มรดกล้านนา🔍EN

🌐 Read in English

รูปปั้นสีทองของครูบาศรีวิชัยถือตาลปัตรและบาตร ใต้สัปทนสีแดงขอบทอง ที่วัดพระสิงห์ เชียงใหม่

ภาพ: Photo Dharma from Sadao, Thailand / Wikimedia Commons (CC BY 2.0)

ครูบาศรีวิชัย: ตนบุญแห่งล้านนา ผู้นำศรัทธาสร้างถนนขึ้นดอยสุเทพ

ครูบาศรีวิชัย ระฯคูบาฯระฯสีวิไชยฯ (คำเมืองอ่านว่า ครูบาศรีวิชัย) คือพระสงฆ์ที่ชาวล้านนารู้จักและเคารพมากที่สุดรูปหนึ่ง พจนานุกรมมรดกล้านนาบันทึกว่าท่านเป็นที่รู้จักในฐานะ "ตนบุญ" หรือ "นักบุญ" ของดินแดนล้านนา ท่านเป็นผู้นำศรัทธาชาวบ้านบูรณะวัดทั่วภาคเหนือ และสร้าง ถนนขึ้นดอยสุเทพ ที่คนเชียงใหม่ใช้มาจนทุกวันนี้

เรื่องของท่านจึงไม่ใช่แค่ประวัติพระรูปหนึ่ง แต่เป็นภาพของล้านนาในช่วงเปลี่ยนผ่าน เมื่อจารีตของคณะสงฆ์ท้องถิ่นมาพบกับระเบียบใหม่จากส่วนกลาง

ระฯคูบาฯระฯสีวิไชยฯ
ครูบาศรีวิชัย
น.ครูบาศรีวิชัย - พระสงฆ์ที่รู้จักกันทั่วไป โดยเฉพาะในดินแดนล้านนาว่าเป็น "ตนบุญ" หรือ "นักบุญ" ซึ่งมีความหมายเชิงยกย่องว่าเป็นนักบวชที่มีคุณสมบัติพิเศษ มีศีลาจารวัตรที่งดงาม เคร่งครัดในพระวินัย อาจพบว่ามีการเรียกขานชื่อท่านว่า ครูบาศรีวิชัย ครูบาเจ้าศรีวิชัย ครูบาศีลธรรม
ดูในพจนานุกรมมรดกล้านนา →

ครูบาศรีวิชัยคือใคร

คำว่า ครูบา ระฯคูบาฯ ในพจนานุกรมอธิบายว่าเป็น "ตำแหน่งทางสังคมของสงฆ์ ใช้กันในเฉพาะวัฒนธรรมล้านนาเท่านั้น" เป็นการยกย่องพระสงฆ์ผู้อาวุโส เคร่งครัดในพระวินัย และสร้างสิ่งดีงามให้พระศาสนาจนเป็นที่ประจักษ์ ไม่ใช่สมณศักดิ์ที่ทางราชการแต่งตั้ง แต่เป็นคำที่ศรัทธาชาวบ้านมอบให้

พจนานุกรมยังบันทึกว่าชาวบ้านเรียกท่านได้หลายชื่อ คือ ครูบาศรีวิชัย ครูบาเจ้าศรีวิชัย และ ครูบาศีลธรรม ส่วนคำว่า ครูบาเจ้า ระฯคูบาฯเจั้า พจนานุกรมยกท่านเป็นตัวอย่างของครูบาเจ้าที่ไม่ได้สืบเชื้อสายเจ้านาย "แต่เป็นผู้นำหรือเจ้าทางจิตวิญญาณอย่างแท้จริง"

💡 เกร็ดความรู้
คนล้านนาเรียกพระภิกษุทั่วไปว่า ตุ๊เจ้า ทุเจั้า และเรียกเจ้าอาวาสว่า ตุ๊หลวง ทุหลฯวฯง ส่วนคำว่า "ครูบา" สงวนไว้เรียกพระที่ชาวบ้านยกย่องเป็นพิเศษ การได้ชื่อว่าครูบาจึงมาจากใจของศรัทธา ไม่ใช่จากตำแหน่ง

ชีวิตช่วงต้น: จากบ้านปาง เมืองลี้

ตามงานของ กฤษณา หงษ์อุเทน (๒๕๖๔) ครูบาศรีวิชัยเกิดเมื่อวันอังคารที่ ๑๑ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๒๑ ที่ บ้านปาง ตำบลแม่ตืน (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็นตำบลศรีวิชัย เพื่อเป็นเกียรติแก่ท่าน) อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน เป็นบุตรของนายควายและนางอุสา

