มรดกล้านนา

🌐 Read in English

ทะเลหมอกยามเช้าปกคลุมหุบเขา มีดอยหลวงเชียงดาวอยู่ไกลๆ ท้องฟ้าสีส้มทอง

ภาพ: Thaveesc / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0)

ฟ้า ฝน ลม ในคำเมือง: คำธรรมชาติและอากาศ

ฟ้า ฟ้า (คำเมืองอ่านว่า ฟ้า) ฝน ฝ฿นฯ (คำเมืองอ่านว่า ฝน) และ ลม ล฿มฯ (คำเมืองอ่านว่า ลม) เป็นคำพื้นฐานที่คนเมืองใช้เหมือนภาษาไทยกลาง แต่พอพูดถึงรายละเอียดของฟ้าฝนลม คำเมืองมีคำของตัวเองอีกมาก ฟ้าแลบเรียก ฟ้าแมบ ฝนตกปรอยๆ เรียก ฝนต๋กสุยๆ พายุต้นฝนเรียก ลมหลวง น้ำค้างแข็งบนดอยเรียก เหมยขาบ คำเหล่านี้สะท้อนชีวิตคนในหุบเขาที่ต้องดูฟ้าดูฝนเพื่อทำนา

บทความนี้รวมคำธรรมชาติและอากาศกว่า ๑๐๐ คำจาก พจนานุกรมมรดกล้านนา แบ่งเป็น ท้องฟ้า ตะวัน เดือน ดาว ฝนและฟ้าฮ้อง ลม น้ำ ห้วย แม่น้ำ ฝายและเหมือง น้ำค้างกับหมอก ดิน หิน ดอย และป่า ไฟ และคำบอกร้อนหนาวของอากาศ

ฟ้า
ฟ้า
น.ส่วนเบื้องบนที่มองเห็นปกคลุมแผ่นดิน,สวรรค์,อากาศ
ดูในพจนานุกรมมรดกล้านนา →

ท้องฟ้า ตะวัน เดือน และดาว

คนไทยกลางเรียกดวงอาทิตย์ว่าตะวัน แต่คนเมืองเรียก ต๋าวัน ตาวันฯ หรือ ถะหวัน ถหัวฯร ส่วนดวงจันทร์เรียก เดือน เดิอฯร คำเดียวกับเดือนของปี ทิศตะวันออกและตะวันตกก็เรียกตามทางขึ้นและตกของตะวันว่า วันออก วันฯออฯก และ วันต๋ก วันฯต฿กฯ

คำเมือง อักษรล้านนา ความหมาย (ตามพจนานุกรม)
ฟ้า ฟ้า ส่วนเบื้องบนที่มองเห็นปกคลุมแผ่นดิน สวรรค์ อากาศ
ฟ้าบ๋ด ฟ้าบ฿ดฯ ฟ้าครึ้ม ฟ้ามีเมฆบัง ฟ้าหลัว
ฟ้ายก ฟ้าย฿กฯ เวลารุ่งอรุณ แสงเงินแสงทอง (ตี๋นฟ้ายก ก็ว่า)
ฟ้าฮ่าม ฟ้าร่ามฯ ฟ้าอร่าม แสงสว่างที่พวยพุ่งขึ้นทางขอบฟ้าทิศตะวันออกยามรุ่งอรุณ
ต๋าวัน ตาวันฯ ดวงอาทิตย์
ถะหวัน ถหัวฯร ดวงอาทิตย์ ตะวัน (ต๋าวัน ก็ว่า)
ต๋าวันแมน ตาวันฯแมนฯ ดวงอาทิตย์โผล่ขึ้นขอบฟ้า รุ่งอรุณ
ต๋าวันต๋กดิน ตาวันฯต฿กฯดินฯ ดวงอาทิตย์ตกดิน
จั๋กคาดตือวัน จักฯฅาดฯทืวันฯ สุริยุปราคา ราหูอมตะวัน
วันออก วันฯออฯก ทิศตะวันออก
วันต๋ก วันฯต฿กฯ ทิศตะวันตก
เดือน เดิอฯร ดวงจันทร์ และส่วนของปี
เดือนแจ้ง เดิอฯรแจ้งฯ คืนที่มีแสงจันทร์ส่องสว่าง แสงจันทร์สว่างไสว
ดาว ดาวฯ สิ่งที่เห็นเป็นดวงมีแสงสว่างบนท้องฟ้าเวลามืด
ดาววีไก่หน้อย ดาวฯวีไก่ห้นฯอฯ ดาวลูกไก่
ดาวง้อนไถ ดาวฯง้อฯรไถ ดาวไถ
ดาวหมูกอง ดาวฯหูคอฯง ดาวประกายพฤกษ์
ดาวอฺยฺวาด ดาวฯ£วฯาดฯ อุกกาบาต ผีพุ่งใต้ (ดาวหล่น ผีปุ้งส้าว ก็ว่า)
เมฆ เมฆฯฯ ไอน้ำที่กลั่นตัวรวมกันเป็นกลุ่มก้อนลอยอยู่ในอากาศ

