
ภาพ: Basile Morin / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0)
ล้านนากับไดเวียด: สงคราม พ.ศ. ๒๐๒๒–๒๐๒๓
ล้านนากับไดเวียด คือเรื่องของศึกที่ทัพจากดินแดนเวียดนามเดินทางมาถึงชายแดนล้านนา ใน พ.ศ. ๒๐๒๒–๒๐๒๓ (ค.ศ. ๑๔๗๙–๑๔๘๐) สมัยพระเจ้าติโลกราช กองทัพไดเวียดของพระเจ้าเลถั่นตงบุกอาณาจักรล้านช้าง แล้วรุกเข้าเขตเมืองน่าน ทัพล้านนาจากเมืองน่านออกไปรับศึก และเรื่องนี้ไปถึงราชสำนักจีนที่ปักกิ่ง
ศึกนี้น่าสนใจเพราะมีบันทึกจาก สี่ฝ่าย คือ จีน ล้านนา ลาว และไดเวียด และแต่ละฝ่ายเล่าไม่เหมือนกัน คำเมืองเรียกการทำสงครามว่า ฮบเสิก ร฿ปฯเสิกฯ (คำเมืองอ่านว่า ฮบเสิ๋ก) พจนานุกรมอธิบายว่า "รบศึก ต่อสู้กับข้าศึก" บทความนี้เป็นตอนหนึ่งของชุด ล้านนากับโลก ที่วางเรื่องของล้านนาลงบนเส้นเวลาเดียวกับโลก
- เมื่อไร: ทัพไดเวียดยกออกราวกลาง ค.ศ. ๑๔๗๙ (พ.ศ. ๒๐๒๒) รบหนักในล้านช้างและเขตน่านช่วง ค.ศ. ๑๔๗๙–๑๔๘๐ และข่าวถอนทัพครบถึงราชสำนักหมิงใน ค.ศ. ๑๔๘๔ (พ.ศ. ๒๐๒๗)
- ใคร: ไดเวียด (พระเจ้าเลถั่นตง) · ล้านช้าง · ล้านนา (พระเจ้าติโลกราช ทัพจากเมืองน่าน) · ราชสำนักหมิงเป็นผู้ไกล่เกลี่ยด้วยหนังสือ ไม่ได้ส่งทัพ
- ผล: ทุกแหล่งตรงกันว่าทัพไดเวียดไม่ได้ตั้งมั่นอยู่ในล้านช้างหรือล้านนา แต่แต่ละบันทึกเล่าว่าใครชนะต่างกัน
ไดเวียดคือใคร และทำไมหันมาทางตะวันตก
ไดเวียด (Đại Việt) คือชื่อที่รัฐของชาวเวียดใช้เรียกตนเอง Britannica อธิบายว่าชื่อนี้ใช้มาตั้งแต่สมัยราชวงศ์ลี้ แทนชื่อ อันนัม ที่จีนใช้เรียก บันทึกจีนในเรื่องนี้จึงเรียกไดเวียดว่าอันนัม และเรียกชาวเวียดว่า "ชาวเจียว" ส่วนคำเมืองเรียกชาวเวียดนามว่า "แกว" (พจนานุกรมมรดกล้านนา) บทความนี้ใช้ชื่อที่ชาวเวียดเรียกรัฐของตนเอง คือไดเวียด
ศึกครั้งนี้เกิดในรัชกาล พระเจ้าเลถั่นตง (ครองราชย์ ค.ศ. ๑๔๖๐–๑๔๙๗) ซึ่ง Sun Laichen (๒๐๐๓) เรียกว่ายุคทองของไดเวียด รัฐนี้จัดระเบียบราชการและกองทัพตามแบบจีน และที่สำคัญคือใช้ ปืนไฟ มาก Sun ประเมินว่าราวร้อยละ ๓๘ ของทหารไดเวียดในศตวรรษที่ ๑๕ ถือปืนเวลาออกศึก (Tana Li อ้าง Sun, ๒๐๒๔)
ใน ค.ศ. ๑๔๗๑ ทัพไดเวียดตีเมืองหลวงของ จามปา อาณาจักรทางใต้แตก หลังจากนั้นไม่ถึงสิบปี ไดเวียดก็หันมาทางตะวันตก สู่ดินแดนของชาวไตในเขาสูง เมืองพวน (เชียงขวางในลาวปัจจุบัน) และล้านช้าง (Sun, ๒๐๐๓; Tana Li, ๒๐๒๔)