เล่ากันว่าวันที่ท่านเกิดมีพายุฝนฟ้าคะนอง บิดาจึงตั้งชื่อว่า "อ้ายฟ้าฮ้อง" และอีกชื่อหนึ่งว่า "อินทเฟือน" หมายถึงเสียงดังสนั่นถึงพระอินทร์

เมื่อเป็นหนุ่ม ท่านฝากตัวเป็นศิษย์ ครูบาขัติ เจ้าอาวาสวัดบ้านปาง และ บวช บวฯช เป็นสามเณรเมื่ออายุ ๑๘ ปี สามปีต่อมาจึงอุปสมบทเป็นพระภิกษุที่ วัดบ้านโฮ่งหลวง อำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน (แหล่งข้อมูลทั่วไประบุว่าตรงกับ พ.ศ. ๒๔๔๒) ได้รับนามบัญญัติว่า "พระศรีวิชัย" ต่อมาเมื่อครูบาขัติมรณภาพ ท่านจึงรับเป็นเจ้าอาวาสวัดบ้านปางสืบต่อ

⚠️ ข้อควรระวัง
ฉายาของท่านเขียนต่างกันในแต่ละแหล่ง งานของกฤษณา หงษ์อุเทน ระบุว่า "ศิริวิชโยภิกขุ" ส่วนวิกิพีเดียภาษาไทยระบุว่า "สีวิเชยฺย" และหนังสือหลายเล่มใช้ "สิริวิชโย" บทความนี้จึงใช้ชื่อที่ชาวบ้านเรียกกันทั่วไป คือ ครูบาศรีวิชัย

ตนบุญ: ศีลวัตรที่ชาวบ้านศรัทธา

พจนานุกรมอธิบายคำว่า ต๋นบุญ ต฿นฯบุญ ว่า "นักบุญ, ผู้มีบุญ" เป็นคำยกย่องนักบวชผู้มีศีลาจารวัตรงดงามและเคร่งครัดในพระธรรมวินัย และยกตัวอย่างไว้ตรง ๆ ว่า "เช่น ครูบาศรีวิชัย ต๋นบุญแห่งล้านนาไทย"

ต฿นฯบุญ
ต๋นบุญ
น.นักบุญ,ผู้มีบุญ - เป็นความหมายเชิงยกย่องนักบวชที่มีคุณสมบัติพิเศษ เป็นผู้มีศีลาจารวัตรที่งดงาม เคร่งครัดในพระธรรมวินัย เช่น ครูบาศรีวิชัย ต๋นบุญแห่งล้านนาไทย
ดูในพจนานุกรมมรดกล้านนา →

งานวิจัยของ พระเอกชัย เตชวโร และคณะ (๒๕๖๘) ศึกษาศีลวัตรของท่าน และสรุปว่าท่านถือ ธุดงควัตร หลายข้อ ได้แก่

  • ฉันเพียงวันละมื้อ
  • ใช้ผ้าบังสุกุล
  • ไม่รับเงินทองและไม่สะสมบริขารเกินจำเป็น
  • ปลีกวิเวกและเดินธุดงค์

ผู้วิจัยเห็นว่าความเคร่งครัดนี้เองทำให้ศรัทธาของชาวบ้านเพิ่มขึ้น และท่านนำแรงศรัทธานั้นไปใช้สร้างวัดและสาธารณประโยชน์ ซึ่งผู้วิจัยเรียกว่าการเผยแผ่ธรรมแบบ "ธรรมทาน"

บูรณะวัดทั่วล้านนาด้วยแรงศรัทธา

ทุกครั้งที่ครูบาศรีวิชัยไปบูรณะวัดที่ใด ศรัทธา ระฯศัทธฯาฯ ชาวบ้านจะหลั่งไหลมาช่วยทั้งแรงและทุนทรัพย์ งานจึงสำเร็จอย่างรวดเร็ว ผู้ที่ออกทุนสร้างถาวรวัตถุในวัด คนล้านนาเรียกว่า เจ้าศรัทธา เจั้าสัทธฯาฯ

จำนวนวัดที่ท่านบูรณะหรือสร้างนั้นแหล่งข้อมูลระบุต่างกัน Katherine Bowie (๒๕๖๖) เขียนว่า "กว่า ๑๐๐ วัด" ส่วนกฤษณา หงษ์อุเทน ระบุ ๑๐๘ วัด และบทความใน THE STANDARD ระบุว่ากว่า ๗๐ แห่ง