ฟ้าในคำเมืองยังเป็นส่วนหนึ่งของคำบอกเวลา เช่น ฟ้ายก ฟ้าฮ่าม ที่หมายถึงเช้ามืดก่อนตะวันขึ้น ส่วนแสงตะวันก็มีคำเรียกหลายแบบตามความแรงของแดด

คำเมือง อักษรล้านนา ความหมาย (ตามพจนานุกรม)
แดด แดดฯ แสงจากดวงอาทิตย์ที่ส่องมายังโลก แสงตะวัน
แดดบ๋ด แดดฯบ฿ดฯ แสงแดดขณะมีเมฆบัง
แดดดำ แดดฯดำ แสงแดดในขณะฟ้าสลัว
แดดขี้ฝน แดดฯขี้ฝ฿นฯ แดดหลังฝน ซึ่งมักจะร้อนอบอ้าว
แดดแผ้แหล้ แดดฯแผ้แห้ลฯ แสงแดดสว่างจ้า (แดดแส้แหล้ ก็ว่า)
แดดล้วง แดดฯล้วฯง แสงแดดส่องลอดเข้าไปในส่วนที่มีหลังคากำบัง เช่น ส่องเข้าไปในเรือน
แดดฮ้อนแดดวอน แดดฯร้อฯรแดดฯวอฯร แดดร้อนจัด
ดวงอาทิตย์สีส้มโผล่เหนือทะเลหมอกและแนวเขา
ต๋าวันแมน · ตะวันขึ้นเหนือทะเลหมอก อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง
ภาพ: Piith.hant / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0)
ท้องฟ้าสีแดงส้มยามตะวันตกหลังดอยสุเทพ เห็นตึกในเมืองเชียงใหม่
ต๋าวันต๋กดิน · ตะวันตกหลังดอยสุเทพ เชียงใหม่
ภาพ: FredTC / Wikimedia Commons (CC BY-SA 3.0)
ดวงจันทร์เต็มดวงบนพื้นฟ้าสีดำ
เดือน · ดวงจันทร์เต็มดวง
ภาพ: Luc Viatour / Wikimedia Commons (CC BY-SA 3.0)
กระจุกดาวลูกไก่สีฟ้าสว่างบนท้องฟ้ากลางคืน
ดาววีไก่หน้อย · กระจุกดาวลูกไก่
ภาพ: Luc Viatour / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0)

ฝน ฟ้าแมบ และฟ้าฮ้อง

คำเมืองแยกฝนตามความแรงและความนานได้ละเอียดกว่าภาษาไทยกลาง ฝนเริ่มตกเรียก ฝนอ่อย ฝ฿นฯอ่อฯยฯ ตกปรอยๆ เรียก ฝนต๋กสุยๆ ฝ฿นฯต฿กฯสุๆ ตกหนักเรียก ฝนต๋กบ๊ะๆ ฝ฿นฯต฿กฯบัะๆ และเมื่อฝนหยุดก็พูดว่า ฝนเอื้อน ฝ฿นฯเอิ้อฯร

ฝ฿นฯ
ฝน
น.น้ำฝน - น้ำที่ตกลงมาเป็นเม็ดเล็กๆ จากการรวมตัวของเมฆบนฟ้า ก.ลับ - ทำให้คมหรือทำให้เรียบโดยถูกับหิน เช่น ฝนมีด ฝนมุย (โบราณใช้ อาน), ถู เช่นฝนยา
ดูในพจนานุกรมมรดกล้านนา →
คำเมือง อักษรล้านนา ความหมาย (ตามพจนานุกรม)
ฝนอ่อย ฝ฿นฯอ่อฯยฯ ฝนเริ่มตกปรอยๆ
ฝนต๋กสุยๆ ฝ฿นฯต฿กฯสุๆ ฝนตกปรอยๆ
ฝนต๋กซิๆ ฝ฿นฯต฿กฯซิๆ ฝนตกปรอยๆ ตกไม่มากแต่กินเวลานาน
ฝนต๋กซึง ฝ฿นฯต฿กฯซึงฯ ฝนตกเรื่อยๆ เป็นเวลาหลายวัน
ฝนต๋กบ๊ะๆ ฝ฿นฯต฿กฯบัะๆ ฝนตกหนัก
ห่าฝน ห่าฝ฿นฯ จำนวนน้ำฝนที่ตกมาคราวหนึ่งๆ
ฝนหยั๋ด ฝ฿นฯอยฯดฯ ฝนหยุดแล้ว ฝนไม่ตกแล้ว
ฝนเอื้อน ฝ฿นฯเอิ้อฯร ฝนหยุดตก
ฟ้าแมบ ฟ้าแมลฯบ ฟ้าแลบ แสงที่เกิดวาบขึ้นในท้องฟ้า
ฟ้าฮ้อง ฟ้าร้อฯง ฟ้าร้อง เสียงดังที่เกิดขึ้นหลังฟ้าแลบ
ฟ้าผ่า ฟ้าผ่า การถ่ายเทประจุไฟฟ้าจากเมฆลงสู่พื้นโลกอย่างรุนแรงฉับพลัน
บ่าเห็๋บ บ่าฯเหัปฯ ลูกเห็บ เม็ดน้ำแข็งที่ตกลงมาจากฟ้า (ยังแปลว่าตัวเห็บด้วย)
อี่ฮุง อี่รุง รุ้งกินน้ำ (ผีอี่ฮุง ก็ว่า)
ผีเงือกฮุง ผีเงิอฯกรุง รุ้งกินน้ำ
💡 เกร็ดความรู้
รุ้งกินน้ำในคำเมืองมีชื่อที่ขึ้นต้นด้วย "ผี" ว่า ผีเงือกฮุง หรือ ผีอี่ฮุง อ่านเรื่องคำ "ผี" ที่ไม่ได้หมายถึงผีเพิ่มเติมได้ที่ ผีในคำเมือง