ภาพ: Viethavvh / Wikimedia Commons (Public domain)
ล้านนาและล้านช้างก่อนศึก
ฝั่งล้านนา ช่วงนี้คือรัชกาล พระเจ้าติโลกราช (ครองราชย์ราว พ.ศ. ๑๙๘๔–๒๐๓๐) ยุคที่เรียกกันว่ายุคทองของล้านนา พระองค์นำแพร่ (พ.ศ. ๑๙๘๖) และน่าน (พ.ศ. ๑๙๙๓) เข้ามาอยู่ในล้านนา และสองปีก่อนศึกนี้ คือ พ.ศ. ๒๐๒๐ (ค.ศ. ๑๔๗๗) ก็เพิ่งโปรดให้สังคายนาพระไตรปิฎกที่วัดเจ็ดยอด เชียงใหม่ ราชสำนักหมิงเรียกล้านนาว่า ปาไป่ต้าเตี้ยน หรือย่อว่า "ปาไป่"
เมืองน่าน เมิอฯงนาฯ่นฯ (คำเมืองอ่านว่า เมืองน่าน) อยู่ทางตะวันออกสุดของล้านนา ติดกับล้านช้าง ใน เมืองน่าน เราเล่าไว้ว่าน่านติดต่อค้าขายกับหลวงพระบางมาตลอด เส้นทางเดียวกันนี้เองที่ศึกจะเดินเข้ามา
เพื่อนบ้านทางตะวันออกคือ ล้านช้าง ล้านฯช้างฯ (คำเมืองอ่านว่า ล้านจ๊าง) พจนานุกรมอธิบายว่าเป็น "อาณาจักรของชนชาติลาว ตั้งอยู่ในแถบลุ่มแม่น้ำโขง" มีเมืองหลวงพระบางเป็นเมืองหลวง ชื่อล้านช้างคู่กับล้านนา ชื่อหนึ่งนับช้าง อีกชื่อหนึ่งนับนา อ่านเรื่องชื่อคู่นี้ได้ที่ ล้านนา: ชื่อนี้มาจากไหน Britannica บันทึกว่าล้านช้างอยู่ในความสงบเป็นเวลานานหลัง ค.ศ. ๑๔๑๖ "ซึ่งถูกขัดจังหวะเพียงครั้งเดียว ด้วยการรุกรานของเวียดนามใน ค.ศ. ๑๔๗๙"
พ.ศ. ๒๐๒๒: ทัพไดเวียดเข้าเมืองพวนและล้านช้าง
รายงานที่หัวเมืองกวางสีส่งถึงราชสำนักหมิงเล่าว่า ราวเดือน ๘ ปี ค.ศ. ๑๔๗๙ ตามปฏิทินจีน ไดเวียด ระดมทหาร ๘๐,๐๐๐ คน ตัดถนน และสะสมเสบียง (หมิงสือลู่, Wade แปล) ส่วนเอกสารฝ่ายเวียดนามให้ตัวเลขทัพถึง ๑๘๐,๐๐๐ คน (Sun, ๒๐๐๓) ระหว่างที่พระเจ้าเลถั่นตงยกทัพไป คลังอาวุธที่เก็บปืนและดินปืนแห่งหนึ่งเกิดไฟไหม้ Sun ตั้งข้อสังเกตว่าบันทึกฝ่ายไดเวียดจดเรื่องนี้ไว้ก็เพราะปืนไฟสำคัญกับศึกครั้งนี้มาก
คำเมืองมีคำเรียกผู้นำทัพหลายคำ นายเสิก นาฯยฯเสิกฯ (คำเมืองอ่านว่า นายเสิ๋ก) คือ "นายศึก แม่ทัพ" ส่วน หัวเสิก ห฿วฯเสิกฯ (คำเมืองอ่านว่า หัวเสิ๋ก) หมายถึง "กองทัพส่วนหน้า" หรือแม่ทัพก็ได้ บันทึกหมิงบอกว่าทัพแรกที่ไดเวียดส่งเข้าไปมีขุนนางเป็นนายทัพ คุมทหาร ๖๐,๐๐๐ คน ก่อนที่พระเจ้าเลถั่นตงจะเสด็จนำทัพ ๙๐,๐๐๐ คนตามไปเองในเดือน ๑๐