ปี พ.ศ. งานบูรณะ (ตามกฤษณา หงษ์อุเทน, ๒๕๖๔)
๒๔๖๓ วัดพระธาตุหริภุญชัย ลำพูน
๒๔๖๔ พระเจดีย์วัดพระธาตุดอยเกิ้ง อำเภอฮอด เชียงใหม่
๒๔๖๕ วิหารพระเจ้าตนหลวง วัดศรีโคมคำ พะเยา
๒๔๖๖ พระธาตุดอยตุง เชียงราย และพระธาตุช่อแฮ แพร่
๒๔๖๗ วัดพระสิงห์ เชียงใหม่
๒๔๗๓ วัดพระพุทธบาทตากผ้า ลำพูน
๒๔๗๔ วัดสวนดอก เชียงใหม่

นอกจากงานก่อสร้าง ท่านยังรวบรวม พระไตรปิฎกอักษรล้านนา ที่กระจัดกระจายตามวัดต่าง ๆ มาจัดหมวดหมู่ แล้วให้ช่างจารลงใบลานใหม่ได้ ๕,๔๐๘ ผูก ใช้เวลาราว ๒ ปี ระหว่าง พ.ศ. ๒๔๖๙–๒๔๗๑

มุมมองด้านการอนุรักษ์

กฤษณา หงษ์อุเทน (๒๕๖๔) ชี้ว่าการบูรณะของครูบาศรีวิชัยแม้จะทำด้วยเจตนาดี แต่บางครั้งอาจขัดกับหลักการอนุรักษ์โบราณสถานสมัยใหม่ เพราะซ่อมโดยไม่ได้รักษารูปทรงเดิมไว้ทั้งหมด งานชิ้นเดียวกันยกจดหมายของสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ที่แสดงความกังวลว่าพระเจดีย์โบราณ เช่น ที่วัดจามเทวีและวัดเจ็ดยอด อาจถูกซ่อมจนผิดรูปแบบเดิม

อธิกรณ์: เมื่อจารีตล้านนาพบระเบียบใหม่

ชีวิตของครูบาศรีวิชัยไม่ได้ราบรื่น ท่านต้อง อธิกรณ์ (ถูกกล่าวหาและสอบสวนทางพระวินัยหรือการปกครองสงฆ์) หลายครั้ง งานวิจัยอธิบายว่าเหตุสำคัญคือ ท่านทำหน้าที่ พระอุปัชฌาย์ บวชพระเณรตามจารีตของล้านนา ทั้งที่ยังไม่ได้รับการแต่งตั้งจากคณะสงฆ์ส่วนกลาง ซึ่งขัดกับพระราชบัญญัติการปกครองคณะสงฆ์ในยุคนั้น

Bowie (๒๕๖๖) วางเรื่องนี้ไว้ในบริบทที่ กรุงเทพฯ กำลังรวมอำนาจเหนือดินแดนล้านนา ทั้งฝ่ายบ้านเมืองและฝ่ายสงฆ์ ส่วนงานของพระเอกชัย เตชวโร และคณะ เห็นว่าข้อกล่าวหาเกิดจาก "ความขัดแย้งเชิงโครงสร้างในคณะสงฆ์ท้องถิ่น" มากกว่าการละเมิดพระวินัย

ท่านถูกกักตัวที่เชียงใหม่กว่า ๓ เดือน แล้วถูกส่งลงกรุงเทพฯ เมื่อ ๑๘ พฤษภาคม ๒๔๖๓ ข่าวนี้ขึ้นหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์บางกอกไทม์ ข้อกล่าวหามี ๘ ข้อ เช่น บวชพระเณรโดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่เชื่อฟังเจ้าคณะแขวง และไม่จุดประทีปตีฆ้องฉลองวันบรมราชาภิเษก (Bowie, ๒๕๖๖) กฤษณา หงษ์อุเทน ระบุว่าผลการไต่สวนสรุปว่าท่าน "หามีความผิดอันใดไม่" และท่านกลับถึงบ้านเกิดเมื่อ ๒๓ กรกฎาคม ๒๔๖๓