พจนานุกรมยังเก็บคำ ฝนห่าแก้ว ฝ฿นฯห่าแก้วฯ ซึ่งไม่ใช่ฝนจริง แต่เป็นภาพในวรรณกรรมมหาชาติ หมายถึงแก้วมณีจำนวนมากที่ตกลงมาจากฟ้าราวกับห่าฝน

สายฟ้าสีม่วงแลบลงมาเหนือตึกสูงในเมืองตอนกลางคืน
ฟ้าแมบ · สายฟ้าแลบเหนือเมืองยามค่ำคืน (ภาพถ่ายที่กรุงเทพฯ)
ภาพ: Dominik QN / Wikimedia Commons (CC0)
รุ้งกินน้ำโค้งเหนือทุ่งหญ้าและต้นไม้ใต้ฟ้าครึ้ม
อี่ฮุง · รุ้งกินน้ำหลังฝน ใกล้เชียงใหม่
ภาพ: Maxim Cruiser / Wikimedia Commons (CC BY 3.0)
นาขั้นบันไดต้นข้าวเขียวขจีใต้ฟ้าครึ้ม
ฝนต๋กซึง · นาข้าวเขียวในหน้าฝน ใกล้เชียงใหม่
ภาพ: echiner1 / Wikimedia Commons (CC BY-SA 2.0)

ลม

ลมแรงหรือพายุที่มักมาตอนต้นฤดูฝน คนเมืองเรียก ลมหลวง ล฿มฯหลฯวฯง ส่วนลมหมุนเล็กๆ ที่หอบฝุ่นขึ้นฟ้าในหน้าร้อน มีหลายชื่อ เช่น ลมกวิ๋ดกวิ๋ว ล฿มฯกิวฯดกิวฯ และ ลมผั๋ดต๋าไก่ ล฿มฯผัดฯตาไก่

ล฿มฯ
ลม
น๑.ลม - อากาศเคลื่อนที่ เช่น ลมกระโชก ลมโกรก ลมพัด น๒.ธาตุอย่างหนึ่งในธาตุ ๔ คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ น๓.เห็ดลม - เห็ดที่มักขึ้นเป็นกลุ่มบนขอนไม้ผุ ดอกเห็ดเป็นรูปกรวย ขอบม้วนงอลงเล็กน้อย ด้านบนมีขนสีน้ำตาลอ่อนอมเหลือง ด้านล่างมีครีบสีน้ำตาลอ่อน แล้วเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลแดงเมื่อดอกแก่ เนื้อเหนียว กินได้ ก.(ปาก)ขี้ลม - พูดไม่เป็นสาระ ไม่เป็นแก่นสาร มักเรียกลักษณะเช่นนี้ว่า "ขายเห๋ดลม"
ดูในพจนานุกรมมรดกล้านนา →
คำเมือง อักษรล้านนา ความหมาย (ตามพจนานุกรม)
ลมจอย ล฿มฯชอฯยฯ ลมโชยเฉื่อย ลมที่พัดอ่อนๆ
ลมหลวง ล฿มฯหลฯวฯง พายุ ลมที่พัดมาแรง โดยเฉพาะตอนต้นฤดูฝน
ลมหัวปี๋ ล฿มฯห฿วฯปี ดู ลมหลวง (พายุต้นฝน)
ลมกวิ๋ดกวิ๋ว ล฿มฯกิวฯดกิวฯ ลมหมุนที่เกิดบริเวณแคบๆ ในหน้าร้อน หอบฝุ่นละอองหมุนเป็นวงขึ้นไปในอากาศ แต่ไม่ถึงกับเป็นอันตราย
ลมผั๋ดต๋าไก่ ล฿มฯผัดฯตาไก่ ดู ลมกวิ๋ดกวิ๋ว
บิ๋ดกิ๋ว บิดฯกิวฯ พายุหมุน
ลมงวงจ๊าง ล฿มฯงวฯงช้างฯ ลมงวงช้าง หรือทอร์นาโด ลำลมที่ยื่นลงมาจากใต้ฐานเมฆคล้ายงวงช้าง
ลมปิ๊ชจ๊ะขอด ล฿มฯพิชฌฯขอฯด ลมเพชรหึง ลมที่พัดอยู่ระหว่างโลกมนุษย์กับสวรรค์ในคติความเชื่อ (ลมมีดขูด ก็ว่า)
ℹ️ ข้อมูล
ลม ที่ไม่ใช่อากาศ คำเมืองใช้ "ลม" กับอารมณ์และร่างกายด้วย เช่น ลมขึ้น ล฿มฯขึ้นฯ แปลว่า โกรธ ไม่พอใจ และ ลมบ่จอย ล฿มฯบชอฯยฯ แปลว่า อารมณ์เสีย ใจคอหงุดหงิด ส่วน ลมแล้ง ล฿มฯแล้งฯ ไม่ใช่ลมเลย แต่เป็นชื่อต้นคูนหรือราชพฤกษ์ ที่ออกดอกเหลืองในหน้าแล้ง