ปลาย ค.ศ. ๑๔๗๙ ทัพไดเวียดเข้าถึงเมืองหลวงของล้านช้าง ซึ่งก็คือหลวงพระบางในปัจจุบัน Grabowsky (๒๐๐๔) และ Sun (๒๐๐๓) สรุปตรงกันว่าล้านช้างเสียเมืองหลวงในศึกนี้ คนที่ยูนนานส่งไปสืบข่าวกลับมารายงานใน ค.ศ. ๑๔๘๐ ว่าทัพไดเวียด ยึดค่ายในลาวได้กว่า ๒๐ แห่ง และมีผู้คนตายกว่า ๒๐,๐๐๐ คน
คำว่า "ค่าย" ในบันทึกจีนตรงกับคำเมืองว่า เวียง วยฯง (คำเมืองอ่านว่า เวียง) ซึ่งพจนานุกรมให้ความหมายไว้สองอย่าง คือ "เมือง เมืองขนาดเล็ก เมืองชั่วคราว" และ "กำแพง ป้อมค่ายทหาร รั้วเพนียด" เมืองในดินแดนนี้สมัยนั้นจึงมักเป็นทั้งที่อยู่และที่มั่นรับศึกไปพร้อมกัน
นี่คือจุดที่ลองเลื่อนดูศึกทั้งหมดบนแผนที่ได้ แต่ละช่วงมีปุ่มให้เลือกอ่านว่าบันทึกของแต่ละฝ่ายเล่าว่าอย่างไร ด้านล่างมีตัวเลขทหารในบันทึกให้เทียบ และเกมทายว่าข้อความไหนมาจากบันทึกของฝ่ายใด
ลำดับเหตุการณ์ทั้งศึก
| พ.ศ. (ค.ศ.) | เหตุการณ์ | ที่มาหลัก |
|---|---|---|
| ๒๐๑๔ (๑๔๗๑) | ไดเวียดตีเมืองหลวงของจามปาทางใต้ | Sun ๒๐๐๓; Tana Li ๒๐๒๔ |
| ๒๐๒๐ (๑๔๗๗) | สังคายนาพระไตรปิฎกที่วัดเจ็ดยอด เชียงใหม่ | บทความพระเจ้าติโลกราช |
| ๒๐๒๒ (๑๔๗๙) | ไดเวียดระดมทัพ ยกเข้าเมืองพวนและล้านช้าง ล้านช้างเสียเมืองหลวง | หมิงสือลู่; Grabowsky; Sun; Britannica |
| ๒๐๒๓ (๑๔๘๐) | ทัพไดเวียดรุกเข้าเขตน่าน ทัพล้านนาจากน่านช่วยฝ่ายลาว ไดเวียดถอย · ราชสำนักหมิงสั่งให้ไดเวียดถอนทัพ | Sun; Grabowsky; หมิงสือลู่ |
| ๒๐๒๔ (๑๔๘๑) | พระราชโองการเตือนพระเจ้าเลถั่นตง รางวัลแก่ปาไป่ รับรองโอรสกษัตริย์ลาว | หมิงสือลู่; Grabowsky |
| ๒๐๒๕ (๑๔๘๒) | ปาไป่รายงานว่าขับทัพไดเวียดออกไป และเผาหนังสือปลอมให้ช้างเหยียบ | หมิงสือลู่; Sun |
| ๒๐๒๗ (๑๔๘๔) | ลาวและปาไป่แจ้งว่าไดเวียดถอนทัพกลับประเทศแล้ว | หมิงสือลู่; Sun |
พ.ศ. ๒๐๒๓: ทัพล้านนาจากเมืองน่าน
ใน ค.ศ. ๑๔๘๐ (พ.ศ. ๒๐๒๓) ทัพไดเวียดรุกเข้าเขต เมืองน่าน ซึ่งขณะนั้นอยู่ในล้านนา Sun (๒๐๐๓) สรุปเรื่องนี้จากพงศาวดารเมืองน่านและตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ Grabowsky (๒๐๐๔) เขียนว่าล้านนาส่งทัพ ซึ่งมีเจ้าเมืองน่านเป็นแม่ทัพ ไปช่วยฝ่ายลาว และฝ่ายลาวกับล้านนาก็ขับทัพไดเวียดออกไปได้ในปีนั้น