ตำแหน่งที่วัดต่าง ๆ ยกให้ท่านในครั้งนั้น งานของกฤษณาเรียกว่า "เจ้าหมวดอุโบสถ" ตามจารีตสงฆ์ล้านนา ในพจนานุกรมมีคำใกล้เคียงคือ เจ้าหัววัด เจั้าห฿วฯวัดฯ หมายถึง "พระภิกษุผู้เป็นประธานของวัดทั้งหลายในกลุ่มที่ใช้อุโบสถเดียวกัน"

ถูกจับครั้งแรกเมื่อไร: นักวิชาการยังเห็นต่าง

แหล่งข้อมูลระบุจำนวนครั้งต่างกัน กฤษณา หงษ์อุเทน และพระเอกชัย เตชวโร และคณะ ระบุว่าท่านต้องอธิกรณ์ ๓ ครั้ง ระหว่าง พ.ศ. ๒๔๕๑–๒๔๗๙

ส่วนเรื่องการถูกจับครั้งแรก ผู้เขียนชีวประวัติส่วนใหญ่ระบุว่าเกิดราว ค.ศ. ๑๙๐๘–๑๙๑๐ (พ.ศ. ๒๔๕๑–๒๔๕๓) ในสมัยรัชกาลที่ ๕ แต่ Katherine Bowie (๒๕๖๖) แย้งในวารสารสยามสมาคมว่า พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ ร.ศ. ๑๒๑ ยังไม่มีผลบังคับในล้านนาช่วงนั้น และเสนอว่าการจับครั้งแรกน่าจะเกิด ราว ค.ศ. ๑๙๑๕ (พ.ศ. ๒๔๕๘) ในสมัยรัชกาลที่ ๖ ด้วยข้อหาเกี่ยวกับพระราชบัญญัติเกณฑ์ทหาร

ผลการไต่สวนครั้ง พ.ศ. ๒๔๖๓ ก็บันทึกต่างกัน กฤษณาระบุว่าท่านไม่มีความผิด ส่วนวิกิพีเดียภาษาไทยซึ่งอ้างเอกสารพระมหาสมณวินิจฉัย ระบุว่าท่านรับสารภาพบางข้อและรับโทษแล้ว

ถนนขึ้นดอยสุเทพ: ถนนแห่งศรัทธา

งานที่ทำให้ครูบาศรีวิชัยเป็นที่รู้จักทั่วประเทศ คือ ถนนขึ้นวัดพระธาตุดอยสุเทพ ก่อนหน้านั้นการขึ้นดอยต้องเดินเท้าหลายชั่วโมง MGR Online (๒๕๖๙) รายงานว่าเมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๐ เคยมีแผนสร้างถนน แต่ต้องใช้เงินราว ๒๐๐,๐๐๐ บาทและเวลา ๓ ปี ทางราชการไม่มีงบประมาณจึงพับไป

คนล้านนามีสำนวนว่า ขึ้นดอยลอยห้วย ขึ้นฯดอฯยฯลอฯยฯห้วฯยฯ หมายถึง "เดินทางไปทุกหนทุกแห่งด้วยความยากลำบาก" ถนนสายนี้เปลี่ยนการขึ้นดอยที่ยากลำบากนั้นให้เป็นการเดินทางที่ใครก็ไปได้

ℹ️ ข้อมูล
เริ่มสร้าง: ๙ พฤศจิกายน ๒๔๗๗ ที่เชิงดอยสุเทพ ด้านห้วยแก้ว

เปิดใช้: ๓๐ เมษายน ๒๔๗๘ รถยนต์คันแรกขึ้นถึงดอยสุเทพ

ใช้เวลา: ๕ เดือน ๒๒ วัน

ระยะทาง: ๑๑ กิโลเมตร ๕๓๐ เมตร

แรงงาน: ศรัทธาสาธุชนมาร่วมสร้างวันละไม่ต่ำกว่า ๕,๐๐๐ คน

(กฤษณา หงษ์อุเทน, ๒๕๖๔ · MGR Online, ๒๕๖๙) สมัยนั้นปีใหม่ทางราชการเริ่มวันที่ ๑ เมษายน จึงดูเหมือนข้ามปีแม้ใช้เวลาไม่ถึง ๖ เดือน

แหล่งข้อมูลเล่าพิธีวันแรกต่างกันเล็กน้อย MGR Online เขียนว่าครูบาศรีวิชัยเป็นผู้ลงจอบแรก ส่วนกฤษณา หงษ์อุเทน ระบุว่า เจ้าแก้วนวรัฐ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ เป็นผู้ขุดจอบปฐมฤกษ์ และเป็นผู้นั่งรถยนต์ขึ้นดอยเป็นคันแรกในวันเปิดถนน