น้ำ ห้วย และแม่น้ำ

คนเมืองเรียกแม่น้ำว่า น้ำแม่ นาฯแม่ กลับคำกับภาษาไทยกลาง ต้นน้ำเรียก ขุนน้ำ ขุรนาฯ พจนานุกรมยกตัวอย่างว่า ขุนน้ำปิงอยู่ที่ดอยถ้วย อำเภอเชียงดาว

นาฯแม่
น้ำแม่
น.แม่น้ำ - ลำน้ำขนาดใหญ่ซึ่งเป็นที่รวมของลำธารหลายสาย
ดูในพจนานุกรมมรดกล้านนา →
คำเมือง อักษรล้านนา ความหมาย (ตามพจนานุกรม)
น้ำ นาฯ น้ำ ของเหลวใส ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น
น้ำแม่ นาฯแม่ แม่น้ำ ลำน้ำขนาดใหญ่ซึ่งเป็นที่รวมของลำธารหลายสาย
น้ำต้า นาฯท่าฯ น้ำในแม่น้ำลำคลอง
ขุนน้ำ ขุรนาฯ ต้นน้ำ แหล่งกำเนิดแม่น้ำ
ห้วย ห้วฯยฯ แหล่งน้ำกลางป่าซึ่งมีทางน้ำไหลมาจากภูเขา (โห้ย ก็ว่า)
ห้วยแล้ง ห้วฯยฯแล้งฯ ลำห้วยที่มีน้ำเฉพาะฤดูฝน
น้ำต๋ก นาฯต฿กฯ น้ำที่ตกจากที่สูง
น้ำต๋กตาด นาฯต฿กฯตาดฯ น้ำที่ตกจากภูเขาลงมาที่หน้าผา
น้ำโจ้ นาฯโจ้ น้ำที่ไหลลงจากที่สูงอย่างรวดเร็ว แต่ไม่สูงถึงขนาดเป็นน้ำตก
น้ำปุ๊ นาฯพุ น้ำพุที่พุ่งขึ้นมาจากใต้ดินโดยธรรมชาติ (น้ำปุ้ง ก็ว่า)
น้ำปุ๊ฮ้อน นาฯพุร้อฯร น้ำพุร้อน
น้ำจำ นาฯชำ น้ำซับ น้ำซึม มักเกิดที่ต้นน้ำลำธาร (น้ำจึม ก็ว่า)
น้ำออกฮู นาฯออฯกรู น้ำใต้ดินที่ผุดขึ้นมาเหนือพื้น
หนอง หนฯอฯง แอ่งน้ำที่ใหญ่กว่าบวก ทั้งที่เกิดเองและคนขุด
บวก บวฯก ปลัก แอ่งน้ำ ที่ที่เป็นแอ่งโคลน
ดอนซาย ดอฯรซายฯ เกาะทรายกลางน้ำ ชายหาด