บันทึกราชสำนักหมิงปี ค.ศ. ๑๔๘๑ เล่าอีกด้านหนึ่งของเรื่องเดียวกัน ไดเวียดส่งหนังสือที่จีนเรียกว่า "พระราชโองการปลอม" ไปถึงเชียงรุ่ง (สิบสองปันนา) ให้ร่วมตีปาไป่ ต่อมาทหารไดเวียดหลายพันคนตายอย่างกะทันหัน ซึ่งลือกันว่าถูกฟ้าผ่า ปาไป่จึงส่งทัพตัดทางถอยและฆ่าได้ ๑๐,๐๐๐ คน ทัพไดเวียดแตกถอยไป ส่วนโอรสองค์เล็กของกษัตริย์ลาวที่มาพึ่งปาไป่นั้น ผู้ปกครองล้านนาก็ส่งทหารคุ้มกันไปส่ง

ภาพ: Takeaway / Wikimedia Commons (CC BY-SA 3.0)
ปืนไฟทั้งสองฝ่าย
ศึกนี้ไม่ใช่ทัพปืนสู้กับทัพดาบเพียงฝ่ายเดียว Grabowsky และ Sun ชี้ว่าล้านนาเองก็ใช้ปืนแบบจีนมาก่อนกลางศตวรรษที่ ๑๕ แล้ว ใน เมืองแป้ เราเล่าไว้ว่าเมื่อพระเจ้าติโลกราชยกทัพไปแพร่ใน พ.ศ. ๑๙๘๖ กองทัพเชียงใหม่มีปืนใหญ่ชื่อ "ปู่เจ้า" ซึ่ง Grabowsky (๒๐๐๔) ก็ยกจากตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ไว้ตรงกัน
คำเมืองเรียกอาวุธนี้ว่า ปืน ปืนฯ (คำเมืองอ่านว่า ปื๋น) สำหรับศึกไดเวียด Sun (๒๐๐๓) อ่านตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่แล้วพบว่ามีนักธนูผู้หนึ่งที่ทำ "ลูกศรยาวสามวา" และ "ปืนใหญ่" ใช้ในศึกนี้ได้ และสันนิษฐานว่าเป็นปืนใหญ่แบบจีน

ภาพ: Flickr user Gary Todd / Wikimedia Commons (CC0)
ราชสำนักหมิง: ห้ามทัพด้วยหนังสือ
ทั้งล้านนา ล้านช้าง เชียงรุ่ง และไดเวียด ต่างส่งบรรณาการไปจีน ราชสำนักหมิงจึงเห็นทุกฝ่ายเป็นเมืองที่อยู่ในความดูแลของตน กลาง ค.ศ. ๑๔๘๐ ทูตจากเชียงรุ่ง ลาว และปาไป่ไปถึงราชสำนักพร้อมกัน ขันทีที่ดูแลยูนนานรายงานว่าลาวกำลังถูกโจมตี และขอให้หลวงออกค่าเดินทางให้ทูตรีบกลับ (หมิงสือลู่; Grabowsky, ๒๐๐๔)
คำเมืองเรียกการยับยั้งศึกว่า ห้ามทัพ ห้ามฯทัพฯ (คำเมืองอ่านว่า ห้ามตั๊พ) พจนานุกรมอธิบายว่า "ยับยั้งศัตรู ยับยั้งหรือไกล่เกลี่ยการทะเลาะวิวาท" สิ่งที่หมิงทำคือห้ามทัพด้วย หนังสือ หันฯงสื (คำเมืองอ่านว่า หนังสือ) ไม่ใช่ด้วยกองทัพ
- ค.ศ. ๑๔๘๐: สั่งให้หัวเมืองกวางสีส่งหนังสือถึงพระเจ้าเลถั่นตง ให้ถอนทัพและรักษาเขตของตน และสั่งยูนนาน กวางตุ้ง กวางสี ให้เตรียมป้องกันชายแดน ปลายปีเดียวกันยูนนานรายงานข่าวว่าไดเวียดกำลังฝึกทหารเพื่อตีปาไป่