ทุกวันที่ ๓๐ เมษายน จังหวัดเชียงใหม่ยังจัดพิธีรำลึกที่อนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัยเชิงดอยสุเทพ ใน พ.ศ. ๒๕๖๙ เป็นการรำลึกครบรอบ ๙๑ ปี มีขบวนรถโบราณอัญเชิญภาพของท่านขึ้นดอย จำลองการขึ้นดอยครั้งแรก (MGR Online, ๒๕๖๙)

บั้นปลายชีวิตและมรดกที่ยังอยู่

หลังกลับจากกรุงเทพฯ ใน พ.ศ. ๒๔๗๙ ครูบาศรีวิชัยพำนักที่ลำพูน งานสาธารณประโยชน์ชิ้นสุดท้ายคือ สะพานศรีวิชัย เชื่อมลำพูนกับเชียงใหม่ ซึ่งเริ่มสร้าง พ.ศ. ๒๔๘๑ และเสร็จหลังท่านมรณภาพ

ท่านมรณภาพเมื่อ ๒๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๘๒ (ตามปฏิทินเดิมซึ่งขึ้นปีใหม่เดือนเมษายน คือ พ.ศ. ๒๔๘๑) ที่วัดบ้านปาง อำเภอลี้ สิริอายุ ๖๐ ปี ศพตั้งไว้ที่วัดบ้านปาง ๑ ปี แล้วเคลื่อนมาที่ วัดจามเทวี ลำพูน และได้รับพระราชทานเพลิงศพเมื่อ ๒๑ มีนาคม ๒๔๘๙ (กฤษณา หงษ์อุเทน, ๒๕๖๔)

อัฐิของท่านถูกแบ่งไปบรรจุไว้หลายแห่ง พจนานุกรมมีคำเรียกเฉพาะว่า กู่ครูบาศรีวิชัย กู่ระฯคูบาฯระฯสีวิไชยฯ คือ "สถูปบรรจุอัฐิครูบาศรีวิชัย มีตามวัดและสถานที่หลายแห่งทั่วภาคเหนือ" เช่นที่วัดสวนดอก เชียงใหม่

⚠️ ข้อควรระวัง
เรื่อง "สัจวาจา" ควรอ่านอย่างระมัดระวัง เล่ากันว่าครูบาศรีวิชัยลั่นวาจาว่า "ตราบใดที่แม่น้ำปิงไม่ไหลย้อนขึ้นเหนือ จะไม่ขอเหยียบแผ่นดินเมืองเชียงใหม่อีก" และมีผู้เล่าว่ารูปหล่อของท่านเข้าเชียงใหม่ได้ในวันเปิดเขื่อนภูมิพล ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๐๗ เมื่อน้ำปิงเอ่อย้อนขึ้นเหนือ

แต่กฤษณา หงษ์อุเทน (๒๕๖๔) พบจากเอกสารราชการว่ารูปหล่อถูกอัญเชิญขึ้นแท่นที่เชิงดอยสุเทพตั้งแต่ ๘ มิถุนายน ๒๕๐๖ ก่อนเปิดเขื่อนเกือบปี ส่วน THE STANDARD (๒๕๖๓) รายงานว่านักประวัติศาสตร์ เพ็ญสุภา สุขคตะ ก็ยังยืนยันที่มาของถ้อยคำนี้ไม่ได้

อนุสาวรีย์ที่เชิงดอยสุเทพหล่อด้วยสำริด ศาสตราจารย์ ศิลป์ พีระศรี ออกแบบและปั้นส่วนศีรษะ และ เขียน ยิ้มศิริ ปั้นองค์ งานฉลองจัดระหว่าง ๘–๑๑ มิถุนายน ๒๕๐๖ ตรงกับวันครบรอบ ๘๕ ปีชาตกาลของท่านพอดี (กฤษณา หงษ์อุเทน, ๒๕๖๔)