น้ำยังมีคำบอกลักษณะการไหลอีกหลายคำ ทั้งน้ำนิ่ง น้ำวน และน้ำหลาก

คำเมือง อักษรล้านนา ความหมาย (ตามพจนานุกรม)
น้ำเจี้ยว นาฯช่ยฯว น้ำเชี่ยว กระแสน้ำที่ไหลแรงจัด
น้ำป่วน นาฯป่วฯร น้ำคลั่ง น้ำที่ไหลแรงและวนเวียน
น้ำผั๋ดต๋าไก่ นาฯผัดฯตาไก่ น้ำหมุนวนเป็นรอยลึกลงไป
น้ำตุ้น นาฯฯฯทุ่ร น้ำนิ่ง น้ำในแหล่งน้ำที่ไม่ไหล
น้ำเลิ้ก นาฯเลิ้กฯ น้ำลึก
น้ำหนัว นาฯห฿นฯวฯ น้ำข้น น้ำขุ่นคลั่ก
น้ำโก๊ง นาฯโค้฿งฯ น้ำคุ้ง บริเวณที่แม่น้ำเลี้ยว
น้ำโท้ง นาฯโธ้฿งฯ บริเวณโค้งน้ำ
น้ำยึ่ง นาฯยึ่งฯ น้ำที่เอ่อขึ้นสูงกว่าปกติ
น้ำนอง นาฯนอฯง น้ำหลาก น้ำที่ไหลบ่าลงแม่น้ำลำคลองอย่างรวดเร็ว
น้ำถ้วม นาฯถ้วฯม น้ำท่วม
น้ำป่า นาฯป่า น้ำที่ไหลมาจากป่าหรือภูเขา ท่วมอย่างรวดเร็วและลดลงอย่างฉับพลัน
น้ำถุ๋ นาฯถุ น้ำไหลพัดพาสิ่งของต่างๆ ไปด้วย
หมอกขาวลอยเหนือผิวแม่น้ำปิงที่นิ่งสงบ ริมฝั่งมีต้นไม้
น้ำแม่ · หมอกยามเช้าเหนือน้ำแม่ปิง ทางเหนือของเมืองเชียงใหม่
ภาพ: Vyacheslav Argenberg / Wikimedia Commons (CC BY 4.0)
แม่น้ำฝางไหลคดเคี้ยวผ่านป่าเขียวในหุบเขา
น้ำแม่ · น้ำแม่ฝางไหลผ่านหุบเขา อำเภอไชยปราการ
ภาพ: Takeaway / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0)
น้ำตกแม่ยะไหลลงตามผาหินหลายชั้น
น้ำต๋กตาด · น้ำตกแม่ยะ อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์
ภาพ: Aodsikaza1234 / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0)
น้ำพุร้อนพุ่งเป็นสายสูงขึ้นจากพื้นหญ้า
น้ำปุ๊ฮ้อน · บ่อน้ำพุร้อนฝาง อุทยานแห่งชาติดอยผ้าห่มปก
ภาพ: LannaPhoto / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0)

ฝายและเหมือง: น้ำของคนทำนา

น้ำที่ใช้ทำนาในล้านนามาจากการกั้นลำน้ำด้วย ฝาย ฝายฯ เพื่อทดน้ำเข้า เหมือง เหิอฯง หรือลำเหมือง แล้วแยกน้ำไปตามเหมืองสายย่อยจนถึงนา พจนานุกรมจึงเก็บคำเรียกฝายและเหมืองไว้หลายชนิด

คำเมือง อักษรล้านนา ความหมาย (ตามพจนานุกรม)
ฝาย ฝายฯ ทำนบ ที่กั้นแม่น้ำเพื่อทดน้ำเข้าสู่ลำเหมือง
ฝายหินขว้าง ฝายฯหินฯฅ่วฯางฯ ฝายหินทิ้ง ฝายที่เอาก้อนหินมาทิ้งรวมกันเพื่อกั้นลำน้ำและชะลอการไหล
ฝายแม้ว ฝายฯแม้วฯ ทำนบขนาดเล็ก ใช้ต้นไม้หรือลำไม้ไผ่เป็นโครงสร้าง
เหมือง เหิอฯง ร่องน้ำที่ขุดขึ้นเพื่อชักน้ำไปใช้ในการเกษตร
น้ำเหมือง นาฯเหิมฯอฯง ลำเหมือง ร่องน้ำที่ขุดขึ้นสำหรับชักนำน้ำเพื่อการเกษตร
เหมืองหลวง เหิอฯงหลฯวฯง คลองส่งน้ำสายหลัก
เหมืองซอย เหิอฯงซอฯ คลองส่งน้ำที่แยกจากเหมืองสายหลัก (เหมืองหน้อย ก็ว่า)
เหมืองกิ๋น เหิอฯงกินฯ ลำคลองที่ส่งน้ำเข้านา
เหมืองขี้น้ำ เหิอฯงนาฯ ลำคลองที่ใช้ระบายน้ำออกจากนา
ฝายหินกั้นลำน้ำปิง มีน้ำไหลผ่านก้อนหินที่เรียงกัน
ฝายหินขว้าง · ฝายหินกั้นน้ำแม่ปิง เชียงใหม่
ภาพ: Supanut Arunoprayote / Wikimedia Commons (CC BY 4.0)

น้ำค้าง หมอก และความหนาวบนดอย

หน้าหนาวบนดอยสูง น้ำค้างลงหนักจนแข็งเป็นเกล็ดขาวบนใบหญ้า คนเมืองเรียกน้ำค้างว่า เหมย เหิมฯอฯย และเรียกน้ำค้างแข็งว่า เหมยขาบ เหิมฯอฯยขาปฯ ซึ่งพจนานุกรมบอกว่ามักเห็นบนดอยสูงในฤดูหนาว