- กลาง ค.ศ. ๑๔๘๑: พระราชโองการถึงพระเจ้าเลถั่นตงเตือนว่า "ชาวเจียวก็เป็นราษฎรของสวรรค์ ชาวลาวก็เป็นราษฎรของสวรรค์" ให้รักษาไมตรีกับเพื่อนบ้านทุกแห่ง พร้อมกันนั้นก็พระราชทานเงินและแพรแก่ผู้ปกครองปาไป่ และรับรองโอรสของกษัตริย์ลาวให้สืบตำแหน่ง
- คำตอบของไดเวียด: พระเจ้าเลถั่นตงทูลว่าไม่ได้ตีหรือฆ่าผู้คนในลาว เพียงส่งคนไปตามจับหัวหน้าชายแดนคนหนึ่ง และไม่รู้ด้วยซ้ำว่าปาไป่อยู่ที่ใด (ตามที่บันทึกหมิงยกมา)
มุมมองสองฝั่งต่อความสัมพันธ์นี้ก็ไม่เหมือนกัน Grabowsky (๒๐๐๔) ชี้ว่าในสายตาจีน ปาไป่เป็นเมืองหนึ่งในระบบเจ้าเมืองชายแดนที่ราชสำนักแต่งตั้ง บันทึกหมิงจึงเรียกผู้ปกครองล้านนาด้วยตำแหน่งแบบจีน และใช้คำว่า "เจ้าล้านนา" เป็นชื่อเรียก แต่ชาวล้านนาถือว่าบ้านเมืองของตนเป็นอิสระ ตำนานฝ่ายเหนือแทบไม่เล่าเรื่องการส่งบรรณาการไปจีนเลย ศึกไดเวียดเป็นหนึ่งในไม่กี่ครั้งที่ตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่เล่าถึงการส่งของไปถวาย และเล่าในแบบที่ยกย่องล้านนา
Grabowsky (๒๐๐๔) อ้างวินัย พงศ์ศรีเพียร ว่าหลักฐานจีนยืนยันชัยชนะของล้านนา และกองทัพจีนตามชายแดนถูกเตรียมพร้อมไว้กดดัน แต่ไม่ได้เข้าร่วมรบโดยตรง
หนังสือปลอมใต้เท้าช้าง
กลาง ค.ศ. ๑๔๘๒ (พ.ศ. ๒๐๒๕) ผู้บัญชาการยูนนานส่ง ข่าว ข่าวฯ (คำเมืองอ่านว่า ข่าว) จากปาไป่ถึงราชสำนัก ว่า "ได้รับคำสั่งให้ช่วยลาว และขับทัพไดเวียดออกไปแล้ว" และปาไป่ได้เผาหนังสือที่ไดเวียดส่งมาข่มขู่ แล้ว ให้ช้างเหยียบ (หมิงสือลู่; Grabowsky, ๒๐๐๔; Sun, ๒๐๐๓) คำเมืองเรียกช้างว่า จ๊าง ช้างฯ (คำเมืองอ่านว่า จ๊าง)
ถึงอย่างนั้นยูนนานก็ยังไม่แน่ใจว่าไดเวียดถอยจริงหรือไม่ เพราะฝ่ายลาวยังไม่ได้ส่งรายงานมา
บันทึกสี่ฝ่าย เล่าไม่เหมือนกัน
คำเมืองเรียกเรื่องเก่าที่เล่าสืบกันมาว่า ต่ำนาน ตํานาฯ (คำเมืองอ่านว่า ต่ำนาน) พจนานุกรมยกตัวอย่างว่า "ตำนานเมืองเชียงใหม่" ศึกไดเวียดเป็นตัวอย่างที่ดีว่าต่ำนานของแต่ละบ้านเมืองเล่าเรื่องเดียวกันจากมุมของตัวเอง
| บันทึก | เล่าว่าใครชนะ | ที่มา |
|---|---|---|
| บันทึกราชสำนักหมิง (หมิงสือลู่) | ไดเวียดเสียทหารมาก พระเจ้าเลถั่นตงประชวรเพราะความกริ้วและเสด็จกลับ ต่อมาปาไป่ตัดทางถอยได้ | Wade แปล; Sun ๒๐๐๓ |
| ตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ · พงศาวดารเมืองน่าน | ทัพล้านนาซึ่งเจ้าเมืองน่านคุมทัพชนะ ฮ่องเต้จีนยินดีกับชัยชนะของล้านนา | Grabowsky ๒๐๐๔; Sun ๒๐๐๓ |
| พงศาวดารลาว | ยกความดีให้ผู้นำทัพฝ่ายลาว ไม่กล่าวถึงความช่วยเหลือจากล้านนา | Grabowsky ๒๐๐๔ |
| พงศาวดารไดเวียด | ตีลาวแตก เข้าเมืองหลวงลาว แล้วเดินทัพไปถึงแม่น้ำอิรวดี "กลับมาอย่างผู้ชนะ" | อ้างใน Sun ๒๐๐๓; Tana Li ๒๐๒๔ |
ตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ฉบับที่ Grabowsky (๒๐๐๔) ยกมายังเล่าต่อว่า แม่ทัพจีนที่ยูนนานไม่เชื่อในตอนแรกว่าล้านนาเป็นฝ่ายชนะ จนเชลยไดเวียดยืนยัน และเล่าว่าฮ่องเต้ตรัสว่า "ทั่วแผ่นดินไม่มีใครกล้าหาญกว่ากษัตริย์ล้านนา" ส่วนพระเจ้าติโลกราชก็ส่งงาช้าง ๙ กิ่ง นอแรด ๙ นอ และผ้า ๑๘ ผืนไปถวาย Grabowsky ชี้ว่าเรื่องนี้สอดคล้องกับบันทึกหมิงที่ว่าทูตปาไป่ไปถวายบรรณาการในช่วงเดียวกัน
แม้แต่ตัวเลขในบันทึกเดียวกันก็ยังไม่ตรงกัน หมิงสือลู่บอกว่าราชสำนักให้เงินรางวัลแก่ปาไป่ ๒๐๐ ตำลึง แต่หมิงสื่อเกาที่ Grabowsky อ้างให้ ๑๐๐ ตำลึง และต้น ค.ศ. ๑๔๘๔ ยูนนานได้ข่าวว่าไดเวียดยกทัพ "๑,๐๖๐,๐๐๐ คน" มาใกล้สิบสองปันนา ซึ่ง Sun เรียกว่า "เกินจริงอย่างมาก"

ภาพ: Ngô Sĩ Liên / Wikimedia Commons (CC BY-SA 3.0)
พ.ศ. ๒๐๒๗: ข่าวถอนทัพ และหลังจากนั้น
ปลาย ค.ศ. ๑๔๘๔ (พ.ศ. ๒๐๒๗) ทั้งลาวและปาไป่ต่างเขียนหนังสือแจ้งยูนนานว่า ไดเวียดถอนทัพกลับประเทศแล้ว ขุนนางหมิงยังระแวงว่าอาจเป็นข่าวลือหรือแปลผิด จึงสั่งชายแดนให้ระวังต่อไป (หมิงสือลู่) Sun (๒๐๐๓) ถือว่านี่คือจุดจบของ "การเดินทัพไกล" ของไดเวียด ซึ่งกินเวลาราว ๕ ปี ในปีเดียวกันนั้นทูตปาไป่ก็ยังไปถวายงาช้างและนอแรดที่ราชสำนักหมิงตามปกติ
หลังศึก ล้านนายังอยู่ในยุคทองต่อไป พระเจ้าติโลกราชสวรรคตใน พ.ศ. ๒๐๓๐ ในศตวรรษต่อมา ล้านนากับล้านช้างก็เคยมีกษัตริย์องค์เดียวกันครองทั้งสองแผ่นดิน ตามที่จารึกวัดเชียงสาบันทึกไว้ อ่านต่อได้ที่ ล้านนา: ชื่อนี้มาจากไหน และ ๗๐๐ ปีของแผ่นดินล้านนา
อ่านบันทึกศึกอย่างนักประวัติศาสตร์
ศึกไดเวียดเป็นแบบฝึกหัดที่ดีสำหรับการอ่านประวัติศาสตร์ เพราะเราได้เห็นทั้ง "ข่าว" และ "คำแก้ข่าว" อยู่ในบันทึกชุดเดียวกัน ลองตั้งคำถามสามข้อนี้กับบันทึกทุกฉบับ
