19 ตุลาคม 2569 เรียนภาษาล้านนา

เพลง Top of the World ของ Carpenters ถ้าเป็นคนเมืองจะอู้ว่าอย่างไร เรียนคำเมืองเรื่องความสุข ม่วน จื้นย้าว ดีใจ๋ ป๋ายดอย ฟ้าใส แดดส่อง เทีย…

ป้ายวงกลมสีน้ำเงินติดกำแพงอิฐ มีข้อความภาษาอังกฤษว่า The Beatles played their last live performance on the roof of this building, 30th January 1969

เพลงเลตอิตบี (Let It Be): เล่าความคิดของเพลงเป็นคำเมือง

19 ตุลาคม 2569 เรียนภาษาล้านนา

เพลง Let It Be ของ The Beatles ถ้าเป็นคนเมืองจะอู้ว่าอย่างไร เรียนคำเมืองเรื่องใจ๋เย็น ยอม บ่ต้องกึ๊ดหลาย แม่ในความฝัน และแสงสว่าง เทียบกับ…

ภาพขาวดำใกล้ ๆ ของวิทยุเก่า เห็นปุ่มหมุนกลมและแผงหน้าปัดสเกลคลื่นความถี่

เพลงเยสเตอร์เดย์วันซมอร์ (Yesterday Once More): อู้เป็นคำเมือง

19 ตุลาคม 2569 เรียนภาษาล้านนา

เพลง Yesterday Once More ของ Carpenters ถ้าเป็นคนเมืองจะอู้ว่าอย่างไร เรียนคำเมืองเรื่องฟังเพลงเก่า หนหลัง กึ๊ดฮอด จ๋ำจื่อ ม่วนอ๋กม่วนใจ๋ เ…

↑

↑ ↓ เลือก · Enter เปิด · Esc ปิด