คำเมือง อักษรล้านนา ความหมาย (ตามพจนานุกรม)
เหมย เหิมฯอฯย น้ำค้าง ไอน้ำในอากาศที่กระทบความเย็นแล้วรวมตัวเป็นละอองน้ำหรือหยดน้ำ
เหมยจ๊าง เหิมฯอฯยช้างฯ น้ำค้างที่ลงจัดจนเหมือนละอองฝน
เหมยขาบ เหิมฯอฯยขาปฯ แม่คะนิ้ง น้ำค้างที่แข็งตัวเพราะเย็นจัด
น้ำเหมยขาบ นาฯเหิมฯอฯขาปฯ น้ำค้างแข็งตัวเมื่ออากาศเย็นจัด มักปรากฏบนดอยสูงในฤดูหนาว
เหมยแข็ง เหิมฯอฯยแขงฯ หิมะ ละอองน้ำที่แข็งตัวเพราะเย็นจัด (เหมยผง ก็ว่า)
หมอก หมฯอฯก ละอองน้ำขนาดเล็กมากจากการกลั่นตัวของไอน้ำใกล้พื้นดิน
หยดน้ำค้างกลมใสสามหยดเกาะบนใบหญ้าสีเขียว
เหมย · หยดน้ำค้างบนใบหญ้ายามเช้า
ภาพ: Massimo brizzi / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0)
เกล็ดน้ำค้างแข็งสีขาวเกาะบนใบพืชเล็กๆ
เหมยขาบ · น้ำค้างแข็งบนดอยอินทนนท์
ภาพ: Yingthipc / Wikimedia Commons (CC BY-SA 3.0)

ดิน หิน ดอย และป่า

ภูเขาสูงคนเมืองเรียก ดอย ดอฯย ถ้าเป็นเนินไม่สูงเรียก ม่อน ม่อฯร ช่องทางเดินระหว่างภูเขาสองลูกเรียก กิ่วดอย กิ่วฯดอฯยฯ ส่วนที่ราบโล่งระหว่างเขาเรียก ป่าง ป่างฯ

ดอฯย,ดอฯ
ดอย
น.ภูเขา,ภูเขาสูง. ถ้าไม่สูงเรียก ม่อน หรือ ม่อนดอย; ปู,ปูดอย ก็ว่า
ดูในพจนานุกรมมรดกล้านนา →
คำเมือง อักษรล้านนา ความหมาย (ตามพจนานุกรม)
ดอย ดอฯย ภูเขา ภูเขาสูง ถ้าไม่สูงเรียก ม่อน
ดอยจิ๊ง ดอฯชิ้งฯ ภูเขาสูงชัน
ม่อน ม่อฯร เนินเขา ยอดเขา (ม่อนดอย ก็ว่า)
กิ่วดอย กิ่วฯดอฯยฯ ช่องทางเดินบนภูเขาตรงรอยต่อของภูเขาสองลูก
ป่าง ป่างฯ ที่ราบโล่งระหว่างเขา (โหล่ง ก็ว่า)
ผา ผา หินขนาดใหญ่ที่เขา ภูเขาที่มีแผ่นหินตั้งชันเรียก หน้าผา
ดอน ดอฯร ที่สูง เนิน โคก
อินทะนนท์ ±นทฯน฿น์ทฯ ดอยอินทนนท์ ภูเขาสูงที่สุดในประเทศไทย
ป่า ป่า บริเวณที่มีต้นไม้ขึ้นหนาแน่นติดต่อกันเป็นผืนใหญ่
ดง ด฿งฯ ป่าที่มีต้นไม้ขึ้นหนาแน่น
ป่าดงดิ๋บ ป่าด฿งฯดิปฯ ป่าดงดิบ ป่าไม่ผลัดใบ เขียวชอุ่มตลอดปี
ป่าต้นน้ำ ป่าต้฿นฯนาฯ ป่าที่เป็นแหล่งกำเนิดสายน้ำ

ดินและหินก็มีคำเรียกตามลักษณะ ตั้งแต่ดินร่วนที่ปลูกพืชได้ดี ไปจนถึงดินโคลนที่เดินแล้วติดหล่ม

คำเมือง อักษรล้านนา ความหมาย (ตามพจนานุกรม)
ดิน ดิ วัตถุธาตุบนพื้นโลก และเป็นหนึ่งในธาตุทั้งสี่ (ขี้ดิน ก็ว่า)
ดินพุ่ย ดิระฯพุ่ ดินร่วน ดินซุย (ดินฟุ่ย ก็ว่า)
ดินหล่ม ดิห฿ลฯม ดินโคลน ดินเปียกเหนียว
ดินแจ๊ะ ดิแชะ ดินแฉะ ดินที่ชุ่มน้ำ (ดินแมะ ก็ว่า)
ดินแตกขาบ ดิแตกฯขาปฯ ดินแตกระแหง
ดินดำน้ำจุ้ม ดิดำนาฯชุ่ม สถานที่มีดินและน้ำอุดมสมบูรณ์
ซาย ซายฯ ทราย
หิน หินฯ มวลของแข็งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ก้อนใหญ่เรียก ผา
หินแฮ่ หินฯแร่ กรวด ก้อนหินขนาดเล็ก (บ่าแฮ่ ก็ว่า)
ยอดเขาหินปูนสูงชันของดอยหลวงเชียงดาวใต้ท้องฟ้าสีคราม
ดอยจิ๊ง · ดอยหลวงเชียงดาว
ภาพ: Nuttasak / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0)