๑. ใครเขียน และเขียนให้ใครอ่าน พงศาวดารไดเวียดเขียนโดยราชสำนักไดเวียด จึงยกย่องรัชกาลพระเจ้าเลถั่นตงว่า "ส่งทัพไปทั้งสี่ทิศ ขยายดินแดน" (Sun, ๒๐๐๓) ส่วนตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ก็เล่าให้ฮ่องเต้จีนชมกษัตริย์ล้านนา ทั้งสองฉบับไม่ได้โกหก แต่เลือกเล่าส่วนที่ทำให้บ้านเมืองของตนดูดี
๒. ผู้เขียนรู้เรื่องมาจากไหน ราชสำนักหมิงอยู่ไกลจากสนามรบมาก กระทรวงกลาโหมของหมิงเองก็บันทึกว่าปาไป่และลาว "อยู่ไกลจากยูนนานมาก" ข่าวแรก ๆ มาจากคนที่ยูนนานส่งไปสืบ ซึ่งเดินทางกลับผ่านเชียงรุ่ง และข่าวจากหัวเมืองกวางสีที่ได้ยินมาอีกทอดหนึ่ง แม้แต่ขุนนางหมิงเองใน ค.ศ. ๑๔๘๔ ก็ยังกลัวว่าข่าวถอนทัพที่ลาวและปาไป่ส่งมาอาจเป็น "ข่าวลือ" หรือเป็นการ "แปลอย่างฝืน ๆ" ของล่ามที่อ่านหนังสือของเมืองชายแดน
๓. ฝ่ายอื่นพูดถึงเรื่องเดียวกันว่าอย่างไร เมื่อพระเจ้าเลถั่นตงทูลว่าไม่ได้ตีลาว แต่บันทึกจีน ตำนานล้านนา และงานของนักวิชาการหลายคนต่างบอกว่ามีศึกจริง ข้อความที่หลายฝ่ายเล่าตรงกันจึงหนักแน่นกว่าข้อความที่มีฝ่ายเดียวเล่า เช่น เรื่องที่ล้านช้างเสียเมืองหลวง และเรื่องที่ทัพไดเวียดถอยกลับในที่สุด
เข้าใจผิดบ่อย: แหล่งข้อมูลบอกอะไร
"ไดเวียดยึดล้านนาได้"
งานที่อ่านจากพงศาวดารไดเวียดเขียนว่าทัพไดเวียด "บุกเข้าล้านนา" ใน ค.ศ. ๑๔๘๐ (Tana Li, ๒๐๒๔) และ Sun (๒๐๐๓) ก็ว่าทัพไดเวียดรุกเข้าเขตเมืองน่าน แต่ไม่มีแหล่งใดในบทความนี้บอกว่าไดเวียดตั้งมั่นปกครองเมืองใดของล้านนา และบันทึกจีนกับตำนานล้านนาตรงกันว่าทัพไดเวียดถอยกลับไป สิ่งที่หลักฐานบอกคือ การบุกถึงชายแดน ไม่ใช่การยึดครอง
"จีนส่งทัพมาช่วยล้านนา"
บันทึกหมิงทุกฉบับที่อ้างในบทความนี้แสดงว่าราชสำนักใช้ หนังสือ สั่งให้ถอนทัพ เตือน และให้รางวัล ส่วนกองทัพจีนตามชายแดนได้รับคำสั่งให้เตรียมป้องกัน Grabowsky (๒๐๐๔) อ้างวินัย พงศ์ศรีเพียรว่ากองทัพจีน "ไม่ได้เข้าร่วมรบโดยตรง" ผู้ที่รบจริงคือทัพลาวและทัพล้านนา
"ตัวเลขทหารในพงศาวดารคือจำนวนจริง"
ศึกเดียวกันมีตัวเลขทัพไดเวียดตั้งแต่ ๘๐,๐๐๐ ถึง ๑๘๐,๐๐๐ คน และข่าวหนึ่งถึง ๑,๐๖๐,๐๐๐ คน ตัวเลขในพงศาวดารและรายงานสงครามมักสูงเกินจริง ให้อ่านเป็นภาพว่าศึกใหญ่เพียงใด ไม่ใช่สถิติ
ชุดล้านนากับโลก
สรุป