สรุป

  • ครูบาศรีวิชัย (พ.ศ. ๒๔๒๑–๒๔๘๒) เกิดที่บ้านปาง อำเภอลี้ ลำพูน ชาวล้านนายกย่องเป็น ตนบุญ ผู้เคร่งครัดในพระวินัย
  • "ครูบา" เป็นคำยกย่องเฉพาะของล้านนาที่มาจากศรัทธาชาวบ้าน ไม่ใช่สมณศักดิ์ทางราชการ
  • ท่านนำศรัทธาชาวบ้านบูรณะวัดกว่าร้อยแห่ง และรวบรวมพระไตรปิฎกอักษรล้านนา ๕,๔๐๘ ผูก
  • ท่านต้องอธิกรณ์หลายครั้ง เพราะบวชพระเณรตามจารีตล้านนาในยุคที่ส่วนกลางรวมอำนาจการปกครองสงฆ์
  • ถนนขึ้นดอยสุเทพ ยาวราว ๑๑.๕ กิโลเมตร สร้างเสร็จใน ๕ เดือน ๒๒ วัน ด้วยแรงศรัทธาของชาวบ้าน

ค้นคำว่า ครูบา ต๋นบุญ และคำเรียกพระสงฆ์แบบล้านนาเพิ่มเติมได้ใน พจนานุกรมมรดกล้านนา และอ่านเรื่องงานฉลองวัดที่ศรัทธาชาวบ้านร่วมกันสร้างได้ที่บทความ ปอยหลวง

อ่านต่อ: พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (ฟู อตฺตสิโว) พระมหาเถระร่วมยุคกับครูบาศรีวิชัย ผู้เป็นเจ้าอาวาสวัดพระสิงห์และวัดพระธาตุช่อแฮ ซึ่งครูบาศรีวิชัยเคยบูรณะ

แหล่งอ้างอิง

ค้นหาคำว่า "ครูบาศรีวิชัย" ในพจนานุกรมมรดกล้านนา

🎯 ทดสอบคำในบทความนี้ทายคำล้านนาจากบทความ 12 คำ จำได้แค่ไหน?

บทความที่เกี่ยวข้อง

พระเจดีย์สีทองและหลังคาวิหารซ้อนชั้นสีแดงประดับช่อฟ้า ที่วัดพระพุทธบาทตากผ้า อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน

เกจิล้านนา: รวมครูบาและพระเถระที่ชาวล้านนาเคารพ

13 ตุลาคม 2569 · วัฒนธรรม

เกจิล้านนาที่คนเหนือเรียกว่าครูบา รวมประวัติย่อพระสงฆ์ที่ชาวล้านนาเคารพ ตั้งแต่พระสุมนเถระ ครูบาศรีวิชัย ครูบาขาวปี ครูบาวงศ์ ถึงหลวงพ่อเกษ…

วิหารหลวงวัดพระสิงห์วรมหาวิหาร เชียงใหม่ หน้าบันประดับลายทอง มีเจดีย์อยู่ด้านหลัง

พระอุบาลีคุณูปมาจารย์: ปราชญ์สงฆ์เมืองแพร่แห่งวัดพระสิงห์

12 ตุลาคม 2569 · วัฒนธรรม

พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (ฟู อตฺตสิโว) พระมหาเถระชาวแพร่ เจ้าอาวาสวัดพระสิงห์ ผู้วางรากการศึกษาสงฆ์ภาคเหนือ ชำระมหาชาติสร้อยสังกร และเรียบเรีย…

เจดีย์ทององค์ใหญ่และกู่สีขาวของวัดสวนดอก เชียงใหม่ ยามค่ำคืน

พญากือนา: นิมนต์พระสุมนเถระ สร้างวัดสวนดอกและพระธาตุดอยสุเทพ

3 เมษายน 2569 · วัฒนธรรม

พญากือนาคือกษัตริย์ราชวงศ์มังรายผู้นิมนต์พระสุมนเถระจากสุโขทัย สร้างวัดสวนดอก และตามตำนานคือผู้เสี่ยงช้างอัญเชิญพระธาตุขึ้นดอยสุเทพ

อุโบสถวัดพระแก้ว เชียงราย หน้าบันไม้แกะสลักสีแดงทอง ทางเดินพรมแดงขนาบด้วยธงชาติ ธงเหลือง และต้นไม้ร่มรื่น

พระรัตนปัญญาเถระ: ปราชญ์ล้านนาผู้รจนาชินกาลมาลีปกรณ์

5 ตุลาคม 2569 · วัฒนธรรม

พระรัตนปัญญาเถระคือพระภิกษุนักปราชญ์แห่งวัดป่าแดง เชียงใหม่ ผู้รจนาชินกาลมาลีปกรณ์ อ่านประวัติ ผลงาน ข้อถกเถียงเรื่องตัวตน และยุคทองวรรณกรร…

↑

↑ ↓ เลือก · Enter เปิด · Esc ปิด