ไฟ

ไฟ ไฟ ในคำเมืองเป็นหนึ่งในธาตุสี่ ดิน น้ำ ลม ไฟ เหมือนในภาษาไทยกลาง แต่มีคำบอกอาการของไฟที่น่าจำ เช่น ไฟลุกพรึ่บเรียก ไฟหูบ ไฟหูบ และไฟหรี่ใกล้ดับเรียก ไฟมอย ไฟมอฯยฯ

คำเมือง อักษรล้านนา ความหมาย (ตามพจนานุกรม)
ไฟ ไฟ ธาตุหนึ่งในธาตุทั้งสี่ ผลของการเผาไหม้ที่ให้ความร้อน แสงสว่าง และเปลว
ไฟหูบ ไฟหูบ อาการที่เปลวไฟลุกโพลงเผาของอย่างรวดเร็ว
ไฟมอย ไฟมอฯยฯ ไฟที่หรี่ลงใกล้จะดับ
ไฟมอด ไฟมอฯด ไฟที่ดับแล้ว (ไฟวอด ก็ว่า)

คำเมืองยังมีสำนวนที่ใช้ไฟเปรียบ เช่น ไฟไหม้หลองเข้า ไฟไห้มฯหลฯอฯงเขั้า แปลตรงตัวว่าไฟไหม้ยุ้งข้าว แต่หมายถึง หิวมากจนแสบท้อง และ ไฟไหม้แกบ ไฟไห้มฯแกลฯบ หมายถึง ค่อยเป็นค่อยไปทีละน้อย กว่าจะรู้สึกก็สายเสียแล้ว

ควันไฟลอยเป็นม่านเทาเหนือแนวดอยหลายลูก
ไฟ · ควันไฟจากไฟป่าบนดอยในภาคเหนือ ช่วงปลายหน้าแล้ง
ภาพ: Takeaway / Wikimedia Commons (CC BY-SA 3.0)

ฮ้อน หนาว และฤดูกาล

คำบอกอากาศร้อนหนาวในคำเมืองมักมีคำเสริมท้ายให้รู้ว่ามากน้อยแค่ไหน ร้อนอบอ้าวก่อนฝนจะตกเรียก ฮ้อนอวม ร้อฯรอวฯม หนาวกำลังสบายเรียก หนาวอ๊อดฮ็อด หนฯาวฯอัอฯดฮัอฯด ส่วนลมเย็นสบายชายทุ่งเรียก เย็นซุ้ย เอยฯนฯซุ้ย

คำเมือง อักษรล้านนา ความหมาย (ตามพจนานุกรม)
ฮ้อน ร้อฯร ร้อน ความรู้สึกตามผิวหนังเหมือนถูกไฟ
ฮ้อนอวม ร้อฯรอวฯม ร้อนอบอ้าว อย่างร้อนก่อนฝนจะตก
ฮ้อนนักแก ร้อฯรนักฯแฅ ร้อนมาก ร้อนเหลือเกิน
ฮ้อนแต๋ะฮ้อนแต๋น ร้อฯรแตะร้อฯรแตนฯ ร้อนจนทนไม่ไหว
หนาวอ๊อดฮ็อด หนฯาวฯอัอฯดฮัอฯด หนาวพอทนได้ ไม่หนาวจนเกินไป อากาศกำลังเย็นสบาย
หนาวกั๋ดหนาวเย็น หนฯาวฯกัดฯหนฯาวฯเอยฯันฯ หนาวมาก
เย็น เอยฯันฯ ไม่ร้อน หนาว หายร้อน ใช้กับอุณหภูมิ
เย็นซุ้ย เอยฯนฯซุ้ย เย็นสบายดี อย่างนั่งรับลมเย็นชายทุ่ง
เย็นจ๋ะจิ้ว เอยฯันฯจจิ้วฯ เย็นจัด เย็นยะเยือก
เย็นจีด เอยฯนฯจีดฯ เย็นเจี๊ยบ เย็นมากๆ
แล้ง แล้งฯ หน้าแล้ง ฤดูไม่มีฝน และยังแปลว่า เปล่า ไม่มี แห้งแล้ง
หน้านา ห้นฯานาฯ ช่วงฤดูทำนา
💡 เกร็ดความรู้
พจนานุกรมไม่มีคำว่า "หน้าหนาว" "หน้าฮ้อน" หรือ "หน้าฝน" เป็นคำหลัก แต่มีคำ แล้ง ที่หมายถึงหน้าแล้ง และ หน้านา ที่หมายถึงช่วงทำนา คำบอกฤดูของคนเมืองจึงผูกกับงานในนาและการนับเดือนแบบล้านนา อ่านเรื่องการนับเดือนได้ที่ เดือนเหนือ