- ล้านนากับไดเวียด พบกันในศึก พ.ศ. ๒๐๒๒–๒๐๒๓ (ค.ศ. ๑๔๗๙–๑๔๘๐) สมัยพระเจ้าติโลกราช เมื่อทัพพระเจ้าเลถั่นตงบุกล้านช้างแล้วรุกเข้าเขตเมืองน่าน
- ล้านช้างเสียเมืองหลวง ทัพล้านนาซึ่งเจ้าเมืองน่านคุมทัพไปช่วยฝ่ายลาว และทัพไดเวียดถอยไป ข่าวถอนทัพครบถึงจีนใน พ.ศ. ๒๐๒๗ (ค.ศ. ๑๔๘๔)
- ราชสำนักหมิงห้ามทัพด้วยหนังสือ ไม่ได้ส่งทัพมารบ และให้รางวัลแก่ผู้ปกครองปาไป่ ซึ่งก็คือล้านนา
- บันทึกจีน ล้านนา ลาว และไดเวียด เล่าว่าใครชนะไม่ตรงกัน ทั้งตัวเลขทหารก็ต่างกันมาก การอ่านหลายบันทึกคู่กันจึงสำคัญ
- คำเมืองที่ได้เรียน: ฮบเสิก ต่ำนาน เวียง นายเสิก หัวเสิก ปืน จ๊าง และห้ามทัพ
ค้นความหมายเต็มของ ล้านช้าง เวียง และ ต่ำนาน ได้ในพจนานุกรมมรดกล้านนา แล้วอ่านเรื่องกษัตริย์ผู้ครองล้านนาในศึกนี้ต่อที่ พระเจ้าติโลกราช
📚 อ่านเรื่องล้านนาทั้งหมด: ล้านนา: ชื่อนี้มาจากไหน และ ๗๐๐ ปีของแผ่นดินล้านนา · 🌏 ล้านนากับโลก
แหล่งอ้างอิง
- พจนานุกรมมรดกล้านนา: ฮบเสิ๋ก · ต่ำนาน · เวียง · ล้านช้าง · เมืองน่าน · นายเสิ๋ก · หัวเสิ๋ก · ปืน · ห้ามทัพ · หนังสือ · ข่าว
- Wade, G. (ผู้แปล). Southeast Asia in the Ming Shi-lu: an open access resource. Asia Research Institute, National University of Singapore: เฉิงฮว่า ๑๖/๗/๒๓ · ๑๖/๘/๗ · ๑๖/๑๑/๖ · ๑๖/๑๒/๒๑ · ๑๗/๖/๙ · ๑๘/๖/๑๕ · ๒๐/๘/๒๐ · ๒๐/๑๐/๑๒
- Grabowsky, V. (๒๐๐๔). The Northern Tai Polity of Lan Na (Babai-Dadian) Between the Late 13th to Mid-16th Centuries: Internal Dynamics and Relations with Her Neighbours. ARI Working Paper 17, National University of Singapore
- Sun Laichen. (๒๐๐๓). Chinese Military Technology and Dai Viet: c. 1390–1497. ARI Working Paper 11, National University of Singapore
- Tana Li. (๒๐๒๔). A Maritime Vietnam (บทนำ). Cambridge University Press
- Britannica. Laos: History · Dai Viet
- มรดกล้านนา: พระเจ้าติโลกราช · เมืองน่าน · เมืองแป้ · ล้านนา · ล้านนากับโลก
ฝึกคำจากบทความนี้
ลองเล่นบัตรคำ 13 คำจากบทความนี้ จำคำล้านนาให้แม่นขึ้น
ค้นหาคำว่า "ล้านช้าง" ในพจนานุกรมมรดกล้านนา
🎯 ทดสอบคำในบทความนี้ทายคำล้านนาจากบทความ 13 คำ จำได้แค่ไหน?