คำว่า ฮ้อน ยังใช้กับใจได้ด้วย ฮ้อนใจ๋ ร้อฯรไจ แปลว่า กระวนกระวายใจ เดือดร้อน หรือรีบเร่งอยากให้เสร็จไวๆ

สรุป

  • คนเมืองเรียกดวงอาทิตย์ว่า ต๋าวัน หรือ ถะหวัน เรียกดวงจันทร์ว่า เดือน และเรียกทิศตะวันออกตะวันตกว่า วันออก วันต๋ก
  • ฝนมีคำแยกตามความแรง ตั้งแต่ ฝนอ่อย ฝนต๋กสุยๆ ถึง ฝนต๋กบ๊ะๆ และฟ้าแลบฟ้าร้องเรียก ฟ้าแมบ ฟ้าฮ้อง
  • พายุต้นฝนเรียก ลมหลวง ลมหมุนเล็กๆ เรียก ลมกวิ๋ดกวิ๋ว และ "ลม" ยังใช้กับอารมณ์ เช่น ลมขึ้น แปลว่าโกรธ
  • แม่น้ำเรียก น้ำแม่ ต้นน้ำเรียก ขุนน้ำ และระบบ ฝาย เหมือง คือหัวใจของการทำนาในล้านนา
  • น้ำค้างเรียก เหมย น้ำค้างแข็งบนดอยเรียก เหมยขาบ ภูเขาสูงเรียก ดอย เนินเตี้ยเรียก ม่อน

อยากรู้ความหมายคำอื่นเกี่ยวกับธรรมชาติ ลองค้นใน พจนานุกรมมรดกล้านนา หรืออ่านต่อเรื่อง ดอกไม้ล้านนา และ ผีในคำเมือง

ค้นหาคำว่า "ฟ้า" ในพจนานุกรมมรดกล้านนา

🎯 ทดสอบคำในบทความนี้ทายคำล้านนาจากบทความ 138 คำ จำได้แค่ไหน?

บทความที่เกี่ยวข้อง

นาข้าวเขียวที่เพิ่งดำกล้าใหม่ในอำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ มีภูเขาอยู่ด้านหลัง

ข้าวและนาในคำเมือง: เข้า นา ก้า ฮวง หลองเข้า และเหมืองฝาย

16 ตุลาคม 2569 · คำศัพท์

รวมคำเมืองเรื่องข้าวและชีวิตชาวนาจากพจนานุกรม ตั้งแต่ เข้าหนึ้ง เข้าก่ำ ก้า ฮวง ไถนา ตี๋เข้า ถึง หลองเข้า เหมืองฝาย และย่าขวัญเข้า พร้อมอัก…

ลำธารในป่าเขาใกล้ดอยอินทนนท์ มีขอนไม้ล้มพาดผ่านสายน้ำ และต้นไม้เขียวขึ้นหนาทั้งสองฝั่ง

เพลงซอ: อ่านคำเมืองในบทซอทีละวรรค เสียง สัมผัส และคำสร้อย

13 ตุลาคม 2569 · เรียนภาษาล้านนา

เรียนคำเมืองจากเพลงซอ อ่านบทซออนุรักษ์ป่าไม้ทีละวรรค ดูเสียง ร เป็น ฮ ช เป็น จ สัมผัสที่ร้อยเป็นห่วงโซ่ และคำสร้อยท้ายบทซอถ้อง

แผงขายยาสมุนไพรในตลาด มีรากไม้ เปลือกไม้ หัวว่าน และฝักแห้งวางเรียงในตะกร้าหลายสี

หมอเมือง ยาเมือง: คำเรียกหมอพื้นบ้านและสมุนไพรในคำเมือง

16 ตุลาคม 2569 · คำศัพท์

รวมคำเมืองเรื่องหมอเมืองและยาเมืองจากพจนานุกรม ตั้งแต่ หมอเป่า หมอย่ำขาง มดหมอ แม่จั้ง ถึง ยาฝน ยาจู้ ยาก้อบ สมุนไพรปูเลย บ่านะ และคำว่า เม…

รูปปั้นปู่แสะย่าแสะและรูปปั้นควาย หน้าศาลที่ร่มรื่นด้วยต้นไม้ ที่ดอยคำ เชียงใหม่

ผีในคำเมือง: ผีปู่ย่า ผีเสื้อบ้าน และคำที่ขึ้นต้นด้วยผี

15 ตุลาคม 2569 · คำศัพท์

รู้จักคำว่าผีในคำเมือง ตั้งแต่ผีปู่ย่า ผีเสื้อบ้าน ผีหม้อหนึ้ง ผีสองนาง ถึงผีเงือกฮุงที่แปลว่ารุ้งกินน้ำ พร้อมอักษรล้านนาและความหมายจากพจนา…

↑

↑ ↓ เลือก · Enter เปิด · Esc ปิด